TD มีมูลค่าตลาดรองจาก RY เป็นอันดับ 2 ของธนาคารแคนาดา ราคาหุ้นปิดที่ USD 117.63 ต่ำกว่าจุดสูงสุดใน 52 สัปดาห์ (USD 125.47) ประมาณ 6.2% ไตรมาส 3 ของปีบัญชี 2026 กำไรสุทธิตามรายงานเพิ่มขึ้น 38.3% เป็น C$4,615 ล้าน แต่ตัวเลข 9 เดือนยังต่ำกว่าปีก่อน 25.2% เพราะปีก่อนมีกำไรพิเศษจากการขายหุ้น Charles Schwab เมื่อ 12 ก.พ. 2025 เมื่อใช้กำไรปรับปรุง (Adjusted) ที่ตัดรายการพิเศษออก กำไร 9 เดือนกลับเพิ่มขึ้น 17.4% จึงควรอ่านภาพการฟื้นตัวจากกำไรปรับปรุง
หมายเหตุสกุลเงิน: ราคาหุ้น มูลค่าตลาด P/E P/BV และอัตราปันผลเป็น USD ตามการซื้อขายบน NYSE ส่วนงบการเงิน (รายได้ กำไร งบดุล เงินกองทุน) เป็น CAD ตามรายงานของธนาคาร ไม่ได้แปลงค่าข้ามสกุลเงิน ROE 12 เดือนของ stockanalysis (12.83%) ต่างจาก ROE รายไตรมาสของธนาคาร (15.8%) เพราะเป็นคนละช่วงเวลาและนิยามกัน
| รายการ | รายละเอียด |
|---|---|
| ชื่อบริษัท | The Toronto-Dominion Bank (TD Bank Group) |
| หลักทรัพย์จดทะเบียน | NYSE: TD · TSX: TD |
| กลุ่มอุตสาหกรรม | Finance / Major Banks (ธนาคารพาณิชย์) |
| ปีบัญชี | สิ้นสุดวันที่ 31 ต.ค. (FY2025 = ปีที่สิ้นสุด 31 ต.ค. 2025) |
| งบการเงินล่าสุด | 3QFY2026 สิ้นสุด 31 ก.ค. 2026 ประกาศพร้อมการประกาศปันผลเมื่อ 27 ส.ค. 2026 |
| สกุลเงินที่รายงาน | CAD (งบการเงิน) · USD (ราคาหุ้นบน NYSE) |
| การยื่นแบบต่อ SEC | Foreign Private Issuer · ยื่น 40-F (รายปี) และ 6-K (รายไตรมาส) |
| จำนวนหุ้นที่ออกแล้ว | 1,638.4 ล้านหุ้น ณ 31 ก.ค. 2026 · Float ประมาณ 1.61 พันล้านหุ้น |
| ปันผลที่ประกาศล่าสุด | C$1.12 ต่อหุ้น · record 9 ต.ค. 2026 · จ่าย 31 ต.ค. 2026 |
| ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร | Raymond Chun |
P/BV 2.12 เท่าตามที่ stockanalysis แสดง ค่าที่คำนวณจากราคา $117.63 ÷ BVPS $53.91 ได้ 2.18 เท่า ความต่างนี้มาจากฐานข้อมูลของแหล่งข้อมูล ซึ่งใช้ค่า P/BV ที่แหล่งนั้นแสดงในหน้า Statistics ส่วนมูลค่าทางบัญชีต่อหุ้นในงบ 3QFY2026 คือ C$69.69 (stockanalysis — Statistics)
TD รายงานผลการดำเนินงานเป็น 4 กลุ่มธุรกิจหลักและส่วนงาน Corporate ซึ่งรวมกิจกรรมบริหารสินทรัพย์-หนี้สินส่วนกลาง ในแคนาดาธนาคารมีสาขาค้าปลีก 1,037 แห่ง ส่วนในสหรัฐฯ มีสาขาและจุดให้บริการธนาคาร 1,048 แห่ง (SEC 6-K) จำนวนพนักงานเฉลี่ยแบบเต็มเวลา (FTE) ไตรมาส 3 ของ Canadian P&C 33,355 คน U.S. Banking 30,436 คน และ Wealth Management & Insurance 16,092 คน
| กลุ่มธุรกิจ | ขอบเขตธุรกิจและแบรนด์ที่ระบุในเอกสาร | กำไรสุทธิ 3Q26 | %YoY | ข้อสังเกตจากเอกสาร |
|---|---|---|---|---|
| Canadian Personal & Commercial Banking | บัญชีเงินฝาก สินเชื่อบุคคล บัตรเครดิต สินเชื่อที่อยู่อาศัย และธุรกิจขนาดกลาง-เล็กในแคนาดา (Canadian Personal Banking และ Canadian Business Banking) | 2,095 | +7.3% | NIM 2.88% (+5 bps) · รายได้ เงินฝาก และสินเชื่อสูงสุดเป็นประวัติการณ์ |
| U.S. Banking | ธนาคารค้าปลีกและพาณิชย์ในสหรัฐฯ รวม TD Auto Finance U.S. · 1,048 สาขาและจุดให้บริการ | 1,074 | +41.3% | NIM 3.47% (+28 bps) · ได้รับผลจากการปรับโครงสร้างงบดุล และ margin เงินฝากและสินเชื่อที่สูงขึ้น |
| Wealth Management & Insurance | การบริหารความมั่งคั่ง TD Direct Investing (ซื้อขายหลักทรัพย์ออนไลน์) และ TD Insurance | 841 | +19.6% | AUA C$831bn (+17% YoY) · AUM C$644bn (+13% YoY) · รายได้ที่ได้จากเบี้ยประกันที่รับรู้เพิ่มขึ้น |
| Wholesale Banking | วาณิชธนกิจ ตลาดทุน ที่ปรึกษา M&A ผ่านการรวมกิจการกับ TD Cowen | 743 | +86.7% | รายได้และกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์ · ค่าเผื่อหนี้สูญลดลง |
| Corporate | กิจกรรมส่วนกลาง รวมการบริหารสินทรัพย์-หนี้สินและรายการปรับปรุง | (138) | — | ขาดทุนไตรมาส 3 ปีก่อนที่คำนวณได้ (478) ตามผลรวมที่เหลือ * |
| รวมทั้งสิ้น (Reported) | กำไรสุทธิตามรายงานของ TD Bank Group | 4,615 | +38.3% | ปีก่อน C$3,336 ล้าน |
ธนาคารมีสาขาในสหรัฐฯ 1,048 แห่ง ใกล้เคียงจำนวนสาขาในแคนาดา 1,037 แห่ง ดังนั้นความเสี่ยง AML และข้อจำกัดด้านสินทรัพย์ในสหรัฐฯ จึงกระทบภาพรวมของ TD มากกว่าธนาคารแคนาดาทั่วไป ในทางกลับกัน NIM ในสหรัฐฯ (3.47%) สูงกว่าในแคนาดา (2.88%) ซึ่งบ่งชี้ว่าธุรกิจค้าปลีกสหรัฐฯ ยังทำกำไรต่อสินเชื่อได้ดี
ปี FY2024 กำไรลดลงมาก โดยค่าใช้จ่ายที่มิใช่ดอกเบี้ยและค่าเผื่อหนี้สูญเพิ่มขึ้นชัดเจน (ดูตารางด้านล่าง) ซึ่งสอดคล้องกับช่วงที่ธนาคารตกลงแก้ไขปัญหา AML กับหน่วยงานสหรัฐฯ ส่วน FY2025 กลับเพิ่มขึ้นชัดเจน เพราะกำไรจากการขายหุ้น Schwab ทำให้กำไรก่อนภาษีและกำไรสุทธิสูงกว่าแนวโน้มปกติ ตัวเลขปี FY2025 จึงไม่สามารถใช้เป็นฐานการเติบโตต่อเนื่องได้โดยตรง
ที่มา: TD FY2024 Results (ตาราง FY2023 และ FY2024) และ TD FY2025 Results (ตาราง FY2025) รายได้และกำไรสุทธิเป็นตัวเลขรวมตามรายงาน ไม่ใช่ตัวเลขกำไรที่เป็นของผู้ถือหุ้นสามัญ FY2023 ปรับใหม่ตามมาตรฐาน IFRS 17 ตามที่ระบุในรายงานปี FY2024 ชื่อ “EBITDA” ในกราฟหมายถึงกำไรก่อนภาษีและก่อนส่วนแบ่งกำไรจาก Schwab เนื่องจากธนาคารไม่รายงาน EBITDA
คำนวณจากตัวเลขในกราฟด้านบน: กำไรก่อนภาษี ÷ รายได้รวม และกำไรสุทธิรวม ÷ รายได้รวม FY2025 สูงขึ้นจากรายการขาย Schwab ที่ไม่ประจำ
| รายการ | FY2023 | FY2024 | FY2025 |
|---|---|---|---|
| รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (Net Interest Income) | 29,944 | 30,472 | 33,062 |
| รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย (Non-interest Income) | 20,746 | 26,751 | 34,715 |
| รายได้รวม (Total Revenue) | 50,690 | 57,223 | 67,777 |
| ค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิต (PCL) | 2,933 | 4,253 | 4,506 |
| ค่าใช้จ่ายที่มิใช่ดอกเบี้ย (Non-interest Expenses) | 29,855 | 35,493 | 33,539 |
| กำไรก่อนภาษีและก่อนส่วนแบ่งจาก Schwab | 12,888 | 10,830 | 23,643 |
| กำไรสุทธิรวม (Reported Net Income) | 10,634 | 8,842 | 20,538 |
| กำไรสุทธิที่เป็นของผู้ถือหุ้นสามัญ | 10,071 | 8,316 | 19,973 |
| กำไรต่อหุ้นปรับลด (Reported EPS, C$) | 5.52 | 4.72 | 11.56 |
| อัตราส่วนเงินกองทุน CET1 | 14.4% | 13.1% | 14.7% |
กำไรสุทธิที่เป็นของผู้ถือหุ้นสามัญต่างจากกำไรสุทธิรวมเพราะหักเงินปันผลของหุ้นบุริมสิทธิ ตัวเลข FY2023 และ FY2024 ตรวจทานจากตารางในรายงานปี FY2024 และตัวเลขปี FY2025 ตรวจทานจากรายงานปี FY2025 ส่วนค่าเผื่อหนี้สูญ FY2023 อยู่ในรายงานปี FY2024 เช่นกัน
ที่มา: SEC Form 6-K Exhibit 99.4 ตัวเลข Reported ของ 9M FY2025 รวมกำไรจากการขายหุ้น Schwab เมื่อ 12 ก.พ. 2025 จึงทำให้รายได้และกำไรปีก่อนสูงกว่าปกติ เมื่อดูกำไรปรับปรุงซึ่งตัดรายการพิเศษออก กำไร 9 เดือนเพิ่มจาก C$11,120 ล้าน เป็น C$13,055 ล้าน (+17.4%)
| รายการ | 3Q26 | 3Q25 | %YoY | 9M26 | 9M25 | %YoY |
|---|---|---|---|---|---|---|
| รายได้รวม Reported | 16,885 | 15,297 | +10.4% | 49,267 | 52,283 | −5.8% |
| ค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิต (PCL) | 917 | 971 | −5.6% | 2,957 | 3,524 | −16.1% |
| ค่าใช้จ่ายที่มิใช่ดอกเบี้ย Reported | 8,475 | 8,522 | −0.6% | 25,600 | 24,731 | +3.5% |
| กำไรสุทธิ Reported | 4,615 | 3,336 | +38.3% | 12,909 | 17,258 | −25.2% |
| กำไรสุทธิ Adjusted | 4,671 | 3,871 | +20.7% | 13,055 | 11,120 | +17.4% |
| กำไรต่อหุ้น Reported (C$) | 2.74 | 1.89 | +45.0% | 7.50 | 9.72 | −22.8% |
| กำไรต่อหุ้น Adjusted (C$) | 2.77 | 2.20 | +25.9% | 7.59 | 6.19 | +22.6% |
| ROE Reported | 15.8% | 11.3% | +4.5 จุด | 14.6% | 20.2% | −5.6 จุด |
| ROE Adjusted | 16.0% | 13.2% | +2.8 จุด | 14.8% | 12.9% | +1.9 จุด |
งบดุลของ TD ขยายจาก C$1.96 ล้านล้าน (FY2023) เป็น C$2.11 ล้านล้าน (3Q FY2026) เพิ่มขึ้นประมาณ 8.0% ในช่วงประมาณ 2.75 ปี ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นเร็วกว่าเล็กน้อย (ประมาณ 13.3%) ทำให้อัตราส่วนสินทรัพย์ต่อส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงจาก 17.45 เท่า เหลือ 16.63 เท่า
ที่มา: stockanalysis.com — Balance Sheet (รายปี CAD) และ SEC Form 6-K (3Q26) หนี้สินรวม 3Q26 คำนวณจากสินทรัพย์รวมหักส่วนของผู้ถือหุ้น
| รายการ | 31 ต.ค. 2023 | 31 ต.ค. 2024 | 31 ต.ค. 2025 | 31 ก.ค. 2026 |
|---|---|---|---|---|
| สินเชื่อสุทธิ (Net Loans) | 896,368 | 949,779 | 953,300 | 991,000 |
| เงินฝากรวม (Total Deposits) | 1,263,858 | 1,333,760 | 1,327,422 | 1,260,700 |
| สินทรัพย์รวม (Total Assets) | 1,955,139 | 2,061,751 | 2,094,558 | 2,111,900 |
| หนี้สินรวม (Total Liabilities) | 1,843,068 | 1,946,591 | 1,966,731 | 1,984,900 |
| ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม (Total Equity) | 112,071 | 115,160 | 127,827 | 127,000 |
| สินเชื่อสุทธิ ÷ เงินฝาก (คำนวณ) | 70.9% | 71.2% | 71.8% | 78.6% |
ตัวเลข 31 ก.ค. 2026 ของสินเชื่อสุทธิ (991.0 พันล้าน) เงินฝาก (1,260.7 พันล้าน) และสินทรัพย์รวม (2,111.9 พันล้าน) ปัดตามตัวเลขในรายงานของธนาคาร ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมคือ “Shareholders’ Equity” ซึ่งรวมหุ้นบุริมสิทธิ
สัดส่วนสินเชื่อต่อเงินฝากเพิ่มจาก 71.8% (FY2025) เป็น 78.6% (3Q26) เพราะเงินฝากลดลงประมาณ 5% ขณะที่สินเชื่อยังเพิ่ม ธนาคารต้องหาแหล่งเงินทุนที่มีต้นทุนสูงกว่าเงินฝาก หากแนวโน้มนี้ต่อเนื่อง จะกดดันส่วนต่างดอกเบี้ยในกลุ่มธุรกิจรายย่อยในแคนาดา
สำหรับธนาคารพาณิชย์ อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนแบบทั่วไปไม่สะท้อนความเสี่ยงจริง เพราะหนี้สินส่วนใหญ่คือเงินฝากของลูกค้า การประเมินฐานะทุนจึงใช้อัตราส่วน CET1 และอัตราส่วนสินทรัพย์ต่อผู้ถือหุ้นแทน
ที่มา: คำนวณจาก งบดุลรายปี (CAD) และ SEC Form 6-K (3Q26) การแมปข้อมูลในกราฟ: ชื่อชุดข้อมูลในกราฟเป็น “IB Debt/Equity” และ “Net IB Debt/Equity” ตามระบบ แต่ค่าที่แสดงจริงคือ “สินทรัพย์รวม ÷ ส่วนของผู้ถือหุ้น” (เส้นแรก) และ “หนี้สินรวม ÷ ส่วนของผู้ถือหุ้น” (เส้นที่สอง) เพราะตัวเลขหนี้สินที่มีดอกเบี้ย (IB Debt) ที่ระบบใช้คำนวณไม่อยู่ในงบที่ดึงมา
| อัตราส่วน | 31 ต.ค. 2023 | 31 ต.ค. 2024 | 31 ต.ค. 2025 | 31 ก.ค. 2025 | 31 ก.ค. 2026 |
|---|---|---|---|---|---|
| CET1 Ratio | 14.4 | 13.1 | 14.7 | 14.8 | 14.3 |
| Tier 1 Capital Ratio | n/a | n/a | n/a | 16.5 | 16.1 |
| Total Capital Ratio | n/a | n/a | n/a | 18.4 | 17.9 |
| Leverage Ratio | n/a | n/a | n/a | 4.6 | 4.5 |
| TLAC Ratio | n/a | n/a | n/a | 30.9 | 31.1 |
n/a หมายถึงรอบนี้ไม่ได้ดึงตัวเลขมาจากเอกสารรายงานของปีนั้น ไม่ได้ประมาณขึ้นเอง เกณฑ์ขั้นต่ำของหน่วยงานกำกับ OSFI ไม่ได้ระบุไว้ในที่นี้เพราะยังไม่ได้ตรวจสอบกับประกาศต้นทาง
CET1 ที่ 14.3% ณ 31 ก.ค. 2026 ต่ำกว่าไตรมาสเดียวกันปีก่อน 0.5 จุด แต่ยังมีส่วนเกินเพียงพอสำหรับการจ่ายปันผลและการคืนทุนตามที่ฝ่ายบริหารระบุ ข้อมูลจากสรุปของบุคคลที่สามระบุว่าฝ่ายบริหารคาดว่า CET1 จะอยู่เหนือ 13% ตลอด FY2027 ข้อความนี้ยังไม่ได้ตรวจกับเอกสารต้นทางในรอบนี้
กลุ่มธุรกิจทั้ง 4 ทำกำไรรวม C$4,753 ล้านในไตรมาส 3 ก่อนหักผลขาดทุนของ Corporate (C$138 ล้าน) ทำให้กำไรสุทธิรวมตามรายงานอยู่ที่ C$4,615 ล้าน Canadian P&C ยังเป็นกลุ่มที่สร้างกำไรมากที่สุด แต่กลุ่ม Wholesale Banking เป็นกลุ่มที่โตเร็วที่สุด และเป็นกลุ่มที่ผลกำไรผันผวนตามตลาดทุนมากที่สุด
ที่มา: SEC Form 6-K Exhibit 99.4 ข้อมูลในกราฟเป็นกำไรสุทธิของแต่ละกลุ่ม ก่อนหัก Corporate ระบบจะคำนวณสัดส่วนเอง (44.1% · 22.6% · 17.7% · 15.6%) จากผลรวม C$4,753 ล้าน
| กลุ่มธุรกิจ | กำไรสุทธิ 3Q26 (C$ ล้าน) | สัดส่วนในกลุ่มที่ทำกำไร (%) | กำไรสุทธิ 3Q25 (C$ ล้าน) | %YoY |
|---|---|---|---|---|
| Canadian Personal & Commercial Banking | 2,095 | 44.1% | 1,953 | +7.3% |
| U.S. Banking | 1,074 | 22.6% | 760 | +41.3% |
| Wealth Management & Insurance | 841 | 17.7% | 703 | +19.6% |
| Wholesale Banking | 743 | 15.6% | 398 | +86.7% |
| รวม 4 กลุ่มธุรกิจ (Operating Segments) | 4,753 | 100.0% | 3,814 | +24.6% |
| ส่วนงาน Corporate | (138) | — | (478) | ขาดทุนลดลง |
| กำไรสุทธิรวม (Reported) | 4,615 | — | 3,336 | +38.3% |
ตัวเลขกำไรสุทธิ 3Q25 ของกลุ่ม U.S. Banking (760) ได้จากตารางในรายงาน 6-K
Canadian P&C คิดเป็นเกือบครึ่งของกำไรในกลุ่มที่ทำกำไร ซึ่งช่วยให้มีเสถียรภาพ แต่ความเสี่ยงของ TD เกิดจากกลุ่มที่เป็นส่วนเพิ่มเติม ได้แก่ U.S. Banking (ภายใต้ข้อจำกัดด้านสินทรัพย์) และ Wholesale Banking (ที่ผันผวนตามตลาด) ทั้งสองกลุ่มเป็นตัวขับการเติบโตปีนี้แต่ก็เป็นจุดอ่อนหากเกิดการปรับฐาน
ปันผลที่ประกาศล่าสุดคือ C$1.12 ต่อหุ้น ประกาศ 27 ส.ค. 2026 โดยวันที่ record คือ 9 ต.ค. 2026 และจ่ายวันที่ 31 ต.ค. 2026 ซึ่งเป็นวันสิ้นปีบัญชีของธนาคาร ในกราฟด้านล่างใช้ตัวเลข USD ที่รวมจาก ex-dividend ของแต่ละปี ปี 2026 มี 4 งวดครบแล้วรวมงวดวันที่ 9 ต.ค. 2026
ที่มา: stockanalysis.com — Dividend History (ex-dividend, USD) ผลรวมรายปีคำนวณจากตารางดังกล่าว ตัวเลข USD ได้รับผลจากอัตราแลกเปลี่ยน CAD/USD ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงระหว่างปีจึงไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงของปันผลในสกุลเงิน CAD ทั้งหมด
| ไตรมาส | ปี 2025 | ปี 2026 | %YoY |
|---|---|---|---|
| ไตรมาส 1 (ex-dividend ม.ค.) | 0.7291 (10 ม.ค. 25) | 0.7789 (9 ม.ค. 26) | +6.8% |
| ไตรมาส 2 (ex-dividend เม.ย.) | 0.7407 (10 เม.ย. 25) | 0.7799 (9 เม.ย. 26) | +5.3% |
| ไตรมาส 3 (ex-dividend ก.ค.) | 0.7663 (10 ก.ค. 25) | 0.7906 (10 ก.ค. 26) | +3.2% |
| ไตรมาส 4 (ex-dividend ต.ค.) | 0.7491 (10 ต.ค. 25) | 0.7865 (9 ต.ค. 26) | +5.0% |
| รวมทั้งปี | 2.9852 | 3.1358 | +5.1% |
การเพิ่มขึ้นของปันผลสม่ำเสมอ (ไตรมาสละ 3–7%) ตลอด 2025–2026 และ Payout Ratio 47.3% (TTM จาก stockanalysis) ที่ไม่สูงเกินไป ทำให้ปันผลมีความปลอดภัยพอสมควรหากกำไรปรับปรุงยังโตต่อ แต่การคำนวณ Payout จากกำไรรายงาน (ซึ่งรวมรายการพิเศษปี 2025) อาจให้ตัวเลขที่ต่างกันมาก
ธนาคารแคนาดาทั้ง 5 แห่งจดทะเบียนทั้งบน TSX และ NYSE การเปรียบเทียบนี้ใช้ราคาและมูลค่าตลาดบน NYSE (USD) ทั้งหมดเพื่อให้สกุลเงินเดียวกัน
ที่มา: stockanalysis.com และ RY BMO BNS CM ราคาปิด 14 ต.ค. 2026
| หลักทรัพย์ | ราคา ($) | Market Cap ($bn) | P/E (TTM) | P/BV | ROE (%) | Dividend Yield (%) | คำแนะนำเฉลี่ย (นักวิเคราะห์) | เป้าหมายเฉลี่ย ($) | Upside |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| TD | 117.63 | 191.66 | 17.23 | 2.12 | 12.83 | 2.67 | Buy (14) | 119.65 | +1.7% |
| RY | 193.82 | 267.65 | 17.14 | 2.59 | 16.21 | 2.54 | Buy (15) | 207.86 | +7.2% |
| BMO | 163.62 | 113.51 | 18.33 | 1.84 | 10.57 | 3.00 | Hold | 165.74 | +1.3% |
| BNS | 90.05 | 109.21 | 16.12 | 1.69 | 11.46 | 3.55 | Hold (14) | 89.56 | −0.5% |
| CM | 110.45 | 100.04 | 14.53 | 2.08 | 15.58 | 2.78 | Hold (15) | 118.29 | +7.1% |
ราคาเป้าหมายเฉลี่ยของแต่ละธนาคารเป็นค่าที่ stockanalysis แสดง ณ 14–15 ต.ค. 2026 โดยไม่ได้ระบุวันที่ของการปรับเป้าหมายรายบริษัท Upside คำนวณจากราคาปิดกับเป้าหมายเฉลี่ย ไม่ใช่การประมาณการของผู้เขียน
TD ซื้อขายที่ P/E 17.23 เท่า ใกล้ RY (17.14) และต่ำกว่า BMO (18.33) แต่ ROE ของ TD (12.83%) อยู่ในอันดับที่สามจากห้า ตามหลัง RY (16.21%) และ CM (15.58%) เมื่อเทียบ P/BV กับ ROE ของกลุ่ม TD ที่ P/BV 2.12 เท่า สูงกว่า CM (2.08 เท่า) แม้ ROE ต่ำกว่า CM มาก ส่วนต่าง P/BV กับ RY (2.59 เท่า) อาจสะท้อนทั้งความแตกต่างของ ROE และความเสี่ยงด้านการกำกับที่ตลาดให้น้ำหนัก (เป็นการตีความของผู้จัดทำ ไม่ใช่ข้อมูลที่ระบุในเอกสาร)
ยุทธศาสตร์ที่ธนาคารระบุในงบ 3QFY2026 ให้ความสำคัญกับการแก้ไขระบบ AML ในสหรัฐฯ ให้ครบตามข้อตกลง (Global Resolution) ควบคู่กับการคืนทุนส่วนเกินให้ผู้ถือหุ้น ซีอีโอ Raymond Chun กล่าวว่าฐานทุนของธนาคารทำให้ “return excess capital to our shareholders” ได้ (SEC 6-K)
| กรอบเวลา | เหตุการณ์ / หมุดหมาย | ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น | สถานะและที่มา |
|---|---|---|---|
| 31 ต.ค. 2026 | สิ้นปีบัญชี FY2026 และจ่ายปันผล C$1.12 | ยืนยันการจ่ายปันผลต่อเนื่องหลังการประกาศ | ยืนยันแล้ว (SEC 6-K Ex-99.5) |
| ต้น ธ.ค. 2026 (คาดการณ์) | ประกาศผลประกอบการ Q4 และ FY2026 | เป็นตัวเลขปีเต็มชุดแรกหลังรายการ Schwab ของปี 2025 ทำให้เห็นกำไรปกติ CET1 และค่าใช้จ่าย AML ชัดขึ้น | คาดการณ์จากวันประกาศเดิม 4 ธ.ค. 2025 และ 5 ธ.ค. 2024 ยังไม่ยืนยัน |
| ตลอดปี FY2026 | ค่าใช้จ่ายแก้ไขระบบ BSA/AML ประมาณ US$550 ล้านก่อนภาษี (เพิ่มจาก US$500 ล้าน) | กดดันค่าใช้จ่ายดำเนินงานและ Operating Leverage | ประกาศแล้ว (SEC 6-K) |
| ตลอดปี 2026 | การตรวจสอบภายในระบบ AML ที่ปรับปรุงแล้ว และการตรวจสอบโดยผู้ตรวจสอบอิสระ (Independent Monitor) ราว 4 ปี | เป็นสัญญาณหลักว่าจะมีการผ่อนคลายข้อจำกัดในสหรัฐฯ หรือไม่ | ข่าวรอง ยังไม่มีกำหนดเวลาที่เป็นทางการ (Banking Dive) |
| ไม่มีกำหนดสิ้นสุด | ข้อจำกัดสินทรัพย์ของ OCC สำหรับธุรกิจค้าปลีกสหรัฐฯ ที่ USD 434 พันล้าน | จำกัดการเติบโตของธนาคารค้าปลีกในสหรัฐฯ และอาจถูกปรับลดได้หากการปฏิรูปไม่เป็นไปตามเงื่อนไข | ข่าวรอง ไม่พบการยกเลิกในแหล่งที่ค้นได้ ณ 15 ต.ค. 2026 (Banking Dive) |
ตัวเลขเกณฑ์ที่ใช้ในคอลัมน์ “สัญญาณเตือน” เป็นเกณฑ์ที่ผู้จัดทำรายงานกำหนดเองเพื่อใช้เป็นจุดสังเกต ไม่ได้มาจากธนาคารหรือหน่วยงานกำกับ
| ประเภทความเสี่ยง | รายละเอียดและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น | ค่าปัจจุบัน (ที่มา) | สัญญาณเตือน (เกณฑ์ที่กำหนดเอง) |
|---|---|---|---|
| 1. กฎระเบียบ AML และข้อจำกัดสินทรัพย์สหรัฐฯ | การไม่สามารถแก้ไขระบบ AML ให้ผ่านการตรวจสอบ หรือการปรับลดเพดานสินทรัพย์ จะจำกัดการเติบโตของธนาคารค้าปลีกในสหรัฐฯ และดันค่าใช้จ่ายให้สูงขึ้นต่อเนื่อง | เพดานสินทรัพย์ USD 434 พันล้าน · ค่าใช้จ่าย AML FY2026 ราว US$550 ล้าน (6-K) | ค่าใช้จ่าย AML รายไตรมาสเพิ่มขึ้นเกินแนวทางที่ให้ไว้ หรือมีคำสั่งเพิ่มเติมจากหน่วยงานกำกับ |
| 2. คุณภาพสินเชื่อในแคนาดาและสหรัฐฯ | หากเศรษฐกิจชะลอ สินเชื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อบุคคลจะเสื่อมคุณภาพ ค่าเผื่อหนี้สูญจะเพิ่มและกดดันกำไร | PCL 3Q26 C$917 ล้าน คิดเป็น 0.37% ของสินเชื่อเฉลี่ย · 9 เดือน 0.41% (6-K) | PCL ต่อสินเชื่อเฉลี่ยรายไตรมาสสูงกว่า 0.50% |
| 3. อัตราดอกเบี้ยและส่วนต่างดอกเบี้ย (NIM) | การลดดอกเบี้ยนโยบายอาจบีบ NIM ของธุรกิจเงินฝาก-เงินกู้ในแคนาดา ซึ่งเป็นแหล่งกำไรหลัก | NIM Canadian P&C 2.88% (+5 bps) · NIM U.S. Banking 3.47% (+28 bps) (6-K) | NIM ของ Canadian P&C ต่ำกว่า 2.75% |
| 4. ความผันผวนของรายได้ตลาดทุน | กำไรของ Wholesale Banking เพิ่มขึ้นเร็วมากในไตรมาสนี้ แต่หากปริมาณการซื้อขายและดีลวาณิชธนกิจลดลง กำไรจะปรับลงรวดเร็วเช่นกัน | กำไรสุทธิ 3Q26 C$743 ล้าน (+86.7%) ซึ่งเป็น 15.6% ของกำไรกลุ่มที่ทำกำไร (6-K) | กำไร Wholesale ลดลงติดต่อกัน 2 ไตรมาส |
| 5. สภาพคล่องและการระดมเงินฝาก | สินเชื่อเพิ่มขณะที่เงินฝากลด บีบให้ธนาคารต้องหาเงินทุนราคาแพงขึ้น และกดดันส่วนต่างดอกเบี้ย | สินเชื่อต่อเงินฝาก 78.6% ณ 31 ก.ค. 2026 เทียบ 71.8% ณ 31 ต.ค. 2025 (คำนวณจาก 6-K และงบรายปี) | สินเชื่อต่อเงินฝากเกิน 80% หรือเงินฝากลดลงต่อเนื่อง |
| 6. ค่าใช้จ่ายดำเนินงานและ Operating Leverage | หากค่าใช้จ่ายโตเร็วกว่ารายได้ต่อเนื่อง ธนาคารจะไม่สามารถทำ Positive Operating Leverage ได้ ซึ่งฝ่ายบริหารให้เป็นเป้าหมาย | ค่าใช้จ่ายที่มิใช่ดอกเบี้ย 9M26 +3.5% เทียบรายได้ Reported −5.8% (6-K) | ค่าใช้จ่ายโตเร็วกว่ารายได้ Adjusted ติดต่อกัน 2 ไตรมาส |
| ตัวชี้วัด | ราคาเป้าหมาย | เทียบราคาปิด 14 ต.ค. (+/−) |
|---|---|---|
| เฉลี่ย (Mean, 14 ราย) | 119.65 | +1.7% |
| ค่ามัธยฐาน (Median) | 128.04 | +8.8% |
| สูงสุด (High) | 135.42 | +15.1% |
| ต่ำสุด (Low) | 95.48 | −18.8% |
| Jefferies (Hold) · 3 ก.ย. 2026 | 116 | −1.4% |
| Canaccord Genuity (Buy) · 3 ก.ย. 2026 | 137 | +16.5% |
| CIBC (Hold) · 3 ก.ย. 2026 | 132 | +12.2% |
| Desjardins · 2 ก.ย. 2026 | 128 | +8.8% |
| KBW (Hold) · 31 ส.ค. 2026 | 131 | +11.4% |
ค่ารายบริษัทกับค่าเฉลี่ยในหน้าเดียวกันไม่สอดคล้องกันทั้งหมด เช่น Canaccord ที่ 137 สูงกว่า High ที่ 135.42 ซึ่งอาจเกิดจากการอัปเดตคนละรอบ จึงใช้ทั้งสองแบบเพื่อเป็นข้อมูลอ้างอิงเท่านั้น ไม่ได้ถือเป็นฉันทามติที่ยืนยันแล้ว ผลต่างเป็นเปอร์เซ็นต์คำนวณจากราคาปิด $117.63
รายงานฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาและการตัดสินใจเชิงข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน ทุกตัวเลขมาจากแหล่งที่ระบุไว้ข้างต้นตามที่ดึงข้อมูลในวันที่ 15 ต.ค. 2026 ผู้ลงทุนควรพิจารณาปัจจัยและความเสี่ยงทั้งหมดด้วยตนเองก่อนตัดสินใจลงทุน