SGI ทำธุรกิจเครื่องนอนครบวงจร ตั้งแต่ผลิตที่นอน หมอน และฐานรองนอน ไปจนถึงขายปลีกเองผ่านร้านค้ากว่า 2,800 แห่งทั่วโลก ก่อนการซื้อครั้งนี้ บริษัทใช้ชื่อ Tempur Sealy International การซื้อ Mattress Firm เมื่อ 5 ก.พ. 2025 ด้วยมูลค่ารวมราว $5.1B ทำให้บริษัทมีร้านค้าปลีกที่นอนหลายแบรนด์ที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ และเปลี่ยนสัดส่วนรายได้ไปทางช่องทางขายตรง
ตัวเลขปี 2025 จึงไม่ควรเทียบตรง ๆ กับปี 2024 เพราะปี 2025 รวม Mattress Firm เพียง 11 เดือน และปี 2024 ยังไม่มีธุรกิจนี้ ถ้าดูเฉพาะไตรมาส 2 ปี 2026 ยอดขายรวมลดลง 3.0% เป็น $1,823.5M โดย Mattress Firm ลด 2.8% จากการปิดสาขา ส่วน Tempur Sealy North America ลด 5.7% จากตลาดที่อ่อนแรง ตัวที่ช่วยไว้คือ Tempur Sealy International ที่โต 2.0% และ gross margin ที่ดีขึ้น
P/E 25.3 เท่าของ StockAnalysis คำนวณจาก EPS GAAP TTM ราว $2.53 ซึ่งถูกกดลงด้วยต้นทุนการปรับโครงสร้าง ค่าธุรกรรม และค่าใช้จ่ายจากการรวมธุรกิจ ถ้าใช้ guidance Adjusted EPS กลาง $3.00 ราคาปิดจะเท่ากับ 21.2 เท่า และ forward P/E ฉันทามติของ StockAnalysis อยู่ที่ 18.0 เท่า ค่าที่ควรใช้เทียบกับคู่แข่งคือ Adjusted EPS ไม่ใช่ GAAP (StockAnalysis) (Q2 Release)
ราคาในกรณี Bull, Base และ Bear คำนวณจาก Adjusted EPS ของ guidance คูณด้วย P/E ที่เราเลือกเอง ไม่ใช่เป้าหมายราคา เป้าหมายของนักวิเคราะห์ภายนอกที่ StockAnalysis รวบรวมอยู่ที่ $93.44 จาก 10 ราย (สถานะ Strong Buy) ค่านี้เป็นความเห็นของสถาบันภายนอกและไม่ได้ยืนยันจากบริษัท
| รายการ | รายละเอียด |
|---|---|
| ชื่อบริษัท | Somnigroup International Inc. (เดิมชื่อ Tempur Sealy International) |
| ตลาด / สัญลักษณ์ | NYSE: SGI · CIK 0001206264 · สำนักงานใหญ่ Dallas, Texas |
| หมวดธุรกิจ | Consumer Durables / Home Furnishings |
| ปีบัญชี | สิ้นสุด 31 ธันวาคม |
| พนักงาน | มากกว่า 19,000 คนเต็มเวลา ณ 31 ธ.ค. 2025 และมากกว่า 1,500 คนในกิจการร่วมค้า |
| เครือข่ายการผลิตและค้าปลีก | ร้านค้าปลีกมากกว่า 2,800 แห่ง โรงงานมากกว่า 70 แห่ง และศูนย์วิจัยพัฒนา 4 แห่ง |
| ผู้สอบบัญชี | ไม่ได้ระบุในเอกสารที่ตรวจ |
| เงินปันผล | $0.17 ต่อไตรมาส จ่าย 3 ก.ย. 2026 (record date 20 ส.ค. 2026) |
ที่มา: 10-K FY2025 (พนักงาน เครือข่าย และสำนักงานใหญ่) · 10-Q 2Q26 (จำนวนหุ้นบนปก) · 8-K 6 ส.ค. 2026 (เงินปันผลไตรมาส 3) · StockAnalysis (ตลาดและ 52-week range) ผู้สอบบัญชีไม่ได้ปรากฏในข้อความที่ดึงมาจากเอกสาร จึงไม่ระบุ
SGI ขายเครื่องนอนเป็นหลัก ทั้งที่นอน ฐานรองนอน ปรับระดับได้ หมอน และอุปกรณ์เสริม สินค้าเหล่านี้ไปถึงผู้บริโภคได้สองทาง ทางแรกคือผ่านร้านค้าปลีกของบริษัทเอง ทางที่สองคือส่งให้ร้านค้าปลีกภายนอก ในครึ่งแรกปี 2026 ช่องทางขายตรงคิดเป็น $2,398.6M หรือราว 66% ของยอดขาย ส่วนช่องทาง Wholesale อยู่ที่ $1,226.4M หรือราว 34% (10-Q 2Q26)
ร้านค้าปลีกที่นอนเฉพาะทางที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ ขายแบบหลายแบรนด์ในร้านเดียว และมีแบรนด์ Sleepy’s เป็นสินค้าของตัวเอง ทีมขายเรียกว่า Sleep Expert ช่วยลูกค้าเลือกที่นอนที่เหมาะกับตัวเอง ยอดขาย Mattress Firm ไตรมาส 2 ปี 2026 อยู่ที่ $922.2M ลดลง 2.8% เพราะปิดสาขา แต่ยอดขายสาขาเดิม (same store sales) เพิ่มขึ้นเล็กน้อย ช่วงต้นปี 2025 บริษัทขายสาขา 73 แห่งและ Sleep Outfitters ให้ Mattress Warehouse ซึ่งยังมีผลต่อการเปรียบเทียบ (10-K FY2025) (Q2 Release)
ผลิตและขายแบรนด์ Tempur-Pedic, Sealy และ Stearns & Foster ในสหรัฐฯ แคนาดา และเม็กซิโก ขายทั้งผ่านร้านค้าภายนอก (Wholesale) และผ่านร้าน Tempur-Pedic กับช่องทางออนไลน์ (Direct) ไตรมาส 2 ปี 2026 มียอดขาย $601.8M ที่ขายให้ Mattress Firm อีก $294.1M ถูกตัดออกเมื่อรวมงบ ส่วนนี้มีอัตรากำไรจากการดำเนินงานสูงที่สุดในกลุ่ม คือราว 25.9% ของยอดขาย ทั้งนี้ยอดขายรวมของส่วนนี้ลดลง 5.7% ตามตลาด
ธุรกิจในยุโรป เอเชีย-แปซิฟิก และละตินอเมริกา ส่วนหนึ่งดำเนินการผ่านกิจการร่วมค้า เช่น โรงงานในสหราชอาณาจักรและพันธมิตรในเอเชียแปซิฟิก ไตรมาส 2 ปี 2026 ยอดขาย $299.5M เพิ่ม 2.0% ทำให้เป็นส่วนเดียวที่โตในไตรมาสนี้ สัดส่วนรายได้จากนอกสหรัฐฯ ทั้งกลุ่มอยู่ที่ราว 20.6% ของยอดขายปี 2025 และการเปลี่ยนค่าเงินทำให้กำไรสุทธิปี 2025 ลดลงราว 1.1% (10-K FY2025)
Leggett & Platt เป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนหลายประเภทที่บริษัทระบุว่าเป็น diversified component manufacturer บริษัทประกาศซื้อเมื่อ 13 เม.ย. 2026 ด้วยหุ้นทั้งหมด มูลค่ารวมราว $2.5B รวมหนี้ของ Leggett ที่ต้องรับไว้ หลังปิดดีล Leggett จะทำงานเป็นหน่วยธุรกิจแยกภายใต้ SGI และยังคงสำนักงานที่ Carthage รัฐ Missouri (10-Q 2Q26)
ตลาดผู้ผลิตที่นอนในสหรัฐฯ ค่อนข้างกระจุกตัว ส่วนตลาดร้านค้าปลีกกระจัดกระจาย จุดแข็งที่บริษัทระบุคือแบรนด์ที่รู้จักมาก เครือข่ายร้านค้าที่ใหญ่ และสินค้าที่ขายในสหรัฐฯ ส่วนใหญ่ผลิตในสหรัฐฯ บริษัทเชื่อว่าภาษีที่เสนอจะไม่กระทบผลประกอบการปี 2026 อย่างมีนัยสำคัญ แต่ยังประเมินต่อเนื่อง (10-Q 2Q26)
ที่มา: 10-K FY2025 (แบรนด์ เครือข่าย พนักงาน และการแข่งขัน) · 10-Q 2Q26 (ยอดขายแยกช่องทาง ส่วนงาน การซื้อ Leggett และภาษี) · Q2 Release (ยอดขายไตรมาส 2 แยกส่วน) · ส่วนแบ่งการตลาดของแต่ละแบรนด์ไม่ได้ยืนยันจากเอกสารที่ตรวจในรอบนี้
| รายการ | FY2023 | FY2024 | FY2025 | 6M2025 | 6M2026 | TTM |
|---|---|---|---|---|---|---|
| รายได้รวม | 4,925.4 | 4,930.9 | 7,476.5 | 3,485.5 | 3,625.0 | 7,616.0 |
| อัตราการเติบโตของรายได้ | n/a | +0.1% | +51.6% | n/a | +4.0% | n/a |
| กำไรขั้นต้น GAAP (margin) | 1,986.2 (40.3%) | 2,027.9 (41.1%) | 3,183.2 (42.6%) | 1,407.7 (40.4%) | 1,594.1 (44.0%) | n/a |
| ค่าใช้จ่ายการขายและการตลาด | 920.9 | 939.4 | 1,739.0 | 823.1 | 882.0 | n/a |
| G&A และอื่น ๆ | 481.1 | 473.2 | 695.0 | 385.4 | 332.0 | n/a |
| กำไรจากการดำเนินงาน GAAP (margin) | 607.2 (12.3%) | 634.2 (12.9%) | 754.9 (10.1%) | 193.1 (5.5%) | 388.8 (10.7%) | 950.6 (12.5%) |
| EBITDA (ตามคำนิยามบริษัท) | n/a | 841.6 | 1,039.3 | n/a | n/a | n/a |
| Adjusted EBITDA (margin) | n/a | 923.8 (18.7%) | 1,306.0 (17.5%) | n/a | n/a | 1,360.7 (17.9%) |
| กำไรสุทธิที่เป็นของผู้ถือหุ้น (margin) | 368.1 (7.5%) | 384.3 (7.8%) | 384.1 (5.1%) | 65.9 (1.9%) | 215.1 (5.9%) | 533.3 (7.0%) |
| EPS เจือจาง GAAP ($) | 2.08 | 2.16 | 1.84 | 0.32 | 1.01 | n/a |
| Adjusted EPS ($) | n/a | 2.55 | 2.70 | n/a | n/a | n/a |
ที่มา: 10-K FY2025 (FY2023–FY2025 งบกำไรขาดทุน EBITDA Adjusted EBITDA และ Adjusted EPS) · 10-Q 2Q26 (6M2025, 6M2026 และ TTM Adjusted EBITDA $1,360.7M) · TTM = FY2025 + 6M2026 − 6M2025 (คำนวณ) · อัตราการเติบโตของรายได้ FY2025 เทียบ FY2024 รวมการซื้อ Mattress Firm ตั้งแต่ 5 ก.พ. 2025 ไม่ใช่การเติบโตจากธุรกิจเดิม · Adjusted EBITDA ปี 2023 ไม่ได้อยู่ในเอกสารที่ตรวจ จึงเป็น n/a
รายได้ $1,823.5M (-3.0%) · Mattress Firm $922.2M (-2.8%) · Tempur Sealy North America $601.8M (-5.7%) · Tempur Sealy International $299.5M (+2.0%) · Gross margin 44.8% จาก 44.0% · Adjusted operating income $216.6M (-3.5%) · Adjusted EPS $0.58 จาก $0.53 (Q2 Release)
ไตรมาส 2 ปี 2026 gross margin GAAP ดีขึ้นเป็น 44.8% จาก 44.0% ค่าโฆษณาลดลงเหลือ $177.6M จาก $189.5M ขณะที่ค่าใช้จ่ายการขายอื่นเพิ่มเล็กน้อยเป็น $275.9M จาก $271.0M G&A ลดลงเหลือ $165.1M จาก $175.9M ไตรมาส 2 ปี 2025 มีขาดทุนจากการขายธุรกิจ $13.9M แยกอยู่อีกบรรทัด จึงไม่ได้อยู่ใน G&A
ดอกเบี้ยสุทธิครึ่งแรกปี 2026 อยู่ที่ $119.0M ลดลงจาก $133.8M ปีก่อน สอดคล้องกับการชำระคืนหนี้สุทธิในงบกระแสเงินสด ไตรมาส 2 ปี 2026 บริษัทมีประโยชน์ทางภาษี $37.2M ซึ่งช่วยดันกำไรสุทธิ GAAP ให้สูงกว่ากำไรเชิงปฏิบัติการมาก
| รายการ | 31 ธ.ค. 2024 | 31 ธ.ค. 2025 | 30 มิ.ย. 2026 |
|---|---|---|---|
| เงินสดและรายการเทียบเท่า | 117.4 | 134.9 | 112.0 |
| ลูกหนี้การค้าสุทธิ | 404.5 | 358.5 | 361.4 |
| สินค้าคงคลัง | 447.0 | 630.0 | 649.8 |
| สินทรัพย์หมุนเวียนรวม | 1,065.4 | 1,294.1 | 1,289.0 |
| เงินสดจำกัดการใช้ (Restricted cash) | 1,592.3 | — | — |
| Goodwill | 1,066.7 | 4,595.9 | 4,584.5 |
| Trade name และสินทรัพย์ไม่มีตัวตนอื่น | 700.5 | 2,587.1 | 2,580.1 |
| สินทรัพย์รวม | 5,980.4 | 11,600.7 | 11,611.0 |
| หนี้สินหมุนเวียนรวม | 960.3 | 1,565.2 | 1,723.0 |
| หนี้สินระยะยาวรวมหนี้ระยะสั้น | 3,809.9 | 4,685.7 | 4,408.5 |
| หนี้สินรวม | 5,412.1 | 8,483.8 | 8,374.0 |
| ส่วนของผู้ถือหุ้น | 559.0 | 3,108.0 | 3,229.4 |
ที่มา: 10-K FY2025 (ณ 31 ธ.ค. 2024 และ 31 ธ.ค. 2025) · 10-Q 2Q26 (ณ 30 มิ.ย. 2026) · หนี้รวมคำนวณจากหนี้ระยะสั้นบวกหนี้ระยะยาวตามงบ ซึ่งหักค่าธรรมเนียมทางการเงินรอตัดบัญชีแล้ว ไม่ใช่มูลค่าตามสัญญา ส่วนของ non-controlling interest ไม่รวมในตาราง มีมูลค่าไม่มาก
ณ สิ้นปี 2024 บริษัทมีเงินสดจำกัดการใช้ $1.59B เพื่อรองรับการซื้อ Mattress Firm ซึ่งปิดดีลเมื่อ 5 ก.พ. 2025 ส่วนของผู้ถือหุ้นที่เพิ่มจาก $559.0M เป็น $3,108.0M ปี 2025 ส่วนใหญ่มาจากการออกหุ้นราว 34.2M หุ้นให้กับผู้ขาย Mattress Firm มูลค่าราว $2.25B ตามงบกระแสเงินสด
สินทรัพย์ที่ควรระวังคือ goodwill และ intangible รวมกัน $7,164.6M หรือราว 62% ของสินทรัพย์รวม ณ 30 มิ.ย. 2026 ถ้าความต้องการในตลาดหรือกระแสเงินสดของธุรกิจค้าปลีกลดลงต่อเนื่อง อาจต้องบันทึกการด้อยค่า ซึ่งไม่กระทบเงินสดโดยตรงแต่ลดส่วนของผู้ถือหุ้น นอกจากนี้หนี้สินจากสัญญาเช่าดำเนินงานรวม $2,003.6M จากร้านค้าที่ขยายตัวหลังซื้อ Mattress Firm
| รายการ ($M) | FY2023 | FY2024 | FY2025 | 6M2025 | 6M2026 | TTM |
|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดจากการดำเนินงาน | 570.3 | 666.5 | 800.1 | 292.5 | 482.8 | 990.4 |
| ซื้อสินทรัพย์ถาวร (Capex) | (185.4) | (97.3) | (166.9) | (60.7) | (115.2) | (221.4) |
| Free Cash Flow (คำนวณ) | 384.9 | 569.2 | 633.2 | 231.8 | 367.6 | 769.0 |
| จ่ายปันผล | (77.7) | (92.7) | (127.4) | (64.4) | (72.5) | (135.5) |
| ซื้อหุ้นคืน (treasury stock) | (36.0) | (43.8) | (132.4) | (132.4) | (26.2) | (26.2) |
ในครึ่งแรกปี 2026 บริษัทไม่ได้ซื้อหุ้นภายใต้โปรแกรมซื้อหุ้นคืนเลย ยอด $26.2M เป็นการซื้อคืนที่เกี่ยวกับการปล่อยหุ้นให้พนักงาน บริษัทระบุว่าปี 2026 จะจัดสรรอย่างน้อย 50% ของ Free Cash Flow ให้ปันผลและซื้อหุ้นคืน
ตัวเลข 6.82x ของปี 2024 สูงเกินจริงเมื่อเทียบกับปีหลัง เพราะส่วนของผู้ถือหุ้นปลายปี 2024 เหลือเพียง $559.0M หลังบริษัทซื้อหุ้นคืนสะสมในอดีต (treasury stock ราว $3.3B) ส่วนปี 2025 และครึ่งแรกปี 2026 ลดลงเป็นราว 1.4 เท่า เพราะส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นจากการออกหุ้นให้ผู้ขาย Mattress Firm
หนี้ตามสัญญาคำนวณต่างจากหนี้ตามงบ เพราะบวกค่าธรรมเนียมทางการเงินรอตัดบัญชีกลับเข้ามา ณ 30 มิ.ย. 2026 หนี้ตามสัญญาหลังหักเงินสดอยู่ที่ $4,324.3M และ Adjusted EBITDA ที่ใช้ในสัญญาคือ $1,445.7M ซึ่งรวมผลประหยัดต้นทุนที่คาดว่าจะเกิดจาก Mattress Firm อีก $85.0M ตามที่บริษัทระบุ เพดานที่กำหนดให้จ่ายปันผลและซื้อหุ้นคืนได้เต็มที่คือต่ำกว่า 3.75x สำหรับวงเงินกู้ 2023 และต่ำกว่า 3.50x สำหรับหุ้นกู้ปี 2029 และ 2031 ระดับ 2.99x จึงยังมีที่ว่างอยู่ แต่ไม่มากนัก
ที่มา: 10-K FY2025 (หนี้ 31 ธ.ค. 2025 และเพดานตามสัญญา) · 10-Q 2Q26 (หนี้ 30 มิ.ย. 2026 และอัตราส่วนตามสัญญา) · หนี้หักเงินสด ณ 31 ธ.ค. 2024 ไม่รวมเงินสดจำกัดการใช้ $1,592.3M ที่ต้องจ่ายเพื่อดีล จึงทำให้ค่าสูง
ดอกเบี้ยที่จ่ายจริงในปี 2025 อยู่ที่ $278.3M ส่วนบริษัทคาดว่าปี 2026 จะจ่ายราว $230M ตามที่ระบุไว้ในเอกสารไตรมาส 2 ซึ่งลดลงจากปีก่อน บริษัทตั้งเป้าให้เลเวอเรจกลับมาอยู่ในช่วง 2.0 ถึง 3.0 เท่าภายในปี 2026 ณ สิ้นไตรมาส 2 ค่าอยู่ที่ 2.99 เท่า ซึ่งอยู่ในช่วงเป้าหมายแล้ว
วงเงินกู้ Term A และ revolving credit facility ถูกขยายอายุครบกำหนดไปถึง 27 ก.ค. 2031 ตาม Amendment No. 5 ซึ่งทำขึ้นพร้อมดีล Leggett & Platt การขยายนี้ช่วยลดความเสี่ยงด้านการรีไฟแนนซ์ในระยะสั้น แต่ไม่ได้ลดภาระดอกเบี้ย
| ส่วนงาน | รายได้ FY2025 | สัดส่วน | รายได้ 6M2026 | กำไรจากการดำเนินงาน ไตรมาส 2 2026 | Margin ไตรมาส 2 |
|---|---|---|---|---|---|
| Mattress Firm | 3,505.4 | 46.9% | 1,808.1 | 59.4 | 6.4% |
| Tempur Sealy North America | 2,701.2 | 36.1% | 1,165.3 | 155.9 | 25.9% |
| Tempur Sealy International | 1,269.9 | 17.0% | 651.6 | 37.2 | 12.4% |
| Corporate (ไม่รวมในส่วนงาน) | — | — | — | (50.8) | — |
| รวม | 7,476.5 | 100% | 3,625.0 | 201.7 | 11.1% (รวม corporate) |
ส่วน Mattress Firm มีสัดส่วนรายได้มากที่สุดแต่ margin ต่ำที่สุด ซึ่งสอดคล้องกับธุรกิจค้าปลีกที่มีต้นทุนหน้าร้านสูง (ข้อสังเกตของผู้จัดทำ) ส่วน Tempur Sealy North America ทำกำไรจากการดำเนินงานได้ราว 26% ของยอดขายในไตรมาส 2 ปี 2026 ตามงบแยกส่วน ซึ่งเป็นส่วนที่ทำกำไรสูงที่สุดในกลุ่ม
ไตรมาส 2 ปี 2026 Tempur Sealy North America ขายให้ Mattress Firm $294.1M ยอดนี้ถูกตัดออกเมื่อรวมงบ ตัวเลขยอดขายรายส่วนก่อนตัดรายการระหว่างกันจึงสูงกว่ายอดที่เห็นในงบรวม
| ช่องทาง | 6M2025 | 6M2026 | การเปลี่ยนแปลง |
|---|---|---|---|
| Direct | 2,144.1 | 2,398.6 | +11.9% |
| Wholesale | 1,341.4 | 1,226.4 | −8.6% |
การเติบโตของ Direct เกือบทั้งหมดมาจาก Mattress Firm ที่เพิ่ม $265.6M ขณะที่ Direct ของ Tempur Sealy North America ลด $38.7M ส่วน Wholesale ลดลงหลักๆ จากยอดขายของ Tempur Sealy North America ที่ลดจาก $1,118.5M เป็น $977.9M
ปันผลเพิ่มขึ้นทุกปีตั้งแต่ 2023 จาก $0.44 เป็น $0.52 ปี 2024 และ $0.60 ปี 2025 ก่อนปรับเป็น $0.17 ต่อไตรมาสในปี 2026 หมายความว่าปันผลรวมปีนี้จะอยู่ที่ราว $0.68 ซึ่งให้ yield 1.07% ที่ราคาปิด 16 ต.ค. 2026
อัตราการจ่ายปันผลเทียบกับกำไร GAAP อยู่ที่ราว 33% ส่วนเทียบกับ Adjusted EPS อยู่ที่ราว 22% ทั้งสองค่าต่ำเพราะกำไร GAAP ปี 2025 ถูกกดด้วยต้นทุนดีลและการรวมธุรกิจ การจ่ายปันผลกับการซื้อหุ้นคืนรวมกันในปี 2025 คิดเป็นราว 41% ของ Free Cash Flow ซึ่งต่ำกว่าสัดส่วนขั้นต่ำ 50% ที่บริษัทตั้งไว้สำหรับปี 2026 การจ่ายปันผลยังขึ้นกับเพดานหนี้ตามสัญญาที่ระบุไว้ในหัวข้อ 6
| Ticker | Market Cap ($B) | P/E (StockAnalysis) | Forward P/E | Dividend Yield | 52-week range |
|---|---|---|---|---|---|
| SGI | 13.38 | 25.33 | 18.01 | 1.07% | 60.08–98.56 |
| WSM (Williams-Sonoma) | 29.46 | 25.63 | 25.22 | 1.22% | 165.51–255.33 |
| RH | 2.14 | 19.95 | 17.27 | n/a | 106.30–239.40 |
| LZB (La-Z-Boy) | 1.20 | 15.12 | 12.03 | 3.22% | 28.79–44.90 |
ที่มา: StockAnalysis SGI · StockAnalysis WSM · StockAnalysis RH · StockAnalysis LZB ทั้งหมดเป็นราคาปิด 16 ต.ค. 2026 · StockAnalysis ไม่ระบุว่า P/E ของ LZB และ RH เป็น TTM ชัดเจน จึงใช้ค่าตามที่แสดงในหน้า
เพื่อนสามรายไม่ได้อยู่ในขนาดและรูปแบบธุรกิจเดียวกัน WSM ใหญ่กว่า SGI ราว 2 เท่าและเป็นผู้ค้าปลีกเฟอร์นิเจอร์ระดับบน ส่วน RH และ LZB เล็กกว่ามากและมีโมเดลธุรกิจต่างกัน กลุ่มตัวอย่างนี้ไม่มีผู้ผลิตเครื่องนอนที่ขนาดใกล้เคียงกัน จึงควรอ่านตารางนี้เป็นภาพรวมของตลาดเฟอร์นิเจอร์และที่อยู่อาศัย ไม่ใช่ค่าเทียบตรง
Forward P/E ของ SGI ราว 18 เท่า ต่ำกว่า WSM มาก และสูงกว่า LZB ซึ่งมี yield สูงกว่า
| รายการ | Guidance (6 ส.ค. 2026) | จุดกึ่งกลาง | เทียบกับปี 2025 |
|---|---|---|---|
| Adjusted EPS | $2.85–3.15 | $3.00 | +11% จาก $2.70 (คำนวณ) |
| เป้าหมายเลเวอเรจ | 2.0–3.0 เท่า ภายในปี 2026 | — | ปัจจุบัน 2.99 เท่า |
| ดอกเบี้ยจ่ายเงินสด | ราว $230M | — | FY2025 จ่ายจริง $278.3M |
| การใช้ FCF | อย่างน้อย 50% จ่ายปันผลและซื้อหุ้นคืน | — | 2025 อยู่ราว 41% (คำนวณ) |
ที่มา: Q2 Release (guidance EPS) · 10-Q 2Q26 (เลเวอเรจ ดอกเบี้ย และ FCF) · guidance ที่ผ่านมาไม่ได้เปิดเผยในเอกสารที่ตรวจ จึงไม่สามารถแสดงการเปลี่ยนแปลงเทียบค่าเดิมได้ บริษัทระบุว่าการปรับนั้นอิงจากข้อมูลที่มีในวันที่ประกาศ และมีความเสี่ยงจากภาษีนำเข้า สงคราม และการเปลี่ยนแปลงของต้นทุนแรงงานและวัตถุดิบ
ดีลมูลค่า $2.5B รองจากการซื้อ Mattress Firm ราว $5.1B หากปิดได้ตามกำหนดภายในสิ้นไตรมาส 3 ปี 2026 บริษัทจะได้ธุรกิจผลิตชิ้นส่วนเข้ามาอีกหนึ่งกลุ่ม ส่วนของผู้ถือหุ้นจะเพิ่มจากหุ้นที่ออกใหม่ บริษัทระบุว่ามูลค่าดังกล่าวรวมหนี้ของ Leggett แล้ว ดังนั้นส่วนที่จ่ายเป็นหุ้นให้ผู้ถือหุ้นเดิมของ Leggett จะน้อยกว่า $2.5B ตัวเลขจำนวนหุ้นที่ออกจริงยังไม่มีในเอกสารที่ตรวจ จึงยังไม่ควรคำนวณผลกระทบต่อกำไรต่อหุ้นจนกว่าจะเปิดเผย
ที่ราคา $63.58 บริษัทมีมูลค่ากิจการ (EV) ราว $17.7B ซึ่งคำนวณจาก Market Cap $13.38B บวกหนี้ตามงบ $4.41B และหักเงินสด $0.11B ค่า EV ต่อ Adj. EBITDA TTM อยู่ที่ราว 13.0 เท่า FCF yield TTM ราว 5.7% ที่ราคาปัจจุบัน P/BV 4.14 เท่าสูงส่วนหนึ่งเพราะส่วนของผู้ถือหุ้นทางบัญชีต่ำจากการซื้อหุ้นคืนและดีลในอดีต จึงไม่ควรใช้ P/BV เทียบกับธุรกิจที่สินทรัพย์เป็นของจับต้องได้
หุ้นอยู่ใกล้จุดต่ำสุด 52 สัปดาห์ที่ $60.08 และต่ำกว่าจุดสูงสุดราว 35% การลดลงนี้ตรงกับช่วงที่ยอดขายไตรมาส 2 ลดลงและ guidance ถูกปรับ แต่เอกสารที่ตรวจไม่ได้อธิบายสาเหตุของการเคลื่อนไหวของราคา ค่าเป้าหมายเฉลี่ยของนักวิเคราะห์ 10 รายอยู่ที่ $93.44 สูงกว่าราคาปิด 47% เป็นความเห็นภายนอกที่บริษัทไม่ได้ยืนยัน
ที่มา: ข้อมูลตลาดจาก StockAnalysis (ราคา ค่าเฉลี่ยนักวิเคราะห์ และ 52-week range) · งบและ guidance จาก 10-Q 2Q26 และ Q2 Release · EV, FCF yield และ P/BV คำนวณเอง