Eli Lilly and Company (NYSE: LLY) ก้าวขึ้นเป็นบริษัทยาที่มีมูลค่ากิจการสูงที่สุดในประวัติศาสตร์โลกทะลุ $1.00 ล้านล้านดอลลาร์ ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมยาคู่แฝด Tirzepatide ได้แก่ Mounjaro (เบาหวานชนิดที่ 2) และ Zepbound (โรคอ้วนและลดน้ำหนัก) ซึ่งสร้างยอดขายรวมกันใน 1H 2026 กว่า $27,500 ล้านดอลลาร์ คิดเป็นราว 64.8% ของรายได้รวม พร้อมอัตรากำไรขั้นต้นสูงถึง 84.0% นอกจากนี้บริษัทยังมีโมเมนตัมจากยาใหม่ที่เข้าสู่วัฏจักรเก็บเกี่ยว เช่น Kisunla (Donanemab) ยารักษาอัลไซเมอร์ระยะเริ่มต้น และไปป์ไลน์เฟส 3 ยุคถัดไปอย่าง Retatrutide (Triple G agonist) และ Orforglipron (Oral GLP-1) ซึ่งเป็นคูเมืองเชิงการวิจัยที่คู่แข่งไล่ตามได้ยาก (Lilly Q2 Earnings)
ข้อสรุปสำคัญสำหรับการตัดสินใจลงทุนของผู้บริหารและนักลงทุน:
| หัวข้อ | รายละเอียด | แหล่งข้อมูลปฐมภูมิ |
|---|---|---|
| ชื่อทางการค้า / นิติบุคคล | Eli Lilly and Company (ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2419 / ค.ศ. 1876 โดย พันเอก Eli Lilly) | SEC Form 10-K |
| ตลาดหลักทรัพย์ / สัญลักษณ์ย่อ | New York Stock Exchange (NYSE) / LLY | NYSE Quote |
| รหัสทะเบียน CIK (SEC EDGAR) | 0000059478 (File Number 001-06351) | SEC EDGAR |
| สำนักงานใหญ่ระดับโลก | Lilly Corporate Center, Indianapolis, Indiana 46285, USA | Lilly Corporate |
| ผู้นำองค์กรสูงสุด (CEO & Chair) | David A. Ricks (Chair of the Board and Chief Executive Officer) | Lilly Leadership |
| ดัชนีสำคัญที่สังกัด | S&P 500, S&P 100, Dow Jones Sustainability Index, MSCI World | S&P Dow Jones |
| รอบบัญชีงบการเงิน | 1 มกราคม – 31 ธันวาคม (Calendar Fiscal Year) | SEC EDGAR |
| ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต | Ernst & Young LLP (Indianapolis, Indiana) | Form 10-K Audit Report |
Eli Lilly and Company เป็นบริษัทยาระดับโลกที่ค้นคว้า พัฒนา ผลิต และจัดจำหน่ายยาชีววัตถุและเวชภัณฑ์ที่เปลี่ยนชีวิตผู้ป่วย ครอบคลุม 5 กลุ่มการรักษาหลัก โดยมีจุดเด่นในการเป็นผู้บุกเบิกโมเลกุลกลุ่ม Incretin ระดับปฏิวัติวงการการแพทย์:
| ชื่อการค้า (Brand) | ชื่อสามัญ / กลไกออกฤทธิ์ (MoA) | ข้อบ่งใช้หลัก | ยอดขาย 1H2026 ($M) | สถานะ / การเติบโต |
|---|---|---|---|---|
| Mounjaro | Tirzepatide (Dual GIP/GLP-1 RA) | โรคเบาหวานชนิดที่ 2 (T2D) | $18,500 | เติบโต +85% YoY |
| Zepbound | Tirzepatide (Dual GIP/GLP-1 RA) | โรคอ้วนและการจัดการน้ำหนักเรื้อรัง | $9,000 | เติบโตเท่าตัวจากฐาน 2025 |
| Verzenio | Abemaciclib (CDK4/6 Inhibitor) | มะเร็งเต้านมระยะเริ่มต้นและระยะลุกลาม | $2,850 | +18.0% YoY |
| Trulicity | Dulaglutide (GLP-1 Receptor Agonist) | โรคเบาหวานชนิดที่ 2 | $2,500 | -18.5% YoY (ถูกแทนที่) |
| Taltz | Ixekizumab (IL-17A Antagonist) | โรคสะเก็ดเงินและข้ออักเสบสะเก็ดเงิน | $1,750 | +12.5% YoY |
| Jardiance | Empagliflozin (SGLT2 Inhibitor - Alliance) | โรคเบาหวาน โรคหัวใจล้มเหลว โรคไต | $1,650 | ทรงตัว (+4.0% YoY) |
| Kisunla | Donanemab-azbt (Anti-Amyloid mAb) | โรคอัลไซเมอร์ระยะแรก (Early AD) | $280 | เริ่มสร้างรายได้หลังอนุมัติ |
| Retatrutide | Triple Agonist (GLP-1 / GIP / Glucagon) | โรคอ้วนขั้นรุนแรง, ไขมันพอกตับ MASH | — (Pipeline) | Phase 3 (TRIUMPH) ยื่น BLA 2027 |
| Orforglipron | Non-peptide Oral GLP-1 Agonist | โรคอ้วนและเบาหวานชนิดกินวันละครั้ง | — (Pipeline) | Phase 3 (ATTAIN) อ่านผล 2026–27 |
| ตัวชี้วัดทางการเงิน | FY2023 | FY2024 | FY2025 | 1H 2025 | 1H 2026 | % YoY (1H) | TTM (มิ.ย. 26) |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| รายได้รวม (Total Revenue) | $34,124 | $45,040 | $65,179 | $28,286 | $42,773 | +51.2% | $79,666 |
| ต้นทุนขาย (Cost of Sales) | $7,078 | $8,460 | $11,200 | $4,890 | $6,845 | +42.3% | $13,155 |
| กำไรขั้นต้น (Gross Profit) | $27,046 | $36,580 | $53,979 | $23,396 | $35,928 | +53.0% | $66,511 |
| อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin %) | 79.3% | 81.2% | 82.8% | 82.7% | 84.0% | +100 bps | 83.5% |
| ค่าใช้จ่ายวิจัยและพัฒนา (R&D) | $9,313 | $10,950 | $13,800 | $6,120 | $7,329 | +33.1% | $15,009 |
| ค่าใช้จ่ายขายและบริหาร (SG&A) | $7,411 | $8,980 | $11,600 | $5,210 | $6,364 | +27.4% | $12,754 |
| กำไรจากการดำเนินงาน (Operating Income) | $7,560 | $14,210 | $25,800 | $10,840 | $17,893 | +65.1% | $32,853 |
| EBITDA (คำนวณ) | $9,850 | $16,800 | $28,950 | $12,100 | $20,040 | +64.0% | $36,890 |
| กำไรสุทธิ (Net Income) | $5,240 | $10,590 | $20,640 | $8,420 | $14,491 | +72.1% | $26,711 |
| กำไรต่อหุ้นปรับลด (Diluted EPS, $) | $5.80 | $11.75 | $22.95 | $9.35 | $16.20 | +73.7% | $29.85 |
| รายการงบดุลและกระแสเงินสด | FY2023 | FY2024 | FY2025 | 30 มิ.ย. 2026 (1H26) | แหล่งข้อมูล |
|---|---|---|---|---|---|
| เงินสด รายการเทียบเท่าเงินสด และเงินลงทุนระยะสั้น | $2,821 | $3,680 | $5,420 | $8,950 | SEC 10-Q Balance Sheet |
| ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์สุทธิ (PP&E) | $14,580 | $19,250 | $28,600 | $37,800 | SEC 10-Q PP&E Schedule |
| สินทรัพย์รวม (Total Assets) | $58,010 | $74,800 | $112,300 | $142,283 | SEC 10-Q Total Assets |
| หนี้สินหมุนเวียน (Current Liabilities) | $18,500 | $22,100 | $32,400 | $40,850 | SEC 10-Q Current Liab |
| หนี้สินระยะยาวที่มีภาระดอกเบี้ย (Long-term Debt) | $25,100 | $32,450 | $42,500 | $54,900 | SEC 10-Q Debt Notes |
| หนี้สินรวม (Total Liabilities) | $47,025 | $58,350 | $88,200 | $108,404 | SEC 10-Q Total Liab |
| ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม (Shareholders’ Equity) | $10,985 | $16,450 | $24,100 | $33,879 | SEC 10-Q Equity |
| กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน (Operating Cash Flow) | $6,500 | $12,800 | $22,400 | $13,500 | SEC 10-Q Cash Flows |
| รายจ่ายฝ่ายทุน (CapEx เพื่อขยายโรงงานผลิต) | -$3,400 | -$5,800 | -$9,200 | -$5,600 | SEC 10-Q Investing |
| กระแสเงินสดอิสระ (Free Cash Flow = OCF - CapEx) | $3,100 | $7,000 | $13,200 | $7,900 | คำนวณ OCF ลบ CapEx |
ในเดือนพฤษภาคม 2026 Eli Lilly ได้ดำเนินการออกหุ้นกู้ระยะยาวมูลค่ารวม $9,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อล็อกต้นทุนดอกเบี้ยในอัตราที่เหมาะสมสำหรับใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการสร้างโรงงานผลิตยาแห่งใหม่ในรัฐ Indiana และไอร์แลนด์ แม้หนี้สินรวมจะเพิ่มขึ้นเป็น $54.9B แต่สัดส่วน Net Debt/EBITDA ลดลงต่อเนื่องสู่ 1.25x ด้วยแรงส่งของ EBITDA TTM ที่แตะระดับ $36.9B ทำให้สถานะความน่าเชื่อถือระดับ S&P A+ และ Moody’s A1 ได้รับการยืนยันสถานะมั่นคง (Stable Outlook) (SEC 8-K)
| กลุ่มการรักษา (Therapeutic Area) | ผลิตภัณฑ์หลักในกลุ่ม | รายได้ 1H 2026 ($M) | สัดส่วน (%) | การเติบโต YoY (%) |
|---|---|---|---|---|
| Incretins & Cardiometabolic | Mounjaro ($18.5B), Zepbound ($9.0B) | $27,715 | 64.8% | +78.5% |
| Oncology (โรคมะเร็ง) | Verzenio, Jaypirca, Alimta, Erbitux | $4,920 | 11.5% | +14.2% |
| Mature Diabetes & Insulins | Trulicity, Humalog, Humulin, Jardiance alliance | $4,150 | 9.7% | -12.8% |
| Immunology (โรคภูมิคุ้มกัน) | Taltz, Omvoh, Olumiant, Ebglyss | $3,935 | 9.2% | +18.6% |
| Neuroscience (โรคระบบประสาท) | Kisunla (Donanemab), Emgality, Cymbalta | $2,053 | 4.8% | +85.0% |
| รายได้รวมทั้งสิ้น | พอร์ตโฟลิโอรวมทั่วโลก | $42,773 | 100.0% | +51.2% |
| ปีปฏิทิน (Fiscal Year) | เงินปันผลต่อหุ้น (DPS, $) | การเติบโต YoY (%) | อัตราการจ่ายเงินปันผล (Payout Ratio %) | หมายเหตุ / สถานะ |
|---|---|---|---|---|
| FY2023 | $4.52 | +15.3% | 77.9% | จ่ายไตรมาสละ $1.13 |
| FY2024 | $5.20 | +15.0% | 44.3% | จ่ายไตรมาสละ $1.30 |
| FY2025 | $6.00 | +15.4% | 26.1% | จ่ายไตรมาสละ $1.50 |
| 2026E (คาดการณ์) | $6.92 | +15.3% | ~23.2% | จ่ายไตรมาสละ $1.73 (อนุมัติแล้ว) |
| ชื่อบริษัท / สัญลักษณ์ย่อ | ประเทศ / ตลาด | มูลค่าตลาด ($B) | P/E (TTM) | Forward P/E | รายได้ TTM ($B) | การเติบโตรายได้ YoY | อัตราเงินปันผล |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| Eli Lilly (LLY) | สหรัฐฯ (NYSE) | $1,000.9 | 37.5x | 31.0x | $79.7 | +51.2% | 0.62% |
| Novo Nordisk (NVO) | เดนมาร์ก / NYSE | $580.0 | 34.2x | 28.5x | $44.5 | +22.4% | 1.25% |
| Johnson & Johnson (JNJ) | สหรัฐฯ (NYSE) | $628.8 | 29.9x | 23.2x | $97.9 | +8.2% | 2.05% |
| AbbVie (ABBV) | สหรัฐฯ (NYSE) | $340.0 | 17.2x | 15.2x | $56.4 | +7.8% | 3.45% |
| Merck & Co. (MRK) | สหรัฐฯ (NYSE) | $295.0 | 18.5x | 14.0x | $63.8 | +8.1% | 2.75% |
Eli Lilly กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่การเป็นอภิมหาอำนาจชีวเภสัชภัณฑ์ด้วยปัจจัยขับเคลื่อนเชิงยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนในระยะ 1–3 ปีข้างหน้า:
Retatrutide (Triple G agonist: GLP-1 / GIP / Glucagon): กำลังอยู่ในการทดลองคลินิกเฟส 3 (TRIUMPH program) ข้อมูลเบื้องต้นชี้ให้เห็นถึงความสามารถในการลดน้ำหนักสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 24.2% และมีคุณสมบัติลดไขมันพอกตับ (MASH) ได้อย่างโดดเด่น คาดว่าจะยื่นขออนุมัติขึ้นทะเบียนตำรับยา (BLA Filing) ในช่วงต้นปี 2027 (Lilly R&D Day)
Orforglipron (Oral GLP-1 non-peptide): ยาลดน้ำหนักชนิดรับประทานวันละครั้ง โดยไม่ต้องคำนึงถึงมื้ออาหารหรือข้อจำกัดการดื่มน้ำ ซึ่งจะปลดล็อกตลาดมหาศาลสำหรับผู้ป่วยที่ไม่ต้องการใช้เข็มฉีดยา คาดประกาศผลการทดลองเฟส 3 (ATTAIN trials) ในช่วงปลายปี 2026 ถึงต้นปี 2027 (ClinicalTrials.gov)
Kisunla (Donanemab) การขยายตลาดสู่ระดับสากล: ภายหลัง FDA สหรัฐฯ อนุมัติในเดือนกรกฎาคม 2024 ขณะนี้บริษัทกำลังดำเนินการขออนุมัติในสหภาพยุโรป ญี่ปุ่น และจีน ซึ่งมีประชากรสูงวัยจำนวนมาก คาดว่าจะเริ่มสร้างรายได้แตะระดับพันล้านดอลลาร์ได้ตั้งแต่ปี 2027 เป็นต้นไป
การแก้ปัญหาคอขวดอุปทานด้วยเงินลงทุนกว่า $18B: โครงการสร้างเมกะไซต์ผลิตตัวยาและหลอดฉีดยาอัตโนมัติที่ Lebanon, Indiana มูลค่า $9,000 ล้านดอลลาร์ และไซต์ในยุโรป กำลังทยอยเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ ช่วยเพิ่มกำลังการผลิตมากกว่า 2 เท่าตัว รองรับอุปสงค์ที่ยังคั่งค้าง
ฝ่ายบริหารของ Eli Lilly ได้ปรับเป้าหมายรายได้ทั้งปี 2026 ขึ้นสู่ระดับ $84,000 – $86,000 ล้านดอลลาร์ (เติบโตประมาณ +29% ถึง +32% YoY เทียบกับปี 2025 ที่ $65.2B) และปรับประมาณการกำไรสุทธิต่อหุ้น Non-GAAP EPS ขึ้นเป็น $31.50 – $33.00 ต่อหุ้น สะท้อนความมั่นใจในอุปสงค์ของยา Tirzepatide ที่ยังคงล้นตลาด (Q2 2026 Earnings Guidance)
พ.ร.บ. IRA ให้อำนาจองค์กร Medicare ของรัฐบาลสหรัฐฯ ในการต่อรองเพดานราคายาสูงสุด (Maximum Fair Price: MFP) สำหรับยาที่มียอดขายสูงสุด ซึ่งยากลุ่ม Incretin และเบาหวานอาจถูกบรรจุเข้าสู่รอบการเจรจาถัดไป ส่งผลกระทบต่อราคาขายสุทธิ (Net Realized Price) ในสหรัฐฯ
ตัวชี้วัดที่ต้องติดตาม (Observable Trigger): การประกาศรายชื่อยาที่ถูกต่อรองราคาโดย CMS ในแต่ละรอบบัญชี และอัตราส่วนลดราคาสุทธิ (Gross-to-Net Bubble) ในรายงาน 10-Q Item 2
ในช่วงที่ Tirzepatide อยู่ในบัญชียาขาดแคลนของ FDA ร้านขายยาผสมปรุง (503A/503B) ได้รับอนุญาตให้ผลิตตัวยาเลียนแบบราคาถูก แม้บริษัทจะเริ่มฟ้องร้องทางกฎหมาย แต่การแข่งขันนี้ยังคงแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดผู้ป่วยเงินสด และสร้างความเสี่ยงด้านความปลอดภัยต่อภาพลักษณ์ของแบรนด์
ตัวชี้วัดที่ต้องติดตาม (Observable Trigger): คำประกาศอย่างเป็นทางการของ FDA เกี่ยวกับการถอด Tirzepatide ออกจาก Shortage List อย่างถาวร และคำตัดสินของศาลต่อคดีฟ้องร้องคลินิกผสมยา
การเติบโตของรายได้ขึ้นอยู่กับความสามารถในการส่งมอบเข็มฉีดอัตโนมัติ (KwikPen) และสายการบรรจุยาปลอดเชื้อ หากเกิดความล่าช้าในการก่อสร้างหรือตรวจสอบมาตรฐาน CGMP ของโรงงานแห่งใหม่ อาจจำกัดยอดขายจริงและส่งมอบโอกาสให้คู่แข่ง
ตัวชี้วัดที่ต้องติดตาม (Observable Trigger): จดหมายแจ้งเตือน FDA Form 483 / Warning Letters และตัวเลข CapEx Run-rate ในการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโรงงานที่ Lebanon, Indiana
คู่แข่งชั้นนำอย่าง Novo Nordisk (CagriSema), Amgen (MariTide), Viking Therapeutics, Roche และ Pfizer กำลังเร่งพัฒนายารุ่นใหม่ที่มีความถี่การฉีดน้อยลง (เช่น เดือนละครั้ง) หรือยาลดน้ำหนักชนิดกินขนาดโมเลกุลเล็กที่สะดวกต่อผู้ป่วย
ตัวชี้วัดที่ต้องติดตาม (Observable Trigger): ข้อมูลผลการทดลองทางคลินิกเฟส 3 Head-to-Head ของ CagriSema และความคืบหน้าของ Orforglipron เทียบกับคู่แข่งในการประชุม ADA/EASD
ยารักษาอัลไซเมอร์ Kisunla มีความเสี่ยงต่อภาวะสมองบวมและเลือดออกในสมอง (ARIA-E / ARIA-H) ซึ่งต้องตรวจ MRI อย่างเข้มงวด ขณะที่ยากลุ่ม Incretin ยังต้องติดตามผลข้างเคียงเรื่องการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อและอัตราการหยุดยา (Discontinuation Rate) หลัง 12 เดือน
ตัวชี้วัดที่ต้องติดตาม (Observable Trigger): การเปลี่ยนแปลงฉลากคำเตือนของ FDA (Black Box Warning Updates) และรายงานความปลอดภัยจากระบบ FDA FAERS
ยา Trulicity (Dulaglutide) จะเริ่มสูญเสียสิทธิบัตรคุ้มครองในตลาดหลักช่วงปี 2027–2028 ส่งผลให้รายได้จากยาตัวเดิมลดลงรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถเปลี่ยนผ่านฐานผู้ป่วยส่วนใหญ่มาใช้ Mounjaro ได้สำเร็จแล้ว
ตัวชี้วัดที่ต้องติดตาม (Observable Trigger): อัตราการลดลงของยอดขาย Trulicity ในตลาดยุโรปและญี่ปุ่น และการยื่นขออนุมัติไบโอซิมิลาร์ของ Dulaglutide จากผู้ผลิตภายนอก
เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” (Outperform) สำหรับ Eli Lilly and Company โดยประเมินว่าราคาหุ้นที่ระดับ $1,118.50 เป็นโอกาสลงทุนในผู้นำชีวเภสัชภัณฑ์อันดับ 1 ของโลก แม้ระดับ P/E (TTM) ที่ 37.5x จะดูพรีเมียมเมื่อเทียบกับบริษัทยาแบบดั้งเดิม แต่เมื่อพิจารณาอัตราการเติบโตของกำไรสุทธิระดับ +72.1% YoY ใน 1H 2026 และประมาณการการเติบโตเฉลี่ยของกำไร (EPS CAGR) ที่คาดว่าจะสูงกว่า 30% ต่อปีในช่วง 2024–2028 ทำให้ค่า Forward PEG Ratio อยู่ในระดับสมเหตุสมผลอย่างยิ่ง โดยมี Consensus Target Price จาก Wall Street อยู่ที่ $1,340.00 (Upside +19.8%) และกรอบเป้าหมายสูงสุดที่ $1,600.00 (+43.0%) (MarketBeat Consensus)
| สถาบันการเงิน (House) | คำแนะนำ (Rating) | ราคาเป้าหมาย ($) | Upside (%) | เหตุผลสนับสนุนหลัก |
|---|---|---|---|---|
| Citigroup | ซื้อ (Buy / Street High) | $1,600.00 | +43.0% | Retatrutide และ Orforglipron จะครองตลาด Obesity ยุคสองเต็มรูปแบบ |
| J.P. Morgan | Overweight | $1,450.00 | +29.6% | การแก้ปัญหาคอขวดอุปทานหนุนให้ยอดขาย Tirzepatide เร่งตัวขึ้นใน 2H26 |
| BMO Capital Markets | Outperform | $1,380.00 | +23.4% | การขยายข้อบ่งใช้ Zepbound ใน OSA และ HFpEF ขยายฐานตลาดผู้ป่วย |
| Barclays | Overweight | $1,325.00 | +18.5% | ความได้เปรียบด้าน Gross Margin 84% สร้าง Free Cash Flow มหาศาล |
| Morgan Stanley | Overweight | $1,300.00 | +16.2% | โมเดลธุรกิจมีความทนทานสูงและเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยช่วงเศรษฐกิจผันผวน |
| Goldman Sachs | Buy | $1,280.00 | +14.4% | พอร์ตโฟลิโอ Kisunla และ Verzenio ช่วยกระจายความเสี่ยงอย่างสมดุล |
| ลำดับ | ประเด็นติดตาม | เป้าหมายที่คาดหวัง | แหล่งข้อมูลสำหรับตรวจสอบ |
|---|---|---|---|
| 1 | ยอดขายรวม Mounjaro & Zepbound | ยอดขายรวมต่อไตรมาสต้องไม่ต่ำกว่า $13,500 ล้านดอลลาร์ใน 2H 2026 | รายงานผลประกอบการประจำไตรมาส (Form 10-Q) |
| 2 | ความคืบหน้าการขยายโรงงาน Lebanon, Indiana | โรงงานก่อสร้างตามกำหนดเพื่อเริ่มส่งมอบตัวยาเชิงพาณิชย์เต็มกำลัง | ข่าวประชาสัมพันธ์และการแถลงงบ CapEx |
| 3 | ผลการทดลองทางคลินิกเฟส 3 ของ Orforglipron & Retatrutide | ผลวิจัยความปลอดภัยและประสิทธิผลลดน้ำหนักไม่ด้อยกว่ายาฉีดปัจจุบัน | ClinicalTrials.gov & งานประชุมการแพทย์ ADA/EASD |
| 4 | สถานะการเบิกจ่ายและการจำหน่าย Kisunla ในต่างประเทศ | ได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลของยุโรป (EMA) และญี่ปุ่น (PMDA) | European Medicines Agency (EMA) & PMDA Updates |
| 5 | การถอด Tirzepatide ออกจากบัญชียาขาดแคลนของ FDA | การยุติการผลิตยาผสมปรุงเลียนแบบเพื่อดึงยอดขายกลับสู่ช่องทางจำหน่ายทางการ | FDA Drug Shortages Database |
รายงานฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาและการวิเคราะห์เชิงข้อมูลสำหรับผู้บริหารและนักลงทุนเท่านั้น มิใช่คำแนะนำในการซื้อหรือขายหลักทรัพย์ ควรตรวจสอบ Consensus ราคาเป้าหมายจากแหล่งข้อมูลตลาดเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจ