ผู้นำค้าปลีกสินค้าปรับปรุงบ้านอันดับ 1 ของโลก ครอบคลุม 2,364 สาขาบิ๊กบ็อกซ์ เครือข่ายศูนย์กระจายสินค้า Pro เฉพาะทางกว่า 1,340 แห่งภายใต้ SRS Distribution และระบบนิเวศการค้าช่างครบวงจร — ข้อมูลตลาด ณ 7 ต.ค. 2026 / งบการเงิน 10-Q งวด 1H ปีบัญชี 2026 สิ้นสุด 2 ส.ค. 2026
ผู้ค้าปลีกสินค้าปรับปรุงบ้านในสหรัฐฯ 1,761 สาขา (ณ 31 ก.ค. 2026) ที่ซื้อ FBM และ ADG ในปี 2025 เพื่อขยายฐานลูกค้า Pro — ยอดขาย 1H ปีบัญชี 2026 โต 9.2% แต่โตจากการซื้อกิจการ segment Retail โตเพียง 1.3% · ข้อมูลตลาด ณ ปิด 14 ต.ค. 2026 / งบการเงิน 10-Q งวด 1H ปีบัญชี 2026 สิ้นสุด 31 ก.ค. 2026
ผู้ผลิตและจำหน่ายสี เคลือบผิว และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องรายใหญ่ของโลก มีเครือข่ายร้านสีที่บริษัทเป็นเจ้าของเอง 4,853 แห่งในสหรัฐฯ แคนาดา และแคริบเบียน แบ่งเป็นสามส่วนงานรายงาน ได้แก่ Paint Stores Group (67.8% ของกำไรก่อนภาษีส่วนงานปี 2025), Consumer Brands Group และ Performance Coatings Group รายได้ปี 2025 $23.57B, รายได้ครึ่งปีแรก 2026 $12.46B โต 7.2% และกำไรสุทธิ GAAP ครึ่งปีแรก $1.38B โต 9.5% หลังซื้อ Suvinil ในบราซิลเมื่อ ต.ค. 2025 ($1.15B) และเพิ่มการซื้อหุ้นคืนเป็น $1.84B ในครึ่งปีแรกที่ทำให้หนี้สุทธิเพิ่มเป็น 2.5 เท่าของ EBITDA ข้อมูลตลาดราคาปิด 9 ต.ค. 2026 / งบการเงินถึง 30 มิ.ย. 2026 (10-Q 2Q26)
ผู้ค้าปลีกสินค้าตกแต่งบ้านและเครื่องใช้ในครัวระดับพรีเมียม ขายผ่านแบรนด์ Pottery Barn, West Elm, Williams Sonoma และ Pottery Barn Kids ราว 65% ของยอดขาย FY2025 มาจากออนไลน์ · ยอดขาย 6 เดือนแรกปีบัญชี 2026 โต 5.6% และ comparable brand revenue ไตรมาส 2 โต 6.2% · กำไร GAAP ได้ประโยชน์จากการคืนภาษี IEEPA แต่กำไรจากการดำเนินงานแบบ non-GAAP ลดลง 60 bps · ข้อมูลตลาด ณ ปิด 16 ต.ค. 2026 / งบการเงิน 10-Q ไตรมาส 2 ปีบัญชี 2026 สิ้นสุด 2 ส.ค. 2026
ผู้ผลิตและค้าปลีกเครื่องนอนรายใหญ่ของโลก ถือแบรนด์ Tempur-Pedic, Sealy, Stearns & Foster และเป็นเจ้าของ Mattress Firm ร้านค้าปลีกที่นอนเฉพาะทางรายใหญ่ของสหรัฐฯ ปี 2025 รายได้เพิ่มเป็น $7.48B หลังซื้อ Mattress Firm ไตรมาส 2 ปี 2026 ยอดขายลดลง 3.0% แต่กำไรสุทธิ GAAP เพิ่มเป็น $110.9M จาก $99.0M กรอบ Adjusted EPS ปี 2026 ถูกปรับเป็น $2.85–3.15 ระหว่างนี้บริษัทรอปิดดีลซื้อ Leggett & Platt มูลค่าราว $2.5B แบบจ่ายด้วยหุ้นทั้งหมด ราคาปิด $63.58 ใกล้จุดต่ำสุด 52 สัปดาห์ที่ $60.08 ข้อมูลตลาด ณ ราคาปิด 16 ต.ค. 2026 / งบการเงิน 10-Q งวด 2Q26 สิ้นสุด 30 มิ.ย. 2026
ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ห้องน้ำและงานสถาปัตยกรรมสำหรับที่อยู่อาศัยในสหรัฐฯ มีสองส่วนงาน คือ Plumbing Products (ก๊อกน้ำ ฝักบัว วาล์ว และอุปกรณ์ห้องน้ำ เช่น DELTA และ HANSGROHE) และ Decorative Architectural Products (สีทาอาคาร BEHR และอุปกรณ์ตกแต่ง) ปี 2025 รายได้ $7,562M ลดลง 3% และกำไรสุทธิ GAAP $810M ลูกค้ารายใหญ่ที่สุดคือ The Home Depot คิดเป็นราว 38% ของยอดขายรวม ราคา $72.35 ณ 19 ต.ค. 2026 ช่วงตลาดเปิด งบกลางปีล่าสุดคือ 6 เดือนแรกของปี 2026 และงบปีเต็มล่าสุดคือ FY2025 สิ้นสุด 31 ธ.ค. 2025
แพลตฟอร์มค้าปลีกและค้าส่งหลายรูปแบบในไทยและเวียดนาม 3,834 สาขา (30 มิ.ย. 2026) ครอบคลุม 4 กลุ่มธุรกิจ — Food (TOPS, GO WHOLESALE, GO!/Big C), Hardline (ไทวัสดุ, Power Buy, OfficeMate, B2S, AUTO1), Fashion (ห้างเซ็นทรัล, โรบินสัน, Supersports, CMG) และ Property (Robinson Lifestyle, Tops Plaza, GO! mall) — ข้อมูลตลาด ณ 5 ตุลาคม 2026 และงบการเงินล่าสุดงวด 1H2026 (สิ้นสุด 30 มิถุนายน 2026)
ผู้นำค้าปลีกศูนย์รวมวัสดุก่อสร้าง ตกแต่ง ต่อเติม และซ่อมแซมบ้านครบวงจรเบอร์ 1 ของไทย ภายใต้แบรนด์ HomePro และ Mega Home พร้อมยุทธศาสตร์ Hybrid Store พอร์ตสินค้า Private Brand อัตรากำไรสูง และระบบนิเวศบริการ Home Service ครบวงจร — ข้อมูลตลาด ณ 5 ตุลาคม 2569 และงบการเงินล่าสุดงวด 1H2026 (สิ้นสุด 30 มิถุนายน 2569)
ผู้นำธุรกิจค้าปลีกสินค้าตกแต่งบ้าน ฮาร์ดแวร์ อุปกรณ์ช่าง เครื่องใช้ในครัวเรือน และสินค้าไลฟ์สไตล์ราคาประหยัดชั้นนำของไทย (Discount Store / Home Improvement) ภายใต้แบรนด์ "MR. D.I.Y." ด้วยแนวคิด "Always Low Prices" (ช้อปได้ทุกวัน ครบเพื่อทุกคน) มีสาขากว่า 1,180 แห่งครอบคลุม 74 จังหวัดทั่วประเทศ และสินค้ากว่า 16,000 รายการ จัดจำหน่ายใน 5 กลุ่มหลัก เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในเดือนพฤศจิกายน 2568 บริษัทมีผลการดำเนินงานเติบโตโดดเด่นต่อเนื่อง โดยงวด 1H2026 มีรายได้รวม ฿11,329.1 ล้านบาท (+21.0% YoY) กำไรสุทธิ ฿1,435.3 ล้านบาท (+23.2% YoY) อัตรากำไรสุทธิ 12.67% จากการขยายสาขาอย่างรวดเร็วและการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานที่มีประสิทธิภาพ ฐานะการเงินแข็งแกร่งด้วยส่วนของผู้ถือหุ้น ฿10,430.5 ล้านบาท และอัตราหนี้สินต่อทุนลดลงอย่างมีนัยสำคัญหลัง IPO โดยมี IBD/E อยู่ที่ 0.59 เท่า ซื้อขายที่ P/E 18.26 เท่า P/BV 5.08 เท่า และ Dividend Yield 1.36% — ข้อมูลตลาด ณ 25 ก.ย. 2026 / งบการเงิน ณ 30 มิ.ย. 2026
ผู้นำศูนย์จำหน่ายสินค้าวัสดุก่อสร้างและอุปกรณ์ตกแต่งบ้านครบวงจรในประเทศไทย (One-Stop Shopping Home Center) ดำเนินธุรกิจผ่านโมเดลคลังสินค้าขนาดใหญ่ (Mega Warehouse Store) 92 สาขาทั่วประเทศ พร้อมระบบ Drive-Thru และคลังสินค้าอัตโนมัติ ASRS ผลประกอบการ 1H2026 กำไรสุทธิเติบโตก้าวกระโดด +53.9% YoY สู่ ฿1,758.05 ล้านบาท จากการเพิ่มสัดส่วนสินค้าตราสินค้าตนเอง (House Brand) แตะ 27.5% หนุนอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ทะยานแตะ 29.04% ผสานพลังพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์กับกลุ่ม SCG (ถือหุ้น 32.94%) และการขยายตลาดสู่อาเซียน — ข้อมูลตลาด 30 กันยายน 2026 / ข้อมูลงบการเงิน 30 มิถุนายน 2026
ผู้นำค้าปลีก-ค้าส่งวัสดุก่อสร้าง ซ่อมแซม และอุปกรณ์ตกแต่งบ้านครบวงจรของไทย ภายใต้แนวคิด "ครบ ถูก ดี" ดำเนินธุรกิจผ่านโมเดล Large Format (Size XL/L) 27 สาขาทั่วประเทศ ควบคู่ร้านสะดวกซื้อ Dohome To Go และบริการช่าง Dohome Care ผลประกอบการ 1H2026 ฟื้นตัวก้าวกระโดด กำไรสุทธิ ฿556.12 ล้านบาท (+38.2% YoY) จากการเร่งขยายสินค้า House Brand มาร์จิ้นสูง การบริหารจัดการสินค้าเหล็กเชิงรุก และอานิสงส์การเร่งเบิกจ่ายงบประมาณลงทุนภาครัฐ — ข้อมูลตลาด 30 กันยายน 2026 / ข้อมูลงบการเงิน 30 มิถุนายน 2026
ค้าปลีกเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านรายใหญ่ของไทย ผ่านแบรนด์ Index Living Mall 35 สาขา ควบคู่ธุรกิจให้เช่าพื้นที่ค้าปลีกชุมชน (The Walk / Little Walk) และแฟรนไชส์ Flying Tiger Copenhagen กำไรสุทธิ 1H2026 อยู่ที่ ฿398.05 ล้าน (+1.8% YoY) โดยไตรมาส 2/2026 กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 21.1% YoY หนุนด้วยรายได้ที่เพิ่มขึ้น 12.5% ขณะที่ไตรมาส 1/2026 กำไรลดลงตามรายงานสแนปชอต ภาระหนี้สินที่มีดอกเบี้ยของธนาคารต่ำ (IBD/E ประมาณ 0.13 เท่า) แต่หนี้สินตามสัญญาเช่ามีมูลค่าราว ฿3.3 พันล้านบาท ซึ่งเป็นภาระคงที่หลักของกิจการ ข้อมูลตลาด 8 ตุลาคม 2026 / ข้อมูลงบการเงิน 30 มิถุนายน 2026 (สอบทานแล้ว)
ไม่พบหุ้นที่ค้นหา