รายงานวิเคราะห์หุ้นเพื่อการตัดสินใจ · Equity Research Report

วิเคราะห์หุ้น HD — The Home Depot, Inc.

ผู้นำค้าปลีกสินค้าปรับปรุงบ้านอันดับ 1 ของโลก ครอบคลุม 2,364 สาขาบิ๊กบ็อกซ์ เครือข่ายศูนย์กระจายสินค้า Pro เฉพาะทางกว่า 1,340 แห่งภายใต้ SRS Distribution และระบบนิเวศการค้าช่างครบวงจร — ข้อมูลตลาด ณ 7 ต.ค. 2026 / งบการเงิน 10-Q งวด 1H ปีบัญชี 2026 สิ้นสุด 2 ส.ค. 2026
Sector: Retail Trade / Home Improvement Chainsราคาล่าสุด $281.85Market Cap $281,200 ล้านP/E 19.76 · P/BV 16.92Dividend Yield ~3.31%

เขียนโดย HypeTimes Staff · ข้อมูล ณ

สรุปสำหรับผู้บริหาร (Executive Summary)

ข้อมูลตลาด ณ 7 ต.ค. 2026 · ข้อมูลงบการเงิน 1H ปีบัญชี 2026 สิ้นสุด 2 ส.ค. 2026 (แบบ 10-Q ยื่น 25 ส.ค. 2026)

ราคาหุ้นปัจจุบัน
$281.85
52W: $277.15–$405.13(StockAnalysis)
มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด
$281.20B
997.69M หุ้นชำระแล้ว (NYSE: HD)(StockAnalysis)
P/E TTM · Forward
19.76x · 18.98x
กำไรต่อหุ้น TTM $14.26(StockAnalysis)
ยอดขายรวม 1H2026
$89,626M
+5.28% YoY (Comp Q2 +1.7%)(10-Q)
กำไรสุทธิ 1H2026
$8,055M
+0.89% YoY (Diluted EPS $8.09)(10-Q)
อัตราเงินปันผลตอบแทน
$9.32 (3.31%)
จ่าย 150+ ไตรมาสต่อเนื่อง โต 16 ปีติด(Dividend)

จุดเปลี่ยนเชิงยุทธศาสตร์: การก้าวข้ามสู่ระบบนิเวศ Pro Ecosystem มูลค่าตลาด 1 ล้านล้านดอลลาร์ และเครือข่าย SRS Distribution

The Home Depot, Inc. (NYSE: HD) ในฐานะผู้นำค้าปลีกสินค้าและบริการปรับปรุงบ้านอันดับ 1 ของโลก กำลังขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างธุรกิจครั้งประวัติศาสตร์ ผ่านการรวมกิจการ SRS Distribution Inc. (มูลค่า $18.25 พันล้านดอลลาร์) และการควบรวม Mingledorff’s Inc. ในไตรมาส 2 FY2026 เข้ามาเปิดประตูสู่ตลาดงานช่างมืออาชีพเฉพาะทาง (Complex Pro) ใน 5 อุตสาหกรรมหลัก (หลังคา ภูมิทัศน์ สระว่ายน้ำ ฉนวนกันความร้อน และระบบปรับอากาศ HVAC) ผลักดันให้รายได้กลุ่ม Other / SRS พุ่งแตะ $9,057 ล้านดอลลาร์ในงวด 6 เดือนแรก (10.1% ของยอดขายรวม) และขยาย Total Addressable Market (TAM) รวมจาก $450 พันล้านดอลลาร์สู่ระดับมากกว่า $1.0 ล้านล้านดอลลาร์ เชื่อมต่อสาขาค้าปลีกบิ๊กบ็อกซ์ 2,364 แห่งเข้ากับศูนย์กระจายสินค้าช่างมืออาชีพกว่า 1,340 แห่งได้อย่างสมบูรณ์แบบ (10-Q Note 2)

บทวิเคราะห์สรุปสำหรับผู้บริหารและประเด็นเชิงลึกจากการดำเนินงานล่าสุด (Strategic Synthesis):

Bull Case ($395.00 – $425.00 | Upside +40% ถึง +51%)

  • ปัจจัยขับเคลื่อน: Fed ปรับลดดอกเบี้ยนโยบายต่อเนื่อง ดอกเบี้ยกู้บ้าน 30 ปีลดลงสู่ระดับ 5.5%–5.8% ปลดล็อก Housing Turnover ให้พุ่งทะลุ 4.8 ล้านยูนิต
  • การดำเนินงาน: ยอดขาย Comp Sales พลิกเติบโต +3.5% ถึง +4.5% โครงการปรับปรุงบ้านขนาดใหญ่กลับมาคึกคัก หนุนการขยายตัวของตั๋วบิลเฉลี่ย
  • Synergy ชัดเจน: การรวมกลุ่มช่าง SRS Distribution และ Mingledorff’s ทำยอดขาย Cross-sell เติบโตทะลุเป้า หนุน EPS ปี FY2027 สู่ระดับ $16.50–$17.00
  • ระดับการประเมินมูลค่า: Forward P/E Multiple ขยายตัว (Re-rating) สู่ระดับ 24.0x–25.0x สะท้อนความเป็นผู้นำตลาดที่ไร้คู่แข่งในหมวด Pro Ecosystem

Base Case ($340.00 – $365.00 | Upside +21% ถึง +30%)

  • ปัจจัยขับเคลื่อน: สภาพแวดล้อมอัตราดอกเบี้ยผ่อนคลายลงแบบค่อยเป็นค่อยไป (Soft Landing) ดอกเบี้ยกู้บ้านทรงตัว 6.0%–6.3% Turnover ฟื้นตัวช้าๆ
  • การดำเนินงาน: ยอดขาย Comp Sales เติบโต +1.0% ถึง +2.0% สอดคล้องกับ Guidance ของฝ่ายบริหาร งานซ่อมบำรุงขนาดเล็กและ Pro Maintenance เดินหน้าสม่ำเสมอ
  • ผลประกอบการ: ยอดขายรวมปี FY2026 เติบโต +3.5% แตะ $170.5 พันล้านดอลลาร์ Diluted EPS อยู่ในกรอบ $14.50–$14.80 และขยับสู่ $15.50 ใน FY2027
  • ระดับการประเมินมูลค่า: Forward P/E Multiple ทรงตัวที่ค่าเฉลี่ยอดีต 20.0x–21.0x พร้อมรับเงินปันผลสม่ำเสมอ Yield 3.3% ต่อปี

Bear Case ($220.00 – $245.00 | Downside -13% ถึง -22%)

  • ปัจจัยขับเคลื่อน: อัตราดอกเบี้ยค้างสูงยาวนาน (Higher-for-Longer) ดอกเบี้ยกู้บ้านยืนเหนือ 6.8% เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยกระทบกำลังซื้อชนชั้นกลาง
  • การดำเนินงาน: Comp Sales พลิกกลับมาติดลบ -2.0% ถึง -3.5% ผู้บริโภคระงับโครงการปรับปรุงบ้านขนาดใหญ่และหันไปซื้อสินค้าราคาประหยัด (Trade Down)
  • แรงกดดันต้นทุน: การแบกรับภาระดอกเบี้ยจ่ายจากหนี้ SRS มูลค่ากว่า $52 พันล้านดอลลาร์ และ SG&A Deleverage กดดัน EPS ลดลงเหลือ $13.20–$13.60
  • ระดับการประเมินมูลค่า: Forward P/E Multiple หดตัว (De-rating) สู่ระดับ 16.0x–17.0x สอดคล้องกับช่วงวิกฤตความต้องการที่อยู่อาศัยในอดีต

ข้อมูลสรุปบริษัทและตราสาร (Factsheet)

ข้อมูลตลาด ณ 7 ต.ค. 2026 · ข้อมูลงบการเงินสิ้นสุด 2 ส.ค. 2026 (ไตรมาส 2 ปีบัญชี 2026)

ราคาตลาด (Price)
$281.85
ณ 7 ต.ค. 2026(StockAnalysis)
มูลค่าตลาด (Market Cap)
$281.20B
ลำดับที่ 1 ในกลุ่ม Home Improvement(StockAnalysis)
P/E Trailing (TTM)
19.76x
EPS TTM $14.26(StockAnalysis)
P/BV Multiple
16.92x
BVPS $16.65(StockAnalysis)
อัตราเงินปันผลตอบแทน
3.31%
$9.32 ต่อหุ้นต่อปี(Dividend)
กรอบราคา 52 สัปดาห์
$277.15 – $405.13
ความผันผวนรอบ 1 ปี(StockAnalysis)
จำนวนหุ้นชำระแล้ว
997.69 ล้านหุ้น
สามัญจดทะเบียน NYSE(10-Q)
อันดับความน่าเชื่อถือ
A / A2 (Stable)
S&P / Moody's Investment Grade(10-Q Note 5)
หัวข้อข้อมูลสำคัญรายละเอียดและข้อกำหนดองค์กรแหล่งอ้างอิงปฐมภูมิ
ชื่อนิติบุคคลจดทะเบียนThe Home Depot, Inc. (จัดตั้งขึ้นภายใต้กฎหมายรัฐเดลาแวร์ ปี 1978)SEC Form 10-K FY2025
ตลาดหลักทรัพย์และสัญลักษณ์New York Stock Exchange (NYSE: HD)StockAnalysis Overview
ดัชนีอ้างอิงหลัก (Indices)S&P 500, Dow Jones Industrial Average (DJIA), S&P 100Market Overview
หมวดธุรกิจและอุตสาหกรรมConsumer Discretionary / Retail Trade — Home Improvement ChainsSEC 10-K Item 1
สำนักงานใหญ่ของบริษัท2455 Paces Ferry Road, N.W., Atlanta, Georgia 30339, USA10-Q Cover Page
คณะผู้บริหารสูงสุดEdward “Ted” Decker (Chair, President & CEO), Richard McPhail (EVP & CFO)Home Depot Leadership
เครือข่ายสาขาและศูนย์กระจายสินค้าสาขาค้าปลีกบิ๊กบ็อกซ์ 2,364 สาขา (สหรัฐฯ 2,039, แคนาดา 182, เม็กซิโก 143) และศูนย์กระจายช่าง SRS กว่า 1,340 แห่ง10-Q Item 1 Note 2
รอบปีบัญชี (Fiscal Year End)วันอาทิตย์ที่ใกล้ที่สุดกับวันที่ 31 มกราคม (รอบ 52 หรือ 53 สัปดาห์)10-K Accounting Policy
ผู้สอบบัญชีอิสระ (Auditor)Ernst & Young LLP (Atlanta, GA)10-K Auditor Report
รหัส CIK ประจำ SEC EDGARCIK 0000354950SEC EDGAR Database

ลักษณะการดำเนินธุรกิจและโครงสร้างระบบนิเวศ (Business Overview)

วิเคราะห์โมเดลธุรกิจ โครงข่ายสาขา การให้บริการลูกค้า บริษัทย่อยในเครือ และแบรนด์สินค้าเชิงลึก

The Home Depot, Inc. เป็นผู้นำระดับโลกด้านค้าปลีกสินค้าปรับปรุง ซ่อมแซม ตกแต่งบ้าน และงานก่อสร้าง โดยดำเนินธุรกิจผ่านโครงสร้างบูรณาการที่เชื่อมโยงร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ (Big-Box Retail) ระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามช่องทาง (Interconnected Retail) และระบบจัดจำหน่ายค้าส่งช่างมืออาชีพเฉพาะทาง (Specialty Wholesale Pro Distribution) ผ่านเครือข่ายธุรกิจที่มีอยู่ทั้งหมด:

1. เครือข่ายสาขาค้าปลีกและยุทธศาสตร์ Interconnected Omnichannel Retail

2. กลุ่มธุรกิจ SRS Distribution Inc. และโครงข่ายจัดจำหน่ายช่างมืออาชีพเฉพาะทาง (Specialty Pro)

3. ระบบนิเวศลูกค้า: ช่างมืออาชีพ (Pro) เทียบกับ ผู้บริโภคทั่วไป (DIY)

4. สายผลิตภัณฑ์หลักและสัดส่วนรายได้ (Merchandising Departments)

กลุ่มสายผลิตภัณฑ์ (Departments)หมวดสินค้าที่จำหน่ายยอดขาย 1H2026 ($M)สัดส่วนยอดขาย
1. Building Materials (วัสดุก่อสร้าง)ไม้แปรรูป (Lumber), วัสดุก่อสร้างโครงสร้าง, ระบบประปา (Plumbing), ระบบไฟฟ้าและแสงสว่าง (Electrical)$27,40330.6%
2. Hardlines (เครื่องมือและอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์)ฮาร์ดแวร์และฟิตติ้ง, เครื่องมือช่าง (Tools), อุปกรณ์สวนและเกษตรกรรม (Garden & Outdoor Power Equipment)$26,63229.7%
3. Décor (ตกแต่งและอุปกรณ์ภายในบ้าน)สีและเคมีภัณฑ์เคลือบ (Paint), ปูพื้น (Flooring), เครื่องใช้ไฟฟ้า (Appliances), ครัวและห้องน้ำ, ประตูและหน้าต่าง$26,53429.6%
4. Other / SRS Distributionวัสดุมุงหลังคาพาณิชย์, อุปกรณ์ภูมิทัศน์, สระว่ายน้ำ, ระบบปรับอากาศ HVAC (Mingledorff’s)$9,05710.1%
รวมยอดขายสุทธิทั้งหมด (Net Sales)ทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์รวมกันทั้งในร้านค้าปลีก ระบบออนไลน์ และ SRS$89,626100.0%
ที่มา: คำนวณจาก SEC Form 10-Q งวด 1H ปีบัญชี 2026 (Note 2)

5. พอร์ตโฟลิโอแบรนด์สินค้า: แบรนด์ส่วนตัว (Private Labels) และพันธมิตรพิเศษ (Exclusive Brands)

ผลการดำเนินงานทางการเงิน (Financial Performance)

ผลการดำเนินงานย้อนหลัง 3 ปีบัญชี (FY2023–FY2025) และงวดล่าสุด 1H ปีบัญชี 2026 สิ้นสุด 2 ส.ค. 2026

แนวโน้มรายได้รวม EBITDA และกำไรสุทธิ ($M)
ที่มา: SEC Form 10-K FY2025 และ Form 10-Q 1H2026
อัตรากำไร EBITDA Margin และ Net Margin (%)
ที่มา: คำนวณจากงบการเงินรวมที่ยื่นต่อสำนักงาน ก.ล.ต. สหรัฐฯ (SEC EDGAR)
เปรียบเทียบผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรก 1H2025 vs 1H2026 ($M)
ตัวชี้วัดทางการเงิน ($ ล้านดอลลาร์)FY2023FY2024FY20251H2025 (6M)1H2026 (6M)YoY (1H)TTM ปัจจุบัน
ยอดขายสุทธิ (Net Sales)$152,669$159,514$164,683$85,133$89,626+5.28%$169,176
ต้นทุนขาย (Cost of Sales)$101,605$106,358$109,923$56,734$59,562+4.98%$112,751
กำไรขั้นต้น (Gross Profit)$51,064$53,156$54,760$28,399$30,064+5.86%$56,425
อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin)33.45%33.32%33.25%33.36%33.54%+18 bps33.35%
ค่าใช้จ่ายขายและบริหาร (SG&A)$27,994$29,886$31,902$15,745$17,144+8.89%$33,301
กำไรจากการดำเนินงาน (Operating Income)$21,507$21,490$20,896$11,940$12,185+2.05%$21,141
อัตรากำไรดำเนินงาน (Operating Margin)14.09%13.47%12.69%14.02%13.60%-42 bps12.50%
ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (D&A)$2,855$3,070$3,267$1,350$1,328-1.63%$3,245
EBITDA (คำนวณจาก Operating + D&A)$24,362$24,560$24,163$13,290$13,513+1.68%$24,386
อัตรากำไร EBITDA Margin15.96%15.40%14.67%15.61%15.08%-53 bps14.41%
ดอกเบี้ยจ่ายสุทธิ (Interest Expense)$1,803$1,987$2,318$1,123$1,268+12.91%$2,463
กำไรสุทธิ (Net Earnings)$15,143$14,806$14,156$7,984$8,055+0.89%$14,227
อัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin)9.92%9.28%8.60%9.38%8.99%-39 bps8.41%
กำไรต่อหุ้นปรับลด (Diluted EPS)$15.11$14.85$14.23$8.01$8.09+1.00%$14.26
ยอดขายสาขาเดิม (Comp Sales Growth)-3.2%-1.8%-1.2%-0.5%+0.8%+130 bps+0.5%
หมายเหตุ: EBITDA คำนวณจาก Operating Income รวมกับค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (D&A) ที่รายงานในงบกระแสเงินสด เพื่อให้สะท้อนผลการดำเนินงานหลักก่อนภาระดอกเบี้ยจากการกู้ซื้อ SRS

งบแสดงสถานะการเงิน (Balance Sheet)

โครงสร้างสินทรัพย์ หนี้สิน และส่วนของผู้ถือหุ้น สิ้นงวด 2 ส.ค. 2026 เปรียบเทียบกับ 3 ปีบัญชีย้อนหลัง

โครงสร้างสินทรัพย์ หนี้สิน และส่วนของผู้ถือหุ้น ($M)
ที่มา: SEC Form 10-Q (Balance Sheets) และ Form 10-K FY2023–FY2025
รายการงบดุล ($ ล้านดอลลาร์)FY2023FY2024FY20252 ส.ค. 2026 (10-Q)การเปลี่ยนแปลงและสาระสำคัญ
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด$3,760$1,760$1,564$2,085รักษาสภาพคล่องเพื่อรองรับวงจรชำระหนี้ระยะสั้น
ลูกหนี้การค้าสุทธิ (Receivables)$3,327$4,115$4,635$5,124เพิ่มขึ้นจากการขยายตัวของกลุ่มลูกค้าช่าง Pro และ SRS
สินค้าคงเหลือ (Merchandise Inventories)$22,068$23,288$23,019$23,942การบริหารจัดการ Supply Chain เพิ่มรอบหมุนเวียนสินค้า
สินทรัพย์หมุนเวียนรวม$30,766$30,865$30,942$32,987เพิ่มขึ้น +6.6% จากสิ้นปี FY2025
ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์สุทธิ (PP&E)$25,627$26,554$27,112$27,640ขยายสาขาใหม่และปรับปรุงระบบอัตโนมัติในศูนย์ FDC
สินทรัพย์สิทธิการใช้ตามสัญญาเช่า (ROU)$6,954$7,380$7,785$7,951สัญญาเช่าอาคารร้านค้าปลีกและคลังสินค้า
ค่าความนิยมและสินทรัพย์ไม่มีตัวตน (Goodwill)$11,283$29,420$37,356$38,812เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการควบรวม SRS และ Mingledorff’s
สินทรัพย์รวม (Total Assets)$76,530$96,119$105,095$109,384ขยายตัวจากการเข้าซื้อกิจการสายธุรกิจ Pro
หนี้สินหมุนเวียนรวม$23,546$26,358$25,684$27,357เจ้าหนี้การค้า $14,286M และหนี้ครบกำหนดใน 1 ปี $3,115M
หนี้สินระยะยาว (Long-Term Debt)$42,987$52,892$55,772$49,781ชำระคืนหนี้บางส่วนหลังการออกหุ้นกู้เข้าซื้อ SRS
หนี้สินตามสัญญาเช่าระยะยาวและอื่นๆ$8,953$10,229$10,826$15,629สัญญาเช่าระยะยาวและภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี
หนี้สินรวม (Total Liabilities)$75,486$89,479$92,282$92,767เริ่มมีแนวโน้มชะลอตัวลงจากการชำระคืนหนี้
ส่วนของผู้ถือหุ้น (Stockholders’ Equity)$1,044$6,640$12,813$16,617เพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งจากการสะสมกำไรและหยุดซื้อหุ้นคืน
ตรวจสอบสมการงบดุล (Liab + Equity)$76,530$96,119$105,095$109,384ดุลสมบูรณ์ครบถ้วน 100%

ภาระหนี้สินและการบริหารสภาพคล่อง (Leverage & Liquidity)

วิเคราะห์อัตราส่วนหนี้สิน การจัดสรรเงินทุน และภาระผูกพันทางการเงิน

อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อ EBITDA (Debt / EBITDA Ratios)
ที่มา: คำนวณจาก SEC Form 10-Q งวด 1H2026 (Note 5)

ยุทธศาสตร์การปรับลดเลเวอเรจ (Deleveraging Strategy): การหยุดซื้อหุ้นคืนเพื่อเร่งฟื้นฟูอันดับเครดิต

ในอดีต Home Depot ดำเนินนโยบายคืนผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้นอย่างดุดันผ่านการซื้อหุ้นคืนสะสมมากกว่า $95.97 พันล้านดอลลาร์ ส่งผลให้ส่วนของผู้ถือหุ้นในอดีตอยู่ในระดับต่ำผิดปกติ อย่างไรก็ดี หลังจากการเข้าซื้อกิจการ SRS Distribution มูลค่า $18.25 พันล้านดอลลาร์ในกลางปี 2024 ฝ่ายบริหารได้ประกาศ ระงับโครงการซื้อหุ้นคืนในตลาดชั่วคราว (Share Repurchase Pause) เพื่อนำกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่มีปีละกว่า $20,000 ล้านดอลลาร์มาจัดสรรชำระคืนหนี้เงินกู้ยืม ส่งผลให้อัตราส่วน Net Debt / EBITDA ลดลงอย่างต่อเนื่องจาก 2.25x ในปี FY2025 เหลือ 2.08x ณ สิ้นไตรมาส 2 FY2026 และคาดว่าจะแตะระดับเป้าหมาย 2.00x ภายในสิ้นปีบัญชี 2026 ซึ่งช่วยรักษาอันดับความน่าเชื่อถือระดับ Investment Grade แข็งแกร่งที่ A (S&P) / A2 (Moody’s) ได้อย่างเหนียวแน่น

ตัวชี้วัดโครงสร้างหนี้สิน ($ ล้านดอลลาร์)FY2023FY2024FY20252 ส.ค. 2026 (10-Q)เกณฑ์เปรียบเทียบและการประเมิน
หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยระยะสั้น$1,123$2,450$2,850$3,115ตั๋วแลกเงินพาณิชย์และหุ้นกู้ที่ครบกำหนดใน 1 ปี
หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยระยะยาว$42,987$52,892$55,772$49,781หุ้นกู้ระยะยาวอัตราดอกเบี้ยคงที่เฉลี่ย 3.8%
หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยรวม (Total Debt)$44,110$55,342$58,622$52,896ลดลง -$5,726M จากจุดสูงสุด
เงินสดและรายการเทียบเท่า$3,760$1,760$1,564$2,085สภาพคล่องพร้อมใช้งานทันที
หนี้สินสุทธิ (Net Debt)$40,350$53,582$57,058$50,811ลดลง -$6,247M สะท้อนวินัยการเงิน
EBITDA TTM$24,362$24,560$24,163$24,386ความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน
Total Debt / EBITDA1.81x2.17x2.31x2.17xปรับตัวลดลงจากปี FY2025 ชัดเจน
Net Debt / EBITDA1.66x2.11x2.25x2.08xมุ่งสู่กรอบเป้าหมายระยะยาว 2.0x
ความสามารถในการชำระดอกเบี้ย (Interest Coverage)11.9x10.8x9.0x8.6xกระแสเงินสดสูงกว่าภาระดอกเบี้ยจ่ายอย่างมั่นคง

สัดส่วนรายได้และโครงสร้างธุรกิจ (Business Segments)

การกระจายตัวของรายได้ตามกลุ่มผลิตภัณฑ์ ฐานกลุ่มลูกค้า และขอบเขตภูมิศาสตร์

สัดส่วนยอดขายตามกลุ่มผลิตภัณฑ์และสายธุรกิจงวด 1H2026 (%)
มิติโครงสร้างธุรกิจส่วนงาน / กลุ่มย่อยยอดขาย 1H2026 ($M)สัดส่วนยอดขายลักษณะการเติบโตและแนวโน้ม
ตามกลุ่มผลิตภัณฑ์ (Merchandising)Building Materials$27,40330.6%ความต้องการวัสดุไม้เริ่มทรงตัว ประปาและไฟฟ้าโตเด่น
Hardlines$26,63229.7%เครื่องมือช่างไร้สาย Milwaukee/Ryobi และสวนโตดี
Décor$26,53429.6%สี Behr ขยายตัวดี แต่ชุดครัวและห้องน้ำชะลอตัวเล็กน้อย
Other (SRS & Misc)$9,05710.1%เติบโตก้าวกระโดดจากการควบรวม SRS และ Mingledorff’s
ตามกลุ่มประเภทลูกค้า (Customer Type)Professional Customers (Pro)~$47,500~53.0%ได้แรงหนุนจาก SRS, การซื้อเหมา และโครงการ Pro Xtra
Do-It-Yourself (DIY)~$42,126~47.0%มุ่งเน้นโครงการซ่อมบำรุงประจำวัน การตกแต่งสวน และทาสี
ตามภูมิศาสตร์ (Geographic Reach)United States (2,039 สาขา + SRS)~$82,500~92.0%ตลาดแกนหลัก สร้างกระแสเงินสดและกำไรหลัก
Canada (182 สาขา)~$4,200~4.7%เศรษฐกิจแคนาดาเผชิญแรงกดดันดอกเบี้ย ค่อยๆ ทรงตัว
Mexico (143 สาขา)~$2,926~3.3%ยอดขายเติบโตระดับเลขสองหลักต่อเนื่องจากอานิสงส์ Nearshoring

ประวัติการจ่ายเงินปันผลและผลตอบแทนผู้ถือหุ้น (Dividend History)

ประวัติเงินปันผลต่อหุ้น นโยบายการจ่ายเงินปันผล และประวัติการเติบโตต่อเนื่อง 16 ปี

ประวัติเงินปันผลต่อหุ้นย้อนหลังและประมาณการปี 2026 (DPS: $ ต่อหุ้น)
เงินปันผลต่อหุ้นทั้งปี (DPS)
$9.32 ต่อหุ้น
$2.33 ต่อไตรมาส(StockAnalysis)
อัตราผลตอบแทนเงินปันผล
3.31%
เหนือกว่าค่าเฉลี่ย S&P 500 (~1.3%)(Dividend)
อัตราการจ่ายเงินปันผล
~65.3%
ตามเป้าหมายนโยบาย ~55%–65%(10-K)
สถิติการขึ้นปันผลต่อเนื่อง
16 ปีติดต่อกัน
จ่ายต่อเนื่องกว่า 150 ไตรมาส(Dividend)
ปีบัญชีเงินปันผลต่อหุ้น ($)การเปลี่ยนแปลง YoYอัตราการจ่ายปันผล (Payout)อัตราผลตอบแทนเฉลี่ย (Yield)สถานะการประกาศจ่าย
FY2021$6.60+10.0%42.5%2.05%จ่ายครบถ้วน 4 ไตรมาส ($1.65/ไตรมาส)
FY2022$7.60+15.2%45.5%2.45%จ่ายครบถ้วน 4 ไตรมาส ($1.90/ไตรมาส)
FY2023$8.36+10.0%55.3%2.78%จ่ายครบถ้วน 4 ไตรมาส ($2.09/ไตรมาส)
FY2024$9.00+7.7%60.6%2.65%จ่ายครบถ้วน 4 ไตรมาส ($2.25/ไตรมาส)
FY2025$9.20+2.2%64.7%2.50%จ่ายครบถ้วน 4 ไตรมาส ($2.30/ไตรมาส)
FY2026E (ปัจจุบัน)$9.32+1.3%~65.3%3.31%ประกาศจ่าย $2.33/ไตรมาส (ยืนยันรอบ ส.ค. 2026)

การเปรียบเทียบคู่แข่งในอุตสาหกรรม (Peer Comparison)

เปรียบเทียบมูลค่าตลาด อัตราส่วนการประเมินมูลค่า และความสามารถในการทำกำไร ณ 7 ต.ค. 2026

เปรียบเทียบมูลค่าตลาด ($B) และอัตราส่วน P/E Multiple ของกลุ่มค้าปลีกสินค้าบ้านและของตกแต่ง
ที่มา: StockAnalysis Data และรายงาน Factsheet หุ้นรายตัว ณ 7 ต.ค. 2026
บริษัทและสัญลักษณ์ราคา ($)Market Cap ($B)P/E TTMForward P/EP/BVEV/EBITDANet MarginDividend Yield
The Home Depot (HD)$281.85$281.2019.76x18.98x16.92x13.62x8.41%3.31%
Lowe’s Companies (LOW)$178.50$102.5015.82x15.10xN/A*11.20x7.85%2.15%
Williams-Sonoma (WSM)$142.10$26.8023.40x21.80x9.85x14.80x11.20%1.45%
Tractor Supply Co. (TSCO)$152.40$16.4016.50x15.80x7.10x11.50x7.40%2.05%
Floor & Decor Holdings (FND)$44.80$4.8021.00x19.20x2.75x12.90x3.80%—
*หมายเหตุ: ส่วนของผู้ถือหุ้นของ Lowe’s Companies (LOW) ติดลบเนื่องจากการซื้อหุ้นคืนสะสมต่อเนื่องในอดีต จึงไม่สามารถคำนวณ P/BV ได้ ข้อมูลตลาดทุกตัวดึงและตรวจสอบ ณ 7 ต.ค. 2026

แนวโน้มในอนาคตและเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ (Outlook & Strategic Targets)

ประมาณการทางการเงิน แผนการลงทุน และหมุดหมายความสำเร็จในอนาคต

ฝ่ายบริหาร The Home Depot ได้กำหนดทิศทางการเติบโตระยะยาวผ่าน 3 เสาหลักยุทธศาสตร์สำคัญ:

หมุดหมายสำคัญ (Milestones)กรอบเวลาคาดการณ์ผลลัพธ์และตัวชี้วัดที่คาดหวัง
ประกาศผลประกอบการ 3Q FY2026พฤศจิกายน 2026ประเมินแรงขับเคลื่อนจากยอดขายซ่อมแซมหลังฤดูพายุเฮอริเคน และอานิสงส์การลดดอกเบี้ยครั้งแรกของ Fed
การลดเลเวอเรจแตะเป้าหมาย 2.0xสิ้นปี FY2026 (ม.ค. 2027)อัตราส่วน Net Debt / EBITDA ลดลงแตะ 2.00x เพื่อเตรียมพิจารณากลับมาเริ่มโครงการซื้อหุ้นคืนใน FY2027
การรวมระบบไอทีและแคตตาล็อก SRS1H FY2027 (กลางปี 2027)เชื่อมระบบบัญชี Pro Xtra ให้ช่างรับเหมาสามารถสั่งสินค้าจากทั้ง Home Depot และ SRS ได้ในบิลเดียวกัน
การฟื้นตัวของ Housing Turnover สหรัฐฯFY2027–FY2028ยอดขายบ้านมือสองกลับมาทะลุ 4.5 ล้านยูนิต หนุนยอดขายสาขาเดิม (Comp Sales) โตระดับ +3.0% ถึง +4.0%

ปัจจัยเสี่ยงและจุดกระตุ้นที่ตรวจวัดได้ (Risk Factors & Observable Triggers)

การประเมินความเสี่ยง 7 มิติเชิงลึก พร้อมกำหนดดัชนีชี้วัดเพื่อการติดตามอย่างใกล้ชิด

มิติความเสี่ยง (Risk Dimension)คำอธิบายเชิงลึกและกลไกที่กระทบธุรกิจจุดกระตุ้นที่ตรวจวัดได้ในเชิงปริมาณ (Observable Trigger)
1. ความเสี่ยงดอกเบี้ยและภาวะล็อกอินของตลาดบ้าน (Mortgage Lock-in Risk)อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้าน 30 ปีที่ค้างสูงยาวนาน ทำให้เจ้าของบ้านเดิมไม่ยอมขายบ้าน ยอดขายบ้านมือสองตกต่ำ กระทบยอดขายสินค้าปรับปรุงบ้านก่อนย้ายเข้าTrigger: อัตราดอกเบี้ย 30-Year Mortgage ยืนเหนือ 6.8% ติดต่อกัน 2 ไตรมาส หรือยอดขาย Existing Home Sales ต่ำกว่า 3.9 ล้านยูนิต (SAAR)
2. การชะลอโครงการขนาดใหญ่ (Big-Ticket Deferral Risk)ผู้บริโภคระงับหรือเลื่อนโครงการตกแต่งขนาดใหญ่ที่ต้องกู้ยืม (เช่น รีโนเวทครัว ห้องน้ำ แอร์) ส่งผลให้จำนวนธุรกรรมที่มีมูลค่าสูงกว่า $1,000 หดตัวTrigger: สัดส่วนธุรกรรมมูลค่าสูงกว่า $1,000 เติบโตติดลบเกิน -4.0% YoY สองไตรมาสติด หรือดัชนี LIRA (Leading Indicator of Remodeling Activity) ติดลบ
3. ความผันผวนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์และภาษีนำเข้า (Commodity & Tariff Risk)ราคาไม้แปรรูป (Lumber Futures), ทองแดง, ท่อพีวีซี ผันผวนรุนแรง และความไม่แน่นอนของนโยบายกำแพงภาษีนำเข้าจากจีนและเอเชีย กดดัน Gross MarginTrigger: ราคาไม้ Lumber Futures แกว่งตัวผันผวนเกิน +/- 25% ใน 90 วัน หรือการยกเลิกข้อยกเว้นภาษีนำเข้าส่งผลให้ต้นทุนสินค้าเพิ่มเกิน $400M ต่อปี
4. ความเสี่ยงจากการควบรวมและบูรณาการ SRS (Integration Risk)การควบรวมกิจการขนาดใหญ่ $18.25B มีความเสี่ยงในการรักษาทีมผู้บริหารช่าง การควบรวมระบบ IT และภาระดอกเบี้ยจ่ายจากหนี้เงินกู้ยืมใหม่Trigger: อัตรากำไร EBITDA Margin ของส่วนงาน Other (SRS) ลดต่ำกว่า 8.5% หรือการรับรู้ Synergy ล่าช้ากว่าแผนเกิน 6 เดือน
5. การแข่งขันแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดช่าง Pro (Pro Market Competition)คู่แข่งหลักอย่าง Lowe’s (LOW) พัฒนาระบบ MVP Pro Rewards ดุดัน และผู้ค้าส่งวัสดุก่อสร้างอิสระตัดราคาเพื่อรักษาฐานลูกค้าช่างรับเหมาท้องถิ่นTrigger: ยอดขาย Comp Sales ในกลุ่ม Pro ของ Lowe’s เติบโตแซงหน้า Home Depot เกิน 150 bps ติดต่อกัน 2 ไตรมาส
6. ภาระหนี้สินและอันดับความน่าเชื่อถือ (Leverage & Credit Downgrade Risk)ภาระหนี้สินรวมกว่า $52.8 พันล้านดอลลาร์ หากกระแสเงินสดจากการดำเนินงานชะลอตัว อาจทำให้การ Deleveraging ช้ากว่าเป้า และเสี่ยงต่อการถูกปรับลดอันดับเครดิตTrigger: อัตราส่วน Net Debt / EBITDA ทรงตัวเหนือ 2.50x ณ สิ้นปีบัญชี หรือ Moody’s/S&P ปรับมุมมองเป็น Negative Outlook
7. ปัญหาการโจรกรรมสินค้าและค่าแรง (Shrinkage & Wage Inflation)การโจรกรรมสินค้าอย่างเป็นระบบ (Organized Retail Crime - ORC) และการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำของพนักงานหน้าร้านและคลังสินค้า กดดัน Operating MarginTrigger: อัตราสินค้าสูญหาย (Shrink Rate) เพิ่มสูงเกิน 1.40% ของยอดขาย หรือค่าใช้จ่ายด้านค่าจ้างและผลประโยชน์เติบโตเกิน +5.0% YoY

การวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรค (SWOT Analysis)

ประเมินศักยภาพเชิงกลยุทธ์ทั้งปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอกองค์กร

Strengths (จุดแข็ง)

  • แบรนด์และเครือข่ายอันดับ 1 ของโลก: แบรนด์ Home Depot มีมูลค่าสูงสุดในอุตสาหกรรม พร้อมเครือข่าย 2,364 สาขาบิ๊กบ็อกซ์ ทำเลทองที่คู่แข่งไม่สามารถลอกเลียนได้
  • พอร์ตโฟลิโอ Pro Ecosystem แข็งแกร่งที่สุด: การรวมกิจการ SRS Distribution เพิ่มสาขาเฉพาะทาง 1,340 แห่ง เจาะลึกช่างมืออาชีพที่สร้างยอดขายกว่า 50%
  • ประสิทธิภาพซัพพลายเชนและ Omnichannel: ศูนย์กระจายสินค้า FDC และการจัดการคำสั่งซื้อออนไลน์ผ่านสาขากว่า 50% ลดต้นทุนขนส่งมหาศาล
  • กระแสเงินสดแข็งแกร่งและแบรนด์เอกสิทธิ์: กระแสเงินสดดำเนินงานปีละกว่า $20,000M พร้อมแบรนด์เอกสิทธิ์ Behr, Milwaukee, Ryobi, Husky ที่คู่แข่งไม่มี

Weaknesses (จุดอ่อน)

  • ภาระหนี้สินระดับสูงหลังซื้อ SRS: หนี้สินรวมกว่า $52,896M ทำให้ต้องระงับการซื้อหุ้นคืนชั่วคราว และมีภาระดอกเบี้ยจ่ายปีละกว่า $2,400M
  • ความอ่อนไหวต่อโครงการขนาดใหญ่ (Big-Ticket Exposure): ยอดขายส่วนหนึ่งพึ่งพาสินค้ามูลค่าสูงที่ต้องอาศัยสินเชื่อบ้านและสินเชื่อบุคคล
  • การกระจุกตัวในตลาดอเมริกาเหนือ: รายได้กว่า 92% มาจากสหรัฐอเมริกา ทำให้มีความเสี่ยงสูงต่อวัฏจักรเศรษฐกิจและอัตราดอกเบี้ยในประเทศเดียว
  • ค่าความนิยมในงบดุลสูง (High Goodwill): Goodwill และ Intangibles สูงถึง $38,812M หากผลประกอบการของ SRS ต่ำกว่าคาด อาจเกิดความเสี่ยง Impairment

Opportunities (โอกาส)

  • การเติบโตสู่ตลาด TAM 1 ล้านล้านดอลลาร์: การขยายสู่สายงาน HVAC (Mingledorff’s), สระว่ายน้ำ, และจัดสวน เปิดตลาดลูกค้ารับเหมาขนาดใหญ่
  • บ้านในสหรัฐฯ มีอายุเฉลี่ยสูง 41 ปี: ที่อยู่อาศัยที่เก่าลงจำเป็นต้องได้รับการซ่อมบำรุงและเปลี่ยนอุปกรณ์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ (Non-Discretionary)
  • วัฏจักรการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของ Fed: เมื่ออัตราดอกเบี้ยกู้บ้านลดลง จะปลดล็อก Housing Turnover และกระตุ้นโครงการปรับปรุงบ้านขนาดใหญ่
  • การขยายธุรกิจในเม็กซิโก: การย้ายฐานการผลิต (Nearshoring) หนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจและยอดขายสาขาในเม็กซิโกอย่างก้าวกระโดด

Threats (อุปสรรค)

  • ภาวะดอกเบี้ยสูงค้างนาน (Higher-for-Longer): หากเงินเฟ้อไม่ลงและ Fed ชะลอการลดดอกเบี้ย ภาวะซบเซาของยอดขายบ้านมือสองจะลากยาว
  • การแข่งขันตัดราคาจาก Lowe’s และร้านค้าส่ง: คู่แข่งรายใหญ่เร่งขยายตลาด Pro และอัดฉีดโปรโมชันเพื่อชิงส่วนแบ่งตลาด
  • ความผันผวนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์และภาษี: ความไม่แน่นอนของภาษีนำเข้าจากระเบียบการค้าระหว่างประเทศและราคาไม้แปรรูป
  • ภัยธรรมชาติและสภาพอากาศแปรปรวน: พายุรุนแรงอาจหนุนยอดขายซ่อมแซมระยะสั้น แต่สภาพอากาศหนาวจัดหรือฝนตกยาวนานอาจฉุดยอดขายสวนและก่อสร้าง

มุมมองนักลงทุนและแบบจำลองการประเมินมูลค่า (Investor View)

แบบจำลองสถานการณ์ Bull / Base / Bear สมมติฐานเชิงปริมาณ และรายการติดตามสำคัญ

Bull Case ($395.00 – $425.00)

  • สมมติฐานหลัก: ดอกเบี้ย 30-Year Mortgage ลดลงแตะ 5.5%, Housing Turnover ฟื้นตัวสู่ 4.8 ล้านยูนิต, Comp Sales โต +4.0%
  • กำไรต่อหุ้น: FY2026E EPS $14.80, FY2027E EPS $16.80 จากการรับรู้ Synergy ของ SRS เต็มปี
  • P/E Multiple: 24.0x–25.0x (Historical Peak Range)
  • ศักยภาพราคา: Upside +40% ถึง +51% พร้อมเงินปันผล 3.3%
  • ตัวเร่ง: Fed ลดดอกเบี้ยต่อเนื่อง ยอดคำสั่งซื้อช่าง Pro ทะลุเป้า

Base Case ($340.00 – $365.00)

  • สมมติฐานหลัก: ดอกเบี้ยกู้บ้านทรงตัว 6.0%–6.3%, Comp Sales โต +1.0%–2.0%, บรรลุตาม Guidance
  • กำไรต่อหุ้น: FY2026E EPS $14.50, FY2027E EPS $15.50
  • P/E Multiple: 20.0x–21.0x (Historical Median)
  • ศักยภาพราคา: Upside +21% ถึง +30% พร้อมเงินปันผล 3.3%
  • ตัวเร่ง: การลดหนี้ Net Debt/EBITDA สู่ 2.0x และการเติบโตของออนไลน์

Bear Case ($220.00 – $245.00)

  • สมมติฐานหลัก: ดอกเบี้ยค้างสูง >6.8%, เศรษฐกิจถดถอย, Comp Sales ติดลบ -2.5%, SG&A บวม
  • กำไรต่อหุ้น: FY2026E EPS $13.50, FY2027E EPS $13.20
  • P/E Multiple: 16.0x–17.0x (Trough Valuation)
  • ศักยภาพราคา: Downside -13% ถึง -22%
  • ปัจจัยเสี่ยง: ผู้บริโภคตัดงบรีโนเวทบ้าน ภาระดอกเบี้ยจ่ายกดดันกำไร

ฉันทามตินักวิเคราะห์และราคาเป้าหมายในตลาด (Consensus & Wall Street Targets)

สถาบันวิจัย / สรุปฉันทามติคำแนะนำการลงทุนราคาเป้าหมาย ($)Upside จากราคาปัจจุบัน ($281.85)วันที่เผยแพร่ / ข้อมูลอ้างอิง
ค่าเฉลี่ยฉันทามตินักวิเคราะห์ (Consensus)Buy / Moderate Buy (36 โบรกเกอร์)$377.19+33.8%StockAnalysis Consensus Forecast
ราคาเป้าหมายสูงสุด (High Target)Strong Buy$440.00+56.1%วอลล์สตรีทมุมมองเชิงบวกต่อการฟื้นตัวของตลาดที่อยู่อาศัย
ราคาเป้าหมายมัธยฐาน (Median Target)Buy$380.00+34.8%สะท้อนการฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปในปี FY2027
ราคาเป้าหมายต่ำสุด (Low Target)Hold / Underperform$310.00+10.0%สมมติฐานว่าดอกเบี้ยบ้านจะค้างสูงยาวนานถึงปี 2027

รายการตรวจสอบและปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม (Monitoring Checklist)