Teradyne (NASDAQ: TER) ขายเครื่องทดสอบชิปอัตโนมัติ (Automated Test Equipment) ให้ผู้ผลิตชิปที่ต้องตรวจคุณภาพก่อนส่งสินค้า และมีธุรกิจหุ่นยนต์ Universal Robots กับ MiR อยู่ด้วย ผลประกอบการ 6M2026 เร่งตัวแรงมาก รายได้ $2,611.5M เพิ่ม 95.3% กำไรขั้นต้นเพิ่มเป็น 60.3% จาก 58.9% และกำไรสุทธิ $773.4M เพิ่ม 336.3% (10-Q) กำไรเพิ่มเร็วกว่ารายได้มาก เพราะค่าใช้จ่ายดำเนินงานเพิ่มช้ากว่ารายได้ (กำไรจากการดำเนินงาน 6M เพิ่ม 330.5% และอัตรากำไรจากการดำเนินงานขึ้นเป็น 34.9% จาก 15.8%) (XBRL OperatingIncomeLoss) ราคาหุ้น $359.44 ให้ P/E ย้อนหลัง TTM 49.3 เท่า และ P/E ไปข้างหน้า 36.9 เท่า (StockAnalysis)
1. ไตรมาสแรกของ 2026 เกินแนวทางมาก. รายได้ไตรมาส 1 คำนวณได้ $1,282.5M (6M − Q2) สูงกว่าช่วงแนวทางที่ $1,150–1,250M และกำไรสุทธิไตรมาส 1 $398.9M (XBRL) ตัวเลขนี้ยืนยันด้วย XBRL แล้ว
2. Semiconductor Test เป็นตัวขับหลัก. ไตรมาส 2 กลุ่มนี้มีรายได้ $1,122M คิดเป็น 84.4% ของรายได้รวม ผู้บริหารระบุว่าการเติบโตมาจากความต้องการ AI ด้าน compute และหน่วยความจำ (ประกาศ Q2) Robotics เหลือเพียง $100M หรือ 7.5% หลังรายได้ FY2025 ลดลง 15.5%
3. แนวทางไตรมาส 3 เป็นสัญญาณที่ต้องจับตา. กลางช่วงรายได้ $1.25B ต่ำกว่าไตรมาส 2 ราว 5.9% เป็นการชะลอตัวแบบไตรมาสต่อไตรมาสครั้งแรกในงวดที่ดึงมา ส่วนการเติบโตปีต่อปียังสูงมาก (ประกาศ Q2)
4. งบดุลไม่มีหนี้ แต่เงินสดถูกใช้ไปกับการลงทุนและการซื้อหุ้นคืน. ณ 28 มิ.ย. 2026 มีเงินสดและหลักทรัพย์ $517.1M และไม่มีหนี้ระยะสั้น ลดจาก $200M ณ สิ้นปี 2025 ใน 6M2026 บริษัทจ่ายปันผล $40.7M ซื้อหุ้นคืน $74.2M และลงทุนใน MultiLane ซึ่งทำให้มีส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุม (NCI) $36.2M (10-Q)
5. ราคาสะท้อนความคาดหวังไปมากแล้วบางส่วน. P/E ไปข้างหน้า 36.9 เท่า ใกล้มัธยฐาน 34.7 เท่าของเพื่อนที่ดึงมา แต่ P/E TTM อยู่ที่ 49.3 เท่า เพราะกำไรปี 2025 ยังต่ำกว่าปัจจุบันมาก นักวิเคราะห์ 17 บ้านให้ความเห็น Buy เป้าเฉลี่ย $446.47 หรือเพิ่มขึ้น 24.2% (StockAnalysis)
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| ชื่อนิติบุคคล | Teradyne, Inc. (CIK 0000097210) · รัฐแมสซาชูเซตส์ · IRS EIN 04-2272148 |
| สำนักงานใหญ่ | 600 Riverpark Drive, North Reading, Massachusetts 01864, USA · โทร (978) 370-2700 · (10-K cover) |
| ผู้บริหารสูงสุด | Greg Smith (CEO) · ตามประกาศผลประกอบการ Q4 FY2025 (8-K) ชื่อ CFO ไม่ได้ดึงมาในรอบนี้ |
| รอบปีบัญชี | สิ้นสุด 31 ธ.ค. ทุกปี · FY2025 ยื่น 10-K วันที่ 19 ก.พ. 2026 · 6M2026 สิ้นสุด 28 มิ.ย. 2026 |
| หุ้นที่ออกและชำระแล้ว | 156,340,750 หุ้น ณ 27 ก.ค. 2026 · (10-Q cover) (156,555,950 หุ้น ณ 16 ก.พ. 2026 · 10-K cover) |
| ช่วงราคา 52 สัปดาห์ | $135.00 – $487.91 · (StockAnalysis) |
| พนักงาน | ประมาณ 6,600 คน ณ 31 ธ.ค. 2025 ในจำนวนนี้ประมาณ 2,200 คนอยู่ในสหรัฐฯ · ฟิลิปปินส์ 19% เดนมาร์ก 10% คอสตาริกา 7% จีน 7% ไต้หวัน 5% · (10-K Item 1) |
| นโยบายปันผลล่าสุด | ปันผลไตรมาสละ $0.13 ต่อหุ้น (ex-date 4 ก.ย. 2026 จ่าย 25 ก.ย. 2026) · (StockAnalysis) · ประกาศ Q2 FY2026 (8-K) |
Teradyne นิยามตัวเองว่าเป็นผู้ให้บริการระดับโลกด้านเครื่องทดสอบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ มี 3 ส่วนรายงาน ได้แก่ Semiconductor Test, Product Test (แยกเป็นส่วนรายงานตั้งแต่มี.ค. 2025) และ Robotics (10-K FY2025) ส่วนทดสอบชิปขายเครื่องที่ใช้ตรวจชิปหลังผลิตเสร็จ ทั้งระดับเวเฟอร์ ระดับแพ็กเกจ และระดับระบบ ลูกค้าคือ IDM, Fabless, โรงหล่อ และ OSAT
| ส่วนรายงาน | ผลิตภัณฑ์และงานหลัก | คู่แข่งที่บริษัทระบุ |
|---|---|---|
| Semiconductor Test | ระบบทดสอบชิปสำหรับเวเฟอร์ แพ็กเกจ และระดับระบบ · แพลตฟอร์ม FLEX (UltraFLEXplus) · J750 และ IP750 สำหรับเซ็นเซอร์ภาพ · Magnum สำหรับหน่วยความจำ · ETS/Eagle สำหรับแอนะล็อกและสัญญาณผสม · ทดสอบ HDD และ SSD ด้วย | ไม่ได้ดึงรายชื่อคู่แข่งของส่วนนี้มา |
| Product Test | ทดสอบบอร์ดวงจร ทดสอบอุปกรณ์ไร้สาย ทดสอบ PIC (Photonic Integrated Circuit) และการทดสอบด้านกลาโหมและการบิน | Keysight, Rohde & Schwarz, Anritsu |
| Robotics | Universal Robots (แขนกลแบบ cobot) และ MiR (หุ่นยนต์เคลื่อนที่อัตโนมัติ AMR) · ขายแล้วกว่า 110,000 เครื่องสำหรับ cobot และ 11,000 เครื่องสำหรับ AMR | KUKA, ABB, FANUC, Yaskawa, Techman, Omron, Rockwell Automation |
การผลิตเครื่องทดสอบส่วนใหญ่ทำผ่านผู้รับจ้างผลิต (Contract Manufacturer) โดยมีกิจกรรมสำคัญที่มาเลเซีย Robotics ผลิตหลักที่เดนมาร์กและสหรัฐฯ บริษัทระบุว่า Flex, Plexus และ SAM Meerkat เป็นผู้รับจ้างผลิตหลัก มีโรงงานในมาเลเซียและไทย (10-K Item 1A) ความเสี่ยงนี้จึงย้ายไปอยู่ที่การส่งมอบและคุณภาพของผู้รับจ้างผลิตมากกว่าการควบคุมโรงงานของตัวเอง
| รายการ | วันที่ | มูลค่า | นัย |
|---|---|---|---|
| AET (หน่วยงานของ Infineon) | 31 ม.ค. 2025 | €17.6M ($18.3M) | เพิ่มความสามารถทดสอบแอนะล็อก |
| Quantifi Photonics | 31 พ.ค. 2025 | $127.2M | เพิ่มการทดสอบ PIC ในส่วน Product Test |
| MultiLane Test Products (ร่วมทุน 75%) | ประกาศ 29 ม.ค. 2026 · XBRL ระบุ 8 เม.ย. 2026 | ราว $157M | NCI $36.2M ณ 28 มิ.ย. 2026 · กำไรที่เป็นของ NCI $0.35M ใน 6M |
| Technoprobe (ถือหุ้น 10%) | ไม่ได้ระบุในรอบนี้ | ไม่ได้ดึงมา | มีการตัดจำหน่ายที่ไม่รวมในกำไรปรับลด |
1. ต้นทุนการเปลี่ยนผู้ให้บริการสูง. เครื่องทดสอบต้องผ่านการตรวจสอบกับสายการผลิตของลูกค้า การเปลี่ยนผู้จัดหาจึงใช้เวลานาน
2. ความร่วมมือกับลูกค้ารายใหญ่. ลูกค้า 5 รายคิดเป็น 44% ของรายได้ ความสัมพันธ์ระยะยาวกับโรงหล่อและ IDM ระดับโลกจึงเป็นทั้งจุดแข็งและความเสี่ยง
3. หลักฐานด้านกำไร. อัตรากำไรจากการดำเนินงาน 6M2026 อยู่ที่ 34.9% เทียบกับ 15.8% ปีก่อน และอัตรากำไรขั้นต้น 60.3% สูงกว่าปี 2024 ที่ 58.5% (10-Q)
4. ความหลากหลายของ Robotics ยังจำกัด. แม้ Universal Robots จะมีฐานลูกค้าขนาดใหญ่ แต่รายได้ Robotics ปี 2025 ลดลง 15.5% และต้องพึ่งค่าเงินต่างประเทศเป็นหลัก (10-K Item 1A) ดังนั้นคูเมืองของบริษัทจึงอยู่ที่ Semiconductor Test เป็นหลัก
ซีอีโอ Greg Smith กล่าวว่า “ไตรมาส 4 ของเราอยู่เหนือช่วงสูงสุดของแนวทาง” และว่า “ในปี 2026 เราคาดว่าจะเติบโตเทียบปีก่อนในทุกธุรกิจ โดยมีแรงส่งด้าน compute จาก AI แข็งแกร่ง” (ประกาศ Q4 FY2025) ในประกาศ Q2 FY2026 ผู้บริหารระบุว่าการลงทุนในเวเฟอร์ฟาบที่เร่งตัว “วางรากฐานสำหรับการเติบโตต่อเนื่องในปี 2027 และหลังจากนั้น” (ประกาศ Q2)
| รายการ (USD M) | FY2023 | FY2024 | FY2025 | 6M2025 | 6M2026 | TTM Jun-26 |
|---|---|---|---|---|---|---|
| รายได้ (Revenue) | 2,676.3 | 2,819.9 | 3,190.0 | 1,337.5 | 2,611.5 | 4,464.0 |
| การเปลี่ยนแปลง YoY | n/a | +5.4% | +13.1% | n/a | +95.3% | n/a |
| กำไรขั้นต้น (Gross Profit) | 1,536.7 | 1,648.9 | 1,857.3 | 788.3 | 1,575.6 | 2,644.6 |
| อัตรากำไรขั้นต้น | 57.4% | 58.5% | 58.2% | 58.9% | 60.3% | 59.2% |
| กำไรจากการดำเนินงาน (Operating Income) | 501.1 | 593.8 | 650.1 | 211.5 | 910.8 | 1,349.3 |
| อัตรากำไรจากการดำเนินงาน | 18.7% | 21.1% | 20.4% | 15.8% | 34.9% | 30.2% |
| ค่าเสื่อมและตัดจำหน่ายรวม (จากงบกระแสเงินสด) | 110.9 | 119.7 | 128.0 | 61.7 | 66.3 | 132.6 |
| EBITDA (OI + ค่าเสื่อมและตัดจำหน่ายตามงบกระแสเงินสด) | 612.0 | 713.5 | 778.0 | 273.2 | 977.1 | 1,481.9 |
| อัตรา EBITDA | 22.9% | 25.3% | 24.4% | 20.4% | 37.4% | 33.2% |
| กำไรสุทธิ (Net Income) | 448.8 | 542.4 | 554.0 | 177.3 | 773.4 | 1,150.2 |
| อัตรากำไรสุทธิ | 16.8% | 19.2% | 17.4% | 13.3% | 29.6% | 25.8% |
| EPS ปรับลดแล้ว (Diluted, $) | 2.73 | 3.32 | 3.47 | 1.10 | 4.91 | 7.28 |
| รายการ | Q1 2026 (จริง) | Q1 2026 (แนวทาง) | Q2 2026 (จริง) | Q3 2026 (แนวทาง) |
|---|---|---|---|---|
| รายได้ (USD M) | 1,282.5 | 1,150–1,250 | 1,329.0 | 1,200–1,300 |
| กำไรจากการดำเนินงาน (USD M) | 473.0 | n/a | 437.8 | n/a |
| กำไรสุทธิ (USD M) | 398.9 | n/a | 374.5 | n/a |
| EPS GAAP (ดอลลาร์) | 2.53 | 1.82–2.19 | 2.38 | 1.79–2.09 |
| EPS ปรับลด (ดอลลาร์) | n/a | 1.89–2.25 | 2.47 | 1.85–2.15 |
กำไรจากการดำเนินงาน 6M เพิ่ม 330.5% ขณะที่รายได้เพิ่ม 95.3% การขยายตัวของอัตรากำไรมาจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นมากเทียบกับค่าใช้จ่ายคงที่ (วิศวกรรมและการขายและบริหารลดลงเป็นสัดส่วนรายได้) ใน FY2025 ค่าใช้จ่ายการขายและบริหารเป็น 20.3% ของรายได้ เทียบกับ 21.9% ปี 2024 (10-K) ส่วนอัตราภาษีประสิทธิผลอยู่ที่ 12.1% ใน FY2025 เทียบกับ 9.8% ในปี 2024 (คำนวณจาก provision หารกำไรก่อนภาษี) ภาษีที่เพิ่มขึ้นทำให้กำไรสุทธิเติบโตช้ากว่ากำไรจากการดำเนินงานในปีนี้ ดังนั้นการเทียบ TTM ควรอ่านควบคู่กับแนวทางไตรมาส 3 ที่ต่ำกว่าไตรมาส 2 ราว 5.9% ที่กลาง
สินทรัพย์รวมเพิ่มจาก $3.5B ใน FY2023 เป็น $4.9B ณ 28 มิ.ย. 2026 ส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มของค่าความนิยมและ Intangible ที่มาจากการซื้อกิจการ (จาก $572M ณ สิ้นปี 2025 เป็น $766M) และลูกหนี้การค้าที่เพิ่มเร็ว ขณะที่หนี้สินเพิ่มขึ้นเพราะหนี้ระยะสั้น $200M ที่ใช้ตอนปลายปี 2025 ถูกชำระคืนแล้ว และยอดซื้อสินค้าจากผู้จำหน่าย
| รายการ | FY2023 (31 ธ.ค. 23) | FY2024 (31 ธ.ค. 24) | FY2025 (ตามประกาศ Q4) | FY2025 (เปรียบเทียบใน Q2) | 1H2026 (28 มิ.ย. 26) |
|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดและรายการเทียบเท่า | 757.6 | 553.4 | 293.8 | 293.8 | 349.5 |
| หลักทรัพย์ทั้งระยะสั้นและระยะยาว | 179.6 | 170.4 | 154.5 | 154.5 | 167.6 |
| ค่าความนิยม (Goodwill) | n/a | 395.4 | 521.0 | 521.0 | 663.8 |
| Intangible สุทธิ | n/a | 15.9 | 51.3 | 51.3 | 101.9 |
| สินทรัพย์หมุนเวียนรวม | n/a | 1,816.4 | 1,936.0 | 1,949.3 | 2,366.0 |
| สินทรัพย์รวม | 3,486.8 | 3,708.7 | 4,170.3 | 4,183.6 | 4,925.6 |
| หนี้สินหมุนเวียนรวม | n/a | 624.6 | 1,101.9 | 1,115.2 | 1,113.5 |
| หนี้สินรวม | 960.9 | 889.4 | 1,374.5 | 1,387.8 | 1,452.3 |
| หนี้ระยะสั้น (Short-term Debt) | n/a | 0.0 | 200.0 | 200.0 | 0.0 |
| ส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัท | 2,525.9 | 2,819.3 | 2,795.8 | 2,795.8 | 3,437.2 |
| ส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุม (NCI) | 0.0 | 0.0 | 0.0 | 0.0 | 36.2 |
| รายการ | FY2023 | FY2024 | FY2025 | 6M2025 | 6M2026 | TTM Jun-26 |
|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดจากการดำเนินงาน (OCF) | 585.2 | 672.2 | 674.4 | 343.7 | 734.3 | 1,065.0 |
| รายจ่ายลงทุน (Capex) | (159.6) | (198.1) | (224.0) | (114.4) | (155.4) | (265.0) |
| FCF = OCF − Capex | 425.6 | 474.1 | 450.4 | 229.3 | 578.8 | 799.9 |
| จ่ายปันผล | (67.9) | (76.4) | (76.3) | (38.6) | (40.7) | (78.4) |
| ซื้อหุ้นคืน | (397.2) | (198.6) | (702.1) | (274.9) | (74.2) | (501.5) |
| ผลตอบแทนผู้ถือหุ้น / FCF | 109% | 58% | 173% | 137% | 20% | 73% |
ณ 28 มิ.ย. 2026 บริษัทไม่มีหนี้มีดอกเบี้ยในงบแสดงฐานะการเงิน และมีเงินสดและหลักทรัพย์รวม $517.1M ทำให้ หนี้สินสุทธิติดลบ $517.1M หรือเป็นเงินสดสุทธิ ตรงข้ามกับสิ้นปี 2025 ที่มีหนี้ $200M และมีเงินสดและหลักทรัพย์ $448.3M (10-Q) ความเสี่ยงด้านหนี้จึงไม่ได้อยู่ที่ระดับ แต่อยู่ที่วันครบกำหนดของวงเงินหมุนเวียนและการใช้เงินสดเพื่อการลงทุนและซื้อหุ้นคืน
| รายการ | ข้อมูล | นัย |
|---|---|---|
| วงเงินหมุนเวียนแบบมีหลักประกัน | ขยายจาก $400M เป็น $750M · ยืม $250M ในปลายปี 2025 และคืน $50M วันที่ 31 ธ.ค. 2025 เหลือ $200M | ไม่มียอดคงค้างในงบ 28 มิ.ย. 2026 แต่ต้องต่ออายุหรือปิดก่อนครบกำหนด |
| ความสามารถเพิ่มวงเงิน (Incremental Capacity) | มากกว่า $200M หรือ 15% ของ EBITDA ตามเงื่อนไขในเอกสาร | ให้ความยืดหยุ่นหากต้องการกู้เพิ่ม |
| ดอกเบี้ยจ่าย | ไม่พบจำนวนดอลลาร์ในเอกสารที่ดึงมา บริษัทระบุว่าค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยคิดเป็น 0.2% ของรายได้ FY2025 | อัตราส่วนความคุ้มดอกเบี้ย (Interest Coverage) คำนวณไม่ได้จากข้อมูลที่ดึงมา |
| การซื้อหุ้นคืนไตรมาส 2 | 193,000 หุ้น เป็นเงิน $68.4M (เฉลี่ยราว $354 ต่อหุ้น) | ระดับการซื้อคืนใกล้การใช้เงินสดส่วนเกิน |
ปัญหาอยู่ที่เวลามากกว่าระดับหนี้ วงเงิน $750M ครบกำหนดในวันที่ 10 ธ.ค. 2026 ซึ่งจะถึงภายในสองเดือนนับจากวันที่ข้อมูลนี้ ถ้าบริษัทไม่ต่ออายุหรือไม่ปิดวงเงิน การซื้อหุ้นคืนและการเข้าซื้อกิจการเพิ่มจะต้องพึ่งเงินสดในมือ $517M และกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน ซึ่งยังเพียงพอ แต่ระยะห่างจะแคบลง (10-K Item 1A)
Semiconductor Test เพิ่มสัดส่วนจาก 75.3% ของรายได้ปี 2024 เป็น 79.1% ปี 2025 และ 84.4% ไตรมาส 2 FY2026 ขณะที่ Robotics ลดสัดส่วนจาก 12.9% เหลือ 7.5% ไตรมาส 2 เพราะรายได้ปี 2025 ลดลง 15.5% ส่วน Product Test โตเพียงเล็กน้อย
| ส่วนรายงาน | FY2024 | FY2025 | YoY FY2025 | ไตรมาส 2 2026 | สัดส่วนไตรมาส 2 |
|---|---|---|---|---|---|
| Semiconductor Test | 2,123.9 (75.3%) | 2,523.7 (79.1%) | +18.8% | 1,122.0 | 84.4% |
| Product Test | 331.1 (11.7%) | 358.0 (11.2%) | +8.1% | 107.0 | 8.1% |
| Robotics | 364.8 (12.9%) | 308.3 (9.7%) | −15.5% | 100.0 | 7.5% |
| รวม | 2,819.9 | 3,190.0 | +13.1% | 1,329.0 | 100% |
ความเสี่ยงที่ต้องดูคือการพึ่ง Semiconductor Test ที่โยงกับ AI compute และหน่วยความจำ เมื่อกลุ่มเดียวเป็นสัดส่วนมากกว่า 80% ของรายได้ ความผันผวนของ capex จากลูกค้าไม่กี่รายจะส่งผลต่อบริษัททั้งก้อน ซึ่งสอดคล้องกับการที่ลูกค้า 5 รายแรกคิดเป็น 44% ของรายได้ปี 2025
| ปี | DPS (USD) | เปลี่ยนแปลง | ปันผลจ่ายจริง (USD M) | Payout (DPS / EPS ปรับลด) |
|---|---|---|---|---|
| 2023 | 0.44 | n/a | 67.9 | 16.1% |
| 2024 | 0.48 | +9.1% | 76.4 | 14.5% |
| 2025 | 0.48 | 0.0% | 76.3 | 13.8% |
| 2026 (อัตราปัจจุบัน 4 × $0.13) | 0.52 | +8.3% | 6M: 40.7 | 7.1% (TTM) |
ปันผลเพิ่มเล็กน้อยทุกปีแต่ยังคิดเป็นสัดส่วนเล็กเทียบกำไร การคืนเงินให้ผู้ถือหุ้นส่วนใหญ่อยู่ในรูปการซื้อหุ้นคืน ซึ่งใน FY2025 สูงถึง $702.1M หรือ 173% ของ FCF ความยั่งยืนของปันผลจึงไม่ได้เป็นประเด็น ประเด็นคือความต่อเนื่องของการซื้อหุ้นคืนเมื่อวงเงินหมุนเวียนครบกำหนด
ไม่มีบริษัทในสหรัฐฯ ที่ทำธุรกิจเหมือน Teradyne ทุกด้านและมีขนาดใกล้เคียง เพื่อนที่ดึงมาคือ Onto Innovation (ONTO) และ FormFactor (FORM) ซึ่งเป็นอุปกรณ์การผลิตและทดสอบเซมิคอนดักเตอร์ที่ขนาดเล็กกว่ามาก และ Cohu (COHU) ซึ่งขาดทุนในปีที่ผ่านมา Advantest (ADVANTEST, TYO 6857) เป็นผู้นำการทดสอบ SoC ที่ใกล้ที่สุดในด้านธุรกิจ แต่ตัวเลขเป็นเยนและมูลค่าตลาดใหญ่กว่ามาก จึงแสดงเฉพาะอัตราส่วน Keysight ซึ่งเป็นคู่แข่งใน Product Test ไม่ได้ดึงมาในรอบนี้
| บริษัท | ราคาปิด | มูลค่าตลาด | P/E TTM | P/E ไปข้างหน้า | EPS TTM | Beta | เป้าเฉลี่ยเทียบราคา |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| Teradyne (TER) | $359.44 | $56.20B | 49.3 | 36.9 | $7.29 | 1.75 | +24.2% |
| Onto Innovation (ONTO) | $241.41 | $11.85B | 90.2 | 23.4 | $2.68 | 1.58 | +60.5% |
| FormFactor (FORM) | $119.71 | $9.35B | 82.6 | 34.7 | $1.45 | 1.18 | +28.6% |
| Cohu (COHU) | $58.24 | $2.76B | n/a (ขาดทุน) | 40.2 | −$0.83 | 1.51 | +21.7% |
| Advantest (TYO 6857) | ¥34,340 | ¥24.86T | 54.5 | 37.4 | ¥630.24 | 1.19 | +24.3% |
TER ซื้อขายที่ P/E ไปข้างหน้า 36.9 เท่า สูงกว่ามัธยฐานของ FORM, ONTO และ COHU ที่ 34.7 เท่า ราว 6% ซึ่งไม่สูงเกินไปเมื่อเทียบกับกลุ่ม แต่ P/E TTM 49.3 เท่าไม่ควรเทียบตรง ๆ เพราะ EPS ของ TER เพิ่มขึ้นเร็วมากในปีนี้ ส่วนเป้าหมายเฉลี่ยของนักวิเคราะห์ที่ $446.47 ให้ P/E ไปข้างหน้าราว 45.8 เท่าบน EPS ฐาน $9.75 ซึ่งหมายความว่าราคาเป้าหมายต้องอาศัยการเติบโตของกำไรต่อเนื่องหลังปี 2026
| รายการ | แนวทาง | เทียบไตรมาส 2 FY2026 (จริง) |
|---|---|---|
| รายได้ | $1,200–1,300M | กลาง $1,250M ต่ำกว่า $1,329M ราว 5.9% |
| EPS (GAAP) | $1.79–2.09 | ไตรมาส 2 $2.38 |
| EPS (ปรับลด) | $1.85–2.15 | ไตรมาส 2 $2.47 |
ถ้าคำนวณรายได้ปี 2026 ด้วยจุดกลางของไตรมาส 3 ($1.25B) และไตรมาส 4 ที่ยังไม่มีแนวทาง ผลรวม 6M2026 ($2,611.5M) บวกไตรมาส 3 จะได้ราว $3.86B สำหรับ 9M ซึ่งเทียบ FY2025 ทั้งปี $3.19B ตัวเลขนี้เป็นการคำนวณของผู้จัดทำไม่ใช่ประมาณการของบริษัท
| ช่วงเวลา | เหตุการณ์ | นัยที่ต้องติดตาม |
|---|---|---|
| ปลาย ต.ค.–ต้น พ.ย. 2026 (คาดการณ์) | ประกาศและยื่น 10-Q ไตรมาส 3 (ปีก่อนยื่น 30 ต.ค. 2025 ตาม XBRL) | รายได้เทียบกับช่วง $1.20–1.30B และ EPS เทียบกับช่วง $1.85–2.15 (ปรับลด) |
| ก่อน 10 ธ.ค. 2026 | วงเงินหมุนเวียน $750M ครบกำหนด | การต่ออายุหรือการปิดวงเงิน และการประกาศจาก 8-K |
| ปลาย ก.ย. 2026 (ประกาศแล้ว) | จ่ายปันผลไตรมาส 3 $0.13 วันที่ 25 ก.ย. 2026 | ถ้าไม่เปลี่ยนแปลง อัตราปันผลต่อปีคงที่ $0.52 |
| ก.พ. 2027 (คาดการณ์) | ยื่น 10-K FY2026 (ปีก่อนยื่น 19 ก.พ. 2026) | ตัวเลขปีเต็มยืนยันแนวทาง และการเปิดเผยลูกค้าและส่วนรายงาน |
| หมวดความเสี่ยง | ข้อเท็จจริงที่ดึงมา | สัญญาณที่ต้องจับตา |
|---|---|---|
| 1. การกระจุกตัวของลูกค้า | ลูกค้า 5 รายแรกคิดเป็น 44% ของรายได้ FY2025 (36% ปี 2024) ลูกค้าโดยตรงรายเดียว 19% และลูกค้าอีกสองรายที่ระบุ 12% และ 10% | ยอดของลูกค้า 5 รายแรกเกินครึ่งของรายได้ หรือลูกค้ารายใหญ่ชะลอ capex ในรายงานของตนเอง |
| 2. วัฏจักรและการพึ่ง AI capex | Semiconductor Test คิดเป็น 84.4% ของรายได้ไตรมาส 2 FY2026 และรายได้ 6M เพิ่ม 95.3% หลังปี 2024 โตเพียง 5.4% | รายได้ไตรมาส 3 ต่ำกว่า $1.20B (ขอบล่างของแนวทาง) หรือแนวทางไตรมาส 4 ถูกปรับลด |
| 3. ความเสี่ยงจีนและการควบคุมการส่งออก | รายได้นอกสหรัฐฯ 89% ของ FY2025 และ 10-K ระบุกฎ Entity List, Foreign Direct Product Rule และข้อจำกัดสำหรับสินค้าที่มีเนื้อหาสหรัฐฯ เกิน 25% | มีบริษัทลูกค้าในจีนถูกเพิ่มเข้า Entity List หรือกฎสินค้าเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลง |
| 4. ภาษีศุลกากรและการผลิตนอกประเทศ | การผลิตพึ่งผู้รับจ้างผลิต (Flex, Plexus, SAM Meerkat) ในมาเลเซียและไทย และ Robotics ผลิตในเดนมาร์ก ผู้บริหารระบุว่าภาษีที่ประกาศแล้วยังไม่มีผลเป็นสาระสำคัญ | ภาษีที่ใช้กับสินค้าที่ผลิตในมาเลเซียหรือไทยและส่งเข้าสหรัฐฯ ทำให้ต้นทุนหรืออัตรากำไรขั้นต้นลดลงต่ำกว่า 59% |
| 5. การซื้อกิจการและค่าความนิยม | ค่าความนิยมและ Intangible รวม $765.7M ณ 28 มิ.ย. 2026 หรือ 15.5% ของสินทรัพย์รวม (13.7% ณ สิ้นปี 2025) Robotics ลดลงในปี 2025 | ค่าใช้จ่ายด้อยค่าในงบกำไรขาดทุน หรือ Robotics ทำรายได้ไตรมาสต่ำกว่า $100M ต่อเนื่อง |
| 6. สภาพคล่องและวงเงินหมุนเวียน | วงเงิน $750M ครบกำหนด 10 ธ.ค. 2026 ไม่มียอดคงค้างณ 28 มิ.ย. 2026 แต่ยอดยืมเคยถึง $250M ในปลายปี 2025 | ไม่มีประกาศการต่ออายุก่อนวันที่ 10 ธ.ค. 2026 หรือมีการกู้ยืมใหม่ระหว่างไตรมาส 3 |
| 7. ภาษีและ Pillar Two | ประโยชน์ภาษีจากสิงคโปร์ช่วยกำไรปี 2025 ราว $21.6M ($0.14 ต่อหุ้น) และขยายถึงปี 2035 อัตราภาษีประสิทธิผลขึ้นจาก 9.8% เป็น 12.1% | อัตราภาษีประสิทธิผลกลับเกิน 15% หรือการตรวจสอบภาษีต่างประเทศเพิ่มขึ้น |
| 8. ความผันผวนของราคาหุ้นและการประเมินมูลค่า | Beta 1.75 ราคาต่ำกว่า 52 สัปดาห์สูงสุด 26% ตัวคูณ P/E TTM 49.3 เท่า และ EV/EBITDA TTM ประมาณ 37.6 เท่า | ราคาลดลงโดยที่กำไรไม่เปลี่ยน หรือราคาต่ำกว่า $135 ซึ่งเป็นจุดต่ำสุด 52 สัปดาห์ |
Teradyne เป็นกิจการที่กำไรเร่งตัวแรงที่สุดตัวหนึ่งในกลุ่มอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์ตามตัวเลขที่ดึงมา ฐานะการเงินแข็งแรงและไม่มีหนี้ ขณะที่ราคาหุ้นปรับตัวลงมาจากจุดสูงสุด 52 สัปดาห์ราว 26% และยังสูงกว่าจุดต่ำสุดมาก ความไม่สมมาตรของสมมติฐานอยู่ที่ขาลงที่ลึกกว่าขาขึ้น เพราะวัฏจักรของกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์มีประวัติการปรับลดกำไรอย่างรวดเร็ว ประเด็นที่ต้องดูคือไตรมาส 3 ที่แนวทางต่ำกว่าไตรมาส 2 และวันครบกำหนดของวงเงิน
| สมมติฐาน | Bear | Base | Bull |
|---|---|---|---|
| EPS ที่ใช้ (USD) | 7.29 | 9.75 | 11.50 |
| ที่มาของ EPS | เท่ากับ EPS TTM ไม่เติบโตต่อ | ประมาณ 2 เท่าของ EPS 6M2026 ($4.91) ตรงกับ EPS ที่ได้จาก P/E ไปข้างหน้า | เพิ่มจาก Base 18% ตามการลงทุนเวเฟอร์ฟาบปี 2027 |
| ตัวคูณ P/E (เท่า) | 25.0 | 34.7 | 40.0 |
| มูลค่าต่อหุ้น (USD) | 182 | 338 | 460 |
| เทียบราคาปิด $359.44 | −49% | −6% | +28% |
| เหตุผลอ้างอิง | ตัวคูณใกล้ ONTO ที่ 23.4 เท่า และ EPS ไม่โตจากระดับปัจจุบัน | ตัวคูณมัธยฐานเพื่อน 34.7 เท่า ใกล้ราคาปัจจุบันที่ 36.9 เท่า | ตัวคูณใกล้เป้าเฉลี่ยนักวิเคราะห์ $446 และ EPS สูงกว่าฐาน |
สรุปจากหลักฐาน: ผลประกอบการ 6M2026 และกระแสเงินสดยืนยันได้จากงบที่ยื่นและข้อมูลกำไรที่ตรวจด้วย XBRL ส่วนราคาหุ้นสะท้อนการฟื้นตัวไปแล้วบางส่วน P/E ไปข้างหน้า 36.9 เท่าใกล้มัธยฐานเพื่อน ผลตอบแทนต่อจากนี้ขึ้นกับการรักษาอัตรากำไรขั้นต้นสูงกว่า 59% และแนวทางไตรมาส 3 ที่ต่ำกว่าไตรมาส 2 เล็กน้อยไม่กลายเป็นแนวโน้มการลดลง รายงานนี้ไม่ใช่คำแนะนำให้ซื้อหรือขายหุ้น