เขียนโดย HypeTimes Staff · ข้อมูล ณ
1. สรุปผู้บริหาร / Executive Summary
ข้อมูลตลาด ณ ปิด 9 ต.ค. 2026 · ผลประกอบการล่าสุด 1H26 (สิ้นสุด 30 มิ.ย. 2026) · งบเป็น € ล้าน
Ferrari ทำกำไรได้ดีและยังควบคุมปริมาณรถได้ตามแผน ไตรมาส 2 ปี 2026 รายได้ €1,938 ล้าน เพิ่ม 8% และ EBIT margin อยู่ที่ 31.2% ปริมาณส่งมอบรถรวมครึ่งปีลดลง 4.0% (6,802 คัน) แต่รายได้ยังโต เพราะส่วนผสมรุ่นและการปรับแต่งส่วนบุคคล (personalization) ทดแทนได้ บริษัทจึงยกเป้าหมายรายได้และ EPS ปี 2026 ขึ้นเมื่อ 30 ก.ค. 2026 ราคาหุ้นปิดที่ US$389.91 อยู่ต่ำกว่าจุดสูงสุด 52 สัปดาห์ 10.8% ค่าเฉลี่ยเป้าหมายนักวิเคราะห์ US$452.44 สูงกว่าราคาปัจจุบันราว 16%
ราคาปิด · มูลค่าตลาด
US$389.91 · US$68.6B
EBITDA 1H26 · margin
€1,477 ล้าน · 39.0%
+5.3% YoY · margin ลดลง 0.2 จุด (1H25: 39.2%)
(ข่าว 2Q26)กระแสเงินสดอิสระ (ธุรกิจอุตสาหกรรม) 1H26
€929 ล้าน
+13.6% YoY · ครึ่งปีแรกเท่ากับ 60% ของเป้า ≥€1.55 พันล้าน
(ข่าว 2Q26)กำไรสุทธิ · EPS เจือจาง 1H26
€876 ล้าน · €4.95
P/E TTM · P/E ล่วงหน้า
36.7x · 34.7x
ปรับฐานหุ้นสามัญ 175.9 ล้านหุ้น (StockAnalysis 40.1x) · LVMH ADR 16.9x
(StockAnalysis)ประเด็นสำคัญ
1. ผู้บริหารยกเป้าหมายปี 2026 ขึ้นล่าสุดเมื่อ 30 ก.ค. 2026
เป้ารายได้ ~€7.60 พันล้าน (เดิม ~€7.50 พันล้าน) EBITDA ปรับปรุง ≥€2.97 พันล้าน (เดิม ≥€2.93 พันล้าน) และ EPS ปรับปรุง ≥€9.68 (เดิม ≥€9.45) ปัจจัยหลักคือการปรับแต่งรถมากกว่าที่คาด และค่าเงินที่กระทบน้อยกว่าคาดหลังหักการป้องกันความเสี่ยง (ข่าว 2Q26)
2. ปริมาณรถลดลงในสหรัฐฯ และจีน ขณะที่ยุโรปโต
ส่งมอบ 2Q26 ลดลง 3.7% เป็น 3,366 คัน อเมริกาลด 20.7% (787 คัน) และจีน ฮ่องกง ไต้หวันลด 32.5% (185 คัน) ยุโรป (EMEA) เพิ่ม 12.8% บริษัทอธิบายการกระจายรถตามกลยุทธ์จัดสรรเพื่อรักษาความพิเศษของแบรนด์ (ข่าว 2Q26) สหรัฐฯ คิดเป็น 25% ของปริมาณรถปี 2025 และ 28% ของรายได้รถและอะไหล่ (20-F 2025)
3. การเปลี่ยนผ่านรุ่นและไฟฟ้า ทำให้ค่าใช้จ่ายลงทุนสูงกว่าค่าเสื่อม
ค่าใช้จ่ายลงทุน (capex) 1H26 €489 ล้าน สูงกว่าค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย €324 ล้าน ประมาณ 1.5 เท่า เพราะบริษัทตั้งเป้าเปิดตัวรุ่นใหม่เฉลี่ยปีละ 4 รุ่นในช่วง 2026–2030 และเปิดตัวรถไฟฟ้าคันแรก Ferrari Luce เป็นขั้นตอน (งบกลางปี 2026) (20-F 2025)
สรุปมุมมอง Bull / Base / Bear (รายละเอียดในหัวข้อ 13)
Bull · เป้าสูงสุดของนักวิเคราะห์ US$514
- ปรับแต่งรถและส่วนผสมรุ่นยังดีต่อเนื่อง
- รายได้ปี 2026 และ EBITDA ทำได้เกินเป้า
- ตลาดจีนและอเมริกากลับมาหลังการจัดสรรรถ
Base · ค่าเฉลี่ยเป้าหมาย US$452 (+16%)
- ทำได้ตามแนวทางปี 2026 ที่ยกขึ้นล่าสุด
- ปริมาณรถค่อนข้างทรงตัว รายได้โตจากผสมรุ่น
- ราคาหุ้นอิงกับกำไรปี 2027 ที่นักวิเคราะห์คาด
Bear · จุดต่ำสุด 52 สัปดาห์ US$312.51 (−20%)
- ปริมาณรถลดต่อเนื่อง อเมริกาและจีนแย่ลง
- ค่าเงินและภาษีศุลกากรกดอัตรากำไร
- ตัวคูณ P/E ลดลงหากการเติบโตไม่ตามคาด
2. Factsheet
ตลาด ณ ปิด 9 ต.ค. 2026 · งบล่าสุด 1H26 · ตัวเลขตลาดเป็น US$ (NYSE)
ช่วง 52 สัปดาห์
312.51 – 437.15
P/E TTM · Forward
36.7x · 34.7x
ปรับฐานหุ้นสามัญ (StockAnalysis 40.1x / 36.7x) · Beta 5 ปี 0.61
(StockAnalysis)P/BV
16.4x
ปรับฐานหุ้นสามัญ (StockAnalysis 17.9x) · ส่วนของผู้ถือหุ้น €3,665 ล้าน (30 มิ.ย. 2026)
(งบกลางปี 2026)เงินปันผลปี 2026 · อัตราผลตอบแทน
US$4.26 · 1.09%
หุ้นสามัญออกจำหน่าย
175.9 ล้านหุ้น
ณ 30 มิ.ย. 2026 · ถือในคลัง 1.5 ล้านหุ้น (24 ก.ค. 2026)
(ข่าว 2Q26)ผู้ถือหุ้นใหญ่ · สิทธิออกเสียง
Exor 32.3%
เป้าหมายนักวิเคราะห์เฉลี่ย
US$452.44
ข้อมูลบริษัท
ข้อมูลองค์กรและโครงสร้างทุน · ที่มา: 20-F 2025, งบกลางปี 2026, ข่าว 2Q26| รายการ | รายละเอียด |
|---|
| การจดทะเบียนและตลาด | Ferrari N.V. จดทะเบียนในเนเธอร์แลนด์ สำนักงานใหญ่และโรงงานที่ Maranello อิตาลี · ซื้อขายที่ NYSE (RACE) และ Euronext Milan (EXM) · ราคาในรายงานนี้คือ NYSE เท่านั้น (20-F 2025) |
| รูปแบบการรายงาน | foreign private issuer ยื่น 20-F และ 6-K · IFRS · สกุลเงิน € · ปีบัญชีสิ้นสุด 31 ธ.ค. (20-F 2025) |
| ผู้บริหารหลัก | Benedetto Vigna (CEO) · Antonio Picca Piccon (CFO) (ข่าว 2Q26) |
| ปริมาณส่งมอบ 2025 | 13,640 คัน (ไม่รวมรถแข่งจำกัดจำนวน รถมือสอง และรายการพิเศษ) · ลด 0.8% · ระบบเป็น ICE 58% และไฮบริด 42% (20-F 2025) |
| พนักงานเฉลี่ย | 5,747 คน (1H26) (งบกลางปี 2026) |
| โครงสร้างหุ้น | หุ้นสามัญ (common) และหุ้นมีสิทธิออกเสียงพิเศษ (special voting shares) ที่ผูกกับโปรแกรม loyalty voting · หุ้นสามัญของ Piero Ferrari 10.7% · หุ้นพิเศษ 14.7% (20-F 2025) |
| วันประกาศผลครั้งถัดไป | 3 พ.ย. 2026 (ตามรายการ StockAnalysis) · ยังไม่มีงบ 3Q26 ยื่นต่อ SEC ณ 11 ต.ค. 2026 (StockAnalysis) |
หมายเหตุ: ราคาและ P/E มาจากแหล่งตลาดที่คำนวณด้วย US$ และไม่สามารถกระทบยอดกับ EPS ที่เป็น € ได้โดยไม่มีอัตราแลกเปลี่ยนที่ตรวจสอบแล้ว รายงานนี้จึงแสดงตัวเลขตามแหล่งและไม่คำนวณใหม่
3. ลักษณะธุรกิจ / Business Overview
ที่มา: 20-F 2025 (ส่วนธุรกิจ), งบกลางปี 2026, ข่าว 2Q26 · ข้อมูลงบ ณ 30 มิ.ย. 2026 · รายได้ 1H26 เป็น €
Ferrari หารายได้จากสามส่วน ได้แก่ รถสปอร์ตที่ผลิตจำกัดและปรับแต่งเฉพาะคัน ทีมแข่ง Scuderia Ferrari และแบรนด์ที่ต่อยอดไปสู่ไลฟ์สไตล์ โมเดลนี้ขาย “ความพิเศษ” มากกว่าปริมาณ บริษัทผลิตรถประมาณ 13,600 คันต่อปี และมีรายการรอคิวสั่งซื้อที่ครอบคลุมปี 2027 ตามที่ CEO ระบุ (ข่าว 2Q26)
รายได้ 1H26 แบ่งตามประเภท (รวม €3,786 ล้าน) · ที่มา: งบกลางปี 2026 · 20-F 2025 (ข้อมูลกลุ่มลูกค้า)สายผลิตภัณฑ์และแนวโน้มรุ่น
ผลิตภัณฑ์หลักที่กล่าวถึงในรายงานประจำปีและข่าวไตรมาส 2 · ที่มา: 20-F 2025, ข่าว 2Q26| กลุ่มผลิตภัณฑ์ | รุ่นที่กล่าวถึง | สถานะ/บทบาท |
|---|
| V12 และรุ่นเรือธง | 12Cilindri, 12Cilindri Spider, 12Cilindri Manuale (Special Series) | 12Cilindri ขยายสู่ตลาดโลกครบแล้วในปี 2025 · Manuale จัดสรรเต็มแล้ว (ข่าว 2Q26) |
| ไฮบริดและ SUV | Purosangue, 296 GTS, 296 Speciale, Roma Spider | Purosangue ยังเป็นตัวหลักของปริมาณ 2025 · Roma Spider และ 296 GTS ลดลงตามวงจรการผลิต (20-F 2025) |
| รุ่นใหม่ปี 2026 | F80, Amalfi, 849 Testarossa | F80 ส่งมอบตามแผน · Amalfi และ 849 Testarossa อยู่ระหว่างการเพิ่มกำลังการผลิต (ข่าว 2Q26) |
| ไฟฟ้า (EV) | Ferrari Luce | รถไฟฟ้าคันแรก เปิดตัวเป็นขั้นตอนตั้งแต่ตุลาคม 2025 · ชื่อรุ่นประกาศกุมภาพันธ์ 2026 (20-F 2025) |
| รุ่นพิเศษจำกัด | SF90 XX family, Daytona SP3, 499P Modificata | 499P Modificata เป็นรถแข่งจำกัด ไม่รวมในตัวเลขปริมาณ · Daytona SP3 ส่งมอบจบไตรมาส 3 ปี 2025 · ใช้สร้างความต้องการในกลุ่มนักสะสม (20-F 2025) |
บริษัทตั้งเป้าเปิดตัวรุ่นใหม่เฉลี่ยปีละ 4 รุ่นในช่วง 2026–2030 และลงทุนศูนย์ปรับแต่ง Tailor Made ที่โตเกียวและลอสแอนเจลิสภายในปี 2027
(20-F 2025)สิ่งที่ทำให้โมเดลนี้ต่างจากผู้ผลิตรถทั่วไป
ปริมาณถูกจำกัด ราคาและอัตรากำไรขึ้นจากส่วนผสม
ปริมาณรถเพิ่มจาก 7,255 คันในปี 2014 เป็น 13,663 คันในปี 2023 และคงที่ราว 13,700 คันในปี 2024–2025 บริษัทเพิ่มรายได้ต่อคันผ่านรุ่นที่แพงขึ้นและการปรับแต่ง รายได้รถและอะไหล่ปี 2025 €6,005 ล้านต่อ 13,640 คัน เท่ากับประมาณ €440,000 ต่อคัน (คำนวณเอง รวมอะไหล่และการปรับแต่ง) (20-F 2025)
ฐานลูกค้าเดิมเป็นกลไกหลักของความต้องการ
ลูกค้า 84% ของรถคันใหม่ในปี 2025 เป็นเจ้าของ Ferrari อยู่แล้ว และ 56% เป็นเจ้าของหลายคัน หมายความว่าปริมาณขึ้นกับความภักดีและรุ่นใหม่มากกว่าการขยายฐานลูกค้า (20-F 2025)
F1 และแบรนด์ช่วยให้ความต้องการคงอยู่
Scuderia Ferrari เข้าร่วมฟอร์มูลาวันตั้งแต่ปี 1950 และมีแชมป์ผู้สร้างรถ 16 สมัย แชมป์นักขับ 15 สมัย (ข่าว 2Q26) รายได้สปอนเซอร์และการค้า 1H26 €427 ล้าน เพิ่ม 8% แต่ขึ้นกับอันดับ F1 ของปีก่อนหน้า ซึ่งทำให้ค่าการค้า F1 ในไตรมาส 2 ลดลง
การกระจายตลาดส่งมอบ 1H26
ปริมาณส่งมอบรถ (ไม่รวมรถแข่งจำกัดจำนวน รถมือสอง และรายการพิเศษ) · ที่มา: ข่าว 2Q26 และงบกลางปี 2026| ภูมิภาค | 2Q26 (คัน) | 2Q25 (คัน) | เปลี่ยนแปลง | 1H26 (คัน) | สัดส่วน 1H26 |
|---|
| EMEA | 1,856 | 1,646 | +12.8% | 3,314 | 48.7% |
| อเมริกา (ส่วนสหรัฐฯ 1,624 คันใน 1H26) | 787 | 993 | −20.7% | 1,817 | 26.7% |
| จีนแผ่นดินใหญ่ ฮ่องกง ไต้หวัน | 185 | 274 | −32.5% | 440 | 6.5% |
| เอเชียแปซิฟิกอื่น | 538 | 581 | −7.4% | 1,231 | 18.1% |
| รวม | 3,366 | 3,494 | −3.7% | 6,802 | 100% |
FY2023–FY2025 จากรายงานประจำปี 20-F · 1H25 และ 1H26 จากงบกลางปี 2026 · งบล่าสุด ณ 30 มิ.ย. 2026 · หน่วย € ล้าน ยกเว้นระบุ
ตารางผลประกอบการ · ที่มา: 20-F 2025, งบกลางปี 2026| รายการ (€ ล้าน) | FY2023 | FY2024 | FY2025 | 1H25 | 1H26 | 1H26 เทียบ 1H25 |
|---|
| รายได้สุทธิ | 5,970 | 6,677 | 7,146 | 3,578 | 3,786 | +5.8% |
| EBITDA | 2,279 | 2,555 | 2,772 | 1,402 | 1,477 | +5.3% |
| margin EBITDA | 38.2% | 38.3% | 38.8% | 39.2% | 39.0% | −0.2 จุด |
| กำไรจากการดำเนินงาน (EBIT) | 1,617 | 1,888 | 2,110 | 1,094 | 1,153 | +5.4% |
| margin EBIT | 27.1% | 28.3% | 29.5% | 30.6% | 30.5% | −0.1 จุด |
| กำไรสุทธิ | 1,257 | 1,526 | 1,600 | 837 | 876 | +4.7% |
| margin กำไรสุทธิ | 21.1% | 22.9% | 22.4% | 23.4% | 23.1% | −0.3 จุด |
| EPS เจือจาง (€) | 6.90 | 8.46 | 8.96 | 4.68 | 4.95 | +5.8% |
| ปริมาณส่งมอบ (คัน) | 13,663 | 13,752 | 13,640 | 7,087 | 6,802 | −4.0% |
EBITDA ของ Ferrari คำนวณจากกำไรสุทธิบวกภาษี ค่าใช้จ่ายทางการเงินสุทธิ และค่าเสื่อมและตัดจำหน่าย ไม่มีรายการปรับปรุงในงวดที่แสดง จึงเท่ากับ Adjusted EBITDA
(ข่าว 2Q26) · EPS ปี 2023–2025 และ 1H ตามงบที่ยื่น · ปริมาณไม่รวมรถแข่งจำกัด
รายได้ 2Q26 · EBIT margin
€1,938 ล้าน · 31.2%
+8% (+11% ที่อัตราแลกเปลี่ยนคงที่) · EBIT +10%
(ข่าว 2Q26)ค่าเงินและการป้องกันความเสี่ยง
ลบ (USD, JPY)
ผลกระทบจากค่าเงินสุทธิจากการป้องกันเป็นลบ · ดีกว่าที่คาดในเป้าปรับใหม่
(ข่าว 2Q26)ค่าเสื่อม 1H26
€324 ล้าน
+5.2% YoY ตลอดครึ่งปี · 2Q26 ลดชั่วคราวระหว่างเปลี่ยนรุ่น (€150 ล้าน เทียบ €157 ล้าน)
(ข่าว 2Q26)รายได้ EBITDA และกำไรสุทธิ (€ ล้าน) · FY2023 → TTM มิ.ย. 2026
TTM คำนวณเองจาก FY2025 − 1H25 + 1H26: รายได้ €7,354 ล้าน · EBITDA €2,847 ล้าน · กำไรสุทธิ €1,639 ล้าน · ที่มา:
20-F 2025 ·
งบกลางปี 2026อัตรากำไร EBITDA และกำไรสุทธิ (% ของรายได้) · FY2023 → TTM มิ.ย. 2026
งวดครึ่งปีแรก: 1H2025 เทียบ 1H2026 (€ ล้าน)
ตัวขับเคลื่อนกำไรที่ตรวจสอบได้
- รายได้รถและอะไหล่ 1H26 €3,185 ล้าน เพิ่ม 5% ที่อัตราจริง และ 7% ที่อัตราคงที่ ทั้งที่ปริมาณ 1H ลด 4% (ข่าว 2Q26)
- ต้นทุนขายปี 2025 €3,453 ล้าน หรือ 48.3% ของรายได้ ลดจาก 49.9% ปี 2024 และมีภาษีนำเข้าสหรัฐฯ กระทบครึ่งหลังปี 2025 (20-F 2025)
- ค่าใช้จ่ายวิจัยและพัฒนา 1H26 ที่บันทึกในกำไรขาดทุน €463 ล้าน ใกล้เคียงปีก่อน ส่วนที่ทำให้เป็นทุน €234 ล้าน (ข่าว 2Q26)
- อัตราภาษีประสิทธิผล 1H26 23% เป็นผลจากระบบ Patent Box ของอิตาลี (ข่าว 2Q26)
5. งบแสดงสถานะการเงิน / Balance Sheet
ณ 31 ธ.ค. 2024, 31 ธ.ค. 2025 และ 30 มิ.ย. 2026 · หน่วย € ล้าน
งบแสดงฐานะการเงินรวม · ที่มา: 20-F 2025, งบกลางปี 2026| รายการ | 31 ธ.ค. 2024 | 31 ธ.ค. 2025 | 30 มิ.ย. 2026 |
|---|
| สินทรัพย์รวม | 9,497 | 9,628 | 10,214 |
| หนี้สินรวม (สินทรัพย์ − ส่วนของผู้ถือหุ้น · คำนวณเอง) | 5,954 | 5,713 | 6,549 |
| ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม | 3,543 | 3,915 | 3,665 |
| ส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทแม่ | n/a | 3,907 | 3,658 |
| เงินสดและรายการเทียบเท่า | 1,742 | 1,467 | 1,486 |
| ลูกหนี้จากกิจกรรมการเงิน (สินเชื่อลูกค้าและตัวแทน) | 1,662 | 1,613 | 1,799 |
| หนี้สินที่มีดอกเบี้ย (Debt) | 3,352 | 2,884 | 3,166 |
| ในนั้น: หนี้สินตามสัญญาเช่า (IFRS 16) | 126 | 162 | 157 |
ที่มา:
20-F 2025 (งบ 31 ธ.ค. 2024 และ 2025) ·
งบกลางปี 2026 (30 มิ.ย. 2026) · ส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทแม่ ณ 31 ธ.ค. 2024 ไม่มีในข้อมูลที่ดึงมา · ไม่มีงบ 31 ธ.ค. 2023 ในเอกสารที่ใช้ จึงแสดงเพียงสามจุด
องค์ประกอบงบแสดงฐานะการเงิน (€ ล้าน)
กระแสเงินสด
กระแสเงินสดอิสระ (ธุรกิจอุตสาหกรรม) และการลงทุน · ที่มา: 20-F 2025, ข่าว 2Q26| รายการ (€ ล้าน) | FY2023 | FY2024 | FY2025 | 1H25 | 1H26 |
|---|
| กระแสเงินสดอิสระจากธุรกิจอุตสาหกรรม | 932 | 1,027 | 1,535 | 818* | 929 |
| ค่าลงทุน (capex, ไม่รวม IFRS 16) | 911 | 1,064 | 1,013 | 463 | 489 |
| กระแสเงินสดอิสระ / กำไรสุทธิ | 74% | 67% | 96% | n/a | n/a |
* 1H25 ปรับใหม่โดยตัดภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่จ่ายภายหลัง €34 ล้าน ตามที่บริษัทระบุ · ตั้งแต่ 1H26 ไม่รวมภาษีหัก ณ ที่จ่าย · อัตราคำนวณเอง · ที่มา:
ข่าว 2Q26,
20-F 2025
6. หนี้สินและเลเวอเรจ / Leverage
ณ 31 ธ.ค. 2024, 31 ธ.ค. 2025 และ 30 มิ.ย. 2026 · อัตราส่วนคำนวณจากงบ · หนี้รวมธุรกิจบริการทางการเงิน (Ferrari Financial Services)
หนี้สุทธิกลุ่ม ณ 30 มิ.ย. 2026
€1,680 ล้าน
หนี้สุทธิธุรกิจอุตสาหกรรม ณ 30 มิ.ย. 2026
€131 ล้าน (สุทธิ)
จาก net cash €388 ล้านใน 31 มี.ค. 2026 หลังจ่ายคืนผู้ถือหุ้นมากกว่า €800 ล้าน
(ข่าว 2Q26)สภาพคล่องรวม 31 ธ.ค. 2025
€2,017 ล้าน
อัตราส่วนหนี้ · ที่มา: คำนวณจาก 20-F 2025 และ งบกลางปี 2026| อัตราส่วน | 31 ธ.ค. 2024 | 31 ธ.ค. 2025 | 30 มิ.ย. 2026 |
|---|
| หนี้สินที่มีดอกเบี้ย / ส่วนของผู้ถือหุ้น (กลุ่ม) | 0.95x | 0.74x | 0.86x |
| หนี้สุทธิ / ส่วนของผู้ถือหุ้น (กลุ่ม) | 0.45x | 0.36x | 0.46x |
| หนี้สุทธิธุรกิจอุตสาหกรรม / ส่วนของผู้ถือหุ้น | 0.05x | 0.01x | 0.04x |
| หนี้สุทธิกลุ่ม / EBITDA | 0.63x (FY24) | 0.51x | 0.59x (TTM) |
| หนี้สุทธิของ FSA (€ ล้าน) | 1,430 | 1,385 | 1,549 |
หมายเหตุ: กราฟใช้ฐานหนี้สุทธิกลุ่ม (รวม FSA) เพราะเป็นตัวเลขที่บริษัทรายงานในงบรวม ส่วนหนี้สุทธิธุรกิจอุตสาหกรรมไม่รวมหนี้ของ Ferrari Financial Services ซึ่งหนุนหลังด้วยลูกหนี้สินเชื่อ €1,613 ล้านและหนี้ securitization €1,288 ล้าน ณ 31 ธ.ค. 2025 · ที่มา:
20-F 2025 (Net Debt และ Net Industrial Debt)อัตราส่วนหนี้ต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (เท่า)
หนี้สุทธิกลุ่มเพิ่มจากการให้สินเชื่อและการจ่ายคืนผู้ถือหุ้น
หนี้สุทธิกลุ่มเพิ่มจาก €1,417 ล้านเป็น €1,680 ล้านในครึ่งปีแรก 2026 ส่วนที่เพิ่มมากที่สุดคือหนี้สุทธิของ FSA (+€164 ล้าน) ซึ่งตามการโตของลูกหนี้สินเชื่อจาก €1,613 ล้านเป็น €1,799 ล้าน ส่วนธุรกิจอุตสาหกรรมเปลี่ยนจาก net cash €388 ล้านในไตรมาส 1 เป็นหนี้สุทธิ €131 ล้านในไตรมาส 2 จากการจ่ายคืนผู้ถือหุ้นมากกว่า €800 ล้าน (ข่าว 2Q26)
7. สัดส่วนธุรกิจ / Segments
Ferrari รายงาน 1 ส่วนงานดำเนินงานและ 1 ส่วนงานรายงาน จึงใช้การแบ่งตามประเภทรายได้ · งบ ณ 30 มิ.ย. 2026 · ที่มา: 20-F 2025, งบกลางปี 2026
รายได้ตามประเภท (€ ล้าน) · ที่มา: 20-F 2025, งบกลางปี 2026| ประเภท | FY2023 | FY2024 | FY2025 | 1H26 | สัดส่วน 1H26 |
|---|
| รถและอะไหล่ (cars and spare parts) | 5,119 | 5,728 | 6,005 | 3,185 | 84.1% |
| สปอนเซอร์ การค้า และแบรนด์ | 572 | 670 | 820 | 427 | 11.3% |
| อื่น ๆ (บริการการเงิน สนามมูเจลโล เครื่องยนต์ให้ทีม F1) | 279 | 279 | 321 | 174 | 4.6% |
| รวม | 5,970 | 6,677 | 7,146 | 3,786 | 100% |
สัดส่วนรายได้ 1H26 ตามประเภท (€ ล้าน)
ที่มา:
ข่าว 2Q26 · “อื่น ๆ” รวมเครื่องยนต์ที่ให้ทีมอื่นเช่า ซึ่งเพิ่มในไตรมาส 2 ตามที่บริษัทระบุ
ความเสี่ยงของการกระจุกตัว
รถและอะไหล่คิดเป็นกว่า 84% ของรายได้ ดังนั้นกำไรแทบทั้งหมดขึ้นกับปริมาณและการปรับแต่งรถ ธุรกิจสปอนเซอร์และแบรนด์มีสัดส่วนเล็กแต่โตเร็วกว่า (FY25 +22%) และขึ้นกับอันดับ F1 ของปีก่อนหน้า (20-F 2025)
8. ประวัติปันผล / Dividend History
เงินปันผลต่อหุ้นที่ผู้ถือหุ้นอนุมัติในที่ประชุมใหญ่ประจำปี · ปีในกราฟคือปีที่อนุมัติ · จ่ายเป็นยูโร · ข้อมูล ณ 30 มิ.ย. 2026 (ปันผลที่อนุมัติล่าสุดเมื่อ 15 เม.ย. 2026)
เงินปันผลต่อหุ้น · ที่มา: 20-F 2025 (AGM 14 เม.ย. 2023, 17 เม.ย. 2024, 16 เม.ย. 2025), งบกลางปี 2026 (AGM 15 เม.ย. 2026)| ปีที่อนุมัติ | ปันผล/หุ้น (€) | ปันผล/หุ้น (US$, NYSE) | รวมที่จ่าย (€ ล้าน) | อัตราจ่ายต่อกำไร (ปรับปรุง) |
|---|
| 2023 (สำหรับปี 2022) | 1.810 | n/a | 329 | n/a |
| 2024 (สำหรับปี 2023) | 2.443 | n/a | 440 | ~35% |
| 2025 (สำหรับปี 2024) | 2.986 | 3.39210 | 532 | ~35% |
| 2026 (สำหรับปี 2025) | 3.615 | 4.25919 | 638 | ~40% |
อัตราจ่ายปี 2026 คำนวณเองจาก €3.615 × 178.1 ล้านหุ้น (ค่าเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักปี 2025) ÷ กำไรของผู้ถือหุ้นบริษัทแม่ €1,597 ล้าน = 40.3% · อัตราจ่ายปี 2024 และ 2025 คำนวณเองจากปันผลที่อนุมัติ × จำนวนหุ้นถ่วงน้ำหนักของปีนั้น ÷ กำไรของผู้ถือหุ้นบริษัทแม่ (ปี 2024: 2.443 × 181.2 ล้านหุ้น ÷ €1,252 ล้าน; ปี 2025: 2.986 × 179.7 ล้านหุ้น ÷ €1,522 ล้าน) · CMD ตุลาคม 2025 ปรับอัตราจ่ายจาก 35% เป็น 40% ของกำไรปรับปรุงเริ่มผลประกอบการปี 2025 · ปันผล US$ จาก
งบกลางปี 2026 ตามอัตราวันอนุมัติ
เงินปันผลต่อหุ้น (€) · ปีที่อนุมัติ
หมายเหตุ: กราฟแสดงสัญลักษณ์ “$” ตามระบบ เพราะค่านี้เป็น € ไม่ใช่ US$ (ข้อจำกัดของ chart ที่ใช้ร่วมกัน) · ที่มา:
20-F 2025 ·
งบกลางปี 2026การคืนทุนอื่น
โปรแกรมซื้อหุ้นคืน 2026–2030 ประมาณ €3.5 พันล้าน
ประกาศใน CMD 9 ต.ค. 2025 ปี 2025 ซื้อหุ้นคืน €785 ล้าน และไตรมาส 2 ปี 2026 €209 ล้าน หลังจากนั้นถึง 24 ก.ค. 2026 ซื้อเพิ่มอีก 139,732 หุ้น (€45.5 ล้าน) และยกเลิกหุ้นในคลัง 16.6 ล้านหุ้นสามัญเมื่อ 16 ก.ค. 2026 (20-F 2025) (ข่าว 2Q26)
9. เปรียบเทียบเพื่อน / Peer Comparison
ข้อมูลจาก StockAnalysis ทั้งหมด วันที่ 9 ต.ค. 2026 · มูลค่าตลาดเป็น US$ พันล้าน
ตารางเปรียบเทียบมูลค่าตลาดและค่าตัวคูณ · ที่มา: StockAnalysis RACE · LVMUY · TM · GM| บริษัท | ตลาด | มูลค่าตลาด (US$ B) | P/E TTM | P/E ล่วงหน้า | EV/EBITDA | P/BV | ปันผล |
|---|
| Ferrari (RACE) | NYSE | 68.59 | 36.7x | 34.7x | 25.0x | 16.4x | 1.09% |
| LVMH (LVMUY, ADR) | OTC | 209.81 | 16.9x | 16.1x | 9.2x | 2.6x | 2.78% |
| Toyota (TM, ADR) | NYSE | 216.50 | 7.9x | 13.5x | 12.1x | 0.9x | 2.89% |
| General Motors (GM) | NYSE | 72.59 | 41.7x | 5.9x | 10.7x | 1.2x | 0.87% |
มูลค่าตลาด (US$ B) และ P/E TTM
ที่มา: StockAnalysis (ดูตารางข้างบน) · มูลค่าตลาดและค่าตัวคูณของ Ferrari ปรับมาเป็นฐานหุ้นสามัญ 175.9 ล้านหุ้น StockAnalysis ใช้มูลค่าตลาด US$74.97B (ราว 192 ล้านหุ้น รวมหุ้นที่ยกเลิกเมื่อ 16 ก.ค. 2026 จำนวน 16.6 ล้านหุ้น) จึงปรับ P/E TTM 40.1x เป็น 36.7x, P/BV 17.9x เป็น 16.4x และ EV/EBITDA 27.3x เป็น 25.0x ตามสัดส่วนหุ้น และคำนวณ P/E ล่วงหน้าใหม่เป็น 34.7x (ราคา ÷ EPS 2026E €9.85 × 1.142) · EV/EBITDA 25.0x ใช้ EBITDA ของ StockAnalysis ซึ่งต่ำกว่า EBITDA รายงาน €2,847 ล้าน ถ้าใช้ EBITDA รายงานจะได้ราว 21.7x (ข้อมูลอ้างอิง) · ตรวจไขว้ ราคา ÷ EPS ปรับเจือจาง TTM €9.23 ที่ 1.142 ได้ราว 37x
การเลือกเพื่อนและข้อจำกัด
LVMH ใช้เป็นเพื่อนด้านแบรนด์หรูและ P/E ที่ต่ำกว่า ส่วน Toyota และ GM เป็นเพื่อนด้านรถยนต์ทั่วไป Ferrari อยู่ระหว่างสองกลุ่มนี้โดยธรรมชาติ Tesla (TSLA, NASDAQ) ไม่รวมในกราฟ เพราะ P/E TTM 397x ผิดปกติจากกำไรต่อหุ้นที่ต่ำมาก Hermès (OTC: HESAY) ไม่มีข้อมูลจากแหล่งที่ใช้ จึงไม่รวม GM มี P/E TTM 41.7x แต่ forward P/E 5.9x ซึ่งไม่สอดคล้องกันในแหล่งเดียวกัน ควรใช้ด้วยความระมัดระวัง
10. มุมมองอนาคต / Outlook
เป้าหมายจากบริษัทมาจากข่าว 2Q26 (30 ก.ค. 2026) และ CMD (9 ต.ค. 2025) · ค่าประมาณนักวิเคราะห์ระบุชื่อแหล่ง
แนวทางปี 2026 ของบริษัท (ปรับขึ้นล่าสุด 30 ก.ค. 2026) · ที่มา: ข่าว 2Q26| รายการ | แนวทางใหม่ 2026 | แนวทางเดิม | ผลจริง 2025 | เติบโตเทียบ 2025 (ใหม่) | 1H26 เทียบแนวทางใหม่ |
|---|
| รายได้สุทธิ | €7.60 พันล้าน
| | €7.50 พันล้าน€7.15 พันล้าน | +6.4% | 49.8% |
| EBITDA ปรับปรุง (margin) | ≥€2.97 พันล้าน (≥39.0%) | ≥€2.93 พันล้าน | €2.77 พันล้าน (38.8%) | +7.1% | 49.7% |
| EBIT ปรับปรุง (margin) | ≥€2.26 พันล้าน (≥29.5%) | ≥€2.22 พันล้าน | €2.11 พันล้าน (29.5%) | +7.1% | 51.0% |
| EPS ปรับปรุงเจือจาง | ≥€9.68 | ≥€9.45 | €8.96 | +8.0% | 51.1% |
| กระแสเงินสดอิสระอุตสาหกรรม | ≥€1.55 พันล้าน | ≥€1.50 พันล้าน | €1.54 พันล้าน | +1.0% | 59.9% |
การปรับเป้า: ปริมาณและการปรับแต่งดีกว่าคาด (personalization) และผลค่าเงินลบน้อยกว่าคาดหลังการป้องกันความเสี่ยง · คงเดิม: การเปลี่ยนรุ่น ส่วนผสมบวก รายได้แข่งขันและไลฟ์สไตล์สูงขึ้น ค่าใช้จ่ายแบรนด์ แข่งขันและดิจิทัลเพิ่ม และค่าเสื่อมเพิ่มตามรุ่นใหม่ · แนวทางอิงกับ “การมองเห็นปัจจุบันเกี่ยวกับผลของวิกฤตตะวันออกกลาง”
(ข่าว 2Q26)ฉันทามติของนักวิเคราะห์
ประมาณการเฉลี่ยจากนักวิเคราะห์ (€) · ที่มา: StockAnalysis RACE Forecast| ปี | รายได้ (€ พันล้าน) | EPS (€) | การเติบโต EPS | ช่วง EPS ปี 2026 |
|---|
| 2026E | 7.64 | 9.85 | +9.9% | 9.59–10.06 |
| 2027E | 8.28 | 11.02 | +11.9% | ดูเฉพาะสมาชิก Pro |
ประมาณการ 2026E สูงกว่าแนวทางบริษัท (EPS ≥€9.68) เล็กน้อย · ตัวเลขนี้เป็นของนักวิเคราะห์ ไม่ใช่ของบริษัท · ที่มา:
StockAnalysis ซึ่งรวมจาก S&P Global
ปัจจัยและเหตุการณ์ที่ต้องติดตาม (มีวันที่หรือสัญญาณที่ตรวจได้)
- 3 พ.ย. 2026 — ประกาศผลไตรมาส 3 (ตามรายการ StockAnalysis) · ดูปริมาณ 3Q และค่าการปรับแต่ง (StockAnalysis)
- ปี 2026–2030 — ซื้อหุ้นคืนประมาณ €3.5 พันล้าน ดูอัตราการซื้อรายไตรมาส (ไตรมาส 2 เท่ากับ €209 ล้าน) (ข่าว 2Q26)
- ส่วนที่เหลือของเงินปันผล 2026 — ยอดที่รอจ่ายในไตรมาสถัดไปตามงบกลางปี (งบกลางปี 2026)
- รุ่นใหม่ปี 2026–2030 — เฉลี่ย 4 รุ่นต่อปี · ดูการส่งมอบ Ferrari Luce และรุ่นพิเศษ 12Cilindri Manuale (20-F 2025)
- ปริมาณส่งมอบในสหรัฐฯ และจีน — 2Q26 อเมริกา −20.7% และจีน −32.5% ต้องดูว่ากลับเป็นบวกหรือไม่ในไตรมาสถัดไป
- ตะวันออกกลาง — การส่งมอบ 2Q26 เพิ่มเป็น 232 คัน (+42%) บริษัทระบุว่าแนวทางอ้างอิงกับวิกฤตตะวันออกกลางที่กำลังดำเนินอยู่ (ข่าว 2Q26)
11. ปัจจัยเสี่ยง / Risk Factors
เจ็ดหมวดหลักจาก 20-F 2025 และข่าว 2Q26 แต่ละหมวดมีตัวเลขและสัญญาณที่ติดตามได้ · หมวดที่ 7 เป็นความเสี่ยงจากการประเมินมูลค่า
1. ภาษีศุลกากรและนโยบายการค้า (สหรัฐฯ)
สหรัฐฯ คิดเป็น 25% ของปริมาณส่งมอบปี 2025 และ 28% ของรายได้รถและอะไหล่ ภาษีนำเข้าที่เพิ่มขึ้นกระทบต้นทุนขายในครึ่งหลังปี 2025 แล้ว (20-F 2025) · สัญญาณ: ปริมาณอเมริกา 2Q26 −20.7% (787 คัน) และนโยบายภาษีนำเข้ารถยนต์ยุโรป
2. อุปสงค์ในจีนและเอเชีย
จีน ฮ่องกง ไต้หวัน คิดเป็น 7% ของรายได้สุทธิปี 2025 และ 6.5% ของปริมาณ 1H26 ลดลง 32.5% ในไตรมาส 2 (20-F 2025) · สัญญาณ: ปริมาณจีน ฮ่องกง ไต้หวันในไตรมาส 3 เทียบกับ 2Q26 (185 คัน)
3. การลงทุนในรถไฟฟ้าและการเปลี่ยนรุ่น
บริษัทต้องลงทุนในเทคโนโลยีไฟฟ้า ซึ่งอาจไม่คืนทุนที่อัตรากำไรเป้าหมาย และเสี่ยงต่อมูลค่ารถเก่า (residual value) กับประสบการณ์การขับ 20-F ระบุว่าหากรถไฟฟ้าสู้ไม่ได้ในตลาด ผลประกอบการจะได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ (20-F 2025) · สัญญาณ: capex/ค่าเสื่อม (1H26 ราว 1.5 เท่า) ยอด capex ปี 2026 และการตอบรับของ Ferrari Luce
4. อุปสงค์สินค้าหรู มาโครเศรษฐกิจ และค่าเงิน
ลูกค้าหรูอ่อนไหวต่อความมั่งคั่งและภาษี การใช้จ่ายสินค้าหรูทั้งอุตสาหกรรมปี 2025 ทรงตัวจากปี 2024 ค่าเงิน USD และ JPY กระทบรายได้ 2Q26 ในทางลบ แม้ผลค่าเงินสุทธิจากการป้องกันจะดีกว่าที่คาด (20-F 2025) (ข่าว 2Q26) · สัญญาณ: ค่า USD/EUR และ JPY/EUR และปริมาณรายเดือนในยุโรปซึ่งเป็นตลาดหลัก (EMEA 48.7% ของ 1H26)
5. ตะวันออกกลางและการขนส่ง
แนวทางปี 2026 ปรับขึ้นแต่บริษัทระบุว่าอ้างอิงกับผลของวิกฤตตะวันออกกลาง ซึ่งอาจกระทบการจัดหาวัตถุดิบและการขนส่ง การส่งมอบในตะวันออกกลางเพิ่มเป็น 232 คันในไตรมาส 2 หรือ +42% (ข่าว 2Q26) · สัญญาณ: การปรับแนวทางครั้งถัดไปและความต่อเนื่องของการส่งมอบตะวันออกกลาง
6. การกำกับดูแลและโครงสร้างผู้ถือหุ้น
Exor ถือหุ้นสามัญ 21.33% แต่มีสิทธิออกเสียง 32.32% ผ่านโปรแกรม loyalty voting ส่วน Piero Ferrari ถือหุ้นพิเศษ 14.69% 20-F ระบุว่าโปรแกรมนี้อาจทำให้การเข้าซื้อควบคุมโดยบุคคลภายนอกยากขึ้นแม้จะเป็นที่ต้องการ และอาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์กับ Exor และ Stellantis (20-F 2025) · สัญญาณ: การขายหุ้นของ Exor (ABO ก.พ. 2025 ขายราว 3.7%) หรือการเปลี่ยนแปลงข้อตกลงผู้ถือหุ้น
7. ตัวคูณการประเมินมูลค่า (valuation risk)
หุ้นซื้อขายที่ P/E TTM 36.7x และ forward 34.7x (ราคา ÷ EPS 2026E) ขณะที่ LVMH อยู่ที่ 16.9x และ 16.1x หากการเติบโตไม่ตามเป้า ตัวคูณนี้เป็นส่วนที่เสี่ยงที่สุดของราคาหุ้น (StockAnalysis) · สัญญาณ: การปรับประมาณการ EPS 2026 และ 2027 หลังไตรมาส 3 และช่วงราคา 52 สัปดาห์ US$312.51–437.15
ความเสี่ยงที่ไม่ได้อยู่ในรายการ: ระบบ Patent Box ของอิตาลีลดอัตราภาษี หากกฎหมายเปลี่ยนแปลง อัตราภาษีประสิทธิผลอาจสูงขึ้นจากระดับ 1H26 ที่ 23% · ทีมแข่งอยู่ภายใต้เพดานค่าใช้จ่ายของ FIA ที่จำกัดการลงทุนด้านการแข่งขัน
(20-F 2025) (ข่าว 2Q26)
12. SWOT
สรุปจากตัวเลขในรายงาน · งบ ณ 30 มิ.ย. 2026 · ตลาด ณ 9 ต.ค. 2026 · ทุกข้อมีตัวเลขหรือแหล่งกำกับในหัวข้ออื่น
จุดแข็ง (Strengths)
- อัตรา EBITDA อยู่ระหว่าง 38% ถึง 39% ตั้งแต่ FY2023 (38.2%) จนถึง 1H26 (39.0%)
- กระแสเงินสดอิสระอุตสาหกรรมปี 2025 €1,535 ล้าน เกือบเท่ากับกำไรสุทธิ
- ลูกค้า 84% ของรถคันใหม่ปี 2025 เป็นเจ้าของ Ferrari อยู่แล้ว
- หนี้สุทธิธุรกิจอุตสาหกรรมเกือบเป็นศูนย์ (€131 ล้าน ณ มิ.ย. 2026)
จุดอ่อน (Weaknesses)
- รายได้พึ่งรถและอะไหล่ 84% ของรายได้ 1H26
- ปริมาณรถ 1H26 ลดลง 4.0% และไม่โตตั้งแต่ปี 2024
- แนวทาง FCF อุตสาหกรรม 2026 ≥€1.55 พันล้าน เกือบเท่าปี 2025 (€1.54 พันล้าน) ทั้งที่กำไรเพิ่มราว 7–8% เพราะ capex และค่าเสื่อมสูงขึ้น
- ไม่มีฐานรายได้ EV ที่พิสูจน์แล้ว (Luce เพิ่งเปิดตัว)
โอกาส (Opportunities)
- รุ่นใหม่เฉลี่ย 4 รุ่นต่อปี 2026–2030 และรายการรอคิวสั่งซื้อครอบคลุมปี 2027
- Tailor Made ที่โตเกียวและลอสแอนเจลิสภายในปี 2027
- โปรแกรมซื้อหุ้นคืนประมาณ €3.5 พันล้าน และอัตราจ่ายปันผลสูงขึ้นเป็น 40%
- ธุรกิจสปอนเซอร์ การค้า และแบรนด์ โต 22% ใน FY25 (รวมไลฟ์สไตล์)
อุปสรรค (Threats)
- ภาษีศุลกากรสหรัฐฯ กระทบ 25% ของปริมาณปี 2025
- จีนอ่อนแรง (ไตรมาส 2 −32.5%) และตลาดหรูทรงตัว
- ตะวันออกกลางและการขนส่งจากวิกฤตที่บริษัทระบุว่าเป็นเงื่อนไขของแนวทาง
- ตัวคูณ P/E TTM 36.7x สูงกว่า LVMH (16.9x) ราว 2.2 เท่า
13. มุมมองนักลงทุน / Investor View
ราคาอ้างอิง US$389.91 (ปิด 9 ต.ค. 2026) · สถานการณ์เป็นการอ่านข้อมูลประกอบการตัดสินใจ ไม่ใช่คำแนะนำ · ราคาเป้าหมายมาจากแหล่งที่ระบุชื่อ
Bull · US$514 (+32%)
- ปริมาณ: ปริมาณ 2026 ทรงตัวหรือโตเล็กน้อยจากรุ่นใหม่ ครึ่งหลังทดแทนไตรมาส 2 ที่อ่อนแรงในอเมริกาและจีน
- ราคาและส่วนผสม: การปรับแต่งทำให้ค่าต่อคันเพิ่มต่อเนื่อง (ปี 2025 ≈ €440,000 ต่อคัน)
- กำไร: EBITDA margin คงที่ที่ ≥39% และ FCF อุตสาหกรรมเกินเป้า €1.55 พันล้าน
- ตัวคูณ: P/E ล่วงหน้าคงที่ราว 35x เพราะกำไร 2027 โตตามประมาณการ EPS €11.02
- สัญญาณ: ผลไตรมาส 3 วันที่ 3 พ.ย. 2026 และการเพิ่มเป้าอีกครั้ง
Base · US$452 (+16%)
- ปริมาณ: ปริมาณปี 2026 ใกล้ 13,600 คัน (1H −4%) ครึ่งหลังทรงตัว
- ราคาและส่วนผสม: รายได้ ~€7.60 พันล้าน ตามแนวทางบริษัท (+6%)
- กำไร: EBITDA ≥€2.97 พันล้าน และ EPS ≥€9.68 ตามแนวทางที่ปรับขึ้น
- ตัวคูณ: ราคาเป้าหมายเฉลี่ย 12 ราย US$452.44 สอดคล้องกับ EPS 2027E €11.02 ของนักวิเคราะห์
- สัญญาณ: การซื้อหุ้นคืนและปันผลสม่ำเสมอ ไม่มีการปรับแนวทางลง
Bear · US$312.51 (−20%)
- ปริมาณ: ปริมาณปี 2026 ลดลงต่อเนื่อง (ตามตัวเลข 1H −4%) จากอเมริกาและจีน
- ราคาและส่วนผสม: การปรับแต่งอ่อนแรง และภาษีนำเข้ากดอัตรากำไร
- กำไร: EBITDA ต่ำกว่า 39% และต้องปรับแนวทางลง
- ตัวคูณ: P/E ล่วงหน้าลดเข้าหาระดับกลุ่มหรูที่ 16–17x เป็นการลดลงรุนแรง
- สัญญาณ: ราคาต่ำสุด 52 สัปดาห์ที่ US$312.51 เป็นจุดอ้างอิงตลาด ไม่ใช่การคาดการณ์
ที่มา: Bull = เป้าสูงสุดของ
StockAnalysis · Base = ค่าเฉลี่ยเป้าหมาย
StockAnalysis · Bear = ราคาต่ำสุด 52 สัปดาห์
StockAnalysis · ตัวขับเคลื่อนและสัญญาณเป็นการวิเคราะห์ของผู้จัดทำจากตัวเลขในรายงาน
ระยะห่างจากราคาปัจจุบัน
ที่มา: StockAnalysis (ราคาและช่วง 52 สัปดาห์) · StockAnalysis (เป้า 12 ราย)รายชื่อเป้าหมายจากนักวิเคราะห์ที่ระบุชื่อ
เป้าหมายและคำแนะนำล่าสุดของแต่ละบริษัท · ที่มา: StockAnalysis RACE Forecast| บริษัท (นักวิเคราะห์) | คำแนะนำ | เป้า (US$) | เทียบราคาปัจจุบัน | วันที่ |
|---|
| Evercore ISI (Michael Binetti) | Buy | 485 | +24.4% | 29 ก.ย. 2026 |
| Goldman Sachs (Christian Frenes) | Buy | 473 (จาก 457) | +21.3% | 29 ก.ย. 2026 |
| Morgan Stanley (Edouard Aubin) | Buy | 450 (จาก 444) | +15.4% | 30 ก.ย. 2026 |
| J.P. Morgan (Jose Asumendi) | Buy | 427 | +9.5% | 29 ก.ย. 2026 |
| Bernstein (Stephen Reitman) | Buy | n/a | — | 29 ก.ย. 2026 |
เป้าหมายเป็นของนักวิเคราะห์แต่ละบริษัท ไม่ใช่ของผู้จัดทำรายงาน · StockAnalysis ระบุ 12 ราย แต่ส่วนพยากรณ์ระบุ 22 ราย ไม่สอดคล้องกันในแหล่งเดียวกัน
รายการติดตาม (Checklist)
- ปริมาณส่งมอบรายไตรมาส โดยเฉพาะอเมริกาและจีน เทียบ 2Q26 (3,366 คัน)
- ผล 3Q26 วันที่ 3 พ.ย. 2026: รายได้ ≥€7.60 พันล้าน และ EBITDA margin ≥39%
- การเปลี่ยนแปลงแนวทางครั้งถัดไป และคำอธิบายเรื่องวิกฤตตะวันออกกลาง
- อัตราการซื้อหุ้นคืนต่อไตรมาส เทียบเป้า €3.5 พันล้านต่อ 5 ปี
- ค่าใช้จ่ายลงทุนและการส่งมอบ Ferrari Luce (ตัวบ่งชี้ความเสี่ยงไฟฟ้า)
- การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้นของ Exor และ Piero Ferrari
- ตัวคูณ P/E ล่วงหน้าเทียบ LVMH และช่วง 52 สัปดาห์