หนึ่งในผู้ค้าปลีกชิ้นส่วนยานยนต์หลังการขายรายใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ ด้วย 6,695 สาขาใน 4 ประเทศ โมเดลสองตลาด DIY กับ Professional สัดส่วนใกล้เคียง 50:50 ยอดขายสาขาเดิมไตรมาส 2 ปี 2026 โต 6.0% และแนวทางปี 2026 ปรับขึ้นเป็น 4%–6% ข้อมูลตลาด ณ ปิดตลาด 9 ต.ค. 2026 · งบการเงินถึง 30 มิ.ย. 2026
ผู้นำอันดับหนึ่งในธุรกิจค้าปลีกและจัดจำหน่ายชิ้นส่วนและอุปกรณ์ตกแต่งยานยนต์ในทวีปอเมริกา ด้วย 8,031 สาขา โมเดลซัพพลายเชน Mega-Hub สัดส่วนเจ้าหนี้การค้าต่อสต็อก 111.1% และการซื้อหุ้นคืนสะสมกว่า $40.5B — ข้อมูลตลาด ณ 7 ต.ค. 2026 · งบการเงินสิ้นสุดปีบัญชี 2026 (29 ส.ค. 2026 ยื่น 22 ก.ย. 2026)
ผู้ค้าปลีกสินค้าตกแต่งบ้านและเครื่องใช้ในครัวระดับพรีเมียม ขายผ่านแบรนด์ Pottery Barn, West Elm, Williams Sonoma และ Pottery Barn Kids ราว 65% ของยอดขาย FY2025 มาจากออนไลน์ · ยอดขาย 6 เดือนแรกปีบัญชี 2026 โต 5.6% และ comparable brand revenue ไตรมาส 2 โต 6.2% · กำไร GAAP ได้ประโยชน์จากการคืนภาษี IEEPA แต่กำไรจากการดำเนินงานแบบ non-GAAP ลดลง 60 bps · ข้อมูลตลาด ณ ปิด 16 ต.ค. 2026 / งบการเงิน 10-Q ไตรมาส 2 ปีบัญชี 2026 สิ้นสุด 2 ส.ค. 2026
ผู้ค้าปลีกความงามเฉพาะทางของสหรัฐฯ ที่มีสาขา 1,534 แห่งในประเทศ และ Space NK อีก 88 แห่งในอังกฤษและไอร์แลนด์ ยอดขายครึ่งปีแรก FY2026 โต 10.0% และกำไรจากการดำเนินงานโต 10.9% ฝ่ายบริหารเพิ่มประมาณการ EPS เป็น $28.70–29.00 แต่การซื้อหุ้นคืนในครึ่งปีแรกใช้เงินสูงกว่ากระแสเงินสดจากการดำเนินงานมาก ราคาอ้างอิงจากปิด 16 ต.ค. 2026 · งบการเงินล่าสุด 10-Q ไตรมาส 2 FY2026 (สิ้นสุด 1 ส.ค. 2026)
ผู้ค้าปลีกสินค้าเพื่อชีวิตในชนบทของสหรัฐฯ ที่มี 2,463 สาขา Tractor Supply และ 209 สาขา Petsense (ณ 27 มิ.ย. 2026) ยอดขายครึ่งปีแรก 2026 โต 2.9% แต่ comp ติดลบ 0.6% และกำไรจากการดำเนินงานลดลง 15% · บริษัทปรับลด guidance ปีบัญชี 2026 หลังไตรมาส 2 ต่ำกว่าคาด พร้อมตั้งค่าเผื่อด้อยค่า Petsense และปิดสาขา Petsense ราว 75 แห่ง · ข้อมูลตลาด ปิด 14 ต.ค. 2026 / งบการเงิน 10-Q งวด 2Q ปี 2026 สิ้นสุด 27 มิ.ย. 2026
แพลตฟอร์มขายเฟอร์นิเจอร์และสินค้าตกแต่งบ้านออนไลน์ชั้นนำของสหรัฐฯ มีแบรนด์หลักคือ Wayfair, AllModern, Birch Lane, Joss & Main และ Perigold ราว 88% ของยอดขาย FY2025 มาจากสหรัฐฯ ไตรมาส 2 ปี 2026 ยอดขายโต 7.5% เป็น $3,519 ล้าน และ Adjusted EBITDA โต 18% เป็น $242 ล้าน ขณะที่ขาดทุนสุทธิยังอยู่ และส่วนของผู้ถือหุ้นติดลบราว $2.8 พันล้าน · ข้อมูลตลาด ณ ปิด 16 ต.ค. 2026 / งบการเงิน 10-Q ไตรมาส 2 ปี 2026 สิ้นสุด 30 มิ.ย. 2026
ผู้ค้าปลีกวิดีโอเกม อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และสินค้าสะสมป๊อปคัลเจอร์รายใหญ่ ดำเนินการสาขาร้านค้าปลีกและแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในสหรัฐฯ แคนาดา ออสเตรเลีย และยุโรป ภายใต้การนำของประธานกรรมการและซีอีโอ Ryan Cohen บริษัทลดต้นทุนสาขาที่ไม่ทำกำไรอย่างต่อเนื่อง พร้อมปรับโครงสร้างธุรกิจมุ่งเน้นสินค้าสะสม (Collectibles) การ์ดสะสม และการบริหารเงินสดสำรองกว่า 5 พันล้านดอลลาร์ผ่านพอร์ตการลงทุนในตราสารทุนและสินทรัพย์สภาพคล่อง
ผู้นำธุรกิจค้าปลีกสินค้าไลฟ์สไตล์ (Lifestyle Specialty Retail) ชั้นนำของประเทศไทย ภายใต้แบรนด์ "Moshi Moshi" ดำเนินธุรกิจจำหน่ายสินค้าในชีวิตประจำวันกว่า 22,000 SKUs ในราคาย่อมเยา ผ่านเครือข่าย 222 สาขาทั่วประเทศ ขับเคลื่อนการเติบโตด้วยกลยุทธ์สินค้าลิขสิทธิ์ระดับโลก (Character Collaboration) อาทิ Sanrio, Disney, Snoopy และ Care Bears ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) แข็งแกร่งเกิน 55% และกำไรสุทธิ 1H2026 เติบโต +21.5% YoY แตะ ฿352.84 ล้านบาท ฐานะการเงินแกร่ง ไร้หนี้เงินกู้ยืมสถาบันการเงิน (Net Cash on Financial Debt) และได้รับคัดเลือกเป็น Forbes Asia Best Under A Billion ต่อเนื่อง 2 ปีซ้อน — ข้อมูลตลาด 30 กันยายน 2026 / ข้อมูลงบการเงิน 30 มิถุนายน 2026
ผู้ค้าปลีกเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์บำรุงผิวแบบหลายแบรนด์ (Multi-brand) ผ่านร้าน Beauty Buffet 29 สาขา (ธ.ค. 2025), ออนไลน์, โมเดิร์นเทรด และต่างประเทศ รายได้จากการขายลดลงจาก ฿433.6 ล้าน (FY2023) เหลือ ฿240.0 ล้าน (TTM มิ.ย. 2026) และยังขาดทุนสุทธิ ฿28.5 ล้านใน 1H2026 แม้ฐานเงินสดและเงินฝากระยะสั้น ฿271.6 ล้านยังแข็งและไม่มีหนี้สถาบันการเงิน — ข้อมูลตลาด ณ 7 ต.ค. 2026 และงบการเงินสอบทานล่าสุด ณ 30 มิ.ย. 2026
ไม่พบหุ้นที่ค้นหา