Risk Reward Ratio (RRR) คืออัตราส่วนระหว่างกำไรที่คาดว่าจะได้ ถ้าราคาไปถึงเป้าหมาย กับขาดทุนที่ต้องยอมรับ ถ้าราคาลงไปถึงจุดตัดขาดทุน (stop loss) ตัวเลขนี้ตอบคำถามว่า "เสี่ยงเสีย 1 บาท เพื่อโอกาสได้กี่บาท"
ตัวอย่างเช่น RRR 2 หรือเขียนว่า 1:2 แปลว่ายอมเสี่ยงขาดทุน 1 ส่วน เพื่อโอกาสกำไร 2 ส่วน บางแหล่งเขียนกลับด้านเป็น reward:risk ให้ดูว่าตัวไหนคือฝั่งความเสี่ยงก่อนตีความ
ต้องกำหนด 3 ราคาก่อนเข้าซื้อ ได้แก่ ราคาเข้าซื้อ จุดตัดขาดทุน และราคาเป้าหมาย
ความเสี่ยงต่อหุ้น = ราคาเข้าซื้อ − จุดตัดขาดทุน
ผลตอบแทนต่อหุ้น = ราคาเป้าหมาย − ราคาเข้าซื้อ
RRR = ผลตอบแทนต่อหุ้น ÷ ความเสี่ยงต่อหุ้น
ความเสี่ยงต่อหุ้น = จุดตัดขาดทุน − ราคาที่ขาย
ผลตอบแทนต่อหุ้น = ราคาที่ขาย − ราคาเป้าหมาย
ซื้อหุ้นที่ราคา 50 บาท ตั้งจุดตัดขาดทุนที่ 46 บาท ใต้แนวรับที่เห็นจากกราฟ และตั้งเป้าหมายที่ 60 บาท ตามมูลค่าที่ประเมินไว้
ถ้าเป้าหมายอยู่ที่ 54 บาท RRR จะเหลือ 1 คือเสี่ยงเท่ากับที่จะได้ จุดเข้าซื้อนี้จึงน่าสนใจน้อยลงมาก แม้จะเป็นหุ้นตัวเดียวกัน
RRR ยิ่งสูง ยิ่งไม่ต้องคาดถูกบ่อย อัตราชนะขั้นต่ำที่ทำให้เท่าทุน (ยังไม่รวมค่าคอมมิชชัน) คำนวณจาก 1 ÷ (1 + RRR)
| RRR | อัตราชนะขั้นต่ำเพื่อเท่าทุน |
|---|---|
| 1:0.5 | 66.7% |
| 1:1 | 50.0% |
| 1:1.5 | 40.0% |
| 1:2 | 33.3% |
| 1:3 | 25.0% |
ภาพรวมของระบบการลงทุนดูได้จากค่าคาดหวัง (expectancy) = (อัตราชนะ × กำไรเฉลี่ย) − (อัตราแพ้ × ขาดทุนเฉลี่ย) จากตัวอย่างข้างต้น ถ้าคาดถูก 40% ของครั้ง ได้ครั้งละ 10 บาท และเสียครั้งละ 4 บาท ค่าคาดหวังคือ (0.4 × 10) − (0.6 × 4) = 1.6 บาทต่อหุ้นต่อครั้ง เป็นบวก แม้คาดผิดมากกว่าคาดถูก
เมื่อรู้ความเสี่ยงต่อหุ้นแล้ว ให้กำหนดก่อนว่ายอมขาดทุนได้เท่าไรต่อการซื้อหนึ่งครั้ง หลายคนใช้ 1–2% ของเงินลงทุนทั้งหมด แล้วคำนวณจำนวนหุ้นจาก
จำนวนหุ้น = เงินที่ยอมขาดทุนได้ ÷ ความเสี่ยงต่อหุ้น
พอร์ต 100,000 บาท ยอมขาดทุน 1% = 1,000 บาท ความเสี่ยงต่อหุ้น 4 บาท จึงซื้อได้ 1,000 ÷ 4 = 250 หุ้น ใช้เงิน 12,500 บาท หุ้นไทยซื้อขายขั้นต่ำ 100 หุ้น จึงปัดลงเป็น 200 หุ้น ถ้าราคาลงถึงจุดตัดขาดทุน จะเสีย 800 บาท ไม่เกินที่ตั้งไว้