เขียนโดย HypeTimes Staff · ข้อมูล ณ 30 กันยายน 2026
1. สรุปสำหรับผู้บริหาร (Executive Summary) บทวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ ตัวชี้วัดสำคัญทางการเงิน และกรอบการประเมินมูลค่าหุ้น — ข้อมูลตลาด ณ วันที่ 30 กันยายน 2026 / งบการเงิน ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2026
มูลค่าตลาด (Market Cap)
฿11,303 ล้าน
กำไรสุทธิ 1H2026
฿352.84 ล้าน
อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) 1H26
55.27%
P/E (TTM) · P/BV
15.43x · 4.22x
เทรดต่ำกว่าค่าเฉลี่ยประวัติศาสตร์ (>25x)
(Settrade) สถานะหนี้สินสถาบันการเงิน
Net Cash
จุดเปลี่ยนเชิงกลยุทธ์สำคัญ (Key Strategic Inflection Points)
ความสำเร็จของโมเดล Fast-Fashion Lifestyle: MOSHI สามารถเปลี่ยนพฤติกรรมการซื้อสินค้าเบ็ดเตล็ดให้กลายเป็น “สินค้าแฟชั่นที่ต้องซื้อซ้ำเป็นประจำ” ด้วยการออกสินค้าใหม่มากกว่า 2,000–3,000 รายการต่อเดือน ในระดับราคาที่เข้าถึงง่ายมาก (เฉลี่ย 20–150 บาท) กระตุ้นการตัดสินใจซื้อแบบทันที (Impulse Buying)
กลยุทธ์สินค้าลิขสิทธิ์ระดับโลก (IP Collaboration Engine): การร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับเจ้าของลิขสิทธิ์การ์ตูนชั้นนำ เช่น Sanrio (Hello Kitty, Cinnamoroll, Kuromi), Disney, Peanuts (Snoopy), Care Bears และศิลปินอินเตอร์ ช่วยเพิ่มราคาขายเฉลี่ยต่อชิ้น (ASP) และยกอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ขึ้นเหนือระดับ 55%
การขยายเครือข่ายทะลุ 222 สาขา: การเร่งเปิดสาขาใหม่ปีละ 30–35 สาขา กระจายสู่หัวเมืองรอง ไฮเปอร์มาร์เก็ต และคอมมูนิตี้มอลล์ ทำให้บริษัทมีประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale) เหนือคู่แข่งในหมวดสินค้าไลฟ์สไตล์อย่างเด็ดขาด
ฐานะการเงินแข็งแกร่งระดับ Net Cash: MOSHI ไม่มีภาระเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน (หนี้สินตามงบส่วนใหญ่เป็นหนี้สัญญาเช่าพื้นที่สาขา TFRS 16) ทำให้มีกระแสเงินสดอิสระสูง สามารถจ่ายเงินปันผลในอัตรา Payout Ratio สูงกว่า 60% สม่ำเสมอ
การได้รับคัดเลือกเป็น Forbes Asia Best Under A Billion: การได้รับการยอมรับในระดับภูมิภาคเอเชียติดต่อกันเป็นปีที่สอง (2025–2026) ตอกย้ำความโปร่งใส ความสามารถในการทำกำไร และการเติบโตของผลการดำเนินงานที่โดดเด่นท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจไทยที่ชะลอตัว
สรุปสถานการณ์จำลองผลการดำเนินงาน (Scenario Matrix Summary)
สถานการณ์
SSSG ปี 69E
สาขาใหม่
รายได้ (฿M)
กำไรสุทธิ (฿M)
P/E เหมาะสม
ราคาเป้าหมาย
อัปไซด์
Bull Case
+8.0%
+38 สาขา
4,250
795
22.0x
฿53.00
+54.7%
Base Case
+4.0%
+32 สาขา
4,050
745
19.0x
฿43.00
+25.5%
Bear Case
-2.0%
+20 สาขา
3,750
660
15.5x
฿31.00
-9.5%
2. ข้อมูลพื้นฐานและสรุปข้อสนเทศ (Factsheet) สรุปข้อมูลเชิงสถิติ โครงสร้างเงินทุน และตัวชี้วัดตลาด — ข้อมูล ณ วันที่ 30 กันยายน 2026
มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด
฿11,302.50M
อัตราส่วน P/E (TTM)
15.43x
อัตราผลตอบแทนเงินปันผล
3.56%
กรอบราคา 52 สัปดาห์
฿30.25 - ฿43.25
จำนวนหุ้นชำระแล้ว
330.00M หุ้น
สัดส่วนผู้ถือหุ้นรายย่อย (Free Float)
26.83%
ตารางรายละเอียดบริษัท (Corporate Profile & Identification)
ข้อมูลองค์กร
รายละเอียด
ชื่อบริษัท
บริษัท โมชิ โมชิ รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) / Moshi Moshi Retail Corporation PCL
ชื่อย่อหลักทรัพย์
MOSHI (SET) / MOSHI.BK (Bloomberg / Reuters)
ตลาดรองที่เข้าจดทะเบียน
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) — เข้าซื้อขายวันแรก 22 ธันวาคม 2565
กลุ่มอุตสาหกรรม / หมวดธุรกิจ
บริการ (Services) / พาณิชย์ (Commerce) / Distribution Services
ประธานกรรมการบริษัท
นายสามารถ ฉัตรบริรักษ์
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO)
นายสง่า บุญสงเคราะห์
สำนักงานใหญ่
เลขที่ 250 ซอยบางบอน 3 ซอย 12 แขวงหลักสอง เขตบางแค กรุงเทพมหานคร 10160
ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ 3 อันดับแรก
1. น.ส. มัณฑนา อัศวเมธา (12.35%), 2. นายสง่า บุญสงเคราะห์ (9.62%), 3. นายสมชาย บุญสงเคราะห์ (9.60%)
นโยบายการจ่ายเงินปันผล
ไม่น้อยกว่า 40% ของกำไรสุทธิหลังหักภาษีเงินได้และทุนสำรองตามกฎหมาย
3. ลักษณะการประกอบธุรกิจและโครงสร้างการดำเนินงาน (Business Overview & Detailed Operations) วิเคราะห์ห่วงโซ่คุณค่า โมเดลร้านค้าปลีกไลฟ์สไตล์ เครือข่ายสาขา และระบบการบริหารจัดการสินค้า — ข้อมูล ณ กันยายน 2026
ประวัติความเป็นมาและรากฐานทางธุรกิจ (Heritage & Evolution) MOSHI มีจุดเริ่มต้นและประสบการณ์ในอุตสาหกรรมสินค้ากิฟต์ช็อปและเครื่องเขียนมายาวนานกว่า 50 ปี โดยเริ่มต้นจากร้าน “พร้อมภัณฑ์” ในปี 2516 ซึ่งเป็นร้านค้าปลีกและส่งเครื่องเขียนย่านฝั่งธนบุรี ต่อมาได้ขยายเข้าสู่ศูนย์กลางค้าส่งสำเพ็งภายใต้ชื่อ “บอสส์เซนเตอร์” ทำให้ผู้บริหารมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในพฤติกรรมผู้บริโภค แหล่งผลิต และโครงสร้างต้นทุนสินค้าเบ็ดเตล็ด
ในปี 2559 ผู้บริหารได้เล็งเห็นช่องว่างทางการตลาดระหว่าง “ร้านสินค้าราคาเดียว (Single Price Shop)” ที่เน้นความถูกแต่สินค้าซ้ำซาก กับ “ร้านไลฟ์สไตล์นำเข้าจากต่างประเทศ” ที่ดีไซน์สวยงามแต่ราคาสูงเกินไปสำหรับวัยรุ่น จึงได้พัฒนาแบรนด์ “Moshi Moshi” ขึ้นมา โดยเปิดสาขาแรกที่ศูนย์การค้าแพลทินัม แฟชั่น มอลล์ และได้รับความนิยมอย่างล้นหลามจนกลายเป็นปรากฏการณ์ค้าปลีกไลฟ์สไตล์สัญชาติไทยที่เติบโตเร็วที่สุด
โครงสร้างกลุ่มสินค้า 12 หมวดหมู่ (Product Architecture) MOSHI บริหารจัดการสินค้ามากกว่า 22,000 SKUs โดยแบ่งออกเป็น 12 กลุ่มผลิตภัณฑ์หลักที่ครอบคลุมทุกมิติการใช้ชีวิตประจำวัน:
เครื่องใช้ในบ้าน (Home Furnishing & Appliances): กล่องเก็บของ, โคมไฟ, ตะกร้าผ้า, พรมเช็ดเท้า, หมอนรองคอ, แก้วน้ำเก็บอุณหภูมิ (คิดเป็นสัดส่วนยอดขายสูงสุด ~38%)
เครื่องเขียนและอุปกรณ์สำนักงาน (Stationery): ปากกา, สมุดโน้ต, ดินสอกด, สติกเกอร์, เทปตกแต่ง, อุปกรณ์แฟ้มเอกสาร (สัดส่วน ~22%)
กระเป๋าและสินค้าแฟชั่น (Bags & Apparel): กระเป๋าสะพาย, กระเป๋าผ้าแคนวาส, ถุงเท้า, หมวก, ร่ม, ผ้าพันคอ (สัดส่วน ~16%)
ตุ๊กตาและของเล่น (Plush Toys & Novelties): ตุ๊กตาผ้าสัมผัสนุ่มพิเศษหลากหลายขนาด, ของเล่นเสริมทักษะ, พวงกุญแจตุ๊กตา (สัดส่วน ~14%)
อุปกรณ์เสริมความงามและเครื่องสำอาง (Beauty & Personal Care): กระจกพกพา, หวี, แปรงแต่งหน้า, สำลี, กระเป๋าเครื่องสำอาง, กิ๊บติดผม
อุปกรณ์ไอทีและดิจิทัล (IT Accessories): สายชาร์จสมาร์ตโฟน, เคสโทรศัพท์, หูฟัง, แผ่นรองเมาส์, ขาตั้งมือถือ
สินค้าตามฤดูกาลและเทศกาล (Seasonal & Festival): สินค้าเทศกาลปีใหม่, วาเลนไทน์, สงกรานต์, ฮาโลวีน, คริสต์มาส
อาหาร ขนมขบเคี้ยว และเครื่องดื่ม (Snacks & Beverages): ขนมนำเข้า, ลูกอม, เครื่องดื่มรสผลไม้
อุปกรณ์สำหรับการเดินทาง (Travel Accessories): แท็กกระเป๋า, หมอนเป่าลม, ผ้าคลุมกระเป๋าเดินทาง, ชุดขวดแบ่งพกพา
อุปกรณ์สำหรับสัตว์เลี้ยง (Pet Accessories): ชามอาหาร, สายจูง, เสื้อผ้าสัตว์เลี้ยง, ที่นอนสัตว์เลี้ยง
อุปกรณ์ทำความสะอาดและซักรีด (Cleaning & Laundry): ไม้แขวนเสื้อ, ถุงซักผ้า, แปรงขัดทำความสะอาด
สินค้าลิขสิทธิ์เฉพาะ (Licensed IP Collections): ผลิตภัณฑ์ที่ร่วมมือกับเจ้าของลิขสิทธิ์ระดับสากล
กลยุทธ์การขับเคลื่อนด้วยสินค้าลิขสิทธิ์ (IP Collaboration Engine) จุดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์และสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันที่เลียนแบบได้ยาก (Moat) ของ MOSHI คือ ความสามารถในการบริหารจัดการ สินค้ากลุ่มลิขสิทธิ์ (Licensed Products) โดยบริษัทร่วมมือกับเจ้าของลิขสิทธิ์ชั้นนำของโลกอย่างเป็นทางการ ได้แก่:
Sanrio Character Group: คาแรกเตอร์ยอดนิยมตลอดกาลอย่าง Hello Kitty, My Melody, Kuromi, Cinnamoroll, Pompompurin, Pochacco
The Walt Disney Company: Mickey & Friends, Winnie the Pooh, Disney Princess, Toy Story
Peanuts Worldwide: Snoopy and the Peanuts Gang
Care Bears: ตุ๊กตาหมีแคร์แบร์หลากสีสันที่สร้างกระแสตอบรับระดับปรากฏการณ์ในกลุ่มวัยรุ่น Gen Z
Thai & Asian Illustrators: การสนับสนุนศิลปินนักวาดภาพประกอบชาวไทยและเอเชียเพื่อสร้างคอลเลกชัน Limited Edition
สินค้ากลุ่มลิขสิทธิ์คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 25%–30% ของยอดขายรวม และมีอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) สูงถึง 58%–62% ซึ่งสูงกว่าสินค้าทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งยังช่วยดึงดูดลูกค้ากลุ่มแฟนคลับและกระตุ้นให้เกิดการซื้อสะสม (Collectibles)
เครือข่ายสาขาและระบบซัพพลายเชน (Store Network & Supply Chain Agility)
การขยายสาขาแตะ 222 สาขา: กระจายตัวอยู่ในศูนย์การค้าชั้นนำ (Central, The Mall, Robinson), ไฮเปอร์มาร์เก็ต (Lotus’s, Big C), และสาขาแบบ Standalone ในทำเลใจกลางเมือง โดยมีขนาดพื้นที่เฉลี่ย 100–300 ตารางเมตรต่อสาขา
ความคล่องตัวของซัพพลายเชน: MOSHI มีทีมงานออกแบบผลิตภัณฑ์ In-house ทำงานร่วมกับโรงงานผู้ผลิต OEM ชั้นนำทั้งในประเทศและต่างประเทศ (จีน เกาหลีใต้ เวียดนาม) กว่า 200 แห่ง ทำให้สามารถนำสินค้าจากแบบร่างสู่หน้าร้าน (Concept-to-Shelf) ได้ภายในเวลาเพียง 45–60 วัน
ศูนย์กระจายสินค้าอัตโนมัติ: คลังสินค้าส่วนกลางพื้นที่กว่า 40,000 ตร.ม. พร้อมระบบการจัดการคลังสินค้าแบบ WMS (Warehouse Management System) ทำให้สามารถจัดส่งสินค้าเติมเต็มหน้าร้านสาขาทั่วประเทศได้ภายใน 24–48 ชั่วโมง ป้องกันปัญหาสินค้าขาดสต็อก
การเติบโตของรายได้ EBITDA กำไรสุทธิ อัตรากำไร และการเปรียบเทียบงวดครึ่งปีแรก — ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2026
รายได้รวม 1H2026
฿1,947.77M
อัตรากำไรสุทธิ (NPM)
18.11%
รายได้รวม EBITDA และกำไรสุทธิ — FY2023 ถึง TTM มิ.ย. 2026
ที่มา: งบการเงินตรวจสอบประจำปี 2566–2568 และคำอธิบายและการวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ (MD&A) ไตรมาส 2/2569 สิ้นสุด 30 มิ.ย. 2569 ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
ตารางผลประกอบการย้อนหลังและการเติบโต (Financial Performance History)
รายการทางการเงิน (฿ ล้าน)
FY2023
FY2024
FY2025
1H2025
1H2026
TTM มิ.ย. 26
รายได้รวม (Total Revenue)
2,543.26
3,127.91
3,682.74
1,663.10
1,947.77
3,967.41
— การเติบโต (% YoY)
+34.2%
+23.0%
+17.7%
+24.4%
+17.1%
+18.5%
กำไรขั้นต้น (Gross Profit)
1,354.20
1,698.45
2,025.50
894.20
1,076.50
2,207.80
— อัตรากำไรขั้นต้น (GPM %)
53.25%
54.30%
55.00%
53.77%
55.27%
55.65%
EBITDA
685.50
875.20
1,105.40
485.60
582.40
1,202.20
— อัตรากำไร EBITDA (EBITDA Margin %)
26.95%
27.98%
30.02%
29.20%
29.90%
30.30%
กำไรจากการดำเนินงาน (EBIT)
563.22
730.10
922.20
405.30
486.50
1,003.40
กำไรสุทธิ (Net Profit)
401.51
520.68
670.22
290.42
352.84
732.64
— อัตรากำไรสุทธิ (NPM %)
15.79%
16.65%
18.20%
17.46%
18.11%
18.47%
กำไรต่อหุ้น (EPS — ฿)
1.22
1.58
2.03
0.88
1.07
2.22
แนวโน้มอัตรากำไร EBITDA Margin และ Net Profit Margin (%)
ที่มา: คำนวณจากงบการเงินรวมของ MOSHI โดยอัตรากำไรสุทธิและอัตรากำไร EBITDA ขยายตัวอย่างต่อเนื่องจากการควบคุมสัดส่วน SG&A ต่อยอดขาย
เปรียบเทียบผลการดำเนินงาน 1H2025 vs 1H2026 (฿ ล้าน)
ที่มา: MD&A 2Q26 และรายงานสรุปผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกสิ้นสุด 30 มิ.ย. 2569 รายได้เติบโต +17.1% และกำไรสุทธิเติบโต +21.5% YoY
5. งบแสดงฐานะการเงินและกระแสเงินสด (Balance Sheet & Cash Flows) วิเคราะห์โครงสร้างสินทรัพย์ หนี้สิน ส่วนของผู้ถือหุ้น และความมั่งคั่งของกิจการ — ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2026
สินทรัพย์รวม (Assets)
฿5,051.71M
หนี้สินรวม (Liabilities)
฿2,370.97M
ส่วนของผู้ถือหุ้น (Equity)
฿2,680.74M
โครงสร้างสินทรัพย์ หนี้สิน และส่วนของผู้ถือหุ้น — 2566 ถึง 30 มิ.ย. 2569 (฿ ล้าน)
ที่มา: งบแสดงฐานะการเงินรวมของ MOSHI ยืนยันสมการบัญชี สินทรัพย์รวม = หนี้สินรวม + ส่วนของผู้ถือหุ้น ทุกงวดบัญชีอย่างถูกต้องสมบูรณ์
ตารางโครงสร้างฐานะการเงิน (Balance Sheet Breakdown)
รายการงบแสดงฐานะการเงิน (฿ ล้าน)
31 ธ.ค. 2566
31 ธ.ค. 2567
31 ธ.ค. 2568
30 มิ.ย. 2569
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด
1,185.00
1,155.00
450.00
125.60
สินค้าคงเหลือสุทธิ (Inventories)
682.40
845.20
1,120.50
1,185.40
สินทรัพย์หมุนเวียนรวม
1,985.20
2,120.40
1,750.60
1,510.20
ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ (PP&E)
425.30
680.50
1,480.20
1,620.50
สินทรัพย์สิทธิการใช้ (ROU Assets — สัญญาเช่า)
1,180.50
1,510.20
1,745.00
1,845.30
สินทรัพย์รวม (Total Assets)
3,643.02
4,375.68
5,051.36
5,051.71
เจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้หมุนเวียนอื่น
325.40
412.50
445.60
410.20
หนี้สินตามสัญญาเช่า (Lease Liabilities — รวมสั้น/ยาว)
1,250.00
1,550.00
1,780.00
1,879.25
หนี้สินเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน
0.00
0.00
0.00
0.00
หนี้สินรวม (Total Liabilities)
1,661.10
2,054.17
2,320.86
2,370.97
ทุนจดทะเบียนและชำระแล้ว
300.00
330.00
330.00
330.00
ส่วนเกินมูลค่าหุ้นและกำไรสะสม
1,681.92
1,991.51
2,400.50
2,350.74
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม (Total Equity)
1,981.92
2,321.51
2,730.50
2,680.74
6. โครงสร้างหนี้สินและสภาพคล่อง (Debt & Leverage Profile) การวิเคราะห์ภาระหนี้สิน ความสามารถในการชำระดอกเบี้ย และสถานะทางการเงินสุทธิ — ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2026
หนี้สินรวม / ส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E)
0.88x
หนี้สินมีภาระดอกเบี้ยต่อทุน (IB D/E)
0.70x
หนี้สินสถาบันการเงินสุทธิ
฿0.00
ความสามารถในการชำระดอกเบี้ย
>25.0x
อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุน (IB D/E) และ Net IB D/E
ที่มา: คำนวณจากงบการเงินรวมของ MOSHI โดยหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยทั้งหมดประกอบด้วยหนี้สินตามสัญญาเช่าพื้นที่สาขา (TFRS 16) เท่านั้น ปราศจากเงินกู้ยืมสถาบันการเงิน
สภาพคล่องและการบริหารเงินทุนหมุนเวียน (Working Capital Dynamics)
วงจรเงินสดติดลบหรือต่ำมาก (Negative/Low Cash Conversion Cycle): ธุรกิจค้าปลีกของ MOSHI รับชำระค่าสินค้าจากลูกค้าเป็นเงินสด บัตรเครดิต หรือสแกน QR Code ทันที ในขณะที่ได้รับเครดิตการค้าจากเจ้าหนี้การค้า (OEM Suppliers) นาน 60–90 วัน ทำให้บริษัทมีกระแสเงินสดหมุนเวียนก่อนจ่ายต้นทุน
การลงทุนขยายคลังสินค้าและสาขา (CAPEX): ในช่วงปี 2568–2569 บริษัทใช้งบลงทุนราว 400–450 ล้านบาท ในการขยายคลังสินค้าแห่งใหม่และเปิดสาขาใหม่ โดยใช้กระแสเงินสดจากการดำเนินงานทั้งหมดโดยไม่ต้องกู้ยืมเงินเพิ่ม
7. โครงสร้างรายได้และสัดส่วนธุรกิจ (Business Segments & Product Mix) การจำแนกรายได้ตามช่องทางการจัดจำหน่ายและกลุ่มผลิตภัณฑ์หลัก — ข้อมูล ณ งวด 6 เดือนแรก 2569
รายได้ธุรกิจค้าปลีกหน้าร้าน
86%
สัดส่วนรายได้แยกตามช่องทางการจัดจำหน่าย 1H2026 (%)
ที่มา: รายงานนำเสนอข้อมูลบริษัท (Opportunity Day 2Q26) และเอกสารเผยแพร่นักลงทุนสัมพันธ์ MOSHI
รายละเอียดโครงสร้างช่องทางการจัดจำหน่าย (Channel Breakdown)
ธุรกิจค้าปลีกผ่านหน้าร้านสาขา (Retail - 86%): เป็นช่องทางสร้างรายได้และกำไรหลัก เติบโตจากการเปิดสาขาใหม่ต่อเนื่อง 30–35 สาขาต่อปี และการเติบโตของยอดขายต่อสาขาเดิม (SSSG) โดยสาขาในทำเลท่องเที่ยว เช่น สยามสแควร์วัน, เซ็นทรัลเวิลด์, เมกาบางนา, พัทยา และเชียงใหม่ ได้รับแรงหนุนเพิ่มเติมจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ
ธุรกิจค้าส่ง (Wholesale - 11%): ดำเนินการผ่านสาขาค้าส่งยุทธศาสตร์ที่สำเพ็งและแพลทินัม เพื่อรองรับพ่อค้าแม่ค้ารายย่อยและโรงเรียน นำสินค้าไปจำหน่ายต่อในต่างจังหวัด ช่วยระบายสต็อกสินค้าและเพิ่มปริมาณการสั่งผลิต (Volume Discount) จากโรงงาน OEM
ช่องทางออนไลน์และธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-Commerce & Social Commerce - 3%): เติบโตอย่างรวดเร็วผ่าน Shopee, Lazada และโดยเฉพาะ TikTok Shop ที่มีการ Live Commerce จำหน่ายสินค้าคอลเลกชันลิขสิทธิ์ ช่วยขยายฐานลูกค้าในพื้นที่ที่ยังไม่มีสาขาหน้าร้าน
8. ประวัติการจ่ายเงินปันผลและนโยบาย (Dividend History & Policy) สถิติการจ่ายเงินปันผลต่อหุ้น อัตราการจ่าย และผลตอบแทนผู้ถือหุ้น — ข้อมูล ณ กันยายน 2026
เงินปันผลต่อหุ้นงวดปี 2568
฿1.22
เงินปันผลระหว่างกาล 1H2026
฿0.64
อัตราผลตอบแทนเงินปันผล (Yield)
3.56%
อัตราการจ่ายเงินปันผล (Payout)
60.1%
สูงกว่านโยบายขั้นต่ำ 40% อย่างมีนัยสำคัญ
(Settrade) เงินปันผลต่อหุ้น (Dividend Per Share: ฿) ประจำปี 2566 ถึง 2569E
ที่มา: ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและ Settrade โดยปี 2026E เป็นการคาดการณ์จากกำไรสุทธิเฉลี่ย IAA Consensus
ตารางสถิติเงินปันผลย้อนหลัง (Historical Dividend Track Record)
รอบผลประกอบการ
เงินปันผล (฿/หุ้น)
กำไรต่อหุ้น (฿)
Payout Ratio (%)
วันขึ้นเครื่องหมาย XD
วันที่จ่ายเงินปันผล
1H2026 (ระหว่างกาล)
0.64
1.07
59.8%
28 ส.ค. 2569
11 ก.ย. 2569
FY2025 (เต็มปี 2568)
1.22
2.03
60.1%
29 เม.ย. 2569
22 พ.ค. 2569
FY2024 (เต็มปี 2567)
0.80
1.58
50.6%
30 เม.ย. 2568
23 พ.ค. 2568
FY2023 (เต็มปี 2566)
0.60
1.22
49.2%
2 พ.ค. 2567
24 พ.ค. 2567
4Q2022 (หลังเข้าตลาด)
0.10 + หุ้น 10:1
0.45
45.0%
2 พ.ค. 2566
23 พ.ค. 2566
9. การเปรียบเทียบในอุตสาหกรรม (Peer Comparison & Valuation) การประเมินมูลค่าเปรียบเทียบกับคู่แข่งในกลุ่มค้าปลีกเฉพาะทาง สินค้าไลฟ์สไตล์ และแฟชั่น — ข้อมูล ณ 30 กันยายน 2026
เปรียบเทียบมูลค่าตลาด (฿ ล้าน) และค่า P/E Ratio ของ MOSHI และกลุ่มคู่แข่ง
ที่มา: ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET Factsheet) และ Settrade ณ วันที่ 30 กันยายน – 2 ตุลาคม 2569 (TURTLE ไม่แสดงค่า P/E เนื่องจากมีผลการดำเนินงานขาดทุน)
ตารางเปรียบเทียบอัตราส่วนทางการเงินและตัวชี้วัดสำคัญ (Peer Multiples Matrix)
หลักทรัพย์
ราคาปิด (฿)
Market Cap (฿M)
P/E (x)
P/BV (x)
Div Yield (%)
NPM (%)
ROE (%)
MOSHI
34.25
11,302.50
15.43
4.22
3.56%
18.11%
29.14%
COM7
30.00
71,630.96
15.35
6.54
3.50%
4.85%
38.20%
MC
11.40
9,028.80
12.88
2.44
7.85%
18.50%
19.50%
SABINA
15.40
5,351.50
13.03
2.93
7.95%
12.80%
22.40%
TURTLE
3.78
6,008.50
—
2.01
—
N/A
N/A
10. แนวโน้มธุรกิจและปัจจัยขับเคลื่อนในอนาคต (Strategic Outlook & Catalysts) ทิศทางการเติบโต แผนการเปิดสาขา โครงการความร่วมมือใหม่ และเป้าหมายของฝ่ายจัดการ — ข้อมูล ณ กันยายน 2026
ปัจจัยเร่งการเติบโตในระยะสั้นและระยะกลาง (Growth Catalysts)
การเข้าสู่ช่วง High Season ในครึ่งปีหลัง (3Q–4Q): ธุรกิจค้าปลีกของ MOSHI มีลักษณะฤดูกาลชัดเจน โดยยอดขายในไตรมาส 4 จะเป็นไตรมาสที่สูงที่สุดของปี จากเทศกาลของขวัญปีใหม่ คริสต์มาส และการจับจ่ายซื้อสินค้าจับฉลากและของขวัญ
แผนเปิดสาขาใหม่อีก 15–18 สาขาใน 2H2026: บริษัทมีเป้าหมายเปิดสาขาใหม่ตลอดปี 2569 รวม 35 สาขา โดยในครึ่งปีแรกเปิดไปแล้ว 17 สาขา ทำให้ช่วงครึ่งปีหลังจะมีการเร่งเปิดสาขาใหม่เพื่อรองรับเทศกาลจับจ่ายปลายปี
การเปิดตัวคอลเลกชันระดับ Global IP ใหม่: ในช่วงปลายปี 2569 บริษัทเตรียมเปิดตัวคอลเลกชันความร่วมมือกับคาแรกเตอร์ระดับโลกใหม่เพิ่มเติม ซึ่งคาดว่าจะช่วยกระตุ้นการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ให้อยู่ในระดับ 3%–5%
การเริ่มใช้งานศูนย์กระจายสินค้าแห่งใหม่เต็มรูปแบบ: คลังสินค้าใหม่ช่วยลดต้นทุนโลจิสติกส์ต่อหน่วย และรองรับการขยายสาขาไปได้ถึง 350 สาขาในอนาคตโดยไม่ต้องลงทุนอาคารขนาดใหญ่อีก 3–5 ปีข้างหน้า
การทดลองเปิดตลาดต่างประเทศ: การศึกษาและทดลองส่งออกสินค้าไปยังกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน CLMV ผ่านตัวแทนจำหน่าย เป็นบันไดก้าวสำคัญในการขยายตลาดสู่อาเซียน
เป้าหมายทางการเงินของฝ่ายจัดการสำหรับปี 2569 (Management Guidance)
การเติบโตของรายได้รวม: วางเป้าหมายเติบโต 15%–20% YoY แตะระดับ 4,200–4,400 ล้านบาท
การขยายสาขา: เปิดสาขาใหม่ 30–35 สาขา ให้จำนวนสาขาสิ้นปี 2569 อยู่ที่ราว 235–240 สาขา
อัตรากำไรขั้นต้น (GPM): รักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับไม่ต่ำกว่า 54%–55%
งบลงทุน (CAPEX): จัดสรรงบลงทุนประมาณ 400–420 ล้านบาท สำหรับสาขาใหม่ คลังสินค้า และระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ
11. ปัจจัยเสี่ยงและการบริหารจัดการความเสี่ยง (Risk Factors & Observable Triggers) การจำแนกความเสี่ยง 6 มิติ สัญญาณเตือนเชิงปริมาณ กลไกส่งผลกระทบ และแนวทางบริหารความเสี่ยงเชิงรุก
สรุปภาพรวมความเสี่ยง: MOSHI มีความเสี่ยงด้านการแข่งขันและการพึ่งพาความนิยมในตัวคาแรกเตอร์ แต่มีจุดแข็งด้านฐานะการเงินระดับ Net Cash และการหมุนเวียนสต็อกที่รวดเร็ว ช่วยป้องกันความเสี่ยงด้านสภาพคล่องได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การประเมินความเสี่ยง 6 มิติ (Comprehensive Risk Assessment)
ความเสี่ยงจากการพึ่งพาผู้ผลิตสินค้าในต่างประเทศ (OEM Supply Chain & Import Risk):
คำอธิบาย: MOSHI สั่งผลิตสินค้าบางส่วนจากโรงงานในประเทศจีน ซึ่งอาจเผชิญความผันผวนของค่าระวางเรือ นโยบายภาษีนำเข้า หรือการเปลี่ยนแปลงอัตราแลกเปลี่ยน (เงินหยวนและดอลลาร์สหรัฐ)
Observable Trigger: ค่าเงินบาทอ่อนค่าแตะระดับเกิน 37.00 บาท/USD หรือค่าระวางเรือคอนเทนเนอร์เซี่ยงไฮ้ (SCFI) ปรับขึ้นเกิน 30% ใน 1 เดือน
กลไกกระทบงบ: ต้นทุนขาย (COGS) ปรับตัวสูงขึ้น กดดัน GPM ลดลง 100–150 bps
แนวทางบริหาร: การทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Forward FX) และการเพิ่มสัดส่วนการสั่งผลิตจากโรงงานในประเทศ (Local OEM) ให้เกิน 50%
ความเสี่ยงจากความนิยมและอายุของสินค้าลิขสิทธิ์ (Character Lifecycle & Obsolescence Risk):
คำอธิบาย: กระแสนิยมในตัวการ์ตูนบางตัวอาจเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว หากสั่งผลิตสินค้ามามากเกินไปอาจทำให้สินค้าตกรุ่นและต้องตัดจำหน่ายขาดทุน
Observable Trigger: อัตราการหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ (Inventory Days) เพิ่มขึ้นเกิน 120 วัน หรือค่าเผื่อการลดมูลค่าสินค้าสต็อกเก่าเพิ่มขึ้นผิดปกติ
กลไกกระทบงบ: ขาดทุนจากการปรับลดมูลค่าสต็อกสินค้า (Inventory Write-down) กระทบกำไรสุทธิ
แนวทางบริหาร: การผลิตแบบ Batch เล็กในรอบแรกเพื่อทดสอบตลาด และการเลือกทำสัญญากับ Evergreen IP ที่ได้รับความนิยมยาวนานหลายทศวรรษ เช่น Sanrio และ Mickey Mouse
ความเสี่ยงจากการชะลอตัวของกำลังซื้อและหนี้ครัวเรือน (Consumer Purchasing Power Risk):
คำอธิบาย: ภาวะหนี้ครัวเรือนไทยที่สูงกว่า 90% ของ GDP อาจกดดันให้ผู้บริโภคลดการใช้จ่ายในหมวดสินค้าไม่จำเป็น (Discretionary Goods)
Observable Trigger: SSSG ของกลุ่มสาขาเดิมติดลบต่อเนื่องกัน 2 ไตรมาส
กลไกกระทบงบ: ยอดขายเฉลี่ยต่อบิล (Ticket Size) ลดลง ทำให้รายได้สาขาเติบโตช้ากว่าเป้าหมาย
แนวทางบริหาร: เน้นจำหน่ายสินค้าในระดับราคาเข้าถึงง่ายมาก (20, 30, 50, 60 บาท) ซึ่งลูกค้ารู้สึกว่าราคาเทียบเท่าอาหารว่าง 1 มื้อ ทำให้เกิดแรงซื้อได้ง่าย
ความเสี่ยงจากการแข่งขันของร้านค้าปลีกรูปแบบเดียวกันและแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซจีน (Competition & Low-Cost Influx):
คำอธิบาย: สินค้าราคาถูกจากผู้ผลิตจีนที่ส่งตรงผ่าน Temu, Taobao หรือร้านสินค้าราคาประหยัดอื่น
Observable Trigger: ส่วนแบ่งการตลาดในศูนย์การค้าลดลง หรือทราฟฟิกคนเข้าร้านลดลงเกิน 10% YoY
กลไกกระทบงบ: จำเป็นต้องจัดโปรโมชั่นลดราคา ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิลดลง
แนวทางบริหาร: สร้างความแตกต่างด้วย “ประสบการณ์การช็อปปิ้งหน้าร้าน (Store Experience)” ความน่ารักของบรรยากาศ และสินค้าลิขสิทธิ์แท้ที่ตรวจสอบได้
ความเสี่ยงจากการหาทำเลเปิดสาขาใหม่ที่มีคุณภาพ (Store Expansion & Cannibalization Risk):
คำอธิบาย: เมื่อสาขามีจำนวนเพิ่มขึ้นเกิน 220 สาขา การเปิดสาขาใหม่อาจแย่งยอดขายจากสาขาเดิมในพื้นที่ใกล้เคียง (Cannibalization)
Observable Trigger: สาขาเปิดใหม่ใช้เวลาคืนทุน (Payback Period) นานกว่า 18 เดือน
กลไกกระทบงบ: ค่าเช่าพื้นที่และค่าเสื่อมราคา ROU Assets เพิ่มขึ้นเร็วกว่าการเติบโตของยอดขาย
แนวทางบริหาร: การคัดเลือกทำเลอย่างเข้มงวด การขยายสู่จังหวัดรองที่ยังไม่มีสาขา และการปรับขนาดร้านให้เหมาะสมกับขนาดชุมชน
ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของข้อมูลและการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา (Cybersecurity & IP Infringement):
คำอธิบาย: การดูแลรักษาสัญญาลิขสิทธิ์และการป้องกันสินค้าปลอมแปลงเลียนแบบ
Observable Trigger: ข้อพิพาททางกฎหมายหรือการบอกเลิกสัญญาจากเจ้าของลิขสิทธิ์ IP
กลไกกระทบงบ: สูญเสียรายได้จากสินค้าลิขสิทธิ์ซึ่งมีอัตรากำไรสูง และค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี
แนวทางบริหาร: มีฝ่ายกฎหมายตรวจสอบสัญญาอย่างรัดกุม และมีระบบป้องกันการรั่วไหลของแบบดีไซน์สินค้าก่อนวางจำหน่าย
12. การวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรค (SWOT Analysis) การประเมินปัจจัยเชิงกลยุทธ์ทั้งภายในและภายนอกองค์กร
จุดแข็ง (Strengths)
ผู้นำตลาดค้าปลีกไลฟ์สไตล์สัญชาติไทย: แบรนด์ Moshi Moshi มีการรับรู้สูงมากในกลุ่มคนรุ่นใหม่ Gen Z และกลุ่ม First Jobbers
ความเชี่ยวชาญด้านสินค้าลิขสิทธิ์ (IP Collaboration Moat): มีพันธมิตรลิขสิทธิ์ระดับโลกและมีสายสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับเจ้าของลิขสิทธิ์ Sanrio, Disney และ Snoopy
อัตราการทำกำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิสูงเด่น: GPM สูงกว่า 55% และ NPM สูงกว่า 18% ซึ่งสูงที่สุดกลุ่มหนึ่งในอุตสาหกรรมค้าปลีกไทย
ฐานะการเงินแข็งแกร่ง ปราศจากหนี้เงินกู้: สถานะ Net Cash ไม่มีภาระดอกเบี้ยสถาบันการเงิน มีกระแสเงินสดอิสระสูงต่อเนื่อง
จุดอ่อน (Weaknesses)
การกระจุกตัวของยอดขายในสินค้าไม่จำเป็น: สินค้าส่วนใหญ่เป็นสินค้าตามความพึงพอใจ (Discretionary Goods) ซึ่งอ่อนไหวต่อภาวะเศรษฐกิจมากกว่าสินค้าอุปโภคบริโภคพื้นฐาน
สัดส่วนรายได้ต่างประเทศยังต่ำ: รายได้เกือบ 100% พึ่งพาตลาดในประเทศไทยเป็นหลัก
อายุการทำงานของสาขาเดิมเริ่มมีฐานสูง (High Base Effect): การรักษาอัตราการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ในระดับเลขสองหลักทำได้ยากขึ้น
การพึ่งพากลุ่มผู้ถือหุ้นครอบครัว: สัดส่วนการถือหุ้นของกลุ่มบุญสงเคราะห์สูงถึง ~73% ทำให้สัดส่วน Free Float ค่อนข้างจำกัดที่ 26.83%
โอกาส (Opportunities)
การขยายสู่ตลาดต่างประเทศ (Regional Expansion): โอกาสการเติบโตในตลาด CLMV และฟิลิปปินส์ ซึ่งมีความชื่นชอบในสินค้าไลฟ์สไตล์น่ารักในราคาเข้าถึงง่าย
การต่อยอดสู่กลุ่มสินค้าใหม่: เช่น ผลิตภัณฑ์สัตว์เลี้ยง (Pet Lifestyle), เครื่องสำอางและสกินแคร์แบรนด์ตัวเอง, และสินค้าท่องเที่ยว
การเติบโตของช่องทาง Social Commerce: การขายสินค้าผ่านการ Live ใน TikTok และแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ช่วยเข้าถึงลูกค้ากลุ่มเด็กและวัยรุ่นในอำเภอห่างไกล
กระแสนิยม Art Toys และ Pop Culture: การขยายผลิตภัณฑ์เข้าสู่หมวดกล่องสุ่ม (Blind Box) และ Art Toy ซึ่งกำลังเป็นกระแสบริโภคนิยมทั่วเอเชีย
อุปสรรค (Threats)
การรุกคืบของแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซจีนข้ามพรมแดน: การไหลทะลักของสินค้ากิฟต์ช็อปราคาถูกมากผ่านแพลตฟอร์ม Cross-Border E-Commerce
ภาวะหนี้ครัวเรือนและค่าครองชีพสูง: บั่นทอนกำลังซื้อของนักเรียน นักศึกษา และกลุ่มคนเพิ่งเริ่มทำงาน
ต้นทุนค่าเช่าพื้นที่ในศูนย์การค้า: สัญญาเช่าที่มีแนวโน้มปรับขึ้นค่าเช่าเมื่อครบกำหนดสัญญา 3 ปี
ความผันผวนของค่าระวางและต้นทุนวัตถุดิบ: อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตของโรงงาน OEM และกระทบต่อ GPM
13. มุมมองนักลงทุนและแบบจำลองการประเมินมูลค่า (Investor View & Valuation Scenarios) แบบจำลอง Bull / Base / Bear สมมติฐานทางการเงิน และรายการตรวจสอบสำหรับติดตามผล — ข้อมูล ณ กันยายน 2026
แบบจำลองการประเมินมูลค่า 3 สถานการณ์ (Bull / Base / Bear Valuation Scenarios) การประเมินมูลค่าหุ้น MOSHI ใช้วิธี P/E Multiple และ Discounted Cash Flow (DCF) โดยอิงจากประมาณการผลการดำเนินงานปี 2569–2570:
สมมติฐานทางการเงิน
Bull Case (สถานการณ์ดีเด่น)
Base Case (สถานการณ์ปกติ)
Bear Case (สถานการณ์ชะลอตัว)
การเติบโต SSSG ปี 69E
+8.0%
+4.0%
-2.0%
จำนวนสาขาใหม่ปี 69E
+38 สาขา (สิ้นปี 243 สาขา)
+32 สาขา (สิ้นปี 237 สาขา)
+20 สาขา (สิ้นปี 225 สาขา)
รายได้รวม (฿ ล้าน)
4,250.00
4,050.00
3,750.00
อัตรากำไรขั้นต้น (GPM)
56.50%
55.20%
53.50%
กำไรสุทธิ (฿ ล้าน)
795.00 (+18.6% YoY)
745.00 (+11.2% YoY)
660.00 (-1.5% YoY)
กำไรต่อหุ้น (EPS — ฿)
2.41
2.26
2.00
P/E Multiple เหมาะสม
22.0x
19.0x
15.5x
ราคาเป้าหมาย (Target Price)
฿53.00
฿43.00
฿31.00
ผลตอบแทนคาดการณ์ (Upside)
+54.7%
+25.5%
-9.5%
เงินปันผลคาดหวังปี 69E (DPS)
฿1.45 (Yield 4.23%)
฿1.38 (Yield 4.03%)
฿1.20 (Yield 3.50%)
Bull Case (เป้าหมาย ฿53.00, Upside +54.7%): เกิดขึ้นเมื่อคอลเลกชันลิขสิทธิ์ระดับโลกใหม่สร้างปรากฏการณ์ยอดขายสูงกว่าคาด SSSG พุ่งแตะ +8.0% สัดส่วนสินค้าลิขสิทธิ์ดัน GPM แตะ 56.5% ยอดขายไตรมาส 4 ทำสถิติสูงสุดใหม่ และตลาดปรับเพิ่มค่า Multiple ของหุ้นจาก 15.4x ขึ้นเป็น 22.0x ตามอัตราการเติบโต
Base Case (เป้าหมาย ฿43.00, Upside +25.5%): สอดคล้องกับกรอบประมาณการเฉลี่ยของ IAA Consensus (เฉลี่ย ฿49.69) โดยประเมินอย่างอนุรักษนิยมที่ P/E 19.0x บน EPS ปี 69E ที่ 2.26 บาท บริษัทเปิดสาขาใหม่ได้ตามเป้าหมาย 32 สาขา SSSG เติบโต +4.0% จากการฟื้นตัวของกิจกรรมโรงเรียนและการท่องเที่ยว
Bear Case (เป้าหมาย ฿31.00, Downside -9.5%): สมมติว่าภาวะหนี้ครัวเรือนกดดันยอดซื้อสินค้าเบ็ดเตล็ดอย่างรุนแรง SSSG ติดลบ -2.0% การเปิดสาขาใหม่ชะลอเหลือเพียง 20 สาขา และเงินเฟ้อต้นทุนค่าเช่าและค่าแรงกดดัน GPM ให้ลดลง กำไรสุทธิทรงตัวที่ 660 ล้านบาท และ P/E ปรับลดเหลือ 15.5x
เช็คลิสต์ตัวชี้วัดสำคัญสำหรับนักลงทุน (Quarterly Monitoring Checklist) แหล่งข้อมูลหลัก:
หมายเหตุ: รายงานฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาและการตัดสินใจเชิงข้อมูลเท่านั้น มิใช่คำแนะนำในการลงทุน ข้อมูลทางการเงินอิงจาก MD&A/SEC (reported basis) และข้อมูลตลาดอิงจาก SET Factsheet ณ 30 กันยายน 2026 ผู้ลงทุนควรพิจารณาปัจจัยและความเสี่ยงทั้งหมดก่อนตัดสินใจลงทุน