ผู้นำธุรกิจโรงแรมและการบริหารแบรนด์ที่พักระดับโลก ขับเคลื่อนด้วยโมเดล Asset-Light (แฟรนไชส์และรับจ้างบริหาร) โดยโรงแรมที่เป็นเจ้าของหรือเช่าเองน้อยกว่า 1% ของระบบ ไตรมาส 2/2026 ค่าธรรมเนียมรวมเพิ่ม 13% YoY และปรับประมาณการ RevPAR ปี 2026 ขึ้นเป็น 3.0%–3.5% ขณะเดียวกันราคาหุ้นอยู่ที่ P/E (TTM) 38.6x และส่วนของผู้ถือหุ้นติดลบจากการซื้อหุ้นคืนสะสม — ข้อมูลตลาด ณ ปิดตลาด 14 ต.ค. 2026 / งบการเงินล่าสุด 2Q2026 (สิ้นสุด 30 มิ.ย. 2026)
ผู้บริหารแบรนด์โรงแรมแบบ Asset-Light: 9,453 แห่ง / 1.38 ล้านห้อง ใน 144 ประเทศ ค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์และค่าจัดการเป็น 70% ของรายได้ก่อนค่าที่เรียกเก็บคืน ท่อโครงการ 541,300 ห้อง ส่วนของผู้ถือหุ้นติดลบจากการซื้อหุ้นคืนและปันผล — ข้อมูลตลาด ณ ปิดตลาด 13 ต.ค. 2026 / งบการเงิน 2Q26 สิ้นสุด 30 มิ.ย. 2026
ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) ในกลุ่ม S&P 500 ที่เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์เชิงการท่องเที่ยวและสถานบันเทิง (Experiential Real Estate) ชั้นนำของโลก ครอบครองแลนด์มาร์กระดับไอคอนิกบน Las Vegas Strip อาทิ Caesars Palace, MGM Grand, The Venetian และ Mandalay Bay พอร์ตอสังหาริมทรัพย์ใช้สัญญาเช่าแบบ Triple-Net (NNN) 100% มีอายุสัญญาเฉลี่ยคงเหลือยาวนานที่สุดในกลุ่ม REIT ถึง 41 ปี เก็บค่าเช่าได้เต็ม 100% ต่อเนื่องตั้งแต่ก่อตั้ง รวมถึงช่วงวิกฤตโควิด-19 โดยสัญญาเช่ากว่า 86% มีกลไกปรับค่าเช่าตามเงินเฟ้อ (CPI-linked) รายได้งวด 1H2026 อยู่ที่ $2,095M และกำไรจากการดำเนินงานที่ปรับปรุงแล้ว (AFFO) แตะ $1,333M ฝ่ายบริหารปรับเพิ่มกรอบแนวทาง AFFO ทั้งปี 2026 เป็น $2.45–$2.47 ต่อหุ้น พร้อมปรับขึ้นเงินปันผลเป็น $0.46 ต่อไตรมาส ($1.84 ต่อปี) คิดเป็นอัตราเงินปันผลตอบแทนประมาณ 7.4%
ผู้ประกอบการรีสอร์ตแบบครบวงจรรายใหญ่ของโลก มีทรัพย์สินหลักในมาเก๊า (The Venetian, The Londoner, The Parisian, The Plaza and Four Seasons, Sands Macao) ผ่าน Sands China ซึ่ง LVS ถืออยู่ 74.80% และในสิงคโปร์ (Marina Bay Sands) ปี 2025 Marina Bay Sands สร้าง Adjusted Property EBITDA ราว 56% ของกลุ่ม ขณะที่มาเก๊ามีรายได้มากกว่าแต่อัตรากำไรต่ำกว่า งวด 1H2026 (สิ้นสุด 30 มิ.ย. 2026) รายได้รวมเพิ่ม 11.6% เป็น 6,739 ล้านดอลลาร์ และกำไรสุทธิส่วนของ LVS เพิ่ม 12.3% เป็น 913 ล้านดอลลาร์ แต่ Adjusted Property EBITDA เพิ่มเพียง 2.7% เพราะ rolling play ในมาเก๊ามี hold ต่ำกว่าปกติในไตรมาส 2 ราคาปิด 16 ต.ค. 2026 ที่ 38.01 ดอลลาร์ มูลค่าตลาด 24.62 พันล้านดอลลาร์
กลุ่มบริษัทโฮลดิ้งด้านการเงินและอุตสาหกรรมชั้นนำของสหรัฐฯ ควบคุมโดยตระกูล Tisch ดำเนินงานผ่าน 4 บริษัทย่อยหลัก ได้แก่ CNA Financial Corporation (ธุรกิจประกันวินาศภัยเชิงพาณิชย์ ถือหุ้น 92%), Boardwalk Pipelines (โครงข่ายท่อขนส่งและคลังก๊าซธรรมชาติ 100%), Loews Hotels & Co (เครือโรงแรมหรูและพันธมิตรร่วมทุน Universal Orlando) และ Altium Packaging (บรรจุภัณฑ์พลาสติกแข็ง) ผลประกอบการปี 2025 ทำรายได้รวม $18,454M และกำไรสุทธิส่วนของบริษัท $1,667M สำหรับครึ่งแรกปี 2026 ทำรายได้ $9,289M และกำไรสุทธิ $781M มีสินทรัพย์รวม $87,228M จุดเด่นสำคัญอยู่ที่วินัยการจัดสรรเงินทุน การซื้อหุ้นคืนต่อเนื่องเมื่อราคาต่ำกว่ามูลค่าสินทรัพย์สุทธิ (NAV) ข้อมูลตลาด ณ วันที่ 16 ต.ค. 2026 ข้อมูลงบการเงินล่าสุดจาก Form 10-Q งวด 2Q26 สิ้นสุด 30 มิ.ย. 2026
REIT ที่เป็นเจ้าของโรงแรมระดับ luxury และ upper-upscale 76 แห่ง ประมาณ 41,700 ห้อง ส่วนใหญ่อยู่ในสหรัฐฯ บริษัทระบุว่าเป็นเจ้าของโรงแรม Marriott และ Hyatt รายใหญ่ รายได้รวม FY2025 $6,114M (+7.6%) และ 6M 2026 $3,285M (+3.3%) RevPAR ไตรมาส 2 ปี 2026 เพิ่ม 7.0% โดยได้แรงหนุนจากฟุตบอลโลกราว 160 bps ผู้บริหารปรับประมาณการ RevPAR ปี 2026 เป็น +4.75% ถึง +5.25% และ Adjusted FFO ต่อหุ้นเป็น $2.15 ถึง $2.18 กำไรปีนี้มีส่วนที่มาจากการขายโรงแรม Four Seasons ในไตรมาส 1 ซึ่งไม่เกิดซ้ำ ข้อมูลราคา ณ ปิด 16 ต.ค. 2026 / งบการเงินถึง 30 มิ.ย. 2026 (ไตรมาส 2 ปี 2026)
ผู้นำระดับโลกด้านการบริหารแบรนด์โรงแรมหรูและรีสอร์ตไลฟ์สไตล์ (Luxury, Lifestyle & All-Inclusive) ขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่โมเดล Asset-Light อย่างเต็มรูปแบบ ด้วยสัดส่วนกำไรจากค่าธรรมเนียมบริหารและแฟรนไชส์มากกว่า 85% พร้อมพอร์ตห้องพักรอการพัฒนา (Pipeline) สัดส่วนสูงสุดในอุตสาหกรรมกว่า 130,000 ห้อง — ข้อมูลตลาด ณ 29 ก.ย. 2026 / งบการเงิน 2Q2026 สิ้นสุด 30 มิ.ย. 2026
ผู้นำอันดับ 1 ธุรกิจพัฒนาและบริหารศูนย์การค้าและอสังหาริมทรัพย์แบบผสมผสาน (Retail-Led Mixed-Use Development) ของไทย ขับเคลื่อนการเติบโตด้วยระบบนิเวศศูนย์การค้า สำนักงาน โรงแรม และที่พักอาศัยครบวงจร — ข้อมูลตลาด ณ 7 ตุลาคม 2026 / ข้อมูลงบการเงิน ณ 30 มิถุนายน 2026
หนึ่งในผู้นำระดับโลกด้านความบันเทิงและรีสอร์ตครบวงจร (Bellagio, ARIA, The Cosmopolitan, MGM Grand, MGM China, BetMGM) — ข้อมูลตลาด ณ วันที่ 29 ก.ย. 2026 / งบการเงิน SEC Form 10-Q งวด 1H2026 สิ้นสุด 30 มิ.ย. 2026
บริษัทโฮลดิ้งธุรกิจโรงแรม สินทรัพย์ผสม และร้านอาหารข้ามชาติ 568 โรงแรมใน 57 ประเทศ และร้านอาหาร 2,779 สาขา รายได้ปี 2025 มาจากยุโรป 53% แต่กำไรมาจากไทยมากที่สุด กำไรหลัก 1H2026 โต 6% ต่ำกว่าเป้า 15–20% และ Net IBD/Equity เพิ่มเป็น 1.10 เท่าหลัง refinance perpetual bond พร้อมแผนภาพธุรกิจ แผนที่ความเสี่ยง และสมมติฐาน Bull / Base / Bear — ข้อมูลตลาด ณ 9 ต.ค. 2026 · งบ ณ 30 มิ.ย. 2026
ผู้นำอสังหาริมทรัพย์เพื่อการบริการและไลฟ์สไตล์ครบวงจรในเครือทีซีซี (TCC Group) ผู้พัฒนาพอร์ตโฟลิโอโรงแรมระดับเวิลด์คลาสร่วมกับ 6 เครือโรงแรมชั้นนำระดับโลก และอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ (Lifestyle Destination & Prime Office) ขับเคลื่อนการเติบโตด้วยกลยุทธ์ Sustainable Growth-led Strategy และขยายมูลค่าพอร์ตทรัพย์สิน (GAV) สู่ ฿224,100 ล้านบาท
ผู้นำธุรกิจโรงแรมระดับภูมิภาคภายใต้แบรนด์ Centara และเครือข่ายร้านอาหารยักษ์ใหญ่ Central Restaurants Group (CRG) กว่า 1,400 สาขา ครอบคลุมไทย มัลดีฟส์ ดูไบ และญี่ปุ่น — ข้อมูลตลาด ณ 14 ตุลาคม 2026 / งบการเงิน 1H2026 สิ้นสุด 30 มิถุนายน 2026
ผู้นำการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียมของไทย ทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม คอนโดมิเนียม และพอร์ตทรัพย์สินสร้างรายได้ประจำที่แข็งแกร่ง ทั้งโรงแรม Grande Centre Point ศูนย์การค้า Terminal 21 และอพาร์ตเมนต์ในสหรัฐอเมริกา พร้อมพอร์ตเงินลงทุนเชิงยุทธศาสตร์ใน HMPRO, QH, LHFG — ข้อมูลตลาด ณ 26 ก.ย. 2569 / ข้อมูลงบการเงิน 1H2026 สิ้นสุด 30 มิ.ย. 2569
ผู้ลงทุนและพัฒนาโรงแรมครบทุกระดับ ตั้งแต่ Luxury (Grand Hyatt Erawan, JW Marriott, The Naka Island) ถึง Midscale, Economy (ibis) และแบรนด์ Budget ของตนเอง HOP INN ในไทย ฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ รวมถึงศูนย์การค้า Erawan Bangkok — ข้อมูลตลาด ณ 25 ก.ย. 2026 / งบการเงิน 1H2026 สิ้นสุด 30 มิ.ย. 2026
ผู้พัฒนาบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม และคอนโดมิเนียม (Casa Ville, Laddarom, Q District, The Trust) พร้อมธุรกิจโรงแรม/เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ และถือหุ้นบริษัทร่วม HMPRO, LHFG, QHBREIT, QHHRREIT ซึ่งเป็นแหล่งกำไรหลัก — ข้อมูลตลาด ณ 28 ก.ย. 2026 (SET Factsheet) / งบการเงิน 1H2026 สิ้นสุด 30 มิ.ย. 2026
กองทรัสต์โรงแรมที่ใหญ่ที่สุดบน SET (Market Cap ฿14,580 ล้าน) ลงทุนในสิทธิการเช่า 100% ของโรงแรม Grande Centre Point 5 แห่ง รวม 2,287 ห้อง (กรุงเทพฯ 3 แห่ง: Terminal 21, Ratchadamri, Sukhumvit 55 / พัทยา 2 แห่ง: Pattaya, Space Pattaya) ให้เช่าแก่ L&H Hotel Management ในเครือ Land and Houses แบบค่าเช่าคงที่บวกค่าเช่าแปรผัน บริหารโดย บลจ. แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ — ข้อมูลตลาด ณ 28 ก.ย. 2026 / งบการเงิน 1H2026 สิ้นสุด 30 มิ.ย. 2026
นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ดินขนาดใหญ่ในเมืองทองธานี (นนทบุรี) เจ้าของและผู้บริหารศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม IMPACT ผ่านบริษัทย่อย และ IMPACT Growth REIT ที่บริษัทถือทางอ้อม 49.33% รายได้จากการขายอสังหาฯ ผันผวนตามจังหวะโครงการ ส่วนรายได้ค่าเช่าและบริการเป็นรายได้ประจำที่เพิ่มสัดส่วน ข้อมูลตลาด ณ 7 ต.ค. 2026 และงบการเงินไตรมาส 1/2027 (3 เดือนสิ้นสุด 30 มิ.ย. 2026)
กลุ่มธุรกิจโรงแรมและการบริการระดับตำนานของไทยอายุกว่า 75 ปี ผู้บุกเบิกการบริการมาตรฐานระดับสากลด้วยเอกลักษณ์ความเป็นไทย ดำเนินธุรกิจครอบคลุม 5 กลุ่มหลัก ได้แก่ ธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ตทั้งลงทุนเองและรับจ้างบริหาร (Dusit Thani, dusitD2, Dusit Princess, ASAI), ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์มิกซ์ยูสระดับเมกะโปรเจกต์ "ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค" (Dusit Central Park มูลค่า ฿46,000 ล้านบาท ร่วมทุนกับ CPN), ธุรกิจอาหาร (Dusit Foods, Epicure Catering, Bonjour Bakery), ธุรกิจการศึกษา (วิทยาลัยดุสิตธานี และ เลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิต) และธุรกิจบริการที่เกี่ยวข้อง ผลประกอบการงวด 1H2026 พลิกฟื้นทำกำไรสุทธิ ฿347 ล้านบาท จากรายได้รวม ฿6,903 ล้านบาท (+69.5% YoY) รับแรงหนุนจากการเปิดให้บริการโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ โฉมใหม่ และการเริ่มส่งมอบห้องชุด The Residences at Dusit Central Park — ข้อมูลตลาด ณ 24 ก.ย. 2026 / งบการเงิน ณ 30 มิ.ย. 2026
ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่อาศัยรายใหญ่ของไทย ด้วยแนวคิด "Beyond Residential" ขยายรายได้ประจำจากโรงแรม คลังสินค้า และบริการหลังการขาย งวด 1H2026 รายได้จากการดำเนินงาน ฿10,268 ล้านบาท (+30.1% YoY) กำไรสุทธิส่วนของบริษัทฯ ฿788 ล้านบาท (+48.4% YoY) หนี้สินที่มีดอกเบี้ย (IB D/E ไม่รวมหนี้สินตามสัญญาเช่า) 1.23 เท่า ณ 30 มิ.ย. 2026 ข้อมูลตลาด ณ 9 ต.ค. 2569 / ข้อมูลงบการเงิน 2Q26 สิ้นสุด 30 มิ.ย. 2569
ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายในกรุงเทพฯ (คอนโดมิเนียม บ้านแนวราบ และโครงการผสม) ที่มีรายได้ประจำจากโรงแรม ค่าเช่า อาหารและเครื่องดื่ม และบริการ ผลประกอบการปี 2568 และ 1H2569 ผันผวนมากจากการรับรู้รายได้เป็นงวด ๆ และกำไรจากการประเมินมูลค่าอสังหาฯ เพื่อการลงทุน ส่วนหนี้สินที่มีดอกเบี้ยอยู่ราว 2.3 เท่าของส่วนของผู้ถือหุ้น ใกล้เพดาน covenant ที่ 2.5 เท่า
เจ้าของและผู้ดำเนินงานโรงแรมหรู Shangri-La 2 แห่งในไทย ได้แก่ Shangri-La Bangkok และ Shangri-La Chiang Mai โดยกลุ่ม Shangri-La Asia ถือหุ้น 73.6% · มีเงินฝากประจำและเงินสดสุทธิราว ฿4.7 พันล้านบาท ไม่มีเงินกู้ดอกเบี้ย — ข้อมูลตลาด ณ 9 ต.ค. 2026 / งบการเงินรวม 6M2026 สิ้นสุด 30 มิ.ย. 2026
บริษัทโฮลดิ้งที่บริหารและลงทุนในโรงแรมระดับนานาชาติ 33 แห่ง รวม 4,035 ห้อง ใน 5 ประเทศ (ไทย มัลดีฟส์ ฟิจิ มอริเชียส และสหราชอาณาจักร) ผู้ถือหุ้นใหญ่คือกลุ่ม Singha Estate — ข้อมูลตลาด ณ 9 ต.ค. 2026 / งบการเงิน 1H2026 สิ้นสุด 30 มิ.ย. 2026
ผู้พัฒนาคอนโดมิเนียมตามแนวรถไฟฟ้าและบ้านจัดสรรผ่านโครงการร่วมทุนเป็นหลัก ขยายไปโรงแรม บริการ และคลังสินค้า 1H2026 กำไรสุทธิ ฿254.6 ล้าน (−41%) จากรายได้ขายที่ลดลงเมื่อการโอนหลายโครงการไปอยู่ในกิจการร่วมค้า กำไรครึ่งปีพึ่งส่วนแบ่งกำไร JV ฿432.1 ล้าน หนี้ที่มีดอกเบี้ย ฿31,352 ล้าน 52.9% ครบกำหนดภายใน 12 เดือน เงินสด ฿427 ล้าน ราคาหุ้นเป็น 0.20 เท่าของมูลค่าทางบัญชี — ข้อมูลตลาด ณ 9 ต.ค. 2026 / ข้อมูลงบการเงินถึง 30 มิ.ย. 2026
เจ้าของอาคารและที่ดินของโรงแรม Mandarin Oriental, Bangkok (331 ห้อง) ซึ่งบริหารโดย Mandarin Oriental Hotel Group ภายใต้สัญญาบริหารที่เริ่มปี 1988 ปี 2025 รายได้โรงแรมลด 6.7% และกำไรสุทธิลด 25.3% จากแผ่นดินไหวและความต้องการท่องเที่ยวที่ชะลอ งวด 6M2026 รายได้ +19.9% และกำไรสุทธิ +29.9% หนี้สินมีดอกเบี้ยสุทธิลดเหลือ 1,507 ล้านบาท (Net IB D/E 0.50 เท่า) ไม่มีการจ่ายปันผลในปี 2021–2025 และไม่มีโบรกเกอร์ติดตาม
พัฒนาและให้เช่าอสังหาฯ เชิงพาณิชย์ย่านปทุมวัน–ราชเทวี ได้แก่ศูนย์การค้าค้าส่งแฟชั่น ศูนย์การค้า โรงแรม 3 แห่ง (995 ห้อง) และอาคารสำนักงาน PIER 111 งวด 6 เดือนแรกปี 2026 กำไรสุทธิ 306.18 ล้านบาท (+35%) แต่มีกำไรพิเศษ 90.54 ล้านบาทจากการแก้ไขสัญญาเช่าที่ดิน เมื่อตัดรายการนี้กำไรปกติเพิ่มประมาณ 3% หนี้สินมีดอกเบี้ยรวมเช่า 3,584 ล้านบาท ไม่มีโบรกเกอร์ติดตาม
นักพัฒนาและลงทุนอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร รายได้ราว 74% มาจากธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ท (SAii, Outrigger) ที่อยู่อาศัย อาคารสำนักงานและศูนย์การค้า และนิคมอุตสาหกรรม ปี 2025 ขาดทุนสุทธิส่วนบริษัทฯ 1,366 ล้านบาทจากการด้อยค่า ครึ่งปีแรก 2026 โรงแรมกลับมามีกำไรปฏิบัติการ แต่หนี้มีดอกเบี้ย 37,259 ล้านบาทและหนี้ที่ครบกำหนดใน 12 เดือน 10,800 ล้านบาทเป็นประเด็นหลัก ข้อมูลตลาด ณ 9 ต.ค. 2026 / งบการเงิน 6M/2026 สิ้นสุด 30 มิ.ย. 2026
กองทรัสต์ถือกรรมสิทธิ์และสิทธิการเช่าโรงแรมและเซอร์วิสอพาร์ทเมนต์ เซนเตอร์ พอยต์ 4 โครงการในกรุงเทพฯ และให้ Centre Point Hospitality ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่ม QH เช่า ค่าเช่าประกอบด้วยส่วนคงที่และส่วนผันแปร 90% ของ EBITDA โรงแรม ราคา ฿8.15 ต่ำกว่า NAV ฿12.99 ต่อหน่วย (0.63 เท่า) จำนวนหน่วยเพิ่มจาก 336 ล้านเป็น 405 ล้านหน่วยในมีนาคม 2026 และสัญญาเช่าช่วงโครงการสีลมจะสิ้นสุด 31 ธ.ค. 2026 ข้อมูลตลาด ณ 9 ต.ค. 2026 งบการเงินถึง 30 มิ.ย. 2026
บริษัทโรงแรม ให้เช่าพื้นที่ และพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ระหว่างปรับโครงสร้างหนี้ มีหุ้นกู้ 13 ชุด (฿3,772 ล้าน ณ 31 ธ.ค. 2025) ส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ ฿398 ล้าน ณ 31 มี.ค. 2026 ผู้สอบบัญชี EY ไม่แสดงความเห็นทั้งงบปี 2025 และผลสอบทานงวด Q1/2026 หุ้นอยู่ในสถานะ Suspend (SP) ข้อมูลตลาด ณ 8 ต.ค. 2026 งบล่าสุด Q1/2026
ไม่พบหุ้นที่ค้นหา