รายงานวิเคราะห์หุ้นเพื่อการตัดสินใจ · Equity Research Report

วิเคราะห์หุ้น RS — Reliance, Inc.

ผู้ให้บริการศูนย์กระจายและแปรรูปโลหะรายใหญ่ของสหรัฐฯ (metals service center) ขายเหล็กกล้าคาร์บอนราว 56% ของยอดขาย 1H2026 ที่เหลือเป็นอะลูมิเนียม สเตนเลส อัลลอย ทองแดง และงานแปรรูป ไตรมาส 2 2026 ยอดขายโต 26.5% และกำไรต่อหุ้นโต 42% จากปริมาณขายสถิติและราคาเหล็กที่สูงขึ้น ส่วนหนึ่งของกำไรมาจากสัญญาโครงการกำแพงกั้นชายแดนของกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (DHS) ซึ่งเป็นรายได้ชั่วคราว ราคาอ้างอิง $411 คำนวณจาก Market Cap $20.99B ที่ให้มา / 51.05 ล้านหุ้น งบการเงิน 10-Q งวด 6 เดือนสิ้นสุด 30 มิ.ย. 2026
Sector: Non-Energy Mineralsราคาล่าสุด $411.13Market Cap $20,990 ล้านP/E 23.89 · P/BV 2.83Dividend Yield ~1.22%

เขียนโดย HypeTimes Staff · ข้อมูล ณ

1. สรุปผู้บริหาร (Executive Summary)

ข้อมูลตลาดตาม Market Cap ที่ให้มา · งบการเงิน 6 เดือนสิ้นสุด 30 มิ.ย. 2026 (10-Q) · ผลประกอบการไตรมาส 2 ประกาศ 22 ก.ค. 2026

Reliance รับเหล็ก อะลูมิเนียม และโลหะอื่นจากโรงงานต้นน้ำ ตัดและแปรรูปตามสั่ง แล้วส่งให้ลูกค้าอุตสาหกรรมและการก่อสร้างจากศูนย์บริการราว 310 แห่งใน 41 รัฐและ 10 ประเทศ ไตรมาส 2 ปี 2026 บริษัทขายได้ปริมาณสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ราคาขายเฉลี่ยต่อตันขึ้น 7.8% จากไตรมาสก่อนหน้า กำไรต่อหุ้นเจือจางอยู่ที่ $6.29 เทียบกับ $4.42 ปีก่อน ส่วนที่ควรแยกออกจากการดำเนินงานปกติคือสัญญาโครงการกำแพงกั้นชายแดนที่บริษัทได้รับจากกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ ซึ่งช่วยกำไรไตรมาส 2 ไปราว $0.41 ต่อหุ้น

Market Capitalization
$20.99B
ราคาอ้างอิงราว $411 · หุ้น 51.05M(10-Q)
ยอดขายสุทธิ TTM
$15.81B
1H2026 $8,656M · +21.2% YoY(10-Q)
กำไรจากการดำเนินงาน TTM
$1.24B
Operating margin 7.8% · 1H2026 $810M(10-Q)
กำไรต่อหุ้นเจือจาง TTM
$17.21
1H2026 $11.38 (+39.6% YoY)(10-Q)
P/E TTM (คำนวณ)
23.9x
P/BV 2.8x · Net debt/EBITDA 0.9x(10-Q)
ปันผลรายไตรมาส
$1.25
Run-rate $5.00 ต่อปี · ประกาศ 17 ก.ค. 2026(10-Q)

ประเด็นที่ต้องติดตาม: กำไรไตรมาส 2 มีรายการชั่วคราวที่ประเมินได้

บริษัทระบุว่าโครงการกำแพงกั้นชายแดนช่วยกำไรต่อหุ้นไตรมาส 2 ราว $0.41 ซึ่งสูงกว่าที่ฝ่ายบริหารคาดไว้ที่ $0.15–0.20 และคาดว่าจะช่วยกำไรไตรมาส 3 ราว $0.60 ตัวเลขนี้เป็นงานเฉพาะโครงการ จึงไม่ควรนำไปคูณเป็นกำไรรายปีโดยตรง (8-K Exhibit 99.1)

ไฮไลท์: ปริมาณและราคาเหล็กดีขึ้นพร้อมกัน

ปริมาณขายไตรมาส 2 โตขึ้น 7.0% จากไตรมาสก่อนและเป็นสถิติใหม่ ส่วนปริมาณขายเทียบปีก่อนโต 10.8% ขณะที่อุตสาหกรรมโตราว 5.5% ตามที่ MSCI รายงาน ทั้งหมดนี้ทำให้ยอดขายไตรมาส 2 เพิ่มเป็น $4,630M จาก $3,660M ในปีก่อน (8-K Exhibit 99.1)

Bull Case

$463
+13% จากราคาอ้างอิง
  • ราคาเหล็กและอะลูมิเนียมยังสูงและปริมาณไม่ลดลงหลังโครงการกำแพงกั้นชายแดนจบ
  • กำไรต่อหุ้นทั้งปี 2026 แตะราว $24.4 โดยไตรมาส 4 ทำได้ $6.50 ซึ่งเท่ากับระดับไตรมาส 3 ที่แนะนำ
  • ตลาดให้ P/E 19 เท่าของกำไรปี 2026 ซึ่งยังต่ำกว่า P/E ปัจจุบันตามกำไร TTM ที่ราว 24 เท่า

Base Case

$402
−2% จากราคาอ้างอิง
  • ไตรมาส 3 ทำได้ตามช่วงแนะนำ $6.40–6.60 และไตรมาส 4 ลดลงเหลือราว $5.75 เมื่อโครงการกำแพงกั้นชายแดนเริ่มลดบทบาท
  • กำไรต่อหุ้นทั้งปี 2026 ราว $23.6 และ P/E 17 เท่า ต่ำกว่า P/E ตามกำไร TTM ปัจจุบันราว 24 เท่า
  • ปริมาณขายหลังไม่รวมโครงการทรงตัวหรือลดลงเล็กน้อยตามคำแนะนำของบริษัท คือ −2% ถึง −4% จากไตรมาสก่อน

Bear Case

$320
−22% จากราคาอ้างอิง
  • ราคาเหล็กปรับลงหลังช่วงขึ้นของปี 2026 และกำไรไตรมาส 4 เหลือราว $5.00 เมื่อสัญญาโครงการจบ
  • กำไรต่อหุ้นทั้งปี 2026 ราว $22.9 และ P/E 14 เท่า ซึ่งเป็นสมมติฐานที่ต่ำกว่าระดับปัจจุบันมาก
  • ความต้องการก่อสร้างไม่ฟื้นตามที่คาด และข้อจำกัดด้านอุปทานวัสดุที่บริษัทระบุไว้สำหรับไตรมาส 3 ลามเป็นแรงกดดันต่อปริมาณขาย

ราคาเป้าหมายข้างต้นไม่ใช่เป้าหมายของบริษัทหรือของนักวิเคราะห์รายใด เป็นผลจากการคูณกำไรต่อหุ้นสมมติด้วย P/E สมมติ กำไรต่อหุ้น 9 เดือนแรกของปี 2026 อ้างจาก 1H2026 $11.38 บวกช่วงแนะนำไตรมาส 3 (กลางช่วง $17.88) ส่วนกำไรไตรมาส 4 และ P/E เป็นสมมติฐานของรายงานนี้ ราคาอ้างอิงคำนวณจาก Market Cap หาร 51.05 ล้านหุ้น

2. Factsheet

Market Cap ตามที่ให้มา · จำนวนหุ้นจาก 10-Q ณ 24 ก.ค. 2026 · งบการเงินและกำไรต่อหุ้น 6 เดือนสิ้นสุด 30 มิ.ย. 2026
ราคาอ้างอิง
$411.13
Market Cap ÷ จำนวนหุ้น
Market Cap
$20.99B
ตามข้อมูลที่ให้มา
P/E TTM · กำไร 1H ×2
23.9x · 18.1x
EPS TTM $17.21(10-Q)
P/BV
2.83x
Market Cap ÷ ส่วนของผู้ถือหุ้น 30 มิ.ย. 2026 $7,411M(10-Q)
Dividend Yield
1.22%
อัตรา $5.00 ต่อปี ÷ ราคาอ้างอิง(10-Q)
จำนวนหุ้น
51.05M
ณ 24 ก.ค. 2026(10-Q)
ปันผลรายไตรมาส
$1.25
จ่าย 28 ส.ค. 2026 (Record 14 ส.ค.)(10-Q)
Net debt / EBITDA TTM
0.94x
หนี้สุทธิ $1,429M ÷ EBITDA TTM $1,514M(10-Q)
รายการ รายละเอียด
ชื่อเต็ม Reliance, Inc.
Ticker / ตลาด RS · New York Stock Exchange
ภาคธุรกิจ (ตามที่ให้มา) Non-Energy Minerals · อุตสาหกรรม Steel
ปีงบการเงิน สิ้นสุด 31 ธันวาคม
พนักงาน 15,700 คนทั่วโลก (ประมาณ 14,100 คนในสหรัฐฯ) ณ สิ้นปี 2025 (10-K)
ศูนย์บริการ ราว 310 แห่งใน 41 รัฐและ 10 ประเทศนอกสหรัฐฯ (8-K)
ประวัติ มากกว่า 85 ปี · สินค้ากว่า 100,000 รายการ · ลูกค้ากว่า 125,000 ราย (8-K)
ส่วนงานรายงาน ส่วนงานเดียว คือ metals service centers (10-K)

ราคาอ้างอิงและ P/E คำนวณเอง เพราะข้อมูลที่ได้รับมีเพียง Market Cap ไม่มีราคาปิดและวันที่ ผู้อ่านควรแทนที่ด้วยราคาปิดล่าสุดก่อนใช้ตัวเลขเหล่านี้ตัดสินใจ

3. ลักษณะธุรกิจ (Business Overview)

อ้างอิง 10-K FY2025 Item 1 และ 8-K ผลประกอบการ 2Q2026 · สัดส่วนรายได้ตามรายการขาย 1H2026

Reliance ซื้อโลหะจากโรงงานผลิต เช่น เหล็ก อะลูมิเนียม สเตนเลส และทองแดง แล้วตัดหรือแปรรูปตามคำสั่งของลูกค้า จากนั้นส่งให้โรงงานและผู้รับเหมาที่ต้องการวัสดุในขนาดที่พร้อมใช้ รายได้จึงขึ้นกับทั้งปริมาณตันที่ขายและราคาขายต่อตัน ซึ่งผูกกับราคาโลหะในตลาด

ต่างจากผู้ผลิตเหล็กที่ลงทุนในเตาหลอมและโรงรีดเอง โมเดลนี้ไม่ต้องลงทุนในการผลิตต้นน้ำ แต่ต้องถือสต๊อกโลหะไว้จำนวนมาก บริษัทใช้วิธี LIFO ในการคิดต้นทุนสต๊อก ผลคือเมื่อราคาโลหะขึ้น ต้นทุนขายในงบกำไรขาดทุนจะสะท้อนราคาใหม่ช้ากว่าราคาขาย ทำให้กำไรแยกเป็นสองส่วนที่ผู้อ่านควรดูแยกกัน ได้แก่กำไรจากการขายตามปกติและผลกระทบจากการปรับราคาสต๊อก

สัดส่วนสินค้าและการเปลี่ยนแปลงราคา

ประเภทสินค้า ยอดขาย 1H2025 ($M) ยอดขาย 1H2026 ($M) สัดส่วน 1H2026 เปลี่ยนแปลงราคาต่อตัน FY2025
เหล็กกล้าคาร์บอน 3,948.4 4,839.5 55.9% (2.2)%
อะลูมิเนียม 1,225.5 1,592.5 18.4% +5.6%
สเตนเลส 992.4 1,134.2 13.1% (8.0)%
อัลลอย 325.9 366.8 4.2% +3.3%
งานแปรรูป (Toll processing) 324.5 355.4 4.1% ไม่ระบุ
ทองแดงและทองเหลือง 180.6 225.6 2.6% +17.0%
อื่น ๆ และรายการตัดบัญชี 147.2 142.0 1.6% ไม่ระบุ
รวม 7,144.5 8,656.0 100.0%

ยอดขายตามประเภทสินค้าจาก 10-Q งวด 6 เดือน และการเปลี่ยนแปลงราคาต่อตันปี 2025 จาก 10-K ที่มา: 10-Q 2Q2026 · 10-K FY2025

โครงการกำแพงกั้นชายแดน: รายได้ที่ไม่ใช่ฐานปกติ

บริษัทได้รับมอบหมายจากกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของสหรัฐฯ ในปี 2026 บริษัทไม่ได้เปิดเผยมูลค่าสัญญาหรือระยะเวลา แต่ระบุผลต่อผลประกอบการไว้ชัดเจน ไตรมาส 2 โครงการนี้ช่วยให้ปริมาณขายโต 5.1% จากไตรมาสก่อน และลด margin ขั้นต้นแบบ FIFO ลง 40 bps ขณะที่ทำให้ margin ก่อนภาษีดีขึ้นราว 30 bps เพราะต้นทุนดำเนินงานต่อตันต่ำกว่าค่าเฉลี่ย (8-K) นักลงทุนควรแยกโครงการนี้ออกจากการเติบโตของธุรกิจหลัก เพราะเมื่อโครงการจบ ปริมาณจะลดลงทันที

จุดแข็งเชิงโครงสร้าง: เครือข่ายศูนย์บริการและการกระจายสินค้า

เครือข่ายขนาดใหญ่ทำให้ลูกค้าสั่งวัสดุแบบเล็กและเร่งด่วนได้ ซึ่งผู้ผลิตที่ขายจากโรงงานโดยตรงทำได้ยาก บริษัทระบุว่าเป็นผู้ให้บริการที่มีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับอุตสาหกรรม (8-K)

4. ผลประกอบการ (Financial Performance)

FY2023–FY2025 จาก 10-K · 1H2025 และ 1H2026 จาก 10-Q · TTM = FY2025 − 1H2025 + 1H2026 · หน่วย $M ยกเว้นกำไรต่อหุ้น

ยอดขายปี 2025 โตเพียง 3.3% แต่กำไรสุทธิลดลงจากปี 2023 เกือบครึ่ง เพราะราคาเหล็กที่ลดลงในปี 2024 และ 2025 กดดัน margin ขั้นต้นจาก 30.7% ลงมาเหลือ 28.7% ในครึ่งปีแรกของปี 2026 ยอดขายโต 21.2% และกำไรสุทธิโต 35.6% ทำให้ margin กลับขึ้นมาเกือบเท่าระดับปี 2024 แต่ยังต่ำกว่าช่วงก่อนปี 2024 ชัดเจน

รายการ FY2023 FY2024 FY2025 1H2025 1H2026 TTM
ยอดขายสุทธิ 14,805.9 13,835.0 14,294.3 7,144.5 8,656.0 15,805.8
กำไรขั้นต้น (Gross profit) 4,547.3 4,106.6 4,107.5 2,121.2 2,472.4 4,458.7
Gross margin 30.7% 29.7% 28.7% 29.7% 28.6% 28.2%
กำไรจากการดำเนินงาน 1,739.5 1,160.0 1,012.7 586.6 809.5 1,235.6
Operating margin 11.7% 8.4% 7.1% 8.2% 9.4% 7.8%
EBITDA (กำไรดำเนินงาน + ค่าเสื่อม) 1,984.9 1,428.7 1,290.9 725.0 948.2 1,514.1
ดอกเบี้ยจ่าย (40.1) (40.3) (55.7) (25.8) (33.6) (63.5)
กำไรก่อนภาษี 1,740.7 1,139.9 969.2 566.7 779.3 1,181.8
กำไรสุทธิของ Reliance 1,335.9 875.2 739.4 433.4 587.8 893.8
Net margin 9.0% 6.3% 5.2% 6.1% 6.8% 5.7%
กำไรต่อหุ้นเจือจาง ($) 22.64 15.56 13.98 8.15 11.38 17.21

EBITDA ในตารางนี้คำนวณเองเป็นกำไรจากการดำเนินงานบวกค่าเสื่อมและการตัดจำหน่าย ไม่รวม Impairment ปี 2025 $9.9M และ 2024 $11.7M บริษัทไม่ได้รายงาน EBITDA เป็นตัวเลขหลักในงบ กำไรต่อหุ้น TTM รวมจากตัวเลขสามงวดตามวิธีที่ระบุ จึงอาจต่างจากตัวเลขที่ตลาดคำนวณเล็กน้อย ที่มา: 10-K FY2025 · 10-Q 2Q2026

แนวโน้มยอดขาย EBITDA และกำไรสุทธิ FY2023 ถึง TTM ($M)

ที่มา: 10-K FY2025 · 10-Q 2Q2026 · TTM คำนวณเอง

อัตรา EBITDA margin และ Net margin (%)
เปรียบเทียบครึ่งปีแรก 1H2025 กับ 1H2026 ($M)

ที่มา: 10-Q 2Q2026

ไตรมาส 2 ปี 2026 เทียบปีก่อน

รายการ ($M ยกเว้นที่ระบุ) 2Q2025 2Q2026 เปลี่ยนแปลง
ยอดขายสุทธิ 3,659.8 4,630.0 +26.5%
กำไรจากการดำเนินงาน 312.2 441.6 +41.4%
ดอกเบี้ยจ่าย (14.3) (18.2) +27.3%
กำไรก่อนภาษี 304.3 429.8 +41.2%
กำไรสุทธิของ Reliance 233.7 322.9 +38.2%
กำไรต่อหุ้นเจือจาง ($) 4.42 6.29 +42.3%

อัตราภาษีไตรมาส 2 ปี 2026 อยู่ที่ราว 24.7% (ภาษี $106.2M หารกำไรก่อนภาษี $429.8M) ใกล้เคียงกับอัตราของไตรมาส 2 ปี 2025 ที่ 23.0% ดังนั้นการเติบโตของกำไรสุทธิมาจากการดำเนินงานจริง ไม่ได้มาจากภาษี ที่มา: 10-Q 2Q2026

คุณภาพกำไร: รายการที่ควรแยกออก

ไตรมาส 2 ปี 2026 ตัวเลขการเติบโตแข็งแรง แต่ในงบยังมีรายการสองอย่างที่ผู้อ่านควรพิจารณา ได้แก่ผลของโครงการกำแพงกั้นชายแดนที่ระบุไว้แล้วข้างต้น และผลของ LIFO บริษัทคาดค่า LIFO ไตรมาส 3 ไว้ $75.0M หรือ $1.10 ต่อหุ้น ซึ่งจะลดกำไรตามบัญชีในไตรมาสนั้น แม้ยอดขายยังดี

5. งบแสดงฐานะการเงิน (Balance Sheet) และกระแสเงินสด

ณ 31 ธ.ค. 2025 และ 30 มิ.ย. 2026 · กระแสเงินสด FY2025 และ 6 เดือนแรกของปี 2025 และ 2026 · หน่วย $M

สินทรัพย์รวมเพิ่มจาก $10.37B เป็น $11.17B ในครึ่งปีแรกของปี 2026 ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่ม $232M ใกล้เคียงกับกำไรสุทธิ $588M หักด้วยการซื้อหุ้นคืนและปันผลรวม $364M กระแสเงินสดจากการดำเนินงานของปี 2025 ($831M) ต่ำกว่ากำไรสุทธิ เอกสารที่ดึงมาไม่ได้อธิบายสาเหตุ จึงควรตรวจใน MD&A ของ 10-K

รายการ ($M) 31 ธ.ค. 2025 30 มิ.ย. 2026
สินทรัพย์รวม 10,373.3 11,165.2
หนี้สินรวม (คำนวณ = สินทรัพย์ − ส่วนของผู้ถือหุ้น) 3,193.8 3,754.0
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม 7,179.5 7,411.2
หนี้สินที่มีดอกเบี้ย (มูลค่าตามบัญชี) 1,420.9 1,663.9
เงินสดและเทียบเท่า 216.6 235.4
หนี้สินที่มีดอกเบี้ยสุทธิจากเงินสด 1,204.3 1,428.5
Goodwill 2,170 (ประมาณ) ไม่ได้ดึงมา

หนี้สินที่มีดอกเบี้ยของ 31 ธ.ค. 2025 ในรายงาน 10-K ระบุยอดรวมราว $1,430M ซึ่งเป็นยอดตามเงินต้นคงค้าง ต่างจากมูลค่าตามบัญชี $1,420.9M จาก 10-Q ตารางนี้ใช้มูลค่าตามบัญชีให้สอดคล้องกันทั้งสองช่วง ที่มา: 10-Q 2Q2026 · 10-K FY2025

รายการ ($M) FY2025 6M2025 6M2026
เงินสดจากการดำเนินงาน 831.4 293.5 313.6
ซื้อทรัพย์สิน (Capex) (328.9) (174.5) (157.6)
FCF (คำนวณเอง) 502.5 119.0 156.0
ซื้อกิจการ 0.0 (2.8) 0.0
ซื้อหุ้นคืน (594.1) (333.1) (234.2)
จ่ายเงินปันผลเงินสด (254.7) (128.3) (130.4)

FCF คำนวณจากเงินสดจากการดำเนินงานหักการซื้อทรัพย์สิน ไม่ใช่นิยามของบริษัท ที่มา: 10-K FY2025 · 10-Q 2Q2026

โครงสร้างงบฐานะการเงิน: สินทรัพย์ หนี้สิน ส่วนของผู้ถือหุ้น ($M)

การซื้อหุ้นคืนใช้เงินมากกว่าปันผลเกือบสองเท่า

ครึ่งปีแรกของปี 2026 บริษัทซื้อหุ้นคืน $234M และจ่ายปันผล $130M รวม $364M ขณะที่ FCF ที่คำนวณได้อยู่ที่ $156M ส่วนต่างถูกเติมด้วยหนี้ที่มีดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นราว $243M ตามมูลค่าตามบัญชี

6. หนี้สินและเลเวอเรจ (Leverage)

ณ 30 มิ.ย. 2026 · EBITDA TTM $1,514M · หน่วย $M ยกเว้นที่ระบุ
Net debt / EBITDA TTM
0.94x
หนี้สุทธิ $1,429M · คำนวณเอง(10-Q)
Debt / Equity
0.22x
ธ.ค. 2025 0.20x(10-Q)
กำไรดำเนินงาน / ดอกเบี้ยจ่าย TTM
19.5x
กำไรดำเนินงาน $1,236M ÷ ดอกเบี้ย $63.5M(10-Q)
อัตราส่วนเลเวอเรจ: Debt/Equity และ Net debt/Equity

ที่มา: 10-Q 2Q2026 · 10-K FY2025 · Net debt/Equity คำนวณเอง

โครงสร้างหนี้

เลเวอเรจยังต่ำ แต่หนี้โตเร็วกว่าที่เคยเป็น

หนี้สินที่มีดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นราว $243M ในครึ่งปีแรกของปี 2026 เพื่อรองรับสต๊อกและการซื้อหุ้นคืน ถ้า EBITDA กลับไปอยู่ที่ระดับปี 2025 ตัวคูณหนี้สุทธิต่อ EBITDA จะเพิ่มจาก 0.94 เท่าเป็นราว 1.1 เท่า (หนี้สุทธิ $1,429M ÷ EBITDA ปี 2025 $1,291M) ซึ่งยังต่ำ แต่จะจำกัดความสามารถซื้อหุ้นคืน

7. สัดส่วนรายได้ (Revenue Mix)

ยอดขายตามประเภทสินค้า 6 เดือนแรกของปี 2026 · บริษัทมีส่วนงานรายงานเดียว จึงไม่มีกำไรแยกตามส่วนงาน

เหล็กกล้าคาร์บอนยังเป็นสินค้าหลักที่สัดส่วนราว 56% ของยอดขาย ครึ่งปีแรกของปี 2026 อะลูมิเนียมโต 30.0% เร็วกว่าเหล็กคาร์บอนที่โต 22.6% ปี 2025 ราคาอะลูมิเนียมต่อตันเพิ่มขึ้น 5.6% ขณะที่เหล็กกล้าคาร์บอนลดลง 2.2% และสเตนเลสลดลง 8.0% การกระจายสินค้าหลายประเภทจึงช่วยลดการพึ่งพาราคาเหล็กตัวเดียว

สัดส่วนยอดขายตามประเภทสินค้า 1H2026 (%)

ที่มา: 10-Q 2Q2026 · สัดส่วนคำนวณจากยอดขายแต่ละประเภทหารยอดขายรวม ค่าปัดเศษอาจไม่รวมเป็น 100% พอดี

ปริมาณขาย

ปริมาณขายทั้งปี 2025 อยู่ที่ 6.39 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 6.2% จาก 6.01 ล้านตันในปี 2024 (10-K) ไตรมาส 2 ปี 2026 ปริมาณขายเป็นสถิติใหม่และโตขึ้น 7.0% จากไตรมาสก่อน ราคาขายเฉลี่ยต่อตันขึ้น 7.8% (8-K)

8. ประวัติปันผล (Dividend)

ประกาศล่าสุดจาก 10-Q และ 8-K · อัตรารายได้ปีละ $5.00 · ข้อมูลปันผลรายปีก่อนปี 2025 ไม่ได้ดึงมาในรอบนี้

บริษัทเพิ่มเงินปันผลรายไตรมาสจาก $1.20 เป็น $1.25 ในปี 2026 หรือเพิ่มราว 4.2% ปันผลสามารถจ่ายได้สบายจากกำไร เพราะปันผลครึ่งปีแรกของปี 2026 เพียง $130M เทียบกับกำไรสุทธิ $588M ส่วนการใช้เงินคืนผู้ถือหุ้นที่มากกว่าคือการซื้อหุ้นคืน ซึ่งลดจำนวนหุ้นและเพิ่มกำไรต่อหุ้นโดยไม่ต้องเพิ่มกำไรรวม

เงินปันผลต่อหุ้นรายไตรมาส ($)

ที่มา: 10-Q 2Q2026 (ปันผลไตรมาส 2 ปี 2026 และประกาศไตรมาส 3 ปี 2026 วันที่ 17 ก.ค. 2026) · ไตรมาส 2 ปี 2025 $1.20 จากงบปี 2025

รายการ ค่า
ปันผลรายปีตามอัตรา (4 × $1.25) $5.00
Payout ratio จากกำไรต่อหุ้น TTM ราว 29%
Payout ratio จากกำไรสุทธิ FY2025 (จ่ายจริง $254.7M ÷ $739.4M) ราว 34%
ซื้อหุ้นคืนครึ่งปีแรกของปี 2026 ÷ ปันผลจ่ายจริงช่วงเดียวกัน 1.8 เท่า

9. มุมมองอนาคต (Outlook)

คำแนะนำของบริษัทจาก 8-K 22 ก.ค. 2026 · บริษัทไม่ได้ให้ประมาณการทั้งปี 2026 ในเอกสารนี้

บริษัทให้ช่วงกำไรต่อหุ้นที่ไม่รวมรายการพิเศษสำหรับไตรมาส 3 ไว้ที่ $6.40–6.60 ซึ่งโตราว 76–81% จากไตรมาส 3 ปีก่อน แต่ไม่ได้ให้ประมาณการยอดขาย EBITDA หรือ capex ทั้งปี ดังนั้นการประเมินปีเต็มต้องอาศัยการคาดการณ์ของผู้อ่านเอง และควรแยกผลของโครงการกำแพงกั้นชายแดนออกก่อน

คำแนะนำ / ตัวชี้วัด ค่าที่บริษัทให้ เอกสาร
กำไรต่อหุ้นที่ไม่รวมรายการพิเศษ 3Q2026 $6.40–6.60 8-K
ผลของโครงการกำแพงกั้นชายแดนต่อ EPS 3Q2026 ราว $0.60 8-K
LIFO expense 3Q2026 $75.0M หรือ $1.10 ต่อหุ้น 8-K
ปริมาณขายไม่รวมโครงการ 3Q2026 เทียบไตรมาสก่อน ลด 2% ถึง 4% 8-K
ปริมาณขายรวมโครงการ 3Q2026 เทียบปีก่อน เพิ่ม 9% ถึง 11% 8-K
ราคาขายต่อตันไม่รวมโครงการ 3Q2026 เทียบไตรมาสก่อน เพิ่ม 1% ถึง 3% 8-K

ปัจจัยที่บริษัทระบุว่าจะเป็นตัวกำหนดไตรมาส 3

ที่มา: 8-K Exhibit 99.1 (22 ก.ค. 2026) ข้อความทั้งหมดเป็นมุมมองของบริษัท ไม่ใช่การรับรองจากผู้วิเคราะห์อิสระ

10. ปัจจัยเสี่ยง (Risk Factors)

หัวข้อความเสี่ยงจาก 10-K FY2025 Item 1A · ตัวชี้วัดที่ผู้อ่านสังเกตได้เอง · อ้างอิงเอกสาร ณ วันที่รายงาน

ความเสี่ยงหลักของ Reliance คือราคาโลหะที่ควบคุมไม่ได้และสต๊อกที่ต้องถือไว้ ความเสี่ยงรองคือวัฏจักรของอุตสาหกรรมลูกค้า และการนำเข้าที่กดราคาในประเทศ ตารางด้านล่างจับคู่แต่ละความเสี่ยงกับสัญญาณที่ผู้อ่านติดตามได้จากงบและการแถลงของบริษัท

หมวดความเสี่ยง สิ่งที่บริษัทระบุ สัญญาณที่ควรติดตาม
ราคาโลหะและ LIFO ราคาโลหะที่ควบคุมไม่ได้ส่งผลต่อ margin และต้นทุนสต๊อก ราคาขายต่อตันรายประเภทในไตรมาส และค่า LIFO ที่ประกาศในแต่ละไตรมาส
วัฏจักรอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจ อุตสาหกรรมลูกค้าชะลอ เงินเฟ้อ ดอกเบี้ย และการขนส่งกระทบอุปสงค์ ปริมาณขายไม่รวมโครงการเทียบไตรมาสก่อน ซึ่งบริษัทให้ช่วงคาดการณ์ทุกไตรมาส
การนำเข้าและภาษีศุลกากร การนำเข้าที่มากเกินไปหรือการลดภาษีนำเข้ากดราคาโลหะในประเทศ ราคาเหล็กและอะลูมิเนียมในประเทศเทียบราคานำเข้า และการเปลี่ยนแปลงนโยบายภาษี
ซัพพลายเออร์และการดำเนินงาน พึ่งซัพพลายเออร์หลัก การรับมอบวัสดุตรงเวลา และการลดต้นทุน ต้นทุนขายต่อตันเทียบราคาขาย และรายงานการขาดแคลนวัสดุ
การแข่งขันและวัสดุทดแทน คู่แข่งในอุตสาหกรรม และลูกค้าที่หันไปใช้วัสดุอื่น ส่วนแบ่งตลาดเทียบดัชนีอุตสาหกรรม และยอดขายประเภทสเตนเลสและอลูมิเนียม
สภาพอากาศ ประกันภัย และการซื้อกิจการ สภาพอากาศกระทบซัพพลายเชน ประกันและการคุ้มครองจากซัพพลายเออร์อาจไม่เต็มจำนวน และการซื้อกิจการมีความเสี่ยงในการผสานงาน Impairment ประจำปี และรายการซื้อกิจการในงบกระแสเงินสด

รายการความเสี่ยงที่ดึงมาได้จาก 10-K ครบเฉพาะหัวข้อตอนต้นของ Item 1A ส่วนท้ายของหัวข้อยังไม่ได้อ่านในรอบนี้ ผู้อ่านควรตรวจรายละเอียดเพิ่มในเอกสารต้นฉบับ ที่มา: 10-K FY2025 Item 1A

ความเสี่ยงที่ควรให้น้ำหนักมากที่สุดในปี 2026

ความเสี่ยงเรื่องโครงการกำแพงกั้นชายแดนเด่นกว่าความเสี่ยงอื่นในปีนี้ เพราะกำไรไตรมาส 2 และ 3 พึ่งพารายการนี้ราว $0.41 และ $0.60 ต่อหุ้นตามลำดับ เมื่อโครงการจบ ปริมาณขายจะลดลงทันที และบริษัทต้องหาการเติบโตทดแทนจากลูกค้าเดิม ซึ่งเป็นภาวะที่อุตสาหกรรมวัฏจักรมักเผชิญหลังช่วงขึ้น

11. SWOT

วิเคราะห์จากข้อมูลงบและแถลงการณ์ของบริษัท ณ วันที่รายงาน
จุดแข็ง (Strengths) จุดอ่อน (Weaknesses)
เครือข่ายศูนย์บริการราว 310 แห่งทำให้ส่งมอบวัสดุได้เร็ว Gross margin ลดลงจาก 30.7% ปี 2023 เหลือ 28.6% ในครึ่งปีแรกของปี 2026
ความหลากหลายของสินค้า เหล็กคาร์บอน 56% และอะลูมิเนียม 18% กระแสเงินสดจากการดำเนินงานปี 2025 ต่ำกว่ากำไรสุทธิ
ปริมาณขายและส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นในไตรมาส 2 ต้นทุนสต๊อก LIFO ทำให้กำไรตามบัญชีผันผวนตามราคาโลหะ
หนี้สุทธิต่อ EBITDA ราว 0.9 เท่า ยังต่ำ พึ่งรายได้ชั่วคราวจากโครงการเฉพาะ
โอกาส (Opportunities) อุปสรรค (Threats)
การฟื้นตัวของการก่อสร้างที่ไม่ใช่ที่อยู่อาศัย ราคาโลหะนำเข้าที่ต่ำกดราคาในประเทศ
อุปสงค์จากอุตสาหกรรมกลาโหม อวกาศ และเซมิคอนดักเตอร์ที่บริษัทระบุว่าดีขึ้น การลดภาษีนำเข้าหากนโยบายเปลี่ยน
การซื้อกิจการเพิ่มเติมเมื่อมีโอกาสที่ราคาดี วัฏจักรอุตสาหกรรมลูกค้าชะลอ และดอกเบี้ยสูงกดการลงทุนของลูกค้า
การใช้เงินสดส่วนเกินซื้อหุ้นคืนต่อเนื่อง ความเสี่ยงสภาพอากาศและการขนส่งต่อซัพพลายเชน

12. มุมมองนักลงทุน (Investor View)

กรอบการประเมินของรายงานนี้ ไม่ใช่คำแนะนำซื้อหรือขาย · ข้อมูล ณ 19 ต.ค. 2026 และงบ 2Q2026

ภาพรวมคือบริษัทที่ธุรกิจพื้นฐานดีขึ้นชัดเจนในไตรมาส 2 ปี 2026 แต่กำไรช่วงนี้ได้ประโยชน์จากรายการชั่วคราวและราคาโลหะที่อยู่ในช่วงขึ้น ความท้าทายสำหรับนักลงทุนคือการแยกว่ากำไรปกติของบริษัทอยู่ระดับไหนเมื่อโครงการกำแพงกั้นชายแดนจบ ซึ่งยังไม่มีข้อมูลในเอกสารที่บริษัทเปิดเผย ราคาอ้างอิงที่ P/E ราว 24 เท่าของกำไร TTM จึงต้องอาศัยกำไรปกติที่ไม่ลดลงมากจากระดับปัจจุบัน

สมมติฐาน Bull Base Bear
กำไรต่อหุ้น 3Q2026 $6.50 $6.50 $6.50
กำไรต่อหุ้น 4Q2026 (สมมติ) $6.50 $5.75 $5.00
กำไรต่อหุ้นทั้งปี 2026 (ประมาณ) $24.38 $23.63 $22.88
P/E ที่ใช้ (สมมติ) 19x 17x 14x
ราคาอ้างอิงผลลัพธ์ $463 $402 $320
เทียบราคาอ้างอิง $411 +13% −2% −22%

กำไรต่อหุ้น 9 เดือนแรกใช้ 1H2026 $11.38 บวกกลางช่วงแนะนำไตรมาส 3 $6.50 ตัวเลข 4Q และ P/E เป็นสมมติฐานที่ผู้อ่านปรับได้ ไม่ใช่ประมาณการของบริษัทหรือของนักวิเคราะห์

สิ่งที่ควรติดตามในไตรมาสถัดไป

แหล่งข้อมูลที่ใช้

ข้อมูลในรายงานนี้เพื่อประกอบการตัดสินใจเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ผู้อ่านควรตรวจสอบตัวเลขกับเอกสารต้นฉบับก่อนใช้