รายงานวิเคราะห์หุ้นเพื่อการตัดสินใจ · Equity Research Report

วิเคราะห์หุ้น NVR — NVR, Inc.

ผู้สร้างบ้านสหรัฐฯ ที่ใช้โมเดลที่ดินแบบ Land-Light เป็นหลัก โดยควบคุมที่ดินผ่านสัญญาออปชันและวางเงินมัดจำ จึงไม่ต้องกักตุนที่ดินไว้ในงบดุล ธุรกิจสินเชื่อบ้าน NVR Mortgage ช่วยปิดการขาย ปี 2025 กำไรสุทธิลด 20% เหลือ $1.34B และ 6 เดือนแรกปี 2026 ลดลงอีก 31% เหลือ $435M อัตรากำไรขั้นต้นงานสร้างบ้านลดลงต่อเนื่องจาก 24.3% (2023) เหลือ 19.4% (6M 2026) ขณะที่ยอดคำสั่งซื้อสุทธิ 6 เดือนแรกเพิ่ม 8% หุ้นซื้อขายที่ P/E 15.1 เท่า สูงกว่า DHI, PHM, LEN และ TOL ทั้งที่ราคาเป็น 4.6 เท่าของมูลค่าทางบัญชี เนื่องจากบริษัทซื้อหุ้นคืนสม่ำเสมอ ณ 30 มิ.ย. 2026 เงินสดงานสร้างบ้าน $1.09B มากกว่าหนี้หุ้นกู้ $0.91B จึงไม่มีภาระหนี้สุทธิ ข้อมูลตลาด ณ ปิดตลาด 19 ต.ค. 2026 / งบการเงินล่าสุด 6M 2026 สิ้นสุด 30 มิ.ย. 2026
Sector: Consumer Durablesราคาล่าสุด $5828Market Cap $15,530 ล้านP/E 15.05 · P/BV 4.60Dividend Yield ~0%

เขียนโดย HypeTimes Staff · ข้อมูล ณ

1. สรุปสำหรับผู้บริหาร (Executive Summary)

ข้อมูลตลาด ณ ปิดตลาด 19 ต.ค. 2026 · งบการเงินล่าสุด 6M 2026 (สิ้นสุด 30 มิ.ย. 2026)
มูลค่าตลาด (Market Capitalization)
$15.53B
ราคา $5,828.00 · 2.66M หุ้น (ณ 31 ก.ค. 2026)(StockAnalysis)
กำไรสุทธิ 6 เดือนแรกปี 2026
$434.8M
−31.3% YoY · กำไรเจือจาง $151.38 ต่อหุ้น (6M 2025: $203.20)(Form 10-Q)
อัตรากำไรขั้นต้นงานสร้างบ้าน ไตรมาส 2/2026
19.2%
ลดลง 2.3 จุดจาก 21.5% · รวมค่ามัดจำที่ดินที่ตัดจำหน่าย $21.7M(Form 8-K)
ยอดคำสั่งซื้อสุทธิ 6M 2026
11,623 หลัง
+8.4% YoY · ราคาขายเฉลี่ยของคำสั่งซื้อลดลงเหลือ $438.6K(Form 10-Q)
อัตราการยกเลิกสัญญา ไตรมาส 2/2026
14.9%
ลดลงจาก 16.5% ในไตรมาส 2/2025(Form 8-K)
เงินสดงานสร้างบ้านเทียบหุ้นกู้ 30 มิ.ย. 2026
$1.09B vs $0.91B
หนี้สุทธิติดลบ (ไม่มีภาระหนี้สุทธิ) · ซื้อหุ้นคืน 6M 2026 $989.7M(Form 10-Q)

สรุปสาระสำคัญเชิงกลยุทธ์และการดำเนินงาน

NVR เป็นผู้สร้างบ้านที่ใช้โมเดลการลงทุนต่ำ บริษัทไม่ได้กว้านซื้อที่ดินมาถือไว้ แต่เข้าควบคุมแปลงที่ดินที่พัฒนาแล้วผ่านสัญญาออปชันกับนักพัฒนาที่ดิน โดยวางเงินมัดจำที่เสียสิทธิ์ได้ ผลคือเมื่อยอดขายชะลอ บริษัทสามารถปล่อยสิทธิ์ทิ้งได้ในราคาที่ขาดทุนจำกัด ซึ่งต่างจากผู้สร้างบ้านที่ถือที่ดินในงบดุลที่ต้องตั้งสำรองด้อยค่าเมื่อราคาลดลง

รอบ 2 ปีที่ผ่านมาโมเดลนี้ยังไม่ช่วยรักษาอัตรากำไร อัตรากำไรขั้นต้นงานสร้างบ้านลดลงจาก 24.3% ในปี 2023 เป็น 23.7% ในปี 2024 และ 21.2% ในปี 2025 จากนั้นเหลือ 19.4% ใน 6 เดือนแรกปี 2026 บริษัทระบุสาเหตุเป็นต้นทุนที่ดินที่สูงขึ้น การแข่งขันด้านราคาจากความสามารถในการซื้อบ้านที่ลดลง และความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่อ่อนแอ ซึ่งสอดคล้องกับอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้าน 30 ปีที่อยู่ที่ 7.40% ในสัปดาห์ที่ 15 ต.ค. 2026 (Freddie Mac ผ่าน FRED)

ด้านยอดขายมีสัญญาณปนกัน ยอดคำสั่งซื้อใหม่ไตรมาส 2/2026 เพิ่มเป็น 5,885 หลัง (+9% YoY) และอัตราการยกเลิกลดลง แต่ยอดส่งมอบลดลงทั้งงวด ไตรมาส 2 ส่งมอบ 5,058 หลัง (−8%) ทำให้ยอดแบ็กล็อกเพิ่มเป็น 10,998 หลัง บริษัทจึงมีงานค้างส่งมอบมากขึ้น แต่ราคาเฉลี่ยของคำสั่งซื้อที่ลดลงหมายความว่ารายได้ต่อหลังจะลดลงตามไปด้วย

ข้อสังเกตที่ควรติดตาม

ข้อสังเกตสำคัญ

ผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) ของ NVR สูงมากเพราะฐานทุนที่ลดลงจากการซื้อคืนหุ้น ประมาณการจากกำไรสุทธิ TTM $1,141M หารด้วยส่วนของผู้ถือหุ้น ณ 30 มิ.ย. 2026 $3,391M อยู่ที่ราว 34% (คำนวณเอง) ตัวเลขนี้ลดลงได้เร็วหากกำไรยังคงลดลงต่อเนื่อง (Form 10-Q)

2. ข้อมูลพื้นฐาน (Factsheet)

ข้อมูลตลาด ณ ปิดตลาด 19 ต.ค. 2026 · ข้อมูลงบการเงินสิ้นสุด 30 มิ.ย. 2026
Ticker และตลาด
NYSE: NVR
CIK 0000906163 · S&P 500(SEC EDGAR)
ราคาหุ้นล่าสุด
$5,828.00
ปิดตลาด 19 ต.ค. 2026(StockAnalysis)
มูลค่าตลาด
$15.53B
ราคา × 2,664,860 หุ้น (ณ 31 ก.ค. 2026)(Form 10-Q)
P/E (TTM)
15.05x
Forward P/E 15.45x · EPS TTM ตามแหล่งข้อมูล $387.29(StockAnalysis)
P/BV
4.60x
ส่วนของผู้ถือหุ้น $3.39B ณ 30 มิ.ย. 2026(Form 10-Q)
เงินปันผล
ไม่จ่าย
บริษัทไม่เคยจ่ายเงินปันผลเป็นเงินสดและไม่มีแผนจ่าย(Form 10-K)
Net Debt / Equity
−0.05x
หนี้หุ้นกู้ $908M · เงินสดงานสร้างบ้าน $1,094M(Form 10-Q)
แบ็กล็อก (Backlog)
10,998 หลัง
ณ 30 มิ.ย. 2026 · เพิ่มขึ้น 9% จากปีก่อน(Form 8-K)

ข้อมูลทะเบียนและโครงสร้างบริษัท

รายการ รายละเอียด
ชื่อจดทะเบียน NVR, Inc. (CIK: 0000906163)
ตลาดหลักทรัพย์ / สัญลักษณ์ New York Stock Exchange (NYSE) / NVR
ดัชนีอ้างอิง S&P 500
รอบปีบัญชี สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคมของทุกปี
ส่วนงานหลัก งานสร้างและขายบ้าน (Homebuilding) และบริการทางการเงิน (Mortgage Banking)
โมเดลที่ดิน ควบคุมที่ดินผ่านสัญญาออปชันและเงินมัดจำที่เสียสิทธิ์ได้ เป็นหลัก
ยอดแบ็กล็อกที่ต้องส่งมอบ 10,998 หลัง ณ 30 มิ.ย. 2026
จำนวนหุ้นสามัญ 2,664,860 หุ้น ณ 31 ก.ค. 2026
การซื้อหุ้นคืน 6M 2026: 144,896 หุ้น มูลค่า $989.7M · วงเงินคงเหลือ $549.6M ณ 31 ธ.ค. 2025 และมีการอนุมัติเพิ่ม $750M เมื่อ 11 ก.พ. 2026
ที่มา: Form 10-K ปี 2025 และ Form 10-Q ไตรมาส 2/2026 ยื่นต่อ SEC · จำนวนหุ้นอ้างอิงจากหน้าปกของ Form 10-Q · วงเงินซื้อหุ้นคืนมาจากหมายเหตุใน Form 10-K และรายงานการอนุมัติเพิ่มเติม

3. ลักษณะการประกอบธุรกิจ (Business Overview)

ผู้สร้างบ้านเดี่ยวและทาวน์โฮมที่ดำเนินงานในภูมิภาคตะวันออกของสหรัฐฯ พร้อมบริการสินเชื่อบ้านของตนเอง

NVR เป็นผู้สร้างบ้านที่ดำเนินงานในภูมิภาคตะวันออกของสหรัฐฯ เป็นหลัก สร้างบ้านเดี่ยวและทาวน์โฮมสำหรับผู้ซื้อหลายระดับ โดยมีแบ็กล็อกและการส่งมอบแยกตามภูมิภาคที่รายงานใน 10-K

ผลประกอบการของบริษัทเป็นการสร้างบ้านเกือบทั้งหมด ในปี 2025 รายได้งานสร้างบ้านคิดเป็น 97.8% ของรายได้รวม ส่วนที่เหลือเป็นธุรกิจสินเชื่อบ้าน

1. โมเดลที่ดินแบบ Land-Light

โมเดลนี้เป็นจุดแตกต่างหลักของ NVR เมื่อเทียบกับผู้สร้างบ้านรายใหญ่อื่น แทนที่จะซื้อที่ดินดิบมาพัฒนาเอง บริษัทเข้าทำสัญญาออปชันกับนักพัฒนาที่ดินซึ่งให้สิทธิซื้อแปลงที่พัฒนาแล้วเป็นรายแปลงเมื่อมีผู้ซื้อ และจ่ายเงินมัดจำที่เสียสิทธิ์ได้เป็นส่วนน้อยของมูลค่าที่ดิน รายงานประจำปีรุ่นก่อนระบุว่าบริษัทพยายามควบคุมแปลงที่ดินให้พอสำหรับการขาย 18 ถึง 24 เดือนข้างหน้า ตัวเลขนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบกับรายงานปี 2025 ในรอบนี้

ข้อดีคือความเสี่ยงด้านมูลค่าที่ดินต่ำ เมื่อยอดขายลดลง บริษัทปล่อยสิทธิออปชันโดยเสียเพียงเงินมัดจำ ไม่ต้องตั้งสำรองด้อยค่าก้อนใหญ่ ข้อเสียคือหากที่ดินที่พัฒนาแล้วหายากหรือราคาสูงขึ้น บริษัทจะเสียความสามารถในการต่อรองกับนักพัฒนา และต้นทุนต่อแปลงมักขึ้นตามราคาตลาด ซึ่งเห็นได้จากอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงในสองปีที่ผ่านมา

2. งานสร้างบ้านและพื้นที่ดำเนินงาน

ตามตารางรายได้งานสร้างบ้านปี 2025 ของ 10-K บริษัทแบ่งพื้นที่ดำเนินงานเป็นสี่ภูมิภาค ได้แก่ Mid Atlantic (43.3% ของรายได้งานสร้างบ้าน), South East (26.2%), Mid East (18.6%) และ North East (11.9%) ภูมิภาค Mid Atlantic ซึ่งรวมรัฐแมริแลนด์ เวอร์จิเนีย และ D.C. มีสัดส่วนสูงที่สุด การกระจุกตัวนี้ทำให้ผลประกอบการผูกกับเศรษฐกิจและตลาดงานของภูมิภาคนั้นมาก

แบรนด์ที่ใช้ในรายงานประจำปีรุ่นก่อนได้แก่ Ryan Homes, NVHomes และ Heartland Homes รายชื่อแบรนด์ในรายงานปี 2025 ยังไม่ได้ยืนยันในรอบนี้

3. ธุรกิจสินเชื่อบ้าน (Mortgage Banking)

ธุรกิจสินเชื่อบ้านของบริษัท (ระบุในรายงานว่าเป็น Mortgage Banking) ให้สินเชื่อแก่ผู้ซื้อบ้านของ NVR และบริการที่เกี่ยวข้องกับการโอนกรรมสิทธิ์ ปี 2025 บริษัทปล่อยสินเชื่อราว 16,400 ราย มูลค่า $6.0B ลดลงจาก 17,300 ราย มูลค่า $6.3B ในปี 2024 (ตัวเลขนี้มาจากตารางใน 10-K) กำไรก่อนภาษีของส่วนนี้ปี 2025 อยู่ที่ $152.0M เทียบกับ $154.9M ในปี 2024 และ 6 เดือนแรกปี 2026 อยู่ที่ $52.5M ลดลง 15.4% ธุรกิจนี้ช่วยให้บริษัทควบคุมระยะเวลาอนุมัติสินเชื่อให้ตรงกับวันส่งมอบบ้านได้ แต่สัดส่วนกำไรยังน้อยเมื่อเทียบกับงานสร้างบ้าน

ที่มา: Form 10-K ปี 2025 (Item 1 Business และตารางส่วนงาน) · รายชื่อแบรนด์จากรายงานประจำปีรุ่นก่อนหน้า ยังไม่ได้เปรียบเทียบกับ 10-K ปี 2025 · ตัวเลขสินเชื่อของ NVR Mortgage มาจากตาราง 10-K ที่ดึงมาบางส่วน ควรตรวจกับเอกสารต้นฉบับก่อนใช้อ้างอิง

4. ผลการดำเนินงานทางการเงิน (Financial Performance)

ผลประกอบการไตรมาส 2/2026 และ 6 เดือนแรกปี 2026 เทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2025

กำไรสุทธิลดลงเร็วกว่ารายได้ สาเหตุหลักคืออัตรากำไรขั้นต้นงานสร้างบ้านที่ลดลง 2.3 จุดในไตรมาส 2 และ 2.3 จุดใน 6 เดือน รายได้งานสร้างบ้านไตรมาส 2 ลดลง 10.5% ขณะที่กำไรก่อนภาษีงานสร้างบ้านลดลง 29.8% การลดลงของกำไรจึงมากกว่าการลดลงของรายได้ 2 ถึง 3 เท่า

รายการ (ล้านดอลลาร์ ยกเว้นต่อหุ้น) Q2 2025 Q2 2026 YoY 6M 2025 6M 2026 YoY
รายได้งานสร้างบ้าน 2,548.3 2,279.8 −10.5% 4,898.7 4,114.7 −16.0%
อัตรากำไรขั้นต้นงานสร้างบ้าน (%) 21.5% 19.2% −2.3 จุด 21.7% 19.4% −2.3 จุด
กำไรก่อนภาษีงานสร้างบ้าน 417.5 293.2 −29.8% 787.0 517.8 −34.2%
กำไรก่อนภาษีบริการสินเชื่อ 29.6 25.4 −14.2% 62.1 52.5 −15.4%
กำไรสุทธิ 333.7 236.5 −29.1% 633.3 434.8 −31.3%
กำไรเจือจาง (Diluted EPS, $) 108.54 83.96 −22.6% 203.20 151.38 −25.5%
คำสั่งซื้อสุทธิ (หลัง) 5,379 5,885 +9.4% 10,724 11,623 +8.4%
ส่งมอบ (หลัง) 5,475 5,058 −7.6% 10,608 9,073 −14.5%
ราคาขายเฉลี่ยของคำสั่งซื้อ ($K) 458.1 437.1 −4.6% 453.3 438.6 −3.2%
อัตราการยกเลิกสัญญา (%) 16.5% 14.9% −1.6 จุด 16.0% 14.4% −1.6 จุด
เปรียบเทียบผลการดำเนินงาน 6 เดือนแรกปี 2025 กับ 2026 (ล้านดอลลาร์)
ที่มา: Form 8-K ไตรมาส 2/2026 (ตารางผลประกอบการและตัวชี้วัดการดำเนินงาน) และ Form 10-Q ไตรมาส 2/2026 · อัตรากำไรขั้นต้นของ 6M 2025 คำนวณจากรายได้และต้นทุนขายในงวดเดียวกัน

แนวโน้มผลการดำเนินงานรายปี

รายการ (ล้านดอลลาร์) FY2023 FY2024 FY2025 เปลี่ยนแปลง FY2025
รายได้งานสร้างบ้าน 9,314.6 10,292.4 10,094.3 −1.9%
อัตรากำไรขั้นต้นงานสร้างบ้าน (%) 24.3% 23.7% 21.2% −2.5 จุด
กำไรก่อนภาษีบริการสินเชื่อ n/a 154.9 152.0 −1.9%
กำไรสุทธิ 1,591.6 1,681.9 1,339.8 −20.4%
กำไรเจือจาง (Diluted EPS, $) 463.31 506.69 436.55 −13.8%
คำสั่งซื้อสุทธิ (หลัง) 21,729 22,560 20,410 −9.5%
ส่งมอบ (หลัง) 20,662 22,836 21,915 −4.0%
แบ็กล็อกสิ้นปี (หลัง) 10,229 9,953 8,448 −15.1%
รายได้งานสร้างบ้านและกำไรสุทธิ (ล้านดอลลาร์)
อัตรากำไรสุทธิ (% ของรายได้รวม)
ที่มา: Form 10-K ปี 2025 (งบกำไรขาดทุนรวมสามปี) และ Form 10-Q ไตรมาส 2/2026 · กราฟรายได้ใช้รายได้งานสร้างบ้าน ส่วนกำไรสุทธิใช้ตัวเลขรวม รายได้รวม 6M 2025 และ 6M 2026 ที่ใช้คำนวณอัตรากำไรปัดเป็นพันล้านดอลลาร์ ($5.00B และ $4.21B) ตามรายงานสื่อ ทำให้อัตรากำไรของสองงวดนี้มีความคลาดเคลื่อนเล็กน้อย

ปี 2024 คือช่วงที่กำไรสูงสุดของบริษัทในรอบสามปีนี้ อัตรากำไรขั้นต้นทรงตัวเกือบ 24% ในขณะที่ราคาขายเฉลี่ยของการส่งมอบโตจาก $450.7K ไปเป็น $460.6K ในปี 2025 ยอดส่งมอบลด 4% และกำไรลดลง 20% เพราะอัตรากำไรขั้นต้นลดลง 2.5 จุด และมีค่าตัดจำหน่ายมัดจำที่ดิน ซึ่งผู้บริหารรายงานว่ารวม $75.9M ในปี 2025 ตัวเลขนี้มาจากรายงานผลประกอบการปี 2025 ที่ค้นพบ ไม่ได้ตรวจกับ 10-K โดยตรงในรอบนี้

ตัวเลขค่าตัดจำหน่ายมัดจำที่ดินปี 2025 ($75.9M) มาจากรายงานผลประกอบการที่สรุปโดยสื่อ ยังไม่ได้ตรวจกับตารางในรายงานประจำปี

5. ฐานะการเงินและโครงสร้างเงินทุน (Balance Sheet)

สินทรัพย์รวม $5.47B · ส่วนของผู้ถือหุ้น $3.39B ณ 30 มิ.ย. 2026

ฐานะการเงินเปลี่ยนแปลงมากในครึ่งปีแรก ทั้งสินทรัพย์รวมและส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง เพราะบริษัทใช้เงินสดส่วนใหญ่ซื้อหุ้นคืน และเงินที่เหลือไปลงทุนในสินค้าคงเหลือ

รายการ (ล้านดอลลาร์) 31 ธ.ค. 2025 30 มิ.ย. 2026 เปลี่ยนแปลง หมายเหตุ
เงินสดงานสร้างบ้าน 1,883.8 1,093.7 −41.9% ใช้ซื้อหุ้นคืน $989.7M ใน 6 เดือน
เงินสดส่วนบริการสินเชื่อ 32.6 50.9 +56.1% เงินสดในธุรกิจสินเชื่อ
สินค้าคงเหลือ (Inventory) 1,723.6 2,235.3 +29.7% เพิ่มขึ้นแม้ยอดส่งมอบลดลง
สินทรัพย์รวม 5,856.9 5,470.6 −6.6% ลดลงตามเงินสดที่ใช้ไป
หุ้นกู้ระยะยาว (Senior Notes) 909.2 908.2 −0.1% ไม่มีหนี้ครบกำหนดระยะสั้นที่เป็นภาระ
หนี้สินรวม 1,992.1 2,079.4 +4.4% เพิ่มจากเจ้าหนี้การค้าและค่าใช้จ่ายค้างจ่าย
ส่วนของผู้ถือหุ้น 3,864.9 3,391.2 −12.3% ใช้ไปกับการซื้อคืนมากกว่ากำไรที่สะสม
สินทรัพย์ หนี้สิน และส่วนของผู้ถือหุ้น (ล้านดอลลาร์)
ที่มา: Form 10-Q ไตรมาส 2/2026 (งบแสดงฐานะการเงินรวม) และ Form 10-K ปี 2025 · หนี้สินรวมคำนวณจากสินทรัพย์รวมลบส่วนของผู้ถือหุ้น

สินค้าคงเหลือที่เพิ่มขึ้น 29.7% ใน 6 เดือนเป็นจุดที่ควรติดตาม ยอดส่งมอบลดลง 14.5% ในขณะที่บริษัทลงทุนในที่ดินและการก่อสร้างเพิ่ม หากยอดขายไม่ฟื้นตัวตามไตรมาส 3 และ 4 บริษัทอาจต้องเร่งระบายบ้านพร้อมขายซึ่งจะกดอัตรากำไรต่อไปอีก

กระแสเงินสดและการซื้อหุ้นคืน

ปี 2025 บริษัทซื้อหุ้นคืนรวม $1.83B สูงกว่ากำไรสุทธิ $1.34B และปี 2024 ซื้อคืน $2.06B สูงกว่ากำไรสุทธิ $1.68B จึงเป็นการใช้เงินมากกว่าการสร้างเงินสดในงบ ส่วนเงินสดคงเหลือของงานสร้างบ้านลดลงจาก $1.88B เป็น $1.09B ภายใน 6 เดือนแรกปี 2026

ที่มา: Form 10-K ปี 2025 (งบกระแสเงินสดและ MD&A) · ตัวเลขซื้อหุ้นคืนปี 2025 รวมภาษีสรรพสามิตตามที่รายงาน

6. หนี้สินและเลเวอเรจ (Leverage)

หุ้นกู้คงค้าง $908M · เงินสดงานสร้างบ้านมากกว่าหนี้ ทำให้หนี้สุทธิติดลบ

บริษัทพึ่งหนี้น้อยมาก ความเสี่ยงด้านสภาพคล่องจึงอยู่ที่กระแสเงินสดจากการดำเนินงานและการซื้อคืนหุ้นมากกว่าภาระดอกเบี้ย

หุ้นกู้ระยะยาว (Senior Notes)
$908M
ณ 30 มิ.ย. 2026 · ไม่มีการรีไฟแนนซ์ระยะสั้นที่เป็นภาระ(Form 10-Q)
เงินสดงานสร้างบ้าน
$1.09B
ลดลงจาก $1.88B ณ 31 ธ.ค. 2025(Form 10-Q)
หนี้ต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (หุ้นกู้ / ทุน)
0.27x
คำนวณเอง จาก $908M ÷ $3,391M · 0.24x ณ สิ้นปี 2025(Form 10-Q)
อัตราหนี้ต่อทุนและหนี้สุทธิต่อทุน (เท่า)
ที่มา: Form 10-Q ไตรมาส 2/2026 และ Form 10-K ปี 2025 · อัตราส่วนคำนวณจากหุ้นกู้และเงินสดงานสร้างบ้านเอง บริษัทไม่ได้รายงานอัตราส่วนเหล่านี้โดยตรง · StockAnalysis แสดง Debt/Equity 0.32x ซึ่งรวมรายการอื่นที่ไม่ใช่หุ้นกู้ จึงสูงกว่าตัวเลขคำนวณในหน้านี้

หนี้สุทธิติดลบทั้งสองงวด ณ สิ้นปี 2025 ติดลบ 0.25 เท่า และ ณ 30 มิ.ย. 2026 ติดลบ 0.05 เท่า การลดลงของเงินสดส่วนนี้มาจากการซื้อคืนหุ้น ไม่ได้มาจากหนี้ที่เพิ่มขึ้น ตัวเลขนี้จะเปลี่ยนเร็วหากบริษัทซื้อคืนต่อเนื่องในอัตราเดิมและกำไรยังลดลง

ข้อควรระวัง

หากเงินสดงานสร้างบ้านลดลงต่ำกว่าหุ้นกู้ หนี้สุทธิจะกลายเป็นบวก ณ 30 มิ.ย. 2026 เงินสดยังสูงกว่าหุ้นกู้เพียง $186M ควรดูว่าบริษัทลดอัตราซื้อคืนหรือไม่ก่อนถึงจุดนั้น

7. สัดส่วนธุรกิจ (Segments)

สัดส่วนรายได้งานสร้างบ้านปี 2025 แยกตามภูมิภาค
ภูมิภาค รายได้ FY2025 (ล้านดอลลาร์) สัดส่วนของงานสร้างบ้าน
Mid Atlantic 4,372.0 43.3%
South East 2,644.8 26.2%
Mid East 1,875.0 18.6%
North East 1,202.4 11.9%
รวมงานสร้างบ้าน 10,094.2 100.0%
สัดส่วนรายได้งานสร้างบ้านปี 2025 แยกตามภูมิภาค (ล้านดอลลาร์)
ที่มา: Form 10-K ปี 2025 (ตารางรายได้ตามภูมิภาค) · ภูมิภาค Mid East ครอบคลุมนิวยอร์ก โอไฮโอ เพนซิลเวเนียฝั่งตะวันตก อินเดียนา และอิลลินอยส์ตามที่ระบุในรายงาน

Mid Atlantic คิดเป็นเกือบครึ่งของรายได้งานสร้างบ้าน ภูมิภาคนี้จึงมีความสำคัญต่อผลประกอบการมาก หากตลาดแถบนี้ชะลอตัวแรงกว่าภูมิภาคอื่น ผลกระทบต่อกำไรรวมจะใหญ่กว่าที่สัดส่วนรายได้บอก เพราะต้นทุนคงที่กระจายบนรายได้ที่น้อยลง

รายได้ของแต่ละภูมิภาคเป็นตัวเลขต่อปี ไม่ใช่กำไร บริษัทไม่ได้เปิดเผยกำไรก่อนภาษีแยกตามภูมิภาคในตารางนี้

8. ประวัติการจ่ายเงินปันผล (Dividend History)

NVR ไม่จ่ายเงินปันผลเป็นเงินสดและไม่มีแผนจ่าย · ใช้เงินส่วนเกินซื้อหุ้นคืนแทน

บริษัทระบุในรายงานประจำปี 2025 ว่าไม่เคยจ่ายเงินปันผลเป็นเงินสด และไม่มีความตั้งใจจะจ่าย ผู้ถือหุ้นได้รับผลตอบแทนผ่านการซื้อคืนหุ้น ซึ่งลดจำนวนหุ้นในตลาดและเพิ่มกำไรต่อหุ้นของผู้ถือที่เหลือ

เงินปันผลต่อหุ้น ($)
ที่มา: Form 10-K ปี 2025 (ส่วนนโยบายเงินปันผลและการซื้อหุ้นคืน)

การซื้อหุ้นคืนเป็นกลไกหลักในการคืนเงินให้ผู้ถือหุ้น ในปี 2025 บริษัทใช้เงินไป $1.83B และ 6 เดือนแรกปี 2026 ใช้ไป $989.7M ซึ่งสูงกว่ากำไรสุทธิครึ่งปีแรกราว 2.3 เท่า ความยั่งยืนของนโยบายนี้จึงขึ้นกับว่าบริษัทจะรักษาเงินสดที่ใช้ซื้อคืนได้หรือไม่

ที่มา: Form 10-Q ไตรมาส 2/2026 (ส่วนการซื้อหุ้นคืน) และ Form 10-K ปี 2025

9. เปรียบเทียบกับคู่แข่ง (Peer Comparison)

เทียบกับผู้สร้างบ้านรายใหญ่ของสหรัฐฯ ณ ปิดตลาด 19 ต.ค. 2026
ชื่อหุ้น มูลค่าตลาด (พันล้านดอลลาร์) P/E (TTM) P/BV
NVR 15.53 15.05x 4.60x
D.R. Horton (DHI) 37.85 12.87x 1.59x
PulteGroup (PHM) 20.79 11.31x 1.60x
Lennar (LEN) 18.05 14.30x 0.84x
TOL 12.08 10.51x 1.42x
มูลค่าตลาดและค่า P/E เทียบกับคู่แข่ง
ที่มา: StockAnalysis (ปิดตลาด 19 ต.ค. 2026): NVR, DHI, PHM, LEN และ TOL · ค่า P/E ของ NVR คำนวณจากกำไรต่อหุ้น TTM ตามที่แหล่งข้อมูลคำนวณไว้ ตัวเลขที่คำนวณเองจากงบของบริษัทให้ผลราว 15.2 เท่า ซึ่งใกล้เคียงกัน

NVR ซื้อขายที่ P/E สูงกว่าทุกคู่แข่งในกลุ่ม ทั้งที่รายงานอัตรากำไรขั้นต้นต่ำกว่าผู้สร้างบ้านบางราย ตัวเลข ROE ประมาณ 34% ที่คำนวณได้ชี้ว่าผลตอบแทนต่อทุนสูง ส่วนหนึ่งเกิดจากฐานทุนที่เล็กลงจากการซื้อคืนหุ้น ราคาต่อมูลค่าทางบัญชี 4.6 เท่า จึงสะท้อนการลดทุนมากกว่าค่าพรีเมียมต่อสินทรัพย์ของบริษัท

การเปรียบเทียบนี้มีข้อจำกัด เพราะ DHI และ LEN มีรายได้และพื้นที่ดำเนินงานกว้างกว่า NVR มาก ค่า P/E ของ NVR จึงควรดูคู่กับอัตรากำไรและการเติบโตของกำไร ซึ่งกำลังลดลงทั้งสองด้าน

ตัวเลขของ DHI, PHM, LEN และ TOL ปิดตลาดวันเดียวกับ NVR จากหน้า StockAnalysis ในรอบนี้ ยังไม่ได้ตรวจกับงบของแต่ละบริษัท

10. มุมมองอนาคต (Outlook)

แนวทางจากการรายงาน Q2/2026 · วันประกาศไตรมาส 3/2026 ยังไม่ได้รับการยืนยัน ณ วันที่จัดทำรายงาน

ในเอกสารไตรมาส 2 ที่ตรวจแล้วไม่พบเป้าหมายการส่งมอบหรืออัตรากำไรสำหรับปี 2026 ทิศทางที่เห็นได้จากข้อมูลคือยอดคำสั่งซื้อใหม่เพิ่มขึ้น ในขณะที่อัตรากำไรและยอดส่งมอบยังลดลง

ปัจจัยที่จะกำหนดทิศทางครึ่งปีหลัง

ข้อสังเกต

ประมาณการกำไรต่อหุ้นครึ่งปีหลังในส่วนสถานการณ์ด้านล่างเป็นสมมติฐานของผู้เขียน ไม่ใช่ประมาณการของบริษัทหรือของนักวิเคราะห์ที่ตรวจได้ จึงควรเทียบกับผลไตรมาส 3 เมื่อประกาศแล้ว

ที่มา: Form 8-K ไตรมาส 2/2026 (ส่วนแนวโน้มและการซื้อคืน) · Form 10-Q ไตรมาส 2/2026 · Freddie Mac ผ่าน FRED ข้อมูลสัปดาห์ที่ 15 ต.ค. 2026 · วันประกาศไตรมาส 3/2026 มีรายงานต่างกันระหว่าง 22, 26 และ 28 ต.ค. 2026 บริษัทยังไม่ได้ยืนยันในแหล่งที่ตรวจแล้ว

11. ปัจจัยเสี่ยง (Risk Factors)

ความเสี่ยงหกด้าน แต่ละด้านมีตัวชี้วัดที่ตรวจได้จากรายงานงวดถัดไป

1. อัตรากำไรขั้นต้นยังลดลงต่อเนื่อง

อัตรากำไรขั้นต้นงานสร้างบ้านลดจาก 24.3% (2023) เป็น 19.4% (6M 2026) ตัวชี้วัดคืออัตรากำไรไตรมาส 3 ที่ต่ำกว่า 19.2% หมายความว่าแนวโน้มยังไม่หยุด

2. สินค้าคงเหลือเพิ่มขณะยอดขายชะลอ

สินค้าคงเหลือเพิ่ม 29.7% ใน 6 เดือน ขณะที่ยอดส่งมอบลด 14.5% บริษัทอาจต้องตั้งสำรองหรือลดราคาเพื่อระบายสินค้า ตัวชี้วัดคือยอดสินค้าคงเหลือที่ไม่ลดลงในไตรมาส 3 และการตั้งสำรองด้อยค่าที่เพิ่มขึ้น

3. อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านและกำลังซื้อ

อัตราสินเชื่อ 30 ปีที่ 7.40% ยังสูงสำหรับผู้ซื้อหลังแรก ตัวชี้วัดคืออัตราการยกเลิกสัญญาที่กลับขึ้นเหนือ 16% ซึ่งเป็นระดับปีก่อน และราคาขายเฉลี่ยของคำสั่งซื้อที่ลดลงต่อเนื่องจาก $437K

4. การพึ่งพาการซื้อหุ้นคืนและการลดลงของเงินสด

เงินสดงานสร้างบ้านลดเหลือ $1.09B จากการซื้อคืน $989.7M ใน 6 เดือน ตัวชี้วัดคืออัตราซื้อคืนที่ลดลงหรือเงินสดงานสร้างบ้านที่ต่ำกว่าหุ้นกู้ ซึ่งจะทำให้หนี้สุทธิกลายเป็นบวก

5. ค่าตัดจำหน่ายมัดจำที่ดิน

ค่ามัดจำที่ดินที่ตัดจำหน่ายไตรมาส 2/2026 อยู่ที่ $21.7M ปี 2025 รวมราว $75.9M ตามรายงานสรุป หากค่าตัดจำหน่ายต่อไตรมาสสูงขึ้น โมเดลที่ดินแบบเบาจะเสียข้อได้เปรียบด้านความเสี่ยงที่ดิน

6. การกระจุกตัวใน Mid Atlantic

ภูมิภาค Mid Atlantic คิดเป็น 43.3% ของรายได้งานสร้างบ้านปี 2025 ตัวชี้วัดคือยอดคำสั่งซื้อและการส่งมอบของภูมิภาคนี้ในรายงานประจำปี หากตลาดของภูมิภาคนี้ชะลอ ผลกระทบต่อกำไรรวมจะใหญ่

รายการความเสี่ยงอ้างอิงจาก Form 10-K ปี 2025 (ส่วนปัจจัยเสี่ยง) และผลประกอบการ Q2/2026 · ตัวเลขค่ามัดจำที่ดินปี 2025 มาจากรายงานผลประกอบการที่สรุปโดยสื่อ

12. การวิเคราะห์ SWOT (SWOT Analysis)

วิเคราะห์จากข้อมูลงบและรายงานผลประกอบการที่ตรวจแล้ว ณ 30 มิ.ย. 2026
วิเคราะห์โดยผู้เขียนจากตัวเลขที่ระบุในรายงานนี้ ไม่ได้มาจากการประเมินของบริษัทหรือของนักวิเคราะห์ภายนอก

13. สรุปสำหรับนักลงทุน (Investor View)

กรอบการประเมินตามสถานการณ์ ณ ปิดตลาด 19 ต.ค. 2026 · ไม่มีราคาเป้าหมายจากนักวิเคราะห์ที่ตรวจสอบได้

หุ้น NVR ที่ $5,828 ซื้อขายที่ 15.1 เท่าของกำไรสุทธิ TTM ซึ่งลดลงจากปีก่อนมาก ราคาหุ้นจึงรอให้กำไรหยุดลดลง ไม่ใช่รอให้กำไรกลับขึ้น ตลาดยังไม่เชื่อว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะฟื้นตัวเร็ว

กรอบสถานการณ์ด้านล่างคิดจากกำไรต่อหุ้นสมมติคูณด้วย P/E สมมติ ไม่ได้ใช้ราคาเป้าหมายของสถาบันใด กำไรต่อหุ้นครึ่งปีหลังปี 2025 เท่ากับ $233.35 (ปีทั้งปี $436.55 ลบครึ่งปีแรก $203.20) ฐานของการคำนวณจึงอยู่ที่นั่น

กรณีดีที่สุด (Bull Case) · ราว $7,650 (+31%)

  • กำไรต่อหุ้นปี 2027 ราว $450 หลังอัตรากำไรขั้นต้นกลับไปแตะ 22% และยอดส่งมอบเพิ่มจากแบ็กล็อก (สมมติ)
  • อัตราดอกเบี้ยจำนองลดลงต่อเนื่อง ทำให้ราคาขายเฉลี่ยและการยกเลิกสัญญากลับสู่ระดับปีก่อน
  • ตลาดให้ P/E 17 เท่า (สมมติ) เมื่อกำไรฟื้นตัวและการซื้อคืนยังสม่ำเสมอ

กรณีฐาน (Base Case) · ราว $5,400 (−7%)

  • กำไรต่อหุ้นครึ่งปีหลัง 2026 ราว $210 ต่ำกว่า 2H 2025 ประมาณ 10% ทำให้ทั้งปี 2026 อยู่ราว $360
  • อัตรากำไรขั้นต้นทรงตัวแถว 19% ยอดส่งมอบใกล้ระดับ 2026 และการซื้อคืนลดลงจากระดับครึ่งปีแรก
  • ตลาดยังให้ P/E ราว 15 เท่า หุ้นจึงแทบไม่เคลื่อนไหวหากผลประกอบการเป็นไปตามคาด

กรณีเลวร้ายที่สุด (Bear Case) · ราว $3,380 (−42%)

  • อัตรากำไรขั้นต้นลดลงต่ำกว่า 17% เพราะต้องตั้งสำรองด้อยค่าสินค้าคงเหลือและลดราคาเพื่อระบาย กำไรต่อหุ้นทั้งปี 2026 เหลือราว $260
  • เงินสดงานสร้างบ้านลดลงต่ำกว่าหุ้นกู้ ทำให้บริษัทต้องลดการซื้อคืนและตลาดให้ค่า P/E ลดลงเหลือ 13 เท่า
  • อัตราดอกเบี้ยจำนองสูงกว่า 7.5% ยาวต่อเนื่อง ยอดคำสั่งซื้อกลับลดลง
การคำนวณ: Bull $450 × 17 = $7,650 · Base $360 × 15 = $5,400 · Bear $260 × 13 = $3,380 · ราคาเทียบกับ $5,828 ณ ปิดตลาด 19 ต.ค. 2026 · กรอบนี้เป็นสมมติฐานของผู้เขียนเพื่อประเมินความอ่อนไหว ไม่ใช่การพยากรณ์

รายการที่ควรติดตาม

  1. ผลประกอบการไตรมาส 3/2026: ตรวจอัตรากำไรขั้นต้น (เทียบกับ 19.2%) ราคาขายเฉลี่ยของคำสั่งซื้อ และอัตราการยกเลิก วันประกาศที่แน่นอนยังไม่ได้ยืนยัน
  2. สินค้าคงเหลือ: ดูว่ายังสูงกว่า $2.24B หรือลดลงหรือไม่ และมีการตั้งสำรองด้อยค่าเพิ่มหรือไม่
  3. เงินสดงานสร้างบ้านเทียบหุ้นกู้: หากเงินสดลดลงต่ำกว่า $908M หนี้สุทธิจะเป็นบวกเป็นครั้งแรก
  4. อัตราซื้อคืนหุ้น: ระดับการซื้อคืนต่อไตรมาสเมื่อเทียบกับ $358M ในไตรมาส 2/2026
  5. อัตราดอกเบี้ยจำนอง 30 ปี: ตัวเลขรายสัปดาห์จาก Freddie Mac เทียบกับระดับ 7.40%
คำเตือน: ข้อมูลและการวิเคราะห์ในรายงานฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาและการวิเคราะห์เชิงข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการซื้อ ขาย หรือถือหลักทรัพย์ นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและพิจารณาความเสี่ยงของตนเองก่อนตัดสินใจลงทุน