เขียนโดย HypeTimes Staff · ข้อมูล ณ
1. สรุปผู้บริหาร (Executive Summary)
ข้อมูลตลาด ณ 19 ต.ค. 2026 · งบการเงินไตรมาสล่าสุดสิ้นสุด 31 ส.ค. 2026 (Form 10-Q)
กำไรสุทธิ TTM
$690M
กำไรสุทธิที่เป็นของผู้ถือหุ้น RPM · EPS FY2026 ปรับปรุงแล้ว $5.53
(8-K FY26)Net Debt / EBITDA
1.76x
หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิ $2.09B ÷ EBITDA TTM $1.19B
(10-Q Q1 FY27)RPM International ก่อตั้งในชื่อ Republic Powdered Metals ในปี 1947 ก่อนพัฒนาเป็นผู้ผลิตสารเคลือบผิวและวัสดุเคมีภัณฑ์ ปัจจุบันสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองเมดินา รัฐโอไฮโอ และจ้างงาน 17,546 คนณ 31 พ.ค. 2026 (10-K FY2026)
ภาพรวมที่ต้องพิจารณาคือการเติบโตของยอดขายยังเป็นหลักเดียวกลาง ขณะที่กำไรต่อหุ้นและอัตรากำไรขยับได้ช้ากว่า FY2026 ยอดขายเพิ่มขึ้น 6.7% เป็น $7.86B และ EBIT ตามนิยามบริษัทเพิ่มขึ้น 8.1% เป็น $935M แต่กำไรสุทธิ GAAP ลดลง 4.0% เป็น $661M เพราะภาษีจ่ายสูงขึ้นจาก 12.9% เป็น 23.9% ของกำไรก่อนภาษี (10-K FY2026)
ไตรมาส 1 FY2027: ยอดขายทำสถิติ แต่ Construction Products อ่อนลง
ยอดขายไตรมาส 1 ปีงบประมาณ 2027 เพิ่มขึ้น 4.8% เป็น $2.22B โดยมาจากการเติบโตแบบออร์แกนิก 3.1% และการซื้อกิจการสุทธิ 1.6% กลุ่ม Performance Coatings โตเร็วที่สุดที่ 10.2% ส่วน Construction Products ยอดขายเพิ่มเพียง 0.8% และ Adjusted EBITDA ของกลุ่มนี้ลดลง 9.7% เป็น $166.2M (8-K Q1 FY27)
การเปลี่ยนตัวชี้วัดกำไรหลัก: จาก Adjusted EBIT เป็น Adjusted EBITDA
ตั้งแต่ไตรมาส 1 FY2027 บริษัทใช้ Adjusted EBITDA เป็นตัวชี้วัดกำไรหลักแทน Adjusted EBIT โดยระบุว่าเพื่อให้สอดคล้องกับคู่แข่งในอุตสาหกรรม ผู้ลงทุนควรระวังเวลาเปรียบเทียบตัวเลขเก่ากับใหม่ เพราะนิยามทั้งสองต่างกัน ในรายงานนี้จะใช้ EBIT ตามนิยามบริษัทบวกค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายเป็น EBITDA เพื่อให้ทุกปีคำนวณด้วยสูตรเดียวกัน (8-K Q1 FY27)
Bull Case
- กลุ่ม Performance Coatings ซึ่งมีอัตรากำไรสูงกว่า เติบโตต่อเนื่องตามการขายสารเคลือบกลุ่มงานบำรุงรักษาอุตสาหกรรมและการซ่อมแซม ทำให้สัดส่วนกำไรของ RPM ขยับไปทางกลุ่มที่มีแต้มต่อมากขึ้น
- Adjusted EBITDA ของ Construction Products กลับมาเติบโตตั้งแต่ไตรมาส 2 ปีงบประมาณ 2027
- สมมติฐานราคา: กำไรต่อหุ้นปรับปรุงแล้วปีงบประมาณ 2027 ขึ้นถึง $6.20 (+12%) และตลาดให้ตัวคูณ P/E 19 เท่า มูลค่าประเมินประมาณ $118 ต่อหุ้น (+18%)
Base Case
- ยอดขายและ Adjusted EBITDA เติบโตตามแนวทางของบริษัทในระดับ mid-single-digit โดย Construction Products ฟื้นตัวช้า ส่วนกลุ่มอื่นเติบโตตามปกติ
- สมมติฐานราคา: กำไรต่อหุ้นปรับปรุงแล้วปีงบประมาณ 2027 อยู่ที่ $5.80 (+5% จาก $5.53) และตลาดให้ตัวคูณ P/E 17 เท่า มูลค่าประเมินประมาณ $99 ต่อหุ้น (ใกล้เคียงราคาปัจจุบัน)
Bear Case
- การก่อสร้างที่อยู่อาศัยและเชิงพาณิชย์ในสหรัฐฯ ชะลอตัวต่อเนื่อง ทำให้ยอดขาย Construction Products และการซ่อมหลังคาลดลง
- ราคาวัตถุดิบที่มาจากปิโตรเลียมเพิ่มขึ้นแต่บริษัทปรับราคาขายได้ช้า ฉุดอัตรากำไรของ Consumer ที่แข่งขันด้านราคาสูง
- สมมติฐานราคา: กำไรต่อหุ้นลดลงเหลือ $5.20 (−6%) และตลาดให้ตัวคูณ P/E 14 เท่า มูลค่าประเมินประมาณ $73 ต่อหุ้น (−27%)
ราคาประเมินในทุกสถานการณ์คำนวณจากกำไรต่อหุ้นสมมติคูณด้วย P/E ที่ผู้วิเคราะห์กำหนดเอง ไม่ใช่ราคาเป้าหมายจากสถาบันการเงิน ราคาเป้าหมายเฉลี่ยของนักวิเคราะห์ 16 ราย ณ 19 ต.ค. 2026 อยู่ที่ $123.50 ตามข้อมูลของ
StockAnalysis ซึ่งเป็นการอ้างอิงจากแหล่งภายนอก ไม่ได้มาจากเอกสารของบริษัท ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน
2. Factsheet
ข้อมูลตลาด ณ 19 ต.ค. 2026 · ข้อมูลงบการเงิน ณ 31 ส.ค. 2026
EV / EBITDA
12.24x
นิยาม EBITDA ของผู้ให้บริการข้อมูล ซึ่งต่างจากการคำนวณในรายงานนี้
(StockAnalysis)P/BV
3.65x
ตามข้อมูล StockAnalysis · ส่วนของผู้ถือหุ้น $3.31B ณ 31 พ.ค. 2026
(10-K FY26)Analyst Consensus
Strong Buy
ตัวเลข P/E, P/BV, EV/EBITDA และ EV มาจากผู้ให้บริการข้อมูลภายนอก และคำนวณด้วยนิยามของผู้ให้บริการนั้น ซึ่งอาจต่างจากการคำนวณจากงบการเงินโดยตรง รายงานนี้จึงไม่นำตัวเลขเหล่านี้ไปปนกับตัวเลขที่คำนวณเอง ข้อมูล Market Cap ในรายการนี้คือ $12.69B ณ 19 ต.ค. 2026 ส่วนรายการข้อมูลภายในที่เก็บไว้ก่อนหน้านี้แสดง $12.72B ซึ่งเป็นค่าจากรอบก่อน
ข้อมูลทั่วไปขององค์กร
| หัวข้อ |
รายละเอียด |
| ชื่อบริษัท |
RPM International Inc. (รัฐเดลาแวร์ ก่อตั้งในชื่อ Republic Powdered Metals ปี 1947) |
| สัญลักษณ์หลักทรัพย์ |
NYSE: RPM |
| สำนักงานใหญ่ |
2628 Pearl Road, Medina, Ohio 44256 |
| กลุ่มอุตสาหกรรม |
Process Industries / Industrial Specialties |
| จำนวนพนักงาน |
17,546 คน ณ 31 พ.ค. 2026 |
| รอบปีบัญชี |
1 มิถุนายน ถึง 31 พฤษภาคม (งวดไตรมาสล่าสุดสิ้นสุด 31 ส.ค. 2026) |
| ส่วนงานที่รายงาน |
3 ส่วนงาน (Construction Products, Performance Coatings, Consumer) มีผลตั้งแต่ 1 มิ.ย. 2025 |
3. ลักษณะธุรกิจ (Business Overview)
ผู้ผลิตสารเคลือบ วัสดุกันซึม และผลิตภัณฑ์ซ่อมแซม แบ่งเป็น 3 ส่วนงาน
RPM ผลิตและขายสารเคลือบผิว สารยาแนว วัสดุกันซึม และผลิตภัณฑ์ซ่อมแซม ลูกค้าครอบคลุมตั้งแต่ผู้รับเหมาและโรงงาน ไปจนถึงผู้ซื้อทั่วไปที่ซื้อผ่านร้านค้าปลีก ตามรายงานประจำปี 10-K ปีงบประมาณ 2026 บริษัทระบุว่าประมาณ 31% ของยอดขายมาจากตลาดต่างประเทศ วัตถุดิบส่วนใหญ่เป็นอนุพันธ์จากปิโตรเลียม แร่ และโลหะ (10-K FY2026)
บริษัทมีแบรนด์ย่อยจำนวนมากในแต่ละตลาด และมีสินทรัพย์ไม่มีตัวตนสูง โดย Goodwill และสินทรัพย์ไม่มีตัวตนรวมกันประมาณ $2.5B ซึ่งทำให้มีความเสี่ยงด้านการด้อยค่าหากผลประกอบการของบางกลุ่มลดลง (10-K FY2026)
1. Construction Products Group (ยอดขาย FY2026 ประมาณ $3.07B หรือ 39%)
กลุ่มนี้ขายผลิตภัณฑ์สำหรับงานก่อสร้างและซ่อมอาคาร รวมถึงสารยาแนว และวัสดุกันซึม ลูกค้าได้แก่ผู้ผลิต ผู้รับเหมา ผู้จัดจำหน่าย และผู้ใช้งานปลายทาง เช่น โรงงานอุตสาหกรรม ผู้ผลิตคอนกรีตและปูนซีเมนต์ และหน่วยงานของรัฐ (10-K FY2026)
- แบรนด์หลัก: Tremco, Euclid, CAVE, Dryvit, Nudura, Flowcrete, Viapol, Dri-Eaz และ illbruck
กลุ่มนี้ขายผลิตภัณฑ์เคลือบประสิทธิภาพสูงสำหรับงานอุตสาหกรรมและงานบำรุงรักษา ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นผู้รับเหมาและผู้ใช้งานอุตสาหกรรมโดยตรง (10-K FY2026)
- แบรนด์หลัก: Stonhard, Carboline, Nullifire, Fibergrate, Mantrose-Haeuser, Pettit, Mohawk และ TCI
- ยอดขาย Q1 FY2027 โต 10.2% เป็น $629.7M ซึ่งเร็วที่สุดในสามกลุ่ม
3. Consumer Group (ยอดขาย FY2026 ประมาณ $2.66B หรือ 34%)
กลุ่มนี้ขายผลิตภัณฑ์สำหรับใช้ในบ้านและงานซ่อมแซมให้ผู้บริโภคทั่วไปและผู้ใช้มืออาชีพ ผ่านช่องทาง mass merchandisers ร้านฮาร์ดแวร์ ร้านสี และผู้จัดจำหน่าย (10-K FY2026)
- แบรนด์หลัก: Rust-Oleum, DAP, Zinsser, Watco, Ready Seal, The Pink Stuff, Gator และ Day-Glo
- บริษัทระบุว่าการแข่งขันด้านราคาเป็นความเสี่ยงสำคัญของกลุ่มนี้และกลุ่มอื่น
| กลุ่มธุรกิจ |
ยอดขาย FY2026 ($M) |
สัดส่วน |
ยอดขาย FY2025 ($M) |
การเปลี่ยนแปลง |
ยอดขาย Q1 FY2027 ($M) |
| Construction Products |
3,069.8 |
39% |
2,874.5 |
+6.8% |
859.2 (+0.8%) |
| Performance Coatings |
2,131.9 |
27% |
1,995.8 |
+6.8% |
629.7 (+10.2%) |
| Consumer |
2,661.7 |
34% |
2,502.4 |
+6.4% |
726.7 (+5.3%) |
| รวม |
7,863.4 |
100% |
7,372.6 |
+6.7% |
2,215.6 (+4.8%) |
ตัวเลขยอดขายรายส่วนงานปี FY2025 และ FY2026 มาจาก
10-K FY2026 ส่วนงานก่อน FY2025 มี 4 ส่วนงาน (รวม Specialty Products Group) จึงไม่นำมาเทียบโดยตรง ตัวเลข Q1 FY2027 มาจาก
8-K Q1 FY27
รายได้ กำไร และผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปีงบประมาณ 2027
รายได้ EBITDA และกำไรสุทธิ (ล้านดอลลาร์สหรัฐ)
ยอดขายของ RPM เพิ่มจาก $7.26B ในปี FY2023 เป็น $7.86B ในปี FY2026 โดยปีที่โตเร็วที่สุดคือ FY2026 ที่โต 6.7% ส่วน EBITDA ที่คำนวณด้วย EBIT ตามนิยามบริษัทบวกค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายเพิ่มขึ้นจาก $914M เป็น $1,149M ในช่วงเดียวกัน กำไรสุทธิไม่ได้เติบโตตามเพราะในปี FY2026 อัตราภาษีจ่ายจริงสูงขึ้นมาก ทำให้กำไรสุทธิลดจาก $689M ในปี FY2025 เหลือ $661M ทั้งที่กำไรก่อนภาษีเพิ่มขึ้น (10-K FY2026)
งวด TTM ที่สิ้นสุด 31 ส.ค. 2026 ยอดขายอยู่ที่ $7.97B และ EBITDA อยู่ที่ $1.19B คำนวณจากงบ 10-K และ 10-Q ทั้งสองฉบับ (10-Q Q1 FY27)
อัตรา EBITDA Margin และ Net Margin (%)
อัตรา EBITDA ปรับขึ้นจาก 12.6% ในปี FY2023 เป็น 15.0% ใน TTM ล่าสุด ส่วน Net Margin ขึ้นลงตามภาษีและดอกเบี้ย ปี FY2025 เป็นจุดสูงสุดที่ 9.3% ก่อนลดลงมาเป็น 8.4% ในปี FY2026 เพราะค่าใช้จ่ายภาษีเพิ่มขึ้นมาก ขณะที่ดอกเบี้ยจ่ายสูงขึ้นจาก $96.5M เป็น $111.5M
เปรียบเทียบผลประกอบการไตรมาส 1 (ล้านดอลลาร์สหรัฐ)
ไตรมาส 1 FY2027 (สิ้นสุด 31 ส.ค. 2026) เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
- ยอดขายอยู่ที่ $2,215.6M เพิ่มขึ้น 4.8% จาก $2,113.7M
- EBIT ตามนิยามบริษัทอยู่ที่ $355.1M เพิ่มขึ้น 13.1% จาก $314.0M
- กำไรสุทธิที่เป็นของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ $256.4M เพิ่มขึ้น 12.6% จาก $227.6M
- EPS ปรับปรุงแล้วอยู่ที่ $1.98 เพิ่มขึ้น 5.3% ส่วน Adjusted EBITDA อยู่ที่ $405.5M เพิ่มขึ้น 4.5%
EBIT ตามนิยามบริษัทไม่เท่ากับกำไรก่อนภาษีบวกดอกเบี้ยจ่ายจากงบเดียวกัน (ไตรมาส 1 FY2027 ได้ $337.1M + $25.5M = $362.6M) เนื่องจากบริษัทตัดรายการบางอย่างออกจากนิยาม รายการเหล่านั้นไม่ได้ระบุในเอกสารที่ตรวจสอบ จึงใช้ตัวเลข EBIT ตามที่บริษัทรายงานเท่านั้น ส่วน EBIT บวกค่าเสื่อมราคาไตรมาส 1 FY2027 คือ $408.2M ซึ่งสูงกว่า Adjusted EBITDA $405.5M เล็กน้อย เพราะมีรายการที่บริษัทปรับออกในการคำนวณ Adjusted EBITDA (
8-K Q1 FY27 และ
10-Q Q1 FY27)
5. งบแสดงสถานะการเงิน (Balance Sheet)
โครงสร้างสินทรัพย์ หนี้สิน และส่วนของผู้ถือหุ้น ณ 31 พ.ค. 2026 และ 31 ส.ค. 2026
โครงสร้างงบแสดงสถานะการเงิน (ล้านดอลลาร์สหรัฐ)
สินทรัพย์รวมของ RPM ณ 31 พ.ค. 2026 อยู่ที่ $8.34B เพิ่มจาก $7.78B ณ สิ้นปีก่อน ลูกหนี้การค้าเพิ่มเป็น $1.66B และสินค้าคงเหลือ $1.06B ในด้านหนี้สิน ยอดรวมอยู่ที่ประมาณ $5.03B ขณะที่ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มเป็น $3.31B (10-K FY2026)
| รายการ ($M) |
31 พ.ค. 2025 |
31 พ.ค. 2026 |
หมายเหตุ |
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด |
302.1 |
315.2 |
ตามงบดุล 10-K FY2026 |
| ลูกหนี้การค้าสุทธิ |
1,509.1 |
1,661.5 |
ตามงบดุล 10-K FY2026 |
| สินค้าคงเหลือ |
1,036.5 |
1,058.9 |
ตามงบดุล 10-K FY2026 |
| สินทรัพย์รวม |
7,775.9 |
8,344.6 |
ตามงบดุล 10-K FY2026 |
| หนี้สินระยะสั้นส่วนที่ถึงกำหนดชำระ |
7.7 |
407.8 |
ตามงบดุล 10-K FY2026 |
| หนี้สินระยะยาว (หักส่วนที่ถึงกำหนดชำระ) |
2,638.9 |
2,125.7 |
ตามงบดุล 10-K FY2026 |
| ส่วนของผู้ถือหุ้น RPM |
2,885.4 |
3,311.5 |
ตามงบดุล 10-K FY2026 |
หนี้สินรวมในกราฟคำนวณจากสินทรัพย์รวมลบส่วนของผู้ถือหุ้นของ RPM ซึ่งต่างจากหนี้สินรวมตามงบโดยไม่เกิน $2M จากส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุม (
10-K FY2026) ตัวเลขงบดุล ณ 31 ส.ค. 2026 อยู่ในรายงาน 10-Q ได้แก่ เงินสด $312.8M หนี้สินระยะสั้น $407.5M หนี้สินระยะยาว $1,999.0M และส่วนของผู้ถือหุ้น $3,478.8M (
10-Q Q1 FY27) ตัวเลขกระแสเงินสดปี FY2026 คือเงินสดจากการดำเนินงาน $898.7M และรายจ่ายลงทุน $223.5M ทำให้กระแสเงินสดอิสระประมาณ $675M (
10-K FY2026)
6. หนี้สินและเลเวอเรจ (Leverage)
ภาระหนี้ ความสามารถชำระดอกเบี้ย และการลดหนี้ที่เกิดขึ้นจริง
อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (เท่า)
หนี้ที่มีภาระดอกเบี้ยรวมลดจาก $2.65B ณ สิ้นปี FY2025 เหลือ $2.53B ณ สิ้นปี FY2026 และลดต่อเนื่องเป็น $2.41B ณ 31 ส.ค. 2026 การลดหนี้ส่วนนี้ทำให้อัตราส่วนหนี้ต่อทุนลดจาก 0.92 เท่าเหลือ 0.69 เท่า ส่วนหนี้สุทธิต่อทุนอยู่ที่ 0.60 เท่า (10-K FY2026, 10-Q Q1 FY27)
อัตราส่วนหนี้สุทธิต่อ EBITDA ที่คำนวณเองอยู่ที่ 2.21 เท่าในปี FY2025, 1.93 เท่าในปี FY2026 และ 1.76 เท่าใน TTM ล่าสุด ค่าของ EBIT ต่อดอกเบี้ยจ่ายอยู่ที่ 9.0 เท่า และ 8.4 เท่าในปี FY2025 และ FY2026 ตามลำดับ ดอกเบี้ยจ่ายในปี FY2026 เพิ่มขึ้น 15.5% แม้หนี้รวมจะลดลง บริษัทไม่ได้อธิบายสาเหตุในส่วนที่ตรวจสอบ
การคำนวณอัตราส่วนทั้งหมดใช้หนี้ที่มีภาระดอกเบี้ยตามงบดุลหารด้วยส่วนของผู้ถือหุ้น RPM ณ วันเดียวกัน ส่วน EBITDA ใช้ EBIT ตามนิยามบริษัทบวกค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายจากงบกระแสเงินสด ทั้งหมดคำนวณจาก
10-K FY2026 และ
10-Q Q1 FY27 ไม่ได้มาจากตัวเลขที่บริษัทรายงานโดยตรง เนื่องจากบริษัทไม่ได้ระบุอัตราส่วนเหล่านี้ในรายงาน
7. สัดส่วนธุรกิจ (Segments)
ยอดขายและกำไรจำแนกตามส่วนงาน ปีงบประมาณ 2026
สัดส่วนยอดขายตามส่วนงาน ปีงบประมาณ 2026 (ล้านดอลลาร์สหรัฐ)
ในปีงบประมาณ 2026 ทั้งสามส่วนงานโตในอัตราใกล้เคียงกันที่ประมาณ 6% ถึง 7% แต่ EBIT ต่อยอดขายต่างกัน โดย Construction Products อยู่ที่ 14.7% Performance Coatings อยู่ที่ 14.3% และ Consumer อยู่ที่ 13.6% ค่าใช้จ่ายส่วนกลางที่ไม่ได้จัดสรรให้ส่วนงานใดคือ $184.5M ในปี FY2026 เพิ่มขึ้นจาก $171.9M ในปีก่อน (10-K FY2026)
ตัวเลขเหล่านี้ใช้ EBIT ตามนิยามบริษัท ซึ่งไม่เท่ากับ Adjusted EBITDA ที่บริษัทใช้รายงานในไตรมาส 1 FY2027 จึงไม่ควรนำไปเปรียบเทียบโดยตรงกับตัวเลข Adjusted EBITDA ของส่วนงาน
8. ประวัติปันผล (Dividend History)
อัตราเงินปันผลรายไตรมาส นโยบายการจ่าย และการปรับขึ้นต่อเนื่อง
อัตราเงินปันผลจ่ายรายปี (ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้น)
RPM ปรับเงินปันผลขึ้นต่อเนื่องมา 53 ปี การปรับล่าสุดประกาศวันที่ 8 ต.ค. 2026 เป็นอัตรา $0.57 ต่อหุ้นต่อไตรมาส เพิ่มจาก $0.54 หรือ 5.6% จ่ายวันที่ 30 ต.ค. 2026 แก่ผู้ถือหุ้นที่มีรายชื่อ ณ 20 ต.ค. 2026 เนื่องจากปีงบประมาณสิ้นสุด 31 พ.ค. การปรับขึ้นนี้จึงอยู่ในปี FY2027 (ข่าว Vermoegenszentrum) ยังไม่ได้ตรวจสอบประกาศต้นฉบับจาก SEC
| ปีงบประมาณ |
อัตราต่อไตรมาส ณ สิ้นปี ($) |
อัตราต่อปี (×4) ($) |
Payout Ratio (กำไรต่อหุ้นเจือจาง GAAP) |
| FY2024 |
0.46 |
1.84 |
40.4% |
| FY2025 |
0.51 |
2.04 |
38.1% |
| FY2026 |
0.54 |
2.16 |
41.8% |
| FY2027 (อัตราปัจจุบัน) |
0.57 |
2.28 |
ยังไม่มีผล FY2027 |
ตารางใช้อัตราจ่ายรายไตรมาส ณ สิ้นปีงบประมาณคูณ 4 เป็นตัวแทน ไม่ใช่เงินปันผลที่จ่ายจริงทั้งปี ซึ่งอาจต่างจากยอดรวมที่จ่ายจริงเพราะการปรับขึ้นแต่ละครั้งเกิดในเดือนตุลาคม อัตรา $0.51 ที่เพิ่มขึ้นจาก $0.46 ตามข่าวการปรับขึ้นเดือนตุลาคม 2024 (
Nasdaq) อัตรา $0.54 มาจากการปรับขึ้น 6% ในเดือนตุลาคม 2025 และ $0.57 จากประกาศเดือนตุลาคม 2026 อัตรา $0.46 ของ FY2024 ยังไม่ได้ตรวจสอบกับเอกสารโดยตรง Payout Ratio คำนวณจากอัตราต่อปีหารด้วย EPS เจือจาง GAAP ของแต่ละปี (
10-K FY2026)
บริษัทยังซื้อหุ้นคืนควบคู่กับการจ่ายปันผล ไตรมาส 1 FY2027 ซื้อหุ้นคืน $22.4M และจ่ายเงินปันผล $68.1M (10-Q Q1 FY27)
9. เปรียบเทียบเพื่อนร่วมกลุ่ม (Peer Comparison)
การประเมินมูลค่าเทียบกับผู้ผลิตสารเคลือบและสารยาแนวรายใหญ่ ณ 19 ต.ค. 2026
เปรียบเทียบมูลค่าตลาด (พันล้านดอลลาร์) และอัตราส่วน P/E
| สัญลักษณ์ |
ชื่อบริษัท |
Market Cap ($B) |
P/E (เท่า) |
P/BV (เท่า) |
EV/EBITDA (เท่า) |
Dividend Yield |
เป้าหมายเฉลี่ย (ส่วนต่าง) |
| RPM |
RPM International |
12.69 |
18.43 |
3.65 |
12.24 |
2.29% |
$123.50 (+24%) |
| SHW |
Sherwin-Williams |
80.03 |
30.59 |
20.76 |
20.12 |
0.97% |
$383.13 (+16%) |
| PPG |
PPG Industries |
23.91 |
15.39 |
2.83 |
11.00 |
2.75% |
$125.73 (+17%) |
| AXTA |
Axalta Coating Systems |
7.21 |
20.68 |
2.86 |
9.73 |
ไม่จ่าย |
$39.18 (+16%) |
ตัวเลขทั้งหมดในตารางมาจาก StockAnalysis ณ 19 ต.ค. 2026 (AXTA ณ 20 ต.ค. 2026) ตามรายชื่อในส่วนแหล่งข้อมูล นิยาม P/E, P/BV และ EV/EBITDA เป็นของผู้ให้บริการข้อมูล ตัวเลขเป้าหมายและส่วนต่างเป็นค่าเฉลี่ยของนักวิเคราะห์ตามที่ผู้ให้บริการรายงาน
บทวิเคราะห์เปรียบเทียบ
- RPM ซื้อขายที่ P/E 18.4 เท่า ต่ำกว่า Sherwin-Williams ที่ 30.6 เท่ามาก การเทียบสองบริษัทนี้โดยตรงจึงให้ผลต่างที่กว้าง และไม่ได้บอกว่า RPM ถูกหรือแพงเพียงใด
- เมื่อเทียบกับ PPG ที่ P/E 15.4 เท่า RPM มี EV/EBITDA สูงกว่า (12.2 เท่า เทียบกับ 11.0 เท่า) ขณะที่กำไรต่อหุ้น GAAP ของ RPM ลดลง 3.4% ในปี FY2026 จุดนี้ควรติดตามว่าตัวคูณของ RPM ที่สูงกว่าจะได้รับการสนับสนุนจากการเติบโตของกำไรหรือไม่
- AXTA มี P/E ล่วงหน้า 12.3 เท่า ต่ำกว่า RPM ที่ 16.3 เท่า แต่บริษัทไม่จ่ายเงินปันผล จึงเทียบได้เฉพาะบางส่วน
10. มุมมองอนาคต (Outlook)
แนวทางของบริษัทสำหรับปีงบประมาณ 2027 และสิ่งที่ต้องติดตาม
บริษัทให้แนวทางปีงบประมาณ 2027 ไว้เมื่อวันที่ 6 ต.ค. 2026 ว่ายอดขายและ Adjusted EBITDA ทั้งปีจะเติบโตในระดับ mid-single-digit เมื่อเทียบกับผลงานสถิติของปี FY2026 และคาดว่าไตรมาส 2 จะเติบโตในระดับ low ถึง mid-single-digit เช่นกัน (8-K Q1 FY27) แนวทางนี้เป็นตัวเลขที่ใช้แทนแนวทางเดิมก่อนไตรมาส 1 ซึ่งระบุว่ายอดขายจะโต 3% ถึง 7% (แหล่งข้อมูลรอง)
ยอดขายไตรมาส 1 โต 10.2% และเป็นกลุ่มที่มีแนวโน้มเติบโตเร็วที่สุดในบริษัท ทั้งจากงานบำรุงรักษาโรงงาน โรงกลั่น และโครงสร้างพื้นฐาน จุดที่ควรติดตามคือยอด Adjusted EBITDA ของกลุ่มในไตรมาสถัดไปว่าสูงขึ้นตามยอดขายหรือไม่
2. การฟื้นตัวของ Construction Products
กลุ่มนี้ยอดขายโตเพียง 0.8% และ Adjusted EBITDA ลดลง 9.7% ในไตรมาส 1 ฝ่ายบริหารจึงต้องพิสูจน์ว่าการปรับต้นทุนและการจัดการฐานลูกค้าจะช่วยให้ตัวเลขกลับมาเป็นบวกได้ในปีงบประมาณนี้ ตัวชี้วัดคือยอดขายและอัตรากำไรของกลุ่มในงวดไตรมาส 2 และ 3
3. การลดหนี้และการคืนทุนผู้ถือหุ้น
หนี้สุทธิต่อ EBITDA อยู่ที่ 1.76 เท่า และบริษัทซื้อหุ้นคืน $22.4M ในไตรมาส 1 FY2027 การใช้กระแสเงินสดในปีนี้จะบอกว่าบริษัทให้ความสำคัญกับการลดหนี้หรือการคืนทุนมากกว่ากัน
แนวทาง FY2027 และไตรมาส 2 มาจาก
8-K Q1 FY27 เป็นแนวทางที่ระบุว่าเทียบกับผลงานสถิติของปีก่อน ไม่ได้ระบุเป็นเปอร์เซ็นต์ที่แน่นอน
11. ปัจจัยเสี่ยง (Risk Factors)
ความเสี่ยงสำคัญจาก Item 1A ของ 10-K พร้อมสัญญาณที่ติดตามได้
| หมวดความเสี่ยง |
ลักษณะและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น |
สัญญาณที่ติดตามได้ |
| 1. วัตถุดิบและพลังงาน |
วัตถุดิบส่วนใหญ่เป็นอนุพันธ์จากปิโตรเลียม แร่ และโลหะ ต้นทุนที่ขึ้นเร็วกว่าการปรับราคาขายจะกดอัตรากำไร |
Adjusted EBITDA Margin ของ Consumer และ Construction Products ในไตรมาสถัดไป |
| 2. ภาวะเศรษฐกิจและการก่อสร้าง |
การก่อสร้างและการซ่อมอาคารชะลอตัวจะกระทบยอดขายหลักของ Construction Products ทันที |
ยอดขายไตรมาส 2 ของ Construction Products เทียบกับปีก่อน |
| 3. อัตราแลกเปลี่ยน |
ประมาณ 31% ของยอดขายมาจากต่างประเทศ เงินดอลลาร์ที่แข็งค่าลดมูลค่ารายได้ที่แปลงกลับเป็นดอลลาร์ |
ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนในรายงานผลประกอบการไตรมาสถัดไป |
| 4. การด้อยค่าของ Goodwill |
สินทรัพย์ไม่มีตัวตนประมาณ $2.5B หากผลประกอบการของกลุ่มลดลงอาจเกิดการด้อยค่า |
รายการด้อยค่าในงบการเงินประจำปี และผลประกอบการของกลุ่มที่มี Goodwill สูง |
| 5. ภาระหนี้และดอกเบี้ย |
ดอกเบี้ยจ่ายเพิ่มขึ้นจาก $96.5M เป็น $111.5M ในปี FY2026 |
อัตราหนี้สุทธิต่อ EBITDA และตารางการชำระหนี้ที่ครบกำหนด |
| 6. ความเสี่ยงด้านกฎหมายและสารเคมี |
คดีที่เกี่ยวข้องกับแร่ใยหินหรือสารเคมีที่อยู่ในผลิตภัณฑ์ในอดีต และกฎหมายสารเคมีที่เข้มขึ้น |
รายละเอียดคดีและค่าใช้จ่ายด้านกฎหมายในรายงานรายไตรมาส |
หมวดความเสี่ยงสรุปจากหัวข้อ Item 1A ของ
Form 10-K FY2026 ซึ่งมี 27 หัวข้อ ในรายงานนี้รวมเป็น 6 หมวด ส่วนความเสี่ยงด้านการแข่งขันในกลุ่มผู้ผลิตสีและการพึ่งพาลูกค้ารายใหญ่ก็อยู่ในหัวข้อเดียวกันและไม่ได้แยกออกมาเป็นหมวดเฉพาะ
12. การวิเคราะห์ SWOT (SWOT Analysis)
จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรคของ RPM International
Strengths (จุดแข็ง)
- มีแบรนด์ในสามส่วนงาน เช่น Tremco, Rust-Oleum และ Stonhard ที่ครอบคลุมทั้งตลาดอุตสาหกรรมและผู้บริโภค
- ยอดขายและ EBIT เติบโตต่อเนื่องสามปีติดกัน ได้แก่ FY2024 ถึง FY2026
- ฐานะทางการเงินปรับดีขึ้น โดยหนี้สุทธิต่อ EBITDA ลดจาก 2.21 เท่าเหลือ 1.76 เท่า
Weaknesses (จุดอ่อน)
- กำไรสุทธิ GAAP ในปี FY2026 ลดลงจากปีก่อนทั้งที่ยอดขายเพิ่ม เนื่องจากภาษีที่สูงขึ้นและค่าใช้จ่ายปรับโครงสร้าง
- Construction Products มี Adjusted EBITDA ลดลงในไตรมาส 1 FY2027
- มีสินทรัพย์ไม่มีตัวตนสูงประมาณ $2.5B ที่อาจเกิดการด้อยค่า
Opportunities (โอกาส)
- กลุ่ม Performance Coatings โตเร็วที่สุดในไตรมาส 1 FY2027 และอาจรับการลงทุนเพิ่มได้
- ตัวเลขกำไรที่ปรับปรุงจากการเปลี่ยนมาใช้ Adjusted EBITDA อาจทำให้ตลาดให้ค่าที่ชัดขึ้นกับคู่แข่ง
- กระแสเงินสดอิสระ FY2026 อยู่ที่ประมาณ $675M (เงินสดจากการดำเนินงาน $898.7M ลบรายจ่ายลงทุน $223.5M) ให้ทางเลือกในการลดหนี้หรือคืนทุน
Threats (อุปสรรค)
- การก่อสร้างในสหรัฐฯ ที่ชะลอตัวจะกระทบยอดขายหลักของ Construction Products
- ราคาปิโตรเลียมและวัตถุดิบที่ผันผวนอาจกดอัตรากำไรของ Consumer
- คดีแร่ใยหินและกฎหมายสารเคมีที่เข้มขึ้นอาจเพิ่มต้นทุนหรือกระทบสูตรผลิตภัณฑ์
13. มุมมองนักลงทุน (Investor View)
สรุปมุมมอง สถานการณ์จำลองราคา และเกณฑ์ติดตามสถานะ
RPM มียอดขายและ EBITDA ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องสามปี และฐานะการเงินดีขึ้น แต่กำไรสุทธิ GAAP ในปี FY2026 ลดลง ราคาหุ้นลดลง 11.3% ในรอบ 52 สัปดาห์ สาเหตุเฉพาะของการลดลงนี้ไม่ได้ระบุในเอกสารที่ตรวจสอบ ประเด็นที่จะตัดสินมูลค่าคือการฟื้นตัวของ Construction Products ในปีงบประมาณ 2027 และการที่กำไรต่อหุ้นจะเติบโตตามยอดขายหรือไม่
P/E 18.4 เท่าอยู่ต่ำกว่า Sherwin-Williams ที่ 30.6 เท่า และสูงกว่า PPG ที่ 15.4 เท่า คำถามที่ต้องชั่งน้ำหนักคือ RPM ควรได้ตัวคูณสูงกว่าปัจจุบันหรือไม่ หากการเติบโตของกำไรเร่งขึ้น
- สมมติฐาน: Adjusted EBITDA ของ Construction Products กลับมาเป็นบวกตั้งแต่ไตรมาส 2 และ Performance Coatings โตต่อในระดับสองหลัก
- ตัวเลขกำไร: EPS ปรับปรุงแล้วปีงบประมาณ 2027 อยู่ที่ $6.20 (+12% จาก $5.53)
- ตัวคูณ: ตลาดให้ P/E 19 เท่า สูงกว่าระดับปัจจุบันเล็กน้อย
- มูลค่าประเมิน: $118 ต่อหุ้น (+18% จาก $99.48)
Base Case: การเติบโตตามแนวทางบริษัท
- สมมติฐาน: ยอดขายและ Adjusted EBITDA เติบโตในระดับ mid-single-digit ตามที่บริษัทให้ไว้ โดย Construction Products ฟื้นตัวช้า
- ตัวเลขกำไร: EPS ปรับปรุงแล้วปีงบประมาณ 2027 อยู่ที่ $5.80 (+5%)
- ตัวคูณ: ตลาดให้ P/E 17 เท่า
- มูลค่าประเมิน: $99 ต่อหุ้น (ใกล้ราคาปัจจุบัน)
Bear Case: การก่อสร้างชะลอและวัตถุดิบเพิ่ม
- สมมติฐาน: การก่อสร้างในสหรัฐฯ ชะลอต่อเนื่อง ต้นทุนปิโตรเลียมสูงขึ้นและปรับราคาไม่ทัน
- ตัวเลขกำไร: EPS ปรับปรุงแล้วปีงบประมาณ 2027 ลดลงเหลือ $5.20 (−6%)
- ตัวคูณ: ตลาดให้ P/E 14 เท่า
- มูลค่าประเมิน: $73 ต่อหุ้น (−27%)
รายการประเด็นที่ต้องติดตาม (Monitoring Checklist)
- Adjusted EBITDA ของ Construction Products ในไตรมาส 2 ปีงบประมาณ 2027 ว่าเป็นบวกหรือยังลดลง
- ยอดขายและอัตรากำไรของ Performance Coatings ว่ารักษาการเติบโตระดับสองหลักได้หรือไม่
- การเปลี่ยนไปใช้ Adjusted EBITDA ในรายงานรายไตรมาสต่อไป และการเทียบตัวเลขกับ Adjusted EBIT เดิม
- อัตราหนี้สุทธิต่อ EBITDA ที่ยังอยู่ต่ำกว่า 2 เท่าหรือไม่ พร้อมการซื้อหุ้นคืนที่ทำต่อเนื่อง
- อัตราภาษีจ่ายจริงในปีงบประมาณ 2027 ว่ากลับสู่ระดับเดิมหรือยังสูงอยู่
ราคาประเมินและสถานการณ์จำลองเป็นการคำนวณของผู้วิเคราะห์จากสมมติฐานกำไรและตัวคูณ P/E ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ผู้ลงทุนควรอ่านรายงาน
Form 10-K FY2026 และ
Form 10-Q Q1 FY27 ประกอบก่อนตัดสินใจ