Restaurant Brands International Inc. (NYSE: QSR) เป็นบริษัทโฮลดิ้งที่รวมแบรนด์ร้านอาหารบริการด่วน 4 แบรนด์ไว้ภายใต้โครงสร้างเดียว ได้แก่ Tim Hortons (กาแฟและเบเกอรี่), Burger King (เบอร์เกอร์), Popeyes (ไก่ทอด) และ Firehouse Subs (แซนด์วิช) จุดเด่นคือบริษัทเป็นผู้ให้สิทธิ์แฟรนไชส์เป็นหลัก ทำให้มีรายได้ประจำจากค่าแฟรนไชส์ ค่ารอยัลตี้ และค่าโฆษณา โดยไม่ต้องแบกต้นทุนการดำเนินงานหน้าร้านเกือบทั้งหมด
ผลการดำเนินงานครึ่งปีแรก 2026 สอดคล้องกับเป้าหมาย: รายได้รวม 1H2026 $4.78 พันล้าน (+5.9% YoY) AOI (Adjusted Operating Income) $1.32 พันล้าน (+9.6%) และ Adjusted Diluted EPS $1.93 (จาก $1.70) ฝ่ายบริหารยืนยันเป้าหมาย AOI เติบโตอินทรีย์ 8% ในปี 2026 พร้อมคาดการณ์ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยสุทธิ $500–520 ล้าน แต่ประเด็นที่นักลงทุนต้องติดตามคือ กำไรสุทธิ GAAP มีความผันผวนสูง — ปี 2025 กำไรผู้ถือหุ้นสามัญลดเหลือ $776 ล้าน (จาก $1,021 ล้านในปี 2024) เนื่องจากรายการ other operating expenses สุทธิ $261 ล้านในปี 2025 (ตาม reconciliation ของบริษัท สาเหตุควรตรวจใน 10-K) ส่วนไตรมาส 2 ปี 2026 ได้ประโยชน์จากภาษีเงินได้ติดลบ $73 ล้าน ทำให้ตัวเลข GAAP ดูสูงกว่าการดำเนินงานจริง
ด้านมูลค่า หุ้นซื้อขายที่ $74.81 มูลค่าตลาด $34.0 พันล้าน P/E (TTM) 20.2x ใกล้เคียง MCD (19.7x) และถูกกว่า CMG (27.7x) ส่วน Forward P/E 17.6x ต่ำกว่า MCD (18.4x) ผลตอบแทนปันผล 3.48% อยู่ในระดับสูงที่สุดในกลุ่มร้านอาหารบริการด่วนขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ ที่เปรียบเทียบในรายงานนี้ ความเสี่ยงหลักคือ เลเวอเรจ 4.1x และการพึ่งพา Tim Hortons (ราว 42% ของ AOI ปี 2025) ซึ่งทำให้ผลประกอบการผูกกับผู้บริโภคในแคนาดามาก
แม้ 1H2026 รายได้รวมจะรวมยอดขายของ Supply Chain และร้านที่บริษัทดำเนินการเอง (Restaurant Holdings) ซึ่งมีสัดส่วนสูงทางบัญชี แต่กำไรการดำเนินงานหลักมาจากส่วนแฟรนไชส์และค่าโฆษณา (Franchise and property revenues $1.52B และ Advertising revenues $0.62B ในครึ่งปีแรก) ที่มีต้นทุนต่ำ ผลคือ AOI margin ระดับองค์กรอยู่ราว 27–28% ของรายได้รวมตามงบ ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงกว่าผู้ค้าปลีกอาหารทั่วไป ปัจจัยนี้เป็นเหตุผลหลักที่บริษัทเน้นการขยายผ่านแฟรนไชส์ในต่างประเทศ (INTL) ซึ่งมี AOI โต +25.8% ใน 1H2026
ที่มาของ Scenario: กรณีทั้งสามคำนวณจาก EPS สมมุติและ P/E ที่ผู้จัดทำเลือกเอง ไม่ใช่ตัวเลขจากบริษัทหรือจากบริษัทหลักทรัพย์ ราคาเป้าหมายของ Wall Street แสดงเพื่อเปรียบเทียบเท่านั้น EPS ปี 2026 ที่นัยจาก Forward P/E 17.62x คือ ราคาหุ้น ÷ Forward P/E ≈ $4.25 (คำนวณจาก StockAnalysis)
| ชื่อจดทะเบียน | Restaurant Brands International Inc. |
| เลขทะเบียนนิติบุคคลสหรัฐฯ (CIK) | 0001618756 |
| ตลาดหลักทรัพย์และกลุ่มอุตสาหกรรม | New York Stock Exchange (NYSE: QSR) · Consumer Discretionary / Restaurants |
| ปีงบการเงิน | ปฏิทินปี (สิ้นสุด 31 ธ.ค.) รายงานไตรมาส 2 ปี 2026 สิ้นสุด 30 มิ.ย. 2026 |
| โครงสร้างทุน | หุ้นสามัญประมาณ 454.5 ล้านหุ้น มีส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุม (NCI) $1.55B ซึ่งส่วนใหญ่เป็นหน่วยแลกเปลี่ยนของ Partnership (ตรวจรายละเอียดใน 10-K) |
| จำนวนสาขาทั่วโลก | 33,156 แห่ง ณ 30 มิ.ย. 2026 (33,041 ณ 31 ธ.ค. 2025) ใน 100+ ประเทศ โดยเป็นแฟรนไชส์เป็นหลัก |
| ดัชนีหรือกลุ่มที่สังกัด | ไม่ได้ระบุในแหล่งข้อมูลที่ใช้จัดทำรายงาน — ตรวจสอบเพิ่มเติมกับ RBI IR |
หมายเหตุ: P/B ไม่ได้มาจากแหล่งข้อมูลตลาดโดยตรง ผู้จัดทำคำนวณเองจาก Market cap ÷ ส่วนของผู้ถือหุ้นของ RBI (ไม่รวม NCI) ณ 30 มิ.ย. 2026 ตัวเลขนี้จึงสูงมาก เพราะส่วนของผู้ถือหุ้นต่ำจากการจ่ายปันผลและซื้อคืนหุ้นสะสมในอดีต
RBI ถือครองแบรนด์ร้านอาหารบริการด่วนสี่แบรนด์หลัก ซึ่งแต่ละแบรนด์มีตลาดและลักษณะการแข่งขันต่างกัน จุดที่ทำให้บริษัทแตกต่างจากผู้ประกอบการรายเดียวคือการกระจายความเสี่ยงระหว่างแบรนด์และภูมิภาค แต่ด้วยการที่ Tim Hortons มีสัดส่วนสูงทั้งในรายได้และกำไร การกระจายจึงไม่สมดุลนัก
| แหล่งรายได้ | ตัวอย่างสูตร | สัดส่วนโดยประมาณ |
|---|---|---|
| Franchise & property revenues | ค่าแฟรนไชส์ ค่ารอยัลตี้ และค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์ | ราว 1H2026 $1.52B (ประมาณ 32% ของรายได้รวม) |
| Supply chain sales | ขายวัตถุดิบให้แฟรนไชส์ซีผ่าน Supply Chain | ราว 1H2026 $1.47B (ประมาณ 31%) |
| Advertising revenues | เงินโฆษณาจากแฟรนไชส์ซี (ไม่มีกำไรสุทธิโดยตรง) | ราว 1H2026 $0.62B (ประมาณ 13%) |
| Company restaurant sales | ยอดขายร้านที่บริษัทดำเนินการเอง (ส่วนใหญ่ใน RH) | ราว 1H2026 $1.18B (ประมาณ 25%) |
ที่มา: RBI 8-K Q2 2026 (งบแสดงผลการดำเนินงาน 6 เดือน) และ 8-K FY2025 (ตารางส่วนงาน) สัดส่วนคำนวณจากยอด 1H2026 รวม $4.78B
ที่มา: SEC 8-K 7 พ.ย. 2025 (ข้อตกลงร่วมทุน BK China) รายละเอียดการลงทุน 17% และข้อมูลการปิดดีลตามรายงานบริษัท จำนวน 33,156 สาขาเป็นยอดรวมตามที่บริษัทรายงาน ผลรวมของแต่ละส่วนงานไม่เท่ากันทั้งหมด (ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด)
รายได้รวมเติบโตจาก $7.02 พันล้านในปี 2023 เป็น $9.43 พันล้านในปี 2025 ส่วนใหญ่มาจากส่วนงาน RH และ Supply Chain ที่ขยายตัว แต่ Adjusted EBITDA เติบโตช้ากว่า (CAGR ราว 8%) และอัตรากำไรลดลงจาก 36.4% เป็น 31.5% ซึ่งสะท้อนการเปลี่ยนสัดส่วนไปสู่ธุรกิจที่มีอัตรากำไรต่ำ กำไรผู้ถือหุ้นสามัญลดลงในปี 2025 ตามรายการพิเศษ ก่อนกลับมาเพิ่มขึ้นใน TTM มิ.ย. 2026
| รายการ (ล้าน USD) | FY2023 | FY2024 | FY2025 | TTM มิ.ย. 2026 |
|---|---|---|---|---|
| รายได้รวม | 7,022 | 8,406 | 9,434 | 9,699 |
| กำไรจากการดำเนินงาน (Income from operations) | 2,051 | 2,419 | 2,202 | n/a |
| Adjusted Operating Income (AOI) | 2,200 | 2,402 | 2,584 | 2,700 |
| Adjusted EBITDA | 2,554 | 2,784 | 2,970 | 3,083 |
| กำไรผู้ถือหุ้นสามัญ | 1,190 | 1,021 | 776 | 1,273 |
| Adjusted Diluted EPS ($) | n/a | 3.34 | 3.69 | 3.92 |
ที่มา: 8-K FY2024 · 8-K FY2025 · 8-K Q2 2026 TTM คำนวณ = FY2025 + 1H2026 − 1H2025 (AOI TTM = 2,584 + 1,324 − 1,208 = 2,700; กำไร = 776 + 845 − 348 = 1,273; รายได้ = 9,434 + 4,784 − 4,519 = 9,699) Adjusted EBITDA TTM ใช้ค่า “LTM Adjusted EBITDA” ที่บริษัทรายงาน
หมายเหตุ: ปี 2025 กำไรสุทธิรวมจากการดำเนินงานต่อเนื่อง $1,201 ล้าน แต่หลังหักส่วนของ NCI และรายการจากการดำเนินงานที่ยกเลิก (BK China) เหลือกำไรผู้ถือหุ้นสามัญ $776 ล้าน ตัวเลขทั้งสองนี้ไม่ควรเปรียบเทียบกันโดยตรง ปี 2023–2024 แสดงตามที่รายงานในแต่ละปี ยังไม่ได้ปรับย้อนหลังตามการจัดประเภท discontinued operations ของ BK China จึงอาจไม่เทียบกันได้ทั้งหมด
ที่มา: 8-K Q2 2026 ค่า other operating expenses ปี 2025 $261 ล้าน (ตาม reconciliation ของ 8-K FY2025) บริษัทไม่ได้ระบุสาเหตุในข้อมูลที่ใช้ทำรายงานนี้โดยละเอียด ควรตรวจกับ 10-K FY2025
| รายการ (ล้าน USD) | สิ้น FY2024 | สิ้น FY2025 | 30 มิ.ย. 2026 |
|---|---|---|---|
| เงินสดและเทียบเท่า | 1,334 | 1,163 | 1,063 |
| สินทรัพย์รวม | 24,632 | 25,615 | 25,022 |
| หนี้สินระยะยาว (สุทธิจากส่วนที่ถึงกำหนดในปีนี้) | 13,455 | 13,250 | 13,206 |
| หนี้สินรวม | 19,789 | 20,456 | 19,627 |
| ส่วนของผู้ถือหุ้น RBI | n/a | 3,634 | 3,850 |
| ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม (รวม NCI) | 4,843 | 5,159 | 5,395 |
หมายเหตุ: ส่วนของผู้ถือหุ้น RBI ปี 2024 ไม่ได้ระบุแยกในแหล่งที่ใช้ทำรายงาน (n/a) ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมปี 2024 ตามรายงานของ 8-K FY2024
| รายการ | FY2024 | FY2025 | 1H2025 | 1H2026 |
|---|---|---|---|---|
| เงินสดจากการดำเนินงาน (ดำเนินงานต่อเนื่อง) | 1,503 | 1,714 | 567 | 757 |
| รายจ่ายลงทุน (Capex) | (201) | (265) | (102) | (109) |
| Free Cash Flow (บริษัทนิยาม) | n/a | 1,449 | 465 | 648 |
| เงินปันผลและการกระจายให้ Partnership | (1,029) | (1,108) | (544) | (579) |
| ซื้อคืนหุ้น | n/a | n/a | — | (170) |
ที่มา: 8-K FY2025 · 8-K Q2 2026 · FCF ของ FY2024 ไม่ได้รายงานโดยบริษัทในแหล่งที่ใช้ทำรายงาน
งบของ RBI มีลักษณะคล้ายกับผู้ประกอบการแฟรนไชส์ที่จ่ายปันผลสูงและซื้อคืนหุ้นเป็นประจำ ทำให้ส่วนของผู้ถือหุ้นไม่ได้สะสมมาก หนี้สินระยะยาวราว $13.2 พันล้านค่อนข้างคงที่ในช่วง 2 ปี ตัวเลขนี้สามารถยอมรับได้เมื่อกระแสเงินสดจากแฟรนไชส์มีเสถียรภาพ แต่เป็นเหตุผลที่ตลาดจับตาอัตราส่วนหนี้ต่อ EBITDA มากกว่าส่วนของผู้ถือหุ้น
เลเวอเรจสุทธิที่บริษัทรายงานลดลงจาก 4.8x (FY2023) เป็น 4.1x (มิ.ย. 2026) ตามเป้าหมายการลดหนี้ของบริษัท ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่สนับสนุนการปันผลและการซื้อคืนหุ้น อย่างไรก็ตามเป็นการลดเชิงสัมพัทธ์ในระดับที่ยังสูง และยอดหนี้สินระยะยาวลดลงเพียงเล็กน้อยในช่วงสองปี
| ปี | Net Leverage (บริษัทรายงาน) | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| FY2023 | 4.8x | จาก 10-K FY2023 |
| FY2024 | 4.6x | 8-K FY2024 |
| FY2025 | 4.2x | 8-K FY2025 |
| 30 มิ.ย. 2026 | 4.1x | 8-K Q2 2026 (LTM Adj EBITDA $3,083 ล้าน, หนี้สุทธิ $12,546 ล้าน) |
หมายเหตุ: Debt/Equity ในกราฟคำนวณจากงบ ไม่ใช่ตัวเลขเดียวกับ Net Leverage ที่บริษัทรายงาน (ซึ่งหารด้วย EBITDA) เลเวอเรจสุทธิจากงบ (Net debt ÷ ส่วนของผู้ถือหุ้น) สูงกว่า Net Leverage ที่บริษัทรายงานเพราะใช้ตัวหารต่างกัน ผู้อ่านควรใช้ Net Leverage 4.1x เป็นเกณฑ์หลักในการประเมิน
ค่าดอกเบี้ยสุทธิปี 2026 ราว $500–520 ล้าน เทียบกับ AOI ปี 2026 ราว $2.8 พันล้าน (ปี 2025 $2.58 พันล้าน × 1.08) ทำให้ AOI ครอบดอกเบี้ยได้ราว 5.4 เท่า ถ้า AOI ไม่เติบโตตามเป้า หรืออัตราดอกเบี้ยใหม่สูงกว่าหนี้เดิม ความสามารถในการจ่ายปันผลและซื้อคืนหุ้นจะถูกกดดันก่อน
| ส่วนงาน | รายได้ 2025 (ล้าน) | สัดส่วนรายได้* | AOI 2025 (ล้าน) | สัดส่วน AOI | AOI 1H2026 (ล้าน) |
|---|---|---|---|---|---|
| Tim Hortons | 4,247 | 44.1% | 1,077 | 41.7% | 516 |
| Burger King | 1,514 | 15.7% | 468 | 18.1% | 252 |
| Popeyes | 800 | 8.3% | 250 | 9.7% | 119 |
| Firehouse Subs | 232 | 2.4% | 56 | 2.2% | 31 |
| INTL | 998 | 10.4% | 690 | 26.7% | 390 |
| Restaurant Holdings | 1,840 | 19.1% | 44 | 1.7% | 16 |
| ปี | DPS ต่อปี (USD) | อัตราต่อไตรมาส | Payout ต่อกำไรปรับปรุง (Adj EPS) |
|---|---|---|---|
| 2023 | 2.20 | 0.55 | n/a |
| 2024 | 2.32 | 0.58 | n/a |
| 2025 | 2.48 | 0.62 | ราว 67% (2.48 ÷ 3.69) |
| 2026E | 2.60 | 0.65 (ประกาศ Q1–Q3 แล้ว) | ราว 61% ของ EPS ที่นัยจาก Forward P/E |
หมายเหตุ: ตัวเลข DPS ปี 2023–2024 คำนวณจากอัตราต่อไตรมาสที่ประกาศจริง ไม่ใช่ยอดจ่ายจริงในปีนั้น และไม่ได้ปรับตามการจ่ายจริงของ Partnership exchangeable units ตัวเลข $2.20 ของปี 2023 ตรงกับแหล่งข้อมูลรอง (HL) และ 10-K FY2023 แต่ควรยืนยันกับ 10-K ก่อนนำไปใช้
| บริษัท | ราคา (USD) | Market Cap ($B) | P/E TTM | Forward P/E | ปันผล Yield |
|---|---|---|---|---|---|
| QSR | 74.81 | 34.00 | 20.18 | 17.62 | 3.48% |
| MCD | 242.97 | 171.94 | 19.74 | 18.41 | 3.18% |
| YUM | 150.51 | 41.07 | 18.96 | 23.70 | 1.99% |
| CMG | 29.89 | 37.82 | 27.70 | 23.55 | ไม่จ่าย |
| DPZ | 308.64 | 10.15 | 16.98 | 15.05 | 2.58% |
หมายเหตุ: CMG ไม่จ่ายปันผล และ DPZ มี P/E TTM ต่ำที่สุดในกลุ่ม แม้จะมีขนาดตลาดเล็กกว่า ค่า P/E ของ DPZ และ MCD มี Forward P/E ต่ำกว่า TTM ซึ่งสะท้อนความคาดหวังกำไรที่เพิ่มขึ้นของกลุ่ม (MCD และ DPZ ใช้ตัวเลขจาก StockAnalysis ตามวันเดียวกัน) ถ้าเทียบเฉพาะ Forward P/E QSR (17.6x) อยู่ในกลุ่มต่ำที่สุดอันดับสองรองจาก DPZ (15.1x)
ที่มา: 8-K Q2 2026 (Guidance reaffirmed) และ 8-K FY2025
| ช่วง | เหตุการณ์ | สถานะ / สิ่งที่ควรดู |
|---|---|---|
| 30 ม.ค. 2026 | ปิดการร่วมทุน Burger King China กับ CPE (ถือหุ้น RBI ~17%) | เสร็จสิ้นแล้ว ดูผลการดำเนินงานของ JV ในฐานะส่วนแบ่งกำไร |
| 2 ต.ค. 2026 | จ่ายปันผล Q3 2026 $0.65 | ประกาศแล้ว |
| ไตรมาส 3 2026 | ผลประกอบการไตรมาส 3 (วันที่ประกาศยังไม่ได้ยืนยันในแหล่งที่ใช้ทำรายงาน) | ติดตาม Comps ของ BK และ TH รวมทั้ง Popeyes |
| ปี 2026 | วงเงินซื้อคืนหุ้นคงเหลือ $829 ล้าน | ดูความถี่การซื้อคืนรายไตรมาส |
| ปี 2026 | Popeyes system sales ทรงตัวหรือไม่ | ดูจากข้อมูลไตรมาส 3 และ 4 |
อัตราการขยายสาขาสุทธิยังเป็นบวก (33,156 แห่ง ณ มิ.ย. 2026 เพิ่มจาก 32,229 แห่งในปีก่อน) โดยหลักมาจาก INTL และ Firehouse Subs การเติบโตของ AOI ใน 1H2026 (+9.6%) ยังต่ำกว่าเป้า 8%+ ต่อปีเพียงเล็กน้อย หมายความว่าต้องการการเร่งตัวในครึ่งปีหลังเพื่อบรรลุเป้าปี 2026 หากครึ่งปีหลังไม่เร่ง ความเสี่ยงจะเปลี่ยนไปที่การตั้งเป้าใหม่
| หมวด | ความเสี่ยง | ตัวชี้วัดที่ควรติดตาม |
|---|---|---|
| 1. ความเข้มข้นของ Tim Hortons | TH มีรายได้ 44% และ AOI 42% ของทั้งหมด ผลประกอบการผูกกับผู้บริโภคในแคนาดาและต้นทุนกาแฟ/อาหาร | Comps ของ TH ในรายงานไตรมาสแต่ละไตรมาส, AOI ของ TH (1H2026 $516 ล้าน เทียบ $499 ล้าน) |
| 2. Popeyes ซึมตัว | System-wide sales ไตรมาส 2 ปี 2026 ลดลง −3.1% YoY ($1,529 ล้านจาก $1,578 ล้าน) และ AOI ครึ่งปีลดลง −5.6% ($119 ล้านจาก $126 ล้าน) | System sales และสาขาของ PLK ต่อไตรมาส |
| 3. การแข่งขันของ Burger King ในสหรัฐฯ | การแข่งขันด้านราคาและเมนูในตลาด QSR ทำให้ BK US ต้องพึ่งเมนูราคาถูก ซึ่งกดอัตรากำไรแฟรนไชส์ซี | Comps ของ BK US (Q4 2025 +2.6%) และการเติบโตของ AOI BK |
| 4. เลเวอเรจและดอกเบี้ย | Net leverage 4.1x และดอกเบี้ยสุทธิ $500–520 ล้านต่อปี ถ้า AOI ชะลอหรืออัตราดอกเบี้ยใหม่สูงขึ้น การลดหนี้จะช้าลง | Net leverage ไตรมาสถัดไป และดอกเบี้ยจริงรายไตรมาส |
| 5. คุณภาพของกำไร GAAP | กำไร GAAP ได้รับประโยชน์จากภาษีติดลบและการปรับ other operating expenses ในบางช่วง ทำให้ตัวเลขแต่ละไตรมาสผันผวนมาก | ช่องว่างระหว่างกำไร GAAP กับ Adjusted EPS ($1.45 เทียบ $1.07 ในไตรมาส 2 ปี 2026) |
| 6. โครงสร้างหน่วยแลกเปลี่ยนและ NCI | ส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุม (NCI) $1.55 พันล้านและรับส่วนแบ่งกำไรราว 20–30% (ไตรมาส 2 ปี 2026: $158 ล้านจาก $665 ล้าน) ทำให้ผู้ถือหุ้น RBI ได้รับกำไรไม่เต็มจำนวน | สัดส่วน NCI ในกำไรและการแลกหน่วย |
| 7. BK China JV และการดำเนินการระหว่างประเทศ | บริษัทลดส่วนถือหุ้นใน BK China เหลือ ~17% ผลการดำเนินงานขึ้นอยู่กับ CPE และตลาดจีน บันทึก non-cash charge ปี 2025 ราว $114 ล้าน | รายงานผลการดำเนินงานของ JV และการเปลี่ยนแปลงกำไรจาก equity method |
ที่มา: 8-K Q2 2026 (ตัวเลข Popeyes, NCI, EPS) · 8-K FY2025 · 8-K 7 พ.ย. 2025 (BK China) · Comps ของ BK US Q4 2025 มาจาก RBI Q4 2025 Press Release (newswire.ca) (แหล่งรอง ดึงจากผลการค้นหา ยังไม่ได้เปิดเอกสารต้นฉบับ)
มุมมองของ Wall Street ปรับลงเล็กน้อยในเดือนกันยายน–ตุลาคม 2026 (JPMorgan และ Jefferies ปรับจาก $82 เป็น $78) ความกังวลหลักคือความเร็วของการฟื้นตัวของ Popeyes และ Tim Hortons ในครึ่งปีหลัง ซึ่งเป็นตัวกำหนดว่า AOI 8% จะบรรลุได้หรือไม่
ที่มา: ทุกตัวเลขในหัวข้อ SWOT อ้างอิงจาก 8-K Q2 2026 และ 8-K FY2025 ราคาเป้าหมายจาก MarketBeat
รายงานนี้ไม่ใช่คำแนะนำให้ซื้อหรือขาย แต่แสดงหลักฐานสำหรับการตัดสินใจเพิ่มเติม ภาพรวมคือ QSR เป็นหุ้นปันผลที่มี FCF แข็งแรง มี Forward P/E ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มที่เปรียบเทียบ และกำลังลดเลเวอเรจ แต่มีความเสี่ยงจากการพึ่ง Tim Hortons และ Popeyes ที่ยังไม่ฟื้น
| กรณี | ราคาเป้าหมาย | ผลตอบแทนเทียบราคาปัจจุบัน | ข้อสมมุติหลัก |
|---|---|---|---|
| Bull | $97 | +29% | EPS ~$4.60 × P/E 21x, Comps 3%+, Net leverage ลดลงสู่ ~3.5x |
| Base | $83 | +11% | EPS ~$4.25 × P/E 19.5x, AOI โต 8%, ปันผล $2.60 |
| Bear | $61 | −19% | EPS ~$3.80 × P/E 16x, Popeyes/TH อ่อนแรง, ต่ำกว่าจุดต่ำสุด 52 สัปดาห์ ($64.52) |
| Wall Street (เฉลี่ย 24 ราย) | $83.75 | +12% | Consensus Moderate Buy (16 Buy, 8 Hold, 0 Sell) |
ที่มา: ราคาเป้าหมายของ Wall Street จาก MarketBeat ช่วงเป้าหมายสูงสุดคือ $92 (Barclays, พ.ค. 2026) ต่ำสุดคือ $78 (TD Cowen และ JPMorgan/Jefferies ที่ปรับลง) ราคาปิดที่ MarketBeat ระบุ $74.94 ต่างจาก StockAnalysis ที่ $74.81 เล็กน้อย ตัวเลข Bull/Base/Bear ของรายงานนี้เป็นการคำนวณโดยผู้จัดทำจากข้อสมมุติที่ระบุ ไม่ได้มาจากแหล่งข้อมูลภายนอก