เขียนโดย HypeTimes Staff · ข้อมูล ณ
1. สรุปผู้บริหาร (Executive Summary)
ข้อมูลตลาด ณ 14 ต.ค. 2026 · ผลการดำเนินงาน 1H 2026 สิ้นสุด 30 มิ.ย. 2026
Market Capitalization
$368.84B
รายได้รวมงวด 1H 2026
$32,893M
ยอดขาย Keytruda (รวม Qlex)
$16,400M
Winrevair (PAH) 1H 2026
$1,114M
กระแสเงินสดดำเนินงาน 1H 2026
$9,288M
Consensus Target Price
$152.96
Merck & Co., Inc. (NYSE: MRK) กำลังก้าวผ่านหมุดหมายเชิงกลยุทธ์สำคัญในการเปลี่ยนผ่านจากการพึ่งพายาภูมิคุ้มกันบำบัดมะเร็ง Keytruda (pembrolizumab) สู่การสร้างพอร์ตยานวัตกรรมรุ่นถัดไป ทั้งการเร่งเปลี่ยนถ่ายผู้ป่วยสู่ Keytruda Qlex (สูตรฉีดใต้ผิวหนัง SC) ที่ได้รับสิทธิบัตรคุ้มครองยาวนานถึงปี 2043 เพื่อปิดความเสี่ยงสิทธิบัตรยาฉีดเข้าเส้นเลือดเดิม (IV) ที่จะหมดอายุในสหรัฐฯ ปี 2028 พร้อมกับความสำเร็จอันโดดเด่นของ Winrevair (sotatercept) ยารักษาโรคความดันหลอดเลือดแดงปอดสูง (PAH) ที่มียอดขายทะลุ $1.11B ในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 เติบโต +81.1% YoY ควบคู่ไปกับพันธมิตรระดับโลกในกลุ่มยา Antibody-Drug Conjugate (ADC) ร่วมกับ Daiichi Sankyo
ไฮไลท์ผลการดำเนินงาน 1H 2026 และกระแสเงินสดที่แข็งแกร่งเป็นพิเศษ
แม้ในทางบัญชี GAAP งวด 1H 2026 จะบันทึกผลขาดทุนสุทธิ -$5,575M จากการตัดจ่ายค่าใช้จ่าย upfront R&D asset acquisitions รวม $13,811M จากการเข้าซื้อกิจการ Cidara Therapeutics และ Terns Pharmaceuticals แต่ผลการดำเนินงานแกนหลักยังขยายตัวต่อเนื่อง รายได้รวมแตะ $32,893M (+5.0% YoY) และที่สำคัญที่สุดคือ กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน (Operating Cash Flow) พุ่งขึ้นสู่ $9,288M (+60.3% YoY) สร้าง Free Cash Flow สูงถึง $7,404M สะท้อนกระแสเงินสดที่มหาศาล ปลอดภัยต่อการจ่ายเงินปันผล และหนุนการทยอยลดหนี้สินอย่างมีเสถียรภาพ
สรุปแบบจำลองสถานการณ์มูลค่าหุ้น (Scenario Valuation Matrix)
| สถานการณ์ |
ราคาเป้าหมาย |
Upside / Downside |
2026E Adj. EPS |
Target P/E |
สมมติฐานหลักและตัวเร่งเชิงยุทธศาสตร์ |
| Bull Case |
$175.00 |
+17.1% |
$8.75 |
20.0x |
Keytruda Qlex SC เปลี่ยนถ่ายได้ >45%, Winrevair ทะลุ $3.5B, ADC Phase 3 สำเร็จ |
| Base Case |
$152.96 |
+2.3% |
$8.50 |
18.0x |
รายได้รวมโต +4–6%, Winrevair เติบโตชดเชย Januvia ได้ครบถ้วน, Forward P/E ~17.5x–18.0x |
| Bear Case |
$130.00 |
-13.0% |
$7.88 |
16.5x |
การเปลี่ยนสู่ Qlex ล่าช้า, แรงกดดันเจรจาราคายา IRA รุนแรงขึ้น, ตลาดจีนชะลอตัวยืดเยื้อ |
Bull Case — $175.00 (+17.1%)
- Keytruda Qlex (SC) เปลี่ยนถ่ายสำเร็จก้าวกระโดด: อัตราการเปลี่ยนผู้ป่วยสู่สูตร SC เกิน 45–50% ก่อนปี 2028 สกัดกั้นผลกระทบของ Biosimilar ได้อย่างสมบูรณ์
- Winrevair & Capvaxive ขยายตัวเร็วกว่าเป้า: ยอดขาย Winrevair ทะลุ $3.5B ในปี 2027 จากการขยายสู่ตลาดยุโรปและข้อบ่งใช้ระยะเริ่มต้น
- ความสำเร็จของ Daiichi Sankyo ADC Alliance: รายงานผล Phase 3 ของ Patritumab deruxtecan ในมะเร็งปอด NSCLC ออกมาเป็นบวกโดดเด่น
- Multiple Expansion: ตลาดคลายความกังวลเรื่อง Patent Cliff และ Re-rate Forward P/E ขึ้นสู่ระดับ 20.0x
Base Case — $152.96 (+2.3%)
- ผลประกอบการเติบโตตามคาดการณ์ Guidance: รายได้รวมปี 2026–2027 เติบโตเฉลี่ย +4% ถึง +6% ต่อปี หนุนโดย Oncology และ PAH
- Keytruda รักษาส่วนแบ่งตลาดหลักได้อย่างแข็งแกร่ง: สูตร IV ยังคงเป็นแกนหลัก และสูตร Qlex SC ทยอยได้รับการยอมรับทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง
- Gardasil ฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป: ช่องทางกระจายสินค้าในจีนเข้าสู่สมดุลสต็อก และการขยายตลาดผู้ใหญ่/เพศชายในสากลชดเชยได้
- Valuation ทรงตัวที่ค่าเฉลี่ยในอดีต: ซื้อขายบน Forward P/E ระดับ 17.5x–18.0x พร้อม Dividend Yield ปลอดภัยที่ ~2.3%
Bear Case — $130.00 (-13.0%)
- การเจรจาราคายาภายใต้กฎหมาย IRA: เพดานราคา Januvia และความเสี่ยงการถูกเจรจาราคาของ Keytruda ในปี 2028 บีบมาร์จิ้นในสหรัฐฯ
- อัตราการเปลี่ยนถ่ายสู่ Keytruda SC ช้ากว่าคาด: บริษัทประกันสุขภาพ (Payers) และคลินิกชะลอการสั่งจ่ายสูตร SC ทำให้สิทธิบัตรเปิดช่องให้ Biosimilar
- ตลาดยาและวัคซีนในจีนชะลอตัวยาวนาน: การสั่งซื้อ Gardasil จากพันธมิตร Zhifei ยังไม่ฟื้นตัวสู่ระดับปกติ
- P/E De-rating: ตลาดกังวลต่อการหดตัวของกำไรหลังปี 2028 ส่งผลให้ Multiple ลดลงมาอยู่ที่ 16.0x–16.5x
2. ข้อมูลสรุปบริษัท (Factsheet)
ข้อมูล ณ วันที่ 14 ตุลาคม 2026 · แหล่งข้อมูล NYSE, StockAnalysis และ SEC Form 10-Q
Market Capitalization
$368.84B
Forward P/E Multiple
17.32x
กรอบราคา 52 สัปดาห์
$77.58 – 156.92
อันดับเครดิตสากล
S&P A+ / Moody's A1
Consensus Rating
Buy / Overweight
ข้อมูลนิติบุคคล คณะผู้บริหาร และโครงสร้างสิทธิ์
| หัวข้อ |
รายละเอียด |
แหล่งอ้างอิง |
| ชื่อทางการ / ตลาดหลักทรัพย์ |
Merck & Co., Inc. (NYSE: MRK) — นอกสหรัฐฯ และแคนาดาใช้ชื่อ MSD (Merck Sharp & Dohme) |
SEC Form 10-K |
| ปีที่ก่อตั้ง / สำนักงานใหญ่ |
ก่อตั้งปี ค.ศ. 1891 (กว่า 135 ปี) · สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ 126 East Lincoln Avenue, Rahway, New Jersey, USA |
Merck History |
| คณะผู้บริหารระดับสูง |
Robert M. Davis (Chairman & CEO), Caroline Litchfield (EVP & CFO), Dr. Dean Y. Li, M.D., Ph.D. (President, Merck Research Laboratories) |
Merck Leadership |
| ดัชนีสำคัญที่สังกัด |
S&P 500, Dow Jones Industrial Average (DJIA), S&P 100, NYSE Composite |
S&P Dow Jones Indices |
| จำนวนพนักงานทั่วโลก |
ประมาณ 72,000 คน กระจายอยู่ในกว่า 140 ประเทศทั่วโลก |
SEC Form 10-K Item 1 |
| ผลิตภัณฑ์เรือธง |
Keytruda (มะเร็งวิทยา), Gardasil 9 (วัคซีน HPV), Winrevair (โรคความดันปอดสูง PAH), Bridion (ยาสลายฤทธิ์ยาหย่อนกล้ามเนื้อ), Capvaxive (วัคซีนปอดบวม), Bravecto (เวชภัณฑ์สัตว์) |
Merck Product Portfolio |
| โครงสร้างผู้ถือหุ้นสถาบัน |
สถาบันถือครองรวมกันกว่า ~78% (The Vanguard Group, BlackRock, State Street Corporation) |
StockAnalysis Ownership |
3. ลักษณะธุรกิจและกลุ่มผลิตภัณฑ์ (Business Overview)
โครงสร้างสายธุรกิจ 5 เสาหลักรายได้ แผนภาพสถาปัตยกรรมผลิตภัณฑ์ และคูเมืองทางธุรกิจ
Merck & Co., Inc. ดำเนินงานในฐานะบริษัทยาชีวเภสัชภัณฑ์วิจัยระดับโลกที่มุ่งเน้นการค้นพบ พัฒนา และผลิตยานวัตกรรมชีวภาพ โมเลกุลขนาดเล็ก และวัคซีนขั้นสูง โดยแบ่งโครงสร้างการดำเนินงานออกเป็น 2 ภาคส่วนหลัก (Segments) ได้แก่ กลุ่มยาชีวเภสัชภัณฑ์สำหรับมนุษย์ (Pharmaceutical — 89.1% ของรายได้รวม) และ กลุ่มเวชภัณฑ์และวัคซีนสำหรับสัตว์ (Animal Health — 10.9% ของรายได้รวม)
โครงสร้าง 5 เสาหลักรายได้และกลุ่มเวชภัณฑ์ยุทธศาสตร์ของ Merck & Co. (งวด 1H 2026)รายได้รวม 1H 2026: $32,893M (+5.0% YoY)
(หมายเหตุ: ส่วนที่เหลืออีก 9.2% ($3,046M) เป็นยากลุ่มเบาหวาน Januvia/Janumet และกลุ่มยาชีวเภสัชภัณฑ์ดั้งเดิมอื่นๆ)
เจาะลึก 5 เสาหลักการรักษาทางคลินิกและพอร์ตผลิตภัณฑ์
1) กลุ่มมะเร็งวิทยา (Immuno-Oncology & Targeted Therapies — 54.5% ของรายได้)
- Keytruda (pembrolizumab) สูตรฉีดเข้าเส้นเลือด (IV): ยาแอนติบอดีต้าน PD-1 ที่มียอดขายสูงสุดอันดับ 1 ของโลก ($15.81B ใน 1H 2026 โต +4.3% YoY) ได้รับการอนุมัติข้อบ่งใช้มากกว่า 40 ชนิดมะเร็ง ทั้งมะเร็งปอดชนิด Non-Small Cell (NSCLC) ในการรักษาลำดับแรก (1L), มะเร็งไต (RCC), มะเร็งเต้านมชนิด Triple-Negative (TNBC), มะเร็งกระเพาะอาหาร, และมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก
- Keytruda Qlex (สูตรฉีดใต้ผิวหนัง Subcutaneous - SC): พัฒนาขึ้นโดยผสานเทคโนโลยีเอนไซม์สังเคราะห์ เพื่อลดเวลาในการบริหารยาจากเดิม 30–60 นาทีของการดริปยาทางเส้นเลือดดำ เหลือเพียง 2–3 นาทีของการฉีดใต้ผิวหนัง และได้รับสิทธิบัตรคุ้มครองถึงปี 2043 ทำยอดขายช่วงเริ่มเปิดตัว $590M ใน 1H 2026
- Welireg (belzutifan): ยากลุ่ม HIF-2α inhibitor สำหรับโรคมะเร็งไตระยะลุกลามและเนื้องอกที่เกี่ยวข้องกับ VHL disease โตเด่น +56.7% YoY แตะ $470M
- ความร่วมมือด้าน ADC กับ Daiichi Sankyo: การลงทุนร่วมทุนมูลค่ารวมกว่า $22B พัฒนายากลุ่ม Antibody-Drug Conjugate สามตัวหลัก ได้แก่ Patritumab deruxtecan (HER3-DXd), Ifinatamab deruxtecan (B7-H3-DXd) และ Raludotatug deruxtecan (CDH6-DXd)
2) กลุ่มวัคซีนป้องกันโรค (Vaccines — 13.4% ของรายได้)
- Gardasil / Gardasil 9: วัคซีนป้องกันไวรัส Human Papillomavirus (HPV) 9 สายพันธุ์ ป้องกันมะเร็งปากมดลูก มะเร็งช่องปาก และโรคหูดหงอนไก่ ยอดขาย 1H 2026 อยู่ที่ $2,238M แม้จะชะลอตัวชั่วคราวจากการปรับสต็อกสินค้าในจีน แต่ยังคงมีความต้องการสูงมากในกลุ่มประชากรชายและตลาดเกิดใหม่
- Capvaxive (Pneumococcal 21-valent Conjugate Vaccine): วัคซีนป้องกันเชื้อนิวโมคอคคัสสำหรับผู้ใหญ่อายุ 50 ปีขึ้นไป ครอบคลุมซีโรไทป์ของเชื้อที่ก่อให้เกิดโรคติดเชื้อรุนแรงในผู้ใหญ่ได้มากกว่า 84% ซึ่งเหนือกว่าวัคซีน 20 สายพันธุ์ของคู่แข่ง
- วัคซีนเด็กมาตรฐาน (Pediatric Vaccines): ProQuad, M-M-R II, Varivax และ Vaxneuvance สร้างรายได้ประจำสม่ำเสมอ ($1,130M)
3) กลุ่มโรคหัวใจ หลอดเลือด และระบบทางเดินหายใจ (Cardio-Pulmonary — 5.6% ของรายได้)
- Winrevair (sotatercept): ยาเรือธงตัวใหม่ที่ได้รับความเห็นชอบระดับ Breakthrough Therapy สำหรับโรคความดันหลอดเลือดแดงปอดสูง (PAH) ยอดขายแตะ $1,114M ใน 1H 2026 (+81.1% YoY) เป็นยาตัวแรกที่ออกฤทธิ์ฟื้นฟูสมดุลของเซลล์หลอดเลือดปอด (Activin signaling trap) ไม่ใช่แค่การขยายหลอดเลือด
- Ohtuvayre (ensifentrine): ยาพ่นรักษาโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) ชนิดสูดพ่นตัวแรกที่มีกลไกยับยั้งเอนไซม์คู่ PDE3/PDE4 ได้รับจากการเข้าซื้อ Verona Pharma สร้างยอดขาย $335M หลังเปิดตัว
- MK-0616 (Oral PCSK9 Inhibitor): โครงการพัฒนา Phase 3 ตัวเด่น ยาลดไขมัน LDL-C ชนิดเมบลดรับประทานที่มีประสิทธิภาพเทียบเท่ายาฉีด
4) กลุ่มเวชภัณฑ์ในโรงพยาบาลและโรคติดเชื้อ (Hospital Acute Care — 6.4% ของรายได้)
- Bridion (sugammadex): ยาสลายฤทธิ์ยาหย่อนกล้ามเนื้อ rocuronium และ vecuronium ในห้องผ่าตัด ยอดขาย $969M (+7.4% YoY)
- Prevymis (letermovir): ยาต้านไวรัส Cytomegalovirus (CMV) ในผู้ป่วยที่ได้รับการปลูกถ่ายไขกระดูกและอวัยวะ ยอดขายเติบโตแข็งแกร่งสู่ระดับ Blockbuster
5) กลุ่มเวชภัณฑ์สัตว์ (Animal Health — 10.9% ของรายได้)
- สัตว์เลี้ยง (Companion Animal): ยาเม็ดเคี้ยวและยาหยอดป้องกันเห็บหมัด Bravecto (fluralaner) ออกฤทธิ์ยาวนาน 12 สัปดาห์ และวัคซีน Nobivac
- ปศุสัตว์และสัตว์น้ำ (Livestock & Aquaculture): อุปกรณ์ระบุตัวตนและติดตามสุขภาพฝูงสัตว์อัจฉริยะ (Allflex) ควบคู่กับธุรกิจวัคซีนสัตว์น้ำที่เข้าซื้อจาก Elanco
การวิเคราะห์คูเมืองทางธุรกิจ (Economic Moats)
- Patent & Delivery Formulation Fortress: การยื่นจดสิทธิบัตรสูตรยาฉีดใต้ผิวหนัง Keytruda Qlex ควบคู่กับระบบส่งมอบยา ช่วยยืดอายุความคุ้มครองทางกฎหมายไปจนถึงปี 2043 สร้างปราการป้องกันการสูญเสียส่วนแบ่งตลาดอย่างแข็งแกร่ง
- Clinical Guideline Dominance (NCCN First-Line Standard): Keytruda ได้รับการบรรจุเป็นยามาตรฐานลำดับแรก (Preferred 1L Regimen) ในแนวทางการรักษาของ National Comprehensive Cancer Network (NCCN) มากกว่า 40 ข้อบ่งใช้ ทำให้แพทย์มะเร็งวิทยาทั่วโลกมีความเชื่อมั่นและยากที่จะเปลี่ยนไปใช้ยาอื่น
- Capital & R&D Scale Advantage: การทุ่มงบประมาณด้านการวิจัยพัฒนา (R&D) ปีละกว่า $15B–$22B ทำให้ Merck มีกำลังในการทำดีล M&A และ License-in ท่อนวัตกรรมใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง
- Global Veterinary & Vaccine Cold Chain Distribution: เครือข่ายการขนส่งควบคุมอุณหภูมิและความสัมพันธ์กับโรงพยาบาล สัตวแพทย์ และฟาร์มปศุสัตว์ทั่วโลกกว่า 140 ประเทศ เป็นสินทรัพย์ที่คู่แข่งรายใหม่ไม่สามารถสร้างทดแทนได้ในระยะเวลาอันสั้น
รายได้รวม EBITDA กำไรสุทธิ และอัตรากำไร จากงบการเงิน SEC Form 10-K และ 10-Q
รายได้รวม EBITDA และกำไรสุทธิ — FY2023 → TTM มิ.ย. 2026 ($ ล้าน)
อัตรากำไร EBITDA Margin และ Net Profit Margin (GAAP) — FY2023 → TTM มิ.ย. 2026 (%)
ที่มา: คำนวณจากงบการเงินที่รายงานต่อ
SEC EDGAR
| รายการ ($ ล้านดอลลาร์) |
FY2023 |
FY2024 |
FY2025 |
1H 2025 |
1H 2026 |
TTM (มิ.ย. 26) |
| รายได้จากการขายรวม (Sales) |
$60,115 |
$64,168 |
$65,011 |
$31,335 |
$32,893 |
$66,569 |
| ต้นทุนขาย (Cost of Sales) |
$16,126 |
$15,193 |
$16,382 |
$6,976 |
$8,590 |
$17,996 |
| กำไรขั้นต้น (Gross Profit) |
$43,989 |
$48,975 |
$48,629 |
$24,359 |
$24,303 |
$48,573 |
| ค่าใช้จ่าย R&D |
$30,531 |
$17,938 |
$15,789 |
$7,669 |
$22,333 |
$30,453 |
| กำไรจากการดำเนินงาน GAAP |
$1,889 |
$19,936 |
$21,067 |
$10,902 |
-$4,217 |
$5,948 |
| ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (D&A) |
$3,872 |
$4,499 |
$5,838 |
$2,218 |
$3,095 |
$6,715 |
| EBITDA (GAAP Basis) |
$5,761 |
$24,435 |
$26,905 |
$13,120 |
-$1,122 |
$12,663 |
| กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของ Merck (GAAP) |
$365 |
$17,117 |
$18,254 |
$9,506 |
-$5,575 |
$3,173 |
| Non-GAAP Net Income (Adjusted) |
$3,837 |
$19,444 |
$22,513 |
$11,200 |
$10,600 |
$21,913 |
| EBITDA Margin (%) |
9.58% |
38.08% |
41.39% |
41.87% |
-3.41% |
19.02% |
| Net Profit Margin GAAP (%) |
0.61% |
26.68% |
28.08% |
30.34% |
-16.95% |
4.77% |
เปรียบเทียบผลประกอบการครึ่งปีแรก 1H 2025 vs 1H 2026 ($ ล้าน)
5. งบแสดงสถานะการเงิน (Balance Sheet & Cash Flows)
โครงสร้างสินทรัพย์ หนี้สิน ส่วนของผู้ถือหุ้น และสภาพคล่องทางการเงิน
โครงสร้างสินทรัพย์ หนี้สิน และส่วนของผู้ถือหุ้น — FY2023 → 30 มิ.ย. 2026 ($ ล้าน)
| รายการ ($ ล้านดอลลาร์) |
FY2023 |
FY2024 |
FY2025 |
1H 2026 (30 มิ.ย. 26) |
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด |
$6,841 |
$13,242 |
$14,565 |
$6,849 |
| เงินลงทุนระยะสั้น |
$68 |
$447 |
$0 |
$292 |
| ลูกหนี้การค้าสุทธิ |
$10,278 |
$10,278 |
$11,775 |
$12,564 |
| สินค้าคงเหลือสุทธิ (รวมในสินทรัพย์อื่น) |
$10,302 |
$10,302 |
$12,339 |
$12,588 |
| สินทรัพย์หมุนเวียนรวม |
$38,782 |
$38,782 |
$43,516 |
$36,679 |
| ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์สุทธิ (PP&E) |
$23,779 |
$23,779 |
$25,316 |
$25,737 |
| ค่าความนิยมและสินทรัพย์ไม่มีตัวตนสุทธิ |
$38,038 |
$38,038 |
$48,260 |
$46,560 |
| สินทรัพย์รวม (Total Assets) |
$106,675 |
$117,106 |
$136,866 |
$129,802 |
| หนี้สินหมุนเวียนรวม |
$28,420 |
$28,420 |
$28,327 |
$27,731 |
| หนี้สินระยะยาว (Long-Term Debt) |
$33,683 |
$34,462 |
$46,750 |
$51,081 |
| หนี้สินรวม (Total Liabilities) |
$69,040 |
$70,734 |
$84,204 |
$87,818 |
| ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม (Total Equity) |
$37,635 |
$46,372 |
$52,662 |
$41,984 |
| กระแสเงินสดดำเนินงาน (Operating Cash Flow) |
$13,006 |
$21,468 |
$16,472 |
$9,288 (1H) |
| รายจ่ายลงทุน (CapEx) |
-$3,863 |
-$3,372 |
-$4,112 |
-$1,884 (1H) |
| กระแสเงินสดอิสระ (Free Cash Flow) |
$9,143 |
$18,096 |
$12,360 |
$7,404 (1H) |
6. ภาระหนี้สินและเลเวอเรจ (Leverage & Coverage)
โครงสร้างภาระหนี้สินมีดอกเบี้ย ความสามารถในการชำระหนี้ และสถานะสภาพคล่อง
สัดส่วนหนี้สินมีดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Total Debt/Equity & Net Debt/Equity) (เท่า)
หนี้สินมีดอกเบี้ยรวม (Total Debt)
$53,906M
เงินสดและรายการเทียบเท่า
$7,141M
หนี้สินสุทธิ (Net Debt)
$46,765M
โครงสร้างอายุหนี้และอันดับเครดิตที่มั่นคงสูง (A+ / A1)
Merck บริหารจัดการภาระหนี้อย่างรอบคอบ หนี้สินส่วนใหญ่กว่า 95% เป็นหุ้นกู้ระยะยาวอัตราดอกเบี้ยคงที่เฉลี่ยในระดับต่ำ มีกำหนดชำระกระจายตัวยาวนานถึงปี ค.ศ. 2054 ทั้งนี้แม้การเข้าซื้อกิจการ Verona Pharma ($10.0B) และการเข้าซื้อท่อส่งยาใหม่จะทำให้หนี้สินรวมขยับขึ้นแตะ $53.9B แต่ด้วยศักยภาพการสร้าง OCF ปีละกว่า $16B–$20B ทำให้สัดส่วน Net Debt ต่อ Normalized EBITDA ยังอยู่ที่ระดับเพียงประมาณ 1.75x–1.85x สถาบันจัดอันดับ S&P และ Moody’s จึงยังคงอันดับเครดิตที่ A+ / A1 พร้อมมุมมอง Stable
7. สัดส่วนรายได้ตามกลุ่มธุรกิจและผลิตภัณฑ์ (Segment Breakdown)
โครงสร้างยอดขายงวด 1H 2026 สิ้นสุด 30 มิถุนายน 2026 (รวมยอดขาย $32,893 ล้าน)
สัดส่วนยอดขายตามกลุ่มการรักษาและธุรกิจ งวด 1H 2026 (%)
| กลุ่มและชื่อยา |
ข้อบ่งใช้สำคัญ |
1H 2025 ($M) |
1H 2026 ($M) |
อัตราเติบโต YoY (%) |
| Keytruda (IV) |
มะเร็งวิทยา (Immuno-Oncology PD-1) |
$15,161 |
$15,810 |
+4.3% |
| Keytruda Qlex (SC) |
สูตรฉีดใต้ผิวหนัง (Subcutaneous formulation) |
$0 |
$590 |
New Launch |
| Gardasil / Gardasil 9 |
วัคซีนป้องกันไวรัส HPV และมะเร็งปากมดลูก |
$2,453 |
$2,238 |
-8.8% |
| Winrevair (sotatercept) |
ความดันหลอดเลือดแดงปอดสูง (PAH) |
$615 |
$1,114 |
+81.1% |
| ProQuad / MMR II / Varivax |
วัคซีนป้องกันโรคหัด คางทูม หัดเยอรมัน อีสุกอีใส |
$1,148 |
$1,130 |
-1.6% |
| Bridion |
ยาสลายฤทธิ์ยาหย่อนกล้ามเนื้อในห้องผ่าตัด |
$902 |
$969 |
+7.4% |
| Lynparza (Alliance) |
ยารักษามะเร็งรังไข่และเต้านม (PARP inhibitor) |
$682 |
$706 |
+3.5% |
| Januvia / Janumet |
ยารักษาโรคเบาหวานชนิดที่ 2 (DPP-4) |
$1,419 |
$1,003 |
-29.3% |
| Welireg |
ยารักษามะเร็งไตและเนื้องอก VHL disease |
$300 |
$470 |
+56.7% |
| Ohtuvayre |
ยาพ่นรักษาโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) |
$0 |
$335 |
New Launch |
| Animal Health รวม |
เวชภัณฑ์สัตว์เลี้ยงและปศุสัตว์ (Bravecto, วัคซีน) |
$3,234 |
$3,566 |
+10.3% |
8. ประวัติเงินปันผลและผลตอบแทนผู้ถือหุ้น (Dividend History)
การจ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอต่อเนื่อง และการซื้อหุ้นคืนเพื่อสร้างมูลค่าแก่ผู้ถือหุ้น
เงินปันผลจ่ายต่อหุ้นประจำปี (DPS) — FY2023 → FY2026E ($ ต่อหุ้น)
เงินปันผลปัจจุบัน (Annualized)
$3.40 / หุ้น
อัตราผลตอบแทน (Dividend Yield)
2.27%
ความต่อเนื่องในการจ่ายปันผล
> 50 ปีต่อเนื่อง
Merck มีนโยบายจัดสรรผลกำไรคืนสู่ผู้ถือหุ้นอย่างมั่นคง โดยในช่วงปี 2025 บริษัทได้จ่ายเงินปันผลรวม $8,176M และซื้อหุ้นคืนอีก $5,084M รวมเป็นเงินคืนผู้ถือหุ้นกว่า $13.26B คิดเป็น FCF Payout Ratio ราว 65% สำหรับงวด 1H 2026 ได้จ่ายเงินปันผลแล้ว $4,249M และซื้อหุ้นคืน $1,631M สะท้อนวินัยทางการเงินที่ยอดเยี่ยม
9. การเปรียบเทียบคู่แข่งในอุตสาหกรรม (Peer Comparison)
การประเมินมูลค่าเปรียบเทียบในกลุ่มบริษัทยาชีวเภสัชภัณฑ์ระดับโลก (Mega-Cap Pharma)
เปรียบเทียบมูลค่าตลาด (Market Cap $B) และ Forward P/E Multiple ในกลุ่มคู่แข่ง
| หลักทรัพย์ |
Market Cap ($B) |
Forward P/E |
Trailing P/E |
Dividend Yield (%) |
ยอดขาย TTM ($B) |
จุดเด่นเชิงกลยุทธ์ |
| MRK (Merck & Co.) |
$368.84B |
17.32x |
117.45x* |
2.27% |
$66.57B |
ผู้นำยามะเร็ง Keytruda, Winrevair (PAH) และวัคซีน Gardasil |
| LLY (Eli Lilly) |
$1,040.00B |
28.55x |
39.10x |
0.59% |
$79.67B |
ผู้นำยาลดน้ำหนักและเบาหวาน GLP-1/GIP (Mounjaro, Zepbound) |
| JNJ (Johnson & Johnson) |
$649.40B |
24.06x |
31.24x |
1.99% |
$97.93B |
พอร์ตกระจายตัวสูง ทั้งนวัตกรรมยาและอุปกรณ์การแพทย์ MedTech |
| ABBV (AbbVie) |
$467.37B |
17.43x |
74.72x |
2.62% |
$64.39B |
ผู้นำกลุ่มภูมิคุ้มกันวิทยา (Skyrizi, Rinvoq) และความงาม Botox |
| PFE (Pfizer) |
$158.11B |
10.01x |
36.46x |
6.20% |
$63.70B |
Valuation ต่ำ เงินปันผลสูง อยู่ระหว่างปรับโครงสร้างหลังโควิด |
*หมายเหตุ: Trailing P/E ของ MRK อยู่ในระดับสูงชั่วคราวเนื่องจากกำไรสุทธิงวด TTM รวมผลขาดทุนทางบัญชีจากการตัดจ่ายค่าวิจัยพัฒนาล่วงหน้า (upfront R&D acquisition charges) $13.8B ใน 1H 2026 หากพิจารณาบนฐาน Forward P/E ที่ 17.32x ถือว่าซื้อขายที่ระดับส่วนลดน่าสนใจเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ ~21.8x
10. มุมมองอนาคตและทิศทางการเติบโต (Outlook & Catalysts)
เป้าหมายเชิงกลยุทธ์ของฝ่ายบริหาร โครงการทดลองทางคลินิก และตัวเร่งมูลค่า
ฝ่ายบริหารของ Merck มุ่งมั่นดำเนินกลยุทธ์เชิงรุกเพื่อทดแทนรายได้ของ Keytruda IV ล่วงหน้าก่อนปี 2028 โดยมีหมุดหมายสำคัญที่ต้องจับตามอง:
Keytruda Qlex (SC) Transition
> 45% Conversion Target
Winrevair (PAH) Peak Sales
> $5.0B Peak Target
New Blockbusters Pipeline
> 20 Phase 3 Readouts
- การเปลี่ยนถ่ายสู่ Keytruda Qlex (Subcutaneous): การได้รับอนุมัติจาก FDA และหน่วยงานกำกับดูแลยุโรป (EC) สำหรับ Keytruda SC จะช่วยลดระยะเวลาการบริหารยาจากเดิม 30–60 นาทีของการหยดยาทางเส้นเลือดดำ เหลือเพียง 2–3 นาทีของการฉีดใต้ผิวหนัง สร้างความสะดวกสบายแก่ผู้ป่วยอย่างมีนัยสำคัญ และต่ออายุสิทธิบัตรไปจนถึงปี 2043
- การขยายศักยภาพของ Winrevair (sotatercept): ยานี้กำลังอยู่ในการศึกษา Phase 3 เพิ่มเติมในข้อบ่งใช้ผู้ป่วย PAH ระยะเริ่มต้น (ZENITH trial) และกลุ่มผู้ป่วยหัวใจห้องซ้ายล้มเหลว (PH-HFpEF) ซึ่งหากประสบความสำเร็จจะขยายตลาดเป้าหมายได้อีกหลายเท่าตัว
- วัคซีนสำหรับผู้ใหญ่ Capvaxive: การเปิดตัววัคซีนป้องกันเชื้อปอดบวม 21 สายพันธุ์ที่ครอบคลุมเชื้อก่อโรคในผู้ใหญ่อายุ 50 ปีขึ้นไปได้ตรงจุดกว่าคู่แข่ง มีศักยภาพก้าวขึ้นเป็น Blockbuster ตัวใหม่แทนที่ Pneumovax 23
- ความร่วมมือและท่อส่งยาด้าน ADC (Antibody-Drug Conjugates): ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์กับ Daiichi Sankyo ในการพัฒนายาต้านมะเร็งกลุ่ม ADC สามตัวหลัก (Patritumab deruxtecan, Ifinatamab deruxtecan, Raludotatug deruxtecan) ซึ่งคาดว่าจะทยอยรายงานผลการทดลองสำคัญและยื่นขออนุมัติตั้งแต่ปลายปี 2026 เป็นต้นไป
11. ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตาม (Risk Factors)
การประเมิน 7 มิติความเสี่ยง ผลกระทบทางการเงิน สัญญาณเตือนที่สังเกตได้ และกลยุทธ์การป้องกัน
| มิติความเสี่ยง |
รายละเอียดและความเสี่ยงทางการเงิน |
สัญญาณเตือนที่ต้องติดตาม (Observable Triggers) |
กลยุทธ์การบริหารและบรรเทาความเสี่ยง (Mitigation & Defense) |
| 1. หน้าผาสิทธิบัตร Keytruda IV ปี 2028 |
Keytruda IV มีสัดส่วนรายได้เกือบ 48% สิทธิบัตรสหรัฐฯ หมดอายุปี 2028 เปิดช่องให้ Biosimilars แย่งส่วนแบ่ง |
การยื่นคำขออนุมัติ Biosimilar BLA ต่อ US FDA และการเริ่มคดีความด้านสิทธิบัตร (Patent Dance) |
เร่งเปลี่ยนถ่ายผู้ป่วยสู่สูตรฉีดใต้ผิวหนัง Keytruda Qlex (SC) คุ้มครองสิทธิบัตรถึงปี 2043 |
| 2. การเจรจาราคายาภายใต้กฎหมาย IRA |
Januvia อยู่ใน 10 ยาแรกที่ถูกบังคับลดราคาใน Medicare ปี 2026 และ Keytruda เสี่ยงถูกคัดเลือกในปี 2028 |
การประกาศรายชื่อยาและราคาสูงสุดที่ตกลงกันได้ (Maximum Fair Price: MFP) โดย CMS |
ขยายรายได้ในตลาดสากลที่ไม่ขึ้นกับ Medicare และขยายข้อบ่งใช้สูตรผสมที่ไม่เข้าเกณฑ์ราคาเดี่ยว |
| 3. สต็อกและการชะลอตัวของ Gardasil ในจีน |
ยอดส่งมอบ Gardasil ในจีนผันผวนจากการปรับสต็อกของ Zhifei และการตรวจสอบนโยบายสาธารณสุข |
ยอดสั่งซื้อและการรับรู้รายได้จากพันธมิตร Zhifei ในรายงานรายไตรมาส |
ขยายการกระจายวัคซีนสู่ประชากรชาย และขยายแคมเปญในละตินอเมริกา เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และอินเดีย |
| 4. ความเสี่ยงการทดลองคลินิกและไปป์ไลน์ |
การลงทุน R&D และ M&A ขนาดใหญ่ (Daiichi ADC, Verona, Prometheus) เสี่ยงต่อความล้มเหลวใน Phase 3 |
การแถลงข่าวยุติการทดลอง หรือผลลัพธ์ไม่บรรลุเกณฑ์หลัก (Primary Endpoints Failure) |
กระจายความเสี่ยงในหลากหลายกลไก (IO, ADC, Activin trap, Oral PCSK9) และมากกว่า 20 การทดลอง Phase 3 |
| 5. การหมดสิทธิบัตร Januvia และ Bridion |
Januvia สูญเสียสิทธิบัตรในปี 2026 และ Bridion กำลังเผชิญยาชื่อสามัญในยุโรปและญี่ปุ่น |
ยอดขาย Januvia และ Bridion ลดลงเร็วกว่ากรอบคาดการณ์ในรายงาน 10-Q |
การเติบโตของ Winrevair, Ohtuvayre และ Capvaxive เข้ามาชดเชยการลดลงได้อย่างสมบูรณ์ |
| 6. ภาระหนี้สินและการตั้งด้อยค่าสินทรัพย์ |
Total Debt $53.9B หลังการซื้อ Verona Pharma และการตัดจ่ายค่า R&D เสี่ยงต่อการบันทึก Impairment |
การปรับเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์ หรือการส่งสัญญาณเชิงลบจาก S&P / Moody’s |
รักษาวินัยการเงิน จัดสรรกระแสเงินสดดำเนินงานปีละกว่า $16B–$20B เพื่อลดหนี้สุทธิ (Deleveraging) |
| 7. ความผันผวนของธุรกิจเวชภัณฑ์สัตว์ |
ธุรกิจปศุสัตว์และสัตว์น้ำอ่อนไหวต่อราคาเนื้อสัตว์และโรคระบาดในฟาร์ม (ASF, ไข้หวัดนก) |
ดัชนีราคาสินค้าเกษตรและรายงานการระบาดของโรคในฟาร์มปศุสัตว์ |
พอร์ตโฟลิโอสมดุลระหว่างสัตว์เลี้ยงพรีเมียม (Bravecto) และเทคโนโลยีติดตามฟาร์มอัจฉริยะ (Allflex) |
ข้อควรระวังสำคัญ: การเปลี่ยนผ่านสู่ Keytruda SC และกฎหมาย IRA
หัวใจสำคัญของการประเมินมูลค่าหุ้น Merck ในระยะ 3–5 ปีข้างหน้าขึ้นอยู่กับอัตราความสำเร็จในการเปลี่ยนถ่ายผู้ป่วยจาก Keytruda IV สู่สูตรฉีดใต้ผิวหนัง Qlex (SC) หากสามารถทำได้เกิน 45% บริษัทจะสามารถปกป้องฐานรายได้กว่า $20B ไว้ได้จนถึงปี 2043 แต่หากล่าช้า แรงกดดันจากชีววัตถุคล้ายคลึงและการเจรจาราคา Medicare จะเป็นปัจจัยหลักที่กระทบต่อ Forward P/E Multiple
12. บทวิเคราะห์ SWOT (SWOT Analysis)
การประเมินจุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรคเชิงบูรณาการ
Strengths (จุดแข็ง)
- ครองอันดับ 1 ของโลกในตลาดยามะเร็งด้วย Keytruda สร้างกระแสเงินสดกว่า $31.7B/ปี
- ความสำเร็จในการเปิดตัว Winrevair (PAH) ก้าวขึ้นเป็น Blockbuster โต +81.1% YoY
- ธุรกิจ Animal Health แข็งแกร่งสม่ำเสมอ มียอดขาย $3.57B ใน 1H 2026 ต้านทานวัฏจักรเศรษฐกิจ
- กระแสเงินสดดำเนินงานระดับมหาศาล ($9.29B ใน 1H 2026) อันดับเครดิตมั่นคงสูง A+ / A1
Weaknesses (จุดอ่อน)
- การกระจุกตัวของรายได้ใน Keytruda สูงเกือบ 48% ของยอดขายรวมทั้งบริษัท
- ผลกำไรสุทธิตาม GAAP ผันผวนจากการตัดจ่ายค่าใช้จ่าย upfront R&D acquisitions ก้อนใหญ่
- การพึ่งพาตลาดยาในสหรัฐฯ ในสัดส่วนสูง ทำให้มีความอ่อนไหวต่อนโยบายราคายาของรัฐบาล
- Januvia และ Janumet กำลังสูญเสียส่วนแบ่งตลาดอย่างรวดเร็วจากการหมดอายุสิทธิบัตร
Opportunities (โอกาส)
- การเปลี่ยนถ่ายผู้ป่วยสู่ Keytruda Qlex (SC) สิทธิบัตรยาวนานถึงปี 2043 ปกป้องส่วนแบ่งตลาด
- การขยายข้อบ่งใช้ Winrevair สู่กลุ่มผู้ป่วยโรคหัวใจล้มเหลว (PH-HFpEF) และเด็ก
- ความร่วมมือด้าน Antibody-Drug Conjugate (ADC) กับ Daiichi Sankyo ในการรักษามะเร็งปอดและเต้านม
- การฟื้นตัวของตลาดวัคซีน Gardasil 9 ในกลุ่มผู้ชายและตลาดสากลที่ยังเข้าถึงวัคซีนต่ำ
Threats (อุปสรรค)
- หน้าผาสิทธิบัตรของ Keytruda IV ในสหรัฐฯ ปี 2028 เสี่ยงต่อการแย่งชิงส่วนแบ่งจาก Biosimilar
- การบังคับใช้เพดานราคายาและการเจรจาราคา Medicare ภายใต้กฎหมาย Inflation Reduction Act
- ความเข้มงวดในการอนุมัติยาขององค์การอาหารและยา (FDA) และการแข่งขันด้าน ADC จาก AstraZeneca/Daiichi
- ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และความเสี่ยงการกระจายสินค้าในตลาดสาธารณสุขประเทศจีน
13. มุมมองนักลงทุนและการประเมินมูลค่า (Investor View)
สรุปคำแนะนำการลงทุน กรอบราคาเป้าหมาย และรายการตรวจสอบสำหรับการติดตามผล (Monitoring Checklist)
คำแนะนำการลงทุน: ซื้อสะสมเพื่อการเติบโตเชิงรับ (Accumulate / Overweight)
หุ้น Merck & Co., Inc. (NYSE: MRK) จัดเป็นหนึ่งในหุ้นกลุ่มเวชภัณฑ์ขนาดใหญ่ (Large-Cap Pharma) ที่มีความแข็งแกร่งเชิงรุกและรับ (Defensive Growth) สูงที่สุดในโลก ณ ระดับราคาปัจจุบันที่ $149.50 หุ้นซื้อขายบน Forward P/E เพียง 17.32x ซึ่งอยู่ในระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มคู่แข่งชีวเภสัชภัณฑ์ (Eli Lilly 28.55x, JNJ 24.06x) ขณะที่อัตราผลตอบแทนเงินปันผล 2.27% ($3.40 ต่อหุ้น/ปี) ได้รับการหนุนหลังจากกระแสเงินสดอิสระที่ทรงพลังอย่างยิ่ง
Bull Target: $175.00 (+17.1%)
สมมติฐาน: Keytruda Qlex SC เปลี่ยนถ่ายได้เกิน 50%, Winrevair มียอดขายทะลุ $3.5B ในปี 2027 และท่อส่งยา ADC รายงานผลลัพธ์เชิงบวก ส่งผลให้ตลาดขยับ Forward P/E Multiple ขึ้นสู่ 20.0x
Base Target: $152.96 (+2.3%)
สมมติฐาน: รายได้รวมเติบโตเฉลี่ย +5% ต่อปี ยอดขาย Keytruda ทรงตัวสูง การเติบโตของ Winrevair ชดเชยการลดลงของ Januvia ได้ครบถ้วน อิง Forward P/E ที่ 17.5x
Bear Target: $130.00 (-13.0%)
สมมติฐาน: การเปลี่ยนผ่านสู่สูตร SC ถูกสกัดกั้น หรือการเจรจาราคายา Medicare ส่งผลกระทบต่อกำไรแรงกว่าคาด ตลาด De-rate Multiple ลงสู่ 14.5x
รายการตรวจสอบสำหรับการติดตามผล (Monitoring Checklist)
- อัตราการยอมรับ Keytruda Qlex (SC): ติดตามสัดส่วนการสั่งจ่ายยาและยอดขายสูตรฉีดใต้ผิวหนังในรายงานผลประกอบการไตรมาสถัดๆ ไป เพื่อยืนยันว่าการเปลี่ยนผ่านจากสูตร IV ดำเนินไปอย่างราบรื่น
- อัตราเร่งของ Winrevair: ติดตามว่ายอดขายในสหรัฐฯ และการเปิดตัวในตลาดยุโรปสามารถรักษาอัตราเติบโตเกิน +50% YoY ได้ต่อเนื่องหรือไม่
- สัญญาณการฟื้นตัวของ Gardasil ในจีน: ติดตามการสั่งซื้อซ้ำจากพันธมิตรกระจายสินค้า Zhifei และการขยายการฉีดวัคซีนในกลุ่มประชากรชาย
- ความคืบหน้าของท่อส่งยา ADC ร่วมกับ Daiichi Sankyo: จับตาการประกาศผลการทดลองทางคลินิก Phase 3 ของ Patritumab deruxtecan ในการรักษามะเร็งปอด NSCLC
- สถานะการชำระคืนหนี้สิน (Deleveraging): ตรวจสอบการปรับลดลงของ Net Debt จากระดับ $46.8B ในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2026