รายงานวิเคราะห์หุ้นเพื่อการตัดสินใจ · Equity Research Report

วิเคราะห์หุ้น SGI — Somnigroup International Inc.

ผู้ผลิตและค้าปลีกเครื่องนอนรายใหญ่ของโลก ถือแบรนด์ Tempur-Pedic, Sealy, Stearns & Foster และเป็นเจ้าของ Mattress Firm ร้านค้าปลีกที่นอนเฉพาะทางรายใหญ่ของสหรัฐฯ ปี 2025 รายได้เพิ่มเป็น $7.48B หลังซื้อ Mattress Firm ไตรมาส 2 ปี 2026 ยอดขายลดลง 3.0% แต่กำไรสุทธิ GAAP เพิ่มเป็น $110.9M จาก $99.0M กรอบ Adjusted EPS ปี 2026 ถูกปรับเป็น $2.85–3.15 ระหว่างนี้บริษัทรอปิดดีลซื้อ Leggett & Platt มูลค่าราว $2.5B แบบจ่ายด้วยหุ้นทั้งหมด ราคาปิด $63.58 ใกล้จุดต่ำสุด 52 สัปดาห์ที่ $60.08 ข้อมูลตลาด ณ ราคาปิด 16 ต.ค. 2026 / งบการเงิน 10-Q งวด 2Q26 สิ้นสุด 30 มิ.ย. 2026
Sector: Consumer Durables / Home Furnishingsราคาล่าสุด $63.58Market Cap $13,380 ล้านP/E 25.33 · P/BV 4.14Dividend Yield ~1.07%

เขียนโดย HypeTimes Staff · ข้อมูล ณ

1. สรุปผู้บริหาร (Executive Summary)

ข้อมูลตลาด ณ ราคาปิด 16 ต.ค. 2026 · ผลประกอบการ 6M2026 (สิ้นสุด 30 มิ.ย. 2026) · guidance ปรับ 6 ส.ค. 2026
Market Cap
$13.38B
ราคา $63.58 × 210.4M หุ้น (ณ 4 ส.ค. 2026)(StockAnalysis)
รายได้ 6M2026
$3,625.0M
+4.0% YoY (6M2025 $3,485.5M)(10-Q 2Q26)
กำไรสุทธิ GAAP 6M2026
$215.1M
จาก $65.9M ปีก่อน · ปีก่อนมีต้นทุนรวมธุรกิจ Mattress Firm(10-Q 2Q26)
Adjusted EBITDA TTM
$1,360.7M
Adj. EBITDA margin 17.9% (คำนวณจากรายได้ TTM $7,616.0M)(10-Q 2Q26)
Guidance Adjusted EPS 2026
$2.85–3.15
จุดกึ่งกลาง $3.00 ≈ +11% จาก Adj. EPS 2025 $2.70(Q2 Release)
Leverage (covenant)
2.99x
หนี้สุทธิ / Adj. EBITDA TTM · เพดาน 5.00x ตามสัญญา(10-Q 2Q26)

ภาพรวม

SGI ทำธุรกิจเครื่องนอนครบวงจร ตั้งแต่ผลิตที่นอน หมอน และฐานรองนอน ไปจนถึงขายปลีกเองผ่านร้านค้ากว่า 2,800 แห่งทั่วโลก ก่อนการซื้อครั้งนี้ บริษัทใช้ชื่อ Tempur Sealy International การซื้อ Mattress Firm เมื่อ 5 ก.พ. 2025 ด้วยมูลค่ารวมราว $5.1B ทำให้บริษัทมีร้านค้าปลีกที่นอนหลายแบรนด์ที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ และเปลี่ยนสัดส่วนรายได้ไปทางช่องทางขายตรง

ตัวเลขปี 2025 จึงไม่ควรเทียบตรง ๆ กับปี 2024 เพราะปี 2025 รวม Mattress Firm เพียง 11 เดือน และปี 2024 ยังไม่มีธุรกิจนี้ ถ้าดูเฉพาะไตรมาส 2 ปี 2026 ยอดขายรวมลดลง 3.0% เป็น $1,823.5M โดย Mattress Firm ลด 2.8% จากการปิดสาขา ส่วน Tempur Sealy North America ลด 5.7% จากตลาดที่อ่อนแรง ตัวที่ช่วยไว้คือ Tempur Sealy International ที่โต 2.0% และ gross margin ที่ดีขึ้น

ประเด็นสำคัญ

P/E ตาม GAAP สูงกว่าที่เห็นจากกำไรเชิงปฏิบัติการ

P/E 25.3 เท่าของ StockAnalysis คำนวณจาก EPS GAAP TTM ราว $2.53 ซึ่งถูกกดลงด้วยต้นทุนการปรับโครงสร้าง ค่าธุรกรรม และค่าใช้จ่ายจากการรวมธุรกิจ ถ้าใช้ guidance Adjusted EPS กลาง $3.00 ราคาปิดจะเท่ากับ 21.2 เท่า และ forward P/E ฉันทามติของ StockAnalysis อยู่ที่ 18.0 เท่า ค่าที่ควรใช้เทียบกับคู่แข่งคือ Adjusted EPS ไม่ใช่ GAAP (StockAnalysis) (Q2 Release)

สถานการณ์ราคา (Bull / Base / Bear)

Bull Case

  • Adjusted EPS ทำได้ถึงกรอบบน $3.15 และดีล Leggett & Platt ปิดตามกำหนด ผลประหยัดต้นทุนจาก Mattress Firm ที่บริษัทคาดว่าจะเกิดอีก $85.0M ตามที่ใช้ในการคำนวณ EBITDA ตามสัญญา ยังไม่ได้รับรู้ทั้งหมด
  • Adjusted gross margin ไตรมาส 2 ขยับขึ้นเป็น 45.1% จาก 44.2% ถ้ารักษาระดับนี้ได้ กำไรต่อหุ้นจะโตเร็วกว่ายอดขาย
  • สมมติ P/E 24 เท่าบนกำไร $3.15 ได้ราคาประมาณ $75.6 (+19%) ตัวเลขนี้คำนวณจากสมมติฐานของผู้จัดทำ ไม่ใช่เป้าหมาย

Base Case

  • ยอดขายรวมทรงตัวหรือโตต่ำ Tempur Sealy North America ฟื้นช้า Mattress Firm ทรงตัว และ Adjusted EPS อยู่ใกล้จุดกึ่งกลาง $3.00
  • ที่ P/E ประมาณ 21 เท่า ได้ราคาประมาณ $63 ซึ่งใกล้ราคาปัจจุบัน (-1%) ตลาดจึงไม่ได้ให้ค่าการเติบโตพิเศษ
  • ผลกระทบของ Leggett & Platt ต่อกำไรต่อหุ้นยังไม่ชัดในกรณีนี้ เพราะยังไม่มีตัวเลขหุ้นที่ออกและการรวมธุรกิจ

Bear Case

  • ตลาดที่นอนอ่อนต่อเนื่อง ยอดขายไตรมาส 3 ลดลงตาม Q2 และการปิดสาขา Mattress Firm กดรายได้ค้าปลีกมากกว่าที่คาด
  • Adjusted EPS อยู่ที่กรอบล่าง $2.85 และ P/E ลดลงเป็น 17 เท่า ได้ราคาประมาณ $48 (-24%) ตัวเลขนี้เป็นสมมติฐานของผู้จัดทำ
  • ดีล Leggett ทำให้หุ้นออกเพิ่มในราคาต่ำ หรือการรวมธุรกิจมีต้นทุนมากกว่าที่คาด

ราคาในกรณี Bull, Base และ Bear คำนวณจาก Adjusted EPS ของ guidance คูณด้วย P/E ที่เราเลือกเอง ไม่ใช่เป้าหมายราคา เป้าหมายของนักวิเคราะห์ภายนอกที่ StockAnalysis รวบรวมอยู่ที่ $93.44 จาก 10 ราย (สถานะ Strong Buy) ค่านี้เป็นความเห็นของสถาบันภายนอกและไม่ได้ยืนยันจากบริษัท

2. Factsheet

ข้อมูลตลาด ณ ราคาปิด 16 ต.ค. 2026 · ส่วนของผู้ถือหุ้น ณ 30 มิ.ย. 2026
ราคาปิด
$63.58
16 ต.ค. 2026 (ปิดลดจาก $64.78)(StockAnalysis)
52-Week Range
$60.08–98.56
Market Cap
$13.38B
ราคา × 210.4M หุ้น(StockAnalysis)
หุ้นคงเหลือ
210.4M
ณ 4 ส.ค. 2026 (ปกหน้า 10-Q)(10-Q)
P/E TTM (GAAP)
25.33x
EPS GAAP TTM ≈ $2.53 (คำนวณ 25.1x) · ค่าจาก StockAnalysis(StockAnalysis)
P/E บน Guidance
21.2x
ราคา ÷ Adj. EPS กลาง $3.00 (คำนวณ)(Q2 Release)
P/BV
4.14x
ส่วนของผู้ถือหุ้น $3,229.4M ÷ หุ้น 210.4M = $15.35 ต่อหุ้น (คำนวณ)(10-Q)
Dividend Yield
1.07%
ปันผล $0.17 × 4 = $0.68 ต่อปี(8-K Ex. 99.2)
P/E TTM GAAP ของ StockAnalysis (25.33x) ใกล้กับค่าที่เราคำนวณได้ที่ 25.1x ส่วนต่างมาจากวิธีคำนวณ TTM ที่ต่างกันเล็กน้อย · P/BV = ราคา ÷ (ส่วนของผู้ถือหุ้น ÷ จำนวนหุ้น) · Market Cap ในไฟล์ข้อมูลของโปรเจกต์คือ $14.64B ซึ่งเป็นค่าเก่ากว่า รายงานนี้ใช้ราคาปิด 16 ต.ค. 2026 คูณด้วยจำนวนหุ้นตามปกหน้า 10-Q

ข้อมูลบริษัท

รายการ รายละเอียด
ชื่อบริษัท Somnigroup International Inc. (เดิมชื่อ Tempur Sealy International)
ตลาด / สัญลักษณ์ NYSE: SGI · CIK 0001206264 · สำนักงานใหญ่ Dallas, Texas
หมวดธุรกิจ Consumer Durables / Home Furnishings
ปีบัญชี สิ้นสุด 31 ธันวาคม
พนักงาน มากกว่า 19,000 คนเต็มเวลา ณ 31 ธ.ค. 2025 และมากกว่า 1,500 คนในกิจการร่วมค้า
เครือข่ายการผลิตและค้าปลีก ร้านค้าปลีกมากกว่า 2,800 แห่ง โรงงานมากกว่า 70 แห่ง และศูนย์วิจัยพัฒนา 4 แห่ง
ผู้สอบบัญชี ไม่ได้ระบุในเอกสารที่ตรวจ
เงินปันผล $0.17 ต่อไตรมาส จ่าย 3 ก.ย. 2026 (record date 20 ส.ค. 2026)

ที่มา: 10-K FY2025 (พนักงาน เครือข่าย และสำนักงานใหญ่) · 10-Q 2Q26 (จำนวนหุ้นบนปก) · 8-K 6 ส.ค. 2026 (เงินปันผลไตรมาส 3) · StockAnalysis (ตลาดและ 52-week range) ผู้สอบบัญชีไม่ได้ปรากฏในข้อความที่ดึงมาจากเอกสาร จึงไม่ระบุ

3. ลักษณะธุรกิจ (Business Overview)

โครงสร้างธุรกิจตามรายงานประจำปี 2025 และไตรมาส 2 ปี 2026

SGI ขายเครื่องนอนเป็นหลัก ทั้งที่นอน ฐานรองนอน ปรับระดับได้ หมอน และอุปกรณ์เสริม สินค้าเหล่านี้ไปถึงผู้บริโภคได้สองทาง ทางแรกคือผ่านร้านค้าปลีกของบริษัทเอง ทางที่สองคือส่งให้ร้านค้าปลีกภายนอก ในครึ่งแรกปี 2026 ช่องทางขายตรงคิดเป็น $2,398.6M หรือราว 66% ของยอดขาย ส่วนช่องทาง Wholesale อยู่ที่ $1,226.4M หรือราว 34% (10-Q 2Q26)

1. Mattress Firm (ค้าปลีก)

ร้านค้าปลีกที่นอนเฉพาะทางที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ ขายแบบหลายแบรนด์ในร้านเดียว และมีแบรนด์ Sleepy’s เป็นสินค้าของตัวเอง ทีมขายเรียกว่า Sleep Expert ช่วยลูกค้าเลือกที่นอนที่เหมาะกับตัวเอง ยอดขาย Mattress Firm ไตรมาส 2 ปี 2026 อยู่ที่ $922.2M ลดลง 2.8% เพราะปิดสาขา แต่ยอดขายสาขาเดิม (same store sales) เพิ่มขึ้นเล็กน้อย ช่วงต้นปี 2025 บริษัทขายสาขา 73 แห่งและ Sleep Outfitters ให้ Mattress Warehouse ซึ่งยังมีผลต่อการเปรียบเทียบ (10-K FY2025) (Q2 Release)

2. Tempur Sealy North America (ผลิตและขาย)

ผลิตและขายแบรนด์ Tempur-Pedic, Sealy และ Stearns & Foster ในสหรัฐฯ แคนาดา และเม็กซิโก ขายทั้งผ่านร้านค้าภายนอก (Wholesale) และผ่านร้าน Tempur-Pedic กับช่องทางออนไลน์ (Direct) ไตรมาส 2 ปี 2026 มียอดขาย $601.8M ที่ขายให้ Mattress Firm อีก $294.1M ถูกตัดออกเมื่อรวมงบ ส่วนนี้มีอัตรากำไรจากการดำเนินงานสูงที่สุดในกลุ่ม คือราว 25.9% ของยอดขาย ทั้งนี้ยอดขายรวมของส่วนนี้ลดลง 5.7% ตามตลาด

3. Tempur Sealy International (ผลิตและขาย)

ธุรกิจในยุโรป เอเชีย-แปซิฟิก และละตินอเมริกา ส่วนหนึ่งดำเนินการผ่านกิจการร่วมค้า เช่น โรงงานในสหราชอาณาจักรและพันธมิตรในเอเชียแปซิฟิก ไตรมาส 2 ปี 2026 ยอดขาย $299.5M เพิ่ม 2.0% ทำให้เป็นส่วนเดียวที่โตในไตรมาสนี้ สัดส่วนรายได้จากนอกสหรัฐฯ ทั้งกลุ่มอยู่ที่ราว 20.6% ของยอดขายปี 2025 และการเปลี่ยนค่าเงินทำให้กำไรสุทธิปี 2025 ลดลงราว 1.1% (10-K FY2025)

4. ดีลที่รอปิด: Leggett & Platt

Leggett & Platt เป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนหลายประเภทที่บริษัทระบุว่าเป็น diversified component manufacturer บริษัทประกาศซื้อเมื่อ 13 เม.ย. 2026 ด้วยหุ้นทั้งหมด มูลค่ารวมราว $2.5B รวมหนี้ของ Leggett ที่ต้องรับไว้ หลังปิดดีล Leggett จะทำงานเป็นหน่วยธุรกิจแยกภายใต้ SGI และยังคงสำนักงานที่ Carthage รัฐ Missouri (10-Q 2Q26)

คู่แข่งและปัจจัยที่กำหนดการแข่งขัน

ตลาดผู้ผลิตที่นอนในสหรัฐฯ ค่อนข้างกระจุกตัว ส่วนตลาดร้านค้าปลีกกระจัดกระจาย จุดแข็งที่บริษัทระบุคือแบรนด์ที่รู้จักมาก เครือข่ายร้านค้าที่ใหญ่ และสินค้าที่ขายในสหรัฐฯ ส่วนใหญ่ผลิตในสหรัฐฯ บริษัทเชื่อว่าภาษีที่เสนอจะไม่กระทบผลประกอบการปี 2026 อย่างมีนัยสำคัญ แต่ยังประเมินต่อเนื่อง (10-Q 2Q26)

ที่มา: 10-K FY2025 (แบรนด์ เครือข่าย พนักงาน และการแข่งขัน) · 10-Q 2Q26 (ยอดขายแยกช่องทาง ส่วนงาน การซื้อ Leggett และภาษี) · Q2 Release (ยอดขายไตรมาส 2 แยกส่วน) · ส่วนแบ่งการตลาดของแต่ละแบรนด์ไม่ได้ยืนยันจากเอกสารที่ตรวจในรอบนี้

4. ผลประกอบการ (Financial Performance)

FY2024–FY2025, 6M2025 และ 6M2026 (สิ้นสุด 30 มิ.ย. 2026) · หน่วย $ ล้าน ยกเว้นที่ระบุ
รายการ FY2023 FY2024 FY2025 6M2025 6M2026 TTM
รายได้รวม 4,925.4 4,930.9 7,476.5 3,485.5 3,625.0 7,616.0
อัตราการเติบโตของรายได้ n/a +0.1% +51.6% n/a +4.0% n/a
กำไรขั้นต้น GAAP (margin) 1,986.2 (40.3%) 2,027.9 (41.1%) 3,183.2 (42.6%) 1,407.7 (40.4%) 1,594.1 (44.0%) n/a
ค่าใช้จ่ายการขายและการตลาด 920.9 939.4 1,739.0 823.1 882.0 n/a
G&A และอื่น ๆ 481.1 473.2 695.0 385.4 332.0 n/a
กำไรจากการดำเนินงาน GAAP (margin) 607.2 (12.3%) 634.2 (12.9%) 754.9 (10.1%) 193.1 (5.5%) 388.8 (10.7%) 950.6 (12.5%)
EBITDA (ตามคำนิยามบริษัท) n/a 841.6 1,039.3 n/a n/a n/a
Adjusted EBITDA (margin) n/a 923.8 (18.7%) 1,306.0 (17.5%) n/a n/a 1,360.7 (17.9%)
กำไรสุทธิที่เป็นของผู้ถือหุ้น (margin) 368.1 (7.5%) 384.3 (7.8%) 384.1 (5.1%) 65.9 (1.9%) 215.1 (5.9%) 533.3 (7.0%)
EPS เจือจาง GAAP ($) 2.08 2.16 1.84 0.32 1.01 n/a
Adjusted EPS ($) n/a 2.55 2.70 n/a n/a n/a

ที่มา: 10-K FY2025 (FY2023–FY2025 งบกำไรขาดทุน EBITDA Adjusted EBITDA และ Adjusted EPS) · 10-Q 2Q26 (6M2025, 6M2026 และ TTM Adjusted EBITDA $1,360.7M) · TTM = FY2025 + 6M2026 − 6M2025 (คำนวณ) · อัตราการเติบโตของรายได้ FY2025 เทียบ FY2024 รวมการซื้อ Mattress Firm ตั้งแต่ 5 ก.พ. 2025 ไม่ใช่การเติบโตจากธุรกิจเดิม · Adjusted EBITDA ปี 2023 ไม่ได้อยู่ในเอกสารที่ตรวจ จึงเป็น n/a

รายได้ Adjusted EBITDA และกำไรสุทธิ: FY2024 → TTM มิ.ย. 2026 ($M)
ที่มา: 10-K FY2025 · 10-Q 2Q26 · กำไรสุทธิคือส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัท กราฟนี้ไม่รวม FY2023 เพราะไม่มี Adjusted EBITDA ของปีนั้นในเอกสารที่ตรวจ
Adjusted EBITDA margin และกำไรสุทธิ margin: FY2024 → TTM (%)
ที่มา: คำนวณจาก 10-K FY2025 และ 10-Q 2Q26 margin ของปี 2025 ต่ำลงเพราะรายได้ของ Mattress Firm ที่มี margin ต่ำกว่าธุรกิจผลิตเข้ามาในสัดส่วนสูง
6M2025 เทียบ 6M2026: รายได้ กำไรจากการดำเนินงาน และกำไรสุทธิ GAAP ($M)
ที่มา: 10-Q 2Q26 · ครึ่งปีแรกปี 2025 รวม Mattress Firm เฉพาะช่วง 5 ก.พ. ถึง 30 มิ.ย. (stub period) จึงทำให้การเติบโตดูสูงเกินจริงเมื่อเทียบ

ไตรมาส 2 ปี 2026 เทียบไตรมาส 2 ปี 2025

รายได้ $1,823.5M (-3.0%) · Mattress Firm $922.2M (-2.8%) · Tempur Sealy North America $601.8M (-5.7%) · Tempur Sealy International $299.5M (+2.0%) · Gross margin 44.8% จาก 44.0% · Adjusted operating income $216.6M (-3.5%) · Adjusted EPS $0.58 จาก $0.53 (Q2 Release)

ค่าใช้จ่ายและการเปลี่ยนแปลงของ margin

ไตรมาส 2 ปี 2026 gross margin GAAP ดีขึ้นเป็น 44.8% จาก 44.0% ค่าโฆษณาลดลงเหลือ $177.6M จาก $189.5M ขณะที่ค่าใช้จ่ายการขายอื่นเพิ่มเล็กน้อยเป็น $275.9M จาก $271.0M G&A ลดลงเหลือ $165.1M จาก $175.9M ไตรมาส 2 ปี 2025 มีขาดทุนจากการขายธุรกิจ $13.9M แยกอยู่อีกบรรทัด จึงไม่ได้อยู่ใน G&A

ดอกเบี้ยสุทธิครึ่งแรกปี 2026 อยู่ที่ $119.0M ลดลงจาก $133.8M ปีก่อน สอดคล้องกับการชำระคืนหนี้สุทธิในงบกระแสเงินสด ไตรมาส 2 ปี 2026 บริษัทมีประโยชน์ทางภาษี $37.2M ซึ่งช่วยดันกำไรสุทธิ GAAP ให้สูงกว่ากำไรเชิงปฏิบัติการมาก

ที่มา: Q2 Release · 10-Q 2Q26 (งบกำไรขาดทุนและงบแยกส่วน) · อัตรากำไรขั้นต้นคำนวณจากงบ ไม่ใช่ตัวเลขที่บริษัทประกาศแยก

5. งบแสดงฐานะการเงิน (Balance Sheet)

ณ 31 ธ.ค. 2024, 31 ธ.ค. 2025 และ 30 มิ.ย. 2026 · หน่วย $ ล้าน
รายการ 31 ธ.ค. 2024 31 ธ.ค. 2025 30 มิ.ย. 2026
เงินสดและรายการเทียบเท่า 117.4 134.9 112.0
ลูกหนี้การค้าสุทธิ 404.5 358.5 361.4
สินค้าคงคลัง 447.0 630.0 649.8
สินทรัพย์หมุนเวียนรวม 1,065.4 1,294.1 1,289.0
เงินสดจำกัดการใช้ (Restricted cash) 1,592.3 — —
Goodwill 1,066.7 4,595.9 4,584.5
Trade name และสินทรัพย์ไม่มีตัวตนอื่น 700.5 2,587.1 2,580.1
สินทรัพย์รวม 5,980.4 11,600.7 11,611.0
หนี้สินหมุนเวียนรวม 960.3 1,565.2 1,723.0
หนี้สินระยะยาวรวมหนี้ระยะสั้น 3,809.9 4,685.7 4,408.5
หนี้สินรวม 5,412.1 8,483.8 8,374.0
ส่วนของผู้ถือหุ้น 559.0 3,108.0 3,229.4

ที่มา: 10-K FY2025 (ณ 31 ธ.ค. 2024 และ 31 ธ.ค. 2025) · 10-Q 2Q26 (ณ 30 มิ.ย. 2026) · หนี้รวมคำนวณจากหนี้ระยะสั้นบวกหนี้ระยะยาวตามงบ ซึ่งหักค่าธรรมเนียมทางการเงินรอตัดบัญชีแล้ว ไม่ใช่มูลค่าตามสัญญา ส่วนของ non-controlling interest ไม่รวมในตาราง มีมูลค่าไม่มาก

การเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างงบ

ณ สิ้นปี 2024 บริษัทมีเงินสดจำกัดการใช้ $1.59B เพื่อรองรับการซื้อ Mattress Firm ซึ่งปิดดีลเมื่อ 5 ก.พ. 2025 ส่วนของผู้ถือหุ้นที่เพิ่มจาก $559.0M เป็น $3,108.0M ปี 2025 ส่วนใหญ่มาจากการออกหุ้นราว 34.2M หุ้นให้กับผู้ขาย Mattress Firm มูลค่าราว $2.25B ตามงบกระแสเงินสด

สินทรัพย์ที่ควรระวังคือ goodwill และ intangible รวมกัน $7,164.6M หรือราว 62% ของสินทรัพย์รวม ณ 30 มิ.ย. 2026 ถ้าความต้องการในตลาดหรือกระแสเงินสดของธุรกิจค้าปลีกลดลงต่อเนื่อง อาจต้องบันทึกการด้อยค่า ซึ่งไม่กระทบเงินสดโดยตรงแต่ลดส่วนของผู้ถือหุ้น นอกจากนี้หนี้สินจากสัญญาเช่าดำเนินงานรวม $2,003.6M จากร้านค้าที่ขยายตัวหลังซื้อ Mattress Firm

โครงสร้างสินทรัพย์ หนี้สิน และส่วนของผู้ถือหุ้น ($M)
ที่มา: 10-K FY2025 · 10-Q 2Q26 · ค่าหนี้สินและส่วนของผู้ถือหุ้นในกราฟไม่รวม non-controlling interest จึงไม่ตรงกับสินทรัพย์รวมพอดี ส่วนต่างเป็นค่าที่เล็กมาก

กระแสเงินสดและการคืนเงินให้ผู้ถือหุ้น

รายการ ($M) FY2023 FY2024 FY2025 6M2025 6M2026 TTM
เงินสดจากการดำเนินงาน 570.3 666.5 800.1 292.5 482.8 990.4
ซื้อสินทรัพย์ถาวร (Capex) (185.4) (97.3) (166.9) (60.7) (115.2) (221.4)
Free Cash Flow (คำนวณ) 384.9 569.2 633.2 231.8 367.6 769.0
จ่ายปันผล (77.7) (92.7) (127.4) (64.4) (72.5) (135.5)
ซื้อหุ้นคืน (treasury stock) (36.0) (43.8) (132.4) (132.4) (26.2) (26.2)
ที่มา: 10-K FY2025 (FY2023–FY2025) · 10-Q 2Q26 (6M2025, 6M2026) · TTM คำนวณเอง · Free Cash Flow = เงินสดจากการดำเนินงาน − Capex · ยอดซื้อหุ้นคืนทั้งปี 2025 เกิดขึ้นในครึ่งแรกของปี · ยอด treasury ปี 2026 เป็นการซื้อคืนจากการปล่อย PRSU/RSU ไม่ใช่โปรแกรมซื้อหุ้นคืน

ในครึ่งแรกปี 2026 บริษัทไม่ได้ซื้อหุ้นภายใต้โปรแกรมซื้อหุ้นคืนเลย ยอด $26.2M เป็นการซื้อคืนที่เกี่ยวกับการปล่อยหุ้นให้พนักงาน บริษัทระบุว่าปี 2026 จะจัดสรรอย่างน้อย 50% ของ Free Cash Flow ให้ปันผลและซื้อหุ้นคืน

6. หนี้สินและเลเวอเรจ (Leverage)

D/E ตามงบ ณ สิ้นปีและ 30 มิ.ย. 2026 · อัตราส่วนตามสัญญาเครดิต ณ 30 มิ.ย. 2026
หนี้รวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้น
1.37x
หนี้ $4,408.5M ÷ ส่วนของผู้ถือหุ้น $3,229.4M (คำนวณ)(10-Q)
หนี้สุทธิ / Adj. EBITDA (ตามสัญญา)
2.99x
จาก 3.56x ปีก่อน · เพดานตามสัญญา 5.00x(10-Q)
Interest Coverage TTM
3.76x
กำไรจากการดำเนินงาน TTM $950.6M ÷ ดอกเบี้ยสุทธิ TTM $253.1M (คำนวณ)(10-Q)

ตัวเลข 6.82x ของปี 2024 สูงเกินจริงเมื่อเทียบกับปีหลัง เพราะส่วนของผู้ถือหุ้นปลายปี 2024 เหลือเพียง $559.0M หลังบริษัทซื้อหุ้นคืนสะสมในอดีต (treasury stock ราว $3.3B) ส่วนปี 2025 และครึ่งแรกปี 2026 ลดลงเป็นราว 1.4 เท่า เพราะส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นจากการออกหุ้นให้ผู้ขาย Mattress Firm

หนี้ตามสัญญาคำนวณต่างจากหนี้ตามงบ เพราะบวกค่าธรรมเนียมทางการเงินรอตัดบัญชีกลับเข้ามา ณ 30 มิ.ย. 2026 หนี้ตามสัญญาหลังหักเงินสดอยู่ที่ $4,324.3M และ Adjusted EBITDA ที่ใช้ในสัญญาคือ $1,445.7M ซึ่งรวมผลประหยัดต้นทุนที่คาดว่าจะเกิดจาก Mattress Firm อีก $85.0M ตามที่บริษัทระบุ เพดานที่กำหนดให้จ่ายปันผลและซื้อหุ้นคืนได้เต็มที่คือต่ำกว่า 3.75x สำหรับวงเงินกู้ 2023 และต่ำกว่า 3.50x สำหรับหุ้นกู้ปี 2029 และ 2031 ระดับ 2.99x จึงยังมีที่ว่างอยู่ แต่ไม่มากนัก

อัตราส่วนหนี้ต่อส่วนของผู้ถือหุ้น: ตามงบและหักเงินสด (เท่า)

ที่มา: 10-K FY2025 (หนี้ 31 ธ.ค. 2025 และเพดานตามสัญญา) · 10-Q 2Q26 (หนี้ 30 มิ.ย. 2026 และอัตราส่วนตามสัญญา) · หนี้หักเงินสด ณ 31 ธ.ค. 2024 ไม่รวมเงินสดจำกัดการใช้ $1,592.3M ที่ต้องจ่ายเพื่อดีล จึงทำให้ค่าสูง

ดอกเบี้ยที่จ่ายจริงในปี 2025 อยู่ที่ $278.3M ส่วนบริษัทคาดว่าปี 2026 จะจ่ายราว $230M ตามที่ระบุไว้ในเอกสารไตรมาส 2 ซึ่งลดลงจากปีก่อน บริษัทตั้งเป้าให้เลเวอเรจกลับมาอยู่ในช่วง 2.0 ถึง 3.0 เท่าภายในปี 2026 ณ สิ้นไตรมาส 2 ค่าอยู่ที่ 2.99 เท่า ซึ่งอยู่ในช่วงเป้าหมายแล้ว

วงเงินกู้ Term A และ revolving credit facility ถูกขยายอายุครบกำหนดไปถึง 27 ก.ค. 2031 ตาม Amendment No. 5 ซึ่งทำขึ้นพร้อมดีล Leggett & Platt การขยายนี้ช่วยลดความเสี่ยงด้านการรีไฟแนนซ์ในระยะสั้น แต่ไม่ได้ลดภาระดอกเบี้ย

7. สัดส่วนธุรกิจ (Segments)

รายได้ปี 2025 ตามส่วนงาน และกำไรจากการดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2026 · หน่วย $ ล้าน
ส่วนงาน รายได้ FY2025 สัดส่วน รายได้ 6M2026 กำไรจากการดำเนินงาน ไตรมาส 2 2026 Margin ไตรมาส 2
Mattress Firm 3,505.4 46.9% 1,808.1 59.4 6.4%
Tempur Sealy North America 2,701.2 36.1% 1,165.3 155.9 25.9%
Tempur Sealy International 1,269.9 17.0% 651.6 37.2 12.4%
Corporate (ไม่รวมในส่วนงาน) — — — (50.8) —
รวม 7,476.5 100% 3,625.0 201.7 11.1% (รวม corporate)
สัดส่วนรายได้ FY2025 แยกตามส่วนงาน (%)
ที่มา: 10-K FY2025 (รายได้ปี 2025) · 10-Q 2Q26 (รายได้ครึ่งปีและกำไรจากการดำเนินงานแยกส่วนไตรมาส 2) · สัดส่วนและ margin คำนวณเอง · ส่วนงานก่อนปี 2025 ของ SGI มีเพียง 2 ส่วน ไม่สามารถเทียบได้โดยตรง

ส่วน Mattress Firm มีสัดส่วนรายได้มากที่สุดแต่ margin ต่ำที่สุด ซึ่งสอดคล้องกับธุรกิจค้าปลีกที่มีต้นทุนหน้าร้านสูง (ข้อสังเกตของผู้จัดทำ) ส่วน Tempur Sealy North America ทำกำไรจากการดำเนินงานได้ราว 26% ของยอดขายในไตรมาส 2 ปี 2026 ตามงบแยกส่วน ซึ่งเป็นส่วนที่ทำกำไรสูงที่สุดในกลุ่ม

ไตรมาส 2 ปี 2026 Tempur Sealy North America ขายให้ Mattress Firm $294.1M ยอดนี้ถูกตัดออกเมื่อรวมงบ ตัวเลขยอดขายรายส่วนก่อนตัดรายการระหว่างกันจึงสูงกว่ายอดที่เห็นในงบรวม

อัตราการเติบโตของช่องทางขาย

ช่องทาง 6M2025 6M2026 การเปลี่ยนแปลง
Direct 2,144.1 2,398.6 +11.9%
Wholesale 1,341.4 1,226.4 −8.6%

การเติบโตของ Direct เกือบทั้งหมดมาจาก Mattress Firm ที่เพิ่ม $265.6M ขณะที่ Direct ของ Tempur Sealy North America ลด $38.7M ส่วน Wholesale ลดลงหลักๆ จากยอดขายของ Tempur Sealy North America ที่ลดจาก $1,118.5M เป็น $977.9M

ที่มา: 10-Q 2Q26 (ยอดขายแยกช่องทาง) · การเปลี่ยนแปลงคำนวณเอง

8. ประวัติปันผล (Dividend History)

DPS ตามปีที่ประกาศ · ข้อมูล ณ 6 ส.ค. 2026 · นโยบายตามที่บริษัทระบุ
ปันผลต่อหุ้น FY2025
$0.60
จ่ายรวม $126.7M ที่ประกาศ (คำนวณ payout GAAP 33%)(10-K)
ปันผลไตรมาส 3 2026
$0.17
จ่าย 3 ก.ย. 2026 · record 20 ส.ค. 2026(8-K 6 ส.ค.)
Payout บน Adjusted EPS 2025
22%
DPS $0.60 ÷ Adj. EPS $2.70 (คำนวณ)(10-K)
ปันผลต่อหุ้นตามปีที่ประกาศ ($)
ที่มา: 10-K FY2025 (DPS ปี 2023–2025) · 8-K 6 ส.ค. 2026 (DPS ปี 2026 ประกาศแล้ว 3 ไตรมาส รวมไตรมาส 3 ที่ยังไม่จ่าย) · ค่าปี 2026 ยังไม่ครบปี

ปันผลเพิ่มขึ้นทุกปีตั้งแต่ 2023 จาก $0.44 เป็น $0.52 ปี 2024 และ $0.60 ปี 2025 ก่อนปรับเป็น $0.17 ต่อไตรมาสในปี 2026 หมายความว่าปันผลรวมปีนี้จะอยู่ที่ราว $0.68 ซึ่งให้ yield 1.07% ที่ราคาปิด 16 ต.ค. 2026

อัตราการจ่ายปันผลเทียบกับกำไร GAAP อยู่ที่ราว 33% ส่วนเทียบกับ Adjusted EPS อยู่ที่ราว 22% ทั้งสองค่าต่ำเพราะกำไร GAAP ปี 2025 ถูกกดด้วยต้นทุนดีลและการรวมธุรกิจ การจ่ายปันผลกับการซื้อหุ้นคืนรวมกันในปี 2025 คิดเป็นราว 41% ของ Free Cash Flow ซึ่งต่ำกว่าสัดส่วนขั้นต่ำ 50% ที่บริษัทตั้งไว้สำหรับปี 2026 การจ่ายปันผลยังขึ้นกับเพดานหนี้ตามสัญญาที่ระบุไว้ในหัวข้อ 6

ที่มา: 10-K FY2025 (ปันผลและซื้อหุ้นคืนปี 2025) · 10-Q 2Q26 (เป้าหมาย FCF ปี 2026) · อัตรา payout และสัดส่วนที่คำนวณเองไม่ใช่นโยบายที่บริษัทประกาศ

9. เปรียบเทียบเพื่อน (Peer Comparison)

ข้อมูลตลาด ณ ราคาปิด 16 ต.ค. 2026 · P/E ตาม StockAnalysis
Ticker Market Cap ($B) P/E (StockAnalysis) Forward P/E Dividend Yield 52-week range
SGI 13.38 25.33 18.01 1.07% 60.08–98.56
WSM (Williams-Sonoma) 29.46 25.63 25.22 1.22% 165.51–255.33
RH 2.14 19.95 17.27 n/a 106.30–239.40
LZB (La-Z-Boy) 1.20 15.12 12.03 3.22% 28.79–44.90
มูลค่าตลาด ($B) และ P/E TTM ของ SGI เทียบกับเพื่อน

ที่มา: StockAnalysis SGI · StockAnalysis WSM · StockAnalysis RH · StockAnalysis LZB ทั้งหมดเป็นราคาปิด 16 ต.ค. 2026 · StockAnalysis ไม่ระบุว่า P/E ของ LZB และ RH เป็น TTM ชัดเจน จึงใช้ค่าตามที่แสดงในหน้า

เพื่อนสามรายไม่ได้อยู่ในขนาดและรูปแบบธุรกิจเดียวกัน WSM ใหญ่กว่า SGI ราว 2 เท่าและเป็นผู้ค้าปลีกเฟอร์นิเจอร์ระดับบน ส่วน RH และ LZB เล็กกว่ามากและมีโมเดลธุรกิจต่างกัน กลุ่มตัวอย่างนี้ไม่มีผู้ผลิตเครื่องนอนที่ขนาดใกล้เคียงกัน จึงควรอ่านตารางนี้เป็นภาพรวมของตลาดเฟอร์นิเจอร์และที่อยู่อาศัย ไม่ใช่ค่าเทียบตรง

Forward P/E ของ SGI ราว 18 เท่า ต่ำกว่า WSM มาก และสูงกว่า LZB ซึ่งมี yield สูงกว่า

ที่มา: ข้อมูลทั้งหมดจาก StockAnalysis ที่ระบุข้างต้น · ค่า Market Cap ของ SGI คำนวณเองจากราคาปิดและจำนวนหุ้น

10. มุมมองอนาคต (Outlook)

Guidance ที่ปรับเมื่อ 6 ส.ค. 2026 · เหตุการณ์ที่ทราบล่วงหน้า

Guidance ปี 2026

รายการ Guidance (6 ส.ค. 2026) จุดกึ่งกลาง เทียบกับปี 2025
Adjusted EPS $2.85–3.15 $3.00 +11% จาก $2.70 (คำนวณ)
เป้าหมายเลเวอเรจ 2.0–3.0 เท่า ภายในปี 2026 — ปัจจุบัน 2.99 เท่า
ดอกเบี้ยจ่ายเงินสด ราว $230M — FY2025 จ่ายจริง $278.3M
การใช้ FCF อย่างน้อย 50% จ่ายปันผลและซื้อหุ้นคืน — 2025 อยู่ราว 41% (คำนวณ)

ที่มา: Q2 Release (guidance EPS) · 10-Q 2Q26 (เลเวอเรจ ดอกเบี้ย และ FCF) · guidance ที่ผ่านมาไม่ได้เปิดเผยในเอกสารที่ตรวจ จึงไม่สามารถแสดงการเปลี่ยนแปลงเทียบค่าเดิมได้ บริษัทระบุว่าการปรับนั้นอิงจากข้อมูลที่มีในวันที่ประกาศ และมีความเสี่ยงจากภาษีนำเข้า สงคราม และการเปลี่ยนแปลงของต้นทุนแรงงานและวัตถุดิบ

ดีล Leggett & Platt

ดีลมูลค่า $2.5B รองจากการซื้อ Mattress Firm ราว $5.1B หากปิดได้ตามกำหนดภายในสิ้นไตรมาส 3 ปี 2026 บริษัทจะได้ธุรกิจผลิตชิ้นส่วนเข้ามาอีกหนึ่งกลุ่ม ส่วนของผู้ถือหุ้นจะเพิ่มจากหุ้นที่ออกใหม่ บริษัทระบุว่ามูลค่าดังกล่าวรวมหนี้ของ Leggett แล้ว ดังนั้นส่วนที่จ่ายเป็นหุ้นให้ผู้ถือหุ้นเดิมของ Leggett จะน้อยกว่า $2.5B ตัวเลขจำนวนหุ้นที่ออกจริงยังไม่มีในเอกสารที่ตรวจ จึงยังไม่ควรคำนวณผลกระทบต่อกำไรต่อหุ้นจนกว่าจะเปิดเผย

สิ่งที่ควรติดตาม

ที่มา: 10-Q 2Q26 (ดีล Leggett, วงเงินซื้อหุ้นคืน, และเหตุการณ์หลังงวด) · Q2 Release (ปฏิทินดีลและ guidance) · วันประกาศผลไตรมาส 3 ยังไม่ได้รับการยืนยันในเอกสารที่ตรวจ

11. ปัจจัยเสี่ยง (Risk Factors)

อ้างอิงจาก 10-K FY2025 และ 10-Q 2Q26 · เรียงตามน้ำหนักผลกระทบต่อกำไรและมูลค่าหุ้น

1. อุปสงค์ของผู้บริโภคต่อเครื่องนอน

2. การปิดสาขาและยอดขายค้าปลีกของ Mattress Firm

3. ภาระหนี้และดอกเบี้ย

4. การรวมธุรกิจกับ Leggett & Platt

5. ภาษีนำเข้าและการค้าระหว่างประเทศ

6. การด้อยค่าของ goodwill และ intangible

7. ภาระสัญญาเช่าและต้นทุนคงที่ของร้านค้า

8. การแข่งขันและค่าโฆษณา

ที่มา: ความเสี่ยงข้อ 1–8 อ้างอิงจาก 10-K FY2025 และ 10-Q 2Q26 รายการเหล่านี้เป็นการจัดลำดับของผู้จัดทำรายงาน ไม่ใช่การประเมินความน่าจะเป็นของบริษัท

12. SWOT

ประเมินจาก 6M2026 และ guidance ที่ปรับ 6 ส.ค. 2026

จุดแข็ง (Strengths)

  • Free Cash Flow TTM $769M และการจ่ายปันผลยังมีที่ว่าง
  • Tempur Sealy North America ทำกำไรจากการดำเนินงานได้ราว 26% ของยอดขายไตรมาส 2 เป็นส่วนที่ทำกำไรได้ดีที่สุด
  • แบรนด์ที่รู้จักมากและมีโรงงานในสหรัฐฯ เป็นส่วนใหญ่

จุดอ่อน (Weaknesses)

  • ส่วน Mattress Firm มี margin ต่ำ และยอดขายลดลงตามการปิดสาขา
  • Goodwill และ intangible สูงถึง 62% ของสินทรัพย์รวม เสี่ยงต่อการด้อยค่า
  • ไม่มีการซื้อหุ้นคืนในครึ่งแรกปี 2026 ทั้งที่มีวงเงินเหลืออยู่

โอกาส (Opportunities)

  • ดีล Leggett & Platt ขยายธุรกิจไปสู่การผลิตชิ้นส่วน
  • Adjusted gross margin ไตรมาส 2 ดีขึ้นเป็น 45.1% จาก 44.2%
  • หนี้สุทธิต่อ Adj. EBITDA ลดลงจาก 3.56 เท่าปีก่อนเหลือ 2.99 เท่า

อุปสรรค (Threats)

  • ความต้องการเครื่องนอนที่อ่อนตัวจากแรงกดดันผู้บริโภค
  • ภาษีนำเข้าและความผันผวนของค่าเงินในส่วนนอกสหรัฐฯ
  • ดีลที่ยังไม่ปิดอาจทำให้ผู้ถือหุ้นเดิมเจือจางในจำนวนที่ยังไม่ทราบ
ที่มา: อ้างอิงข้อเท็จจริงจาก 10-Q 2Q26, Q2 Release และ 10-K FY2025 ค่า FCF และอัตราส่วนหนี้คำนวณจากข้อมูลเหล่านั้น

13. มุมมองนักลงทุน (Investor View)

ข้อมูลตลาด ณ 16 ต.ค. 2026 · งบ 30 มิ.ย. 2026 · รายงานนี้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ ไม่ใช่คำแนะนำซื้อหรือขาย

สิ่งที่ต้องเป็นจริงเพื่อให้หุ้นดีขึ้น

  1. ยอดขาย Tempur Sealy North America กลับมาเป็นบวกภายในปี 2026 หรือยืนยันว่าการลดลงเป็นเพียงวงจรของตลาด
  2. ดีล Leggett & Platt ปิดได้ตามกำหนด และผลประหยัดที่บริษัทอ้างถึงปรากฏในตัวเลขจริง
  3. Adjusted EPS อยู่ในกรอบ $2.85–3.15 และ gross margin GAAP รายไตรมาสไม่ต่ำกว่าระดับ 44.8% ของไตรมาส 2

สิ่งที่ต้องติดตามรายไตรมาส

การประเมินมูลค่าโดยสรุป

ที่ราคา $63.58 บริษัทมีมูลค่ากิจการ (EV) ราว $17.7B ซึ่งคำนวณจาก Market Cap $13.38B บวกหนี้ตามงบ $4.41B และหักเงินสด $0.11B ค่า EV ต่อ Adj. EBITDA TTM อยู่ที่ราว 13.0 เท่า FCF yield TTM ราว 5.7% ที่ราคาปัจจุบัน P/BV 4.14 เท่าสูงส่วนหนึ่งเพราะส่วนของผู้ถือหุ้นทางบัญชีต่ำจากการซื้อหุ้นคืนและดีลในอดีต จึงไม่ควรใช้ P/BV เทียบกับธุรกิจที่สินทรัพย์เป็นของจับต้องได้

หุ้นอยู่ใกล้จุดต่ำสุด 52 สัปดาห์ที่ $60.08 และต่ำกว่าจุดสูงสุดราว 35% การลดลงนี้ตรงกับช่วงที่ยอดขายไตรมาส 2 ลดลงและ guidance ถูกปรับ แต่เอกสารที่ตรวจไม่ได้อธิบายสาเหตุของการเคลื่อนไหวของราคา ค่าเป้าหมายเฉลี่ยของนักวิเคราะห์ 10 รายอยู่ที่ $93.44 สูงกว่าราคาปิด 47% เป็นความเห็นภายนอกที่บริษัทไม่ได้ยืนยัน

ที่มา: ข้อมูลตลาดจาก StockAnalysis (ราคา ค่าเฉลี่ยนักวิเคราะห์ และ 52-week range) · งบและ guidance จาก 10-Q 2Q26 และ Q2 Release · EV, FCF yield และ P/BV คำนวณเอง