เขียนโดย HypeTimes Staff · ข้อมูล ณ 14 ตุลาคม 2026
สรุปผู้บริหาร / Executive Summary ภาพรวมสถานะการเงิน การประเมินมูลค่า และประเด็นที่ต้องติดตาม — ราคา ณ ปิดตลาด 14 ตุลาคม 2026 · งบการเงินล่าสุด 2Q2026 (30 มิ.ย. 2026)
Marriott ยังเป็นผู้นำโลกด้านจำนวนห้องพักภายใต้แบรนด์ของตัวเอง งบไตรมาส 2/2026 แสดงค่าธรรมเนียมรวม (Gross Fee Revenues) เพิ่ม 13% YoY เป็น $1,578M และ Adjusted EBITDA เพิ่ม 13% เป็น $1,592M แต่กำไรสุทธิ GAAP ทรงตัวที่ $766M เนื่องจากกำไรจากการดำเนินงานลดลง 1% ฝ่ายบริหารปรับประมาณการ RevPAR ทั้งปี 2026 ขึ้นเป็น 3.0%–3.5% อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นอยู่ที่ระดับ 75% ของกรอบ 52 สัปดาห์ และ P/E (TTM) 38.6x ยังสูงกว่า IHG ที่ 33.1x ประเด็นที่ต้องติดตามคือ RevPAR ในตะวันออกกลาง (ลดลง 43% ใน Q2) และการที่ประมาณการรายได้ปี 2026 ต้องการให้ครึ่งหลังชะลอลงจากครึ่งแรก
ราคาหุ้นล่าสุด
$371.82
ปิดตลาด 14 ต.ค. 2026 · 74.6% ของกรอบ 52 สัปดาห์ ($256.76–$410.98)
(StockAnalysis) มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด
$96.96B
อัตราส่วน P/E (TTM)
38.56x
Forward P/E 30.17x · Adj. EPS ปี 2026 guidance $11.64–$11.81
(StockAnalysis) EBITDA และกำไรสุทธิ (TTM)
$4,954M · $2,587M
EBITDA margin 18.4% · Net margin 9.6% (EBITDA = กำไรจากการดำเนินงาน + D&A คำนวณเอง)
(SEC 10-Q) ราคาเป้าหมายเฉลี่ยนักวิเคราะห์
$386.25
ประเด็นสำคัญเชิงกลยุทธ์ (Key Takeaways)
ค่าธรรมเนียมโตเร็วกว่ารายได้รวม: ค่าธรรมเนียมรวมงวด 1H2026 เพิ่ม 12.6% เป็น $3,011M ขณะที่รายได้รวมเพิ่ม 5.5% เพราะรายได้ชดเชยต้นทุน (Cost Reimbursement) ซึ่งไม่มีกำไรขั้นต้นเป็นส่วนใหญ่ของรายได้ (SEC 10-Q)
ไตรมาส 2/2026 โตดีแต่กำไร GAAP ทรงตัว: EPS เจือจางอยู่ที่ $2.90 (+4%) กำไรสุทธิ $766M (ทรงตัว) และกำไรจากการดำเนินงาน $1,229M (-1%) เนื่องจากค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 9% (SEC 8-K Ex.99)
ประมาณการปี 2026 ปรับขึ้น: RevPAR ทั่วโลก 3.0%–3.5% (เดิมต่ำกว่านี้) Net Rooms Growth ใกล้ขอบล่างของ 4.5%–5.0% ค่าธรรมเนียมรวม $6,025M–$6,055M (+10.8%–11.3% เทียบปี 2025 $5,438M) (SEC 8-K Ex.99)
ส่วนของผู้ถือหุ้นติดลบจากการคืนเงินสด: งวด 1H2026 ซื้อหุ้นคืน $1,819M และจ่ายเงินปันผล $370M ในขณะที่หนี้สินรวม $16,915M และหนี้สินสุทธิ $16,453M (ประมาณ 3.3 เท่าของ EBITDA TTM ที่คำนวณเอง) (SEC 10-Q)
ตะวันออกกลางเป็นจุดอ่อนหลักของไตรมาส 2: RevPAR ระดับภูมิภาคลดลง 43% ขณะที่ RevPAR ระหว่างประเทศโดยรวมลดลง 0.5% ส่วนสหรัฐฯ และแคนาดาเพิ่มขึ้น 5% (SEC 8-K Ex.99)
Bull Case — $427 (+14.8%)
RevPAR ครึ่งปีหลังเกิน 4% เมื่อการเดินทางระหว่างประเทศและงาน MICE ฟื้นตัว และตะวันออกกลางกลับมาเป็นบวก ทำให้ทั้งปีได้ปลายบนของกรอบ 3.0%–3.5%
Net Rooms Growth ทั้งปีถึง 5.0% หรือมากกว่า จากการเปิดโรงแรมใหม่ใน Pipeline ที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ 629,000 ห้อง
Adj. EPS ปี 2026 ประมาณ $12.20 (สูงกว่าปลายบนของ guidance ราว 3%) และตลาดให้ Forward P/E ประมาณ 35 เท่า
Base Case — $387 (+4.1%)
RevPAR ทั้งปี 2026 อยู่ในกรอบ 3.0%–3.5% ตามที่ฝ่ายบริหารปรับประมาณการ (ครึ่งปีหลังประมาณ 2.2%–3.2% ซึ่งเป็นการคำนวณประมาณการ ไม่ใช่ตัวเลขที่บริษัทระบุ)
Adj. EPS ปี 2026 ที่จุดกึ่งกลาง guidance $11.73 และ P/E 33 เท่า ใกล้เคียงค่าเฉลี่ยเป้าหมายของนักวิเคราะห์ $386.25
การซื้อหุ้นคืนและเงินปันผลรวมทั้งปีเกิน $4.5B ตาม guidance ช่วยให้จำนวนหุ้นลดลงต่อเนื่อง
Bear Case — $305 (-18.0%)
ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยืดเยื้อ และอัตรา RevPAR สหรัฐฯ ชะลอลงเหลือ 1%–2% ในครึ่งปีหลัง ทำให้ RevPAR ทั้งปีต่ำกว่ากรอบ
ดอกเบี้ยสูงนานขึ้นทำให้ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ย (1H2026 เพิ่ม 10% เป็น $435M) กดกำไรและจำกัดการซื้อหุ้นคืน ส่งผลให้ EPS ปี 2026 ประมาณ $10.90 (ต่ำกว่าปลายล่างของ guidance ราว 6%)
ตลาดให้ P/E ลดลงเหลือ 28 เท่า ซึ่งยังสูงกว่า IHG (Forward P/E 26.1 เท่า) เล็กน้อย
กรอบประมาณการมูลค่าตามสมมติฐาน (ผู้เขียนคำนวณจาก EPS × P/E ไม่ใช่ประมาณการของบริษัทหรือโบรกเกอร์) — ราคาอ้างอิง $371.82 กรณี Adj. EPS ปี 2026 P/E ที่ใช้ ราคาประมาณการ เทียบราคาปัจจุบัน Bull $12.20 35x $427 +14.8% Base $11.73 33x $387 +4.1% Bear $10.90 28x $305 -18.0%
Factsheet ข้อมูลพื้นฐาน ตัวชี้วัดตลาด และโครงสร้างนิติบุคคล — ข้อมูลตลาด ณ ปิดตลาด 14 ตุลาคม 2026
เงินปันผลตอบแทน (YIELD)
0.79%
กรอบราคา 52 สัปดาห์
$256.76 – $410.98
จำนวนหุ้นสามัญ
260.77M
ณ 27 ก.ค. 2026 · หุ้นเจือจางเฉลี่ย 1H26 265.7M
(SEC 10-Q) มูลค่ากิจการ (EV, คำนวณเอง)
$113.4B
ข้อมูลนิติบุคคลและขนาดระบบ ตารางข้อมูลบริษัท Marriott International, Inc. — ที่มา: SEC Form 10-K / 10-Q / 8-K หัวข้อ รายละเอียด ชื่อทางการ / ตลาดหลักทรัพย์ Marriott International, Inc. (NASDAQ: MAR, CIK: 0001048286) กลุ่มอุตสาหกรรม / ดัชนี Consumer Services / Hotels, Resorts & Cruiselines (S&P 500, NASDAQ-100) สำนักงานใหญ่ 7750 Wisconsin Avenue, Bethesda, Maryland 20814, USA ขนาดระบบโรงแรม (ไตรมาส 2/2026) มากกว่า 10,000 แห่ง รวมประมาณ 1,814,000 ห้อง (SEC 8-K Ex.99) ระบบ ณ 31 ธ.ค. 2025 (แยกประเภท) Franchised / Licensed และอื่นๆ 7,644 แห่ง · Company-operated 2,017 แห่ง · เป็นเจ้าของหรือเช่าเองน้อยกว่า 1% ของระบบ (SEC 10-K) โครงการระหว่างพัฒนา (Pipeline) 4,186 โครงการ ประมาณ 629,000 ห้อง ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ (SEC 8-K Ex.99) โปรแกรมสมาชิก (Loyalty Program) Marriott Bonvoy: ประมาณ 68% ของ room nights ในปี 2025 จองโดยสมาชิกโปรแกรม (SEC 10-K)
ลักษณะธุรกิจ / Business Overview รูปแบบรายได้ โครงสร้างการดำเนินงาน และพอร์ตแบรนด์ระดับโลก
Marriott International ไม่ได้เป็นเจ้าของโรงแรมส่วนใหญ่ของตัวเอง แต่ทำรายได้จากการให้สิทธิ์ใช้แบรนด์ ระบบการจอง โปรแกรมสมาชิก และการบริหารโรงแรมของเจ้าของ ซึ่งทำให้บริษัทลงทุนในสินทรัพย์น้อย มีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานสูง (OCF 1H2026 $1,806M เพิ่ม 40% YoY) และรับความเสี่ยงด้านอสังหาริมทรัพย์และการก่อสร้างน้อยกว่าผู้ประกอบการโรงแรมที่ถือทรัพย์สินเอง สัญญาบริหารโดยทั่วไปมีระยะเริ่มต้น 20–30 ปี (ตาม 10-K)
โครงสร้างรายได้ 4 ประเภทหลักที่มีกำไรขั้นต้นสูง
Franchise Fees (ค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์): เจ้าของโรงแรมจ่าย Royalty ประมาณ 4%–7% ของรายได้ห้องพัก (บางแบรนด์เพิ่มได้สูงสุด 4% ของรายได้อาหารและเครื่องดื่ม ตาม 10-K) แลกกับการใช้ชื่อแบรนด์ ระบบจองส่วนกลาง และ Bonvoy เป็นรายได้ที่โตเร็วที่สุดในงวด 1H2026 (+18%)
Base Management Fees (ค่าธรรมเนียมบริหารฐาน): รับจ้างบริหารโรงแรมที่เจ้าของเป็นผู้ลงทุน คิดตามเปอร์เซ็นต์ของรายได้โรงแรม ค่อนข้างคงที่ (+2.6% ในงวด 1H2026)
Incentive Management Fees (ค่าธรรมเนียมจูงใจ): คิดตามกำไรโรงแรมเมื่อเกินเงื่อนไขที่ตกลงไว้กับเจ้าของ จึงผันผวนตามภาวะตลาดมากกว่า (+7.4% ในงวด 1H2026)
Cost Reimbursement (รายได้ชดเชยต้นทุน): ค่าใช้จ่ายระบบจองส่วนกลาง ระบบไอที การตลาด และบุคลากรที่บริษัทเรียกเก็บจากเจ้าของตามจริง รายได้และค่าใช้จ่ายเท่ากัน ไม่มีผลต่อกำไร มีสัดส่วน 78% ของรายได้รวม 1H2026
การแบ่งรายได้ค่าธรรมเนียม (1H2025 เทียบ 1H2026) รายได้งวดครึ่งปีแรกแยกตามประเภท — ที่มา: SEC Form 10-Q งวด 30 มิ.ย. 2026 ($ ล้าน) รายการ 1H2025 1H2026 เปลี่ยนแปลง YoY Franchise Fees 1,606 1,895 +18.0% Base Management Fees 665 682 +2.6% Incentive Management Fees 404 434 +7.4% ค่าธรรมเนียมรวม (Gross Fee Revenues) 2,675 3,011 +12.6% รายได้ชดเชยต้นทุนและรายได้อื่น (คำนวณเอง) 10,332 10,714 +3.7% รายได้รวม (Total Revenues) 13,007 13,725 +5.5%
พอร์ตแบรนด์ตามระดับตลาด (Brand Tiers) แบรนด์ในเครือ Marriott International จำแนกตามระดับตลาด — ที่มา: SEC 10-K FY2025 Item 1 ระดับตลาด แบรนด์ที่ระบุใน 10-K Luxury JW Marriott, The Ritz-Carlton, The Luxury Collection, W Hotels, St. Regis, EDITION, Bvlgari Premium Marriott Hotels, Sheraton, Westin, Autograph Collection, Renaissance Hotels, Le Méridien, Delta Hotels by Marriott, MGM Collection with Marriott Bonvoy, Tribute Portfolio, Gaylord Hotels, Design Hotels, Marriott Executive Apartments, Outdoor Collection by Marriott Bonvoy Select Courtyard by Marriott, Fairfield by Marriott, Residence Inn by Marriott, SpringHill Suites by Marriott, Four Points by Sheraton, TownePlace Suites by Marriott, Aloft Hotels, AC Hotels by Marriott, Moxy Hotels, Element Hotels, Protea Hotels by Marriott, citizenM Midscale City Express by Marriott, Four Points Flex by Sheraton, Series by Marriott, StudioRes
10-K ไม่ได้ระบุจำนวนแบรนด์รวมเป็นตัวเลขเดียว จึงไม่อ้างจำนวนแบรนด์ · Apartments by Marriott Bonvoy และ Residences แสดงแยกจากการจัดระดับ
ความร่วมมือบัตรเครดิต Co-branded ตั้งอยู่ใน 11 ประเทศ โดยในสหรัฐฯ ผู้ออกบัตรคือ JPMorgan Chase และ American Express ภายใต้สัญญาหลายปี ค่าธรรมเนียมจากบัตรเป็นจำนวนคงที่ตอนเริ่มสัญญาบวกจำนวนผันแปรที่จ่ายรายเดือนตามการใช้งานบัตร 10-K ไม่ได้ระบุตัวเลขรายได้จากบัตรใน Item 1 ต้องดูประกอบที่หมายเหตุ 2 ของงบการเงิน
รายได้ EBITDA กำไรสุทธิ และอัตรากำไร — FY2023 ถึง TTM สิ้นสุด 30 มิ.ย. 2026
รายได้รวมเพิ่มจาก $23,713M ในปี 2023 เป็น $26,186M ในปี 2025 และ $26,904M ในงวด 12 เดือนล่าสุด กำไรสุทธิลดลงในปี 2024 ($2,375M) จากค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยและค่าใช้จ่ายอื่นที่สูงขึ้น ก่อนฟื้นตัวเป็น $2,601M ในปี 2025 ปี 2026 งวดครึ่งปีแรกกำไรสุทธิทรงตัวที่ $1,414M ขณะที่ EBITDA เพิ่มขึ้น 8.7% เป็น $2,677M
รายได้รวม EBITDA และกำไรสุทธิ GAAP — FY2023 ถึง TTM มิ.ย. 2026 ($ ล้าน)
อัตรากำไร: EBITDA Margin เทียบ Net Margin (%)
ที่มา: คำนวณจากงบการเงินใน 10-K และ 10-Q · อัตรากำไรคำนวณจากรายได้รวม ซึ่งรวมรายได้ชดเชยต้นทุนที่ไม่มีกำไร จึงทำให้อัตรากำไรต่ำกว่าที่เห็นในบริษัทธุรกิจค่าธรรมเนียมอื่น
เปรียบเทียบผลประกอบการครึ่งปีแรก: 1H2025 เทียบ 1H2026 เปรียบเทียบผลการดำเนินงาน 1H2025 กับ 1H2026 ($ ล้าน)
สรุปงบกำไรขาดทุนย้อนหลัง — ที่มา: SEC 10-K FY2025 และ 10-Q Q2 2026 ($ ล้าน ยกเว้นระบุ) รายการทางการเงิน FY2023 FY2024 FY2025 1H2025 1H2026 TTM มิ.ย. 26 ค่าธรรมเนียมรวม (Gross Fee Revenues) 4,824 5,170 5,438 2,675 3,011 5,774 รายได้รวม (Total Revenues) 23,713 25,100 26,186 13,007 13,725 26,904 กำไรจากการดำเนินงาน (Operating Income) 3,864 3,767 4,141 2,184 2,293 4,250 ค่าเสื่อมราคาและตัดจำหน่าย (D&A ตามงบกระแสเงินสด) 436 492 599 279 384 704 EBITDA (Operating Income + D&A, คำนวณเอง) 4,300 4,259 4,740 2,463 2,677 4,954 ดอกเบี้ยจ่าย (Interest Expense) 565 695 809 395 435 849 กำไรสุทธิ (Net Income) 3,083 2,375 2,601 1,428 1,414 2,587 กำไรต่อหุ้นปรับลด (Diluted EPS, USD) 10.18 8.33 9.51 5.17 5.32 9.66 EBITDA Margin (%) 18.1% 17.0% 18.1% 18.9% 19.5% 18.4% Net Margin (%) 13.0% 9.5% 9.9% 11.0% 10.3% 9.6%
หมายเหตุนิยาม: TTM = ปี 2025 + 1H2026 − 1H2025 · EBITDA ในตารางนี้คำนวณเองจาก Operating Income + D&A ตามงบกระแสเงินสด ซึ่งรวมรายการ “and other” และรายได้ชดเชยต้นทุนบางส่วน อาจต่างจาก Adjusted EBITDA ที่บริษัทรายงาน (ไตรมาส 2/2026 Adj. EBITDA $1,592M เพิ่ม 13% YoY) · ตัวเลข EPS TTM คำนวณเอง ค่า P/E ในหน้า Factsheet อ้างจาก StockAnalysis ซึ่งใช้ตัวเลข EPS อีกชุดหนึ่ง
ไตรมาส 2/2026 เทียบปีก่อน
รายได้รวม $7,071M (+5%) · ค่าธรรมเนียมรวม $1,578M (+13%) · ค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์ $1,023M (+19%) (SEC 8-K Ex.99)
Adjusted EBITDA $1,592M (+13%) · กำไรจากการดำเนินงาน $1,229M (-1%) · กำไรสุทธิ $766M (ทรงตัว) · EPS $2.90 (+4%) (SEC 8-K Ex.99)
ผลต่างระหว่าง EBITDA ที่คำนวณเองกับ Adjusted EBITDA ของบริษัทมาจากรายการปรับปรุงที่บริษัทตัดออก จึงเทียบกันตรงๆ ไม่ได้
ทำไมกำไรสุทธิลดลงในปี 2024 ทั้งที่ค่าธรรมเนียมเพิ่ม?
ปี 2024 ค่าธรรมเนียมรวมเพิ่มจาก $4,824M เป็น $5,170M แต่กำไรจากการดำเนินงานลดลงเหลือ $3,767M (จาก $3,864M) และดอกเบี้ยจ่ายเพิ่มจาก $565M เป็น $695M กำไรสุทธิจึงลดลงเป็น $2,375M ข้อมูลปี 2024 นี้คือจุดที่ต้องดูต่อว่าการเพิ่มหนี้ได้ประโยชน์เท่าที่ควรหรือไม่ ซึ่งการตรวจสอบเหตุผลเชิงลึกต้องอ่านคำบรรยาย MD&A ของ 10-K ฉบับเต็ม ที่ยังไม่ได้ตรวจสอบในรอบนี้
งบแสดงสถานะการเงิน / Balance Sheet สินทรัพย์ หนี้สิน และโครงสร้างส่วนของผู้ถือหุ้น — ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2026
ณ 30 มิถุนายน 2026 Marriott มีสินทรัพย์รวม $28,085M เพิ่มจาก $27,540M ณ สิ้นปี 2025 สินทรัพย์ส่วนใหญ่เป็นสินทรัพย์ไม่มีตัวตน ได้แก่ มูลค่าแบรนด์ $6,182M ค่าความนิยม $8,876M และต้นทุนการได้สัญญาบริหาร $4,283M ส่วนของผู้ถือหุ้นติดลบ $(4,525)M เพราะหุ้นซื้อคืนสะสมตามราคาทุนสูงถึง $29,677M
โครงสร้างงบดุล: สินทรัพย์รวม หนี้สินรวม และส่วนของผู้ถือหุ้น ($ ล้าน)
ทำไมส่วนของผู้ถือหุ้นถึงติดลบ?
ส่วนของผู้ถือหุ้นติดลบจากการคืนเงินสดให้ผู้ถือหุ้นเกินกว่ากำไรสะสม บริษัทสร้างกระแสเงินสดจากการดำเนินงานได้ $3,212M ในปี 2025 และ $1,806M ในงวด 1H2026 โดยไม่ต้องลงทุนซื้อที่ดินหรือก่อสร้างโรงแรมเพิ่ม จึงนำเงินส่วนเกินไปซื้อหุ้นคืนต่อเนื่อง ซึ่งบันทึกเป็นหุ้นซื้อคืนในส่วนของผู้ถือหุ้น ผลดีคือ EPS เพิ่มขึ้นจากจำนวนหุ้นที่ลดลง แต่ความเสี่ยงคือ หากกำไรหรือกระแสเงินสดลดลง บริษัทจะยังต้องพึ่งพาหนี้เพื่อรักษาระดับการคืนเงิน
โครงสร้างงบดุลเปรียบเทียบ Marriott International — ที่มา: SEC 10-K FY2025 และ 10-Q Q2 2026 ($ ล้าน) รายการสินทรัพย์และหนี้สิน สิ้น FY2024 สิ้น FY2025 30 มิ.ย. 2026 เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 396 358 462 มูลค่าแบรนด์ (Brands) n/a 6,207 6,182 ค่าความนิยม (Goodwill) n/a 8,907 8,876 ต้นทุนการได้สัญญาและอื่นๆ (Contract Acquisition Costs) n/a 4,129 4,283 สินทรัพย์รวม (Total Assets) 26,182 27,540 28,085 หนี้สินหมุนเวียน (Current Liabilities) 8,649 8,398 7,904 หนี้ระยะยาวส่วนที่ถึงกำหนดภายใน 1 ปี 1,309 1,209 460 หนี้สินระยะยาว (Long-Term Debt) 13,138 14,995 16,455 หนี้สินรวม (Total Liabilities, คำนวณเอง) 29,174 31,311 32,610 หุ้นซื้อคืนตามราคาทุน (Treasury Stock) (24,644) (27,900) (29,677) ส่วนของผู้ถือหุ้น (Stockholders’ Deficit) (2,992) (3,771) (4,525)
หนี้สินรวมคำนวณจากสินทรัพย์รวมหักส่วนของผู้ถือหุ้น เพราะงบไม่ได้แสดงเป็นบรรทัดแยก · n/a = ยังไม่ได้ตรวจสอบจากงบปี 2024 ในรอบนี้
หนี้สินและเลเวอเรจ / Leverage ภาระหนี้สิน ความสามารถชำระดอกเบี้ย และสภาพคล่อง
ณ 30 มิถุนายน 2026 Marriott มีหนี้สินรวม $16,915M (หนี้ระยะยาว $16,455M และส่วนที่ถึงกำหนดใน 1 ปี $460M) เมื่อหักเงินสด $462M จะเหลือหนี้สินสุทธิ $16,453M คิดเป็น 3.32 เท่าของ EBITDA TTM ที่คำนวณเอง ดอกเบี้ยจ่ายงวด 1H2026 เพิ่มขึ้น 10% เป็น $435M ทำให้กำไรจากการดำเนินงานครอบคลุมดอกเบี้ยจ่ายได้ 5.0 เท่าในช่วง TTM (1H2026 อยู่ที่ 5.3 เท่า) ลดลงจาก 5.4 เท่าในปี 2024 (ดูตารางด้านล่าง)
อัตราส่วนภาระหนี้สิน: หนี้สินรวม/EBITDA เทียบ หนี้สินสุทธิ/EBITDA (เท่า)
โครงสร้างหนี้และสภาพคล่อง — ที่มา: SEC 10-K FY2025 และ 10-Q Q2 2026 ($ ล้าน) ตัวชี้วัด FY2024 FY2025 TTM มิ.ย. 2026 หนี้สินรวม (Total Debt) 14,447 16,204 16,915 เงินสดและรายการเทียบเท่า 396 358 462 หนี้สินสุทธิ (Net Debt) 14,051 15,846 16,453 EBITDA (คำนวณเอง) 4,259 4,740 4,954 Total Debt / EBITDA (เท่า) 3.39x 3.42x 3.41x Net Debt / EBITDA (เท่า) 3.30x 3.34x 3.32x ดอกเบี้ยจ่าย (Interest Expense) 695 809 849 ความสามารถชำระดอกเบี้ย (Operating Income / Interest, เท่า) 5.4x 5.1x 5.0x
หนี้สินสุทธิ/Adj. EBITDA ปี 2026 ตามช่วงประมาณการของบริษัท ($5,965M–$6,025M) อยู่ที่ประมาณ 2.7 เท่า แต่ใช้ตัวเลข Adj. EBITDA ซึ่งบริษัทนิยามเอง จึงไม่เทียบกับ EBITDA คำนวณเองโดยตรง · ที่มา:
SEC 8-K Ex.99
สัดส่วนธุรกิจ / Segments โครงสร้างรายได้ค่าธรรมเนียมตามประเภทสัญญา และการกระจายห้องพักตามภูมิภาค
ค่าธรรมเนียมรวมงวด 1H2026 $3,011M มาจาก Franchise Fees 62.9% Base Management Fees 22.7% และ Incentive Management Fees 14.4% ส่วนรายได้รวมทั้งหมดรวม Cost Reimbursement ซึ่งไม่ใช่การแบ่งกำไรที่แท้จริงของบริษัท จึงใช้ค่าธรรมเนียมเป็นฐานในการแบ่งสัดส่วนนี้
สัดส่วนค่าธรรมเนียมรวม (Gross Fee Revenues 1H2026)
ระบบโรงแรมแยกตามภูมิภาค ณ 31 ธ.ค. 2025 และ RevPAR ไตรมาส 2/2026 — ที่มา: SEC 10-K FY2025 และ SEC 8-K Ex.99 ภูมิภาค จำนวนโรงแรม จำนวนห้องพัก สัดส่วนห้องพัก (%) RevPAR Q2 2026 YoY U.S. & Canada 6,360 1,065,108 59.8% เพิ่ม 5% Europe 988 167,323 9.4% เพิ่มขึ้น (ตัวเลขเฉพาะภูมิภาคยังไม่ได้ตรวจสอบ) Middle East & Africa 397 84,934 4.8% Middle East ลดลง 43% Asia Pacific excl. China (APEC) 733 157,326 8.8% เพิ่มมากกว่า 5% Greater China 684 188,596 10.6% เพิ่มมากกว่า 3% Caribbean & Latin America 545 93,134 5.2% n/a Timeshare และ Yacht 98 23,515 1.3% n/a รวมทั้งสิ้น 9,805 1,779,936 100% RevPAR ทั่วโลก +3.4%
สัดส่วนห้องพักปัดเศษ รวมอาจไม่เท่า 100% พอดี · ตัวเลขระบบเป็น ณ 31 ธ.ค. 2025 ส่วนตัวเลขไตรมาส 2/2026 ประมาณ 1,814,000 ห้อง · ที่มา RevPAR:
SEC 8-K Ex.99 · Europe และ Middle East & Africa ตามรายงาน 8-K รวมกันเป็น EMEA ซึ่งลดลงมากกว่า 5% (ตัวเลขเฉพาะภูมิภาคหลักที่ยืนยันแล้ว: ตะวันออกกลางลดลง 43%)
ประวัติปันผล / Dividend History เงินปันผลต่อหุ้น นโยบายซื้อหุ้นคืน และผลตอบแทนรวมต่อผู้ถือหุ้น
ปี 2025 บริษัทจ่ายเงินปันผลรวม $2.64 ต่อหุ้น จากการจ่าย $0.63 ในไตรมาสแรก และ $0.67 ในสามไตรมาสที่เหลือ ในปี 2026 คณะกรรมการประกาศเงินปันผล $0.73 ต่อหุ้นสองครั้ง (8 พ.ค. และ 6 ส.ค. 2026) คิดเป็นอัตราปีละ $2.92 และให้ Dividend Yield ราว 0.79% ณ ราคาปัจจุบัน การคืนเงินทุนยังขึ้นอยู่กับการซื้อหุ้นคืนเป็นหลัก
เงินปันผลต่อหุ้นประจำปี: FY2025 และอัตราปัจจุบัน 2026 ($/หุ้น)
การคืนเงินทุนให้ผู้ถือหุ้น — ที่มา: SEC 10-K FY2025 และ 10-Q Q2 2026 ($ ล้าน ยกเว้นระบุ) รายการ FY2025 1H2025 1H2026 ซื้อหุ้นคืน (Share Repurchases) ~3,300 (MD&A) 1,500 1,819 เงินปันผลจ่ายจริง (Dividends Paid) n/a 357 370 รวมเงินคืนผู้ถือหุ้น n/a 1,857 2,189 DPS ที่ประกาศ ($/หุ้น) 2.64 n/a 1.40 (0.67 + 0.73)* Payout Ratio (DPS / EPS ปีนั้น) 27.8% n/a n/a
* DPS งวด 1H2026 คำนวณจากเงินปันผลไตรมาส 1 ($0.67 ตามประกาศก่อนหน้า ยังไม่ได้ยืนยันจากเอกสารโดยตรง) บวกไตรมาส 2 ($0.73) · Payout Ratio อิง EPS GAAP ปี 2025 $9.51 · Payout จาก guidance Adj. EPS 2026 ที่จุดกึ่งกลาง $11.73 อยู่ที่ประมาณ 24.9% · ซื้อหุ้นคืนปี 2025 อ้างจาก MD&A ที่ระบุ “$3.3 billion”
เปรียบเทียบเพื่อน / Peer Comparison การประเมินมูลค่าเทียบกับผู้ประกอบการโรงแรมระดับโลก ณ ปิดตลาด 14 ตุลาคม 2026
Marriott มี Market Cap $96.96B ใหญ่ที่สุดในกลุ่มนี้ แต่ P/E ตามผลกำไรปัจจุบันอยู่ที่ 38.6 เท่า ต่ำกว่า Hilton (HLT) ที่ 48.2 เท่าประมาณ 20% และสูงกว่า IHG ที่ 33.1 เท่าประมาณ 16% ในมุม Forward P/E MAR อยู่ที่ 30.2 เท่า ต่ำกว่า HLT (34.1 เท่า) ประมาณ 12% และสูงกว่า IHG (26.1 เท่า) ประมาณ 16% ส่วน Hyatt (H) มี P/E 193 เท่า เพราะกำไรตามบัญชีต่ำกว่าปกติจึงไม่เหมาะสำหรับเปรียบเทียบ ควรใช้ Forward P/E แทน
เปรียบเทียบ Market Cap ($ พันล้าน) และ P/E ของกลุ่มโรงแรม
ตารางเปรียบเทียบ Valuation และผลตอบแทนกับคู่แข่ง — ที่มา: StockAnalysis ราคาปิด 14 ต.ค. 2026 บริษัท / สัญลักษณ์ ราคา ($) Market Cap ($B) P/E (TTM) Forward P/E Dividend Yield ตำแหน่งในกรอบ 52 สัปดาห์ Marriott International (MAR) $371.82 96.96 38.56x 30.17x 0.79% 74.6% Hilton Worldwide (HLT) $328.00 73.82 48.22x 34.11x 0.18% 71.3% InterContinental Hotels (IHG) $160.36 23.64 33.10x 26.09x 1.15% 73.0% Hyatt Hotels (H) $160.32 15.11 193.14x 42.14x 0.37% 36.0% Wyndham Hotels & Resorts (WH) $72.59 5.39 26.53x 14.92x 2.37% 24.4%
ตำแหน่งในกรอบ 52 สัปดาห์ = (ราคา − ต่ำสุด) ÷ (สูงสุด − ต่ำสุด) คำนวณเอง · EV/EBITDA ของเพื่อนไม่ได้ดึงมาในรอบนี้จึงไม่แสดง · ที่มา:
StockAnalysis ,
HLT ,
IHG ,
H ,
WH
มุมมองอนาคต / Outlook ประมาณการปี 2026 จากฝ่ายบริหาร ปัจจัยขับเคลื่อน และเหตุการณ์ที่ต้องติดตาม
ประมาณการปี 2026 ที่ปรับในไตรมาส 2/2026
RevPAR ทั่วโลก: 3.0%–3.5% (ปรับขึ้น) ทั้งที่ครึ่งปีแรกทำได้ 3.8% ทำให้ครึ่งปีหลังต้องชะลอลงเหลือประมาณ 2.2%–3.2% (คำนวณประมาณการ ไม่ใช่ตัวเลขบริษัท)
Net Rooms Growth: ใกล้ขอบล่างของช่วง 4.5%–5.0% โดย 1H2026 เพิ่มห้องพักสุทธิประมาณ 33,800 ห้อง
ค่าธรรมเนียมรวม: $6,025M–$6,055M เพิ่มจากปี 2025 ประมาณ 11%
Adj. EBITDA: $5,965M–$6,025M และ Adj. Diluted EPS: $11.64–$11.81 (ฐานการคำนวณต่างจาก GAAP EPS ปี 2025 $9.51)
การคืนเงินทุนให้ผู้ถือหุ้น: มากกว่า $4.5B ในปี 2026 ซึ่ง 1H2026 คืนแล้ว $2,189M หรือประมาณ 49%
ตารางเปรียบเทียบประมาณการกับผลปี 2025 ประมาณการปี 2026 เทียบผลปี 2025 — ที่มา: SEC 8-K Ex.99 และ SEC 10-K FY2025 ตัวชี้วัด ผลปี 2025 ประมาณการปี 2026 เปลี่ยนแปลงโดยประมาณ RevPAR ทั่วโลก n/a 3.0%–3.5% ปรับขึ้น Net Rooms Growth (ปลายปีต่อปลายปี) n/a ใกล้ขอบล่าง 4.5%–5.0% n/a ค่าธรรมเนียมรวม (Gross Fee Revenues, $M) 5,438 6,025–6,055 +10.8% ถึง +11.3% Adj. EBITDA ($M) n/a (ฐาน Adj. ยังไม่ได้ตรวจสอบ) 5,965–6,025 n/a Diluted EPS ($) 9.51 (GAAP) 11.64–11.81 (Adjusted) ไม่ใช่ฐานเดียวกัน การคืนเงินทุนให้ผู้ถือหุ้น ($M) ~4,000 (ประมาณ จาก 3,300 ซื้อคืน + ปันผล) มากกว่า 4,500 n/a
ผลปี 2025 ของ Gross Fee Revenues และ EPS ดึงจาก SEC 10-K FY2025 · ตัวเลขการคืนเงินทุนปี 2025 ยังเป็นค่าประมาณ ไม่ใช่ตัวเลขที่ยืนยันจากงบกระแสเงินสด
เหตุการณ์และวันที่ที่ควรติดตาม
ผลประกอบการไตรมาส 3/2026: คาดประกาศปลายเดือนตุลาคมถึงต้นพฤศจิกายน 2026 (วันที่ยังไม่ยืนยันจากแหล่งข้อมูลทางการ) และเป็นช่วงที่บริษัทจะอัปเดตประมาณการตลอดทั้งปีอีกครั้ง
การประกาศเงินปันผลไตรมาส 3/2026: คาดว่าจะประกาศพร้อมผลไตรมาส 3 โดยอัตราอ้างอิงล่าสุดคือ $0.73 ต่อไตรมาส
งบการเงินประจำปี 2026 (10-K): คาดยื่นประมาณเดือนกุมภาพันธ์ 2027 ตามรอบปีที่ผ่านมา (10-K ปี 2025 ยื่น 10 ก.พ. 2026)
ปัจจัยเสี่ยง / Risk Factors ความเสี่ยงแต่ละด้านพร้อมสัญญาณที่สังเกตได้จริงในงบหรือประกาศของบริษัท
ภูมิรัฐศาสตร์ตะวันออกกลาง (Geopolitical Exposure): RevPAR ในภูมิภาคตะวันออกกลางลดลง 43% ใน Q2 2026 ทำให้การดำเนินงานระหว่างประเทศลดลงโดยรวม 0.5% ทั้งที่ภูมิภาคอื่นเติบโต สัญญาณที่ต้องดู: RevPAR ตะวันออกกลางยังติดลบในไตรมาส 3/2026 หรือไม่ (SEC 8-K Ex.99)
การเดินทางในสหรัฐฯ และเศรษฐกิจมหภาค (U.S. Demand): สหรัฐฯ และแคนาดาเป็น 59.8% ของห้องพัก และเป็นแหล่งรายได้ค่าธรรมเนียมหลัก แม้ไตรมาส 2 RevPAR เพิ่ม 5% แต่การชะลอตัวของความต้องการจะกระทบรายได้ของแฟรนไชส์ซีโดยตรง สัญญาณที่ต้องดู: RevPAR สหรัฐฯ ต่ำกว่า 2% ในสองไตรมาสติดต่อกัน
ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ย (Rate and Interest Burden): ดอกเบี้ยจ่ายงวด 1H2026 เพิ่ม 10% เป็น $435M ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานเพิ่มเพียง 5% สัญญาณที่ต้องดู: ดอกเบี้ยจ่ายรายไตรมาสเกิน $230M อย่างต่อเนื่อง (ระดับ 2Q2026 ประมาณ $221M)
ภาระหนี้จากการซื้อหุ้นคืน (Leverage Under Buybacks): ส่วนของผู้ถือหุ้นติดลบ $(4,525)M และหนี้สินสุทธิ/EBITDA ประมาณ 3.3 เท่า ซึ่งกรอบการจัดการเลเวอเรจของบริษัทยังไม่ได้ตรวจสอบในรอบนี้ สัญญาณที่ต้องดู: หนี้สินสุทธิ/EBITDA คำนวณเองเกิน 3.5 เท่า
การเปิดโรงแรมใหม่ล่าช้า (Pipeline Conversion): Net Rooms Growth ที่ใกล้ขอบล่างของกรอบ 4.5%–5.0% บ่งชี้ว่าการเปิดห้องพักใหม่อาจช้ากว่าที่คาด แม้ Pipeline จะสูงถึง 629,000 ห้อง สัญญาณที่ต้องดู: Net Rooms Growth ปลายปี 2026 ต่ำกว่า 4.5%
ความปลอดภัยไซเบอร์และข้อมูลสมาชิก (Cybersecurity): ระบบจองส่วนกลางและฐานสมาชิก Bonvoy เป็นหัวใจของโมเดลธุรกิจ เหตุการณ์ข้อมูลรั่วอาจกระทบชื่อเสียง ค่าปรับ และการจอง สัญญาณที่ต้องดู: การประกาศเหตุการณ์ด้านไซเบอร์ผ่าน 8-K
แพลตฟอร์มจองออนไลน์และที่พักทางเลือก (Distribution Competition): OTA และแพลตฟอร์มที่พักระยะสั้นยังกดดันอัตราค่าห้องพักบางกลุ่มตลาด และอาจส่งผลต่อ Incentive Management Fees สัญญาณที่ต้องดู: รายได้ Incentive Management Fees ลดลง YoY (ปัจจุบันยังเพิ่ม 7.4% ใน 1H2026)
SWOT Analysis จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรค จากตัวเลขที่ยืนยันแล้ว
Strengths (จุดแข็ง)
ค่าธรรมเนียมรวมเพิ่ม 12.6% ใน 1H2026 และกำไรจากการดำเนินงานเพิ่ม 5% แสดงว่าโมเดล Asset-Light ให้ผลตอบแทนที่ไม่ขึ้นกับการลงทุนในทรัพย์สิน
เครือข่ายใหญ่ที่สุดในระบบ ประมาณ 1.81 ล้านห้อง และ Pipeline ระดับสูงสุดที่ 629,000 ห้อง
กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน 1H2026 $1,806M เพิ่ม 40% YoY ช่วยให้คืนเงินทุนได้มากกว่า $2.1B ในงวดเดียว
Weaknesses (จุดอ่อน)
ส่วนของผู้ถือหุ้นติดลบ $(4,525)M ทำให้ P/BV ใช้วิเคราะห์ไม่ได้ และเพิ่มความเปราะบางต่อการลดลงของกำไร
สัดส่วนรายได้จากสหรัฐฯ และแคนาดาสูงถึง 59.8% ของห้องพักในระบบ
ดอกเบี้ยจ่ายเพิ่มเร็วกว่ากำไรจากการดำเนินงาน (ดอกเบี้ย +10% เทียบ Operating Income +5%)
Opportunities (โอกาส)
ประมาณการ RevPAR ปี 2026 ถูกปรับขึ้น และ APEC กับ Greater China เติบโตเกิน 3% ในไตรมาส 2
แบรนด์ Midscale และ Longer Stays เช่น StudioRes และ City Express เปิดตลาดใหม่ที่มีความอ่อนไหวต่อเศรษฐกิจน้อยกว่าลักชัวรี
การคืนเงินทุนยังมีเป้าหมายสูงกว่า $4.5B ในปี 2026 ซึ่งหนุน EPS ได้ต่อเนื่อง
Threats (อุปสรรค)
ความขัดแย้งในตะวันออกกลางทำให้ RevPAR ภูมิภาคลดลง 43% และยังไม่มีสัญญาณฟื้นตัวชัดเจน
ดอกเบี้ยจ่ายสูงขึ้นและเจ้าของโรงแรมที่ต้องกู้เงินชะลอการลงทุนได้
OTA และแพลตฟอร์มที่พักทางเลือกแย่งส่วนแบ่งในการจองตรงและค่าคอมมิชชัน
มุมมองนักลงทุน / Investor View ข้อมูลประกอบการตัดสินใจ สมมติฐานการประเมิน และรายการที่ควรติดตาม — ข้อมูล ณ 14 ตุลาคม 2026
สรุปเชิงข้อมูล: “คุณภาพสูง เติบโตต่อเนื่อง แต่ราคาสะท้อนความคาดหวังไว้มาก”
Marriott มีโมเดลธุรกิจที่แข็งแรง ค่าธรรมเนียมเติบโตเร็วและมีกระแสเงินสดสูง ประมาณการปี 2026 ถูกปรับขึ้น แต่ราคาหุ้นอยู่ที่ระดับ 75% ของกรอบ 52 สัปดาห์ P/E TTM 38.6 เท่าเป็นระดับสูงในมาตรฐานโรงแรมทั่วไป และผลตอบแทนปันผลเพียง 0.79% ส่วนลดเมื่อเทียบ HLT ส่วนใหญ่มาจาก P/E TTM ของ HLT (48.2 เท่า) ที่สูงกว่า Forward P/E (34.1 เท่า) มาก ซึ่งสะท้อนว่ากำไรปัจจุบันของ HLT ต่ำกว่าประมาณการปีหน้า ส่วนลดนี้จึงไม่ได้บ่งชี้ว่า MAR ถูกโดยตัวมันเอง
Bull Scenario — $427 (+14.8%)
ผลประกอบการครึ่งปีหลังดีกว่า guidance และ RevPAR ทั้งปีได้ปลายบนของกรอบ
Net Rooms Growth ถึง 5.0% จาก Pipeline 629,000 ห้อง
Adj. EPS ประมาณ $12.20 และตลาดให้ Forward P/E 35 เท่า
Base Scenario — $387 (+4.1%)
Guidance ปี 2026 เป็นจริงตามกรอบกลาง RevPAR 3.0%–3.5% และ Adj. EPS $11.73
ราคาสะท้อน P/E 33 เท่า ใกล้ค่าเฉลี่ยเป้าหมายนักวิเคราะห์ $386.25
ผลตอบแทนจากราคาที่เหลือต่ำกว่า 5% จึงพึ่งการเติบโตของ EPS เป็นหลัก
Bear Scenario — $305 (-18.0%)
ตะวันออกกลางและสหรัฐฯ ชะลอพร้อมกัน ทำให้ RevPAR ครึ่งปีหลังต่ำกว่า 1%–2%
ดอกเบี้ยสูงกดดัน EPS ลงเหลือประมาณ $10.90 และ P/E ลดลงเหลือ 28 เท่า
การคืนเงินทุนชะลอ ทำให้ปัจจัยหนุนราคาลดลง
รายการตรวจสอบสำหรับการติดตาม (Monitoring Checklist) รายงานนี้จัดทำเพื่อการศึกษาและการตัดสินใจเชิงข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน ผู้อ่านควรพิจารณาความเสี่ยงและเอกสารต้นฉบับก่อนตัดสินใจ สมมติฐานราคาเป้าหมายในรายงานเป็นการคำนวณเอง ไม่ใช่ประมาณการของบริษัทหรือโบรกเกอร์
แหล่งข้อมูลหลัก:
หมายเหตุ: รายงานฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาและการตัดสินใจเชิงข้อมูลเท่านั้น มิใช่คำแนะนำในการลงทุน ข้อมูลทางการเงินอิงจาก MD&A/SEC (reported basis) และข้อมูลตลาดอิงจาก SET Factsheet ณ 14 ตุลาคม 2026 ผู้ลงทุนควรพิจารณาปัจจัยและความเสี่ยงทั้งหมดก่อนตัดสินใจลงทุน