รายงานวิเคราะห์หุ้นเพื่อการตัดสินใจ · Equity Research Report

วิเคราะห์หุ้น QSR — Restaurant Brands International Inc.

บริษัทโฮลดิ้งเครือร้านอาหารบริการด่วนระดับโลกที่ถือแบรนด์ Tim Hortons, Burger King, Popeyes และ Firehouse Subs รวมกว่า 33,000 สาขาใน 100+ ประเทศ โมเดลหลักคือแฟรนไชส์เป็นหลัก สร้างรายได้จากค่าแฟรนไชส์ ค่ารอยัลตี้ และค่าเช่า ปี 2025 รายได้รวม $9.43 พันล้าน Adjusted EBITDA $2.97 พันล้าน กระแสเงินสดอิสระ $1.45 พันล้าน เป้าหมายปันผลปี 2026 $2.60 ต่อหุ้น และ Net Leverage ลดลงเหลือ 4.1x ณ 30 มิ.ย. 2026 — ข้อมูลตลาด ณ 16 ต.ค. 2026 / งบการเงิน 2Q2026 สิ้นสุด 30 มิ.ย. 2026
Sector: Consumer Services / Restaurantsราคาล่าสุด $74.81Market Cap $34,002 ล้านP/E 20.18 · P/BV 8.83Dividend Yield ~3.48%

เขียนโดย HypeTimes Staff · ข้อมูล ณ

สรุปผู้บริหาร / Executive Summary

ข้อมูลตลาด ณ 16 ต.ค. 2026 · งบการเงิน 2Q2026 สิ้นสุด 30 มิ.ย. 2026 · จัดทำรายงาน 17 ต.ค. 2026

Restaurant Brands International Inc. (NYSE: QSR) เป็นบริษัทโฮลดิ้งที่รวมแบรนด์ร้านอาหารบริการด่วน 4 แบรนด์ไว้ภายใต้โครงสร้างเดียว ได้แก่ Tim Hortons (กาแฟและเบเกอรี่), Burger King (เบอร์เกอร์), Popeyes (ไก่ทอด) และ Firehouse Subs (แซนด์วิช) จุดเด่นคือบริษัทเป็นผู้ให้สิทธิ์แฟรนไชส์เป็นหลัก ทำให้มีรายได้ประจำจากค่าแฟรนไชส์ ค่ารอยัลตี้ และค่าโฆษณา โดยไม่ต้องแบกต้นทุนการดำเนินงานหน้าร้านเกือบทั้งหมด

ผลการดำเนินงานครึ่งปีแรก 2026 สอดคล้องกับเป้าหมาย: รายได้รวม 1H2026 $4.78 พันล้าน (+5.9% YoY) AOI (Adjusted Operating Income) $1.32 พันล้าน (+9.6%) และ Adjusted Diluted EPS $1.93 (จาก $1.70) ฝ่ายบริหารยืนยันเป้าหมาย AOI เติบโตอินทรีย์ 8% ในปี 2026 พร้อมคาดการณ์ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยสุทธิ $500–520 ล้าน แต่ประเด็นที่นักลงทุนต้องติดตามคือ กำไรสุทธิ GAAP มีความผันผวนสูง — ปี 2025 กำไรผู้ถือหุ้นสามัญลดเหลือ $776 ล้าน (จาก $1,021 ล้านในปี 2024) เนื่องจากรายการ other operating expenses สุทธิ $261 ล้านในปี 2025 (ตาม reconciliation ของบริษัท สาเหตุควรตรวจใน 10-K) ส่วนไตรมาส 2 ปี 2026 ได้ประโยชน์จากภาษีเงินได้ติดลบ $73 ล้าน ทำให้ตัวเลข GAAP ดูสูงกว่าการดำเนินงานจริง

ด้านมูลค่า หุ้นซื้อขายที่ $74.81 มูลค่าตลาด $34.0 พันล้าน P/E (TTM) 20.2x ใกล้เคียง MCD (19.7x) และถูกกว่า CMG (27.7x) ส่วน Forward P/E 17.6x ต่ำกว่า MCD (18.4x) ผลตอบแทนปันผล 3.48% อยู่ในระดับสูงที่สุดในกลุ่มร้านอาหารบริการด่วนขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ ที่เปรียบเทียบในรายงานนี้ ความเสี่ยงหลักคือ เลเวอเรจ 4.1x และการพึ่งพา Tim Hortons (ราว 42% ของ AOI ปี 2025) ซึ่งทำให้ผลประกอบการผูกกับผู้บริโภคในแคนาดามาก

ราคาตลาด · มูลค่ากิจการ
$74.81 · $34.0B
52W Range: $64.52 – $81.96(StockAnalysis)
Valuation (TTM)
P/E 20.18x · Fwd 17.62x
EV/Adj. EBITDA TTM ประมาณ 15.1x(StockAnalysis)
รายได้รวม TTM / 1H26
$9.70B · $4.78B
1H26 เพิ่ม +5.9% YoY ($4.52B)(8-K Q2 2026)
Adjusted EBITDA TTM
$3.08B · Net Leverage 4.1x
ลดจาก 4.6x ณ มิ.ย. 2025(8-K Q2 2026)
Free Cash Flow TTM
≈ $1.63B
FCF Yield ≈ 4.8% (คำนวณจากงบ 2025 + 1H26 − 1H25)(8-K FY2025)
เงินปันผลต่อปี
Yield 3.48% · $2.60
ปันผลไตรมาสละ $0.65 · ประกาศ Q3 2026 แล้ว(8-K Q2 2026)

ไฮไลท์เชิงยุทธศาสตร์: โมเดลแฟรนไชส์ที่ทำกำไรจากสาขาที่ไม่ได้เป็นเจ้าของ

แม้ 1H2026 รายได้รวมจะรวมยอดขายของ Supply Chain และร้านที่บริษัทดำเนินการเอง (Restaurant Holdings) ซึ่งมีสัดส่วนสูงทางบัญชี แต่กำไรการดำเนินงานหลักมาจากส่วนแฟรนไชส์และค่าโฆษณา (Franchise and property revenues $1.52B และ Advertising revenues $0.62B ในครึ่งปีแรก) ที่มีต้นทุนต่ำ ผลคือ AOI margin ระดับองค์กรอยู่ราว 27–28% ของรายได้รวมตามงบ ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงกว่าผู้ค้าปลีกอาหารทั่วไป ปัจจัยนี้เป็นเหตุผลหลักที่บริษัทเน้นการขยายผ่านแฟรนไชส์ในต่างประเทศ (INTL) ซึ่งมี AOI โต +25.8% ใน 1H2026

Bull Case: $97 (+29%)

  • ยอดขายสาขาเดิม (Comps) ฟื้นตัว: Global comps กลับขึ้น 3%+ ต่อเนื่อง (Q2 2026 +3.8%) โดย Burger King และ Tim Hortons ยังเติบโตพร้อมกัน
  • กำไรขยับตามการลดต้นทุนและลดเลเวอเรจ: AOI โต 8% ต่อปีตามเป้า Net Leverage ลดลงสู่ ~3.5x ทำให้ค่าดอกเบี้ยและความเสี่ยงโครงสร้างทุนลดลง
  • การประเมินมูลค่า: EPS ปี 2026 ราว $4.60 (ตัวเลขสมมุติจากการเติบโต AOI และลดดอกเบี้ย) คูณ P/E 21x มูลค่าอยู่ที่ราว $97 สูงกว่าเป้าหมายสูงสุดที่ Wall Street ระบุในปัจจุบัน ($92 ของ Barclays ตั้งเมื่อพ.ค. 2026)

Base Case: $83 (+11%)

  • การเติบโตตามแนวทางบริษัท: AOI อินทรีย์โต ~8% ตามกรอบ 2026 และ Comps ทรงตัวที่ 2–3% โดยไตรมาส 3–4 รับอานิสงส์จากฐานต่ำของ BK US และ INTL
  • เงินปันผลมั่นคง: ปันผล $2.60 ต่อปีตามเป้า ได้รับการสนับสนุนจาก FCF ราว $1.4–1.6 พันล้านต่อปี (payout ~70–75% ของ FCF)
  • การประเมินมูลค่า: EPS ปี 2026 ราว $4.25 (นัยจาก Forward P/E 17.6x) คูณ P/E 19.5x ใกล้เคียงค่าเฉลี่ยกลุ่ม ผลลัพธ์ราว $83 ใกล้เคียงค่าเฉลี่ยเป้าหมาย Wall Street ที่ $83.75 (MarketBeat, 24 ราย)

Bear Case: $61 (−19%)

  • Tim Hortons และผู้บริโภคแคนาดาอ่อนแรง: TH ยังเป็นกว่า 40% ของ AOI หาก comps ติดลบ หรือต้นทุนกาแฟ/อาหารสูงขึ้น กำไรระดับองค์กรลดลงโดยตรง
  • Popeyes ซึมตัวต่อเนื่อง: System-wide sales ไตรมาส 2 ปี 2026 ลดลง −3.1% YoY ($1.53B จาก $1.58B) และ AOI ลดลงจาก $66 ล้านเป็น $63 ล้าน
  • เลเวอเรจกดดันมูลค่า: EPS ลดเหลือ ~$3.80 (ต่ำกว่า TTM Adjusted EPS $3.92 ราว 3%) คูณ P/E 16x ซึ่งต่ำกว่าช่วงล่าง 52 สัปดาห์ ($64.52)
  • หมายเหตุการณ์ประเมิน: นักวิเคราะห์ JPMorgan และ Jefferies ปรับเป้าลงจาก $82 เหลือ $78 ในเดือนกันยายน 2026 และ TD Cowen ปรับลงเป็น $78 ในเดือนตุลาคม (MarketBeat)

ที่มาของ Scenario: กรณีทั้งสามคำนวณจาก EPS สมมุติและ P/E ที่ผู้จัดทำเลือกเอง ไม่ใช่ตัวเลขจากบริษัทหรือจากบริษัทหลักทรัพย์ ราคาเป้าหมายของ Wall Street แสดงเพื่อเปรียบเทียบเท่านั้น EPS ปี 2026 ที่นัยจาก Forward P/E 17.62x คือ ราคาหุ้น ÷ Forward P/E ≈ $4.25 (คำนวณจาก StockAnalysis)

Factsheet

สรุปข้อมูลตลาด อัตราส่วนทางการเงิน และรายละเอียดนิติบุคคล — ข้อมูล ณ 16 ต.ค. 2026
ราคาหุ้นล่าสุด
$74.81
NYSE: QSR (ปิด 16 ต.ค. 2026)(StockAnalysis)
มูลค่าตลาด (Market Cap)
$34.0B
หุ้นสามัญ 454.5 ล้านหุ้น(StockAnalysis)
P/E Ratio (TTM)
20.18x
Forward P/E 17.62x(StockAnalysis)
P/B (คำนวณ)
8.83x
Market cap ÷ ส่วนของผู้ถือหุ้น RBI $3.85B(8-K Q2 2026)
อัตราเงินปันผลตอบแทน
3.48%
$2.60/ปี (เป้าหมายปี 2026)(8-K FY2025)
52-Week Range
$64.52 – $81.96
ราคาปัจจุบันสูงกว่าจุดต่ำสุดราว 16% และต่ำกว่าจุดสูงสุดราว 9%(StockAnalysis)
Beta
0.54
ความผันผวนต่ำกว่าตลาด(StockAnalysis)
Net Leverage
4.1x
30 มิ.ย. 2026 (4.6x ปีก่อน)(8-K Q2 2026)

ข้อมูลนิติบุคคลและการจดทะเบียน

ข้อมูลบริษัท Restaurant Brands International Inc. — แหล่งที่มา: SEC EDGAR 8-K / 10-K
ชื่อจดทะเบียนRestaurant Brands International Inc.
เลขทะเบียนนิติบุคคลสหรัฐฯ (CIK)0001618756
ตลาดหลักทรัพย์และกลุ่มอุตสาหกรรมNew York Stock Exchange (NYSE: QSR) · Consumer Discretionary / Restaurants
ปีงบการเงินปฏิทินปี (สิ้นสุด 31 ธ.ค.) รายงานไตรมาส 2 ปี 2026 สิ้นสุด 30 มิ.ย. 2026
โครงสร้างทุนหุ้นสามัญประมาณ 454.5 ล้านหุ้น มีส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุม (NCI) $1.55B ซึ่งส่วนใหญ่เป็นหน่วยแลกเปลี่ยนของ Partnership (ตรวจรายละเอียดใน 10-K)
จำนวนสาขาทั่วโลก33,156 แห่ง ณ 30 มิ.ย. 2026 (33,041 ณ 31 ธ.ค. 2025) ใน 100+ ประเทศ โดยเป็นแฟรนไชส์เป็นหลัก
ดัชนีหรือกลุ่มที่สังกัดไม่ได้ระบุในแหล่งข้อมูลที่ใช้จัดทำรายงาน — ตรวจสอบเพิ่มเติมกับ RBI IR

หมายเหตุ: P/B ไม่ได้มาจากแหล่งข้อมูลตลาดโดยตรง ผู้จัดทำคำนวณเองจาก Market cap ÷ ส่วนของผู้ถือหุ้นของ RBI (ไม่รวม NCI) ณ 30 มิ.ย. 2026 ตัวเลขนี้จึงสูงมาก เพราะส่วนของผู้ถือหุ้นต่ำจากการจ่ายปันผลและซื้อคืนหุ้นสะสมในอดีต

ลักษณะธุรกิจ / Business Overview

โมเดลแฟรนไชส์หลายแบรนด์ภายใต้ Holding เดียว และพอร์ตแบรนด์ที่กระจายอยู่หลายตลาด

RBI ถือครองแบรนด์ร้านอาหารบริการด่วนสี่แบรนด์หลัก ซึ่งแต่ละแบรนด์มีตลาดและลักษณะการแข่งขันต่างกัน จุดที่ทำให้บริษัทแตกต่างจากผู้ประกอบการรายเดียวคือการกระจายความเสี่ยงระหว่างแบรนด์และภูมิภาค แต่ด้วยการที่ Tim Hortons มีสัดส่วนสูงทั้งในรายได้และกำไร การกระจายจึงไม่สมดุลนัก

แบรนด์และส่วนงานหลัก

รายได้ของบริษัทมาจากไหน (ปี 2025)

แหล่งรายได้ ตัวอย่างสูตร สัดส่วนโดยประมาณ
Franchise & property revenues ค่าแฟรนไชส์ ค่ารอยัลตี้ และค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์ ราว 1H2026 $1.52B (ประมาณ 32% ของรายได้รวม)
Supply chain sales ขายวัตถุดิบให้แฟรนไชส์ซีผ่าน Supply Chain ราว 1H2026 $1.47B (ประมาณ 31%)
Advertising revenues เงินโฆษณาจากแฟรนไชส์ซี (ไม่มีกำไรสุทธิโดยตรง) ราว 1H2026 $0.62B (ประมาณ 13%)
Company restaurant sales ยอดขายร้านที่บริษัทดำเนินการเอง (ส่วนใหญ่ใน RH) ราว 1H2026 $1.18B (ประมาณ 25%)

ที่มา: RBI 8-K Q2 2026 (งบแสดงผลการดำเนินงาน 6 เดือน) และ 8-K FY2025 (ตารางส่วนงาน) สัดส่วนคำนวณจากยอด 1H2026 รวม $4.78B

จุดเด่นเชิงโครงสร้าง

ที่มา: SEC 8-K 7 พ.ย. 2025 (ข้อตกลงร่วมทุน BK China) รายละเอียดการลงทุน 17% และข้อมูลการปิดดีลตามรายงานบริษัท จำนวน 33,156 สาขาเป็นยอดรวมตามที่บริษัทรายงาน ผลรวมของแต่ละส่วนงานไม่เท่ากันทั้งหมด (ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด)

ผลประกอบการ / Financial Performance

รายได้ EBITDA และกำไร FY2023 – TTM มิ.ย. 2026 (หน่วย: ล้านดอลลาร์สหรัฐ)

รายได้รวมเติบโตจาก $7.02 พันล้านในปี 2023 เป็น $9.43 พันล้านในปี 2025 ส่วนใหญ่มาจากส่วนงาน RH และ Supply Chain ที่ขยายตัว แต่ Adjusted EBITDA เติบโตช้ากว่า (CAGR ราว 8%) และอัตรากำไรลดลงจาก 36.4% เป็น 31.5% ซึ่งสะท้อนการเปลี่ยนสัดส่วนไปสู่ธุรกิจที่มีอัตรากำไรต่ำ กำไรผู้ถือหุ้นสามัญลดลงในปี 2025 ตามรายการพิเศษ ก่อนกลับมาเพิ่มขึ้นใน TTM มิ.ย. 2026

รายได้รวม Adjusted EBITDA และกำไรสุทธิ — FY2023 → TTM มิ.ย. 2026 (ล้านดอลลาร์สหรัฐ)
ที่มา: 8-K FY2024 (ตาราง FY2023–FY2024), 8-K FY2025 และ 8-K Q2 2026 (TTM) กำไรสุทธิคือ “Net income attributable to common shareholders”
อัตรากำไร Adjusted EBITDA Margin และ Net Margin — FY2023 → TTM มิ.ย. 2026 (%)
ที่มา: คำนวณจากตัวเลขด้านบนโดยตรง (EBITDA ÷ รายได้รวม, กำไรผู้ถือหุ้นสามัญ ÷ รายได้รวม) จาก 8-K FY2025

ตารางผลประกอบการสรุป

รายการ (ล้าน USD) FY2023 FY2024 FY2025 TTM มิ.ย. 2026
รายได้รวม 7,022 8,406 9,434 9,699
กำไรจากการดำเนินงาน (Income from operations) 2,051 2,419 2,202 n/a
Adjusted Operating Income (AOI) 2,200 2,402 2,584 2,700
Adjusted EBITDA 2,554 2,784 2,970 3,083
กำไรผู้ถือหุ้นสามัญ 1,190 1,021 776 1,273
Adjusted Diluted EPS ($) n/a 3.34 3.69 3.92

ที่มา: 8-K FY2024 · 8-K FY2025 · 8-K Q2 2026 TTM คำนวณ = FY2025 + 1H2026 − 1H2025 (AOI TTM = 2,584 + 1,324 − 1,208 = 2,700; กำไร = 776 + 845 − 348 = 1,273; รายได้ = 9,434 + 4,784 − 4,519 = 9,699) Adjusted EBITDA TTM ใช้ค่า “LTM Adjusted EBITDA” ที่บริษัทรายงาน

หมายเหตุ: ปี 2025 กำไรสุทธิรวมจากการดำเนินงานต่อเนื่อง $1,201 ล้าน แต่หลังหักส่วนของ NCI และรายการจากการดำเนินงานที่ยกเลิก (BK China) เหลือกำไรผู้ถือหุ้นสามัญ $776 ล้าน ตัวเลขทั้งสองนี้ไม่ควรเปรียบเทียบกันโดยตรง ปี 2023–2024 แสดงตามที่รายงานในแต่ละปี ยังไม่ได้ปรับย้อนหลังตามการจัดประเภท discontinued operations ของ BK China จึงอาจไม่เทียบกันได้ทั้งหมด

ผลประกอบการครึ่งปีแรก: 1H2025 vs 1H2026 (ล้านดอลลาร์สหรัฐ)
ที่มา: 8-K Q2 2026 (งบ 6 เดือน และ AOI) กำไรของ 1H2026 หลังหัก NCI ($845 ล้าน) ได้ประโยชน์จากภาษีเงินได้ติดลบในไตรมาส 2 ($−73 ล้าน)

คุณภาพของกำไร

ที่มา: 8-K Q2 2026 ค่า other operating expenses ปี 2025 $261 ล้าน (ตาม reconciliation ของ 8-K FY2025) บริษัทไม่ได้ระบุสาเหตุในข้อมูลที่ใช้ทำรายงานนี้โดยละเอียด ควรตรวจกับ 10-K FY2025

งบแสดงสถานะการเงิน / Balance Sheet

สินทรัพย์ หนี้สิน และส่วนของผู้ถือหุ้น ณ สิ้นปี 2023–2025 และ 30 มิ.ย. 2026 (ล้าน USD)
โครงสร้างงบแสดงสถานะการเงิน — FY2023 → 30 มิ.ย. 2026 (ล้านดอลลาร์สหรัฐ)
ที่มา: 8-K FY2024 (ปี 2023 และ 2024), 8-K FY2025 (ปี 2025) และ 8-K Q2 2026 (30 มิ.ย. 2026) ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม NCI
รายการ (ล้าน USD) สิ้น FY2024 สิ้น FY2025 30 มิ.ย. 2026
เงินสดและเทียบเท่า 1,334 1,163 1,063
สินทรัพย์รวม 24,632 25,615 25,022
หนี้สินระยะยาว (สุทธิจากส่วนที่ถึงกำหนดในปีนี้) 13,455 13,250 13,206
หนี้สินรวม 19,789 20,456 19,627
ส่วนของผู้ถือหุ้น RBI n/a 3,634 3,850
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม (รวม NCI) 4,843 5,159 5,395

หมายเหตุ: ส่วนของผู้ถือหุ้น RBI ปี 2024 ไม่ได้ระบุแยกในแหล่งที่ใช้ทำรายงาน (n/a) ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมปี 2024 ตามรายงานของ 8-K FY2024

กระแสเงินสด (งบ 12 เดือนและ 6 เดือน ล้าน USD)

รายการ FY2024 FY2025 1H2025 1H2026
เงินสดจากการดำเนินงาน (ดำเนินงานต่อเนื่อง) 1,503 1,714 567 757
รายจ่ายลงทุน (Capex) (201) (265) (102) (109)
Free Cash Flow (บริษัทนิยาม) n/a 1,449 465 648
เงินปันผลและการกระจายให้ Partnership (1,029) (1,108) (544) (579)
ซื้อคืนหุ้น n/a n/a — (170)

ที่มา: 8-K FY2025 · 8-K Q2 2026 · FCF ของ FY2024 ไม่ได้รายงานโดยบริษัทในแหล่งที่ใช้ทำรายงาน

ทำไมส่วนของผู้ถือหุ้นของ RBI ต่ำและหนี้สินมาก?

งบของ RBI มีลักษณะคล้ายกับผู้ประกอบการแฟรนไชส์ที่จ่ายปันผลสูงและซื้อคืนหุ้นเป็นประจำ ทำให้ส่วนของผู้ถือหุ้นไม่ได้สะสมมาก หนี้สินระยะยาวราว $13.2 พันล้านค่อนข้างคงที่ในช่วง 2 ปี ตัวเลขนี้สามารถยอมรับได้เมื่อกระแสเงินสดจากแฟรนไชส์มีเสถียรภาพ แต่เป็นเหตุผลที่ตลาดจับตาอัตราส่วนหนี้ต่อ EBITDA มากกว่าส่วนของผู้ถือหุ้น

หนี้สินและเลเวอเรจ / Leverage

อัตราส่วนหนี้ต่อส่วนของผู้ถือหุ้นและเลเวอเรจสุทธิ ณ สิ้นปี 2023–2025 และ 30 มิ.ย. 2026

เลเวอเรจสุทธิที่บริษัทรายงานลดลงจาก 4.8x (FY2023) เป็น 4.1x (มิ.ย. 2026) ตามเป้าหมายการลดหนี้ของบริษัท ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่สนับสนุนการปันผลและการซื้อคืนหุ้น อย่างไรก็ตามเป็นการลดเชิงสัมพัทธ์ในระดับที่ยังสูง และยอดหนี้สินระยะยาวลดลงเพียงเล็กน้อยในช่วงสองปี

อัตราส่วนหนี้สิน/ส่วนของผู้ถือหุ้น — หนี้ระยะยาวและหนี้สุทธิ ÷ ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม (เท่า)
ที่มา: คำนวณจาก 8-K FY2025 และ 8-K Q2 2026 ใช้หนี้สินระยะยาวที่ไม่รวมส่วนที่ถึงกำหนดชำระภายในปี ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม NCI ตัวเลข FY2023 คำนวณจากหนี้ระยะยาวเพียงอย่างเดียว (ไม่มีข้อมูลส่วนที่ถึงกำหนด)

เลเวอเรจตามที่บริษัทรายงาน (EBITDA-based)

ปี Net Leverage (บริษัทรายงาน) หมายเหตุ
FY2023 4.8x จาก 10-K FY2023
FY2024 4.6x 8-K FY2024
FY2025 4.2x 8-K FY2025
30 มิ.ย. 2026 4.1x 8-K Q2 2026 (LTM Adj EBITDA $3,083 ล้าน, หนี้สุทธิ $12,546 ล้าน)

หมายเหตุ: Debt/Equity ในกราฟคำนวณจากงบ ไม่ใช่ตัวเลขเดียวกับ Net Leverage ที่บริษัทรายงาน (ซึ่งหารด้วย EBITDA) เลเวอเรจสุทธิจากงบ (Net debt ÷ ส่วนของผู้ถือหุ้น) สูงกว่า Net Leverage ที่บริษัทรายงานเพราะใช้ตัวหารต่างกัน ผู้อ่านควรใช้ Net Leverage 4.1x เป็นเกณฑ์หลักในการประเมิน

ความเสี่ยงที่ต้องติดตาม: ค่าดอกเบี้ยเทียบกำไรการดำเนินงาน

ค่าดอกเบี้ยสุทธิปี 2026 ราว $500–520 ล้าน เทียบกับ AOI ปี 2026 ราว $2.8 พันล้าน (ปี 2025 $2.58 พันล้าน × 1.08) ทำให้ AOI ครอบดอกเบี้ยได้ราว 5.4 เท่า ถ้า AOI ไม่เติบโตตามเป้า หรืออัตราดอกเบี้ยใหม่สูงกว่าหนี้เดิม ความสามารถในการจ่ายปันผลและซื้อคืนหุ้นจะถูกกดดันก่อน

สัดส่วนธุรกิจ / Segments

สัดส่วน AOI และรายได้จำแนกตามส่วนงาน ปี 2025 (ล้านดอลลาร์สหรัฐ)
สัดส่วน AOI จำแนกตามส่วนงาน — FY2025 (ล้านดอลลาร์สหรัฐ)
ที่มา: 8-K FY2025 (ตารางส่วนงาน AOI) ผลรวม AOI ของทุกส่วนงานอยู่ที่ $2,585 ล้าน ต่างจาก AOI รวม $2,584 ล้านเล็กน้อยจากการปัดเศษ
ส่วนงาน รายได้ 2025 (ล้าน) สัดส่วนรายได้* AOI 2025 (ล้าน) สัดส่วน AOI AOI 1H2026 (ล้าน)
Tim Hortons 4,247 44.1% 1,077 41.7% 516
Burger King 1,514 15.7% 468 18.1% 252
Popeyes 800 8.3% 250 9.7% 119
Firehouse Subs 232 2.4% 56 2.2% 31
INTL 998 10.4% 690 26.7% 390
Restaurant Holdings 1,840 19.1% 44 1.7% 16
  • สัดส่วนรายได้คำนวณจากยอดรวมก่อนตัดรายการระหว่างส่วนงาน ($9,634 ล้าน) โดยรายการตัดระหว่างส่วนงาน (−$197 ล้าน) ไม่ได้รวมอยู่ในตาราง ที่มา: 8-K FY2025 และ 8-K Q2 2026

ข้อสังเกตจากสัดส่วน

ประวัติปันผล / Dividend History

เงินปันผลต่อหุ้นตามอัตราที่ประกาศรายไตรมาส และเป้าหมายปี 2026
เงินปันผลต่อหุ้น (DPS) — FY2023 → FY2026E (USD ต่อหุ้น)
ที่มา: SEC 10-K FY2024 (เป้าหมายปันผล 2025 และอัตรารายไตรมาส) และ 8-K FY2025 (เป้าหมายปันผล 2026 $2.60) ปี 2023 = $0.55 × 4, ปี 2024 = $0.58 × 4, ปี 2025 = $0.62 × 4 ปี 2026E = เป้าหมาย $2.60 ของบริษัท
ปี DPS ต่อปี (USD) อัตราต่อไตรมาส Payout ต่อกำไรปรับปรุง (Adj EPS)
2023 2.20 0.55 n/a
2024 2.32 0.58 n/a
2025 2.48 0.62 ราว 67% (2.48 ÷ 3.69)
2026E 2.60 0.65 (ประกาศ Q1–Q3 แล้ว) ราว 61% ของ EPS ที่นัยจาก Forward P/E

นโยบายปันผลและการซื้อคืน

หมายเหตุ: ตัวเลข DPS ปี 2023–2024 คำนวณจากอัตราต่อไตรมาสที่ประกาศจริง ไม่ใช่ยอดจ่ายจริงในปีนั้น และไม่ได้ปรับตามการจ่ายจริงของ Partnership exchangeable units ตัวเลข $2.20 ของปี 2023 ตรงกับแหล่งข้อมูลรอง (HL) และ 10-K FY2023 แต่ควรยืนยันกับ 10-K ก่อนนำไปใช้

เปรียบเทียบเพื่อน / Peer Comparison

มูลค่าตลาดและ P/E เทียบกับเพื่อนร่วมกลุ่มร้านอาหารบริการด่วนในสหรัฐฯ ณ 16 ต.ค. 2026
เปรียบเทียบ Market Capitalization ($B) และ P/E Ratio (TTM) ของกลุ่มร้านอาหาร
ที่มา: StockAnalysis QSR, MCD, YUM, CMG, DPZ ข้อมูล ณ ปิดตลาด 16 ต.ค. 2026 P/E ที่แสดงคือ TTM ตามหน้า StockAnalysis
บริษัท ราคา (USD) Market Cap ($B) P/E TTM Forward P/E ปันผล Yield
QSR 74.81 34.00 20.18 17.62 3.48%
MCD 242.97 171.94 19.74 18.41 3.18%
YUM 150.51 41.07 18.96 23.70 1.99%
CMG 29.89 37.82 27.70 23.55 ไม่จ่าย
DPZ 308.64 10.15 16.98 15.05 2.58%

หมายเหตุ: CMG ไม่จ่ายปันผล และ DPZ มี P/E TTM ต่ำที่สุดในกลุ่ม แม้จะมีขนาดตลาดเล็กกว่า ค่า P/E ของ DPZ และ MCD มี Forward P/E ต่ำกว่า TTM ซึ่งสะท้อนความคาดหวังกำไรที่เพิ่มขึ้นของกลุ่ม (MCD และ DPZ ใช้ตัวเลขจาก StockAnalysis ตามวันเดียวกัน) ถ้าเทียบเฉพาะ Forward P/E QSR (17.6x) อยู่ในกลุ่มต่ำที่สุดอันดับสองรองจาก DPZ (15.1x)

การประเมินเชิงเปรียบเทียบ

มุมมองอนาคต / Outlook

เป้าหมายจากฝ่ายบริหาร แนวโน้มการดำเนินงาน และเหตุการณ์ที่ต้องติดตาม

เป้าหมายปี 2026 (ยืนยันในงบ Q2 2026)

เหตุการณ์และ Catalyst ที่ต้องติดตาม

ช่วง เหตุการณ์ สถานะ / สิ่งที่ควรดู
30 ม.ค. 2026 ปิดการร่วมทุน Burger King China กับ CPE (ถือหุ้น RBI ~17%) เสร็จสิ้นแล้ว ดูผลการดำเนินงานของ JV ในฐานะส่วนแบ่งกำไร
2 ต.ค. 2026 จ่ายปันผล Q3 2026 $0.65 ประกาศแล้ว
ไตรมาส 3 2026 ผลประกอบการไตรมาส 3 (วันที่ประกาศยังไม่ได้ยืนยันในแหล่งที่ใช้ทำรายงาน) ติดตาม Comps ของ BK และ TH รวมทั้ง Popeyes
ปี 2026 วงเงินซื้อคืนหุ้นคงเหลือ $829 ล้าน ดูความถี่การซื้อคืนรายไตรมาส
ปี 2026 Popeyes system sales ทรงตัวหรือไม่ ดูจากข้อมูลไตรมาส 3 และ 4

มุมมองเชิงโครงสร้าง

อัตราการขยายสาขาสุทธิยังเป็นบวก (33,156 แห่ง ณ มิ.ย. 2026 เพิ่มจาก 32,229 แห่งในปีก่อน) โดยหลักมาจาก INTL และ Firehouse Subs การเติบโตของ AOI ใน 1H2026 (+9.6%) ยังต่ำกว่าเป้า 8%+ ต่อปีเพียงเล็กน้อย หมายความว่าต้องการการเร่งตัวในครึ่งปีหลังเพื่อบรรลุเป้าปี 2026 หากครึ่งปีหลังไม่เร่ง ความเสี่ยงจะเปลี่ยนไปที่การตั้งเป้าใหม่

ปัจจัยเสี่ยง / Risk Factors

ความเสี่ยงหลัก 7 หมวด พร้อมตัวชี้วัดที่สังเกตได้จริง
หมวด ความเสี่ยง ตัวชี้วัดที่ควรติดตาม
1. ความเข้มข้นของ Tim Hortons TH มีรายได้ 44% และ AOI 42% ของทั้งหมด ผลประกอบการผูกกับผู้บริโภคในแคนาดาและต้นทุนกาแฟ/อาหาร Comps ของ TH ในรายงานไตรมาสแต่ละไตรมาส, AOI ของ TH (1H2026 $516 ล้าน เทียบ $499 ล้าน)
2. Popeyes ซึมตัว System-wide sales ไตรมาส 2 ปี 2026 ลดลง −3.1% YoY ($1,529 ล้านจาก $1,578 ล้าน) และ AOI ครึ่งปีลดลง −5.6% ($119 ล้านจาก $126 ล้าน) System sales และสาขาของ PLK ต่อไตรมาส
3. การแข่งขันของ Burger King ในสหรัฐฯ การแข่งขันด้านราคาและเมนูในตลาด QSR ทำให้ BK US ต้องพึ่งเมนูราคาถูก ซึ่งกดอัตรากำไรแฟรนไชส์ซี Comps ของ BK US (Q4 2025 +2.6%) และการเติบโตของ AOI BK
4. เลเวอเรจและดอกเบี้ย Net leverage 4.1x และดอกเบี้ยสุทธิ $500–520 ล้านต่อปี ถ้า AOI ชะลอหรืออัตราดอกเบี้ยใหม่สูงขึ้น การลดหนี้จะช้าลง Net leverage ไตรมาสถัดไป และดอกเบี้ยจริงรายไตรมาส
5. คุณภาพของกำไร GAAP กำไร GAAP ได้รับประโยชน์จากภาษีติดลบและการปรับ other operating expenses ในบางช่วง ทำให้ตัวเลขแต่ละไตรมาสผันผวนมาก ช่องว่างระหว่างกำไร GAAP กับ Adjusted EPS ($1.45 เทียบ $1.07 ในไตรมาส 2 ปี 2026)
6. โครงสร้างหน่วยแลกเปลี่ยนและ NCI ส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุม (NCI) $1.55 พันล้านและรับส่วนแบ่งกำไรราว 20–30% (ไตรมาส 2 ปี 2026: $158 ล้านจาก $665 ล้าน) ทำให้ผู้ถือหุ้น RBI ได้รับกำไรไม่เต็มจำนวน สัดส่วน NCI ในกำไรและการแลกหน่วย
7. BK China JV และการดำเนินการระหว่างประเทศ บริษัทลดส่วนถือหุ้นใน BK China เหลือ ~17% ผลการดำเนินงานขึ้นอยู่กับ CPE และตลาดจีน บันทึก non-cash charge ปี 2025 ราว $114 ล้าน รายงานผลการดำเนินงานของ JV และการเปลี่ยนแปลงกำไรจาก equity method

ที่มา: 8-K Q2 2026 (ตัวเลข Popeyes, NCI, EPS) · 8-K FY2025 · 8-K 7 พ.ย. 2025 (BK China) · Comps ของ BK US Q4 2025 มาจาก RBI Q4 2025 Press Release (newswire.ca) (แหล่งรอง ดึงจากผลการค้นหา ยังไม่ได้เปิดเอกสารต้นฉบับ)

ประเด็นที่ตลาดให้น้ำหนักในปี 2026

มุมมองของ Wall Street ปรับลงเล็กน้อยในเดือนกันยายน–ตุลาคม 2026 (JPMorgan และ Jefferies ปรับจาก $82 เป็น $78) ความกังวลหลักคือความเร็วของการฟื้นตัวของ Popeyes และ Tim Hortons ในครึ่งปีหลัง ซึ่งเป็นตัวกำหนดว่า AOI 8% จะบรรลุได้หรือไม่

SWOT

วิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรค ณ 16 ต.ค. 2026

Strengths (จุดแข็ง)

  • โมเดลแฟรนไชส์ที่มีรายได้ประจำ: Franchise & property revenues 1H2026 $1.52 พันล้าน และ Advertising revenues $0.62 พันล้าน มีต้นทุนต่ำ
  • FCF แข็งแรง: FCF 2025 $1.45 พันล้าน (ตามที่บริษัทนิยาม) ครอบคลุมการจ่ายปันผลที่ $1.11 พันล้าน
  • พอร์ตแบรนด์ที่กระจาย: 4 แบรนด์ รวมกว่า 33,000 สาขาใน 100+ ประเทศ
  • เลเวอเรจลดลงต่อเนื่อง: Net leverage จาก 4.8x (2023) เป็น 4.1x (มิ.ย. 2026)

Weaknesses (จุดอ่อน)

  • พึ่งพา Tim Hortons: ~42% ของ AOI และ 44% ของรายได้ ทำให้ความผันผวนของแคนาดากระทบกำไรทั้งองค์กร
  • อัตรากำไรลดลงในระยะ 3 ปี: EBITDA margin จาก 36.4% (2023) เป็น 31.5% (2025)
  • กำไร GAAP ผันผวน: ปี 2025 กำไรผู้ถือหุ้นสามัญลดลง −24% เพราะรายการพิเศษ
  • RH อัตรากำไรต่ำมาก: AOI เพียง $44 ล้าน จากรายได้ $1.84 พันล้าน

Opportunities (โอกาส)

  • INTL เติบโตเร็ว: AOI 1H2026 +25.8% และมีสาขากว่า 16,500 แห่ง
  • การขยายจาก Firehouse Subs และ Popeyes ในตลาดใหม่: FHS สาขาเพิ่ม +8% ใน 12 เดือน
  • การซื้อคืนหุ้นและลดเลเวอเรจ: วงเงินคงเหลือ $829 ล้าน ถ้าลดเลเวอเรจต่อได้ จะสนับสนุนการปันผลในระยะยาว
  • การร่วมทุน BK China: รับส่วนแบ่งกำไรโดยไม่ต้องลงทุนเต็มจำนวน

Threats (อุปสรรค)

  • ผู้บริโภคระดับล่างอ่อนแรง: ส่งผลต่อยอดขายแฟรนไชส์ซีและค่าโฆษณา
  • ต้นทุนวัตถุดิบและค่าแรง: กระทบอัตรากำไรของแฟรนไชส์ซีและ Supply Chain
  • อัตราดอกเบี้ยและค่าดอกเบี้ย: $500–520 ล้านต่อปี เทียบ AOI ~$2.7–2.8 พันล้าน
  • การประเมินมูลค่าโดยนักวิเคราะห์: ราคาเป้าหมายเฉลี่ย $83.75 และมีการปรับลงในเดือนกันยายน–ตุลาคม 2026

ที่มา: ทุกตัวเลขในหัวข้อ SWOT อ้างอิงจาก 8-K Q2 2026 และ 8-K FY2025 ราคาเป้าหมายจาก MarketBeat

มุมมองนักลงทุน / Investor View

สรุป Bull / Base / Bear และรายการตรวจสอบเพื่อประกอบการตัดสินใจ — ข้อมูล ณ 16 ต.ค. 2026

รายงานนี้ไม่ใช่คำแนะนำให้ซื้อหรือขาย แต่แสดงหลักฐานสำหรับการตัดสินใจเพิ่มเติม ภาพรวมคือ QSR เป็นหุ้นปันผลที่มี FCF แข็งแรง มี Forward P/E ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มที่เปรียบเทียบ และกำลังลดเลเวอเรจ แต่มีความเสี่ยงจากการพึ่ง Tim Hortons และ Popeyes ที่ยังไม่ฟื้น

ค่าเป้าหมายและ Scenario

กรณี ราคาเป้าหมาย ผลตอบแทนเทียบราคาปัจจุบัน ข้อสมมุติหลัก
Bull $97 +29% EPS ~$4.60 × P/E 21x, Comps 3%+, Net leverage ลดลงสู่ ~3.5x
Base $83 +11% EPS ~$4.25 × P/E 19.5x, AOI โต 8%, ปันผล $2.60
Bear $61 −19% EPS ~$3.80 × P/E 16x, Popeyes/TH อ่อนแรง, ต่ำกว่าจุดต่ำสุด 52 สัปดาห์ ($64.52)
Wall Street (เฉลี่ย 24 ราย) $83.75 +12% Consensus Moderate Buy (16 Buy, 8 Hold, 0 Sell)

ที่มา: ราคาเป้าหมายของ Wall Street จาก MarketBeat ช่วงเป้าหมายสูงสุดคือ $92 (Barclays, พ.ค. 2026) ต่ำสุดคือ $78 (TD Cowen และ JPMorgan/Jefferies ที่ปรับลง) ราคาปิดที่ MarketBeat ระบุ $74.94 ต่างจาก StockAnalysis ที่ $74.81 เล็กน้อย ตัวเลข Bull/Base/Bear ของรายงานนี้เป็นการคำนวณโดยผู้จัดทำจากข้อสมมุติที่ระบุ ไม่ได้มาจากแหล่งข้อมูลภายนอก

ตรวจสอบก่อนตัดสินใจ

สิ่งที่รายงานนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบ