เขียนโดย HypeTimes Staff · ข้อมูล ณ 14 ตุลาคม 2026
สรุปสำหรับผู้บริหาร (Executive Summary) Nucor Corporation (NYSE: NUE) เป็นหนึ่งในผู้ผลิตเหล็กกล้ารายใหญ่ของสหรัฐฯ ใช้เตาไฟฟ้าอาร์ก (EAF) ผลิตเหล็ก 100% และพึ่งเศษเหล็ก (scrap) เป็นวัตถุดิบหลัก ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2026 (สิ้นสุด 4 ก.ค. 2026) รายได้และกำไรเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมปริมาณจัดส่ง Steel Mills ที่สร้างสถิติ อย่างไรก็ตามกำไรบางส่วนมาจากรายการพิเศษที่ไม่คาดว่าจะเกิดซ้ำ จึงควรแยกพิจารณาคุณภาพของกำไร
กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน 1H26
$2,286M
หนี้สินสุทธิ / EBITDA (TTM)
0.85x
ราคาเป้าหมายเฉลี่ย (Consensus)
$284.31
ประเด็นสำคัญสำหรับผู้บริหารและนักลงทุน (Key Takeaways)
กำไรครึ่งปีแรกเพิ่มขึ้นเกือบสามเท่า: กำไรสุทธิส่วนของ Nucor 1H26 อยู่ที่ $1,899 ล้าน (EPS $8.27) เทียบกับ $759 ล้าน (EPS $3.26) ใน 1H25 ส่วนใหญ่มาจากส่วนงาน Steel Mills ที่กำไรก่อนภาษีเพิ่มเป็น $2,684 ล้าน จาก $1,074 ล้าน (8-K Ex.99.1)
Q2 2026 มีรายการพิเศษ 2 รายการที่ควรหักออกเมื่อประเมินกำไรปกติ: (ก) $130 ล้านจากการลดต้นทุนขายจากเงินคืนค่าวัตถุดิบงวดก่อน และ (ข) $61 ล้านกำไรที่ไม่ใช่เงินสดจากการเพิ่มมูลค่าเงินลงทุนใน Helion (8-K Ex.99.1 ) รายงานไม่ได้ระบุว่าจะเกิดซ้ำใน Q3 เมื่อหัก 2 รายการนี้ EBITDA ของ Q2 อยู่ราว $1,829 ล้าน (ค่าประมาณของผู้จัดทำจากตัวเลขที่บริษัทรายงาน ไม่ใช่ตัวเลขที่บริษัทระบุ)
แนวโน้ม Q3 2026 (แนวทางในรายงานผล 2Q26 เมื่อ 27 ก.ค. 2026; ผลจริงประกาศ 26 ต.ค. 2026): บริษัทคาดกำไรสูงขึ้นในส่วน Steel Mills (ราคาขายที่สูงขึ้นทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์หลักและปริมาณคงที่) และ Steel Products (ปริมาณและราคาดีขึ้น) ขณะที่ Raw Materials คาดลดลงจากมาร์จิ้นที่แคบลง (8-K Ex.99.1)
งบดุลแข็งแรงขึ้นจากปีก่อน: หนี้สินรวมต่อทุน (Debt to total capital) อยู่ราว 24% ณ สิ้นปี 2025 (Form 10-K FY2025) และ ณ 4 ก.ค. 2026 หนี้สินรวม $7,099 ล้าน เงินสด $2,478 ล้าน (Form 10-Q 2Q26)
ความเสี่ยงหลักยังคงเป็นวงจรราคาเหล็กและการนำเข้า: กำไรปี 2025 ลดลงจากปี 2024 แม้รายได้เพิ่มขึ้น (EPS $7.52 เทียบ $8.46) การนำเข้าเหล็กสำเร็จรูปของสหรัฐฯ ลดลง 17.4% ในปี 2025 หลังภาษี Section 232 กลับมาบังคับใช้เต็มรูปแบบ แต่ยังไม่มีความแน่นอนเรื่องระยะเวลาและขอบเขตของมาตรการ (Form 10-K FY2025)
Bull — $338 (+31.5%) กำไรต่อหุ้นปี 2027 ราว $22.50 (สูงกว่า consensus ราว 8%) จากราคาขายสูงและโรงงานแผ่นรีด WV เริ่มผลิต ตลาดคงภาษี Section 232 และการนำเข้าอยู่ในระดับต่ำต่อเนื่อง ตัวคูณ P/E 15x ต่ำกว่า STLD และ RS ที่ 22–24x (เทรลลิ่ง) Base — $281 (+9.3%) กำไรต่อหุ้นปี 2027 ตาม consensus ราว $20.79 (StockAnalysis, 9 ต.ค. 2026) Steel Mills และ Steel Products ดีขึ้นตาม Q3 guidance แต่ Raw Materials อ่อนลง P/E 13.5x ใกล้ P/E ปี 2026 consensus (13.2x) และใกล้ราคาเป้าหมายเฉลี่ย $284 Bear — $163 (-36.6%) กำไรต่อหุ้นไม่ฟื้นกว่าระดับ 12 เดือนล่าสุด ($12.53) จากราคาเหล็กลดลงหรือการนำเข้าเพิ่มขึ้น ต้นทุนไฟฟ้า ก๊าซ และเศษเหล็กพุ่งขึ้นพร้อมกัน ตัวคูณ P/E ลดลงเหลือ 13x ตามกลุ่มวัฏจักร หมายเหตุ: กรณี Base ใช้ consensus EPS ปี 2027 จาก
StockAnalysis ส่วน Bull และ Bear เป็นสมมติฐานของผู้จัดทำ ไม่ใช่ประมาณการของบริษัท รายละเอียดอยู่ในหัวข้อมุมมองนักลงทุน
ข้อมูลพื้นฐานบริษัท (Factsheet) ข้อมูลตลาด ณ ปิดตลาด 14 ต.ค. 2026 และข้อมูลงบการเงิน ณ งวด 2Q26 สิ้นสุด 4 ก.ค. 2026
รายการ
ข้อมูล
แหล่งอ้างอิง
ชื่อเต็ม
Nucor Corporation
SEC EDGAR
ตลาดหลักทรัพย์ / ชื่อย่อ
NYSE / NUE
8-K Ex.99.1
อุตสาหกรรม
Steel (เหล็กกล้า)
StockAnalysis
เทคโนโลยีการผลิตหลัก
เตาไฟฟ้าอาร์ก (EAF) 100% ของเหล็กที่ผลิต
Form 10-K FY2025
รอบบัญชี
ปีปฏิทิน งวดรายไตรมาสไม่สิ้นสุดปลายเดือน (งวด 2Q26 สิ้นสุด 4 ก.ค. 2026)
Form 10-Q 2Q26
จำนวนพนักงาน
ประมาณ 33,000 คน ส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ในสหภาพแรงงาน
Form 10-K FY2025
หุ้นออกจำหน่าย
226,875,676 หุ้น (ณ 4 ก.ค. 2026)
Form 10-Q 2Q26
ปันผลครั้งล่าสุด
$0.56 ต่อหุ้น จ่าย 11 ส.ค. 2026 (ผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิ ณ 30 มิ.ย. 2026) — ครั้งที่ 213 ติดต่อกัน
8-K Ex.99.1
หมายเหตุ: จำนวนหนี้สินรวม เงินสด และ Shares Outstanding ใน StockAnalysis ต่างจากงบ 10-Q เล็กน้อยเพราะผู้ให้บริการรวมรายการเทียบเท่าเงินสดและนิยามต่างกัน ตัวเลขในรายงานนี้อ้างอิงงบ 10-Q เป็นหลัก
ลักษณะการประกอบธุรกิจ (Business Overview) Nucor แบ่งการดำเนินงานเป็น 3 ส่วนงานหลัก ได้แก่ Steel Mills (โรงงานเหล็ก), Steel Products (ผลิตภัณฑ์เหล็กต่อเนื่อง) และ Raw Materials (วัตถุดิบ) ในปี 2025 บริษัทส่งมอบเหล็กประมาณ 19.8 ล้านตันให้ลูกค้าภายนอก ตลาดหลักคือโครงการก่อสร้างที่ไม่ใช่ที่อยู่อาศัย (nonresidential construction) ลูกค้ารายใหญ่ที่สุดคิดเป็นประมาณ 5% ของยอดขายปี 2025 (Form 10-K FY2025)
1. Steel Mills — โรงงานเหล็กขั้นต้น (61.6% ของยอดขายภายนอกปี 2025)
โรงงานเหล็กแท่ง (Bar mills): 15 แห่งในสหรัฐฯ กำลังการผลิตราว 9.8 ล้านตันต่อปี
โรงงานเหล็กแผ่นรีด (Sheet mills): 6 แห่ง กำลังการผลิตราว 14.5 ล้านตันต่อปี รวมถึงสัดส่วน 51% ใน California Steel Industries (CSI)
โรงงานเหล็กโครงสร้าง (Structural mills): 2 แห่ง กำลังการผลิตราว 3.3 ล้านตันต่อปี รวมถึงสัดส่วน 51% ใน Nucor-Yamato ที่ Blytheville รัฐอาร์คันซอ
โรงงานเหล็กแผ่นหนา (Plate mills): 3 แห่ง กำลังการผลิตราว 3.6 ล้านตันต่อปี
ร่วมทุน: NuMit (50%) ถือ Steel Technologies ซึ่งมีโรงงานแปรรูปแผ่นเหล็ก 30 แห่งในสหรัฐฯ แคนาดา และเม็กซิโก และ Nucor-JFE Steel Mexico (51%) ผลิตเหล็กชุบสังกะสีกำลังการผลิตราว 0.4 ล้านตันต่อปี
2. Steel Products — ผลิตภัณฑ์เหล็กต่อเนื่อง (31.8% ของยอดขายภายนอกปี 2025)
Vulcraft / Verco: โรงงานผลิตโครงหล่อ (joist) 7 แห่ง โรงงานผลิตแผ่นพื้น (deck) 9 แห่งในสหรัฐฯ และ 2 แห่งในแคนาดา กำลังการผลิตโครงและแผ่นพื้นรวมราว 1.3 ล้านตัน
Nucor Tubular Products: โรงงาน 7 แห่ง กำลังการผลิตราว 1.6 ล้านตัน
เหล็กเส้นตัดแปรรูป (Rebar fabrication): เกือบ 70 แห่งในสหรัฐฯ และแคนาดา กำลังการผลิตราว 1.7 ล้านตัน
เหล็กลากเย็น (Cold finish): กำลังการผลิตราว 1.0 ล้านตัน
ระบบประตูและชั้นวาง: CHI และ Rytec (ระบบประตู) และ Racking (ชั้นวางสินค้า รวม 6 โรงงานผลิตหลัก)
3. Raw Materials — วัตถุดิบ (6.7% ของยอดขายภายนอกปี 2025)
เศษเหล็ก (DJJ): บริษัทรับซื้อและแปรรูปเศษเหล็กระดับภูมิภาค 6 แห่ง พร้อมเครื่องบดที่รองรับได้ราว 6.8 ล้านตันต่อปี
Direct Reduced Iron (DRI): 2 โรงงาน ได้แก่ Trinidad (Nu-Iron Unlimited) และ Louisiana ผลผลิตปี 2025 ราว 3.3–3.4 ล้านตัน (ตัวเลขในรายงานมีสองค่า)
ก๊าซธรรมชาติ: แหล่ง South Piceance Basin รัฐโคโลราโด
ก๊าซอุตสาหกรรม: Universal Industrial Gases มี 10 โรงงาน และอยู่ระหว่างก่อสร้างหรือวางแผนเพิ่มอีก 6 แห่ง
ตลาดและแบรนด์สินค้า
ตลาดลูกค้า: Steel Mills ขายหลักให้ศูนย์บริการเหล็ก (service centers) ผู้ผลิตชิ้นส่วนโครงสร้าง และผู้ผลิตอุตสาหกรรม ทั้งในสหรัฐฯ แคนาดา และเม็กซิโก
แบรนด์ที่ระบุในรายงาน: AEOS, ECONIQ และ ELCYON
การเชื่อมโยงภายในกลุ่ม: Steel Products ใช้เหล็กจาก Steel Mills ประมาณ 21% ของผลผลิตทั้งหมด
กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างมากในงวด 1H26 โดยบริษัทระบุว่ามาจากราคาขายเฉลี่ยของ Steel Mills ที่สูงขึ้นและปริมาณที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ปี 2025 รายได้เพิ่มขึ้นแต่กำไรลดลง โดยเฉพาะในส่วนงาน Steel Products
สรุปผลประกอบการย้อนหลัง 3 ปี และ 12 เดือนล่าสุด (FY2023 – TTM 2Q26) หน่วย: ล้านดอลลาร์สหรัฐ ยกเว้นตัวเลขต่อหุ้นและอัตรากำไร
รายการทางการเงิน
FY2023
FY2024
FY2025
TTM 2Q26
แหล่งอ้างอิงปฐมภูมิ
รายได้รวม (Net Sales)
34,714
30,734
32,494
36,101
10-K FY2025 / 10-Q 2Q26
— อัตราเติบโต YoY
—
-11.5%
+5.7%
—
คำนวณจากงบการเงิน
EBITDA (คำนวณ)
7,174
3,966
3,853
5,423
คำนวณ: กำไรก่อนภาษี + ค่าเสื่อมราคา + ดอกเบี้ยสุทธิ
กำไรสุทธิส่วนของ Nucor
4,525
2,027
1,744
2,884
10-K FY2025
กำไรต่อหุ้นเจือจาง ($)
18.00
8.46
7.52
12.53
10-K / 10-Q
EBITDA Margin
20.67%
12.90%
11.86%
15.02%
คำนวณเทียบรายได้รวม
Net Profit Margin
13.04%
6.60%
5.37%
7.99%
คำนวณเทียบรายได้รวม
แนวโน้มรายได้ EBITDA (คำนวณ) และกำไรสุทธิ (ล้านดอลลาร์) — FY2023 → TTM 2Q26
อัตรา EBITDA Margin และ Net Margin (%) — FY2023 → TTM 2Q26
แหล่งข้อมูล: คำนวณจากงบกำไรขาดทุนตาม 10-K FY2025 และ 10-Q 2Q26
หมายเหตุนิยาม EBITDA
บริษัทรายงาน EBITDA ตามนิยามของตนเอง (รวมค่าตัดจำหน่ายและการด้อยค่าของสินทรัพย์) ซึ่งสูงกว่า EBITDA ที่คำนวณในรายงานนี้ ตัวอย่างเช่น 1H26 บริษัทรายงาน $3,534 ล้าน ขณะที่ค่าคำนวณอยู่ที่ $3,393 ล้าน ส่วนต่าง $141 ล้านมาจากค่าตัดจำหน่ายและการด้อยค่า เนื่องจากปี 2023–2024 ไม่ได้ดึงรายการค่าตัดจำหน่ายแยกจากงบ จึงใช้นิยามคำนวณเดียวกันทุกช่วงเวลาเพื่อการเปรียบเทียบ ค่า EBITDA ของ TTM ตาม StockAnalysis คือ $5.68B ซึ่งใช้นิยามอื่น
การเปรียบเทียบไตรมาสและครึ่งปี (2Q25 / 1Q26 / 2Q26 และ 1H25 / 1H26) หน่วย: ล้านดอลลาร์สหรัฐ ยกเว้นตัวเลขต่อหุ้น
รายการ
2Q25
1Q26
2Q26
1H25
1H26
รายได้รวม
8,456
9,496
10,397
16,286
19,893
EBITDA (ตามบริษัทรายงาน)
1,295
1,514
2,020
1,991
3,534
กำไรสุทธิส่วนของ Nucor
603
743
1,156
759
1,899
กำไรต่อหุ้นเจือจาง ($)
2.60
3.23
5.04
3.26
8.27
เปรียบเทียบ 1H2025 และ 1H2026 (ล้านดอลลาร์)
ปัจจัยหนุนกำไรใน 2Q26
ราคาขายเฉลี่ยภายนอกของ Steel Mills อยู่ที่ $1,145 ต่อตัน และปริมาณจัดส่ง 7.1 ล้านตัน เพิ่มจาก 7.046 ล้านตันใน 1Q26 บริษัทเรียกว่าเป็นสถิติไตรมาสที่สองติดต่อกัน (8-K Ex.99.1)
งบแสดงสถานะการเงินและกระแสเงินสด (Balance Sheet & Cash Flows) สินทรัพย์รวมและส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2025 ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มจาก $20,936 ล้าน เป็น $22,109 ล้าน ขณะที่หนี้สินรวมเพิ่มจาก $12,980 ล้าน เป็น $13,688 ล้าน
โครงสร้างงบแสดงสถานะการเงิน (Balance Sheet Composition) หน่วย: ล้านดอลลาร์สหรัฐ
รายการ
สิ้น FY2023
สิ้น FY2024
สิ้น FY2025
4 ก.ค. 2026
สินทรัพย์รวม (Total Assets)
35,340
33,940
35,104
36,954
หนี้สินรวม (Total Liabilities)
13,217
12,523
12,980
13,688
ส่วนของผู้ถือหุ้น Nucor (Stockholders’ Equity)
20,940
20,294
20,936
22,109
เงินสดและรายการเทียบเท่า
6,383
3,558
2,260
2,478
โครงสร้างงบดุล: ส่วนของผู้ถือหุ้น หนี้สินรวม และสินทรัพย์รวม (ล้านดอลลาร์)
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานและการลงทุน (Cash Flow Dynamics)
รายการ (ล้านดอลลาร์)
FY2023
FY2024
FY2025
1H25
1H26
เงินสดจากการดำเนินงาน (CFO)
7,112
3,979
3,234
1,096
2,286
รายจ่ายลงทุน (Capex)
—
—
—
1,813
1,232
จ่ายเงินปันผลเงินสด
—
—
—
258
258
ซื้อหุ้นคืน (Treasury stock)
—
—
—
500
475
แหล่งข้อมูล: CFO FY2023–FY2025 ดึงจาก
SEC XBRL NetCashProvidedByUsedInOperatingActivities และงวด 1H จาก Form 10-Q 2Q26 ช่องที่เป็น “—” คือ ข้อมูลที่ยังไม่ได้ดึงจากแหล่งปฐมภูมิในรอบนี้ ไม่ได้ประมาณขึ้นเอง รายจ่ายลงทุน 3 ปีที่สิ้นสุด 2025 รวมราว $8.90 พันล้าน ตาม Form 10-K FY2025
คุณภาพกระแสเงินสด
CFO ใน 1H26 สูงกว่า 1H25 ราว 2 เท่า ($2,286 ล้าน เทียบ $1,096 ล้าน) ขณะที่ Capex ลดลงจาก $1,813 ล้าน เป็น $1,232 ล้าน ในช่วงที่โครงการ WV Sheet Mill ยังอยู่ระหว่างก่อสร้าง จึงควรติดตามว่า CFO จะรองรับ Capex ของโครงการได้หรือไม่ โดยไม่กระทบการจ่ายคืนทุน
หนี้สินและเลเวอเรจ (Debt & Leverage Profile) หนี้สินรวมของ Nucor (รวมหนี้ระยะสั้น หนี้ระยะยาวที่ถึงกำหนดภายในปี และภาระผูกพันสัญญาเช่าการเงิน) อยู่ที่ราว $6.8–7.1 พันล้านตลอดช่วงที่ผ่านมา ขณะที่เงินสดลดลงจาก $6,383 ล้าน (สิ้นปี 2023) เหลือ $2,260 ล้าน (สิ้นปี 2025)
รายการ (ล้านดอลลาร์)
สิ้น FY2023
สิ้น FY2024
สิ้น FY2025
4 ก.ค. 2026
หนี้ระยะสั้น (Short-term debt)
119
225
122
129
หนี้ระยะยาวที่ถึงกำหนดภายในปี + สัญญาเช่าการเงิน
74
1,042
90
581
หนี้ระยะยาวหลังหนึ่งปี + สัญญาเช่าการเงิน
6,649
5,683
6,909
6,389
หนี้สินรวม
6,842
6,950
7,121
7,099
หนี้สุทธิ (หนี้รวม − เงินสด)
459
3,392
4,861
4,621
Debt / Equity (เท่า)
0.33
0.34
0.34
0.32
Net Debt / Equity (เท่า)
0.02
0.17
0.23
0.21
Net Debt / EBITDA (เท่า)
0.06
0.86
1.26
0.85 (TTM)
อัตราส่วนหนี้ต่อทุนและหนี้สุทธิต่อทุน (เท่า) — FY2023 → 4 ก.ค. 2026
ระดับหนี้อยู่ในเกณฑ์ที่บริหารได้
หนี้สุทธิ / EBITDA ลดลงจาก 1.26 เท่า (สิ้น FY2025) เป็น 0.85 เท่า (TTM 2Q26) จากกำไรที่เพิ่มขึ้น ส่วนที่ต้องจับตาคือหนี้ระยะยาวที่ถึงกำหนดภายในปี 2026 เพิ่มเป็น $581 ล้าน จาก $90 ล้านในสิ้นปี 2025 และแผนลงทุนโครงการใหญ่ที่ยังต้องใช้เงิน
สัดส่วนรายได้และผลกำไรตามส่วนงาน (Segment Breakdown) สัดส่วนยอดขายและกำไรก่อนภาษีปี 2025 (FY2025) ข้อมูลยอดขายภายนอกตามส่วนงานดึงจากรายงาน MD&A ของ Form 10-K FY2025 ตัวเลขรวมตรงกับรายได้ทั้งปี $32,494 ล้าน กำไรตามส่วนงานเป็นกำไรก่อนภาษีและก่อนส่วนไม่มีอำนาจควบคุม (earnings before income taxes and noncontrolling interests) ไม่ใช่ earnings from operations
ส่วนงาน (ล้านดอลลาร์)
ยอดขายภายนอก FY2024
ยอดขายภายนอก FY2025
สัดส่วนยอดขาย FY2025
กำไรก่อนภาษี FY2024
กำไรก่อนภาษี FY2025
Steel Mills
18,734
20,003
61.6%
2,226
2,383
Steel Products
10,085
10,327
31.8%
1,596
1,229
Raw Materials
1,915
2,164
6.7%
40
153
Corporate / Eliminations
—
—
—
(960)
(1,197)
รวม
30,734
32,494
100.0%
2,902
2,568
สัดส่วนยอดขายภายนอกตามส่วนงาน (FY2025)
กำไรก่อนภาษีตามส่วนงานรายไตรมาส (2Q25 – 2Q26)
ส่วนงาน (ล้านดอลลาร์)
2Q25
1Q26
2Q26
1H25
1H26
Steel Mills
843
1,128
1,556
1,074
2,684
Steel Products
392
276
353
680
629
Raw Materials
57
45
146
86
191
Corporate / Eliminations
(393)
(353)
(430)
(656)
(783)
รวมก่อนภาษี
899
1,096
1,625
1,184
2,721
ข้อสังเกตจากส่วนงาน
Steel Products กำไรก่อนภาษีลดลงจาก $1,596 ล้าน (ปี 2024) เป็น $1,229 ล้าน (ปี 2025) แม้ยอดขายเพิ่มขึ้น ขณะที่ Raw Materials กำไรในปี 2025 เพิ่มเป็น $153 ล้าน จาก $40 ล้าน ทั้งนี้ Q3 2026 บริษัทคาดว่า Raw Materials จะลดลงอีกจากราคาขายและปริมาณจัดส่งที่ลดลง
ประวัติเงินปันผลและผลตอบแทนผู้ถือหุ้น (Dividend History) Nucor จ่ายปันผลเป็นรายไตรมาส และเป็นหนึ่งในบริษัทในดัชนี S&P 500 ที่มีประวัติการจ่ายปันผลยาวนาน ปันผลครั้งล่าสุดที่ $0.56 ต่อหุ้นเป็นครั้งที่ 213 ติดต่อกัน (8-K Ex.99.1)
สรุปประวัติการจ่ายเงินปันผลรายปี (FY2023 – 2026E)
ปี
DPS ($)
EPS เจือจาง ($)
Payout Ratio (DPS ÷ EPS)
FY2023
2.07
18.00
11.5%
FY2024
2.17
8.46
25.7%
FY2025
2.21
7.52
29.4%
2026E (อัตรารายไตรมาส $0.56 × 4)
2.24
12.53 (TTM)
17.9%
เงินปันผลต่อหุ้น (DPS, $) — FY2023 → 2026E
นโยบายการคืนทุนให้ผู้ถือหุ้น
เป้าหมายระยะยาว: คืนกำไรสุทธิให้ผู้ถือหุ้นอย่างน้อย 40% ผ่านปันผลและซื้อหุ้นคืน (Form 10-K FY2025)
ครึ่งปีแรก 2026: จ่ายปันผลเงินสด $258 ล้าน และซื้อหุ้นคืน $475 ล้าน (Form 10-Q 2Q26)
ความยั่งยืนของปันผล: Payout ratio ตาม EPS อยู่ที่ 17.9% ของ EPS 12 เดือนล่าสุด ระดับนี้ต่ำ แต่กำไรที่ผันผวนตามวงจรเหล็กยังเป็นปัจจัยหลักที่ควรติดตามต่อการจ่ายปันผลในระยะยาว
การเปรียบเทียบในอุตสาหกรรม (Peer Comparison) เปรียบเทียบกับผู้ผลิตเหล็กในสหรัฐฯ ที่มีขนาดใกล้เคียงกัน ได้แก่ Steel Dynamics (STLD), Reliance (RS) และ Cleveland-Cliffs (CLF) ข้อมูลทั้งหมดเป็นราคาปิด 14 ต.ค. 2026 จากผู้ให้บริการ StockAnalysis และรายงานนิยามของแต่ละบริษัทอาจต่างกัน
บริษัท
Market Cap ($B)
P/E (Trailing)
P/E (Forward)
P/BV
ปันผลต่อปี
Revenue TTM ($B)
EBITDA TTM ($B)
Nucor (NUE)
58.33
20.53
11.06
2.64
0.87%
36.10
5.68
Steel Dynamics (STLD)
34.82
22.05
10.84
3.70
0.87%
20.54
2.67
Reliance (RS)
20.78
23.74
15.88
2.81
1.23%
15.81
1.55
Cleveland-Cliffs (CLF)
7.18
n/a (ขาดทุน)
9.93
1.28
n/a
19.20
0.52
มูลค่าตลาด (พันล้านดอลลาร์) และ P/E เทรลลิ่ง เทียบกลุ่ม
แหล่งข้อมูล:
StockAnalysis — NUE ,
STLD ,
RS ,
CLF — ราคาปิด 14 ต.ค. 2026 ตัวเลข EBITDA ของ NUE ตามนิยามผู้ให้บริการ ต่างจาก EBITDA ที่บริษัทรายงาน
การวิเคราะห์เปรียบเทียบเชิงลึก (Peer Analysis Insights)
P/E เทรลลิ่งของ NUE (20.5x) ต่ำกว่า STLD (22.1x) และ RS (23.7x) แต่ค่านี้ได้รับผลจากกำไรที่ยังไม่คงที่ จึงควรใช้ร่วมกับ P/E ล่วงหน้า
P/BV ของ NUE (2.64x) ต่ำกว่า STLD (3.70x) ราว 29% และต่ำกว่า RS (2.81x) ราว 6% ทั้งที่ NUE มี Revenue TTM ใหญ่กว่าทั้งสองราย
CLF ขาดทุนในช่วงเทรลลิ่ง ทำให้ P/E เทรลลิ่งไม่มีความหมายเชิงเปรียบเทียบ จึงควรใช้ P/BV และ EV/EBITDA เป็นตัวช่วย
ผลตอบแทนปันผลของ NUE (0.87%) ต่ำกว่า RS (1.23%) NUE ใช้เงินกับ Capex และซื้อหุ้นคืนมากกว่า (1H26 ซื้อหุ้นคืน $475 ล้าน เทียบปันผลจ่ายจริง $258 ล้าน)
หมายเหตุ: P/E ล่วงหน้า 11.06x จาก StockAnalysis ให้กำไรต่อหุ้นนัยราว $23 ซึ่งสูงกว่า consensus EPS ปี 2027 ($20.79) ที่ผู้ให้บริการรายเดียวกันแสดงไว้ จึงใช้ตัวเลข consensus รายปีในหัวข้อมุมมองนักลงทุนแทน
มุมมองอนาคตธุรกิจ (Outlook & Catalysts) แนวโน้มระยะสั้น: Q3 2026 บริษัทคาดว่ากำไรที่รายงานรวม (consolidated reported earnings) ของ Q3 2026 (งวดสิ้นสุด 3 ต.ค. 2026) จะสูงกว่า Q2 แม้ไม่มีรายการพิเศษเหมือนไตรมาสก่อน โดยมีรายละเอียดดังนี้ (8-K Ex.99.1)
Steel Mills: กำไรเพิ่มขึ้นจากราคาขายที่สูงขึ้นทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์หลักและปริมาณคงที่ รายงานไม่ได้ระบุว่าจะมีรายการเงินคืนค่าวัตถุดิบ $130 ล้านเหมือนใน Q2
Steel Products: กำไรเพิ่มขึ้นจากปริมาณและราคาขายที่ดีขึ้น
Raw Materials: กำไรลดลงจากราคาขายและปริมาณจัดส่งที่อ่อนลง
Corporate: รายงานไม่ได้ให้แนวทางของรายการ Corporate/Eliminations กำไร $61 ล้านจาก Helion ใน Q2 เป็นรายการไม่ปกติ
วันประกาศผล: 26 ต.ค. 2026 หลังปิดตลาด
ภาพรวมอุปสงค์และการนำเข้า
อุปสงค์ทั้งปี 2026: ข้อมูลทุติยภูมิรายงานว่าฝ่ายบริหารประเมินความต้องการเหล็กโดยรวมของสหรัฐฯ อาจเพิ่มขึ้นราว 2% ในปี 2026 (SteelOrbis)
สต็อกศูนย์บริการเหล็กต่ำ: ยอดจัดส่งของศูนย์บริการเพิ่มขึ้น 10% YoY ในเดือนมิถุนายน 2026 (ข้อมูลทุติยภูมิ)
การนำเข้า: การนำเข้าเหล็กสำเร็จรูปคิดเป็นราว 18% ของความต้องการในสหรัฐฯ ปี 2025 ลดลง 17.4% จากปี 2024 (Form 10-K FY2025) สื่อทุติยภูมิที่อ้างข้อมูลการค้าของ Nucor ระบุว่าสัดส่วนนำเข้าเหล็กสำเร็จรูปคาร์บอนและอัลลอยในครึ่งแรกปี 2026 อยู่ที่ราว 16% (ข้อมูลทุติยภูมิ ยังไม่ได้ตรวจกับต้นทาง)
ไทม์ไลน์โครงการและเหตุการณ์สำคัญ
กำหนดการ
เหตุการณ์
ความสำคัญต่อนักลงทุน
แหล่ง
26 ต.ค. 2026
ประกาศผล Q3 2026
ตรวจสอบว่า Steel Mills และ Steel Products ดีขึ้นตามแนวทางหรือไม่
8-K
ปลาย 2026
Mason County, WV โรงงานเหล็กแผ่นรีดใหม่ คาดแล้วเสร็จ
ลงทุนประมาณ $4 พันล้าน (สุทธิประมาณ $3.65 พันล้านหลังรับเงินสนับสนุนรัฐ $350 ล้าน)
10-K FY2025
ปลาย 2026
Convent, LA โครงการดักจับคาร์บอนร่วมกับ ExxonMobil เป้าหมายเริ่มดำเนินงาน
จับ CO2 ราว 600,000–800,000 ตันต่อปี
10-K FY2025
2026
Crawfordsville, IN โรงงานโครงเหล็กสูง (Towers & Structures)
ขยายการผลิตโครงสร้างเหล็ก
10-K FY2025
2027
Brigham City, UT โรงงานโครงเหล็กสูง
ขยายการผลิตโครงสร้างเหล็ก
10-K FY2025
ปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตสำคัญ (Key Value Drivers)
โรงงานแผ่นรีด WV: เพิ่มกำลังผลิตเหล็กแผ่นรีดในประเทศ โดยมีความเสี่ยงเรื่องการเริ่มผลิตตามกำหนด
มาตรการ Section 232: ภาษีเหล็กที่กลับมาบังคับใช้เต็มรูปแบบในปี 2025 ขยายไปถึงผลิตภัณฑ์เหล็กแปรรูปราว 600 รายการ หากคงอยู่จะหนุนราคาในประเทศ
แบรนด์ผลิตภัณฑ์: ELCYON เป็นแผ่นเหล็กสำหรับพลังงานลมตามที่รายงานระบุ ส่วน AEOS และ ECONIQ เป็นแบรนด์อีกสองรายการที่ระบุในรายงาน
การคืนทุน: เป้าหมายคืนกำไรอย่างน้อย 40% ให้ผู้ถือหุ้นเป็นระยะยาว
ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตาม (Risk Factors) ปัจจัยเสี่ยงแต่ละหมวดมีตัวชี้วัดที่สังเกตได้จากงบหรือข่าวประจำไตรมาส เพื่อให้ผู้อ่านติดตามได้จริง
หมวดความเสี่ยง
สาระสำคัญ
ตัวชี้วัดที่ควรติดตาม
แหล่ง
1. การนำเข้าและกำลังการผลิตส่วนเกินทั่วโลก
OECD ประเมินว่ากำลังการผลิตส่วนเกินทั่วโลกในปี 2025 ราว 704 ล้านตัน (มากกว่าการผลิตเหล็กของสหรัฐฯ ประมาณ 8 เท่า) จีนส่งออกเหล็กสถิติ 131 ล้านตันสุทธิในปี 2025
สัดส่วนการนำเข้าเหล็กสำเร็จรูปต่ออุปสงค์ในสหรัฐฯ และราคาเหล็กม้วนร้อน
10-K FY2025
2. นโยบายภาษีนำเข้า (Section 232)
บริษัทระบุว่าไม่มีความแน่นอนเรื่องระยะเวลาและขอบเขตการเปลี่ยนแปลงของมาตรการ (No assurance on timing or extent)
การประกาศเปลี่ยนแปลงภาษี และการตอบโต้ทางการค้า
10-K FY2025
3. วัฏจักรอุปสงค์
อุตสาหกรรมก่อสร้าง พลังงาน ศูนย์บริการ เครื่องใช้ไฟฟ้า และยานยนต์ที่ชะลอตัวจะกระทบยอดขาย
ยอดจัดส่ง Steel Mills และ Steel Products รายไตรมาส
10-K FY2025
4. เศษเหล็กและวัตถุดิบ
เศษเหล็กเป็นต้นทุนหลัก ปี 2025 อยู่ที่ $392 ต่อตันขนาดยาว (gross ton) เทียบ $394 ในปี 2024 การผันผวนของราคาอาจไม่สามารถส่งผ่านไปยังลูกค้าได้ทันที
ราคาเศษเหล็กและกำไร Raw Materials
10-K FY2025
5. พลังงาน
เหล็ก 100% ผลิตด้วย EAF ทำให้ไฟฟ้าเป็นต้นทุนหลัก และราคาก๊าซธรรมชาติก็ผันผวน
ต้นทุนไฟฟ้าและก๊าซรายไตรมาสใน Cost of products sold
10-K FY2025
6. การดำเนินโครงการลงทุน
ค่าใช้จ่ายโครงการอาจเกินงบ และการเริ่มผลิตอาจล่าช้า โดยเฉพาะโรงงาน WV ที่ใช้เงินสุทธิราว $3.65 พันล้าน
ความคืบหน้าการก่อสร้างและแถลงการณ์ของบริษัทในทุกไตรมาส
10-K FY2025
7. ความเข้มข้นของลูกค้า
ลูกค้ารายใหญ่ที่สุดคิดเป็นราว 5% ของยอดขาย ปี 2025
สัดส่วนรายได้ของลูกค้ารายใหญ่ (บริษัทไม่เปิดเผยรายชื่อ)
10-K FY2025
8. รายการที่ไม่คาดว่าจะเกิดซ้ำ
Q2 2026 มีเงินคืนค่าวัตถุดิบ $130 ล้าน และกำไร Helion $61 ล้าน หากตลาดประเมินกำไรจากฐานนี้จะคาดเกินจริง
กำไรก่อนรายการพิเศษรายไตรมาส
8-K Ex.99.1
9. กฎหมายสิ่งแวดล้อมและคาร์บอน
กฎ NAAQS และนโยบายคาร์บอนอาจเพิ่มต้นทุนการผลิต DRI และการขอใบอนุญาต รวมถึงลูกค้าที่ต้องการวัสดุคาร์บอนต่ำ
ประกาศกฎของ EPA และต้นทุนการปฏิบัติตาม
10-K FY2025
10. ความเสี่ยงทั่วไป
ไซเบอร์ อุบัติเหตุในโรงงาน ภาษี การดำเนินงานในแคนาดาและเม็กซิโก และการด้อยค่าของเงินลงทุนร่วม
รายการด้อยค่าและค่าใช้จ่ายภาษี
10-K FY2025
หมายเหตุ: ความเสี่ยงข้อ 1–10 ตามการจัดกลุ่มของผู้จัดทำจาก Item 1A Risk Factors ของ Form 10-K FY2025 ตัวเลขเชิงปริมาณทั้งหมดอ้างอิงจากเอกสารต้นทาง
การวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรค (SWOT Analysis) จุดแข็ง (Strengths) เทคโนโลยี EAF 100% ทำให้ต้นทุนผันแปรและปล่อยคาร์บอนต่อตันต่ำกว่าผู้ผลิตแบบเตาถลุง ฐานการผลิตเหล็กแท่ง แผ่นรีด โครงสร้าง และแผ่นหนาที่ครอบคลุม กำลังผลิตรวมราว 31 ล้านตันต่อปี ธุรกิจวัตถุดิบ (เศษเหล็ก DRI และก๊าซอุตสาหกรรม) ช่วยควบคุมต้นทุนบางส่วนได้เอง งบดุลแข็งแรง หนี้สุทธิ / EBITDA ของ TTM อยู่ที่ 0.85 เท่า และ CFO 1H26 เพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่า จุดอ่อน (Weaknesses) กำไรผันผวนตามวงจรราคาเหล็กอย่างมาก ปี 2025 EPS ลดลงจาก $8.46 เป็น $7.52 ทั้งที่รายได้เพิ่ม กำไรไตรมาส 2026 บางส่วนมาจากรายการพิเศษ ($130M และ $61M) ที่ไม่คาดว่าจะเกิดซ้ำ กำไรก่อนภาษีของ Steel Products ลดลงจาก $1,596 ล้าน เป็น $1,229 ล้านในปี 2025 ทั้งที่ยอดขายเพิ่มขึ้น รายการ Corporate/Eliminations อยู่ที่ราว ($1,197) ล้านในปี 2025 โอกาส (Opportunities) โรงงานแผ่นรีด WV คาดเสร็จปลายปี 2026 จะเพิ่มกำลังผลิตเหล็กแผ่นรีดในประเทศอย่างมีนัยสำคัญ อุปสงค์เหล็กในสหรัฐฯ ที่ฟื้นตัวและสต็อกศูนย์บริการต่ำ เปิดทางให้ปริมาณขายเพิ่ม โครงการ CO2 กับ ExxonMobil และพลังงานหมุนเวียนที่ Kingman รัฐแอริโซนา สร้างช่องทางใหม่ ปันผลและซื้อหุ้นคืนมีพื้นที่ขยายได้มากเพราะ Payout ratio ยังต่ำ อุปสรรค (Threats) ภาษี Section 232 อาจถูกผ่อนปรนหรือยกเลิก ซึ่งจะเปิดทางให้การนำเข้าเพิ่มขึ้นอีกครั้ง กำลังการผลิตส่วนเกินทั่วโลก 704 ล้านตัน ที่จีนเป็นผู้นำ อาจกดดันราคาเหล็กทั่วโลก ต้นทุนไฟฟ้า ก๊าซ และเศษเหล็กที่ผันผวนพร้อมกันลดมาร์จิ้นได้เร็ว ความเสี่ยงด้านนโยบาย คาร์บอน และสิ่งแวดล้อม ที่อาจเพิ่มต้นทุนการลงทุนใหม่
มุมมองนักลงทุนและการประเมินมูลค่า (Investor View & Valuation) มุมมองนี้เป็นการประเมินจากข้อมูลที่ยืนยันแล้วเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำซื้อหรือขาย ผู้อ่านควรเปรียบเทียบกับสมมติฐานของตนเอง
แบบจำลองสถานการณ์มูลค่าหุ้น (Bull / Base / Bear Valuation Scenarios) ใช้กำไรต่อหุ้นเป็นฐานประเมิน กรณีฐานอิง consensus EPS ปี 2027 ของ StockAnalysis (ข้อมูล 9 ต.ค. 2026) ส่วน EPS 12 เดือนล่าสุด $12.53 (คำนวณจาก FY2025 $7.52 + 1H26 $8.27 − 1H25 $3.26) ใช้เป็นกรณีเลวร้าย
ตัวแปร
กรณีเลวร้าย (Bear)
กรณีฐาน (Base)
กรณีดีเลิศ (Bull)
กำไรต่อหุ้นที่ใช้ประเมิน
$12.53
$20.79
$22.50
อ้างอิง
EPS 12 เดือนล่าสุด (ไม่ฟื้นจากระดับปัจจุบัน)
consensus EPS ปี 2027 (StockAnalysis, 9 ต.ค. 2026)
สูงกว่า consensus ราว 8% (สมมติฐานผู้จัดทำ)
ตัวคูณ P/E
13.0x
13.5x
15.0x
ราคาเป้าหมายประเมิน
$163
$281
$338
ผลตอบแทนเทียบราคาปิด $257.11
-36.6%
+9.3%
+31.5%
สมมติฐานสำคัญ
ราคาเหล็กลด การนำเข้ากลับมา ต้นทุนพลังงานพุ่ง
Q3 guidance เป็นจริง และกำไรปี 2027 ตาม consensus
Section 232 คงอยู่ ปริมาณเพิ่ม WV เดินเครื่องตามแผน
หมายเหตุ: ราคาเป้าหมายประเมินเป็นสมมติฐานของผู้จัดทำ ไม่ใช่ราคาเป้าหมายของบริษัทหรือนักวิเคราะห์ เทียบกับราคาเป้าหมายเฉลี่ย consensus 12 เดือนที่ $284.31 (17 นักวิเคราะห์ สูงสุด $310 ต่ำสุด $226 ข้อมูล 9 ต.ค. 2026)
(StockAnalysis) ตามที่หน้าเดียวกันแสดง คำแนะนำ consensus คือ Buy โดยมี Strong Buy 10, Buy 3, Hold 3, Sell 0, Strong Sell 1
Bull — $338 (+31.5%) กำไรต่อหุ้นราว $22.50 หากราคาขายสูงและปริมาณคงที่ในปี 2027 Section 232 ยังคงอยู่และการนำเข้าอยู่ในระดับต่ำ โรงงาน WV เริ่มผลิตตามแผนโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเกินงบ Base — $281 (+9.3%) กำไรต่อหุ้นปี 2027 ตาม consensus ราว $20.79 Steel Mills และ Products ดีขึ้น Raw Materials อ่อนลงตาม Q3 guidance ตลาดให้ P/E ปี 2026 consensus ราว 13.2x อยู่แล้ว Bear — $163 (-36.6%) กำไรต่อหุ้นไม่ฟื้นกว่าระดับ 12 เดือนล่าสุด ($12.53) หากราคาเหล็กและปริมาณลดลง ภาษีนำเข้าถูกผ่อนปรนและการนำเข้ากลับมาเพิ่มต่อเนื่อง P/E ลดลงเหลือ 13x ตามกลุ่มผู้ผลิตวัฏจักร รายการตรวจสอบการติดตามการลงทุน (Monitoring Checklist) ข้อควรพิจารณาเชิงประเมิน
เทียบแบบปีต่อปี: ราคาปิด $257.11 หาร EPS consensus ปี 2026 ($19.53) ได้ราว 13.2x และหารด้วย EPS ปี 2027 ($20.79) ได้ราว 12.4x ส่วน P/E เทรลลิ่ง 20.5x สะท้อนกำไรช่วงก่อนหน้า ตัวคูณ 13.5x ในกรณีฐานจึงใกล้ P/E ปี 2026 consensus ผลตอบแทนขึ้นอยู่กับว่ากำไรปี 2027 จะเป็นไปตาม consensus หรือไม่ และภาษี Section 232 จะคงอยู่หรือไม่ ซึ่งยังไม่มีความแน่นอน
แหล่งข้อมูลหลัก:
หมายเหตุ: รายงานฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาและการตัดสินใจเชิงข้อมูลเท่านั้น มิใช่คำแนะนำในการลงทุน ข้อมูลทางการเงินอิงจาก MD&A/SEC (reported basis) และข้อมูลตลาดอิงจาก SET Factsheet ณ 14 ตุลาคม 2026 ผู้ลงทุนควรพิจารณาปัจจัยและความเสี่ยงทั้งหมดก่อนตัดสินใจลงทุน