เขียนโดย HypeTimes Staff · ข้อมูล ณ 9 ตุลาคม 2026
1. สรุปผู้บริหาร (Executive Summary) ข้อมูลตลาด ณ ราคาปิด 9 ต.ค. 2026 · ผลประกอบการถึง 30 มิ.ย. 2026 (1H2026) · Guidance FY2026 ปรับขึ้นเมื่อ 28 ก.ค. 2026
รายได้ 1H2026
$12,456M
+7.2% YoY (1H2025 $11,620M) · Q2 2026 $6,789M +7.5%
(10-Q 2Q26) Adjusted EPS FY2026 (Guidance)
$11.80 – $12.20
P/E TTM (GAAP) · Forward (adj.)
29.5x · 26.6x
หนี้สุทธิ / EBITDA TTM
2.5x
หนี้สุทธิ $11,779M ÷ EBITDA TTM $4,735M (คำนวณเอง) · D/E 3.1x
(10-Q 2Q26) Dividend Yield
1.00%
ปันผลรายไตรมาส $0.80 = $3.20 ต่อปี (เพิ่มจาก $0.79 เมื่อ 26 ม.ค. 2026)
(10-Q 2Q26) ประเด็นสำคัญ (Key Takeaways)
การเติบโตครึ่งปีแรกมาจากการซื้อกิจการและราคาเป็นหลัก: รายได้ 1H2026 โต 7.2% โดยส่วน Consumer Brands Group โต 20.4% ซึ่งรวม Suvinil (ยอดขายต่อปีราว $525M) ที่ปิดดีลเดือน ต.ค. 2025 ส่วน Paint Stores Group โตเพียง 4.5% บริษัทระบุว่าได้ปรับราคาเพื่อชดเชยต้นทุนวัตถุดิบ (10-Q 2Q26) (Q2 Release)
อัตรากำไรขั้นต้นยังไม่ฟื้น: gross margin Q2 2026 อยู่ที่ 49.2% เทียบกับ 49.4% ปีก่อน ผู้บริหารระบุว่า “broad-based cost inflation continues across raw materials, energy, logistics and packaging” (Q2 Release)
อุปสงค์ยังอ่อนและคาดว่าครึ่งหลังยังอ่อนต่อ: ผู้บริหารกล่าวว่า “no meaningful improvement in demand” และแนวโน้มผู้บริโภคบ่งชี้ “continued demand softness in the second half” ซึ่งสอดคล้องกับ guidance ยอดขายทั้งปีที่โต “mid to high-single digit %” (Q2 Release)
การซื้อหุ้นคืนถูกเร่งด้วยหนี้: ซื้อหุ้นคืนครึ่งปีแรก $1,837M (5.6M หุ้น เฉลี่ย $328.04) มากกว่า FY2025 ทั้งปี $1,656M ทำให้ส่วนของผู้ถือหุ้นลดจาก $4,431M (31 มี.ค. 2026) เหลือ $3,855M (30 มิ.ย. 2026) และหนี้รวมเพิ่มเป็น $12.07B (10-Q 2Q26)
ปรับโครงสร้างหนี้ระยะสั้นในเดือนกันยายน: เงินกู้ 364 วัน $750M จาก Citibank ครบกำหนด 23 ก.ย. 2027 และเงินกู้ EUR 100M ในลักเซมเบิร์กของบริษัทย่อย ใช้แทน credit agreement ฉบับ 8 ส.ค. 2025 ที่ยกเลิกแล้ว (8-K 24 ก.ย. 2026)
หนี้สุทธิเพิ่มเร็วกว่ากำไร
หนี้สุทธิ (คำนวณเอง) เพิ่มจาก $10,664M ณ 31 ธ.ค. 2025 เป็น $11,779M ณ 30 มิ.ย. 2026 (+$1,115M ภายในครึ่งปีแรก) ขณะที่ EBITDA TTM เพิ่มเพียง 5.7% เทียบปี 2025 ข้อจำกัดด้านหนี้ของบริษัทคือ consolidated leverage ratio ต้องไม่เกิน 3.75 เท่า และเพิ่มได้ชั่วคราวถึง 4.25 เท่าสี่ไตรมาสหลังซื้อกิจการ ตามเงื่อนไขใน 10-K และ 8-K ใช้นิยามของบริษัทซึ่งไม่เท่ากับตัวเลขในรายงานนี้ (10-K FY2025)
อ่านกำไรให้ถูกต้อง: GAAP กับ adjusted
ช่องว่างระหว่าง GAAP กับ adjusted EPS ปีนี้คือ $0.88 ต่อหุ้น ประกอบด้วยค่าตัดจำหน่ายที่เกิดจากการซื้อ Valspar $0.81 และค่าชดเชยและค่าปรับโครงสร้างอื่น $0.07 ทั้งสองค่าไม่ได้ถูกหักออกจาก guidance ที่เป็น GAAP (Q2 Release)
Bull Case
กำไร FY2027 สูงกว่าฉันทามติ: adjusted EPS $14.00 (ฉันทามติ $13.54) จากการ pricing ที่ชดเชยต้นทุนได้ครบ และ Consumer Brands ที่อัตรากำไรส่วนงานขึ้นจาก 18.8% เป็น 21.7% ในครึ่งปีแรก
อุปสงค์ที่อยู่อาศัยฟื้นเมื่ออัตราดอกเบี้ยจำนองลดลง ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่รายงานระบุว่ายังไม่เห็นผลชัด (10-K FY2025)
ราคาเป้าหมายสูงสุดของนักวิเคราะห์ $420 (StockAnalysis) ที่ระดับนี้ P/E FY2027 ประมาณ 31 เท่า (คำนวณเอง)
สมมติฐานของรายงาน: $14.00 × 28x = $392 (+23%)
Base Case
Guidance FY2026 ถูกทำได้ตามกรอบกลาง adjusted EPS $12.00 และ FY2027 ตามฉันทามติ $13.54 ที่โต 12% (StockAnalysis)
ครึ่งหลังอุปสงค์อ่อนต่อ แต่ราคาและ Suvinil ชดเชยได้บางส่วน หนี้สุทธิอยู่ราว 2.5–3.0 เท่าของ EBITDA
ราคาเป้าหมายเฉลี่ยนักวิเคราะห์ $384.65 (+20%) (StockAnalysis) ต้องใช้ตัวคูณประมาณ 28 เท่าบน EPS FY2027 ฉันทามติ ซึ่งสูงกว่า 23.6 เท่าปัจจุบัน
สมมติฐานของรายงาน: $13.54 × 24x = $325 (+2%)
Bear Case
อุปสงค์บ้านและงานรีโนเวทไม่ฟื้นภายในปี 2027 และต้นทุนวัตถุดิบยังสูงจนอัตรากำไรขั้นต้นต่ำกว่า 49% EPS หยุดโตที่กรอบกลาง guidance $12.00
การซื้อหุ้นคืนที่เพิ่มหนี้ทำให้ต้องชะลอ ตลาดลดตัวคูณลงเหลือ 20 เท่า และ 52-week low $289.86 อาจถูกทดสอบ
สมมติฐานของรายงาน: $12.00 × 20x = $240 (−25%)
ราคาใน Bull/Base/Bear เป็นการคำนวณของรายงานนี้จาก EPS สมมติฐานและตัวคูณที่ระบุ ไม่ใช่ราคาเป้าหมายของโบรกเกอร์ ราคาเป้าหมายของนักวิเคราะห์ (28 ราย ค่าเฉลี่ย $384.65, สูง $420, ต่ำ $340) มาจาก StockAnalysis · P/E TTM GAAP = $319.36 ÷ $10.84 = 29.5x · Forward adj. P/E = $319.36 ÷ $12.00 = 26.6x · ทั้งสองค่าคำนวณโดยรายงานนี้
2. Factsheet ข้อมูลตลาด ณ ราคาปิด 9 ต.ค. 2026 · ส่วนของผู้ถือหุ้น ณ 30 มิ.ย. 2026
Market Cap
$77.07B
ราคา × 241.33M หุ้น (ปกรายงาน 10-Q: 242.76M)
(10-Q 2Q26) Enterprise Value
$88.8B
Market Cap + หนี้สุทธิทางการเงิน $11.8B (คำนวณเอง) · StockAnalysis $91.8B รวม lease
(10-Q 2Q26) EV / EBITDA TTM
18.8x
EBITDA TTM $4,735M (กำไรสุทธิ + ภาษี + ดอกเบี้ย + ค่าเสื่อม/ตัดจำหน่าย) คำนวณเอง
(10-Q 2Q26) P/E (TTM, GAAP)
29.5x
EPS 12 เดือนถึง มิ.ย. 2026 $10.84 (10.26 − 5.00 + 5.58)
(10-K FY25) P/BV
19.99x
ส่วนของผู้ถือหุ้น $3,855M ณ 30 มิ.ย. 2026 (ต่ำจากการซื้อหุ้นคืน)
(10-Q 2Q26) Dividend Yield
1.00%
อัตราปัจจุบัน $3.20 ต่อปี · จ่ายจริง FY2025 $3.16 (0.99%)
(10-K FY25) P/BV คำนวณ: Market Cap $77,070M ÷ ส่วนของผู้ถือหุ้น $3,854.7M = 19.99x · หนี้สุทธิทางการเงิน = หนี้สินระยะยาว $8,327.3M + หนี้ส่วนที่ถึงกำหนดภายใน 1 ปี $1,498.4M + ตั๋วเงินและสินเชื่อระยะสั้น $2,246.4M − เงินสด $293.5M = $11,778.6M · StockAnalysis ใช้หนี้สุทธิ $14.74B ซึ่งรวมหนี้ตามสัญญาเช่า (lease) และรายการอื่นที่รายงานนี้ไม่ได้นับ
ข้อมูลบริษัท
รายการ
รายละเอียด
ชื่อบริษัท
The Sherwin-Williams Company (SHW)
ตลาด / สัญลักษณ์
NYSE: SHW · CIK 0000089800 · อยู่ใน S&P 500 และ Dow Jones Industrial Average
หมวดธุรกิจ
Process Industries / Industrial Specialties (ตามทะเบียนในรายงานนี้)
ก่อตั้ง / จดทะเบียน
ก่อตั้ง ค.ศ. 1866 · จดทะเบียนรัฐโอไฮโอ ค.ศ. 1884 (ตาม 10-K)
ปีบัญชี
สิ้นสุด 31 ธ.ค. (งวดครึ่งปีแรก 2026 สิ้นสุด 30 มิ.ย.)
พนักงาน
64,249 คน ณ 31 ธ.ค. 2025 ประมาณ 73% อยู่ในสหรัฐฯ
เครือข่ายหน้าร้าน
ร้านสีของบริษัทเอง 4,853 แห่ง (สหรัฐฯ แคนาดา แคริบเบียน) และ 307 แห่งในละตินอเมริกา
หุ้นคงเหลือ
242,758,151 หุ้น ตามปกรายงาน 10-Q 2Q26
ไตรมาสสุดท้ายที่ยื่น
10-K FY2025 ยื่น 19 ก.พ. 2026 · 10-Q 2Q26 ยื่น 28 ก.ค. 2026
ที่มา: 10-K FY2025 (ข้อมูลบริษัท พนักงาน สาขา) · 10-Q 2Q26 (ปกรายงาน หุ้นคงเหลือ) · ข้อมูลตลาดและหมวดธุรกิจ StockAnalysis และทะเบียนใน docs/usStocks.ts · จำนวนหุ้นที่ใช้คำนวณ Market Cap ต่างจากปกรายงานเพราะซื้อคืนหลังวันที่ปก
3. ลักษณะธุรกิจ (Business Overview) สามส่วนงานรายงาน ตามรายงาน 10-K FY2025 · รายได้รวม $23.57B ปี 2025 · ผลิตภัณฑ์หลักคือสีตกแต่งอาคาร สีอุตสาหกรรม และเคลือบผิวเฉพาะทาง · ข้อมูลปี 2025 และถึง 30 มิ.ย. 2026
Sherwin-Williams ผลิต พัฒนา จัดจำหน่าย และขายสี เคลือบผิว และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ลูกค้าเป็นทั้งผู้รับเหมาสี ลูกค้าอุตสาหกรรม ผู้ซื้อเชิงพาณิชย์ และผู้บริโภคที่ทำ DIY ตลาดหลักคืออเมริกาเหนือและละตินอเมริกา แต่บริษัทมีการดำเนินงานในยุโรป เอเชีย และออสเตรเลีย และขายให้ลูกค้าในกว่า 120 ประเทศ (10-K FY2025)
จุดเด่นของโมเดลคือการที่ Consumer Brands Group ผลิตสีส่วนใหญ่ แล้วขายผ่านร้านของ Paint Stores Group ซึ่งทำให้กำไรส่วนใหญ่อยู่ที่ร้าน ประมาณ 63% ของยอดขาย Consumer Brands ในปี 2025 เป็นการโอนระหว่างส่วนงานไปยัง Paint Stores (10-K FY2025)
ส่วนงาน
รายได้ภายนอก FY2025
สัดส่วนรายได้
กำไรก่อนภาษี FY2025 (margin)
รายได้ 1H2026 vs 1H2025
Paint Stores Group
$13,605.9M
57.7%
$3,061.5M (22.5%)
+4.5%
Consumer Brands Group
$3,166.4M
13.4%
$509.6M (16.1%)
+20.4%
Performance Coatings Group
$6,795.2M
28.8%
$942.7M (13.9%)
+6.4%
Administrative
$6.8M
0.0%
($1,175.6M)
n/a
รวม
$23,574.3M
100%
$3,338.2M (14.2%)
+7.2%
ที่มา: 10-K FY2025 Note 22 · รายได้ 1H2026 จาก Q2 Release · Administrative ประกอบด้วยค่าใช้จ่ายสำนักงานใหญ่ใหม่และศูนย์ R&D ดอกเบี้ยจ่าย $465.0M และการตัดรายการระหว่างส่วนงาน · กำไรก่อนภาษีของส่วนงานคือ Income before income taxes ตามที่บริษัทนิยาม จึงรวมดอกเบี้ยรับและรายการอื่นของส่วนนั้น
1. Paint Stores Group — รายได้ภายนอก FY2025 $13.6B
ธุรกิจ: ร้านสีเฉพาะทาง 4,853 แห่งในสหรัฐฯ แคนาดา และแคริบเบียน ณ 31 ธ.ค. 2025 เปิดสุทธิ 80 แห่งในปี 2025 (เปิด 83 ปิด 3) ให้บริการผู้รับเหมาสีสถาปัตยกรรมและอุตสาหกรรม รวมถึงลูกค้า DIY
แบรนด์และสินค้า: Sherwin-Williams และแบรนด์ควบคุมอื่น (controlled brand) สีสถาปัตยกรรม ผลิตภัณฑ์ป้องกันและทางทะเล สีเคลือบผลิตภัณฑ์ OEM ซึ่งส่วนใหญ่ผลิตโดย Consumer Brands
ลูกค้า: ไม่มีลูกค้ารายใดที่ทำให้ส่วนงานนี้มีนัยสำคัญ บริษัทระบุว่าการสูญเสียลูกค้ารายเดียวจะไม่กระทบอย่างมีนัยสำคัญ
ตัวเลขครึ่งปีแรก 2026: รายได้ $6,939.9M (+4.5%) กำไรก่อนภาษี $1,516.4M (+4.0%) · Q2 2026 รายได้ $3,890.0M (+5.1%) กำไร $957.6M (+4.5%) (Q2 Release)
2. Consumer Brands Group — รายได้ภายนอก FY2025 $3.2B
ธุรกิจ: ผลิตและจัดจำหน่ายสีตกแต่งอาคารแบบมีแบรนด์และแบรนด์ส่วนตัว สีย้อมไม้ น้ำยารักษาเนื้อไม้ สีสเปรย์ กาว ซิลิโคน และผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมให้ร้านค้าปลีก ตัวแทนจำหน่าย และผู้จัดจำหน่ายในอเมริกาเหนือ ละตินอเมริกา และยุโรป
แบรนด์: Cabot, Dutch Boy, Krylon, Minwax, Purdy, Ronseal, Suvinil, Thompson’s WaterSeal, Valspar และอื่น ๆ ตามรายงาน 10-K นอกจากนี้มีร้านสีของบริษัทเองในละตินอเมริกา 307 แห่ง
การเปลี่ยนแปลงสำคัญ: Suvinil ซึ่งเป็นผู้นำสีสถาปัตยกรรมในบราซิล ยอดขายต่อปีราว $525M ซื้อจาก BASF ราคาราว $1.15B ปิดดีลเดือน ต.ค. 2025 ส่วนงานนี้ทำกำไรก่อนภาษีครึ่งปีแรก 2026 $410.1M (+38.5%) และอัตรากำไรขึ้นจาก 18.8% เป็น 21.7%
ข้อควรรู้: กำไรก่อนภาษีของส่วนงานนี้ต่ำเพราะการโอนระหว่างส่วนงานคิดราคาต้นทุนมาตรฐานที่ผลิต ดังนั้นตัวเลขกำไรแยกส่วนงานอาจไม่สะท้อนผลตอบแทนที่แท้จริงของการผลิต (10-K FY2025)
ธุรกิจ: สีอุตสาหกรรมทั่วโลกสำหรับไม้ โลหะและพลาสติกทั่วไป ตัวถังรถยนต์ (automotive refinish) เคลือบทางทะเลและป้องกัน coil เคลือบบรรจุภัณฑ์ และเรซินกับสีผสมประสิทธิภาพสูง รวมถึงการให้สิทธิ์เทคโนโลยีและชื่อการค้า
แบรนด์: Sherwin-Williams (controlled brand), Valspar, Firetex, Macropoxy, Sayerlack, Martin Senour, House of Kolor และ DeBeer Refinish
ช่องทาง: Paint Stores Group, สาขาที่บริษัทเป็นเจ้าของ 317 แห่ง ทีมขายตรง และตัวแทนขายอิสระ ไปยังร้านค้า ตัวแทนจำหน่าย และผู้รับใบอนุญาต
ตัวเลขครึ่งปีแรก 2026: รายได้ $3,619.6M (+6.4%) กำไรก่อนภาษี $505.7M (+10.5%) · Q2 2026 รายได้ $1,913.8M (+6.3%) กำไร $273.3M (+11.5%)
4. ภาพรวมการเติบโต
การซื้อกิจการ: ปี 2025 บริษัทจ่ายค่าซื้อกิจการสุทธิ $1,211M (Suvinil เป็นหลัก) และมิถุนายน 2026 ซื้อธุรกิจผลิตสีอีกรายราว $75M ที่ไม่ได้ระบุชื่อในรายงาน งบ pro forma ไม่ได้นำเสนอเพราะบริษัทระบุว่าไม่มีนัยสำคัญ (10-Q 2Q26 Note 3)
โครงสร้างรายได้จากต่างประเทศ: บริษัทในต่างประเทศสร้างรายได้ 19.6% ของยอดขายรวมปี 2025 (19.2% ปี 2024 และ 2023) ไม่มีประเทศนอกสหรัฐฯ ใดที่มีนัยสำคัญต่อรายได้รวม และไม่มีลูกค้ารายใดเกิน 10% ของยอดขาย (10-K FY2025)
ฐานหน้าร้าน: ร้านสีที่เป็นเจ้าของเองเป็นช่องทางหลักที่สร้างกำไร ปี 2025 เปิดสุทธิ 80 แห่ง ซึ่งเป็นการขยายที่ชัดเจนที่สุดของบริษัท
ข้อจำกัดของข้อมูลแบรนด์และโรงงาน
รายงานนี้ระบุแบรนด์ที่รายงาน 10-K ยกมาเป็นตัวอย่างเท่านั้น จำนวนโรงงานผลิตและศูนย์กระจายสินค้าอยู่ใน Item 2 (Properties) ซึ่งไม่ได้อ่านในรอบนี้ จึงแสดงเป็น n/a ไม่มีการประมาณจำนวนโรงงานจากความจำ
FY2023 ถึง FY2025 และครึ่งปีแรก 2026 · หน่วย $M · EBITDA ตามนิยามของบริษัท (กำไรสุทธิ + ภาษี + ดอกเบี้ยจ่าย + ค่าเสื่อม + ค่าตัดจำหน่าย) · ข้อมูลถึง 30 มิ.ย. 2026
ตารางงบกำไรขาดทุนหลัก
รายการ ($M)
FY2023
FY2024
FY2025
1H2025
1H2026
TTM มิ.ย. 2026
รายได้
23,051.9
23,098.5
23,574.3
11,620.2
12,456.2
24,410.3
กำไรขั้นต้น (gross margin)
46.7%
48.5%
48.8%
48.9%
49.1%
n/a
SG&A ต่อรายได้
30.7%
32.1%
32.6%
32.7%
32.7%
n/a
ดอกเบี้ยจ่าย
417.5
415.7
465.0
216.2 (คำนวณ)
267.5 (คำนวณ)
n/a
ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย
622.5
624.0
676.9
323.6
373.2
n/a
EBITDA (นิยามบริษัท)
4,149.9
4,491.5
4,480.1
2,178.5
2,433.0
4,734.6
กำไรสุทธิ
2,388.8
2,681.4
2,568.5
1,258.6
1,378.3
2,688.2
กำไรสุทธิต่อหุ้น (GAAP diluted, $)
9.25
10.55
10.26
5.00
5.58
10.84
Adjusted EPS ($)
n/a
n/a
11.43
5.62
6.05
11.86
ที่มา: รายได้ กำไรสุทธิ ภาษี และ EPS จาก 10-K FY2025 และ 10-Q 2Q26 · EBITDA 1H2025 และ 1H2026 และ adjusted EPS จาก Q2 Release · EBITDA ปี FY2023–FY2025 คำนวณเองด้วยสูตรเดียวกับบริษัท (กำไรสุทธิ + ภาษี + ดอกเบี้ยจ่าย + D&A จาก Note 22) และตรวจแล้วว่ากำไรก่อนภาษีตรงกับงบทุกปี · ค่า D&A FY2025 = ค่าเสื่อม $340.3M + ค่าตัดจำหน่าย $336.6M · ดอกเบี้ยและ D&A ครึ่งปีแรก 2026 คำนวณจากผลต่างของ EBITDA ที่บริษัทรายงาน ไม่ใช่ตัวเลขที่รายงานโดยตรง
EBITDA ครึ่งปีแรกโตเร็วกว่ารายได้
EBITDA 1H2026 โต 11.7% เร็วกว่ารายได้ 7.2% เพราะ Consumer Brands ที่ซื้อ Suvinil มีอัตรากำไรสูงขึ้นและอัตรากำไรขั้นต้นขยับเพิ่มเล็กน้อยจาก 48.9% เป็น 49.1% แม้ Q2 จะลดลงจาก 49.4% เป็น 49.2%
รายได้ EBITDA และกำไรสุทธิ — FY2023 ถึง TTM มิ.ย. 2026 ($M)
EBITDA Margin และ Net Margin — FY2023 ถึง TTM มิ.ย. 2026 (%)
ที่มา: คำนวณจาก
10-K FY2025 และ
10-Q 2Q26 · ปี 2025 EBITDA margin ลดลงจาก 19.4% เป็น 19.0% และ net margin ลดลงจาก 11.6% เป็น 10.9% ขณะที่ค่าเสื่อม/ตัดจำหน่ายและดอกเบี้ยจ่ายเพิ่มขึ้น
ไตรมาส 2 ปี 2026 (เมษายน–มิถุนายน)
รายการ ($M)
Q2 2026
Q2 2025
เปลี่ยนแปลง
รายได้
6,789.3
6,314.5
+7.5%
EBITDA
1,434.8
1,260.8
+13.8%
Adjusted EBITDA
1,458.6
1,319.8
+10.5%
กำไรสุทธิ
843.6
754.7
+11.8%
GAAP diluted EPS ($)
3.43
3.00
+14.3%
Adjusted diluted EPS ($)
3.70
3.38
+9.5%
ที่มา: Q2 Release · การกระทบยอด EBITDA Q2 2026: กำไรสุทธิ $843.6M + ดอกเบี้ยจ่าย $135.9M + ภาษี $268.9M + ค่าเสื่อม $98.5M + ค่าตัดจำหน่าย $87.9M = $1,434.8M · adjusted เพิ่มค่าชดเชยและปรับโครงสร้าง $23.8M · ค่าตัดจำหน่ายจากการซื้อกิจการรวมอยู่ในค่าตัดจำหน่ายแล้วจึงไม่ปรับซ้ำ
การย้ายส่วนงานเล็กน้อยที่กระทบการเทียบปีต่อปี
ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2025 บริษัทย้ายธุรกิจฟลอร์ริงสมรรถนะสูงจาก Performance Coatings ไปยัง Paint Stores ซึ่งบริษัทระบุว่าไม่มีนัยสำคัญ และไม่ได้ปรับตัวเลขปี 2023 และ 2024 ย้อนหลังในส่วนงานรายงาน ตัวเลข Paint Stores และ Performance Coatings ปี 2025 จึงไม่เทียบกับปีก่อนแบบตรงตัว
ครึ่งปีแรก 2025 เทียบ 2026 — รายได้ EBITDA กำไรสุทธิ ($M)
ส่วนงานครึ่งปีแรก 2026
ส่วนงาน
รายได้ 1H2026
เปลี่ยนแปลง
กำไรก่อนภาษี 1H2026
เปลี่ยนแปลง
Margin 1H2026
Paint Stores Group
6,939.9
+4.5%
1,516.4
+4.0%
21.9%
Consumer Brands Group
1,891.8
+20.4%
410.1
+38.5%
21.7%
Performance Coatings Group
3,619.6
+6.4%
505.7
+10.5%
14.0%
ที่มา:
Q2 Release · รายได้ส่วนงานรวมกันจะสูงกว่ารายได้รวมเพราะการโอนระหว่างส่วนงาน margin คำนวณจากกำไรก่อนภาษีหารด้วยรายได้ส่วนงานรวมการโอน (คำนวณเอง)
5. งบแสดงฐานะการเงินและกระแสเงินสด (Balance Sheet) ฐานะการเงิน ณ 31 ธ.ค. 2023 ถึง 30 มิ.ย. 2026 · กระแสเงินสด FY2023 ถึง 1H2026
ส่วนของผู้ถือหุ้น
$3,855M
ลดลง $744M จาก 31 ธ.ค. 2025 ในครึ่งปีแรกจากการซื้อหุ้นคืน
(10-Q 2Q26) กระแสเงินสดจากดำเนินงาน 1H2026
$1,487M
FCF TTM
$3,213M
CFO TTM $3,887M − CapEx TTM $674M (คำนวณเอง) · 4.2% ของ Market Cap
(10-Q 2Q26) โครงสร้างงบดุล ($M)
รายการ
31 ธ.ค. 2023
31 ธ.ค. 2024
31 ธ.ค. 2025
30 มิ.ย. 2026
สินทรัพย์รวม
22,954.4
23,632.6
25,901.7
26,951.4
หนี้สินรวม (สินทรัพย์ − ส่วนของผู้ถือหุ้น)
19,238.6
19,581.4
21,303.4
23,096.7
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม
3,715.8
4,051.2
4,598.3
3,854.7
เงินสดและรายการเทียบเท่า
276.8
210.4
207.2
293.5
หนี้สินระยะยาว (รวมส่วนที่ถึงกำหนดภายใน 1 ปี)
9,476.7
9,226.0
9,670.8
9,825.7
ตั๋วเงินและสินเชื่อระยะสั้น
374.2
662.4
1,200.5
2,246.4
ที่มา: 10-K FY2025 (งบดุล 2024–2025 สินทรัพย์รวม 2023 จาก Note 22 ส่วนของผู้ถือหุ้น 2023 จากงบการเปลี่ยนแปลงส่วนของผู้ถือหุ้น) · 10-Q 2Q26 (30 มิ.ย. 2026) · หนี้สินระยะยาวรวม ณ 30 มิ.ย. 2026 $9,825.7M ตามที่ระบุใน Note 6 ของ 10-Q · หนี้สินรวมคำนวณเองเพราะงบไม่แสดงบรรทัดนี้ (ไม่มี non-controlling interest)
องค์ประกอบงบดุล — ส่วนของผู้ถือหุ้น หนี้สินรวม และสินทรัพย์รวม ($M)
กระแสเงินสดและการจัดสรรเงินทุน ($M)
รายการ
FY2023
FY2024
FY2025
1H2025
1H2026
กระแสเงินสดจากดำเนินงาน
3,521.9
3,153.2
3,451.6
1,051.5
1,486.6
ค่าใช้จ่ายลงทุน (CapEx)
(888.4)
(1,070.0)
(797.6)
(370.8)
(246.7)
FCF (คำนวณเอง)
2,633.5
2,083.2
2,654.0
680.7
1,239.9
จ่ายเงินปันผล
(623.7)
(723.4)
(789.8)
(398.3)
(394.6)
ซื้อหุ้นคืน (treasury stock)
(1,432.0)
(1,738.8)
(1,656.4)
(870.2)
(1,837.0)
ซื้อกิจการสุทธิจากเงินสด
(264.7)
(78.9)
(1,211.3)
(121.4)
(64.9)
ที่มา:
10-K FY2025 (กระแสเงินสด FY2023–FY2025, treasury stock) ·
10-Q 2Q26 (งวดครึ่งปีแรก) · FCF = กระแสเงินสดจากดำเนินงาน − CapEx คำนวณเอง
ซื้อหุ้นคืนเกิน FCF ในครึ่งปีแรก 2026
ซื้อหุ้นคืน 1H2026 $1,837M สูงกว่า FCF ครึ่งปีแรก $1,240M ประมาณ $597M และสูงกว่าเงินปันผลครึ่งปีแรก $395M มากกว่าสี่เท่า ส่วนต่างถูกเติมด้วยหนี้ รายงาน 10-Q ระบุว่าบริษัทซื้อหุ้นคืน “for general corporate purposes” และคงเหลือการอนุมัติ 24.0 ล้านหุ้น ณ 30 มิ.ย. 2026 (จาก 29.6 ล้านหุ้น ณ 31 ธ.ค. 2025)
6. หนี้สินและเลเวอเรจ (Leverage) หนี้รวมรวมตั๋วเงินและสินเชื่อระยะสั้น ณ 30 มิ.ย. 2026 · เทียบกับ EBITDA ที่บริษัทนิยาม
หนี้รวม
$12,072M
ระยะยาว $8,327M + ส่วนที่ถึงกำหนด $1,498M + ระยะสั้น $2,246M
(10-Q 2Q26) D/E (ตามหนี้ทางการเงิน)
3.13x
ณ 31 ธ.ค. 2025 อยู่ที่ 2.36x · 31 ธ.ค. 2023 อยู่ที่ 2.65x
(10-Q 2Q26) หนี้สุทธิ / EBITDA TTM
2.49x
หนี้สุทธิ $11,779M ÷ EBITDA TTM $4,735M (คำนวณเอง) · ใช้หนี้ขั้นต้น 2.55x
(10-Q 2Q26) ดอกเบี้ยคุ้มกัน FY2025 (EBITDA ÷ ดอกเบี้ยจ่าย)
9.6x
TTM ≈ 9.2x (ดอกเบี้ยจ่าย TTM $516M คำนวณเอง) · ดอกเบี้ยเต็มปี FY2025 $465.0M
(10-K FY25) ประเด็นเรื่องหนี้
ระดับหนี้สูงมาตั้งแต่ก่อนซื้อหุ้นคืนครึ่งปีแรก: D/E ตามหนี้ทางการเงินอยู่ที่ 2.36–2.65 เท่าตั้งแต่ปี 2023 เพราะบริษัทมีส่วนของผู้ถือหุ้นต่ำจากการซื้อหุ้นคืนตลอดหลายปี ตัวเลขนี้ไม่ได้บ่งชี้การผิดนัดชำระโดยตรง แต่ทำให้ตัวเลขเลเวอเรจไวต่อการซื้อหุ้นคืนมาก (10-K FY2025)
ข้อจำกัดด้านหนี้: consolidated leverage ratio ต้องไม่เกิน 3.75 เท่า และเพิ่มชั่วคราวได้ถึง 4.25 เท่าสี่ไตรมาสหลังซื้อกิจการที่มีนัยสำคัญ รายงานนี้ไม่ได้คำนวณตามนิยามของสัญญา จึงไม่สามารถยืนยันระยะห่างจากข้อจำกัดได้จากตัวเลขที่ดึงมา (10-K FY2025)
การต่ออายุหนี้: 8-K วันที่ 24 ก.ย. 2026 ระบุว่าบริษัทยกเลิก credit agreement ฉบับลงวันที่ 8 ส.ค. 2025 และทำเงินกู้ 364 วัน $750M จาก Citibank ครบกำหนด 23 ก.ย. 2027 (ไม่มีตัวเลือกต่อใน 8-K) บวกเงินกู้ EUR 100M ของบริษัทย่อยในลักเซมเบิร์กที่ ING Dublin ซึ่งต่อได้อีกสองช่วง ช่วงละหกเดือน (8-K 24 ก.ย. 2026)
ดอกเบี้ย: ดอกเบี้ยจ่ายปี 2025 $465.0M เพิ่มจาก $415.7M ปี 2024 และดอกเบี้ยสินเชื่อระยะสั้นอยู่ที่ $68.8M ปี 2025 (10-K FY2025)
ดัชนีเลเวอเรจ — IB Debt/Equity และ Net IB Debt/Equity (เท่า)
ที่มา:
10-K FY2025 (หนี้ปี 2023–2025 และส่วนของผู้ถือหุ้น) ·
10-Q 2Q26 (30 มิ.ย. 2026) · คำนวณเองทั้งหมด ไม่ใช่ตัวเลขที่บริษัทรายงาน · StockAnalysis แสดง D/E 3.90 เพราะรวมหนี้สัญญาเช่า
หนี้สุทธิ / EBITDA ไม่ใช่ความเสี่ยงหลักตอนนี้ แต่หนี้ที่ครบกำหนดเร็วคือความเสี่ยง
เลเวอเรจ 2.5 เท่าอยู่ในระดับที่จัดการได้เมื่อเทียบกับ FCF TTM $3.2B แต่หนี้สินระยะสั้นและส่วนที่ถึงกำหนดภายใน 1 ปีรวมกัน $3.7B ณ 30 มิ.ย. 2026 หากตลาดตึงตัวหรือ EBITDA ลดลงพร้อมกับการซื้อหุ้นคืนที่ยังดำเนินต่อ ระยะห่างจากข้อจำกัดด้านเลเวอเรจจะแคบลงเร็ว
7. สัดส่วนธุรกิจ (Segments) กำไรก่อนภาษีแยกตามส่วนงาน FY2025 (ไม่รวม Administrative) · ข้อมูลตามรายงาน 10-K Note 22 · ข้อมูลปี 2025 และ 1H2026
ส่วนงาน
กำไรก่อนภาษี FY2025 ($M)
สัดส่วนต่อผลรวมส่วนงาน
Margin
กำไรก่อนภาษี 1H2026 ($M)
Paint Stores Group
3,061.5
67.8%
22.5%
1,516.4
Consumer Brands Group
509.6
11.3%
16.1%
410.1
Performance Coatings Group
942.7
20.9%
13.9%
505.7
ผลรวมส่วนงาน
4,513.8
100%
n/a
2,432.2
สัดส่วนกำไรก่อนภาษีตามส่วนงาน FY2025 (ไม่รวม Administrative)
กำไรแยกส่วนงานไม่ได้บอกทั้งหมด
Paint Stores Group ได้กำไรจากสีที่ Consumer Brands ผลิตโดยคิดราคาต้นทุนมาตรฐาน ดังนั้นสัดส่วน 67.8% ของกำไรจึงสูงกว่าที่จะเป็นหากคิดตามราคาตลาด ส่วนงาน Administrative ซึ่งมีดอกเบี้ยจ่าย $465M และค่าใช้จ่ายสำนักงานใหญ่ใหม่ถูกตัดออกจากผลรวมด้านบน
8. ประวัติปันผล (Dividend History) DPS ที่จ่ายจริงต่อปี FY2023 ถึง FY2025 และอัตราปัจจุบัน 2026 · นโยบายและการเพิ่มปันผลตามรายงาน 10-K · อัตราปันผลถึง 30 มิ.ย. 2026
DPS ที่จ่ายจริง FY2025
$3.16
เพิ่มจาก $2.86 ปี 2024 (+10.5%) · เป็นปีที่ 47 ติดต่อกันที่เพิ่ม
(10-K FY25) อัตราปันผลปัจจุบัน
$0.80 ต่อไตรมาส
ประกาศเพิ่มจาก $0.79 เมื่อ 26 ม.ค. 2026 · $3.20 ต่อปี
(10-Q 2Q26) Payout (ปันผลต่อกำไรสุทธิ FY2025)
30.7%
เงินปันผลที่จ่าย $789.8M ÷ กำไรสุทธิ $2,568.5M (คำนวณเอง)
(10-K FY25) ปันผลต่อหุ้นที่จ่ายจริง FY2023–FY2025 และอัตราปัจจุบัน ($)
ที่มา:
10-K FY2025 (cash dividends paid per share FY2023–FY2025 และนโยบาย: ปันผลปี 2025 เท่ากับ 30% ของ diluted EPS ปี 2024) ·
10-Q 2Q26 (อัตราต่อไตรมาส) · ค่าสุดท้ายคืออัตราปัจจุบันคูณสี่ ไม่ใช่ประมาณการ
ปันผลโตช้ากว่าการซื้อหุ้นคืนมาก
ซื้อหุ้นคืนปี 2025 $1,656M มากกว่าเงินปันผล $790M ถึง 2.1 เท่า และครึ่งปีแรก 2026 ซื้อหุ้นคืน $1,837M ขณะที่เงินปันผล $395M ปันผลจึงเป็นสัดส่วนเล็กในการคืนทุนของบริษัท การลดหรือหยุดซื้อหุ้นคืนจะกระทบ EPS มากกว่าการปรับปันผล
9. เปรียบเทียบเพื่อน (Peer Comparison) ข้อมูล ณ ราคาปิด 9 ต.ค. 2026 · P/E เป็น GAAP trailing ตาม StockAnalysis · ไม่มีคู่เทียบรายใดมีขนาดใกล้ SHW
บริษัท
Market Cap ($B)
P/E (TTM)
P/E (Forward)
P/BV
EV/EBITDA
Dividend Yield
Debt/Equity
SHW (The Sherwin-Williams)
77.07
29.5x
24.9x
19.99x
19.5x
1.00%
3.90
PPG Industries
23.11
14.9x
12.6x
2.74x
10.7x
2.85%
0.87
RPM International
12.46
18.1x
15.9x
3.58x
12.1x
2.33%
0.79
Axalta (AXTA)
6.98
20.0x
11.9x
2.77x
9.5x
ไม่จ่าย
1.19
Market Cap ($B) และ P/E TTM ของ SHW เทียบเพื่อน
ที่มา:
StockAnalysis SHW ·
PPG ·
RPM ·
AXTA · EV/EBITDA และ Debt/Equity ของ SHW ตามนิยาม StockAnalysis (รวม lease) จึงไม่เท่ากับการคำนวณในรายงานนี้ (18.8x และ 3.13x) · ตารางนี้ใช้ Debt/Equity ของ StockAnalysis ทุกบริษัท
SHW มีตัวคูณสูงกว่าเพื่อนทุกราย
SHW มีรายได้ TTM $24.4B ซึ่งมากกว่า PPG ราว 1.5 เท่า แต่มูลค่าตลาดมากกว่า 3.3 เท่า P/E TTM 29.5 เท่าสูงกว่า PPG 14.9 เท่าและ AXTA 20.0 เท่า ส่วนต่างส่วนหนึ่งมาจาก EBITDA margin ที่สูงกว่า (SHW ราว 19.4% เทียบ PPG ราว 16.4% จากตัวเลข TTM ของ StockAnalysis คำนวณเอง) ส่วนของผู้ถือหุ้นที่ต่ำจากการซื้อหุ้นคืนทำให้ P/BV ไม่ใช่ตัวชี้วัดที่ใช้เทียบได้ตรง ๆ
10. มุมมองอนาคต (Outlook) Guidance ที่บริษัทออกเมื่อ 28 ก.ค. 2026 และเหตุการณ์ที่รู้ล่วงหน้า · ตัวเลข guidance เป็นของบริษัท ไม่ใช่การประมาณของรายงานนี้
Guidance FY2026 (ปรับขึ้น)
หัวข้อ
Guidance
ปีก่อนหน้า (FY2025)
รายได้ไตรมาส 3 2026
โตระดับ mid ถึง high-single digit %
$6,358M (Q3 2025 )
รายได้ทั้งปี 2026
โตระดับ mid ถึง high-single digit %
$23,574M
Effective tax rate
ระดับ low twenty %
23.1% (คำนวณเอง: 769.7 ÷ 3,338.2)
GAAP diluted EPS
$10.92 – $11.32
$10.26
Adjusted diluted EPS
$11.80 – $12.20
$11.43
ที่มา: Q2 Release · Adjusted EPS ตัด Valspar amortization $0.81 และค่าชดเชยและปรับโครงสร้าง $0.07 ต่อหุ้น · ตัวเลขนี้เป็นของบริษัท รายงานนี้ไม่ได้ปรับแก้ไข
ทิศทางที่ผู้บริหารให้ไว้
อุปสงค์: “no meaningful improvement in demand” และแนวโน้มผู้บริโภคชี้ไปที่ความอ่อนตัวต่อเนื่องในครึ่งปีหลัง
ต้นทุน: ต้นทุนวัตถุดิบ พลังงาน โลจิสติกส์ และบรรจุภัณฑ์ยังเพิ่มขึ้นทั่วไป บริษัทชดเชยด้วยการปรับราคา
ความเสี่ยงที่รายงานกล่าวถึงแต่ไม่ได้ให้ตัวเลข: ภาษีและนโยบายการค้าถูกกล่าวถึงในส่วนคำเตือนเชิงอนาคตแต่ไม่มีการคำนวณผลกระทบ
เหตุการณ์และวันที่ที่รู้ล่วงหน้า
วันที่
เหตุการณ์
สถานะ
24 ก.ย. 2026
เงินกู้ 364 วัน $750M และเงินกู้ EUR 100M ลงนามแล้ว
ยืนยันแล้ว (8-K)
ปลายเดือน ต.ค. 2026
ประกาศผลไตรมาส 3 2026 (ปีก่อนประกาศ 28 ต.ค. 2025 )
ยังไม่ได้ยืนยันวันปีนี้
23 ก.ย. 2027
ครบกำหนดเงินกู้ 364 วัน $750M (ไม่มีตัวเลือกต่อใน 8-K) · EUR 100M ต่อได้อีกสองช่วง
ยืนยันแล้ว (8-K)
ก.พ. 2027
ยื่น 10-K FY2026 (ปีก่อนยื่น 19 ก.พ. 2026)
คาดการณ์จากรอบปีก่อน
ประมาณปลายเดือน ม.ค. 2027
บอร์ดพิจารณาเพิ่มปันผลประจำปี (ปีก่อนประกาศ 26 ม.ค. 2026)
คาดการณ์จากรอบปีก่อน
จุดที่ต้องติดตามในไตรมาส 3
ดูว่า Paint Stores ยังโตต่ำกว่า 5% หรือไม่ ดูว่าอัตรากำไรขั้นต้นกลับเข้าใกล้ 49.4% ของปีก่อนได้ไหม และดูว่าการซื้อหุ้นคืนในไตรมาส 3 ยังสูงกว่า FCF ของไตรมาสหรือไม่
11. ปัจจัยเสี่ยง (Risk Factors) หกกลุ่มความเสี่ยงสำคัญจาก Item 1A ของ 10-K FY2025 · แต่ละกลุ่มมีสัญญาณที่สังเกตได้ในงบรายไตรมาส · ข้อมูลถึง 30 มิ.ย. 2026
1. อุปสงค์จากที่อยู่อาศัยและอัตราดอกเบี้ย
ที่มา: รายงานระบุว่าอัตราดอกเบี้ยจำนองที่สูงและเงินเฟ้อกระทบการซื้อบ้านใหม่ การหมุนเวียนของบ้านที่มีอยู่ และงานก่อสร้างที่ไม่ใช่ที่อยู่อาศัย แม้ Federal Reserve ลดดอกเบี้ยในปี 2025 แต่บริษัทยังไม่เห็นผลบวกต่อยอดขายอย่างมีนัย (10-K FY2025)
สัญญาณที่ต้องดู: การเติบโตของ Paint Stores Group ที่ต่ำกว่า 5% ติดต่อกันหลายไตรมาส หรือ guidance รายได้ไตรมาส 3 ที่ลดลงจากระดับ mid-single digit
2. วัตถุดิบและพลังงาน
ที่มา: วัตถุดิบหลักคือเรซิน ตัวทำละลาย titanium dioxide และสารเติมแต่ง ราคาวัตถุดิบลดในปี 2023–2024 และคงที่ในปี 2025 แต่ผู้บริหารในไตรมาส 2 2026 ระบุว่าต้นทุนยังเพิ่มทั่วไปในวัตถุดิบ พลังงาน โลจิสติกส์และบรรจุภัณฑ์ (10-K FY2025) (Q2 Release)
สัญญาณที่ต้องดู: อัตรากำไรขั้นต้นต่ำกว่า 49.0% ติดต่อกัน (ปัจจุบัน 49.1% ครึ่งปีแรก)
3. หนี้ การต่ออายุ และข้อจำกัดเลเวอเรจ
ที่มา: หนี้รวม $12.07B ณ 30 มิ.ย. 2026 ข้อจำกัดเลเวอเรจ 3.75 เท่า และเงินกู้ 364 วันที่ต้องต่อหรือจ่ายภายในปี 2027 บริษัทระบุว่าการเข้าถึงตลาดทุนและเรตติ้งมีผลต่อต้นทุนกู้ (10-K FY2025) (8-K 24 ก.ย. 2026)
สัญญาณที่ต้องดู: หนี้สุทธิ/EBITDA ที่เกิน 2.5 เท่าเพิ่มต่อเนื่อง หรือการลดระดับเรตติ้ง
4. การซื้อกิจการและการผสานกิจการ
ที่มา: Suvinil ซึ่งมียอดขายต่อปีราว $525M ปิดดีลแล้ว และบริษัทระบุว่าจะซื้อกิจการเพิ่มในอนาคต ความสำเร็จขึ้นกับการผสานระบบ การเปลี่ยนแปลงในตลาดบราซิล และความผันผวนของค่าเงิน (10-K FY2025)
สัญญาณที่ต้องดู: อัตรากำไรส่วนงาน Consumer Brands ที่ไม่ขยายต่อหลังเทียบกับปีแรกของ Suvinil
5. ความรับผิดด้านคดีตะกั่ว (lead pigment) และสี
ที่มา: บริษัทและผู้ผลิตอื่นถูกฟ้องจากการผลิตและขายสีตะกั่วและสีที่มีตะกั่วในอดีต โดยผู้ฟ้องรวมถึงบุคคล กลุ่มผู้เสียหาย และหน่วยงานท้องถิ่น ค่าเสียหายที่ฟ้องครอบคลุมการบำบัดอาคาร ค่าให้ความรู้ และการตรวจสุขภาพ Item 1A ไม่ระบุจำนวนเงินที่ตั้งสำรองในส่วนนี้ (10-K FY2025)
สัญญาณที่ต้องดู: คำพิพากษาที่เป็นความเสียหายจริงหรือการเปลี่ยนกฎหมายที่กระทบการฟ้องต่อ (ต้องอ่าน Note Commitments and Contingencies เพิ่มเพื่อประเมินจำนวน)
6. ระบบ IT ไซเบอร์ และการพึ่งพาลูกค้า
ที่มา: บริษัทอยู่ระหว่างอัปเกรดระบบ IT หลายปีตามแผนหลายเฟส และพึ่งผู้ให้บริการภายนอกรวมถึง cloud บริษัทระบุว่ามีการโจมตีไซเบอร์ที่ผ่านมาบางกรณีที่กระทบระบบ ไม่มีลูกค้ารายใดเกิน 10% ของยอดขายปี 2025 แต่มีลูกค้าบางรายที่ซื้อจำนวนมาก (10-K FY2025)
สัญญาณที่ต้องดู: การรายงานเหตุการณ์ไซเบอร์ที่มีนัยสำคัญต่อ 8-K หรือการเลื่อนระยะเวลาอัปเกรดระบบ
รายงานนี้อ่าน Item 1A ส่วนที่เกี่ยวกับตัวเลขเท่านั้น ความเสี่ยงด้านภาษีและนโยบายการค้า รวมถึงจำนวนเงินในคดี lead pigment ยังไม่ได้สรุปเป็นตัวเลขในรอบนี้ ความเสี่ยงด้านหนี้สรุปจากข้อจำกัดที่ระบุไว้แล้วในส่วนเลเวอเรจ
12. SWOT การประเมินจากตัวเลขที่ระบุในรายงาน ไม่ใช่การให้คะแนน · ข้อมูลถึง 30 มิ.ย. 2026 · ราคา 9 ต.ค. 2026
จุดแข็ง (Strengths)
เครือข่ายร้านสีที่เป็นเจ้าของ 4,853 แห่งในสหรัฐฯ แคนาดา และแคริบเบียน สร้างกำไรก่อนภาษี $3,062M ปี 2025 (67.8% ของผลรวมส่วนงาน)
ฐาน FCF TTM $3.2B รองรับเงินปันผลและการซื้อหุ้นคืนได้
อัตรากำไรขั้นต้นประมาณ 49% คงที่ในปี 2025 และครึ่งปีแรก 2026
ปันผลเพิ่มติดต่อกัน 47 ปี
จุดอ่อน (Weaknesses)
ส่วนของผู้ถือหุ้นต่ำมาก $3.86B และ D/E 3.1 เท่า จากการซื้อหุ้นคืนหนัก
ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ย $465M ในปี 2025 เพิ่มขึ้น 11.9% จากปี 2024
กำไรแยกส่วนงานของ Consumer Brands ต่ำเพราะการคิดราคาโอนระหว่างส่วนงาน
Paint Stores โตช้า 4.5% ในครึ่งปีแรก
โอกาส (Opportunities)
Suvinil และ Consumer Brands ยังโต 20% ในครึ่งปีแรก และมีอัตรากำไรขยับขึ้น
การฟื้นของที่อยู่อาศัยเมื่ออัตราดอกเบี้ยลดลง ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นที่ยังไม่เกิด
การเปิดร้านสุทธิ 80 แห่งในปี 2025 เพิ่มช่องทางขาย
ตลาดละตินอเมริกาที่ Suvinil และร้านสีเพิ่มขึ้น
อุปสรรค (Threats)
อุปสงค์ครึ่งหลังอ่อนตามที่ผู้บริหารคาด และต้นทุนวัตถุดิบยังเพิ่ม
คดีตะกั่วและสีที่มีตะกั่วยังดำเนินอยู่โดยไม่ระบุจำนวนที่ตั้งสำรอง
หนี้ครบกำหนดและต่อสัญญาภายในปี 2027 ในเวลาที่ตลาดเงินอาจตึงตัว
ข้อจำกัดเลเวอเรจ 3.75 เท่า เป็นกรอบที่ต้องจับตาหากหนี้เพิ่มต่อเนื่อง
SWOT อิงข้อมูลที่ระบุในส่วนก่อนหน้า ตัวเลขทุกค่ามีแหล่งที่มาอยู่ในส่วนนั้น
13. มุมมองนักลงทุน (Investor View) ข้อมูล ณ 9 ต.ค. 2026 · สมมติฐานและการคำนวณของรายงาน ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน
ฉันทามติของนักวิเคราะห์
โบรกเกอร์
นักวิเคราะห์
คำแนะนำ
การดำเนินการ
ราคาเป้าหมาย
วันที่
RBC Capital
Arun Viswanathan
Buy
ปรับลด
$420 → $392
9 ต.ค. 2026
Mizuho Securities
John Roberts CFA
Buy
คงเดิม
$396
29 ก.ย. 2026
UBS
Joshua Spector
Hold
ปรับลด
$390 → $363
5 ต.ค. 2026
Wells Fargo
Abigail Eberts
Hold
คงเดิม
$340
5 ต.ค. 2026
Melius Research
Michael Rehaut
Hold
เริ่มทำการ
$367
6 ต.ค. 2026
ที่มา:
StockAnalysis SHW forecast · ฉันทามติ 28 ราย (12 Strong Buy, 3 Buy, 13 Hold, 0 Sell) ราคาเป้าหมายเฉลี่ย $384.65 มัธยฐาน $392 สูงสุด $420 ต่ำสุด $340 · ราคาเป้าหมายเป็นของโบรกเกอร์ที่ระบุชื่อ รายงานนี้ไม่ได้รับรองความถูกต้อง
การคำนวณมูลค่าแบบสามกรณี Bull
EPS FY2027 $14.00 (สูงกว่าฉันทามติ $13.54 ราว 3%)
ตัวคูณ 28 เท่า (ใกล้ตัวคูณที่ฉันทามติเป้าหมายบ่งไว้ที่ 28.4 เท่า)
มูลค่า $392 (+23%)
Base
EPS FY2027 $13.54 ตามฉันทามติ
ตัวคูณ 24 เท่า (ใกล้ตัวคูณปัจจุบัน 23.6 เท่าบน EPS ฉันทามติ)
มูลค่า $325 (+2%)
Bear
EPS $12.00 (กรอบกลาง guidance FY2026 ไม่โตต่อในปี 2027)
ตัวคูณ 20 เท่า
มูลค่า $240 (−25%) ต่ำกว่า 52-week low $289.86
สมมติฐาน EPS และตัวคูณในสามกรณีเป็นของรายงานนี้ ไม่ได้มาจากโบรกเกอร์ ตัวคูณและ EPS ถูกเลือกให้สะท้อนช่วงตัวคูณปัจจุบันและฉันทามติ ผู้อ่านควรเปลี่ยนสมมติฐานเองได้ · Upside เทียบราคาปิด $319.36
รายการติดตาม (Monitoring Checklist) แหล่งข้อมูลหลัก:
หมายเหตุ: รายงานฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาและการตัดสินใจเชิงข้อมูลเท่านั้น มิใช่คำแนะนำในการลงทุน ข้อมูลทางการเงินอิงจาก MD&A/SEC (reported basis) และข้อมูลตลาดอิงจาก SET Factsheet ณ 9 ตุลาคม 2026 ผู้ลงทุนควรพิจารณาปัจจัยและความเสี่ยงทั้งหมดก่อนตัดสินใจลงทุน