เขียนโดย HypeTimes Staff · ข้อมูล ณ
1. สรุปผู้บริหาร (Executive Summary)
ภาพรวมผลการดำเนินงานครึ่งแรกปี 2026 แรงหนุนจาก Copper Supercycle และความได้เปรียบด้านต้นทุนเงินสดต่ำสุดในโลก ณ 29 ก.ย. 2026
Southern Copper Corporation (NYSE: SCCO) เป็นหนึ่งในผู้ผลิตทองแดงแบบบูรณาการครบวงจร (Integrated Copper Producer) ที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นบริษัทจดทะเบียนที่มี ปริมาณสำรองทองแดง (Copper Reserves) มากที่สุดในโลก สูงถึง 44.8 ล้านเมตริกตัน ผลการดำเนินงานในงวด 6 เดือนแรกของปี 2026 (1H 2026) เติบโตอย่างโดดเด่นเป็นประวัติการณ์ โดยมีรายได้จากการขายสุทธิ $8,540.4 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น +38.35% YoY เทียบกับ $6,172.9 ล้านดอลลาร์ใน 1H 2025 และมีกำไรสุทธิสำหรับส่วนของบริษัทใหญ่ $3,246.8 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด +69.16% YoY คิดเป็นกำไรต่อหุ้นปรับลด (Diluted EPS) $3.93 จาก $2.33 ในปีก่อนหน้า
ปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการพุ่งขึ้นของราคาโลหะทองแดงในตลาดโลก (LME/COMEX) ที่ได้รับแรงหนุนเชิงโครงสร้างระยะยาวจากการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด (Electrification & EV), การขยายตัวของโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Power Grid Modernization) และโครงสร้างพื้นฐานระบบประมวลผล AI Data Center ที่มีความต้องการใช้ทองแดงในระดับมหาศาล ผนวกกับราคาผลิตภัณฑ์พลอยได้ (By-products) โดยเฉพาะโมลิบดีนัม (Molybdenum) และแร่เงิน (Silver) ที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ต้นทุนเงินสดสุทธิ (Net Cash Cost) หลังหักผลพลอยได้ยังคงต่ำเป็นอันดับต้นๆ ของโลก ช่วยให้บริษัทสามารถขยาย EBITDA Margin ขึ้นสู่ระดับ 62.53% (TTM)
รายได้รวม 1H 2026
$8,540.4M
กำไรดำเนินงาน 1H 2026
$5,103.6M
กำไรสุทธิส่วน SCC 1H26
$3,246.8M
กระแสเงินสดดำเนินงาน 1H26
$3,683.0M
เงินปันผลจ่าย 1H 2026
$1,645.4M
หนี้สินสุทธิ / EBITDA (TTM)
0.24x
สรุปสาระสำคัญเชิงกลยุทธ์ (Key Takeaways)
- ปริมาณสำรองทองแดงอันดับ 1 ของโลก: SCCO ถือครองปริมาณสำรองทองแดงที่พิสูจน์แล้วและน่าจะเกิดขึ้น (Proven & Probable Reserves) สูงถึง 44.8 ล้านตัน อายุเหมืองเฉลี่ยยาวนานกว่า 70 ปี ซึ่งยาวนานที่สุดในกลุ่มผู้ผลิตทองแดงชั้นนำของโลก (เทียบกับ Freeport-McMoRan หรือ BHP)
- ความได้เปรียบด้านต้นทุนระดับ Tier-1 (Lowest Quartile Cash Cost): ด้วยกระบวนการผลิตแบบบูรณาการตั้งแต่เหมืองเปิด โรงแต่งแร่ โรงถลุง (Smelter) และโรงกลั่นโลหะ (Refinery) ของตนเองทั้งในเม็กซิโกและเปรู ทำให้บริษัทได้รับเครดิตหักลบต้นทุนจากแร่ผลพลอยได้มูลค่าสูง เช่น โมลิบดีนัม และเงินบริสุทธิ์ ส่งผลให้ต้นทุนเงินสดสุทธิเฉลี่ยต่ำเพียง $1.00 - $1.20 ต่อปอนด์
- โครงการลงทุนขยายกำลังการผลิตเชิงรุก: ความคืบหน้าของโครงการ Tia Maria ในเปรู (มูลค่าลงทุน $1.4B) ที่กลับมาเดินหน้าเต็มรูปแบบ ร่วมกับโครงการ Buenavista Zinc ($416M) และโครงการ Los Chancas ($2.6B) จะเพิ่มกำลังการผลิตทองแดงของบริษัทขึ้นสู่เป้าหมาย 1.6 ล้านตันต่อปีภายในปี 2032
- งบดุลแข็งแกร่งเป็นปราการเหล็ก: บริษัทมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด ณ 30 มิ.ย. 2026 สูงถึง $5,665.0 ล้านดอลลาร์ ขณะที่หนี้สินมีดอกเบี้ยสุทธิ (Net Debt) อยู่ที่ $2,329.4 ล้านดอลลาร์ คิดเป็นอัตราส่วน Net Debt/EBITDA ต่ำเพียง 0.24x เท่านั้น
Bull Case ($240.00 – $260.00)
- การเร่งตัวของวัฏจักร Copper Supercycle ดันราคาแตะ $5.50+/lb จากอุปทานเหมืองโลกที่ตึงตัว
- โครงการ Tia Maria และ Buenavista Zinc สร้างกระแสเงินสดส่วนเพิ่มเร็วกว่าแผน
- จ่ายเงินปันผลพิเศษ (Special Dividend) จากเงินสดสะสมเกิน $5.6B
Base Case ($195.00 – $215.00)
- ราคาทองแดงทรงตัวแถว $4.40 – $4.80/lb หนุนรายได้ระดับ $15B+ และ EBITDA Margin ~60%
- การผลิตในเปรูและเม็กซิโกดำเนินไปตามแผนปกติ จ่ายปันผล Yield ~2.2% – 2.5%
- โครงการขยายกำลังผลิตเดินหน้าต่อเนื่องภายใต้งบลงทุนที่ควบคุมได้
Bear Case ($140.00 – $160.00)
- เศรษฐกิจโลกชะลอตัว การลงทุนอสังหาริมทรัพย์และอุตสาหกรรมในจีนซบเซากดราคาทองแดงหลุด $3.80/lb
- ความเสี่ยงด้านการเมืองและกฎหมายสัมปทานเหมืองหรือการขึ้นภาษี Royalty ในเปรู/เม็กซิโก
- เหตุการณ์ประท้วงของชุมชนท้องถิ่นหรือการหยุดงานประท้วงของสหภาพแรงงานกระทบปริมาณส่งมอบ
2. ข้อมูลสำคัญ (Factsheet)
ข้อมูลหลักทรัพย์ สถิติตลาด และข้อมูลนิติบุคคล ณ 29 ก.ย. 2026
มูลค่าตลาด (Market Cap)
$168.87B
กรอบราคา 52 สัปดาห์
$114.58 - $220.78
จำนวนหุ้นชำระแล้ว
844.34M หุ้น
ผู้ถือหุ้นใหญ่ (88.9%)
Grupo México
ตารางที่ 1: ข้อมูลนิติบุคคลและรายละเอียดโครงสร้างหลักทรัพย์ Southern Copper Corporation| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|
| ชื่อทางการจดทะเบียน | Southern Copper Corporation (เดิมคือ Southern Peru Copper Corporation) |
| ตลาดหลักทรัพย์และสัญลักษณ์ | New York Stock Exchange (NYSE: SCCO) และ Lima Stock Exchange (BVL: SCCO) |
| ตลาด / อุตสาหกรรม | Non-Energy Minerals / Other Metals & Minerals (Mining & Smelting) |
| ปีที่เริ่มก่อตั้ง / จดทะเบียน | ก่อตั้งปี 1952 (ดำเนินงานมากว่า 74 ปี), จดทะเบียนในรัฐเดลาแวร์ สหรัฐอเมริกา |
| สำนักงานใหญ่ | Phoenix, Arizona, USA (สำนักงานปฏิบัติการ: Mexico City, Mexico และ Lima, Peru) |
| ผู้บริหารระดับสูง | Germán Larrea Mota-Velasco (Chairman of the Board), Oscar González Rocha (CEO), Raúl Jacob Ruisánchez (Vice President of Finance & CFO) |
| โครงสร้างการถือหุ้นใหญ่ | Grupo México S.A.B. de C.V. ถือหุ้น 88.91% ผ่าน Americas Mining Corporation (AMC) |
| ผู้สอบบัญชีอิสระ | Galaz, Yamazaki, Ruiz Urquiza, S.C. (Member of Deloitte Touche Tohmatsu Limited) |
3. ลักษณะธุรกิจ (Business Overview)
โครงสร้างเหมืองแร่ระดับโลก กระบวนการผลิตแบบบูรณาการ และสินทรัพย์เชิงยุทธศาสตร์
Southern Copper Corporation ดำเนินธุรกิจสำรวจ ทำเหมือง แต่งแร่ ถลุง และกลั่นแร่ทองแดง โมลิบดีนัม สังกะสี และแร่เงิน โดยมีสินทรัพย์หลักตั้งอยู่ใน 2 ประเทศที่มีทรัพยากรแร่ธาตุอุดมสมบูรณ์ที่สุดในโลก คือ เม็กซิโก และ เปรู โครงสร้างธุรกิจแบ่งออกเป็น 3 หน่วยปฏิบัติการหลัก (Operating Segments):
1. Mexican Open-pit Operations (หน่วยเหมืองเปิดในเม็กซิโก — สัดส่วนรายได้ ~58%)
ประกอบด้วยเหมืองทองแดงแบบเปิดระดับโลก 2 แห่งในรัฐโซโนรา (Sonora) ประเทศเม็กซิโก:
- Buenavista del Cobre (Cananea): หนึ่งในเหมืองทองแดงที่เก่าแก่และมีปริมาณสำรองทองแดงมากที่สุดในโลก ดำเนินงานด้วยระบบตักและบดแร่ทันสมัย มีโรงแต่งแร่ความจุสูงและโรงสกัดโลหะด้วยตัวทำละลายและตกตะกอนด้วยไฟฟ้า (SX-EW) ขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ล่าสุดได้เปิดดำเนินการโรงแต่งแร่สังกะสีใหม่ (Buenavista Zinc Concentrator)
- La Caridad (Nacozari): เหมืองเปิดทองแดงและโมลิบดีนัมขนาดใหญ่ พร้อมโรงถลุงทองแดง (Copper Smelter), โรงกลั่นทองแดงบริสุทธิ์ (Copper Refinery) และโรงกลั่นโลหะมีค่า (Precious Metals Plant) ผลิตทองแดงแท่ง แท่งแอโนด แคโทด และแร่เงินบริสุทธิ์
2. Peruvian Operations (หน่วยปฏิบัติการในเปรู — สัดส่วนรายได้ ~37%)
ประกอบด้วยเหมืองเปิด 2 แห่งในภาคใต้ของเปรู และกลุ่มโรงงานแปรรูปริมชายฝั่งทะเล:
- Toquepala Mine: ตั้งอยู่ในจังหวัด Tacna เป็นเหมืองเปิดขนาดใหญ่ที่เพิ่งผ่านการขยายกำลังผลิตเท่าตัว มีโรงแต่งแร่และระบบสายพานลำเลียงอัจฉริยะ
- Cuajone Mine: ตั้งอยู่ในจังหวัด Moquegua ผลิตทองแดงและโมลิบดีนัมคุณภาพสูง
- Ilo Smelter and Refinery: โรงถลุงและโรงกลั่นทองแดงขนาดใหญ่ริมชายฝั่งทะเลเมืองอิโล (Ilo) พร้อมท่าเรือน้ำลึกและระบบรถไฟขนส่งอุตสาหกรรม (Industrial Railroad) ที่เชื่อมต่อระหว่างเหมือง Toquepala, Cuajone และท่าเรือ Ilo สำหรับส่งออกไปยังตลาดเอเชีย ยุโรป และสหรัฐฯ
3. Mexican Underground Mining (IMMSA Unit — สัดส่วนรายได้ ~5%)
หน่วยธุรกิจเหมืองใต้ดินของ Industrial Minera Mexico (IMMSA) ดำเนินงานเหมืองใต้ดิน 5 แห่งในเม็กซิโก (ได้แก่ Charcas, San Martin, Santa Barbara, Taxco, และอื่นๆ) ผลิตสังกะสี ตะกั่ว เงิน ทองแดง และถ่านหินอุตสาหกรรม พร้อมโรงถลุงสังกะสี (Zinc Smelter) ใน San Luis Potosi
หัวใจความได้เปรียบ: กระบวนการผลิตแบบครบวงจร (Fully Integrated Producer)
ความสามารถในการควบคุมห่วงโซ่คุณค่าตั้งแต่ขั้นตอนการระเบิดหิน, การบดแต่งแร่, การถลุงเป็นโลหะทองแดงดิบ (Blister/Anode) จนถึงการกลั่นบริสุทธิ์เป็นแคโทดมาตรฐาน LME Grade A ความบริสุทธิ์ 99.999% ด้วยโรงงานและโครงสร้างพื้นฐาน (โรงไฟฟ้า ท่าเรือ รถไฟ) ของตนเองทั้งหมด ทำให้ SCCO ไม่ต้องพึ่งพาค่าจ้างถลุงและกลั่นภายนอก (TC/RC) เหมือนคู่แข่งหลายราย ส่งผลให้มีภูมิคุ้มกันสูงสุดแม้ในช่วงที่ค่า TC/RC ในตลาดโลกตกต่ำ
งบกำไรขาดทุน FY2023 → TTM มิ.ย. 2026 และผลดำเนินงานงวด 1H 2026
ในงวดครึ่งแรกของปี 2026 (1H 2026) Southern Copper สร้างสถิติผลการดำเนินงานที่โดดเด่นอย่างยิ่ง โดยมีรายได้รวม $8,540.4 ล้านดอลลาร์ (+38.35% YoY) จาก $6,172.9 ล้านดอลลาร์ใน 1H 2025 กำไรจากการดำเนินงาน (Operating Income) เติบโตก้าวกระโดดสู่ $5,103.6 ล้านดอลลาร์ (+63.45% YoY) และกำไรสุทธิรวมแตะ $3,256.5 ล้านดอลลาร์ (+69.10% YoY)
ตารางที่ 2: ผลการดำเนินงานทางการเงินรวม Southern Copper Corporation (ล้านดอลลาร์สหรัฐ ยกเว้นข้อมูลต่อหุ้น)| รายการทางการเงิน | FY2023 | FY2024 | FY2025 | 1H 2025 | 1H 2026 | TTM มิ.ย. 2026 |
|---|
| รายได้จากการขายสุทธิ (Net Sales) | $9,896.2 | $11,634.8 | $13,420.0 | $6,172.9 | $8,540.4 | $15,787.5 |
| ต้นทุนขายและการดำเนินงาน | $4,453.6 | $4,785.4 | $5,082.8 | $2,382.4 | $2,718.5 | $5,418.9 |
| ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (DD&A) | $833.6 | $845.9 | $868.4 | $430.0 | $451.7 | $890.1 |
| กำไรจากการดำเนินงาน (EBIT) | $4,192.3 | $5,554.7 | $7,001.7 | $3,122.5 | $5,103.6 | $8,982.8 |
| EBITDA (คำนวณ EBIT + DD&A) | $5,025.9 | $6,400.6 | $7,870.1 | $3,552.5 | $5,555.3 | $9,872.9 |
| กำไรสุทธิรวม (Consolidated Net Income) | $2,434.7 | $3,388.6 | $4,348.2 | $1,925.8 | $3,256.5 | $5,678.9 |
| กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ (SCC) | $2,423.8 | $3,375.4 | $4,332.1 | $1,919.4 | $3,246.8 | $5,659.5 |
| กำไรต่อหุ้นปรับลด (Diluted EPS - USD) | $3.14 | $4.31 | $5.35 | $2.33 | $3.93 | $6.65 |
| อัตรากำไร EBITDA (EBITDA Margin) | 50.79% | 55.01% | 58.64% | 57.55% | 65.05% | 62.53% |
| อัตรากำไรสุทธิ (Net Margin) | 24.61% | 29.13% | 32.40% | 31.20% | 38.13% | 35.97% |
แนวโน้มรายได้ EBITDA และกำไรสุทธิ (ล้านดอลลาร์) FY2023 → TTM
ที่มา: SEC Form 10-K (FY2023–FY2025) และ Form 10-Q (งวด 6 เดือนสิ้นสุด 30 มิ.ย. 2026)
พัฒนาการอัตรากำไร EBITDA Margin และ Net Margin (%)
ที่มา: คำนวณจากงบการเงินที่รายงานต่อ SEC — อัตรากำไรขยายตัวตามราคาทองแดงและต้นทุนเงินสดต่ำ
เปรียบเทียบผลประกอบการครึ่งปีแรก 1H 2025 vs 1H 2026 (ล้านดอลลาร์)
ที่มา: SEC Form 10-Q Q2 2026 — รายได้โต +38.4%, EBIT โต +63.5%, กำไรสุทธิโต +69.1% YoY
5. งบแสดงสถานะการเงิน (Balance Sheet)
สินทรัพย์ หนี้สิน ส่วนของผู้ถือหุ้น และการบริหารสภาพคล่อง ณ 30 มิ.ย. 2026
ฐานะการเงินของ Southern Copper มีความมั่นคงในระดับสูงสุด โดยสินทรัพย์รวมเติบโตอย่างต่อเนื่องสู่ระดับ $24,127.7 ล้านดอลลาร์ ณ วันที่ 30 มิ.ย. 2026 ขณะที่ส่วนของผู้ถือหุ้นขยายตัวแตะ $12,632.2 ล้านดอลลาร์ บริษัทมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดในมือสูงถึง $5,665.0 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นอย่างมากจาก $4,304.6 ล้านดอลลาร์ ณ สิ้นปี 2025 สะท้อนความสามารถในการแปลงกำไรเป็นเงินสดที่แท้จริง
ตารางที่ 3: โครงสร้างงบแสดงสถานะการเงินรวม Southern Copper Corporation (ล้านดอลลาร์สหรัฐ)| รายการในงบดุล | FY2023 (31 ธ.ค. 23) | FY2024 (31 ธ.ค. 24) | FY2025 (31 ธ.ค. 25) | 1H 2026 (30 มิ.ย. 26) |
|---|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด | $2,042.8 | $3,258.1 | $4,304.6 | $5,665.0 |
| ลูกหนี้การค้าและสินค้าคงเหลือ | $2,298.5 | $2,451.2 | $2,689.4 | $2,912.8 |
| ที่ดิน อาคาร เหมือง และอุปกรณ์สุทธิ (PP&E) | $10,812.4 | $11,254.6 | $12,384.2 | $13,298.5 |
| สินทรัพย์อื่น ๆ | $1,571.6 | $1,749.6 | $2,003.2 | $2,251.4 |
| สินทรัพย์รวม (Total Assets) | $16,725.3 | $18,713.5 | $21,381.4 | $24,127.7 |
| หนี้สินระยะสั้นและส่วนของหนี้สินระยะยาว | $1,185.4 | $1,894.2 | $1,524.8 | $1,612.4 |
| หนี้สินระยะยาว (Long-term Debt) | $6,254.6 | $5,758.5 | $6,750.7 | $7,994.4 |
| หนี้สินไม่หมุนเวียนอื่น ๆ (รวมภาษีรอตัดจำหน่าย) | $1,867.2 | $1,889.2 | $2,067.8 | $1,888.7 |
| หนี้สินรวม (Total Liabilities) | $9,307.2 | $9,541.9 | $10,343.3 | $11,495.5 |
| ส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนของบริษัทใหญ่ | $7,185.4 | $8,924.5 | $10,768.2 | $12,348.6 |
| ส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุม (NCI) | $232.7 | $247.1 | $269.9 | $283.6 |
| ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม (Total Equity) | $7,418.1 | $9,171.6 | $11,038.1 | $12,632.2 |
โครงสร้างงบแสดงสถานะการเงิน (ส่วนของผู้ถือหุ้น หนี้สิน และสินทรัพย์รวม)
ที่มา: SEC Form 10-K และ 10-Q — ส่วนของผู้ถือหุ้นขยายตัวหนุนฐานทุนอย่างมั่นคง
6. หนี้สินและเลเวอเรจ (Leverage)
โครงสร้างภาระหนี้สิน ความสามารถในการชำระดอกเบี้ย และอันดับความน่าเชื่อถือ
Southern Copper มีนโยบายการจัดหาเงินทุนที่ระมัดระวัง (Conservative Capital Structure) โดยหนี้สินระยะยาวส่วนใหญ่อยู่ในรูปของหุ้นกู้ไม่มีหลักประกันอัตราดอกเบี้ยคงที่ (Fixed-rate Senior Notes) ซึ่งมีกำหนดครบกำหนดไถ่ถอนกระจายตัวในระยะยาว (Maturity Profile ยาวไปจนถึงปี 2040 และ 2054) บริษัทไม่มีแรงกดดันในการรีไฟแนนซ์ระยะสั้น
ตารางที่ 4: อัตราส่วนทางการเงินด้านภาระหนี้สินและสภาพคล่อง Southern Copper Corporation| อัตราส่วนทางการเงิน | FY2023 | FY2024 | FY2025 | 1H 2026 (30 มิ.ย. 26) |
|---|
| หนี้สินมีดอกเบี้ยรวม (Total Debt) | $6,254.6M | $6,258.3M | $6,750.7M | $7,994.4M |
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด | $2,042.8M | $3,258.1M | $4,304.6M | $5,665.0M |
| หนี้สินมีดอกเบี้ยสุทธิ (Net Debt) | $4,211.8M | $3,000.2M | $2,446.1M | $2,329.4M |
| หนี้สินมีดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (IB Debt/Equity) | 0.84x | 0.68x | 0.61x | 0.63x |
| หนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Net IB Debt/Equity) | 0.57x | 0.33x | 0.22x | 0.18x |
| หนี้สินสุทธิต่อ EBITDA (Net Debt / EBITDA - TTM) | 0.84x | 0.47x | 0.31x | 0.24x |
| ความสามารถในการชำระดอกเบี้ย (EBITDA / Interest Expense) | 14.2x | 17.8x | 21.5x | 25.6x |
| อันดับความน่าเชื่อถือสากล (Credit Ratings) | S&P: BBB+ (Stable) | Fitch: BBB+ (Stable) | Moody’s: Baa1 (Stable) |
อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน IB Debt/Equity และ Net Debt/Equity (เท่า)
ที่มา: SEC Form 10-K และ 10-Q — ภาระหนี้สินสุทธิต่อทุนลดลงต่อเนื่องสู่ 0.18x จากกระแสเงินสดสะสม
7. สัดส่วนธุรกิจ (Segments)
โครงสร้างรายได้แยกตามประเภทโลหะและหน่วยปฏิบัติการเหมืองแร่
แม้ Southern Copper จะเป็นที่รู้จักในฐานะผู้ผลิตทองแดง แต่โครงสร้างผลิตภัณฑ์พลอยได้ (By-products) มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการสร้างมาร์จิ้นและลดต้นทุนเงินสด ในงวด 6 เดือนแรกของปี 2026 สัดส่วนรายได้จากการขายสุทธิแยกตามประเภทโลหะมีดังนี้:
- Copper (ทองแดงบริสุทธิ์และหัวแร่): 71.4% ของรายได้รวม เป็นสินค้าหลักที่สร้างกระแสเงินสดจากการขายทองแดงแคโทดและหัวแร่เข้มข้น
- Molybdenum (โมลิบดีนัม): 10.8% โลหะผสมที่มีความสำคัญสูงในอุตสาหกรรมเหล็กกล้าและพลังงาน ราคาโมลิบดีนัมที่ทรงตัวในระดับสูงช่วยเพิ่มรายได้ผลพลอยได้
- Silver (โลหะเงินบริสุทธิ์): 10.6% เหมืองของ SCCO ทั้งใน Buenavista, La Caridad และ Toquepala มีปริมาณแร่เงินคุณภาพสูงปนอยู่จำนวนมาก การพุ่งขึ้นของราคาโลหะเงินในตลาดโลกส่งผลให้สัดส่วนรายได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 6.1% ในปีก่อน
- Zinc (สังกะสี): 3.5% ผลิตภัณฑ์จากเหมืองใต้ดิน IMMSA และโรงแต่งแร่ใหม่ Buenavista Zinc
- Other by-products (แร่และผลพลอยได้อื่น ๆ): 3.7% ได้แก่ กรดกำมะถัน (Sulfuric Acid), ทองคำ, ตะกั่ว และบริการขนส่งอุตสาหกรรม
สัดส่วนรายได้จากการขายแยกตามประเภทโลหะ (งวด 1H 2026)
ที่มา: SEC Form 10-Q Q2 2026 Note 13 & MD&A (งวด 6 เดือนสิ้นสุด 30 มิ.ย. 2026)
ตารางที่ 5: สัดส่วนรายได้และกำไรจากการดำเนินงานแยกตามหน่วยปฏิบัติการ (งวด 1H 2026)| หน่วยปฏิบัติการ (Operating Segment) | รายได้ขายภายนอก ($M) | สัดส่วนรายได้ (%) | กำไรดำเนินงาน ($M) | Operating Margin (%) |
|---|
| Mexican Open-pit Operations (Buenavista & La Caridad) | $4,938.4 | 57.82% | $3,124.6 | 63.27% |
| Peruvian Operations (Toquepala, Cuajone & Ilo) | $3,165.8 | 37.07% | $1,892.4 | 59.78% |
| Mexican Underground Mining (IMMSA Unit) | $436.2 | 5.11% | $108.5 | 24.87% |
| ส่วนกลางและรายการตัดบัญชีระหว่างกัน | — | — | ($21.9) | — |
| ยอดรวมทั้งสิ้น (Consolidated Total) | $8,540.4 | 100.00% | $5,103.6 | 59.76% |
8. ประวัติปันผล (Dividend History)
นโยบายการจ่ายเงินปันผล ผลตอบแทนสู่ผู้ถือหุ้น และสถิติการจ่ายย้อนหลัง
Southern Copper มีนโยบายจ่ายเงินปันผลที่เชื่อมโยงกับกระแสเงินสดและราคาทองแดงในตลาดโลกอย่างใกล้ชิด (Variable Dividend Policy based on Free Cash Flow & Capital Needs) คณะกรรมการบริษัทมีการประชุมและอนุมัติจ่ายเงินปันผลเป็นประจำทุกไตรมาส ในช่วงที่ราคาทองแดงพุ่งสูง บริษัทจะเพิ่มการจ่ายเงินปันผลสู่ระดับสูงเป็นประวัติการณ์
ในรอบ 12 เดือนล่าสุด (TTM) บริษัทจ่ายเงินปันผลรวม $4.35 ต่อหุ้น คิดเป็นอัตราผลตอบแทนเงินปันผล (Dividend Yield) ณ ราคาปัจจุบันประมาณ 2.17% โดยมีประวัติการจ่ายเงินปันผลต่อหุ้น (DPS) รายปีดังนี้:
ประวัติการจ่ายเงินปันผลต่อหุ้น DPS (ดอลลาร์สหรัฐ/หุ้น) FY2022 – 2026E
ที่มา: SEC Form 10-K, 10-Q และ StockAnalysis Dividend Records (2026E คำนวณจากการจ่ายจริง 3 ไตรมาสแรกและประมาณการ)
ตารางที่ 6: รายละเอียดการจ่ายเงินปันผล 6 ไตรมาสล่าสุดของ Southern Copper Corporation| วันที่ขึ้นเครื่องหมาย Ex-Dividend | จำนวนเงินปันผลต่อหุ้น | วันปิดสมุดทะเบียน (Record Date) | วันจ่ายเงินปันผล (Payment Date) |
|---|
| 11 ส.ค. 2026 | $1.1000 | 11 ส.ค. 2026 | 27 ส.ค. 2026 |
| 13 พ.ค. 2026 | $0.9881 | 13 พ.ค. 2026 | 29 พ.ค. 2026 |
| 10 ก.พ. 2026 | $0.9784 | 10 ก.พ. 2026 | 27 ก.พ. 2026 |
| 12 พ.ย. 2025 | $0.8731 | 12 พ.ย. 2025 | 28 พ.ย. 2025 |
| 15 ส.ค. 2025 | $0.7696 | 15 ส.ค. 2025 | 4 ก.ย. 2025 |
| 2 พ.ค. 2025 | $0.6666 | 2 พ.ค. 2025 | 19 พ.ค. 2025 |
9. เปรียบเทียบเพื่อนร่วมอุตสาหกรรม (Peer Comparison)
การประเมินมูลค่าเปรียบเทียบกับผู้ผลิตทองแดงและเหมืองแร่ชั้นนำระดับโลก ณ 29 ก.ย. 2026
ในการเปรียบเทียบเชิงมูลค่าและคุณภาพสินทรัพย์ บริษัทถูกนำไปเปรียบเทียบกับกลุ่มผู้ผลิตทองแดงและบริษัทเหมืองแร่ยักษ์ใหญ่ระดับโลก ได้แก่:
- Freeport-McMoRan (NYSE: FCX): ผู้ผลิตทองแดงรายใหญ่อันดับ 2 ของโลก เจ้าของเหมือง Grasberg ในอินโดนีเซีย และ Morenci ในสหรัฐฯ
- BHP Group (NYSE: BHP): บริษัทเหมืองแร่ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เจ้าของเหมือง Escondida ในชิลี (เหมืองทองแดงใหญ่ที่สุดในโลก) และธุรกิจแร่เหล็ก
- Rio Tinto (NYSE: RIO): บริษัทเหมืองแร่ยักษ์ใหญ่อันดับ 2 ของโลก กำลังขยายกำลังผลิตทองแดงในมองโกเลีย (Oyu Tolgoi)
- Teck Resources (NYSE: TECK): ผู้ผลิตทองแดงและสังกะสีสัญชาติแคนาดา เพิ่งเปิดดำเนินงานเหมืองทองแดงขนาดใหญ่ QB2 ในชิลี
เปรียบเทียบมูลค่าตลาด ($B) และ Trailing P/E (เท่า) ในกลุ่มอุตสาหกรรม
ที่มา: ข้อมูลตลาด NYSE และ StockAnalysis ณ 29 ก.ย. 2026
ตารางที่ 7: ตารางเปรียบเทียบ Valuation และอัตราส่วนทางการเงินระหว่าง SCCO กับคู่แข่งชั้นนำ| บริษัท (Ticker) | ราคา ($) | Market Cap ($B) | Trailing P/E | Forward P/E | Dividend Yield | EBITDA Margin |
|---|
| Southern Copper (SCCO) | $200.00 | $168.87B | 30.49x | 28.05x | 2.17% | 62.53% |
| Freeport-McMoRan (FCX) | $51.20 | $103.34B | 35.27x | 20.82x | 1.17% | 42.15% |
| BHP Group (BHP) | $60.72 | $215.00B | 21.80x | 18.50x | 4.85% | 52.40% |
| Rio Tinto (RIO) | $94.56 | $155.00B | 14.20x | 13.10x | 5.90% | 46.80% |
| Teck Resources (TECK) | $66.05 | $32.50B | 21.15x | 17.40x | 0.95% | 38.60% |
แหล่งข้อมูล:
StockAnalysis Comparison Tool ณ 29 ก.ย. 2026 — SCCO ซื้อขายที่ Premium Multiple สะท้อนมาร์จิ้นสูงที่สุดในกลุ่ม (EBITDA Margin 62.5%) และอายุสัมปทานสำรองยาวนานที่สุด
10. มุมมองอนาคต (Outlook)
ปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโต แผนการลงทุน และหมุดหมายสำคัญเชิงยุทธศาสตร์
Southern Copper มีแผนการลงทุนระยะยาวที่ชัดเจนที่สุดแห่งหนึ่งในอุตสาหกรรม โดยตั้งเป้าหมายเพิ่มกำลังการผลิตทองแดงสู่ระดับ 1.6 ล้านตันต่อปีภายในปี 2032 จากกำลังการผลิตปัจจุบันประมาณ 1.0 ล้านตัน ผ่านโครงการหลักดังต่อไปนี้:
- การกลับมาเดินหน้าโครงการ Tia Maria ในเปรู ($1.4B):
โครงการเหมืองเปิดและโรงสกัด SX-EW กำลังผลิตทองแดง 120,000 ตันต่อปี ในแคว้น Arequipa ประเทศเปรู ซึ่งหลังจากชะลอตัวจากข้อพิพาทชุมชนมาอย่างยาวนาน ล่าสุดรัฐบาลเปรูและบริษัทได้บรรลุข้อตกลงและเริ่มกลับมาดำเนินงานก่อสร้างอีกครั้ง โดยคาดว่าจะเริ่มเปิดผลิตได้ภายในปี 2027–2028 เป็นปัจจัยเร่งหลักต่อกำลังผลิตในเปรู
- โครงการ Buenavista Zinc ในเม็กซิโก ($416M):
โรงแต่งแร่สังกะสีแห่งใหม่ได้เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ ช่วยเพิ่มกำลังการผลิตสังกะสีอีก 100,000 ตันต่อปี และทองแดงอีก 20,000 ตัน ช่วยหนุนมาร์จิ้นแร่ผลพลอยได้อย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่ปี 2025 เป็นต้นมา
- โครงการ Los Chancas และ Michiquillay ในเปรู ($5.1B รวมกัน):
- Los Chancas ($2.6B): แหล่งแร่ทองแดงและโมลิบดีนัมในแคว้น Apurimac คาดว่าจะผลิตทองแดง 130,000 ตัน และโมลิบดีนัม 7,500 ตันต่อปี
- Michiquillay ($2.5B): แหล่งแร่ทองแดงขนาดใหญ่มากใน Cajamarca คาดว่าจะผลิตทองแดงได้กว่า 225,000 ตันต่อปี โดยบริษัทถือสิทธิ์สัมปทานและอยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้และข้อตกลงชุมชน
- โครงสร้างอุปสงค์ทองแดงระดับโลกสู่ทศวรรษใหม่ (Secular Demand Tailwinds):
การขยายตัวของยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งใช้ทองแดงมากกว่ารถยนต์สันดาป 3–4 เท่า, การขยายระบบโครงข่ายส่งไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน (Solar & Wind Farms), และความต้องการพลังงานของ AI Data Centers ทั่วโลกที่คาดว่าจะเพิ่มความต้องการใช้ทองแดงในระบบสายส่งและหม้อแปลงไฟฟ้าอีกหลายแสนตันต่อปี
เป้าหมายกำลังการผลิตทองแดง 1.6 ล้านตันต่อปี
หากโครงการ Tia Maria, Los Chancas และการขยายประสิทธิภาพของเหมืองเดิมดำเนินไปตามแผน SCCO จะก้าวขึ้นเป็นผู้ผลิตทองแดงรายใหญ่อันดับ 1 หรือ 2 ของโลก แซงหน้า Freeport-McMoRan และเทียบเคียง Codelco ของชิลี พร้อมต้นทุนต่อหน่วยที่ลดต่ำลงจาก Economies of Scale
11. ปัจจัยเสี่ยง (Risk Factors)
ประเมินความเสี่ยงสำคัญและสัญญาณเตือนที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
- ความผันผวนของราคาโลหะทองแดงและแร่ผลพลอยได้ในตลาดโลก (Commodity Price Risk):
รายได้และกำไรสุทธิของบริษัทมีความอ่อนไหวสูงมากต่อราคาตลาด LME/COMEX การลดลงของราคาทองแดงทุกๆ $0.10 ต่อปอนด์ ส่งผลกระทบต่อ EBITDA ประมาณ $180–$200 ล้านดอลลาร์
สิ่งบ่งชี้ที่ต้องติดตาม: ดัชนี PMI ภาคการผลิตของจีนและสหรัฐฯ, ปริมาณสต็อกทองแดงคงคลังใน LME/SHFE
- ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ กฎหมายภาษี และสัมปทานเหมืองในเปรูและเม็กซิโก (Political & Regulatory Risk):
สินทรัพย์เกือบทั้งหมดตั้งอยู่ในเม็กซิโกและเปรู ซึ่งมีความไม่แน่นอนทางการเมือง มีการผลักดันการปรับขึ้นภาษีค่าภาคหลวงแร่ (Mining Royalty) ภาษีสิ่งแวดล้อม และการเข้มงวดใบอนุญาตใช้น้ำ
สิ่งบ่งชี้ที่ต้องติดตาม: การเปลี่ยนแปลงกฎหมายสัมปทานเหมืองแร่ในรัฐสภาเปรูและนโยบายทรัพยากรธรรมชาติของรัฐบาลเม็กซิโก
- ข้อพิพาทกับชุมชนท้องถิ่นและการประท้วงหยุดงาน (Social & Labor Conflicts):
การพัฒนาโครงการเหมืองใหม่อย่าง Tia Maria เผชิญกับการต่อต้านจากกลุ่มเกษตรกรในหุบเขา Tambo Valley มาในอดีต รวมถึงความเสี่ยงจากการนัดหยุดงานของสหภาพแรงงานเหมืองในเม็กซิโก
สิ่งบ่งชี้ที่ต้องติดตาม: ความคืบหน้าการเจรจากับผู้นำชุมชนใน Arequipa และรายงานข้อตกลงแรงงานประจำปี
- การกระจุกตัวของผู้ถือหุ้นใหญ่ (Controlling Shareholder Risk):
Grupo México ถือหุ้นผ่าน Americas Mining Corp. สูงถึง 88.9% ทำให้ผู้ถือหุ้นรายย่อยมีอำนาจต่อรองจำกัด และอาจมีความเสี่ยงเรื่องความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Conflict of Interest) หรือการทำธุรกรรมระหว่างกัน
สิ่งบ่งชี้ที่ต้องติดตาม: โครงสร้างคณะกรรมการอิสระ, รายการระหว่างกัน (Related Party Transactions) ใน Form 10-K
- ความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและการบริหารจัดการกากแร่ (Tailings & Environmental Liability):
การทำเหมืองเปิดขนาดใหญ่ต้องอาศัยเขื่อนกักเก็บกากแร่ (Tailings Dams) และการใช้น้ำมหาศาล ความเสี่ยงจากอุบัติเหตุกากแร่รั่วไหลหรือภัยแล้งรุนแรงอาจนำไปสู่ค่าปรับและการระงับปฏิบัติการ
สิ่งบ่งชี้ที่ต้องติดตาม: รายงานความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม (ESG Report) และการตรวจรับรองความปลอดภัยของเขื่อนกักกากแร่
- ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและเงินเฟ้อต้นทุน (Currency & Cost Inflation):
รายได้เป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) แต่ต้นทุนการดำเนินงานส่วนใหญ่เป็นเงินเปโซเม็กซิโก (MXN) และโซลเปรู (PEN) ค่าเงินท้องถิ่นที่แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์จะทำให้ต้นทุนในรูป USD สูงขึ้น
สิ่งบ่งชี้ที่ต้องติดตาม: อัตราแลกเปลี่ยน USD/MXN, USD/PEN และราคาพลังงานเชื้อเพลิง/ไฟฟ้า
12. การวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรค (SWOT Analysis)
การประเมินศักยภาพเชิงกลยุทธ์รอบด้านของ Southern Copper Corporation
Strengths (จุดแข็ง)
- ปริมาณสำรองทองแดงอันดับ 1 ของโลก (44.8 ล้านตัน) มีอายุเหมืองยาวนานกว่า 70 ปี
- ต้นทุนเงินสดสุทธิ (Net Cash Cost) ต่ำสุดระดับ Lowest Quartile ของโลก ($1.00–$1.20/lb)
- กระบวนการผลิตแบบบูรณาการครบวงจร มีโรงถลุง โรงกลั่น ท่าเรือน้ำลึก และรถไฟของตนเอง
- ฐานะการเงินแข็งแกร่งเป็นเลิศ Net Debt/EBITDA เพียง 0.24x และมีเงินสดในมือกว่า $5.6B
Weaknesses (จุดอ่อน)
- หุ้นมี Free Float ต่ำเพียง ~11.1% เนื่องจาก Grupo México ถือครองถึง 88.9% สภาพคล่องซื้อขายจำกัด
- การกระจุกตัวของสินทรัพย์อยู่ในเพียง 2 ประเทศ (เม็กซิโกและเปรู) ขาดการกระจายความเสี่ยงทางภูมิศาสตร์
- โครงการเติบโตหลายโครงการเผชิญความล่าช้าในอดีตจากกระบวนการอนุมัติและข้อพิพาทชุมชน
- การประเมินมูลค่า (P/E 30.5x, P/BV 13.4x) อยู่ในระดับพรีเมียมสูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มเหมืองแร่โลก
Opportunities (โอกาส)
- เมกะเทรนด์การเปลี่ยนผ่านพลังงาน (EV, พลังงานแสงอาทิตย์, กังหันลม) เพิ่มอุปสงค์ทองแดงมหาศาล
- การขยายตัวของระบบประมวลผล AI และ Data Centers ดันความต้องการใช้ทองแดงในโครงข่ายไฟฟ้า
- การเปิดดำเนินงานเชิงพาณิชย์ของโครงการ Tia Maria ($1.4B) หนุนกำลังผลิตทองแดงเพิ่ม 120k ตัน/ปี
- ราคาสังกะสีและเงินที่ปรับตัวขึ้นช่วยหนุนรายได้แร่ผลพลอยได้และลดต้นทุนเงินสดสุทธิลงไปอีก
Threats (อุปสรรค)
- ความเสี่ยงจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกหรือวิกฤตภาคอสังหาริมทรัพย์ในประเทศจีน
- ความไม่แน่นอนทางการเมือง นโยบายชาตินิยมด้านทรัพยากร และการปรับขึ้นภาษีสัมปทานเหมือง
- ความขัดแย้งกับชุมชนท้องถิ่นหรือการหยุดงานประท้วงของสหภาพแรงงานส่งผลกระทบต่อสายการผลิต
- กฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้นเกี่ยวกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการจัดสรรทรัพยากรน้ำ
13. มุมมองนักลงทุน (Investor View)
บทวิเคราะห์มูลค่า กลยุทธ์การลงทุน และรายการตรวจสอบปัจจัยติดตาม
Southern Copper Corporation (NYSE: SCCO) จัดเป็นหุ้นคุณภาพสูงระดับ Tier-1 Pure-play Copper Producer ที่มีสินทรัพย์ที่เป็นเลิศและไม่มีใครเทียบได้ในด้านปริมาณสำรองทองแดงและอายุการทำเหมือง การที่บริษัทมีโครงสร้างการผลิตแบบครบวงจรและต้นทุนเงินสดต่ำสุดเป็นอันดับต้นๆ ของโลก ทำให้ SCCO มีความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดได้อย่างมหาศาลและมีความทนทานสูงในทุกสภาวะราคาทองแดง
แม้ในเชิง Valuation ปัจจุบัน หุ้น SCCO จะซื้อขายที่ระดับ Trailing P/E 30.49x และ Forward P/E 28.05x ซึ่งดูสูงเมื่อเทียบกับกลุ่มเหมืองแร่ทั่วไป (เช่น BHP หรือ Rio Tinto ที่มีสัดส่วนแร่เหล็กสูงและซื้อขายที่ P/E 14–22x) แต่สะท้อนถึง Premium ด้านความเป็น “Pure-play Copper” ที่มีคุณภาพสูงที่สุด และอัตรากำไร EBITDA Margin ระดับ 62.5% พร้อมทั้งเงินปันผลที่ปรับตัวสูงขึ้นตามกระแสเงินสดจริง
มุมมองเชิงบวก (Bull View)
- เป้าหมายราคาเฉลี่ย Wall Street: $220.00 – $260.00
- ราคาโลหะทองแดงเข้าสู่ภาวะขาดแคลนเชิงโครงสร้าง ดันราคาซื้อขายเฉลี่ยแตะ $5.50/lb
- โครงการ Tia Maria เดินหน้าตามกำหนดการ ส่งผลให้กำลังการผลิตก้าวกระโดด
- บริษัทประกาศจ่ายเงินปันผลพิเศษหรือซื้อหุ้นคืนเพิ่มเติมจากเงินสดล้นงบดุลกว่า $5.6B
มุมมองกรณีฐาน (Base View)
- เป้าหมายราคาเฉลี่ย Wall Street: $195.00 – $215.00
- ราคาทองแดงทรงตัวแถว $4.50 – $4.80/lb บริษัทรักษากำไรสุทธิระดับ $5.5B – $6.0B ต่อปี
- ให้อัตราผลตอบแทนเงินปันผลสม่ำเสมอ ~2.2% – 2.8% เหมาะสำหรับพอร์ตลงทุนระยะยาว
- มูลค่าหุ้นทรงตัวสะท้อนความเป็นผู้นำอุตสาหกรรม
มุมมองกรณีระมัดระวัง (Bear View)
- เป้าหมายราคาเฉลี่ย Wall Street: $150.00 – $170.00
- เศรษฐกิจจีนและยุโรปชะลอตัวหนัก อุปสงค์ทองแดงสะดุด ฉุดราคาลงทดสอบ $3.80/lb
- เกิดปัญหาความขัดแย้งกับชุมชนในเปรูทำให้การก่อสร้าง Tia Maria ต้องหยุดชะงัก
- ค่าเงินเปโซเม็กซิโกแข็งค่าและการปรับขึ้นภาษีเหมืองแร่กดดันมาร์จิ้น
รายการตรวจสอบสำหรับนักลงทุน (Monitoring Checklist)
- ทิศทางราคาทองแดงโลก (LME / COMEX Copper Cash Price): ตรวจสอบราคาเฉลี่ยต่อไตรมาสว่ายืนเหนือระดับ $4.50/lb ได้ต่อเนื่องหรือไม่
- ความคืบหน้าการก่อสร้างโครงการ Tia Maria: ติดตามรายงานความคืบหน้าการก่อสร้างใน Form 10-Q แต่ละไตรมาส และความสัมพันธ์กับชุมชน Tambo Valley
- ปริมาณผลผลิตแร่พลอยได้ (By-products Output): ติดตามยอดผลิตโมลิบดีนัมและเงิน ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ช่วยกดต้นทุน Net Cash Cost ให้ต่ำ
- การบริหารจัดการสภาพคล่องและเงินปันผล: ติดตามมติการจ่ายเงินปันผลรายไตรมาสจากคณะกรรมการบริษัท ว่าจะมีการจ่ายปันผลพิเศษเพิ่มเติมจากระดับปกติหรือไม่