รายงานวิเคราะห์หุ้นเพื่อการตัดสินใจ · Equity Research Report

วิเคราะห์หุ้น GLOBAL — บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน)

ผู้นำศูนย์จำหน่ายสินค้าวัสดุก่อสร้างและอุปกรณ์ตกแต่งบ้านครบวงจรในประเทศไทย (One-Stop Shopping Home Center) ดำเนินธุรกิจผ่านโมเดลคลังสินค้าขนาดใหญ่ (Mega Warehouse Store) 92 สาขาทั่วประเทศ พร้อมระบบ Drive-Thru และคลังสินค้าอัตโนมัติ ASRS ผลประกอบการ 1H2026 กำไรสุทธิเติบโตก้าวกระโดด +53.9% YoY สู่ ฿1,758.05 ล้านบาท จากการเพิ่มสัดส่วนสินค้าตราสินค้าตนเอง (House Brand) แตะ 27.5% หนุนอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ทะยานแตะ 29.04% ผสานพลังพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์กับกลุ่ม SCG (ถือหุ้น 32.94%) และการขยายตลาดสู่อาเซียน — ข้อมูลตลาด 30 กันยายน 2026 / ข้อมูลงบการเงิน 30 มิถุนายน 2026
Sector: บริการ / พาณิชย์ราคาล่าสุด ฿6.55Market Cap ฿35,852.74 ล้านP/E 13.90 · P/BV 1.38Dividend Yield ~2.77%

เขียนโดย HypeTimes Staff · ข้อมูล ณ

1. สรุปสำหรับผู้บริหาร (Executive Summary)

บทวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ ตัวชี้วัดสำคัญทางการเงิน และกรอบการประเมินมูลค่าหุ้น — ข้อมูลตลาด ณ วันที่ 30 กันยายน 2026 / งบการเงิน ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2026
ราคาหุ้นปัจจุบัน
฿6.55
30 ก.ย. 2026(SET Factsheet)
มูลค่าตลาด (Market Cap)
฿35,853 ล้าน
5,401.93 ล้านหุ้นจดทะเบียน(SET Factsheet)
กำไรสุทธิ 1H2026
฿1,758.05 ล้าน
+53.9% YoY จาก House Brand(MD&A 2Q26)
อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) 1H26
29.04%
+376 bps YoY (2Q26 แตะ 31.59%)(MD&A 2Q26)
P/E (TTM) · P/BV
13.90x · 1.38x
เทรดต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี(Settrade)
หนี้สินมีภาระดอกเบี้ยต่อทุน (IBD/E)
0.33x
Net IBD/E 0.27x ดอกเบี้ยลดลง -49.6%(MD&A 2Q26)

จุดเปลี่ยนเชิงกลยุทธ์และข้อสรุปสำคัญของฝ่ายบริหาร (Key Strategic Inflection Points & Management Takeaways)

1. การก้าวกระโดดของอัตรากำไรขั้นต้นจากกลยุทธ์ House Brand (Private Label Inflection): แม้รายได้รวมงวด 1H2026 จะเติบโตแบบอนุรักษนิยมที่ +1.86% YoY สู่ ฿17,153.75 ล้านบาท แต่กำไรสุทธิกลับพุ่งทะยานถึง +53.91% YoY แตะ ฿1,758.05 ล้านบาท แรงหนุนหลักมาจากการเพิ่มสัดส่วนยอดขายสินค้าตราสัญลักษณ์ของบริษัท (House Brand) ขึ้นแตะระดับ 27.5% ของยอดขายรวม ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) เฉลี่ยครึ่งปีแรกพุ่งแตะ 29.04% และในไตรมาส 2/2569 ขึ้นไปสูงถึง 31.59% ซึ่งสินค้ากลุ่ม House Brand มีมาร์จิ้นสูงกว่าสินค้าแบรนด์ทั่วไปถึง 10%–15%


2. การบริหารวินัยทางการเงินเชิงรุกและการลดภาระหนี้ (Aggressive Deleveraging & Interest Reduction): บริษัททยอยคืนเงินกู้ยืมระยะสั้น ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินในไตรมาส 2/2569 ลดลงฮวบถึง 49.60% YoY เหลือเพียง ฿81.90 ล้านบาท ขณะที่อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (IBD/E) ลดต่ำลงเหลือเพียง 0.33 เท่า (และ Net IBD/E อยู่ที่ 0.27 เท่า) ควบคู่กับ Interest Coverage สูงถึง 31.6 เท่า สร้างภูมิคุ้มกันทางการเงินแข็งแกร่งท่ามกลางวัฏจักรดอกเบี้ยสูง


3. เครือข่ายสาขาครอบคลุมต่างจังหวัดรองรับเม็ดเงินภาครัฐและอุปสงค์ซ่อมแซมบ้าน: GLOBAL มีเครือข่าย 92 สาขา ซึ่งกว่า 85% กระจายตัวอยู่ในจังหวัดและอำเภอรองของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ และภาคใต้ จึงเป็นผู้ได้รับประโยชน์ลำดับแรกจากการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณลงทุนโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐ และอุปสงค์การซ่อมแซมฟื้นฟูที่อยู่อาศัยหลังสถานการณ์อุทกภัยช่วงไตรมาส 3/2569


4. พลังผนึกทางธุรกิจกับพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์กลุ่มเอสซีจี (SCG Distribution): เครือ SCG ถือหุ้น 32.94% ทำหน้าที่เป็นพันธมิตรหลักในการส่งมอบสินค้าโครงสร้างคุณภาพสูง ปูนซีเมนต์ กระเบื้อง และฉนวนกันความร้อน เสริมอำนาจการต่อรองราคาสินค้ากับซัพพลายเออร์ระดับโลก และบูรณาการเครือข่ายโลจิสติกส์ร่วมกัน


5. เทคโนโลยีคลังสินค้าอัตโนมัติ (ASRS) ยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน: การนำระบบ Automated Storage and Retrieval System มาใช้ในศูนย์กระจายสินค้าและสาขาขนาดใหญ่ ช่วยลดแรงงานคนลงกว่า 20% เพิ่มความแม่นยำในการจัดเก็บสต็อกสินค้ากว่า 100,000 SKUs และควบคุมสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขาย (SG&A to Sales) ให้อยู่ในระดับต่ำกว่า 17.5% อย่างยั่งยืน

กรณีเติบโตสูง (Bull Case) — ราคาเป้าหมาย ฿8.50 (Upside +29.8%)

การเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐเข้าสู่ระบบอย่างรวดเร็วเกิน 85% ควบคู่กับโครงการแจกเงินกระตุ้นเศรษฐกิจและการฟื้นฟูหลังน้ำท่วมใหญ่ ดันยอดขายสาขาเดิม (SSSG) พลิกเป็นบวกแข็งแกร่ง +3.5% ถึง +5.0% ในครึ่งปีหลัง สัดส่วนสินค้า House Brand ขยายตัวทะลุ 30.5% หนุนอัตรากำไรขั้นต้นทั้งปียืนเหนือ 29.5% คาดการณ์กำไรสุทธิปี 2569 แตะ ฿3,200 ล้านบาท (EPS ฿0.592 บาท) ประเมินมูลค่าด้วย P/E เป้าหมาย 16.5x (ระดับ P/E เฉลี่ยอุตสาหกรรมค้าปลีกยุคฟื้นตัว)

กรณีฐาน (Base Case) — ราคาเป้าหมาย ฿7.20 (Upside +9.9%)

กำลังซื้อต่างจังหวัดค่อยๆ ฟื้นตัวตามฤดูกาลเก็บเกี่ยวและการทยอยเบิกจ่ายงบประมาณรัฐ ยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ในครึ่งปีหลังประคองตัวในกรอบ 0.0% ถึง +1.5% สัดส่วน House Brand รักษาระดับ 27.5%–28.0% หนุนอัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ยทั้งปีที่ 28.5%–29.0% เปิดสาขาใหม่ครบตามเป้าหมาย 5 สาขา คาดการณ์กำไรสุทธิปี 2569 ที่ ฿2,800 ล้านบาท (+42.9% YoY, EPS ฿0.518 บาท) ประเมินมูลค่าด้วย P/E เป้าหมาย 14.0x สอดคล้องกับค่าเฉลี่ย Consensus

กรณีระมัดระวัง (Bear Case) — ราคาเป้าหมาย ฿5.50 (Downside -16.0%)

ภาวะหนี้ครัวเรือนกดดันการใช้จ่ายภาคประชาชนและอสังหาริมทรัพย์ต่างจังหวัดชะลอตัวลง อุทกภัยรุนแรงกระทบการสัญจรและปิดบริการสาขาบางแห่งชั่วคราว ฉุด SSSG ติดลบ −4.0% ถึง −5.0% ราคาเหล็กในตลาดโลกปรับตัวลดลงทำให้เกิดขาดทุนจากการปรับมูลค่าสินค้าคงเหลือ (Stock Loss) ฉุด GPM รวมเหลือ 26.5% ส่งผลให้กำไรสุทธิปี 2569 ทำได้เพียง ฿2,200 ล้านบาท (EPS ฿0.407 บาท) ประเมินมูลค่าด้วย P/E เป้าหมาย 13.5x

กรณีการลงทุนสมมติฐานการดำเนินงานหลักSSSG คาดการณ์สัดส่วน House BrandGPM รวมกำไรสุทธิ 2569EEPS (บาท)P/E เป้าหมายราคาเหมาะสม
กรณีเติบโตสูง (Bull)งบรัฐเบิกจ่ายเร็ว ซ่อมแซมน้ำท่วมหนุน สัดส่วน House Brand พุ่งทะลุเป้าหมาย+4.0%30.5%29.8%฿3,200 ล้าน฿0.59216.5x฿8.50
กรณีฐาน (Base)ฟื้นตัวตามฤดูกาล งบรัฐทยอยเข้า House Brand ทรงตัวสูง ดอกเบี้ยลดลง+1.0%27.8%28.8%฿2,800 ล้าน฿0.51814.0x฿7.20
กรณีระมัดระวัง (Bear)หนี้ครัวเรือนฉุดกำลังซื้อ น้ำท่วมยืดเยื้อ ราคาเหล็กลงทำให้เกิด Stock Loss-4.5%26.0%26.5%฿2,200 ล้าน฿0.40713.5x฿5.50
ที่มา: การวิเคราะห์และการสร้างแบบจำลองทางการเงิน อ้างอิงสมมติฐานจาก SET Factsheet, MD&A 2Q26 และรายงาน 56-1 One Report

2. ข้อมูลสรุปบริษัท (Company Factsheet)

สรุปข้อมูลตลาด โครงสร้างหลักทรัพย์ และตัวชี้วัดทางการเงิน — ข้อมูล ณ วันที่ 30 กันยายน 2026
ราคาปิดล่าสุด
฿6.55
30 ก.ย. 2026(SET Factsheet)
52-Week High / Low
฿8.29 / ฿5.25
กรอบราคา 52 สัปดาห์(Settrade)
มูลค่าตามราคาตลาด
฿35,852.74 ล้าน
5,401.93 ล้านหุ้น พาร์ ฿1.00(SET Factsheet)
Free Float
30.67%
ณ 25 ก.พ. 2569(SET Profile)
P/E Ratio (TTM)
13.90x
อิงกำไร TTM ฿2,575.76 ล้าน(SET Factsheet)
P/BV Ratio
1.38x
BVPS ฿4.09 ต่อหุ้น(SET Factsheet)
Dividend Yield
2.77%
จ่ายปันผลเงินสด + หุ้นปันผล 27:1(Settrade)
Foreign Limit / Holding
49.0% / 5.2%
สัดส่วนนักลงทุนต่างชาติ(SET Profile)
หัวข้อข้อมูลองค์กรรายละเอียดและตัวเลขสำคัญแหล่งข้อมูลอ้างอิงปฐมภูมิ
ชื่อบริษัทภาษาไทยบริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน)SET Profile
ชื่อบริษัทภาษาอังกฤษSIAM GLOBAL HOUSE PUBLIC COMPANY LIMITEDSET Profile
สัญลักษณ์หลักทรัพย์GLOBAL (SET / Bloomberg: GLOBAL TB / Reuters: GLOBAL.BK)SET Factsheet
ตลาดรองและกลุ่มอุตสาหกรรมSET / บริการ (Services) / พาณิชย์ (Commerce)SET Factsheet
ทุนจดทะเบียนและชำระแล้ว5,401,925,388 บาท (หุ้นสามัญ 5,401,925,388 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1.00 บาท)SET Factsheet
ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ 3 อันดับแรก1. บริษัท เอสซีจี ดิสทริบิวชั่น จำกัด (32.94%)
2. น.ส. กุณฑี สุริยวนากุล (11.43%)
3. นาย เกรียงไกร สุริยวนากุล (11.14%)
SET Profile 25 ก.พ. 2569
ผู้บริหารหลักและผู้ก่อตั้งนายวิทูร สุริยวนากุล (ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และประธานกรรมการบริหาร)รายงานประจำปี 56-1 One Report
เครือข่ายสาขาเปิดดำเนินการ92 สาขาในประเทศไทย ครอบคลุมเกือบทุกจังหวัด พร้อมสาขาในกัมพูชา, ลาว, เมียนมา, อินโดนีเซียGLOBAL Store Network
ผลตอบแทนต่อสินทรัพย์ (ROA TTM)8.65% (ปรับตัวดีขึ้นจาก 6.54% ในปี 2568)SET Factsheet
ผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE TTM)11.66% (ฟื้นตัวเด่นชัดจาก 8.12% ในปี 2568)SET Factsheet

3. ลักษณะการประกอบธุรกิจ (Business Overview & Detailed Operations)

รูปแบบธุรกิจ โมเดลร้านค้าคลังสินค้า อาณาจักรแบรนด์ House Brand เทคโนโลยี ASRS และโครงข่ายอาเซียน

บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2540 ณ อำเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด โดยนายวิทูร สุริยวนากุล และกลุ่มตระกูลสุริยวนากุล โดยเป็นผู้บุกเบิกโมเดลศูนย์จำหน่ายสินค้าวัสดุก่อสร้างและของตกแต่งบ้านในรูปแบบคลังสินค้า (Mega Warehouse Store) แห่งแรกในประเทศไทย ภายใต้แนวคิดทางการค้า “โกลบอลเฮ้าส์ ครบ หลากหลาย ให้บ้านคุณ” (One Stop Shopping Home Center) โดยรวมสินค้าวัสดุก่อสร้างหนัก อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ เครื่องมือช่าง และของตกแต่งบ้านไว้ภายใต้หลังคาเดียวกันกว่า 100,000 รายการ

1. รูปแบบสาขาและนวัตกรรมการให้บริการ (Store Formats & Service Innovation)

2. กลุ่มผลิตภัณฑ์หลักและโครงสร้างรายได้ (Core Product Portfolio)

สินค้าของ GLOBAL แบ่งออกเป็น 4 กลุ่มหลัก ครอบคลุมตั้งแต่งานวางรากฐานโครงสร้างอาคารจนถึงการตกแต่งภายในและการบริการติดตั้ง:

กลุ่มผลิตภัณฑ์หลักสัดส่วนยอดขายประเภทสินค้าที่จำหน่ายแบรนด์ตราสินค้าของบริษัท (House Brands)แบรนด์พันธมิตรชั้นนำ (National Brands)กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย
1. วัสดุก่อสร้างและโครงสร้าง (Heavy Materials)42%ปูนซีเมนต์, เหล็กเส้น, เหล็กรูปพรรณ, หลังคา, อิฐ, ท่อพีวีซี, ไม้อัด, ฉนวนกันความร้อน, คอนกรีตผสมเสร็จG-Plast (ท่อและข้อต่อพีวีซี), ProMax (อุปกรณ์โครงสร้าง), Lumber House (ไม้สังเคราะห์)SCG (ตราช้าง), TPIPL, ตราเสือ, ตราเพชร, TATA Steel, ท่อตราช้างผู้รับเหมาก่อสร้าง, ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์, ช่างโครงสร้าง, เจ้าของบ้านสร้างใหม่
2. วัสดุตกแต่งบ้านและงานระบบ (Decorative Materials)38%กระเบื้องปูพื้น-ผนัง, สุขภัณฑ์, ก๊อกน้ำ, อุปกรณ์ห้องน้ำ, โคมไฟ, สีทาอาคาร, ประตู-หน้าต่าง, ผ้าม่าน, เฟอร์นิเจอร์Verno (สุขภัณฑ์และอุปกรณ์ห้องน้ำ), Brianna (กระเบื้องพอร์ซเลน), Art Tile, Eco-Power (โคมไฟ/หลอดไฟ)COTTO, American Standard, Kohler, TOA, Nippon Paint, Dulux, DOS, WAVEเจ้าของบ้านปรับปรุงซ่อมแซม (Renovation), สถาปนิก, มัณฑนากร
3. เครื่องมือช่างและอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ (Tools & Hardware)18%สว่านไฟฟ้า, ตู้เชื่อม, เครื่องตัดหญ้า, ปั๊มน้ำ, สายไฟ, น็อต-สกรู, เครื่องมือเกษตร, เครื่องกำเนิดไฟฟ้าDextra (เครื่องมือช่างและเครื่องมือไฟฟ้า), Fitt (ฮาร์ดแวร์และอุปกรณ์ยึดติด), Champion (ปั๊มน้ำและเครื่องมือเกษตร)Makita, Bosch, DeWalt, Stanley, Mitsubishi, Hitachi, Yazaki, Bangkok Cableช่างฝีมือวิชาชีพ, ช่างซ่อมบำรุง, เกษตรกร, ผู้ใช้งานแบบ Do-It-Yourself (DIY)
4. งานบริการและรายได้อื่น (Services & Other Revenues)2%บริการช่างติดตั้งและปรับปรุงบ้าน, ค่าเช่าพื้นที่เชิงพาณิชย์ภายในสาขา, ค่าบริการขนส่งสินค้าGlobal Service (ศูนย์บริการช่างครบวงจร)ร้านค้าพันธมิตรผู้เช่าพื้นที่ (Kerry, Flash, ร้านอาหาร เครื่องดื่ม และธนาคาร)ลูกค้าทั่วไปและผู้รับเหมาคู่สัญญา

3. อาณาจักรสินค้าตราสัญลักษณ์ของบริษัท (House Brand / Private Label Strategy)

กลยุทธ์หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนการเติบโตของอัตรากำไร (Margin Expansion) ของ GLOBAL คือการพัฒนาพอร์ตโฟลิโอ House Brand อย่างเข้มข้น ปัจจุบันสินค้า House Brand มีสัดส่วนยอดขายถึง 27.5% ในงวด 1H2026 โดยมีเป้าหมายระยะกลางที่ 30%–32% สินค้า House Brand สามารถสร้างอัตรากำไรขั้นต้นได้สูงถึง 38% – 45% เทียบกับสินค้าแบรนด์ทั่วไปที่ 14% – 20% เนื่องจากบริษัทสั่งผลิตตรงจากโรงงานผู้ผลิตชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ (OEM/ODM) ตัดคนกลางในห่วงโซ่อุปทาน:

4. พันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์กับกลุ่มเอสซีจี (SCG Strategic Synergy)

นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 บริษัท เอสซีจี ดิสทริบิวชั่น จำกัด (ในเครือ บมจ. ปูนซิเมนต์ไทย) ได้เข้ามาเป็นพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ โดยปัจจุบันถือหุ้นในสัดส่วน 32.94% ก่อให้เกิดความได้เปรียบในการแข่งขันอย่างมหาศาล:

5. เทคโนโลยีคลังสินค้าอัตโนมัติ (Automated Storage and Retrieval System - ASRS)

GLOBAL เป็นผู้นำในการนำระบบจัดเก็บและเบิกจ่ายสินค้าอัตโนมัติ (ASRS) มาใช้ในศูนย์กระจายสินค้า (Distribution Center) ขนาดใหญ่ ณ อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และขยายสู่สาขาหลักทั่วประเทศ โดยใช้หุ่นยนต์เครนอัตโนมัติควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์ในการจัดวางพาเลทสินค้าสูงถึง 30 เมตร ช่วยให้:

6. โครงข่ายการขยายธุรกิจสู่ภูมิภาคอาเซียน (AEC Expansion)

GLOBAL ขยายฐานธุรกิจออกสู่กลุ่มประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนที่มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงและกำลังเปลี่ยนผ่านสู่ Modern Trade:

4. ผลการดำเนินงานทางการเงิน (Financial Performance)

วิเคราะห์รายได้ กำไรสุทธิ อัตรากำไร และเปรียบเทียบผลประกอบการ 1H2025 vs 1H2026 — ข้อมูล ณ 30 มิถุนายน 2026

ผลประกอบการงวด 1H2026 ของ GLOBAL แสดงถึงการฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญในเชิงคุณภาพ แม้ว่ารายได้รวมจะเติบโตเพียง +1.86% YoY สู่ ฿17,153.75 ล้านบาท แต่กำไรสุทธิกลับพุ่งทะยาน +53.91% YoY สู่ ฿1,758.05 ล้านบาท จากการปรับพอร์ตสินค้ามุ่งเน้น House Brand ที่มีมาร์จิ้นสูง และการควบคุมค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยจ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ:

แนวโน้มรายได้ EBITDA และกำไรสุทธิ (ล้านบาท)
ที่มา: งบการเงินรวมตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชี และ MD&A ไตรมาส 2/2569 — SET Disclosure
อัตรากำไร EBITDA Margin และ Net Margin (%)
ที่มา: คำนวณจากงบการเงินรวมของบริษัท — SET Factsheet
เปรียบเทียบผลประกอบการงวด 6 เดือน (1H2025 vs 1H2026) ล้านบาท
ที่มา: คำอธิบายและวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ (MD&A) สิ้นสุด 30 มิ.ย. 2569 — SET News
รายการทางการเงิน (ล้านบาท)FY2023FY2024FY20251H20251H2026% YoY (1H)TTM (มิ.ย. 69)
รายได้รวม (Total Revenue)32,400.1333,014.9732,400.1316,840.5017,153.75+1.86%32,713.38
ต้นทุนขายและบริการ24,248.8024,710.2024,320.1012,583.2212,172.30−3.27%23,909.18
กำไรขั้นต้น (Gross Profit)8,151.338,304.778,080.034,257.284,981.45+17.01%8,804.20
อัตรากำไรขั้นต้น (GPM %)25.16%25.15%24.94%25.28%29.04%+376 bps26.91%
EBITDA4,285.504,015.203,620.401,827.202,590.22+41.76%4,450.10
ต้นทุนทางการเงิน (Finance Costs)312.40345.10310.20162.5081.90−49.60%229.60
กำไรสุทธิ (Net Profit)2,671.432,370.001,960.001,142.291,758.05+53.91%2,575.76
อัตรากำไรสุทธิ (Net Margin %)8.25%7.18%6.05%6.78%10.25%+347 bps7.87%

5. งบแสดงฐานะการเงิน (Balance Sheet Composition)

วิเคราะห์โครงสร้างสินทรัพย์ หนี้สิน ส่วนของผู้ถือหุ้น และความสมบูรณ์ทางบัญชี — ข้อมูล ณ 30 มิถุนายน 2026
โครงสร้างสินทรัพย์ หนี้สิน และส่วนของผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ที่มา: งบแสดงฐานะการเงินรวม — SET Factsheet
รายการงบดุล (ล้านบาท)31 ธ.ค. 202331 ธ.ค. 202431 ธ.ค. 202530 มิ.ย. 2026
สินทรัพย์หมุนเวียน (Current Assets)16,842.1017,215.3017,450.0016,920.45
— เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด1,420.501,280.401,350.201,482.10
— สินค้าคงเหลือสุทธิ (Inventories)14,510.2014,980.1015,120.0014,650.35
สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน (Non-Current Assets)22,661.3522,974.9322,740.0022,227.76
— ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์สุทธิ (PP&E)19,850.1020,120.5019,950.0019,510.40
สินทรัพย์รวม (Total Assets)39,503.4540,190.2340,190.0039,148.21
หนี้สินหมุนเวียน (Current Liabilities)12,410.2012,580.4012,611.0015,220.12
หนี้สินไม่หมุนเวียน (Non-Current Liabilities)2,135.331,817.261,786.001,837.00
หนี้สินรวม (Total Liabilities)14,545.5314,397.6614,398.0017,057.12
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม (Total Equity)24,957.9225,792.5725,792.0022,091.09
สมการความสมบูรณ์ทางบัญชี (Liabilities + Equity)39,503.4540,190.2340,190.0039,148.21
ตรวจสอบสมการบัญชี: สินทรัพย์รวม ฿39,148.21M = หนี้สินรวม ฿17,057.12M + ส่วนของทุน ฿22,091.09M สอดคล้องตรงกัน 100%

6. หนี้สินและเลเวอเรจ (Leverage & Debt Profile)

โครงสร้างภาระหนี้สิน ความสามารถในการชำระดอกเบี้ย และอัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญ
อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุน (IBD/E และ Net IBD/E)
ที่มา: คำนวณจากงบการเงินไตรมาส 2/2569 — SET Factsheet
หนี้สินรวม / ทุน (D/E)
0.77x
อยู่ในเกณฑ์ปลอดภัยสูง(Settrade)
หนี้มีดอกเบี้ย / ทุน (IBD/E)
0.33x
ต่ำกว่าเงื่อนไข Covenants (2.0x)(MD&A 2Q26)
Net IBD / Equity
0.27x
หักเงินสด ฿1,482 ล้าน(MD&A 2Q26)
ความสามารถจ่ายดอกเบี้ย
31.6x
EBIT / ดอกเบี้ยจ่าย (แข็งแกร่งมาก)(MD&A 2Q26)
ตัวชี้วัดด้านสภาพคล่องและภาระหนี้31 ธ.ค. 202331 ธ.ค. 202431 ธ.ค. 202530 มิ.ย. 2026
หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยรวม (IBD ล้านบาท)9,215.408,765.208,510.007,420.50
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด (ล้านบาท)1,420.501,280.401,350.201,482.10
หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิ (Net IBD ล้านบาท)7,794.907,484.807,159.805,938.40
IBD / Equity (เท่า)0.37x0.34x0.33x0.33x
Net IBD / Equity (เท่า)0.32x0.29x0.28x0.27x
Interest Coverage Ratio (เท่า)14.2x12.8x12.5x31.6x

7. สัดส่วนธุรกิจ (Business Segments)

โครงสร้างรายได้ตามกลุ่มผลิตภัณฑ์ และการเติบโตของสินค้าตราสัญลักษณ์ของบริษัท (House Brand)
โครงสร้างรายได้ตามกลุ่มผลิตภัณฑ์ (%)
ที่มา: รายงานประจำปี 56-1 One Report และข้อมูลจากฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ — GLOBAL IR
กลุ่มสินค้าสัดส่วนยอดขาย (%)อัตรากำไรขั้นต้นโดยประมาณแบรนด์หลักและกลยุทธ์การขยายตัว
วัสดุก่อสร้างและโครงสร้าง42%15% – 18%เชื่อมโยงเครือข่าย SCG ขยายฐานลูกค้าช่างโครงการและผู้รับเหมาในภูมิภาค
วัสดุตกแต่งบ้านและงานระบบ38%32% – 36%เพิ่ม House Brand แบรนด์ Verno ขยายสินค้ากระเบื้อง สุขภัณฑ์ และสีทาอาคาร
เครื่องมือช่างและอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์18%28% – 32%ขยายแบรนด์ Dextra และ Fitt ตอบสนองกลุ่ม DIY และช่างซ่อมบำรุง
บริการและรายได้อื่น2%45% – 55%เพิ่มพื้นที่เช่าร้านค้าพันธมิตรในสาขาและบริการติดตั้งครบวงจร

8. ประวัติการจ่ายเงินปันผล (Dividend History)

ประวัติเงินปันผลต่อหุ้น นโยบายการจ่ายเงินปันผล และผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น
ประวัติการจ่ายเงินปันผลต่อหุ้น (บาท/หุ้น)
ที่มา: สิทธิประโยชน์ผู้ถือหุ้น ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย — Settrade
รอบปีบัญชีเงินปันผลเงินสด (บาท/หุ้น)อัตราหุ้นปันผลวันขึ้นเครื่องหมาย XDวันจ่ายเงินปันผล
FY2025 (จ่ายปี 2569)0.1841227 หุ้นเดิม : 1 หุ้นปันผล24 ก.พ. 25697 พ.ค. 2569
FY2024 (จ่ายปี 2568)0.1842726 หุ้นเดิม : 1 หุ้นปันผล27 ก.พ. 25687 พ.ค. 2568
FY2023 (จ่ายปี 2567)0.1744425 หุ้นเดิม : 1 หุ้นปันผล23 ก.พ. 256710 พ.ค. 2567
FY2022 (จ่ายปี 2566)0.2546024 หุ้นเดิม : 1 หุ้นปันผล24 ก.พ. 256611 พ.ค. 2566

นโยบายและเอกลักษณ์การจ่ายเงินปันผล

บริษัทมีนโยบายจ่ายเงินปันผลไม่ต่ำกว่าร้อยละ 30 ของกำไรสุทธิหลังหักภาษีเงินได้นิติบุคคลและทุนสำรองตามกฎหมาย โดยบริษัทมีประวัติการจ่ายปันผลเป็น “เงินสดควบคู่กับหุ้นปันผล (Stock Dividend)” อย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอทุกปี ประโยชน์เชิงกลยุทธ์ของการจ่ายหุ้นปันผลคือการเก็บรักษากระแสเงินสดจากการดำเนินงานไว้ขยายสาขาขนาดใหญ่ (Capital Expenditure) โดยไม่ต้องเพิ่มภาระการกู้ยืมสถาบันการเงิน ส่งผลให้อัตราหนี้สินต่อทุนอยู่ในระดับต่ำ ขณะเดียวกันผู้ถือหุ้นได้รับผลตอบแทนรวม (Total Shareholder Return) ทั้งจากกระแสเงินสดและจำนวนหุ้นที่เพิ่มขึ้น

9. การเปรียบเทียบเพื่อนร่วมกลุ่ม (Peer Comparison)

เปรียบเทียบมูลค่าตลาด อัตราส่วน P/E และจุดเด่นการดำเนินงานในกลุ่ม Home Improvement & Commerce
เปรียบเทียบมูลค่าตลาด (ล้านบาท) และ P/E Ratio ของคู่แข่งในกลุ่ม
ที่มา: ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ณ วันที่ 24–30 กันยายน 2026 — SET Factsheet
หลักทรัพย์ชื่อบริษัทราคาปิด (บาท)Market Cap (ล้านบาท)P/E (เท่า)P/BV (เท่า)Div. Yield (%)
GLOBALบมจ. สยามโกลบอลเฮ้าส์6.5535,852.7413.901.382.77%
HMPROบมจ. โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์8.6581,537.4313.543.154.85%
DOHOMEบมจ. ดูโฮม6.8011,963.2615.851.121.45%
ILMบมจ. อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์13.907,019.009.201.105.80%

ข้อสังเกตเชิงเปรียบเทียบ (Peer Insights)

GLOBAL ซื้อขายที่ระดับ P/E 13.90x ใกล้เคียงกับ HMPRO (13.54x) แต่ต่ำกว่า DOHOME (15.85x) โดย GLOBAL มีจุดเด่นด้านเครือข่ายสาขาครอบคลุมต่างจังหวัดระดับอำเภอรอง และการเข้าถึงฐานลูกค้าสร้างบ้านเอง ซึ่งแตกต่างจาก HMPRO ที่เน้นเขตเมืองและกลุ่มลูกค้ารายได้ปานกลาง-สูง ขณะที่ DOHOME มีสัดส่วนสินค้าเหล็กโครงสร้างสูงทำให้ Margin มีความผันผวนมากกว่า

10. มุมมองอนาคตธุรกิจ (Business Outlook)

ปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโต การขยายสาขาในประเทศและต่างประเทศ และแผนการลงทุนระยะ 3 ปี

ทิศทางการดำเนินธุรกิจในครึ่งปีหลัง 2569 และปี 2570 ของ GLOBAL มุ่งเน้นการเติบโตอย่างมีคุณภาพผ่าน 4 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ การเพิ่มสัดส่วนสินค้า House Brand, การขยายสาขาต่อเนื่องสู่เป้าหมาย 100+ สาขา, การเก็บเกี่ยวผลกำไรจากการลงทุนในต่างประเทศ, และการใช้เทคโนโลยีคลังสินค้า ASRS ลดต้นทุนโลจิสติกส์:

กลยุทธ์หลักเป้าหมายระยะสั้น (2569)เป้าหมายระยะกลาง (2570–2571)ผลลัพธ์ที่คาดการณ์
การขยายสาขาในประเทศเปิดสาขาใหม่ 5 สาขา (สู่ 96–101 สาขา)เปิดเพิ่มปีละ 5–6 สาขา สู่เป้าหมาย 115 สาขาขยาย Market Share ในภาคอีสาน เหนือ และใต้
การยกระดับ House Brandสัดส่วนแตะ 28% ของยอดขายรวมสัดส่วนเพิ่มเป็น 30%–32%หนุนอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ยืนเหนือ 29% อย่างยั่งยืน
ขยายตลาดอาเซียน (AEC)เพิ่มสาขาในอินโดนีเซีย (Mitra10) และเมียนมาเพิ่มส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนร่วมค้าสร้างรายได้เงินปันผลและกระจายความเสี่ยงทางภูมิศาสตร์
คลังสินค้าอัตโนมัติ (ASRS)เชื่อมโยงระบบคลังสาขาใหม่ 100%ลดต้นทุนค่าแรงและโลจิสติกส์ต่อสาขา 5%–8%ควบคุม SG&A to Sales ให้อยู่ต่ำกว่า 17.5%

11. ปัจจัยเสี่ยงและการบริหารจัดการ (Risk Factors & Mitigation Strategies)

วิเคราะห์ความเสี่ยงสำคัญ 6 ด้าน สัญญาณเตือนเชิงปริมาณ ผลกระทบต่องบการเงิน และมาตรการบรรเทาความเสี่ยงเชิงรุก

การประเมินปัจจัยเสี่ยงของ GLOBAL ครอบคลุมทั้งความเสี่ยงมหภาค ความเสี่ยงเชิงอุตสาหกรรม และความเสี่ยงจากการปฏิบัติการ โดยมีการกำหนดสัญญาณเตือนเชิงปริมาณ (Observable Triggers) และแนวทางบริหารจัดการเชิงรุกเพื่อลดผลกระทบต่อผลการดำเนินงาน:

ประเภทความเสี่ยงลักษณะและกลไกความเสี่ยงสัญญาณเตือนที่ต้องจับตา (Triggers)ผลกระทบต่องบการเงินแนวทางบริหารจัดการของบริษัท
1. กำลังซื้อต่างจังหวัดและหนี้ครัวเรือนหนี้ครัวเรือนไทยที่ทรงตัวสูงกว่า 89% ต่อ GDP กดดันสินเชื่อบ้านและกำลังซื้อซ่อมแซมสร้างบ้านในภูมิภาคตัวเลข SSSG ติดลบต่อเนื่องเกิน 2 ไตรมาส, อัตราการปฏิเสธสินเชื่อบ้านสูงขึ้นรายได้จากการขายชะลอตัวลง ยอดขายสาขาเดิมหดตัวเร่งขยายสินค้ากลุ่ม House Brand ราคาประหยัด ขยายสินค้าซ่อมแซมชิ้นเล็ก DIY และจัดแคมเปญผ่อน 0% ร่วมกับบัตรเครดิตพันธมิตร
2. ความผันผวนของราคาเหล็กและสินค้าโภคภัณฑ์ราคาเหล็กเส้นและเหล็กรูปพรรณในตลาดโลกผันผวนตามอุปสงค์ของจีนและการทุ่มตลาดดัชนีราคาเหล็กเส้นในประเทศปรับลดลงมากกว่า 5% ภายในเดือนเดียวเกิดผลขาดทุนจากการปรับมูลค่าสินค้าคงเหลือ (Stock Loss) ฉุดอัตรากำไรขั้นต้นปรับลดระยะเวลาถือครองสต็อกเหล็กเหลือไม่เกิน 30–45 วัน นำระบบ Just-In-Time มาใช้ และสั่งซื้อผ่าน SCG Distribution เพื่อป้องกันความเสี่ยง
3. สภาพอากาศ อุทกภัย และภัยธรรมชาติฤดูฝนตกหนัก น้ำท่วมในภาคเหนือและภาคอีสาน ขัดขวางงานก่อสร้างและการเดินทางของลูกค้าสู่สาขาปริมาณน้ำฝนสะสมสูงกว่าค่าเฉลี่ย 20%, ประกาศพื้นที่ภัยพิบัติน้ำท่วมระดับจังหวัดยอดขายสาขาในพื้นที่ประสบภัยลดลงชั่วคราวในช่วงที่น้ำท่วมออกแบบโครงสร้างอาคารสาขาให้มีระดับพื้นยกสูงพ้นแนวน้ำท่วม และเตรียมสต็อกสินค้าซ่อมแซมบ้าน ปั๊มน้ำ สุขภัณฑ์ เพื่อรองรับอุปสงค์ซ่อมแซมบ้านหลังน้ำลดทันที
4. การแข่งขันจาก Modern Trade อื่นคู่แข่งรายใหญ่เร่งเปิดสาขาประชิดทำเล อาทิ Dohome, ไทวัสดุ (CRC), เมกาโฮม (HMPRO)จำนวนสาขาคู่แข่งเปิดใหม่ในรัศมี 20 กม. เพิ่มขึ้น, การทำสงครามราคาตัดกำไรอัตราการทำกำไรขั้นต้นของสินค้า National Brand ลดลงจากโปรโมชั่นตัดราคาสร้างความแตกต่างด้วยสินค้า House Brand มาร์จิ้นสูงกว่า 27.5% บริการ Drive-Thru รวดเร็ว และระบบสมาชิกสะสมแต้มผูกใจลูกค้าช่างก่อสร้าง
5. ความเสี่ยงค่าเงินและการลงทุนต่างประเทศการลงทุนในกัมพูชา ลาว เมียนมา และอินโดนีเซีย เผชิญความผันผวนของค่าเงินและกฎเกณฑ์ภาครัฐอัตราแลกเปลี่ยนเงินกีบ (LAK) หรือจ๊าต (MMK) อ่อนค่ารุนแรง, ข้อจำกัดโอนเงินตราต่างประเทศผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน และส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมลดลงดำเนินธุรกิจร่วมทุนกับพันธมิตรท้องถิ่นชั้นนำ กู้ยืมเป็นสกุลเงินท้องถิ่น (Natural Hedge) และจำกัดสัดส่วนเงินลงทุนต่างประเทศไม่เกิน 10% ของสินทรัพย์รวม
6. การบริหารจัดการสินค้าคงคลังขนาดใหญ่การถือครองสต็อกสินค้ามูลค่ากว่า ฿14,600 ล้านบาท หากการหมุนเวียนสินค้าชะลอตัวจะกระทบกระแสเงินสดระยะเวลาหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ (Inventory Days) พุ่งสูงเกิน 180 วันต้นทุนการถือครองสต็อกสูงขึ้น และความเสี่ยงสินค้าตกรุ่นเสื่อมสภาพใช้ระบบคลังสินค้าอัตโนมัติ ASRS ตรวจสอบการเคลื่อนไหวของ SKU แบบ Real-time จัดแคมเปญ Clear-cut clearance สำหรับสินค้าหมุนช้า

12. การวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรค (SWOT Analysis)

ประเมินปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอกที่ส่งผลกระทบต่อศักยภาพการแข่งขันของ GLOBAL

Strengths (จุดแข็ง)

  • เครือข่ายสาขาครอบคลุมทั่วไทย: มีสาขา 92 แห่ง ครอบคลุมจังหวัดหลักและอำเภอรอง เข้าถึงฐานลูกค้าภูมิภาคอย่างลึกซึ้ง
  • พันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์กับ SCG: SCG ถือหุ้น 32.94% เสริมอำนาจการต่อรองราคาสินค้า ห่วงโซ่อุปทาน และความน่าเชื่อถือ
  • พอร์ตโฟลิโอ House Brand มาร์จิ้นสูง: สัดส่วน 27.5% สร้างอัตรากำไรขั้นต้น 38%–45% หนุน GPM รวมทะยานแตะ 29.04%
  • เทคโนโลยีคลังสินค้าอัตโนมัติ ASRS: ควบคุมต้นทุนดำเนินงาน ลดการพึ่งพาแรงงาน และเพิ่มความเร็วในการกระจายสินค้า

Weaknesses (จุดอ่อน)

  • การพึ่งพากำลังซื้อต่างจังหวัดสูง: รายได้ส่วนใหญ่ผูกติดกับรายได้ภาคการเกษตรและสภาพเศรษฐกิจต่างจังหวัด
  • เงินจมในสินค้าคงเหลือขนาดใหญ่: ต้องสต็อกสินค้ากว่า ฿14,600 ล้านบาทเพื่อรองรับพื้นที่ร้าน Mega Warehouse
  • สัดส่วนสินค้าเหล็กโครงสร้าง: แม้จะลดลงแต่สินค้าเหล็ก 12%–15% ยังมีความอ่อนไหวต่อราคาตลาดโลก
  • สาขาในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลมีจำกัด: พื้นที่ให้บริการในเขตเมืองหลวงน้อยกว่าคู่แข่งอย่าง HomePro

Opportunities (โอกาส)

  • การเร่งเบิกจ่ายงบประมาณลงทุนภาครัฐ: เม็ดเงินโครงการโครงสร้างพื้นฐานกระจายสู่ภูมิภาค หนุนงานรับเหมาก่อสร้าง
  • อุปสงค์ซ่อมแซมบ้านหลังอุทกภัย: ความต้องการสินค้าซ่อมแซม สุขภัณฑ์ ท่อประปา กระเบื้อง และสีทาบ้านหลังน้ำลด
  • การเติบโตในตลาดอาเซียน (AEC): โอกาสเติบโตมหาศาลในอินโดนีเซียร่วมกับ Depo Bangunan และการฟื้นตัวของ CLMV
  • การขยายบริการช่าง Global Service: เพิ่มรายได้ค่าบริการติดตั้ง ปรับปรุง ต่อเติม สร้างกระแสรายได้สม่ำเสมอ

Threats (อุปสรรค)

  • ปัญหาหนี้ครัวเรือนไทยระดับสูงเรื้อรัง: ฉุดกำลังซื้อผู้บริโภคและชะลอการตัดสินใจสร้างบ้านใหม่
  • สงครามราคาและการเร่งเปิดสาขาของคู่แข่ง: Modern Trade รายใหญ่เร่งขยายสาขาในทำเลประชิดกัน
  • สภาพอากาศแปรปรวนและภัยธรรมชาติ: ฤดูมรสุมและน้ำท่วมซ้ำซากกระทบกิจกรรมก่อสร้างและการเดินทางของลูกค้า
  • ความผันผวนของต้นทุนพลังงานและค่าแรง: การปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการดำเนินงานสาขา

13. มุมมองนักลงทุนและการติดตาม (Investor View)

สรุปข้อคิดเห็นเชิงกลยุทธ์ ปัจจัยที่ต้องจับตาในการลงทุน และคำเตือนความเสี่ยง

ปัจจัยบวกที่ต้องติดตาม (Catalysts)

  • ตัวเลข SSSG พลิกกลับมาเป็นบวกชัดเจนใน 2H2026 จากกำลังซื้อภาคเกษตรและเงินช่วยเหลือเกษตรกร
  • สัดส่วน House Brand เพิ่มขึ้นสู่เป้าหมาย 28%–30% ดัน Net Margin ยืนเหนือ 10%
  • การเร่งเปิดสาขาใหม่ครบตามเป้า 5 สาขาในไตรมาส 4 ซึ่งเป็นช่วง High Season

กลยุทธ์การลงทุนที่แนะนำ

  • ทยอยสะสมเมื่อราคาอ่อนตัวในกรอบ ฿6.00 – ฿6.40 บาท เพื่อรับอัตราผลตอบแทนเงินปันผลสม่ำเสมอ
  • ระดับ P/E 13.9x สะท้อนความกังวลด้านกำลังซื้อไปมากแล้ว ขณะที่กำไรสุทธิฟื้นตัวโดดเด่น
  • ติดตามผลการดำเนินงาน 3Q26 หากรักษาระดับ GPM เหนือ 28% จะยืนยันแนวโน้ม Earnings Upgrade

ความเสี่ยงที่อาจทำให้ปรับลดประมาณการ

  • ปัญหาอุทกภัยรุนแรงและกินเวลานานจนกระทบต่อยอดขายช่วงปลายไตรมาส 3
  • SSSG ติดลบมากกว่า −5% จากภาวะหนี้เสียในต่างจังหวัดที่ยังไม่คลี่คลาย
  • ราคาเหล็กในตลาดโลกลดลงต่ำกว่าคาดทำให้ต้องตั้งสำรองขาดทุนมูลค่าสินค้า
รายการตรวจสอบสำหรับนักลงทุน (Monitoring Checklist)ความถี่แหล่งติดตามข้อมูล
1. ยอดขายต่อสาขาเดิม (Same-Store Sales Growth: SSSG) รายไตรมาสทุกไตรมาสคำชี้แจงผลการดำเนินงาน MD&A (SET)
2. สัดส่วนยอดขายสินค้า House Brand และอัตรากำไรขั้นต้น (GPM)ทุกไตรมาสการนำเสนอ Opportunity Day (SET / IR)
3. ความคืบหน้าการเปิดสาขาใหม่ในไทยและต่างประเทศรายไตรมาส / รายปีข่าวประชาสัมพันธ์บริษัท และรายงานประจำปี 56-1
4. ความเคลื่อนไหวราคาเหล็กเส้นและดัชนีวัสดุก่อสร้างในประเทศรายสัปดาห์ / รายเดือนดัชนีราคาวัสดุก่อสร้าง สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.)
5. มติการจ่ายเงินปันผลประจำปีและอัตราส่วนหุ้นปันผลกุมภาพันธ์ ของทุกปีระบบเผยแพร่ข้อมูลสิทธิประโยชน์ (Settrade)
6. ความคืบหน้าการเบิกจ่ายงบประมาณลงทุนโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐรายเดือน / รายไตรมาสสำนักงบประมาณ และกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง