Sterling Infrastructure, Inc. (NASDAQ: STRL) รับเหมาโครงสร้างพื้นฐานในสหรัฐฯ มีสำนักงานใหญ่ที่ The Woodlands รัฐเท็กซัส งานหลักของบริษัทแบ่งเป็นกลุ่มงานที่มีลักษณะต่างกันชัดเจน กลุ่มใหญ่ที่สุดคือ E-Infrastructure Solutions ซึ่งทำงานเตรียมพื้นที่และงานไฟฟ้า/กลไกให้ดาต้าเซ็นเตอร์ โรงงานเซมิคอนดักเตอร์ และคลังสินค้า กลุ่มนี้คิดเป็น 75% ของรายได้ครึ่งแรกปี 2026 ส่วนที่เหลือเป็นงานทางหลวงและงานโครงสร้างพื้นฐานของรัฐ (Transportation Solutions) และงานฐานรากและประปาให้ผู้สร้างบ้าน (Building Solutions)
ไตรมาส 2 ปี 2026 บริษัทมีรายได้ $1,168.2 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 90% YoY โดยบริษัทระบุว่าการเติบโตแบบ Organic อยู่ที่ราว 50% และธุรกิจที่ซื้อมาใหม่ได้แก่ CEC Facilities Group (ปิดดีลเมื่อ 1 ก.ย. 2025) และ Stone Ridge Contracting (ปิดดีลเมื่อ 1 มิ.ย. 2026) ให้รายได้ $250.8 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสนี้ กำไรสุทธิที่เป็นของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ $155.8 ล้านดอลลาร์ หรือ $5.00 ต่อหุ้นเจือจาง Adjusted EBITDA อยู่ที่ $256.7 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเท่ากับ Margin ราว 22%
Backlog ณ 30 มิ.ย. 2026 อยู่ที่ $4.33 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 116% YoY (ใน Backlog รวมสัญญา MSA ของ Stone Ridge $100 ล้าน) และเมื่อรวม Unsigned Awards ด้วย Combined Backlog อยู่ที่ $5.62 พันล้านดอลลาร์ ทั้งนี้ Backlog ในนิยามของบริษัทไม่ได้เท่ากับรายได้ที่รับรู้แน่นอน เพราะสัญญา MSA ไม่มีข้อผูกพันปริมาณงานขั้นต่ำ
บริษัทระบุว่า 92% ของ Backlog ใน E-Infrastructure เป็นโครงการ Mission-Critical เช่น ดาต้าเซ็นเตอร์ โรงงาน และโรงงานเซมิคอนดักเตอร์ ตัวเลขนี้ทำให้รายได้ล่วงหน้าของกลุ่มนี้มองเห็นได้ค่อนข้างชัด แต่ก็หมายความว่าการลงทุนของลูกค้ากลุ่มเดียวกันมีผลต่อบริษัทมาก ควรติดตามว่า Backlog ยังโตต่อเนื่องหรือไม่ในรายงานไตรมาส 3
ตัวเลขด้านล่างคำนวณจากประมาณการ Adjusted Diluted EPS ปี 2026 ของบริษัทกับ P/E ที่สมมติเอง ไม่ใช่เป้าหมายราคา ราคาอ้างอิงคือ $427.99 ระหว่างวันของ 19 ต.ค. 2026
ตัวเลขปี 2024 รวมรายได้ของ RHB ซึ่งถูก Deconsolidate ตั้งแต่ 31 ธ.ค. 2024 ไว้ $235.9 ล้านดอลลาร์ และกำไรสุทธิปี 2024 รวมกำไรจากการ Deconsolidate $91.3 ล้านดอลลาร์ (ก่อนภาษี) ดังนั้นการเทียบการเติบโตปี 2025 กับปี 2024 จะบิดเบือนหากไม่ตัดรายการนี้ออก ดูรายละเอียดในหัวข้อผลประกอบการ ส่วนราคาหุ้นเป็นราคาระหว่างวันที่ดึงจาก StockAnalysis ไม่ใช่ราคาปิด
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| ชื่อบริษัทและนิติบุคคล | Sterling Infrastructure, Inc. จดทะเบียนในรัฐเดลาแวร์ |
| สัญลักษณ์หลักทรัพย์และตลาด | STRL บนตลาด NASDAQ |
| สำนักงานใหญ่ | 1800 Hughes Landing Blvd., The Woodlands, Texas 77380, สหรัฐอเมริกา |
| สิ้นสุดปีบัญชี | 31 ธันวาคม |
| จำนวนพนักงาน | ประมาณ 4,400 คน ณ 31 ธ.ค. 2025 เป็นพนักงานประจำราว 1,200 คนและพนักงานรายชั่วโมงราว 3,200 คน สหภาพแรงงานครอบคลุมประมาณ 4% |
| พื้นที่ดำเนินงาน | ภาคใต้ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาค Mid-Atlantic ภูมิภาค Rocky Mountain และหมู่เกาะแปซิฟิก ตลาดของ Building Solutions หลักคือ Dallas-Fort Worth, Houston และ Phoenix |
| ผู้บริหารการเงิน | Nicholas Grindstaff (Chief Financial Officer) ตามเอกสาร 8-K |
ที่มา: จำนวนพนักงาน ภูมิลำเนา และสหภาพแรงงานจาก SEC Form 10-K FY2025 / จำนวนหุ้นและ P/BV จาก SEC Form 10-Q 2Q 2026 / ราคาหุ้น มูลค่าตลาด P/E และ Beta จาก StockAnalysis ซึ่งเป็นค่าระหว่างวัน 19 ต.ค. 2026 จึงอาจเปลี่ยนเมื่อตลาดปิด
Sterling ทำงานผ่านบริษัทย่อยหลายแห่งที่รวมกันเป็น 3 Segment ตามรูปแบบงาน ลูกค้า และแหล่งเงินทุนของแต่ละงาน ตัวเลขด้านล่างคือรายได้ 1H 2026 และสัดส่วนของแต่ละกลุ่ม
งานเตรียมพื้นที่ขนาดใหญ่ (Site Development) และงานไฟฟ้า/กลไกเชิงเทคนิคสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ โรงงานเซมิคอนดักเตอร์ โรงงานการผลิต ศูนย์กระจายสินค้า และโรงไฟฟ้า ลูกค้าหลักคือผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ (Hyperscaler) ผู้ให้บริการ Colocation และบริษัทผลิต
กลุ่มนี้โตเร็วที่สุดของบริษัท รายได้ 2025 ของ E-Infrastructure อยู่ที่ $1,466.8 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 58.8% และรายได้ 1H 2026 เพิ่มขึ้นอีก 184% เป็น $1,502.7 ล้านดอลลาร์ ตัวเลขนี้รวมงานจาก CEC ที่เข้ามาตั้งแต่ไตรมาส 3 ปี 2025 ราว $396.0 ล้านดอลลาร์ในครึ่งแรกปี 2026
งานก่อสร้างและซ่อมแซมทางหลวง ถนน สะพาน สนามบิน ท่าเรือ ทางรถไฟ และระบบระบายน้ำ ได้รับทุนหลักจากรัฐและรัฐบาลกลาง โดยรัฐบาลกลางให้เงินเฉลี่ยราว 50% ของงบโครงสร้างพื้นฐานทางหลวงและสะพานของรัฐ บริษัทกำลังลดสัดส่วนงานประมูลราคาต่ำ (Low-bid Heavy Highway) และหันไปทำงานแบบ Design-Build และ Alternative Delivery ที่มีความเสี่ยงต่อกำไรน้อยกว่า
รายได้ของกลุ่มนี้ลดจากปีก่อนเพราะ RHB ถูก Deconsolidate ไปแล้ว หากตัด RHB ออกจากปี 2024 รายได้กลุ่มนี้ในปี 2024 จะเหลือราว $547.8 ล้านดอลลาร์ และปี 2025 เพิ่มขึ้นราว 17% แบบ Like-for-like ส่วน Margin ของกลุ่มดีขึ้นจาก 6.5% ในปี 2024 เป็น 12.1% ในปี 2025 และ 14.8% ในงวด 1H 2026 ตามการปรับ Mix ของโครงการ
งานฐานรากคอนกรีต พื้นคอนกรีต ที่จอดรถ และงานประปาสำหรับบ้านพักอาศัยและงานพาณิชย์ในตลาด Dallas-Fort Worth, Houston และ Phoenix ลูกค้าหลักคือผู้สร้างบ้านระดับประเทศ ภูมิภาค และผู้สร้างตามสั่ง กลุ่มนี้รวบรวมรายได้จากลูกค้า 4 รายแรกราว 45% ในปี 2025 ซึ่งเป็นสัดส่วนที่สูงกว่าระดับของบริษัทโดยรวมมาก
รายได้ปี 2025 ลดลงจากงานพาณิชย์ที่หดตัว ($63.1 ล้านดอลลาร์ เทียบกับ $101.8 ล้านดอลลาร์) ขณะที่งานที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ทั้งนี้บริษัทระบุว่าการซื้อบ้านที่ลดลงเพราะความสามารถในการจ่ายที่ต่ำลงยังกดดันความต้องการอยู่ในระยะสั้น
CEC Facilities Group (ซื้อเมื่อ 1 ก.ย. 2025 มูลค่า $561.6 ล้านดอลลาร์ โดยจ่ายเงินสด $442.9 ล้านดอลลาร์ และหุ้น $79.5 ล้านดอลลาร์ พร้อม Earn-out สูงสุด $80 ล้านดอลลาร์ตามเป้า Operating Income) เป็นผู้รับเหมางานไฟฟ้าและกลไกที่เพิ่มขนาดของ E-Infrastructure อย่างมาก
Stone Ridge Contracting (ซื้อเมื่อ 1 มิ.ย. 2026 มูลค่า $178.0 ล้านดอลลาร์ โดยจ่ายเงินสด $140.0 ล้านดอลลาร์ และหุ้น $27.4 ล้านดอลลาร์ พร้อม Earn-out สูงสุด $15 ล้านดอลลาร์) เป็นผู้รับเหมางาน Site Development ในไอดาโฮ และนับ MSA ของบริษัทนี้เข้าใน Backlog
ที่มา: โครงสร้างงานและ Segment จาก SEC Form 10-K FY2025 และ SEC Form 10-Q 2Q 2026 / ข้อมูลลูกค้า 4 รายแรกจาก 10-K / ตัวเลขการซื้อกิจการจาก 10-Q หัวข้อ Significant Transactions / ตัวเลข Like-for-like ของ Transportation เป็นการคำนวณเองจากการตัด RHB ออกจากปี 2024
รายได้ปี 2025 อยู่ที่ $2,490.0 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 17.7% จากปี 2024 แต่ถ้าตัด RHB ออกจากปี 2024 การเติบโตจริงอยู่ที่ราว 32.5% ซึ่งเป็นตัวเลขที่ใกล้กับการเติบโตของ E-Infrastructure มากกว่า กำไรสุทธิปี 2025 อยู่ที่ $290.2 ล้านดอลลาร์ ลดลงจากปี 2024 ที่รวมกำไร Deconsolidate $91.3 ล้านดอลลาร์ (ก่อนภาษี) ดังนั้นการเทียบกำไรสุทธิโดยตรงจะไม่สะท้อนการทำงานจริง
ในครึ่งแรกปี 2026 รายได้เพิ่มขึ้นเป็น $1,993.9 ล้านดอลลาร์ (+90.7%) Gross Margin ขยับจาก 22.8% เป็น 24.3% และ Operating Income เพิ่มขึ้นจาก $160.6 ล้านดอลลาร์ เป็น $357.1 ล้านดอลลาร์ บริษัทอธิบายว่ากำไรที่เพิ่มขึ้นมาจากปริมาณงานของโครงการ Mission-Critical และ Mix ของ Transportation ที่ดีขึ้น ส่วน G&A เพิ่มขึ้นเป็น 5.1% ของรายได้จาก 6.6% เพราะค่าตอบแทนตามผลงานและจำนวนพนักงานที่เพิ่มขึ้น
| รอบบัญชี | รายได้รวม ($M) | Gross Margin | Operating Income ($M) | Operating Margin | กำไรสุทธิผู้ถือหุ้น ($M) | Net Margin |
|---|---|---|---|---|---|---|
| FY2024 | $2,115.8 | 20.1% | $264.6 | 12.5% | $257.5 (รวม $91.3 กำไร Deconsolidate) | 12.2% |
| FY2025 | $2,490.0 | 23.0% | $405.9 | 16.3% | $290.2 | 11.7% |
| TTM (สิ้นสุด 30 มิ.ย. 2026) | $3,438.5 | n/a | $602.4 | 17.5% | $431.5 | 12.5% |
| รายการ ($M) | Q2 2025 | Q2 2026 | เปลี่ยนแปลง | 1H 2025 | 1H 2026 | เปลี่ยนแปลง |
|---|---|---|---|---|---|---|
| รายได้ | 614.5 | 1,168.2 | +90% | 1,045.4 | 1,993.9 | +91% |
| Gross Profit | 143.1 | 290.0 | +103% | 238.0 | 484.3 | +103% |
| G&A | 34.0 | 53.1 | +56% | 68.6 | 101.0 | +47% |
| Operating Income | 104.6 | 219.3 | +110% | 160.6 | 357.1 | +122% |
| Adjusted EBITDA (ตามนิยามบริษัท) | 125.6 | 256.7 | +104% | 206.0 | 423.3 | +106% |
| กำไรสุทธิผู้ถือหุ้น | 71.0 | 155.8 | +120% | 110.5 | 251.8 | +128% |
ที่มา: ตัวเลขปี 2024 และ 2025 จาก SEC Form 10-K FY2025 / ตัวเลข Q2 และงวด 6 เดือนจาก SEC Form 10-Q 2Q 2026 / EBITDA และ Adjusted EBITDA จากตารางกระทบยอดของ 8-K Exhibit 99.1 / EBITDA ปี 2024 ไม่ได้ดึงในรอบนี้ จึงแสดงเป็น n/a เพราะนิยามของบริษัทต่างจากค่าที่คำนวณจาก Cash Flow Statement / TTM คำนวณจากปี 2025 บวกงวด 6M 2026 หักงวด 6M 2025 / Gross Margin TTM ไม่ได้คำนวณในรอบนี้
สินทรัพย์รวมเพิ่มจาก $2,633.8 ล้านดอลลาร์ เป็น $3,194.2 ล้านดอลลาร์ ในครึ่งแรกปี 2026 ส่วนที่เพิ่มขึ้นมากที่สุดคือลูกหนี้การค้า ($770.7 ล้านดอลลาร์ จาก $501.2 ล้านดอลลาร์) สอดคล้องกับงานที่เพิ่มขึ้น และส่วนที่เพิ่มขึ้นเกือบทั้งหมดของ Goodwill และ Intangible Assets มาจาก CEC และ Stone Ridge ฝั่งหนี้สิน Contract Liabilities เพิ่มเป็น $802.6 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นเงินล่วงหน้าจากลูกค้า ทำให้เงินทุนหมุนเวียนจากลูกค้ายังเป็นบวกอยู่
| รายการ ($M) | 31 ธ.ค. 2024 | 31 ธ.ค. 2025 | 30 มิ.ย. 2026 |
|---|---|---|---|
| สินทรัพย์รวม (Total Assets) | 2,016.8 | 2,633.8 | 3,194.2 |
| เงินสดและเงินสดเทียบเท่า | 664.2 | 390.7 | 464.5 (ในนี้ 157.6 อยู่ในกิจการร่วมค้า) |
| ลูกหนี้การค้า (สุทธิ) | 247.1 | 501.2 | 770.7 |
| Contract Liabilities | n/a | 652.4 | 802.6 |
| หนี้สินรวม (Total Liabilities) | 1,190.3 | 1,527.4 | 1,803.7 |
| เงินกู้ยืม (รวมส่วนที่ถึงกำหนดภายใน 1 ปี, ตามราคาตามบัญชี) | 316.3 | 291.0 | 283.9 |
| ส่วนของผู้ถือหุ้นของ Sterling | 808.1 | 1,108.5 | 1,357.3 |
| กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน (ปี 2024 / ปี 2025 / 6M 2026) | 497.1 | 440.0 | 328.0 |
| รายจ่ายลงทุนเครื่องจักร (Capex) (ปี 2024 / ปี 2025 / 6M 2026) | 81.0 | 77.3 | 69.6 |
บริษัททำกระแสเงินสดจากการดำเนินงานได้ดีในปี 2024 ($497.1 ล้านดอลลาร์) แต่ส่วนใหญ่มาจากการเปลี่ยนแปลงของสินทรัพย์และหนี้สินจากการดำเนินงาน ($199.8 ล้านดอลลาร์) ซึ่งไม่ได้เกิดซ้ำทุกปี ปี 2025 กระแสเงินสดจากการดำเนินงานต่ำกว่า 2024 เนื่องจาก Contract Capital ไม่ได้ปล่อยออกมาเหมือนเดิม ส่วนครึ่งแรกปี 2026 เป็น $328.0 ล้านดอลลาร์ เพิ่มจาก $170.3 ล้านดอลลาร์ แต่ในงวดนี้ Contract Capital ใช้เงินไป $68.1 ล้านดอลลาร์ ทำให้กระแสเงินสดอิสระยังอยู่ในระดับที่ต้องติดตาม
เงินสด $464.5 ล้านดอลลาร์ ณ 30 มิ.ย. 2026 รวม $157.6 ล้านดอลลาร์ที่อยู่ในกิจการร่วมค้า (Construction Joint Venture) ซึ่งบริษัทระบุว่าเป็นเงินสดที่ใช้ได้เฉพาะในกิจการนั้น เงินสดที่บริษัทใช้ได้โดยทั่วไปอยู่ที่ราว $306.9 ล้านดอลลาร์ และควรใช้ตัวเลขนี้เมื่อคำนวณ Net Debt
ที่มา: งบ 31 ธ.ค. 2024 และ 2025 จาก SEC Form 10-K FY2025 / งบ 30 มิ.ย. 2026 และกระแสเงินสด 6M จาก SEC Form 10-Q 2Q 2026 / Contract Liabilities ปี 2024 ไม่ได้ดึงในรอบนี้ / ส่วนของผู้ถือหุ้นไม่รวมส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุม (Noncontrolling Interests) ซึ่งเป็น $33.2 ล้านดอลลาร์ ณ 30 มิ.ย. 2026
เงินกู้ยืมรวม (Term Loan) ของบริษัทอยู่ที่ $285.0 ล้านดอลลาร์ ณ 30 มิ.ย. 2026 ซึ่งเป็นดอกเบี้ยลอยตัวทั้งหมด บริษัทชำระยอดคงเหลือทั้งหมดเมื่อ 2 ก.ค. 2026 พร้อมกับการทำ Amended Credit Agreement ฉบับใหม่ ซึ่งให้วงเงิน Revolving Loans สูงสุด $1.5 พันล้านดอลลาร์ และมี Incremental Facility เสริม ณ 2 ก.ค. 2026 บริษัทเบิกใช้ไปแล้ว $90 ล้านดอลลาร์
สิ่งที่ต้องรู้คือ ตัวเลขหนี้ ณ 30 มิ.ย. 2026 ยังไม่ได้รวมวงเงินที่เบิกใช้ใหม่หลังวันที่ดังกล่าว หากคำนวณหนี้ ณ 2 ก.ค. 2026 หนี้ที่มีดอกเบี้ยจะอยู่ที่ราว $90 ล้านดอลลาร์ ซึ่งน้อยกว่าระดับปัจจุบันมาก
ดอกเบี้ยจ่ายใน 6M 2026 อยู่ที่ $7.1 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ Operating Income อยู่ที่ $357.1 ล้านดอลลาร์ ดังนั้น Interest Coverage สูงกว่า 50 เท่า อย่างไรก็ตาม ค่านี้จะเปลี่ยนเมื่อดอกเบี้ยของวงเงินใหม่ ($1.5 พันล้านดอลลาร์) เริ่มมีผล
บริษัทบันทึกผลกระทบดอกเบี้ยของ Term Loan ไว้ว่า การขยับอัตราดอกเบี้ยขึ้น 1% จะเพิ่มดอกเบี้ยจ่ายราว $2.9 ล้านดอลลาร์ต่อปี ตามตัวเลขในรายงาน 10-Q และการขยับเท่ากันจะทำให้ดอกเบี้ยรับเพิ่มราว $4.6 ล้านดอลลาร์ต่อปี
ที่มา: รายละเอียดหนี้และวงเงิน Amended Credit Agreement จาก SEC Form 10-Q 2Q 2026 (Note 9 และ Item 3) / อัตราส่วนคำนวณเองจากงบการเงินในหัวข้อ 5 โดยใช้ส่วนของผู้ถือหุ้น Sterling เป็นตัวหาร / ไม่ได้รวมภาระสัญญาเช่าดำเนินงาน ซึ่งมีจำนวนแยกต่างหากในงบ
| Segment | รายได้ FY2024 ($M) | รายได้ FY2025 ($M) | รายได้ 1H 2026 ($M) | Operating Margin FY2025 | Operating Margin 1H 2026 |
|---|---|---|---|---|---|
| E-Infrastructure Solutions | 923.7 | 1,466.8 | 1,502.7 | 23.6% | 22.9% |
| Transportation Solutions | 783.7 | 640.7 | 289.6 | 12.1% | 14.8% |
| Building Solutions | 408.4 | 382.6 | 201.6 | 10.2% | 7.3% |
| รวม (Segment Operating Income) | 2,115.8 | 2,490.0 | 1,993.9 | 18.6% | 20.2% |
บริษัทไม่ได้ตั้งต้นจากการปันส่วน G&A ของสำนักงานใหญ่ในตารางนี้ ค่าใช้จ่ายส่วนกลางปี 2025 อยู่ที่ $49.4 ล้านดอลลาร์ ดังนั้น Operating Margin รวมของบริษัท (16.3%) ต่ำกว่า Segment Margin รวม (18.6%) และในงวด 6M 2026 ค่าใช้จ่ายส่วนกลางอยู่ที่ $26.3 ล้านดอลลาร์
Building Solutions มี Margin ลดลงจาก 13.2% ในปี 2024 เป็น 7.3% ในงวด 1H 2026 ขณะที่ E-Infrastructure แม้ Margin ลดลงเล็กน้อยจาก 24.7% ในงวด 1H 2025 เป็น 22.9% ในงวด 1H 2026 ก็ยังเป็นกลุ่มที่สร้างกำไรมากที่สุด ทำให้ผลกระทบต่อกำไรรวมของ Building อยู่ในระดับเล็กเมื่อเทียบกับกลุ่มอื่น
ที่มา: รายได้และ Operating Income รายกลุ่มจาก SEC Form 10-K FY2025 (Note Segment) และ SEC Form 10-Q 2Q 2026 (Segment Results) / ยอดรวมของ Segment Margin คำนวณจาก Segment Operating Income หารด้วยรายได้รวม
บริษัทระบุในรายงาน 10-K ว่าไม่เคยจ่ายเงินปันผลเป็นเงินสดเลยและตั้งใจจะเก็บกำไรไว้ต่อไป นอกจากนี้ Credit Agreement จำกัดการจ่ายเงินปันผลไว้ด้วย ส่วนที่บริษัทให้ผลตอบแทนผู้ถือหุ้นคือการซื้อหุ้นคืน โดยคณะกรรมการอนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืนวงเงิน $400 ล้านดอลลาร์ เมื่อ 12 พ.ย. 2025 และมีอายุถึง 12 พ.ย. 2027
| รายการ | FY2024 | FY2025 | 6M 2026 |
|---|---|---|---|
| เงินปันผลต่อหุ้น (DPS) | 0 | 0 | 0 |
| การซื้อหุ้นคืน (เงินสด, $M) | n/a | 74.2 | 35.3 |
| Diluted EPS (GAAP, $) | 8.27 | 9.38 | n/a |
ปี 2025 บริษัทใช้เงินสด $74.2 ล้านดอลลาร์ซื้อหุ้นคืน และใน 6M 2026 ใช้ไป $35.3 ล้านดอลลาร์ ควบคู่กับการจ่ายเงินภาษีแทนพนักงานจากการโอนหุ้น (Net Share Settlement) $11.9 ล้านดอลลาร์ ในงวดเดียวกันนี้บริษัทใช้เงินสด $140.0 ล้านดอลลาร์ซื้อ Stone Ridge ดังนั้นการซื้อหุ้นคืนยังอยู่ในกรอบที่บริษัทจัดสรรได้ แต่การซื้อกิจการดูเหมือนจะเป็นลำดับแรกของการใช้เงินสด
ที่มา: นโยบายเงินปันผลและวงเงินซื้อหุ้นคืนจาก SEC Form 10-K FY2025 และ SEC Form 10-Q 2Q 2026 (Note 18) / ค่าซื้อหุ้นคืนและการจ่ายภาษีจากงบกระแสเงินสด / ตัวเลข DPS ปี 2024 ไม่ได้ดึงรายงานประจำปีของปี 2024 ในรอบนี้ แต่บริษัทไม่เคยจ่ายเงินปันผลเป็นเงินสด
เพื่อนที่เลือกคือ EMCOR Group (EME) ซึ่งเป็นผู้รับเหมาระบบอาคารและไฟฟ้าที่ทำงานกับลูกค้าดาต้าเซ็นเตอร์และอาคารพาณิชย์ Comfort Systems USA (FIX) ซึ่งเป็นผู้รับเหมา HVAC และ MEP ที่มีลูกค้าใกล้เคียงกัน และ Quanta Services (PWR) ซึ่งเป็นผู้รับเหมาโครงข่ายไฟฟ้าขนาดใหญ่ ทั้งสามรายใช้ P/E ที่ตลาดให้ค่าสูงกว่า STRL อย่างมาก
| บริษัท (Ticker) | Market Cap ($B) | Trailing P/E | Forward P/E | รายได้ TTM ($B) | ความใกล้เคียงกับ STRL |
|---|---|---|---|---|---|
| Sterling (STRL) | 13.09 | 30.72x | 18.99x | 3.44 | เป้าหมายของรายงานนี้ |
| EMCOR (EME) | 31.83 | 22.45x | 20.79x | 18.60 | ผู้รับเหมาระบบอาคารและไฟฟ้า ขนาดใหญ่กว่ามาก มี Margin ต่ำกว่า |
| Comfort Systems (FIX) | 52.00 | 36.42x | 27.79x | 11.23 | ผู้รับเหมา MEP ที่อยู่ในตลาดลูกค้าดาต้าเซ็นเตอร์เดียวกัน |
| Quanta Services (PWR) | 93.63 | 71.24x | 33.60x | 32.91 | เน้นโครงข่ายไฟฟ้าและสายส่ง ขนาดใหญ่กว่ามาก |
ที่ Forward P/E 19.0 เท่า STRL ถูกกว่าเพื่อนทุกรายมาก ทั้งที่ Backlog ของบริษัทโตราว 116% ในรอบปีเดียว ส่วนหนึ่งของส่วนต่างนี้มาจากตลาดที่มองว่า Earnings ของ STRL เป็นกำไรช่วงซื้อกิจการและการเติบโตที่อาจกลับลง อีกส่วนหนึ่งคือความไม่แน่นอนของ Transportation และ Building ที่ยังไม่ฟื้น ซึ่งตัวเลขที่ดึงมาไม่ได้ยืนยันเหตุผลไหนโดยตรง
ที่มา: STRL จาก SEC Form 10-Q 2Q 2026 และ StockAnalysis / EME จาก StockAnalysis / FIX และ PWR จาก StockAnalysis และ StockAnalysis ดึงระหว่างจัดทำรายงาน (19 ต.ค. 2026) ตัวเลขของเพื่อนอาจไม่ตรงกับเวลาที่บริษัทปิดงบ
| รายการ | ช่วงประมาณการ | ปี 2025 (จริง) | การเติบโตที่จุดกึ่งกลาง |
|---|---|---|---|
| รายได้ ($B) | 4.00 ถึง 4.15 | 2.49 | +64% |
| กำไรสุทธิผู้ถือหุ้น ($M) | 536 ถึง 555 | 290 | ราว +88% |
| Diluted EPS (GAAP, $) | 17.25 ถึง 17.85 | 9.38 | ราว +87% |
| EBITDA ($M) | 829 ถึง 854 | 472 | ราว +78% |
| Adjusted EBITDA ($M) | 891 ถึง 916 | 504 | ราว +79% |
| Adjusted Net Income ($M) | 612 ถึง 631 | 337 | ราว +84% |
| Adjusted Diluted EPS ($) | 19.70 ถึง 20.30 | n/a | ตามที่บริษัทระบุว่าโต 84% ที่จุดกึ่งกลาง |
การเติบโตที่จุดกึ่งกลางคำนวณเองจากช่วงประมาณการกับตัวเลขปี 2025 ยกเว้น Adjusted EPS ที่ใช้ตัวเลขตามที่บริษัทระบุ ข่าวประกาศไม่ได้แสดง Adjusted EPS ปี 2025 จึงไม่มีค่าเปรียบเทียบในแถวนั้น
Backlog ณ 30 มิ.ย. 2026 อยู่ที่ $4.33 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งมากกว่ารายได้ครึ่งแรกปี 2026 ราว 2.2 เท่า ถ้านับ Unsigned Awards ด้วย Combined Backlog อยู่ที่ $5.62 พันล้านดอลลาร์ และบริษัทประเมินว่าพื้นที่งานทั้งหมดที่เข้าถึงได้ (Signed Backlog, Unsigned Awards และโอกาสระยะถัดไป) มีมากกว่า $7.0 พันล้านดอลลาร์ ตัวเลขนี้เพิ่มขึ้นมากกว่า $2.5 พันล้านดอลลาร์จากสิ้นปี 2025
Book-to-burn ratio ใน 6M 2026 อยู่ที่ 1.7 เท่า สำหรับ Backlog เท่านั้น และ 2.3 เท่า เมื่อรวม Unsigned Awards ค่าที่มากกว่า 1 หมายความว่าบริษัทรับงานใหม่เร็วกว่าการรับรู้รายได้ แต่ในรายงานไตรมาสนี้บริษัทระบุว่า Book-to-burn ไตรมาส 2 ที่ไม่รวม Stone Ridge อยู่ที่ 1.4 เท่า ซึ่งต่ำกว่าค่าครึ่งปี ควรติดตามว่าแนวโน้มนี้ต่อเนื่องหรือไม่
StockAnalysis ระบุว่าบริษัทจะประกาศงบไตรมาส 3 ปี 2026 วันที่ 28 ต.ค. 2026 ซึ่งยังไม่ได้ตรวจยืนยันกับเอกสารของบริษัท ควรตรวจกับข่าวประกาศอย่างเป็นทางการก่อนนำไปใช้
| ปัจจัยเสี่ยง | ระดับผลกระทบ (ประเมินเอง) | สัญญาณที่ควรติดตาม |
|---|---|---|
| 1. การพึ่งพาการลงทุนของดาต้าเซ็นเตอร์และเซมิคอนดักเตอร์ | สูง | E-Infrastructure เป็น 75% ของรายได้ 1H 2026 และ 92% ของ Backlog กลุ่มนี้เป็นงาน Mission-Critical หากลูกค้ากลุ่มนี้ชะลอโครงการ รายได้ที่เพิ่มขึ้นในปี 2026 จะเสี่ยงมาก ดูจาก Backlog ใหม่รายไตรมาส และ Book-to-burn |
| 2. การรับรู้รายได้ตามความคืบหน้าของโครงการ (Over-time Revenue) | สูง | บริษัทรับรู้รายได้ตามต้นทุนที่เกิดขึ้น หากประมาณการต้นทุนรวมของโครงการขนาดใหญ่ผิด รายได้และกำไรที่บันทึกไว้แล้วอาจต้องปรับย้อนหลัง ดูจาก Gross Margin ของแต่ละไตรมาสและรายการ Change Order |
| 3. การซื้อกิจการและการรวมบริษัท | สูง | CEC และ Stone Ridge เพิ่มรายได้และ Backlog อย่างมาก แต่บริษัทต้องรวมระบบงานและคนของบริษัทที่ซื้อมา Earn-out รวมสูงสุดราว $95 ล้านดอลลาร์อาจเพิ่มภาระ ดูจาก Margin ของ E-Infrastructure และการจ่าย Earn-out ในงบกระแสเงินสด |
| 4. วงจรธุรกิจบ้านพักอาศัยและงานทางหลวง | ปานกลาง | Building Solutions ลดลงทั้งงานบ้านพักและงานพาณิชย์ Margin ลดลงเหลือ 7.3% ใน 1H 2026 และกลุ่มลูกค้า 4 รายแรกคิดเป็น 45% ของรายได้กลุ่ม ดูจากยอดขายบ้านและ Margin ของ Building |
| 5. งบโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาลและการต่ออายุ IIJA | ปานกลาง | รายได้ Transportation พึ่งพางบของรัฐบาลกลางและรัฐ IIJA หมดอายุหลังปี 2026 หากไม่มีการต่อ หรือการอนุมัติโครงการช้าลง กลุ่มนี้จะเสี่ยงที่จะขาดงานใหม่ ดูจาก Backlog ของ Transportation |
| 6. การร่วมทุนและความรับผิดร่วม (Joint Venture) | ปานกลาง | ณ 30 มิ.ย. 2026 งานคงเหลือในกิจการร่วมค้าที่ยังไม่ได้รับรู้ประมาณ $376 ล้านดอลลาร์ โดยส่วนของบริษัทราว $151 ล้านดอลลาร์ บริษัทต้องรับผิดชอบงานทั้งหมดหากคู่ร่วมทุนไม่ทำตามสัญญา |
| 7. แรงงานและค่าแรง | ปานกลาง | บริษัทระบุว่าการรักษาพนักงานและแรงงานทักษะเป็นความท้าทายสำคัญ และมีสหภาพแรงงานครอบคลุมเพียง 4% แต่ระดับนี้อาจเปลี่ยนได้หากมีการจัดตั้งเพิ่ม ดูจาก G&A และ Margin ของ E-Infrastructure |
| 8. ความผันผวนของหุ้น | สูง (ต่อผู้ถือหุ้น) | Beta 1.86 และช่วงราคา 52 สัปดาห์กว้างมาก ราคาหุ้นลดลงราว 57% จากจุดสูงสุด รายงานนี้ยังไม่ได้ตรวจสาเหตุของการลดลงจากข่าวหรือเอกสารโดยตรง |
ที่มา: ปัจจัยเสี่ยงที่บริษัทระบุ จาก SEC Form 10-K FY2025 (Item 1A) และ SEC Form 10-Q 2Q 2026 / ตัวเลขสัดส่วนงานและ JV จากเอกสารเดียวกัน / ระดับผลกระทบเป็นการประเมินของผู้เขียนรายงาน ไม่ใช่ของบริษัท / ความผันผวนของหุ้นนำมาจาก StockAnalysis
ปี 2026 ประมาณการกำไรถูกปรับขึ้นสองครั้งในรอบปีนี้ Backlog โตราว 116% YoY และเงินกู้ Term Loan ก้อนเดิมถูกชำระหมดแล้วหลังปิดงวด แต่ราคาหุ้นลดลงราว 57% จากจุดสูงสุด รายงานนี้ยังไม่ได้ตรวจสาเหตุของการลดลงนั้น จึงยังสรุปไม่ได้ว่าส่วนต่างนี้สะท้อนความเสี่ยงที่ไม่เห็นในงบ หรือเป็นราคาที่ถูกเกินจริง
ที่ราคา $427.99 หุ้นซื้อขายที่ P/E TTM 30.7 เท่า และ Forward P/E 19.0 เท่า นักวิเคราะห์ที่ StockAnalysis รวบรวมไว้ให้ Price Target เฉลี่ยราว $836.71 ซึ่งสูงกว่าราคาปัจจุบันมาก แต่ตัวเลขนี้เป็นค่าเฉลี่ยจากหลายสถาบันที่ใช้วิธีประเมินต่างกัน และไม่ได้มาจากหลักเกณฑ์ Bull/Base/Bear ด้านบน
เนื้อหาในหมวดนี้เป็นการสรุปจากเอกสารที่ดึงได้ในรอบนี้ ราคาเป้าหมายจาก StockAnalysis เป็นของโบรกเกอร์แต่ละแห่ง ไม่ใช่ของผู้จัดทำรายงาน และวันที่ของแต่ละเป้าหมายต้องตรวจกับรายงานของโบรกเกอร์ก่อนนำไปใช้