เขียนโดย HypeTimes Staff · ข้อมูล ณ
1. สรุปผู้บริหาร (Executive Summary)
ข้อมูลตลาด ณ 16 ต.ค. 2026 · งบการเงินล่าสุด 1Q FY2027 (สิ้นสุด 30 มิ.ย. 2026) · จัดทำ 18 ต.ค. 2026
มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด
$24.22B
สภาพคล่องและเงินสดรวม
$4.61B
เงินสด $3.84B + ลูกหนี้คดีสิทธิบัตร $771.6M
(SEC 10-Q)สถานะหนี้สินสุทธิ
Net Cash $4.23B
ประเด็นสำคัญเชิงยุทธศาสตร์
- ก้าวข้ามจากบริษัทพัฒนาสู่บริษัทยาเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบ: ในเดือนสิงหาคม 2026 ยา Brepocitinib (ภายใต้ชื่อการค้า LISRAYA) ของบริษัทย่อย Priovant Therapeutics ได้รับการอนุมัติจาก US FDA ในการรักษาโรคผิวหนังและกล้ามเนื้ออักเสบ (Dermatomyositis: DM) นับเป็นก้าวสำคัญที่เปลี่ยน Roivant จากผู้พัฒนาทางคลินิกเป็นผู้จำหน่ายยาที่เริ่มสร้างรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์จริง
- โครงสร้างเสาหลัก 3 ต้น (Three-Legged Stool): ฝ่ายบริหารวางกรอบมูลค่าของกิจการไว้บน 3 ตัวยาหลักที่มีศักยภาพระดับ Blockbuster ได้แก่ (1) Brepocitinib ในกลุ่มโรคภูมิต้านตนเอง (2) IMVT-1402 แอนติบอดีต้าน FcRn รุ่นใหม่ที่บริหารผ่านการฉีดใต้ผิวหนัง พัฒนาโดย Immunovant (ถือหุ้น ~57%) และ (3) Mosliciguat ยาสูดพ่นกระตุ้น sGC สำหรับโรคความดันหลอดเลือดปอดสูงจากพังผืดในปอด (PH-ILD) ของ Pulmovant ซึ่งมีข้อมูล Phase 2 โดดเด่น
- ความมั่นคงทางการเงินระดับต้นๆ ของอุตสาหกรรมไบโอเทค: การขาย Telavant (RVT-3101) ให้ Roche มูลค่า $7.1B ในปลายปี 2023 ส่งผลให้ Roivant มีเงินสดในมือมหาศาล ล่าสุดในเดือนกรกฎาคม 2026 บริษัทได้รับเงินชำระคดีประนีประนอมยอมความเรื่องสิทธิบัตรระบบนำส่ง LNP จาก Moderna เข้ามาอีก $771.6M ส่งผลให้สภาพคล่องรวมเกิน $4.6B รองรับการวิจัยระยะที่ 3 และการเปิดตัวยาได้ยาวนานโดยไม่ต้องเพิ่มทุนให้เกิด Dilution
- โครงการซื้อหุ้นคืนเชิงรุกเพื่อลดจำนวนหุ้น: บริษัทใช้ประโยชน์จากกระแสเงินสดส่วนเกินดำเนินโครงการซื้อหุ้นคืน โดยในงวด 1Q FY2027 เข้าซื้อหุ้นไปแล้ว 7.3 ล้านหุ้น มูลค่า $208.7 ล้านดอลลาร์ จากวงเงินอนุมัติรวมกว่า $1.5B เพื่อสะท้อนความเชื่อมั่นในมูลค่าที่แท้จริงของสินทรัพย์ในมือ
- ความเสี่ยงการยอมรับในตลาดและการแข่งขันทางคลินิก: แม้ LISRAYA จะผ่านการอนุมัติ แต่ความท้าทายอยู่ที่การเจรจาระบบเบิกจ่ายกับ Payer ในสหรัฐฯ และการแข่งขันในกลุ่ม FcRn จาก Vyvgart (argenx) รวมถึงยานวัตกรรมอื่นในกลุ่ม Immunology
แบบจำลองสถานการณ์ราคา (Bull / Base / Bear Case)
Bull Case — $52.00 (+55.1%)
- LISRAYA เปิดตัวในสหรัฐฯ ได้รับการบรรจุเข้า formulary รวดเร็ว และขยายการทดลอง Phase 3 สำเร็จทั้งใน Non-infectious Uveitis และ Cutaneous Sarcoidosis
- IMVT-1402 ประกาศผล Phase 3 ใน Graves' disease และข้อบ่งใช้อื่นโดยลด IgG ลึกเทียบเท่า IV แต่ไม่มีผลกระทบต่อ LDL-C และ Albumin หนุนมูลค่า Immunovant ทะลุ $15B
- Mosliciguat เริ่ม Phase 3 ได้ราบรื่นและยืนยันประสิทธิภาพในการลด PVR สูง นำไปสู่การเซ็นสัญญาพันธมิตรระดับโลกพ่วงเงินล่วงหน้า
- Genevant ชนะหรือประนีประนอมคดีสิทธิบัตร LNP กับ Pfizer/BioNTech เพิ่มกระแสเงินสดรับอีกหลักหลายร้อยล้านดอลลาร์
Base Case — $38.00 (+13.3%)
- LISRAYA ทยอยสร้างยอดขายในกลุ่มผู้ป่วย Dermatomyositis ในเกณฑ์ปกติ ยอดขายปีแรกแตะ $120M–$180M
- IMVT-1402 เดินหน้าตามกรอบเวลาเดิม ยืนยันความปลอดภัยและประสิทธิภาพที่เหนือกว่าคู่แข่งรุ่นแรก ครองส่วนแบ่งตลาดในกลุ่มโรคภูมิคุ้มกันหายาก
- สภาพคล่องทางการเงินยังคงอยู่เหนือระดับ $3.5B หลังหักค่าใช้จ่าย R&D และการซื้อหุ้นคืนอย่างต่อเนื่อง
- ประเมินมูลค่าอิงผลรวมรายส่วน (SOTP) โดยให้มูลค่าเงินสดสุทธิ $6.00 ต่อหุ้น บวกมูลค่าเสี่ยงปรับลดของไปป์ไลน์หลัก 3 ตัว
Bear Case — $24.00 (-28.4%)
- การเปิดตัว LISRAYA ล่าช้าจากการเจรจาส่วนลดและเงื่อนไขการเบิกจ่ายกับประกันสุขภาพที่เข้มงวด
- การทดลองทางคลินิกของ IMVT-1402 หรือ Mosliciguat พบสัญญาณความไม่พึงประสงค์หรือประสิทธิภาพไม่เด่นชัดตามที่ตลาดคาดหวัง
- การแข่งขันในกลุ่ม FcRn ทวีความรุนแรงจากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ของ argenx, Johnson & Johnson และ Sanofi
- อัตราการเผาผลาญเงินสด (Cash Burn) เร่งตัวสูงเกิน $1.0B ต่อปีจากต้นทุนการทำตลาดและการทดลอง Phase 3 พร้อมกันหลายโครงการ
แบบจำลองจัดทำโดยประเมินมูลค่าตามวิธีผลรวมรายส่วน (Sum-of-the-Parts: SOTP) อ้างอิงมูลค่าเงินสดสุทธิและมูลค่าปัจจุบันสุทธิของไปป์ไลน์หลัก ไม่ใช่การรับประกันผลตอบแทนการลงทุน
2. Factsheet
เงินสดและเงินลงทุน
$3,840.4M
ข้อมูลนิติบุคคลและโครงสร้างการบริหาร
ตารางที่ 2.1 ข้อมูลภาพรวมบริษัท · แหล่งที่มา: SEC Form 10-K, Form 10-Q และรายงานตลาดหลักทรัพย์ NASDAQ| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|
| ชื่อบริษัทจดทะเบียน | Roivant Sciences Ltd. |
| ตลาดหลักทรัพย์ / สัญลักษณ์ย่อ | NASDAQ Global Select Market: ROIV (CIK: 0001799082) |
| กลุ่มอุตสาหกรรม | Health Technology / Pharmaceuticals: Major |
| รูปแบบการดำเนินธุรกิจ | Biopharmaceutical Hub-and-Spoke Platform (Vant Model) |
| สำนักงานใหญ่ | Suite 1, 3rd Floor, 11-12 St. James’s Square, London SW1Y 4LB, United Kingdom / Basel, Switzerland |
| ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) | Matthew Gline (ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ ม.ค. 2021) |
| รอบปีบัญชี (Fiscal Year) | 1 เมษายน – 31 มีนาคม (รอบปัจจุบันคือ FY2027) |
| จำนวนพนักงานรวม | ประมาณ 950–1,100 คน (รวมพนักงานในบริษัทย่อย Vants ทั้งหมด) |
| สถานะหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย | $42.1M (ส่วนใหญ่เป็นสัญญาเช่าทางการเงินและหนี้สินไม่หมุนเวียนอื่น) |
| โครงการซื้อหุ้นคืน (Share Repurchase) | อนุมัติวงเงิน $1.5B (ซื้อคืนแล้วกว่า $850M ณ สิ้น 1Q FY2027) |
หมายเหตุ: Roivant จดทะเบียนจัดตั้งในประเทศเบอร์มิวดาและมีสำนักงานปฏิบัติการหลักในสหราชอาณาจักร สวิตเซอร์แลนด์ และสหรัฐอเมริกา บริษัทปิดงวดบัญชีสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคมของทุกปี
3. ลักษณะธุรกิจ (Business Overview)
โครงสร้างสถาปัตยกรรม Vant Model · พอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์และไปป์ไลน์ยา ณ ตุลาคม 2026
1. โมเดลธุรกิจ Hub-and-Spoke (The “Vant” Operating Model)
Roivant Sciences ดำเนินธุรกิจด้วยโมเดลที่แตกต่างจากบริษัทยาข้ามชาติทั่วไป โดยทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางแม่ (The Hub) ในการค้นหา ประเมินมูลค่า เข้าซื้อลิขสิทธิ์ (In-licensing) หรือควบรวมโมเลกุลยาที่มีศักยภาพสูงซึ่งถูกละเลยหรือไม่ได้เป็นสินทรัพย์หลักของบริษัทยายักษ์ใหญ่ จากนั้นบริษัทจะตั้งนิติบุคคลลูกเฉพาะกิจขึ้นมาเรียกว่า “Vant” (The Spokes)
โครงสร้างนี้มีจุดเด่นสำคัญ 3 ประการ:
- ความคล่องตัวและการมุ่งเน้น (Dedicated Focus): แต่ละ Vant จะมีทีมผู้บริหารและนักวิทยาศาสตร์ที่เชี่ยวชาญเฉพาะด้านโรค ทำให้การตัดสินใจทางคลินิกและการทดลองรวดเร็วกว่าระบบราชการในบริษัทยาขนาดใหญ่
- ความยืดหยุ่นเชิงทุนและโครงสร้างผู้ถือหุ้น (Capital Agility): Roivant สามารถนำ Vant เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แยกต่างหาก (เช่น Immunovant: NASDAQ: IMVT) ระดมทุนจากนักลงทุนเฉพาะกลุ่ม หรือขายกิจการทั้งบริษัทให้แก่บริษัทยาชั้นนำเมื่อยาพัฒนาถึงจุดที่มีมูลค่าสูงสุด
- การส่งต่อโครงสร้างพื้นฐานร่วม (Shared Platform): บริษัทแม่สนับสนุนระบบประมวลผลข้อมูล เทคโนโลยีชีวสารสนเทศ การบริหารจัดการทางการเงิน กฎหมาย และสิทธิบัตร ทำให้เกิดการประหยัดจากขนาด (Economies of Scale)
ตารางที่ 3.1 บันทึกประวัติศาสตร์การสร้างมูลค่าจากการจำหน่ายบริษัทย่อย (Vant Divestment Track Record)| บริษัทย่อย / สินทรัพย์ | ผู้ซื้อกิจการ | มูลค่าธุรกรรม | โครงสร้างผลตอบแทนที่ Roivant ได้รับ |
|---|
| Telavant (RVT-3101 / Anti-TL1A) | Roche Holdings AG | $7,100M ล่วงหน้า + $150M milestone | Roivant ได้รับเงินสดสุทธิประมาณ $5,300M (ธ.ค. 2023) |
| Dermavant (VTAMA / tapinarof) | Organon & Co. | สูงสุด $1,200M | เงินสดล่วงหน้า $175M + milestones สูงสุด $1,025M และค่าสิทธิ |
| Genevant (LNP Delivery Patent Settlement) | Moderna, Inc. | ข้อตกลงประนีประนอมคดี | เงินรับชำระสุทธิ $771.6M (ก.ค. 2026) จากการละเมิดสิทธิบัตรวัคซีน |
| Enzyvant / Myovant / Urovant | Sumitomo Dainippon Pharma | $3,000M รวมผลประโยชน์ | การขายหุ้นและสิทธิ์พันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ในปี 2019 |
หลังจากขาย Telavant และ Dermavant สำเร็จ ฝ่ายบริหารของ Roivant ได้ปรับกลยุทธ์มุ่งเน้นการขับเคลื่อน 3 เสาหลักที่จะสร้างมูลค่าในทศวรรษหน้า:
┌──────────────────────────────────────────────┐
│ ROIVANT SCIENCES (แม่) │
│ เงินสดและสภาพคล่อง > $4.6B │
└──────────────────────┬───────────────────────┘
│
┌─────────────────────────────────┼─────────────────────────────────┐
│ (ถือหุ้น ~75%) │ (ถือหุ้น ~57%) │ (ถือหุ้น 100%)
▼ ▼ ▼
┌────────────────────────┐ ┌────────────────────────┐ ┌────────────────────────┐
│ PRIOVANT THERAPEUTICS │ │ IMMUNOVANT (NASDAQ:IMVT│ │ PULMOVANT THERAPEUTICS │
├────────────────────────┤ ├────────────────────────┤ ├────────────────────────┤
│ • Brepocitinib (LISRAYA│ │ • IMVT-1402 (Next-gen │ │ • Mosliciguat │
│ • TYK2 / JAK1 Dual Inh │ │ FcRn inhibitor) │ │ • Inhaled sGC Activator│
│ • FDA อนุมัติ Dermato- │ │ • SubQ สำหรับ Auto- │ │ • Phase 2 ข้อมูล PVR │
│ myositis ส.ค. 2026 │ │ immune หลายข้อบ่งใช้ │ │ ลดลงสูงใน PH-ILD │
│ • Phase 3 Uveitis │ │ • ไม่กระทบ LDL/Albumin │ │ • เตรียมเข้า Phase 3 │
└────────────────────────┘ └────────────────────────┘ └────────────────────────┘
ก. Brepocitinib (LISRAYA) — บริษัทย่อย Priovant Therapeutics (ร่วมทุนกับ Pfizer)
- กลไกการออกฤทธิ์: เป็นโมเลกุลยับยั้งคู่ขนาน TYK2 และ JAK1 (Oral Dual Inhibitor) ออกแบบมาเพื่อควบคุมกระบวนการอักเสบที่ซับซ้อนได้อย่างจำเพาะเจาะจง
- สถานะเชิงพาณิชย์: ในเดือนสิงหาคม 2026 สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแห่งสหรัฐฯ (US FDA) ได้ให้การอนุมัติ LISRAYA สำหรับรักษาโรคผิวหนังและกล้ามเนื้ออักเสบ (Dermatomyositis: DM) ในผู้ใหญ่ ซึ่งเป็นโรคภูมิคุ้มกันหายากที่ทำลายกล้ามเนื้อและผิวหนังอย่างรุนแรง และมีทางเลือกในการรักษาน้อยมาก
- ข้อบ่งใช้อื่นในไปป์ไลน์: อยู่ระหว่างการศึกษา Phase 3 ในโรคจอประสาทตาอักเสบชนิดไม่ติดเชื้อ (Non-infectious Uveitis: NIU) ซึ่งคาดว่าจะรายงานผลการทดลองหลักในปี 2027 และการศึกษา Phase 3 ในโรค Cutaneous Sarcoidosis หลังผล Phase 2 ออกมาเป็นบวกชัดเจน
ข. IMVT-1402 & Batoclimab — บริษัทย่อย Immunovant (NASDAQ: IMVT)
- กลไกการออกฤทธิ์: โมโนโคลนอลแอนติบอดีที่จับกับตัวรับ FcRn (Neonatal Fc Receptor) เพื่อเร่งการทำลายแอนติบอดีก่อโรคชนิด IgG (Immunoglobulin G) ในกระแสเลือด
- จุดเด่นทางชีววิทยา: IMVT-1402 ถูกออกแบบทางวิศวกรรมพันธุศาสตร์เพื่อลดระดับ IgG ในสัดส่วนที่ลึกมาก (ราว 70–80%) ผ่านการฉีดใต้ผิวหนัง (Subcutaneous) แบบเข็มฉีดทั่วไป โดยไม่ไปรบกวน albumin และไม่เพิ่มไขมันคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL-C) ซึ่งเป็นข้อจำกัดสำคัญของยายับยั้ง FcRn รุ่นแรก
- โอกาสทางการตลาด: พัฒนาครอบคลุมโรคภูมิต้านตนเองหลากหลาย เช่น โรคคอพอกตาโปน (Graves’ Disease), โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงชนิดร้าย (Myasthenia Gravis), โรคเส้นประสาทอักเสบเรื้อรัง (CIDP) และโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ที่ดื้อต่อยามาตรฐาน (D2T Rheumatoid Arthritis) ประเมินโอกาสตลาดรวมกันกว่า $10B+
ค. Mosliciguat — บริษัทย่อย Pulmovant Therapeutics
- กลไกการออกฤทธิ์: ยาสูดพ่นชนิดผงแห้งออกฤทธิ์กระตุ้นเอนไซม์ Soluble Guanylate Cyclase (sGC Activator) วันละหนึ่งครั้ง โดยออกฤทธิ์จำเพาะต่อเอนไซม์ที่อยู่ในภาวะออกซิไดซ์จากความเครียดออกซิเดชัน
- กลุ่มเป้าหมาย: โรคความดันหลอดเลือดปอดสูงจากโรคเนื้อเยื่อปอดอักเสบและพังผืด (Pulmonary Hypertension associated with Interstitial Lung Disease: PH-ILD)
- ความก้าวหน้าทางคลินิก: ผลการศึกษา Phase 2 (PHocus trial) แสดงให้เห็นการลดลงของแรงต้านหลอดเลือดปอด (Pulmonary Vascular Resistance: PVR) เฉลี่ยสูงถึง 38% ซึ่งเป็นตัวเลขการลดที่สูงเป็นประวัติการณ์ในกลุ่มยานี้ โดยไม่ก่อให้เกิดภาวะความดันโลหิตระบบทั่วไปตกต่ำ และเตรียมเดินหน้าสู่การทดลอง Phase 3 ทั่วโลก
- Genevant เป็นผู้ถือสิทธิบัตรเทคโนโลยี Lipid Nanoparticle (LNP) ชั้นนำ ซึ่งเป็นระบบนำส่งที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับวัคซีนและยารักษาโรคที่ใช้สารพันธุกรรม mRNA
- หลังจากฟ้องร้องคดีสิทธิบัตรกับ Moderna เกี่ยวกับวัคซีนโควิด-19 มาอย่างยาวนาน ในเดือนกรกฎาคม 2026 บริษัทได้บรรลุข้อตกลงยอมความและได้รับเงินชำระสุทธิ $771.6M นอกจากนี้ Genevant ยังมีคดีละเมิดสิทธิบัตร LNP กับทาง Pfizer และ BioNTech ที่ยังอยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณาคดี ซึ่งอาจสร้าง Upside ทางการเงินเพิ่มเติมในอนาคต
3. โครงสร้างทีมผู้บริหารระดับสูง (Executive Leadership)
- Matthew Gline (Chief Executive Officer): ดำรงตำแหน่ง CEO ตั้งแต่ปี 2021 โดยก่อนหน้านั้นทำหน้าที่ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงิน (CFO) เป็นผู้นำในการปรับโครงสร้างธุรกิจ ปิดดีลประวัติศาสตร์ Telavant $7.1B และผลักดัน Roivant เข้าสู่ตลาดยาเชิงพาณิชย์
- Vivek Ramaswamy (ผู้ก่อตั้ง): ผู้ริเริ่มวางรากฐานโมเดล Vant ในปี 2014 ปัจจุบันลาออกจากตำแหน่งผู้บริหารเพื่ออุทิศเวลาให้งานสาธารณะ แต่ยังคงเป็นผู้ถือหุ้นรายบุคคลที่มีความสำคัญ
- Richard Pulik (Chief Financial Officer): อดีตนายธนาคารและผู้บริหารวาณิชธนกิจด้านสุขภาพ มีบทบาทหลักในการจัดสรรเงินทุน การควบคุมต้นทุน และการทำโครงการซื้อหุ้นคืน
- Benjamin Zimmer (President of Roivant Health): ดูแลการดำเนินงานและการสนับสนุนทางวิทยาศาสตร์ระหว่างบริษัทแม่และบริษัทย่อย
งบการเงินย้อนหลัง FY2024–FY2026 และงวดล่าสุด 1Q FY2027 (สิ้นสุด 30 มิ.ย. 2026) · หน่วย: ล้านดอลลาร์สหรัฐ (USD Million)
ข้อสังเกตเชิงโครงสร้างบัญชีของ Roivant
ในรอบบัญชี FY2024 Roivant มีกำไรสุทธิทางบัญชีสูงถึง $4,358.5 ล้านดอลลาร์ เนื่องจากมีการบันทึกกำไรพิเศษจากการขายหุ้น Telavant ให้แก่ Roche ราว $5.3 พันล้านดอลลาร์ ส่วนในงวดปกติ FY2025–FY2026 และ 1Q FY2027 ตัวเลขรายได้จากการดำเนินงานยังอยู่ในระดับต่ำ ($1.4M ใน 1Q FY2027) เนื่องจากยา VTAMA ถูกโอนให้ Organon ขณะที่ LISRAYA เพิ่งเริ่มเปิดตัวในเดือนสิงหาคม 2026 ส่งผลให้ค่าใช้จ่าย R&D และ SG&A ยังเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของงบกำไรขาดทุน
ตารางที่ 4.1 สรุปงบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จรวม · แหล่งที่มา: SEC Form 10-K และ Form 10-Q| รายการทางการเงิน (หน่วย: $ ล้าน) | FY2024 | FY2025 | FY2026 | 1Q FY2026 | 1Q FY2027 | TTM (มิ.ย. 26) |
|---|
| รายได้รวม (Total Revenues) | 124.8 | 29.1 | 8.3 | 2.1 | 1.4 | 7.6 |
| ค่าใช้จ่ายในการวิจัยและพัฒนา (R&D) | 525.4 | 512.6 | 488.2 | 137.5 | 202.0 | 552.7 |
| ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) | 380.2 | 410.5 | 435.0 | 142.8 | 165.5 | 457.7 |
| กำไรจากการขายบริษัทย่อย (Gain on Sale) | 5,312.0 | 0.0 | 0.0 | 0.0 | 0.0 | 0.0 |
| กำไร (ขาดทุน) จากการดำเนินงาน | 4,215.8 | (894.0) | (914.9) | (278.2) | (366.1) | (1,002.8) |
| รายได้ดอกเบี้ยรับและผลตอบแทนเงินลงทุน | 168.4 | 225.8 | 215.4 | 54.2 | 50.1 | 211.3 |
| กำไร (ขาดทุน) สุทธิส่วนของบริษัทแม่ | 4,358.5 | (172.0) | (299.8) | (273.9) | (290.6) | (395.4) |
ภาพรวมรายได้และกำไรสุทธิรวม (FY2024–TTM) — หน่วย $ ล้าน
ทิศทางอัตรากำไร (Margin Trends) — ผลกระทบจากวงจรวิจัยพัฒนายา
เปรียบเทียบผลการดำเนินงาน 1Q FY2026 เทียบกับ 1Q FY2027 — หน่วย $ ล้าน
การวิเคราะห์แนวโน้มผลประกอบการ
- รายได้ดอกเบี้ยช่วยลดแรงกระแทกของ Cash Burn: จากการมีเงินสดและพันธบัตรรัฐบาลระยะสั้นกว่า $3.8B Roivant สร้างรายได้ดอกเบี้ยรับ (Interest Income) ได้ถึง $50.1M ในไตรมาส 1Q FY2027 (ประมาณ $200M ต่อปี) ซึ่งครอบคลุมค่าใช้จ่ายดำเนินงานไปได้เกือบหนึ่งในสาม
- การลงทุน R&D เร่งตัวขึ้นอย่างมีเป้าหมาย: ค่าใช้จ่าย R&D ใน 1Q FY2027 เพิ่มขึ้นเป็น $202.0M เทียบกับ $137.5M ในงวดเดียวกันของปีก่อนหน้า สาเหตุหลักมาจากการเร่งเปิดรับอาสาสมัครในการทดลอง Phase 3 ของ Immunovant (IMVT-1402) ในข้อบ่งใช้ต่างๆ และการเตรียมความพร้อมการทดลองระยะสุดท้ายของ Mosliciguat
- การเข้าสู่วงจรรับรู้รายได้พาณิชย์: คาดว่าผลประกอบการตั้งแต่ 2Q FY2027 (ก.ค.–ก.ย. 2026) เป็นต้นไป จะเริ่มปรากฏตัวเลขยอดขายผลิตภัณฑ์ของ LISRAYA ในสหรัฐฯ ซึ่งจะค่อยๆ เพิ่มน้ำหนักในโครงสร้างรายได้รวม
5. งบแสดงสถานะการเงิน (Balance Sheet)
ฐานะทางการเงินและโครงสร้างสินทรัพย์ ณ 30 มิถุนายน 2026 · แหล่งที่มา: SEC Form 10-Q
ตารางที่ 5.1 รายการงบดุลเปรียบเทียบย้อนหลัง (หน่วย: ล้านดอลลาร์สหรัฐ)| รายการทรัพย์สินและหนี้สิน | FY2024 (31 มี.ค. 24) | FY2025 (31 มี.ค. 25) | FY2026 (31 มี.ค. 26) | 30 มิ.ย. 2026 (1Q27) |
|---|
| เงินสด รายการเทียบเท่า และหลักทรัพย์เผื่อขาย | 6,589.2 | 5,512.4 | 4,120.5 | 3,840.4 |
| ลูกหนี้ข้อตกลงยอมความคดีสิทธิบัตร (Moderna Settlement) | 0.0 | 0.0 | 0.0 | 771.6 |
| สินทรัพย์หมุนเวียนอื่นและลูกหนี้การค้า | 112.4 | 128.5 | 145.2 | 162.8 |
| สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน (ที่ดิน อาคาร ค่าความนิยม สิทธิบัตร) | 121.3 | 224.4 | 980.3 | 535.2 |
| สินทรัพย์รวม (Total Assets) | 6,822.9 | 5,865.3 | 5,246.0 | 5,310.0 |
| หนี้สินหมุนเวียน (เจ้าหนี้การค้าและค่าใช้จ่ายค้างจ่าย) | 385.2 | 342.1 | 320.4 | 315.8 |
| หนี้สินไม่หมุนเวียนและหนี้สินตามสัญญาเช่า | 127.2 | 103.0 | 74.8 | 68.8 |
| หนี้สินรวม (Total Liabilities) | 512.4 | 445.1 | 395.2 | 384.6 |
| ส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุม (NCI) | 412.0 | 510.4 | 620.5 | 635.8 |
| ส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทแม่ (Stockholders’ Equity) | 5,898.5 | 4,909.8 | 4,230.3 | 4,289.6 |
| ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม (Total Equity) | 6,310.5 | 5,420.2 | 4,850.8 | 4,925.4 |
โครงสร้างสินทรัพย์ หนี้สิน และส่วนของผู้ถือหุ้น — หน่วย $ ล้าน
บทวิเคราะห์ความแข็งแกร่งของงบดุล
- ฐานเงินสดสุทธิไร้ความเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้: สินทรัพย์กว่า 87% ของ Roivant อยู่ในรูปของเงินสด พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ระยะสั้น และลูกหนี้เงินสดจากคดีสิทธิบัตร ซึ่งมีสภาพคล่องระดับสูงสุด
- ระยะเวลาการดำเนินงานของเงินทุน (Cash Runway): ด้วยอัตราการใช้เงินสดสุทธิจากการดำเนินงานเฉลี่ยประมาณ $600M–$750M ต่อปี (หลังหักดอกเบี้ยรับ) สภาพคล่องรวม $4.61B ทำให้บริษัทมีกระแสเงินสดรองรับการดำเนินงานได้มากกว่า 5–6 ปี หรือยาวนานเกินปี 2031 โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาตลาดทุน
6. หนี้สินและเลเวอเรจ (Leverage & Capital Allocation)
ภาระหนี้สิน ความคุ้มครองดอกเบี้ย และการจัดสรรเงินทุนคืนสู่ผู้ถือหุ้น
ตารางที่ 6.1 ตัวชี้วัดภาระหนี้สินและความสามารถในการชำระหนี้| อัตราส่วนทางการเงิน | FY2025 | FY2026 | 30 มิ.ย. 2026 (1Q27) | เกณฑ์ความปลอดภัย |
|---|
| หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุน (IBD/Equity) | 0.03x | 0.02x | 0.01x | ต่ำกว่า 1.00x |
| หนี้สินสุทธิต่อทุน (Net IBD/Equity) | -0.98x | -0.92x | -0.94x | มีเงินสดสุทธิ (ติดลบ) |
| หนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) | 0.08x | 0.08x | 0.08x | ต่ำกว่า 1.50x |
| อัตราส่วนทุนหมุนเวียน (Current Ratio) | 16.5x | 13.3x | 15.1x | สูงกว่า 1.50x |
อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยและหนี้สินสุทธิต่อทุน
การจัดสรรเงินทุน (Capital Allocation Strategy)
ฝ่ายบริหารของ Roivant ใช้นโยบายจัดสรรเงินทุนแบบผสมผสานระหว่างการลงทุนในสินทรัพย์ชีวเวชภัณฑ์กับการคืนผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้น:
- การลงทุนในการทดลองคลินิกขนาดใหญ่: จัดสรรงบประมาณปีละกว่า $700M เพื่อสนับสนุนการทดลอง Phase 3 ใน 3 เสาหลักอย่างเต็มที่
- การเข้าซื้อสิทธิ์ยาใหม่ (In-licensing): ใช้เงินสดที่มีความได้เปรียบเข้าซื้อโมเลกุลยาที่มีผลทดสอบ Phase 1 หรือ Phase 2 ที่น่าสนใจเข้ามาจัดตั้ง Vant ใหม่เพิ่มเติม
- การซื้อหุ้นคืนเพื่อลดส่วนลดมูลค่ากิจการ (Share Repurchase Program): ฝ่ายบริหารเล็งเห็นว่าราคาหุ้นในตลาดต่ำกว่ามูลค่ารวมของสินทรัพย์และเงินสดในมือ จึงได้เข้าซื้อหุ้นคืนสะสมอย่างต่อเนื่อง ช่วยเพิ่มมูลค่าทางบัญชีต่อหุ้น (BVPS) อย่างมีนัยสำคัญ
7. สัดส่วนธุรกิจ (Segments & Pipeline Asset Breakdown)
การประเมินสัดส่วนมูลค่ากิจการตามรายสินทรัพย์และบริษัทย่อย (Sum-of-the-Parts Contribution)
โครงสร้างการกระจายมูลค่าสินทรัพย์หลักของ Roivant (SOTP Value Weight %)
ตารางที่ 7.1 โครงสร้างบริษัทย่อย สัดส่วนการถือหุ้น และศักยภาพทางการค้า| บริษัทย่อย (Vant) | สัดส่วนการถือหุ้นของ Roivant | สินทรัพย์หลัก | ตลาดเป้าหมายและข้อบ่งใช้ | น้ำหนักมูลค่าประเมิน |
|---|
| Immunovant (NASDAQ: IMVT) | ~57% | IMVT-1402 / Batoclimab | Graves’ disease, Myasthenia Gravis, CIDP, D2T RA | 48% |
| Priovant (JV ร่วมกับ Pfizer) | ~75% | Brepocitinib (LISRAYA) | Dermatomyositis (อนุมัติแล้ว), Non-infectious Uveitis | 28% |
| Pulmovant | 100% | Mosliciguat | PH-ILD (ความดันปอดสูงจากพังผืดในปอด) | 14% |
| Genevant & Other Assets | ~80% | LNP Delivery & Pipeline อื่น | สิทธิบัตร mRNA LNP, Namilumab, Kinevant | 10% |
8. ประวัติปันผล (Dividend History)
นโยบายการจ่ายเงินปันผลและการจัดสรรผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
เงินปันผลจ่ายต่อหุ้น (DPS)
$0.00
อัตราผลตอบแทนเงินปันผล
0.00%
ผลตอบแทนรวมผ่านการซื้อหุ้นคืน
~$850M
ประวัติการจ่ายเงินปันผลต่อหุ้น (DPS) ย้อนหลัง 4 งวดบัญชี
บริษัทมีนโยบายสงวนเงินสดเพื่อใช้ในการวิจัยและพัฒนายาเชิงคลินิก การเปิดตัวยาเชิงพาณิชย์ และการเข้าซื้อลิขสิทธิ์ยาใหม่ บริษัทจึงไม่เคยจ่ายเงินปันผลเป็นเงินสดนับตั้งแต่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ และเลือกตอบแทนผู้ถือหุ้นผ่านการซื้อหุ้นคืนแทน
9. เปรียบเทียบเพื่อนร่วมกลุ่ม (Peer Comparison)
การเปรียบเทียบเชิงมูลค่าและตัวชี้วัดทางการเงินกับบริษัทชีวเภสัชภัณฑ์ชั้นนำ ณ 16 ต.ค. 2026
ตารางที่ 9.1 เปรียบเทียบเชิงมูลค่าตลาด อัตราส่วนราคา และโครงสร้างทางการเงินกับคู่เทียบในอุตสาหกรรม · ที่มา: StockAnalysis| บริษัท / สัญลักษณ์ | มูลค่าตลาด ($B) | P/E (TTM) | P/BV (เท่า) | เงินสดและเงินลงทุน ($B) | จุดเน้นทางคลินิกและแพลตฟอร์ม |
|---|
| Roivant Sciences (ROIV) | 24.22 | — | 5.75 | 4.61 | Vant Hub-and-Spoke, FcRn, TYK2/JAK1, sGC |
| Alnylam Pharmaceuticals (ALNY) | 31.02 | 40.40 | 22.91 | 2.45 | RNA interference (RNAi), ATTR Amyloidosis |
| Biogen Inc. (BIIB) | 26.50 | 14.80 | 1.95 | 1.85 | Neurology, Alzheimer’s (Leqembi), Rare Disease |
| Regeneron Pharmaceuticals (REGN) | 78.96 | 19.56 | 3.10 | 16.80 | Monoclonal Antibodies, Dupixent, Eylea |
| Vertex Pharmaceuticals (VRTX) | 126.66 | 29.08 | 7.20 | 10.20 | Cystic Fibrosis, Pain (Suzetrigine), CRISPR |
การเปรียบเทียบมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดและ P/E Ratio ของคู่เทียบ
จุดเด่นเชิงเปรียบเทียบของ Roivant
- สัดส่วนเงินสดต่อมูลค่าตลาดสูงเป็นพิเศษ: เงินสดและสภาพคล่องรวมของ Roivant คิดเป็นเกือบ 20% ของมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด ซึ่งสูงกว่าคู่แข่งในกลุ่มอย่างมีนัยสำคัญ
- ความหลากหลายของกลไกการออกฤทธิ์: ต่างจากบริษัทชีวเภสัชภัณฑ์แบบดั้งเดิมที่พึ่งพาแพลตฟอร์มเทคโนโลยีเดียว Roivant มีทั้งโมเลกุลขนาดเล็ก (Small Molecule), แอนติบอดี (Antibody), ยาสูดพ่น และเทคโนโลยีนำส่ง LNP กระจายความเสี่ยงอย่างสมดุล
10. มุมมองอนาคตและตัวเร่งทางการค้า (Outlook & Catalysts)
เหตุการณ์สำคัญและหมุดหมายทางคลินิกที่ต้องติดตามในระยะ 12–24 เดือนข้างหน้า
1. แผนงานเชิงพาณิชย์ของ LISRAYA ในสหรัฐอเมริกา (2H FY2027)
- การสร้างทีมงานขายเฉพาะทาง (Dedicated Specialty Sales Force) เข้าพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคข้อและรูมาติซึม (Rheumatologists) และแพทย์ผิวหนัง (Dermatologists)
- การเจรจากับผู้จัดการผลประโยชน์ร้านขายยา (Pharmacy Benefit Managers: PBMs) เพื่อบรรจุยาเข้าสู่รายการยาที่เบิกจ่ายได้ (Formulary Inclusion) ภายใน 6 เดือนแรกของการเปิดตัว
2. หมุดหมายทางคลินิกที่สำคัญ (Clinical Milestones Calendar)
ตารางที่ 10.1 กำหนดการรายงานผลการทดลองทางคลินิกและการยื่นคำขอขึ้นทะเบียน| โครงการ / ยา | ระยะการทดลอง (Phase) | ข้อบ่งใช้ | เหตุการณ์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้น | ช่วงเวลาที่คาดการณ์ |
|---|
| IMVT-1402 (Immunovant) | Phase 3 | Graves’ Disease (ไทรอยด์ตาโปน) | รายงานผลการรักษาและการลดระดับ IgG | 1H 2027 |
| IMVT-1402 (Immunovant) | Phase 2b / 3 | D2T Rheumatoid Arthritis (รูมาตอยด์ดื้อยา) | รายงานผลความปลอดภัยและประสิทธิภาพ | 2H 2027 |
| Brepocitinib (Priovant) | Phase 3 | Non-infectious Uveitis (NIU) | รายงานข้อมูลผลการทดลองหลัก (Topline Data) | ปลายปี 2026 – ต้นปี 2027 |
| Mosliciguat (Pulmovant) | Phase 3 | PH-ILD (ความดันปอดสูงจากพังผืด) | เริ่มการทดลองทางคลินิกระดับโลก (FPI) | ต้นปี 2027 |
| Genevant | Legal / Patent | คดีละเมิดสิทธิบัตรกับ Pfizer/BioNTech | การพิจารณาคดีในศาลหรือข้อตกลงประนีประนอม | ภายในปี 2027 |
11. ปัจจัยเสี่ยง (Risk Factors & Observable Triggers)
การประเมินความเสี่ยง 6 มิติพร้อมตัวชี้วัดสัญญาณเตือนที่สังเกตได้จริง (Observable Triggers)
ตารางที่ 11.1 การวิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยง ผลกระทบ และตัวชี้วัดสัญญาณเตือน (Triggers)| มิติความเสี่ยง | รายละเอียดและความเสี่ยงต่อธุรกิจ | ระดับผลกระทบ | สัญญาณเตือนที่สังเกตได้ (Observable Trigger) |
|---|
| 1. ความเสี่ยงการเปิดตัวเชิงพาณิชย์ (Commercial Execution) | LISRAYA เป็นยาแรกที่ Roivant ทำการตลาดเอง การยอมรับของแพทย์และการเจรจาส่วนลดกับ PBMs อาจช้ากว่าคาด | ปานกลาง–สูง | ยอดขาย LISRAYA ในช่วง 2 ไตรมาสแรกหลังวางจำหน่ายต่ำกว่า $25M หรือประกันสุขภาพปฏิเสธการคุ้มครอง |
| 2. ความเสี่ยงความล้มเหลวทางคลินิก (Clinical Trial Readout) | การทดลอง Phase 3 ของ IMVT-1402 หรือ Brepocitinib อาจไม่บรรลุจุดยุติปฐมภูมิ (Primary Endpoint) หรือพบผลข้างเคียง | สูงมาก | การประกาศผลการทดลอง Phase 3 ของ IMVT-1402 ใน Graves’ disease แสดงค่า p-value > 0.05 หรือมีสัญญาณความปลอดภัยผิดปกติ |
| 3. ความเสี่ยงการแข่งขันในกลุ่ม FcRn (Competitive Landscape) | คู่แข่งอย่าง argenx (Vyvgart) มีฐานการตลาดที่แข็งแกร่ง และบริษัทยาชั้นนำกำลังพัฒนา FcRn รุ่นถัดไป | สูง | argenx ชิงเปิดตัวข้อบ่งใช้ใหม่ตัดหน้า หรือยารุ่นใหม่ของคู่แข่งแสดงประสิทธิภาพการลด IgG ที่เหนือกว่า |
| 4. ความเสี่ยงการรั่วไหลของผลประโยชน์ส่วนน้อย (Minority Interest Leakage) | Roivant ไม่ได้ถือหุ้น 100% ในบริษัทย่อยหลัก (ถือ Immunovant ~57% และ Priovant ~75%) ทำให้ต้องแบ่งมูลค่าให้ผู้ถือหุ้นภายนอก | ปานกลาง | Immunovant ทำการเพิ่มทุนด้วยการออกหุ้นใหม่ในราคาต่ำ ส่งผลให้สัดส่วนของ Roivant ลดลงต่ำกว่า 50% |
| 5. ความเสี่ยงด้านสิทธิบัตรและกฎหมาย (Intellectual Property) | ข้อพิพาทสิทธิบัตรเทคโนโลยีนำส่ง LNP ของ Genevant กับ Pfizer/BioNTech อาจแพ้คดีในศาล | ต่ำ–ปานกลาง | ศาลตัดสินว่าสิทธิบัตรของ Genevant ขาดความสมบูรณ์ หรือไม่มีการละเมิดสิทธิบัตรเกิดขึ้น |
| 6. ความเสี่ยงการเผาผลาญเงินสดจากการขยายงาน (Cash Burn Acceleration) | ต้นทุนการทำวิจัย Phase 3 หลายโครงการพร้อมกับการสร้างองค์กรพาณิชย์อาจเร่งให้อัตราการใช้เงินสดสูงเกินคาด | ปานกลาง | อัตราการเผาผลาญเงินสดสุทธิจากการดำเนินงานในงบกระแสเงินสดเกิน $250M ต่อไตรมาสต่อเนื่องกัน |
12. การวิเคราะห์ SWOT (SWOT Analysis)
จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรค ของ Roivant Sciences
Strengths (จุดแข็ง)
- ฐานะสภาพคล่องมหาศาล: มีเงินสด เงินลงทุน และเงินรับชำระคดีกว่า $4.6B ให้ Cash Runway ยาวนานเกิน 5 ปีโดยไม่ต้องพึ่งพาตลาดทุน
- โมเดลธุรกิจ Vant มีความคล่องตัว: พิสูจน์ความสำเร็จด้วยการขาย Telavant ให้ Roche มูลค่า $7.1B และ Dermavant ให้ Organon
- มีผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุมัติแล้ว: Brepocitinib (LISRAYA) ผ่าน FDA ในข้อบ่งใช้ Dermatomyositis เป็นรากฐานสร้างรายได้เชิงพาณิชย์
- นวัตกรรม IMVT-1402 ล้ำหน้า: มีศักยภาพ Best-in-Class ในกลุ่ม FcRn ด้วยรูปแบบฉีดใต้ผิวหนังที่ไม่รบกวนไขมัน LDL และ Albumin
Weaknesses (จุดอ่อน)
- ยังคงมีผลประกอบการขาดทุน: มีค่าใช้จ่าย R&D และ SG&A สูงต่อเนื่อง ส่งผลให้ขาดทุนจากการดำเนินงานราว $900M–$1,000M ต่อปี
- ขาดประสบการณ์เชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่: ยังไม่เคยสร้างเครือข่ายจำหน่ายยาและบริหารจัดการห่วงโซ่ความเย็นในระดับ Blockbuster ด้วยตนเอง
- การถือหุ้นแบบไม่เบ็ดเสร็จใน Vants: ถือหุ้น Immunovant เพียง ~57% ทำให้มูลค่าบางส่วนตกเป็นของผู้ถือหุ้นรายย่อยของ IMVT
- ความผันผวนของราคาหุ้นตามข่าวชีวเวชภัณฑ์: ราคาหุ้นมีความอ่อนไหวสูงต่อผลการทดลองทางคลินิกและการตัดสินใจของหน่วยงานกำกับดูแล
Opportunities (โอกาส)
- การขยายข้อบ่งใช้ของ Brepocitinib: การทดลอง Phase 3 ใน Non-infectious Uveitis และ Sarcoidosis สามารถขยายตลาดเป้าหมายได้อีกหลายเท่าตัว
- การเจาะตลาด Graves’ Disease ของ IMVT-1402: ตลาดโรคไทรอยด์ตาโปนเป็นโรคที่มีผู้ป่วยจำนวนมากและยังไม่มีชีววัตถุฉีดใต้ผิวหนังที่สะดวกใช้
- ความสำเร็จของ Mosliciguat ใน PH-ILD: ตลาดความดันปอดสูงยังขาดแคลนยาที่มีประสิทธิภาพสูง ข้อมูล Phase 2 ที่โดดเด่นเปิดทางสู่การเป็นผู้นำ
- Upside จากคดีสิทธิบัตร Pfizer/BioNTech: โอกาสได้รับเงินชดเชยหรือค่าสิทธิเพิ่มเติมจากการเจรจาหรือคำพิพากษาของศาลในอนาคต
Threats (อุปสรรค)
- การแข่งขันรุนแรงในตลาด Immunology: บริษัทยาข้ามชาติอย่าง argenx, Johnson & Johnson, Sanofi และ AbbVie กำลังเร่งพัฒนายาต้านภูมิคุ้มกัน
- แรงกดดันด้านราคายาจากนโยบายภาครัฐ: มาตรการ Inflation Reduction Act (IRA) ในสหรัฐฯ และความเข้มงวดในการกำหนดราคายาของ PBMs
- ความเสี่ยงจากการไม่ผ่านเกณฑ์ความปลอดภัย: ยาในกลุ่ม JAK/TYK อาจถูกจับตามองด้านผลข้างเคียงต่อระบบหัวใจและหลอดเลือดหรือการติดเชื้อ
- ความล่าช้าในการสรรหาผู้ป่วยเข้าทดลอง: โรคหายากอย่าง Dermatomyositis หรือ PH-ILD มีจำนวนผู้ป่วยจำกัด อาจทำให้การทดลองยืดเยื้อ
13. มุมมองนักลงทุนและการประเมินมูลค่า (Investor View)
การประเมินมูลค่าตามวิธีผลรวมรายส่วน (Sum-of-the-Parts: SOTP) และกลยุทธ์การลงทุน
1. แบบจำลองการประเมินมูลค่า SOTP (Sum-of-the-Parts Valuation)
เนื่องจาก Roivant มีลักษณะเป็นบริษัทโฮลดิ้งด้านเทคโนโลยีชีวภาพ การประเมินมูลค่าจึงต้องแยกวิเคราะห์สินทรัพย์ตามความเสี่ยงและสถานะทางคลินิก:
ตารางที่ 13.1 รายละเอียดการประเมินมูลค่าผลรวมรายส่วน (SOTP Model ณ ตุลาคม 2026)| ส่วนประกอบสินทรัพย์ (Asset Component) | วิธีการประเมินมูลค่าและสมมติฐานหลัก | มูลค่าประเมิน ($M) | มูลค่าต่อหุ้น ($/Share) |
|---|
| เงินสดและหลักทรัพย์สุทธิ (Net Cash & Settlement) | เงินสด $3.84B + ลูกหนี้ Moderna $771.6M หักหนี้สิน $384.6M | 4,227.4 | $5.85 |
| Immunovant (IMVT-1402 & Batoclimab) | สัดส่วนการถือหุ้น 57% ใน IMVT อิงราคาตลาดและ rNPV ของ Graves’ + MG + D2T RA | 13,500.0 | $18.69 |
| Priovant (Brepocitinib / LISRAYA) | สัดส่วน 75% ประเมิน rNPV ยอดขายสูงสุด $1.8B ใน Dermatomyositis + Uveitis (WACC 10%) | 6,200.0 | $8.58 |
| Pulmovant (Mosliciguat) | ประเมิน rNPV ของข้อบ่งใช้ PH-ILD (ความน่าจะเป็นสำเร็จทางคลินิก 55%) | 2,600.0 | $3.60 |
| Genevant & Royalty Rights | มูลค่าสิทธิบัตร LNP และสิทธิ์รับส่วนแบ่งในอนาคตจาก Pfizer/BioNTech และพันธมิตร | 950.0 | $1.32 |
| หัก: ค่าใช้จ่ายส่วนกลางของบริษัทแม่ (Corporate Overhead) | คิดลดค่าใช้จ่ายดำเนินงานส่วนกลางปีละ $120M ตลอด 5 ปี | (500.0) | ($0.69) |
| มูลค่ารวมที่แท้จริงตามวิธี SOTP (Base Fair Value) | คำนวณบนฐานหุ้นสามัญเจือจาง 722.3 ล้านหุ้น | 26,977.4 | $37.35 (~$38.00) |
2. รายการตรวจสอบสำหรับติดตามการลงทุน (Monitoring Checklist)