เขียนโดย HypeTimes Staff · ข้อมูล ณ
1. สรุปผู้บริหาร (Executive Summary)
ข้อมูลตลาด ณ ราคาปิด 16 ต.ค. 2026 · ผลประกอบการถึง 30 มิ.ย. 2026 · คดี DOJ อัปเดตถึงพ.ค. 2026
กำไรจากการดำเนินงาน GAAP 1H 2026
$151M
ลดลง 75% จาก $601M · สาเหตุหลักคือค่าใช้จ่ายคดีและการสอบสวนของภาครัฐ
(10-Q 2Q 2026)หนี้สุทธิ ณ 30 มิ.ย. 2026
$0.13B
หนี้รวม $9.20B · เงินสด $9.07B · หนี้ระยะสั้นเพิ่มเป็น $2.97B จาก $0.59B
(10-Q 2Q 2026)เงินสดอิสระ 1H 2026
$2.16B
เงินสดจากการดำเนินงาน $2.76B หักซื้อสินทรัพย์ถาวร $0.60B (คำนวณ)
(10-Q 2Q 2026)ภาพรวมธุรกิจ
LYV ทำงานเป็นวงจรเดียวกันสามส่วน คือจัดคอนเสิร์ตและเทศกาล ขายตั๋วผ่าน Ticketmaster และขายสปอนเซอร์กับโฆษณาให้แบรนด์ที่อยากเข้าถึงผู้เข้าชม ผู้เข้าชมที่มาดูงานคือฐานให้ทั้งสามส่วน บริษัทจึงได้ประโยชน์เมื่อมีคอนเสิร์ตจำนวนมากและราคาตั๋วเพิ่มขึ้น แต่จุดแข็งเดียวกันนี้เองคือจุดที่หน่วยงานกำกับดูแลจับตามากที่สุด ทั้งเรื่องส่วนแบ่งตลาดของ Ticketmaster และเงื่อนไขที่ผูกโปรโมเตอร์กับสถานที่ (10-K FY2025)
ธุรกิจคอนเสิร์ตสร้างรายได้ราว 83% ของรายได้รวม แต่ให้ AOI เพียงราว 29% ของ AOI รวม Ticketing สร้างรายได้ราว 12% แต่ให้ AOI สูงกว่ามาก Sponsorship และโฆษณาสร้างรายได้ราว 5% และมีอัตรากำไรสูงสุดในสามส่วน สัดส่วนนี้สำคัญต่อการวิเคราะห์คดี เพราะรัฐบาลโฟกัสที่ Ticketing ซึ่งเป็นส่วนที่ทำกำไรต่อหน่วยสูงและเป็นแกนของข้อกล่าวหาเรื่องค่าธรรมเนียม (ดูหัวข้อ 3 และ 7)
ประเด็นสำคัญ (Key Takeaways)
- ธุรกิจหลักยังเติบโต. ไตรมาส 2 ปี 2026 มีผู้เข้าชมคอนเสิร์ตเกือบ 49 ล้านคน (+10%) เป็นสถิติของไตรมาสที่สอง รายได้ไตรมาสที่สอง $7.67B (+9.4%) และรายได้ Ticketing โต 14.7% (Live Nation Q2 2026)
- กำไร GAAP ถูกกดด้วยค่าใช้จ่ายคดี. กำไรจากการดำเนินงานครึ่งปีแรกลดลง $450M ขณะที่กำไรสุทธิ 1H 2026 ติดลบ $94.7M ทั้งที่ AOI ยังโต ค่าใช้จ่ายนี้ควรแยกเป็นรายการครั้งเดียวหรือต้นทุนที่เกิดซ้ำ ซึ่งยังตอบไม่ได้จากงบที่อ่านมา (10-Q 2Q 2026)
- คดีเปลี่ยนจากการพิจารณาเป็นการรอบทลงโทษ. คณะลูกขุนในนิวยอร์กตัดสิน 15 เม.ย. 2026 ว่า Ticketmaster รักษาการผูกขาดตลาดตั๋วคอนเสิร์ตในสถานที่ขนาดใหญ่ และ Live Nation ผูกขาดสถานที่แสดงขนาดใหญ่ ทั้งยังพบความผิดตามกฎหมายแข่งขันของรัฐ 9 รัฐ (Pollstar) ฉบับก่อนหน้าของรายงานนี้ระบุว่าคดียังพิจารณาอยู่ ข้อมูลนั้นล้าสมัยแล้ว
- รัฐบาลกลางยอมความกลางทาง แต่รัฐที่ร่วมฟ้องไม่ยอม. DOJ ทำข้อตกลงระหว่างพิจารณา โดยให้ Ticketmaster เปิดให้ผู้ขายตั๋วรายอื่นเข้าขาย 13 สถานที่และห้ามตอบโต้สถานที่ที่ไม่ร่วมงานกับ Ticketmaster ข้อตกลงนี้ยังต้องผ่านการพิจารณาของศาล ขณะที่ 33 รัฐและ D.C. ขอให้แยก Ticketmaster ออกจากบริษัท (Pollstar)
- หนี้ระยะสั้นเพิ่มห้าเท่าในครึ่งปี. หนี้ระยะสั้นเพิ่มจาก $0.59B เป็น $2.97B ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงจาก $894M เป็น $756M ทำให้อัตราหนี้รวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้นสูงถึง 12.2 เท่า ถึงแม้หนี้สุทธิจะต่ำเพราะมีเงินสดช่วย (10-Q 2Q 2026)
ราคาหุ้นขึ้นอยู่กับผลลัพธ์ของคดีมากกว่าผลการดำเนินงาน
ตลาดให้ EV/AOI ราว 17 เท่าของ AOI FY2025 ซึ่งสูงกว่าที่ธุรกิจจัดงานทั่วไปมักได้รับ แปลว่าราคาหุ้นสมมติว่าการเติบโตของ Ticketing จะคงอยู่ได้ ทุกๆ 1 เท่าของตัวคูณ EV/AOI มีค่าราว $10 ต่อหุ้น (2.37 พันล้านดอลลาร์ ÷ 235.6 ล้านหุ้น, คำนวณ) ดังนั้นคำตัดสินเรื่องโครงสร้างจึงมีผลต่อราคามากกว่าการเติบโตของ AOI หนึ่งปี
สถานการณ์ราคา (Bull / Base / Bear)
Bull Case
- คดีจบด้วยการแก้ไขพฤติกรรมและไม่มีการบังคับขาย Ticketmaster เมื่อขั้นตอนลงโทษสิ้นสุด ความไม่แน่นอนหลักจะลดลงเร็วและตัวคูณอาจกลับมาใกล้จุดกลางของช่วง 52 สัปดาห์
- ผู้เข้าชมและรายได้ Ticketing ยังโตต่อจากไตรมาส 2 ปี 2026 (+10% ผู้เข้าชม, +14.7% รายได้ Ticketing) และ AOI รวมปี 2026 โตได้ราว 12% จากฐาน $2.37B หากเป็นเช่นนั้น ราคาอ้างอิงอยู่ราว $202 ที่ 18 เท่าของ EV/AOI (คำนวณเพื่อให้เห็นความไวต่อตัวคูณ ไม่ใช่เป้าหมาย)
- ค่าใช้จ่ายคดีที่ลดลงหลังการยอมความและการจ่ายเงินชดเชยเป็นก้อน ทำให้กำไร GAAP กลับมาเป็นบวกและหนี้ระยะสั้น $2.97B ถูกรีไฟแนนซ์เป็นหนี้ระยะยาว
- นักวิเคราะห์ 25 รายให้คำแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมายเฉลี่ย $202.17 (+18.6%) (StockAnalysis)
Base Case
- ผู้เข้าชมและราคาตั๋วเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ทำให้รายได้โตราว 7–9% ต่อปี AOI โตราว 8–10% ซึ่งช้ากว่ารายได้เล็กน้อยเพราะต้นทุนสถานที่และการแข่งขันด้านโปรโมเตอร์
- ค่าใช้จ่ายคดียังมีต่อเนื่องในรูปของค่าทนาย การชดเชย และการปรับโครงสร้าง ทำให้กำไรสุทธิ GAAP ปี 2026 ต่ำกว่าปี 2025 และผันผวนรายไตรมาส
- ที่ AOI FY2026 ราว $2.56–2.60B และตัวคูณ EV/AOI คงที่ 17 เท่า ราคาอ้างอิงอยู่ราว $184–187 (คำนวณจากความไวต่อตัวคูณ ไม่ใช่การพยากรณ์)
- การรีไฟแนนซ์หนี้ระยะสั้นเกิดขึ้นได้ในอัตราดอกเบี้ยที่ใกล้เคียงกับหนี้เดิม
Bear Case
- ศาลสั่งแยก Ticketmaster ออกจากบริษัท ทำให้สูญเสียกำไรจาก Ticketing ซึ่งเป็นแหล่งกำไรสำคัญ ผลกระทบต่อ AOI จะรุนแรงกว่าผลต่อรายได้เพราะ Ticketing มีอัตรากำไรสูงกว่า
- ข้อตกลงยอมความที่มีการเสนอกันไว้ เช่น เพดานค่าธรรมเนียมบริการ หรือการเปิดขายตั๋วให้ผู้ขายรายอื่น อาจลดอัตรากำไรของ Ticketing โดยตรงแม้บริษัทไม่ถูกแยก
- การลงโทษและค่าใช้จ่ายทางกฎหมายยังไม่มีเพดานชัดเจน ทำให้กำไรสุทธิติดลบต่อเนื่อง ส่วนของผู้ถือหุ้นที่ต่ำอยู่แล้วจะลดลงอีก
- หากราคากลับไปที่จุดต่ำสุด 52 สัปดาห์ $125.34 หุ้นจะเทียบเท่า EV/AOI ราว 12.5 เท่า (คำนวณ) ใกล้ระดับที่ตลาดให้กับธุรกิจที่มีความเสี่ยงทางกฎหมายสูง
ที่มา: ตัวเลขทั้งหมดมาจาก SEC Form 10-Q 2Q 2026 และ 10-K FY2025 ยกเว้นราคาและเป้าหมายนักวิเคราะห์ ซึ่งมาจาก StockAnalysis ราคาในกรอบ Bull/Base/Bear ไม่ใช่ราคาเป้าหมายของรายงาน ไม่ได้กำหนดความน่าจะเป็นให้แต่ละกรณี รายละเอียดอยู่ในหัวข้อ 13
2. Factsheet
ราคาปิด 16 ต.ค. 2026 · ส่วนของผู้ถือหุ้นและหนี้ ณ 30 มิ.ย. 2026 · ตัวคูณ EV/AOI ใช้ AOI FY2025
ช่วง 52 สัปดาห์
$125.34–189.25
Market Cap
$40.18B
ราคา × 235.6M หุ้น (SEC 23 ก.ค. 2026)
(10-Q)EV / AOI FY2025
17.0x
EV ≈ $40.31B (Market Cap + หนี้สุทธิ $0.13B)
(10-K)P/E TTM (GAAP)
ไม่มีความหมาย
P/BV
53.2x
Market Cap $40.18B ÷ ส่วนของผู้ถือหุ้น $0.76B (คำนวณ)
(10-Q)Beta · เป้าหมายเฉลี่ย
1.17 · $202.17
เงินปันผล
ไม่จ่าย
ไม่มีโปรแกรมซื้อหุ้นคืนที่ประกาศต่อสาธารณะ (10-K FY2025)
(10-K)ที่มา: StockAnalysis (ราคา ช่วง 52 สัปดาห์ เป้าหมาย Beta) · 10-Q 2Q 2026 (จำนวนหุ้น ส่วนของผู้ถือหุ้น หนี้) · 10-K FY2025 (AOI และนโยบายการคืนเงิน) · ตัวเลข Market Cap ตามข้อมูลในระบบ $40.18B ส่วน StockAnalysis แสดง $39.72B เพราะใช้จำนวนหุ้น 232.96M ซึ่งเป็นตัวเลขอีกวันหนึ่ง · P/E ของ StockAnalysis แสดงเป็น n/a และ EPS TTM −$1.11 ซึ่งไม่ตรงกับกำไรสุทธิ TTM ที่คำนวณได้จากงบ (+$135M) ต้องตรวจสูตรก่อนใช้เทียบ
ข้อมูลบริษัท
| รายการ |
รายละเอียด |
| ชื่อบริษัท |
Live Nation Entertainment, Inc. |
| ตลาด / สัญลักษณ์ |
NYSE: LYV |
| หมวดธุรกิจ |
Communication Services / Entertainment |
| ปีบัญชี |
สิ้นสุด 31 ธันวาคม |
| รายได้ TTM ถึง 30 มิ.ย. 2026 |
$26.27B (คำนวณ = FY2025 + 1H 2026 − 1H 2025) |
| กำไรจากการดำเนินงาน GAAP TTM |
$801M (คำนวณ) |
| หนี้รวม ณ 30 มิ.ย. 2026 |
$9.20B (ระยะสั้น $2.97B · ระยะยาว $6.23B) |
| ส่วนของผู้ถือหุ้น ณ 30 มิ.ย. 2026 |
$755.6M |
3. ลักษณะธุรกิจ (Business Overview)
โครงสร้างรายได้และกำไร ตาม SEC 10-K FY2025 และ 10-Q 2Q 2026
บริษัทแบ่งธุรกิจเป็นสามส่วนที่ผูกกันเป็นวงจร ส่วนแรกคือ Concerts โปรโมตและจัดคอนเสิร์ต ทัวร์ และเทศกาลดนตรีทั้งศิลปินระดับโลกและงานท้องถิ่น ส่วนที่สองคือ Ticketing ขายตั๋วปฐมภูมิและทุติยภูมิผ่าน Ticketmaster และเก็บค่าธรรมเนียมบริการ ส่วนที่สามคือ Sponsorship & Advertising ขายสิทธิ์สปอนเซอร์ โฆษณาในสถานที่และบนแพลตฟอร์ม และการตลาดร่วมกับแบรนด์ นอกจากนี้บริษัทยังเป็นเจ้าของหรือร่วมทุนในสถานที่แสดงสด ซึ่งทำให้ควบคุมการจัดงานและรายได้จากอาหารกับเครื่องดื่มได้บางส่วน (10-K FY2025)
| ส่วนงาน |
สิ่งที่ทำ |
รายได้ FY2025 (โดยประมาณ) |
AOI FY2025 (โดยประมาณ) |
อัตรา AOI ต่อรายได้ (คำนวณ) |
| Concerts |
โปรโมตและจัดงาน เก็บรายได้จากค่าตั๋วและสินค้า |
$20.9B |
$687M |
ราว 3% |
| Ticketing |
ขายตั๋วปฐมภูมิและทุติยภูมิ เก็บค่าธรรมเนียม |
$3.1B |
ราว $1.1B |
ราว 35% |
| Sponsorship & Advertising |
สปอนเซอร์ โฆษณา และการตลาดร่วม |
$1.3B |
$845M |
ราว 65% |
ที่มา:
10-K FY2025 (Item 1 และ MD&A) · รายได้ระหว่างส่วนงานยังไม่หักออก ทำให้ผลรวมสูงกว่ารายได้รวม $25.2B · AOI ตามส่วนงานรวมกันมากกว่า AOI รวม $2.37B เพราะมีรายการส่วนกลางและรายการปรับปรุง · ตัวเลข Ticketing ยืนยันจากข้อความ MD&A ที่ระบุราว $1.1B ไม่ใช่ตารางเต็ม · อัตรา AOI ต่อรายได้เป็นการคำนวณของผู้จัดทำจากตัวเลขโดยประมาณ
ทำไมวงจรนี้จึงมีกำไร และทำไมจึงมีความเสี่ยงเฉพาะตัว
รายได้คอนเสิร์ตรับรู้เต็มจำนวนค่าตั๋วที่ขาย จึงทำให้ยอดรายได้สูงมาก แต่ส่วนหนึ่งของค่าตั๋วต้องจ่ายให้ศิลปินและสถานที่ อัตรากำไรจึงต่ำ ส่วนที่ทำให้บริษัทมีกำไรจริงคือ Ticketing ที่เก็บค่าธรรมเนียมจากทุกใบที่ขาย และ Sponsorship ที่ใช้ฐานผู้เข้าชมขายซ้ำ ความต่างนี้อธิบายว่าทำไม AOI ถึงโตเร็วกว่ารายได้ในปี 2025 (ส่วนคอนเสิร์ตโต 30% ใน AOI) และทำไมคดีจึงโฟกัสที่ Ticketing
Ticketing ทำกำไรสูงเพราะมีเครือข่ายขนาดใหญ่ ซึ่งทำให้ศิลปินและสถานที่หลายแห่งต้องใช้ระบบเดียวกัน เครือข่ายนี้เป็นทั้งจุดแข็งทางธุรกิจและเหตุผลที่รัฐบาลอ้างว่าเป็นการผูกขาด ผู้อ่านควรมองว่าสองด้านนี้เป็นเรื่องเดียวกัน
ความเป็นวัฏจักรและการใช้เงินทุน
รายได้มีฤดูกาลสูง ไตรมาสสองและสามมักมีคอนเสิร์ตกลางแจ้งมากที่สุด เงินสดจากการดำเนินงานจึงเข้ามาไม่สม่ำเสมอ และบริษัทต้องถือเงินสดจำนวนมากระหว่างรอค่าตั๋วที่ยังไม่ถึงวันแสดง ซึ่งเป็นเหตุผลที่หนี้สั้นและเงินสดเพิ่มขึ้นพร้อมกันในครึ่งปีแรก ส่วนการลงทุนซื้อสินทรัพย์ถาวรใน 1H 2026 อยู่ที่ $598.5M ซึ่งสูงเมื่อเทียบกับกระแสเงินสด
ช่องทางการขายและคู่แข่ง
ฝั่ง Ticketing แข่งขันกับผู้ให้บริการตั๋วรายอื่นและขายตรงของศิลปินและสถานที่ ฝั่ง Concerts แข่งขันกับโปรโมเตอร์อิสระและเครือข่ายสถานที่อื่นเพื่อแย่งศิลปินและวันแสดงที่ดี ฝั่ง Sponsorship แข่งขันกับสื่อดิจิทัลและสื่อนอกบ้านทั่วไป ความได้เปรียบหลักของบริษัทคือการมีทั้งสามส่วนในมือเดียว ทำให้สามารถเสนอแพ็กเกจให้ศิลปินและสปอนเซอร์ได้
ความสัมพันธ์ที่ทำให้ธุรกิจแข็งแรง (Flywheel)
ผู้เข้าชมมากทำให้สปอนเซอร์ยอมจ่ายแพงขึ้น ค่าตั๋วที่สูงขึ้นทำให้ Ticketing มีรายได้มากขึ้น และการถือสถานที่เองช่วยลดต้นทุนการจัดงาน จุดที่ต้องระวังคือวงจรนี้ทำให้ค่าธรรมเนียมตั๋วกลายเป็นประเด็นทางกฎหมาย หากค่าธรรมเนียมถูกจำกัด ผลกระทบจะตกกับส่วนที่ทำกำไรที่สุดของบริษัท
FY2023–FY2025 จาก 10-K · 1H 2025 เทียบ 1H 2026 จาก 10-Q · หน่วยล้านดอลลาร์สหรัฐ ยกเว้นที่ระบุ
รายได้ FY2025
$25.20B
+8.8% YoY (FY2024 $23.16B)
(10-K)กำไรจากการดำเนินงาน FY2025
$1.25B
AOI FY2025
$2.37B
+10.3% YoY · อัตรา 9.4% ของรายได้
(10-K)กำไรสุทธิ FY2025
$496M
ลดลงจาก $896M ในปี 2024 · อัตรากำไร 2.0%
(10-K)
| รายการ |
FY2023 |
FY2024 |
FY2025 |
YoY 2025 |
| รายได้รวม |
22,726.3 |
23,155.6 |
25,201.4 |
+8.8% |
| กำไรจากการดำเนินงาน (GAAP) |
1,084.9 |
824.5 |
1,251.2 |
+51.8% |
| ค่าเสื่อมและตัดจำหน่าย |
516.8 |
549.9 |
638.9 |
+16.2% |
| AOI รวม (Non-GAAP) |
1,881.1 |
2,145.9 |
2,366.4 |
+10.3% |
| กำไรสุทธิที่เป็นของผู้ถือหุ้นสามัญ |
556.9 |
896.3 |
496.0 |
−44.7% |
ที่มา:
10-K FY2025 (MD&A และงบกำไรขาดทุนรวม) · AOI เป็นตัวชี้วัดของบริษัท ไม่ใช่ GAAP
รายได้รวม EBITDA และกำไรสุทธิ FY2023 ถึง FY2025 (ล้านดอลลาร์สหรัฐ)
ที่มา:
10-K FY2025 · EBITDA = กำไรจากการดำเนินงาน GAAP + ค่าเสื่อมและตัดจำหน่ายที่บริษัทรายงาน (FY2023 1,084.9 + 516.8 · FY2024 824.5 + 549.9 · FY2025 1,251.2 + 638.9)
อัตรา EBITDA Margin และ Net Margin FY2023 ถึง FY2025 (%)
ที่มา: คำนวณจาก
10-K FY2025 · กำไรสุทธิ FY2024 สูงกว่าปกติ ควรตรวจรายการพิเศษในหมายเหตุประกอบงบ
ครึ่งปีแรก 2026 เทียบ 2025
ผลการดำเนินงานครึ่งปีแรก 1H 2025 เทียบ 1H 2026 (ล้านดอลลาร์สหรัฐ)
ค่าใช้จ่ายคดีทำให้กำไร GAAP หายไปเกือบทั้งหมด
กำไรจากการดำเนินงาน 1H 2026 ลดลง $450M เหลือ $151M ทั้งที่รายได้เพิ่ม บริษัทระบุว่าสาเหตุหลักคือการสอบสวนและคดีของภาครัฐ สิ่งที่ยังไม่รู้คือยอดค่าใช้จ่ายแยกรายการในหมายเหตุ ซึ่งต้องดูก่อนสรุปว่าค่าใช้จ่ายนี้เกิดครั้งเดียวหรือจะเกิดซ้ำในไตรมาสถัดไป
ความหมายของตัวเลขที่ควรใช้
รายงานนี้ใช้ AOI เป็นตัวชี้วัดหลักเพราะเป็นตัวชี้วัดที่บริษัทใช้ตลอดหลายปีและไม่รวมรายการที่เกี่ยวกับคดี แต่ AOI ไม่ได้รวมต้นทุนที่เกิดซ้ำจริงทั้งหมด ผู้อ่านจึงควรดูทั้งสองชุดตัวเลขคู่กัน หาก GAAP ต่ำอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายไตรมาส AOI ก็ไม่ควรถูกใช้เป็นตัวแทนของกำไรที่ผู้ถือหุ้นจะได้รับจริง
5. งบแสดงสถานะการเงิน (Balance Sheet)
ณ 31 ธ.ค. 2025 และ 30 มิ.ย. 2026 · ข้อมูลจาก SEC 10-Q 2Q 2026 · หน่วยล้านดอลลาร์สหรัฐ
องค์ประกอบงบแสดงสถานะการเงิน 31 ธ.ค. 2025 เทียบ 30 มิ.ย. 2026 (ล้านดอลลาร์สหรัฐ)
ที่มา:
10-Q 2Q 2026 · หนี้สินรวมคำนวณจากสินทรัพย์รวมหักส่วนของผู้ถือหุ้น ไม่มีบรรทัดรวมแยกในข้อมูลที่ดึงมา · ไม่มีงบ ณ 31 ธ.ค. 2024 ในรอบนี้
| รายการ |
31 ธ.ค. 2025 |
30 มิ.ย. 2026 |
เปลี่ยนแปลง |
| เงินสดและรายการเทียบเท่า |
7,094.2 |
9,071.9 |
+1,977.7 |
| สินทรัพย์หมุนเวียนรวม |
10,974.4 |
14,955.6 |
+3,981.2 |
| สินทรัพย์รวม |
22,912.5 |
28,180.8 |
+5,268.3 |
| หนี้สินรวม (คำนวณ) |
21,093.7 |
26,361.7 |
+5,268.0 |
| ส่วนของผู้ถือหุ้น |
894.4 |
755.6 |
−138.8 |
| หนี้ระยะสั้น |
587.6 |
2,968.4 |
+2,380.8 |
| หนี้ระยะยาว |
7,612.0 |
6,233.1 |
−1,378.9 |
ที่มา:
10-Q 2Q 2026 · หนี้สินรวมเป็นค่าคำนวณ ไม่ใช่บรรทัดที่รายงานโดยตรง
กระแสเงินสด
| รายการ |
1H 2026 |
| เงินสดจากการดำเนินงาน |
2,758.1 |
| ซื้อสินทรัพย์ถาวร (Capex) |
(598.5) |
| เงินสดอิสระโดยประมาณ |
2,159.6 |
ที่มา:
10-Q 2Q 2026 · เงินสดอิสระคำนวณเอง ไม่ใช่ตัวเลขที่บริษัทประกาศ · ยังไม่ได้ดึงงบกระแสเงินสด 1H 2025 เพื่อเปรียบเทียบ
เงินสดเพิ่มขึ้นส่วนหนึ่งมาจากการกู้ระยะสั้น
เงินสดเพิ่ม $1.98B ในครึ่งปี ขณะที่หนี้ระยะสั้นเพิ่ม $2.38B ต้องดูว่าการกู้นี้เป็นการรีไฟแนนซ์หนี้ที่ครบกำหนด หรือเป็นการเตรียมเงินสดรองรับค่าใช้จ่ายคดี ทั้งสองกรณีให้ภาพสภาพคล่องที่ต่างกันมาก
6. หนี้สินและเลเวอเรจ (Leverage)
ณ 31 ธ.ค. 2025 และ 30 มิ.ย. 2026 · ไม่มีข้อมูลค่าดอกเบี้ยจ่ายแยกในรอบนี้
หนี้รวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้น
12.2x
ณ 30 มิ.ย. 2026 (9.2x ณ 31 ธ.ค. 2025)
(10-Q)หนี้สุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น
0.17x
ณ 30 มิ.ย. 2026 (1.24x ณ 31 ธ.ค. 2025)
(10-Q)หนี้สุทธิต่อ AOI FY2025
≈ 0.47x
หนี้สุทธิ ณ 31 ธ.ค. 2025 $1.11B ÷ AOI $2.37B
(10-K)อัตราส่วนหนี้ต่อส่วนของผู้ถือหุ้น หนี้รวมและหนี้สุทธิ (เท่า)
ที่มา: คำนวณจาก
10-Q 2Q 2026 · หนี้รวม ณ 31 ธ.ค. 2025 ที่ใช้ในการคำนวณต่ำกว่าหนี้รวม $8.3B ตามที่ 10-K ระบุก่อนหักส่วนลดหนี้ $69.0M · Interest coverage ยังไม่คำนวณเพราะยังไม่ได้ดึงค่าดอกเบี้ยจ่าย
หนี้ระยะสั้นเพิ่มห้าเท่าในครึ่งปี
หนี้ระยะสั้น $2.97B ต้องชำระภายในหนึ่งปี การรีไฟแนนซ์ในเงื่อนไขเดิมหรือไม่คือคำถามสำคัญ ขณะที่ส่วนของผู้ถือหุ้นที่ต่ำทำให้เลเวอเรจทางบัญชีสูงมาก แม้หนี้สุทธิจะต่ำเพราะมีเงินสดช่วยหนุน แต่ตัวเลขทั้งสองแบบจะดูไม่เหมือนกัน ผู้อ่านควรดูทั้งคู่
7. สัดส่วนธุรกิจ (Segments)
รายได้ FY2025 ตามส่วนงาน และ AOI FY2023 ถึง FY2025 · หน่วยล้านดอลลาร์สหรัฐ
สัดส่วนรายได้ตามส่วนงาน FY2025 (%)
ที่มา:
10-K FY2025 · รายได้ Concerts $20.9B, Ticketing $3.1B, Sponsorship & Advertising $1.3B (รวมรายได้ระหว่างส่วนงาน) · สัดส่วนปัดเศษเป็น 83 / 12 / 5
| ส่วนงาน |
FY2023 |
FY2024 |
FY2025 |
| Concerts |
320.4 |
529.7 |
687.1 |
| Ticketing |
n/a |
n/a |
ราว 1,100 |
| Sponsorship & Advertising |
n/a |
763.8 |
845.2 |
ที่มา:
10-K FY2025 · ผลรวม AOI ตามส่วนงานสูงกว่า AOI รวม $2.37B เพราะมีรายการส่วนกลางและรายการปรับปรุง · ข้อมูล n/a ไม่ได้เปิดเผยในข้อมูลที่ตรวจ
การอ่านสัดส่วนที่ถูกต้อง
รายได้ Concerts คิดเป็นสัดส่วนสูงสุด แต่ให้ AOI ราว 29% ของ AOI รวม ส่วนที่ทำกำไรต่อรายได้สูงคือ Ticketing และ Sponsorship การวิเคราะห์ตามรายได้จึงให้ภาพที่ผิดเรื่องความเสี่ยงทางกฎหมาย เพราะคดีโฟกัสที่ Ticketing
8. ประวัติปันผล (Dividend History)
FY2023–1H 2026 · บริษัทไม่จ่ายเงินปันผล
บริษัทไม่จ่ายเงินปันผลในช่วงที่ตรวจสอบ และไม่มีโปรแกรมซื้อหุ้นคืนที่ประกาศต่อสาธารณะ การซื้อหุ้นในไตรมาสสี่ปี 2025 เป็นการรับหุ้นจากพนักงานเพื่อชำระภาษีเท่านั้น (10-K FY2025) (StockAnalysis)
เนื่องจากบริษัทไม่จ่ายปันผลและไม่ซื้อหุ้นคืน เงินสดส่วนเกินจึงถูกใช้เพื่อการลงทุนในสถานที่ ค่าใช้จ่ายคดี และการชำระหนี้ระยะสั้น ผู้ลงทุนที่ต้องการรายได้จากการถือหุ้นจึงไม่ได้รับผลตอบแทนเชิงเงินสดในปัจจุบัน ผลตอบแทนทั้งหมดต้องมาจากราคาหุ้น
9. เปรียบเทียบเพื่อน (Peer Comparison)
ยังไม่ได้ดึงข้อมูลเพื่อนในรอบนี้
ยังไม่มีตารางเทียบตัวคูณกับบริษัทอื่นในรอบนี้ จึงไม่แสดงตารางเทียบมูลค่าตลาดหรือ P/E ตัวเลขที่ยืนยันได้มีเพียงตัวคูณของ LYV เอง ได้แก่ EV/AOI ราว 17 เท่า และ P/BV 53.2 เท่า การเทียบที่ดีควรเลือกเพื่อนที่เป็นผู้จัดงานบันเทิงสดหรือเจ้าของสิทธิ์กีฬาและบันเทิงที่มีรายได้จากค่าธรรมเนียมและสปอนเซอร์ และควรดึง Factsheet ของอย่างน้อยสามรายก่อนเติมตารางนี้
ที่มา: ยังไม่มี · ตัวคูณ EV/AOI และ P/BV คำนวณจากหัวข้อ 2 และ 4
10. มุมมองอนาคต (Outlook)
เหตุการณ์และหมุดหมายที่ต้องติดตาม ณ 19 ต.ค. 2026
บริษัทยังไม่มีแนวทางตัวเลขปี 2026 ที่เผยแพร่ในเอกสารที่อ่าน ทิศทางในระยะสั้นจึงขึ้นอยู่กับขั้นตอนทางกฎหมายมากกว่าการประกาศของบริษัทเอง
| ช่วงเวลา |
เหตุการณ์ |
ผลต่อกรณีลงทุน |
| 15 เม.ย. 2026 |
คณะลูกขุนในนิวยอร์กตัดสินว่า Ticketmaster รักษาการผูกขาดตลาดตั๋วคอนเสิร์ตในสถานที่ขนาดใหญ่ และ Live Nation ผูกขาดสถานที่แสดงขนาดใหญ่ |
จุดเปลี่ยนของความเสี่ยงหลัก ราคาหุ้นลดลง 6.3% ในวันนั้นตามรายงาน |
| ปลาย พ.ค. 2026 |
รัฐที่ร่วมฟ้องยื่นรายละเอียดการเยียวยาที่ต้องการ รวมถึงการแยก Ticketmaster และสถานที่ขนาดใหญ่บางแห่ง |
ขอบเขตของการแก้ไขยังไม่ชัด เป็นคำขอเบื้องต้นที่อาจเปลี่ยนได้ |
| ช่วงรอ 60 วัน |
ระยะรับความเห็นต่อข้อตกลงของ DOJ ภายใต้ Tunney Act |
หากศาลไม่รับข้อตกลง คดีจะดำเนินต่อด้วยแนวทางที่เข้มขึ้น |
| ไตรมาส 3 2026 |
งบ 10-Q ไตรมาสสาม คาดว่าเผยแพร่ราวต้นพฤศจิกายนตามรอบปกติ |
ดูว่าค่าใช้จ่ายคดียังเกิดซ้ำหรือไม่ และ AOI โตต่อหรือไม่ |
| 2026–2027 |
รีไฟแนนซ์หนี้ระยะสั้น $2.97B |
กำหนดต้นทุนการเงินและความเสี่ยงสภาพคล่อง |
| 2027 (ประมาณ) |
คำสั่งเยียวยาจากศาลอาจออกหลังขั้นตอนการพิจารณาแยกต่างหาก |
ช่วงที่ตลาดยังไม่รู้ผลสุดท้าย ราคาจะผันผวนมากที่สุด |
ที่มา:
Pollstar (การตัดสิน) ·
Pollstar (คำขอของรัฐ) ·
10-K FY2025 (ตารางคดี) · วันที่คำสั่งศาลและการพิจารณาการเยียวยายังไม่ได้ยืนยันจากแหล่งทางการ ควรตรวจตารางคดีในศาลแขวงทางใต้ของนิวยอร์กก่อนใช้กำหนดการ · ช่วงเวลาปี 2027 มาจากรายงานข่าว ไม่ใช่กำหนดการทางการ
สิ่งที่ควรติดตามเป็นลำดับ
ผลการยื่นเยียวยาและคำสั่งศาลเรื่องการแยก · ค่าใช้จ่ายคดีในงบ 10-Q ไตรมาสสาม · ยอดผู้เข้าชมและราคาตั๋วเฉลี่ยของทัวร์ปี 2027 · การรีไฟแนนซ์หนี้ระยะสั้น
11. ปัจจัยเสี่ยง (Risk Factors)
เรียงตามผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดกับกรณีลงทุน · แต่ละหมวดมีสัญญาณที่สังเกตได้
| หมวด |
ความเสี่ยง |
สัญญาณที่สังเกตได้ |
ระดับ |
| การแยกโครงสร้างธุรกิจ |
ศาลอาจสั่งให้ขาย Ticketmaster หรือสถานที่ขนาดใหญ่ ซึ่งลดกำไรที่สำคัญที่สุดของบริษัท |
คำสั่งเยียวยาจากศาล และการอุทธรณ์ของบริษัท |
สูงมาก |
| ค่าธรรมเนียมและกฎระเบียบ |
เพดานค่าธรรมเนียมหรือข้อบังคับการขายตั๋วทำให้อัตรากำไร Ticketing ลดลง |
ข้อตกลงที่มีการเสนอ และนโยบายค่าธรรมเนียมของบริษัท |
สูง |
| การลงโทษและค่าใช้จ่ายทางกฎหมาย |
ค่าปรับ ค่าชดเชย และค่าทนายที่ยังไม่มีเพดาน ทำให้ GAAP ต่ำต่อเนื่อง |
ค่าใช้จ่ายคดีในงบรายไตรมาส และการตั้งสำรอง |
สูง |
| การเงินและหนี้ |
หนี้ระยะสั้น $2.97B และส่วนของผู้ถือหุ้นที่ต่ำ ทำให้ต้นทุนการเงินอาจสูงขึ้น |
หุ้นกู้ใหม่ สัดส่วนหนี้ระยะสั้น และอัตราดอกเบี้ย |
ปานกลางถึงสูง |
| จำนวนผู้เข้าชมและกำลังซื้อ |
ผู้เข้าชมและราคาตั๋วขึ้นกับความนิยมของศิลปินและการใช้จ่ายของผู้บริโภค |
จำนวนผู้เข้าชมรายไตรมาส และการขายตั๋วของทัวร์ใหญ่ |
ปานกลาง |
| อัตราแลกเปลี่ยน |
รายได้จากต่างประเทศมีส่วนที่ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน FY2025 $61.1M |
รายการ Other expense ใน MD&A รายไตรมาส |
ต่ำถึงปานกลาง |
| เหตุการณ์ในงานและความปลอดภัย |
เหตุการณ์ในงานหรือความเสียหายที่เกินวงเงินประกัน เช่นเหตุการณ์ Astroworld ที่เคยทำให้มีค่าใช้จ่ายสูงในปี 2024 |
ค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิดในหมายเหตุ Loss Contingency |
ปานกลาง |
ที่มา:
10-K FY2025 (Item 1A และหมายเหตุ Litigation) ·
10-Q 2Q 2026 ·
Pollstar (ผลการตัดสิน) · ระดับความเสี่ยงเป็นการประเมินของผู้จัดทำ ไม่ได้มาจากเอกสาร · ตัวเลขการคาดการณ์ค่าเสียหายที่ศาลอาจกำหนดยังไม่มีข้อมูลที่ยืนยันได้
12. SWOT
สรุปจากตัวเลขในหัวข้อ 3 ถึง 6 และหัวข้อ 11
จุดแข็ง (Strengths)
- ผู้จัดคอนเสิร์ตและผู้ขายตั๋วที่มีเครือข่ายครบวงจรที่สุด
- AOI FY2025 $2.37B เติบโต 10.3% โดย AOI คอนเสิร์ตเพิ่ม 30%
- ผู้เข้าชมไตรมาสที่สองปี 2026 เป็นสถิติ ราว 49 ล้านคน
- เงินสดอิสระครึ่งปีแรก $2.16B ครอบคลุมการลงทุนในสถานที่
จุดอ่อน (Weaknesses)
- ส่วนของผู้ถือหุ้นต่ำมากเมื่อเทียบกับหนี้รวม $9.2B
- หนี้ระยะสั้นเพิ่มเป็น $2.97B ภายในครึ่งปี
- กำไรสุทธิ GAAP ปี 2025 ลดลง 45% และครึ่งปีแรก 2026 ติดลบ
- Concerts มีรายได้สูงแต่อัตรา AOI ต่อรายได้ต่ำ (ราว 3%)
โอกาส (Opportunities)
- Sponsorship และโฆษณาโตเร็วกว่ารายได้รวม (+12.5% ในไตรมาสที่สอง 2026)
- ความต้องการคอนเสิร์ตระดับโลกยังสูง ทำให้จำนวนงานและราคาตั๋วได้รับแรงหนุน
- หากการเยียวยาเป็นเงื่อนไขพฤติกรรม ความไม่แน่นอนจะลดลงมาก
- เงินสดส่วนเกินสามารถใช้ลดหนี้ระยะสั้นได้
อุปสรรค (Threats)
- ศาลอาจสั่งให้แยก Ticketmaster ออกจากบริษัท
- กฎระเบียบค่าธรรมเนียมตั๋วที่เข้มขึ้นในหลายประเทศ
- การใช้จ่ายของผู้บริโภคชะลอ ทำให้ค่าตั๋วขายได้น้อยลง
- เหตุการณ์ไม่คาดคิดในสถานที่ของบริษัทที่เกินวงเงินประกัน
ที่มา: อ้างอิงตัวเลขในหัวข้อ 3 ถึง 6 และ 11 · ข้อสรุปเชิงคุณภาพเป็นการประเมินของผู้จัดทำ
13. มุมมองนักลงทุน (Investor View)
ประเมิน ณ ราคาปิด 16 ต.ค. 2026 · ไม่ใช่คำแนะนำซื้อหรือขาย
ราคาหุ้นสะท้อนการเติบโตของธุรกิจหลักอยู่แล้ว ส่วนที่ยังไม่แน่นอนคือผลลัพธ์ทางกฎหมาย ซึ่งอาจเปลี่ยนโครงสร้างกำไรของบริษัทได้มากกว่าการดำเนินงานในหนึ่งปี หากจะตัดสินใจ ควรเทียบความเสี่ยงการแยกธุรกิจกับโอกาสที่คดีจบด้วยเงื่อนไขพฤติกรรม และดูว่าราคาปัจจุบันชดเชยความเสี่ยงนั้นได้หรือไม่
- ประเด็นหลัก: ธุรกิจหลักโตได้ดี แต่มูลค่าหุ้นขึ้นกับผลคดีมากกว่าการดำเนินงาน
- เงื่อนไขที่จะเปลี่ยนมุมมอง: คำสั่งศาลเรื่องการเยียวยาที่ชัดเจน และงบไตรมาสสามที่ค่าใช้จ่ายคดีลดลง
- ราคาเป้าหมายนักวิเคราะห์ (อ้างอิง ไม่ใช่ข้อเท็จจริง): ค่าเฉลี่ย $202.17 จาก 25 ราย (StockAnalysis) · Susquehanna $187 เรตติ้ง Neutral เมื่อ 31 ก.ค. 2026 (MarketBeat) · Barchart อ้างช่วง $195–212 (Barchart)
Bull
- คดีจบด้วยเงื่อนไขพฤติกรรมที่ไม่ทำลายโมเดล Ticketing
- AOI โตตามรายได้ และค่าใช้จ่ายคดีลดลงจนกำไร GAAP กลับมา
Base
- AOI โตราว 8–10% ต่อปี
- หนี้ระยะสั้นถูกรีไฟแนนซ์โดยไม่กระทบสภาพคล่องชัดเจน
- ค่าใช้จ่ายคดียังมีแต่ลดลงจากระดับปัจจุบัน
Bear
- ศาลสั่งแยก Ticketmaster และ Ticketing สูญเสียกำไรส่วนใหญ่
- ค่าใช้จ่ายคดีและหนี้ระยะสั้นกดให้ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงอีก
รายการติดตาม (Monitoring Checklist)
- คำสั่งศาลเรื่องการเยียวยา ผลการอุทธรณ์ และผลการพิจารณาข้อตกลง DOJ
- งบ 10-Q ไตรมาสสาม 2026: ค่าใช้จ่ายคดี กำไร GAAP และ AOI ตามส่วนงาน
- การออกหุ้นกู้หรือรีไฟแนนซ์หนี้ระยะสั้น $2.97B
- จำนวนผู้เข้าชมและการขายตั๋วของทัวร์ปี 2027
- ราคาปิดล่าสุดและ Factsheet เพื่อคำนวณตัวคูณ EV/AOI ใหม่
ข้อจำกัดของรายงานนี้
ยังไม่ได้ดึงรายละเอียดหมายเหตุคดีในงบ 10-Q และ 10-K ทั้งหมด ยังไม่ได้ดึงข้อมูลเพื่อน ยังไม่มีค่าดอกเบี้ยจ่ายสำหรับคำนวณ Interest coverage และ P/E ของ GAAP ยังไม่มีความหมายเพราะกำไรต่ำมาก ตัวเลขที่เป็นค่าคำนวณควรตรวจกับเอกสารต้นทางก่อนตัดสินใจ
รายงานนี้จัดทำเพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจ