Genuine Parts Company (NYSE: GPC) เป็นผู้จัดจำหน่ายชิ้นส่วนทดแทนรายใหญ่ของโลกในสองกลุ่มธุรกิจ คือ Automotive (ภายใต้แบรนด์ NAPA) และ Industrial (ภายใต้แบรนด์ Motion) ครึ่งปีแรก 2026 ยอดขายเพิ่มเป็น $12,801.9 ล้านเหรียญ (+6.4% YoY) และกำไรขั้นต้นเพิ่มเป็น $4,809.7 ล้านเหรียญ (+6.9%) แต่กำไรสุทธิลดลงเหลือ $416.1 ล้านเหรียญ (-7.4%) เพราะค่าใช้จ่ายแยกบริษัทและค่าปรับโครงสร้างที่เพิ่มขึ้น ประเด็นที่ตลาดต้องติดตามที่สุดคือแผนแยกกิจการที่ต้องเสร็จภายในไตรมาสแรกของปี 2027
หมายเหตุด้านราคา: ยังไม่ได้ดึงราคาปิดล่าสุดจากตลาด NYSE โดยตรง ราคา $133.96 คำนวณจาก Market Cap $18,467.7M ที่บันทึกในระบบ ÷ หุ้นชำระแล้ว 137,859,581 หุ้น ณ 30 มิ.ย. 2026 ตัวเลขที่ยืนยันได้จากผู้ให้บริการภายนอกคือ $134.54 ณ 19 ส.ค. 2026 ควรตรวจราคาสดก่อนใช้ตัดสินใจ
| หัวข้อ | รายละเอียด | แหล่งข้อมูล |
|---|---|---|
| ชื่อทางการค้า / ตลาดหลักทรัพย์ | Genuine Parts Company (สัญลักษณ์ GPC จดทะเบียนใน New York Stock Exchange) | 10-K FY2025 |
| สำนักงานใหญ่ | 2999 Wildwood Parkway, Atlanta, Georgia 30339, USA | 10-K FY2025 |
| ก่อตั้ง | ก่อตั้งปี 1928 ดำเนินงานใน 17 ประเทศ มีพนักงานมากกว่า 65,000 คน ณ 31 ธ.ค. 2025 | 10-K FY2025 |
| รอบปีบัญชี (Fiscal Year End) | วันที่ 31 ธันวาคมของทุกปี | SEC Submissions |
| ผู้บริหารปัจจุบัน | Will Stengel (Chairman & CEO), Bert Nappier (EVP, COO & CFO ตั้งแต่ 6 ก.ย. 2026), James Howe (President & COO ของ Motion) | 8-K 9 ก.ย. 2026 |
| ผู้บริหารหลังการแยกบริษัท | Court Carruthers (CEO ของ GPC ฝั่ง Automotive) · Jean-Jacques Lafont (Non-Executive Chairman ของ GPC) · Will Stengel (CEO ของ Motion) | 8-K Ex.99.1 9 ก.ย. 2026 |
| จำนวนหุ้นชำระแล้ว | 137,859,581 หุ้น ณ 30 มิ.ย. 2026 (137,859,758 หุ้น ณ 17 ก.ค. 2026) | 10-Q Q2 2026 |
| ตำแหน่งงบประมาณ | ไม่มีผลกระทบจากสกุลเงิน: รายงานเป็นดอลลาร์สหรัฐฯ ทั้งหมด | 10-Q Q2 2026 |
GPC ทำธุรกิจจัดจำหน่ายชิ้นส่วนทดแทนและบริการมูลค่าเพิ่มในสองด้านที่ใช้ระบบกระจายสินค้าคล้ายกัน แต่ลูกค้าต่างกัน ด้านหนึ่งขายให้อู่ซ่อมและร้านค้าปลีกยานยนต์ อีกด้านขายให้โรงงานและผู้ใช้เครื่องจักรในอุตสาหกรรม ทั้งสองด้านอยู่ภายใต้บริษัทเดียวกันและกำลังจะแยกออกจากกัน
ดำเนินงานผ่านสองส่วนงาน คือ North America Automotive ยอดขาย $9,520.0M และ International Automotive ยอดขาย $5,858.6M ในปี 2025 แบรนด์หลักคือ NAPA ซึ่งเป็นสมาชิกเพียงรายเดียวของ National Automotive Parts Association ที่จดทะเบียนไว้ในสหรัฐฯ
ส่วนงาน Industrial ดำเนินงานในอเมริกาเหนือ เปอร์โตริโก แคนาดา ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ อินโดนีเซีย และสิงคโปร์ภายใต้ชื่อ Motion ยอดขาย $8,921.5M ในปี 2025
การแยกบริษัทสร้างสองบริษัทที่มีโปรไฟล์ต่างกันชัดเจน ด้าน Automotive มี Gross margin ประมาณ 38.8% ในอเมริกาเหนือแต่ EBITDA margin ต่ำ เพราะค่าใช้จ่ายดำเนินงานสูงถึง 31.8% ของยอดขาย ด้าน Motion มี Gross margin ประมาณ 30.6% แต่ค่าใช้จ่ายดำเนินงานเพียง 17.8% จึงทำกำไรต่อยอดขายได้มากกว่า ผู้ถือหุ้นจะได้หุ้นในสองบริษัท ซึ่งจะให้การประเมินมูลค่าแยกกันได้ ผู้บริหารจะจัดงานนักลงทุนแยกกัน คือ Global Automotive วันที่ 8 ธ.ค. 2026 และ Global Industrial (Motion) วันที่ 9 ธ.ค. 2026
ปี 2025 ยอดขายโตเพียง +3.5% แต่กำไรสุทธิลดลงเกือบทั้งหมดจากรายการไม่ประจำ ได้แก่ การตัดจ่ายบำนาญ $742.0M ค่าเผื่อจาก First Brands $150.5M และค่าปรับโครงสร้างที่เพิ่มเป็น $254.0M ครึ่งปีแรก 2026 รายการเหล่านี้ลดลงบางส่วน แต่ค่าใช้จ่ายการแยกบริษัทยังคงอยู่ที่ $33.7M
| รายการ | FY2023 | FY2024 | FY2025 | 1H2025 | 1H2026 | แหล่งข้อมูล |
|---|---|---|---|---|---|---|
| ยอดขายสุทธิ (Net Sales) | $23,090.6 | $23,486.6 | $24,300.1 | $12,030.5 | $12,801.9 | 10-K / 10-Q |
| กำไรขั้นต้น (Gross Profit) | $8,290.7 | $8,523.6 | $8,940.7 | $4,498.1 | $4,809.7 | 10-K / 10-Q |
| อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) | 35.90% | 36.29% | 36.79% | 37.40% | 37.57% | คำนวณจากงบ |
| ค่าใช้จ่ายขายและบริหาร (SG&A) | $6,167.1 | $6,642.9 | $7,151.0 | $3,480.9 | $3,774.3 | 10-K / 10-Q |
| EBITDA (กำไรก่อนภาษี + ดอกเบี้ย + D&A) | $2,157.4 | $1,680.8 | $753.7 | $906.1 | $894.7 | คำนวณจากงบ |
| กำไรสุทธิ (Net Income) | $1,316.5 | $904.1 | $65.9 | $449.3 | $416.1 | 10-K / 10-Q |
| กำไรต่อหุ้นปรับลด (Diluted EPS, GAAP) | $9.33 | $6.47 | $0.47 | $3.23 | $3.01 | 10-K / 10-Q |
| กำไรต่อหุ้นปรับลด Adjusted (Adj. EPS) | n/a | n/a | n/a | $3.84 | $3.92 | คำนวณจาก 10-Q |
หมายเหตุ: EBITDA ที่คำนวณจากงบกำไรขาดทุนรวมรายการไม่ประจำ คือ การตัดจ่ายบำนาญ $742.0M ในปี 2025 และค่าปรับโครงสร้าง $254.0M ในปี 2025 และ $213.5M ในปี 2024 ค่า Segment EBITDA ที่บริษัทรายงานไม่รวมรายการเหล่านี้ และมีค่าสูงกว่า ตัวเลข FY2023 ไม่มีค่าปรับโครงสร้างเพราะเริ่มโครงการปี 2024 ข้อมูล Adj. EPS ปีเต็มยังไม่ได้ดึงจากแหล่งที่ระบุ จึงแสดงเป็น n/a
ไตรมาสสอง 2026 ยอดขายโต +6.0% โดย Comparable sales +3.4% ได้ผลดีจากการปรับราคาและการจัดซื้อ แต่ Operating expenses ของ Automotive เพิ่มขึ้นจากเงินเฟ้อค่าขนส่งและค่าเช่า ส่วน Industrial โตเร็วที่สุดเพราะดัชนี PMI ภาคผลิตของสหรัฐฯ ในไตรมาสสองอยู่ในระดับขยายตัวสูงสุดตั้งแต่พฤษภาคม 2022
งบดุลขยายตัวเพิ่มขึ้นจากการซื้อกิจการและการเพิ่มสินค้าคงคลัง สินทรัพย์รวมเพิ่มจาก $19,282.7M ณ สิ้นปี 2024 เป็น $21,058.3M ณ 30 มิ.ย. 2026 ส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่อยู่ที่ $4,526.0M จากกำไรสะสมที่ลดลงในปี 2025 และหนี้ที่เพิ่มขึ้นเพื่อจ่ายปันผลและลงทุน
| รายการ | 31 ธ.ค. 2024 | 31 ธ.ค. 2025 | 30 มิ.ย. 2026 | แหล่งข้อมูล |
|---|---|---|---|---|
| เงินสดและรายการเทียบเท่า (Cash) | $480.0 | $477.2 | $559.1 | 10-Q / 10-K |
| สินค้าคงคลัง (Merchandise Inventories) | $5,514.4 | $6,072.0 | $6,287.9 | 10-Q / 10-K |
| เจ้าหนี้การค้า (Trade Accounts Payable) | $5,923.7 | $6,051.9 | $6,279.9 | 10-Q / 10-K |
| สินทรัพย์รวม (Total Assets) | $19,282.7 | $20,795.5 | $21,058.3 | 10-Q / 10-K |
| หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยรวม (Total Debt) | $4,284.4 | $4,795.8 | $4,979.1 | 10-Q / 10-K |
| ส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ (Parent Equity) | $4,337.4 | $4,423.0 | $4,526.0 | 10-Q / 10-K |
| กระแสเงินสด | FY2023 | FY2024 | FY2025 | 1H2025 | 1H2026 | แหล่งข้อมูล |
|---|---|---|---|---|---|---|
| กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน (Operating Cash Flow) | $1,435.6 | $1,251.3 | $890.8 | $169.1 | $464.1 | 10-K / 10-Q |
| รายจ่ายลงทุน (CapEx) | $512.7 | $567.3 | $469.8 | $248.8 | $205.4 | 10-K / 10-Q |
| กระแสเงินสดอิสระ (Free Cash Flow) | $922.9 | $683.9 | $420.9 | ($79.7) | $258.7 | OCF − CapEx |
หนี้ที่มีภาระดอกเบี้ยเพิ่มจาก $4,284.4M ณ สิ้นปี 2024 เป็น $4,979.1M ณ 30 มิ.ย. 2026 ส่วนหนึ่งมาจากการซื้อกิจการ และส่วนหนึ่งมาจากการใช้ Commercial Paper ยอด CP คงค้าง $683M และวงเงินหมุนเวียน $1.2B ที่ยังไม่ได้ใช้ ทำให้สภาพคล่องรวมอยู่ที่ $2.3B ต้นทุนหนี้เฉลี่ยอยู่ที่ 4.01%
อันดับเครดิตระยะยาวอยู่ที่ BBB- (S&P) และ Baa1 (Moody’s) ตาม 10-K FY2025 หนี้ระยะยาว $3,976.6M ณ 30 มิ.ย. 2026 ยังไม่ครบกำหนดก้อนใหญ่ในช่วงใกล้ แต่หนี้ระยะสั้นและ CP รวม $1,002M ต้องรีไฟแนนซ์ก่อนการแยกบริษัท หนี้ต่างสกุลเงินยูโรและปอนด์ใช้ป้องกันความเสี่ยงบางส่วนด้วย Net investment hedge
ปี 2025 Industrial เป็นส่วนงานที่สร้างกำไรสูงสุด แม้ยอดขายน้อยกว่า North America Automotive เล็กน้อย ครึ่งปีแรก 2026 Industrial ยังเพิ่ม EBITDA ได้ +11.2% ขณะที่ North America Automotive โต +6.1% และ International Automotive โต +5.3%
| ส่วนงาน (Segment) | ยอดขาย FY2025 ($M) | สัดส่วน FY2025 (%) | EBITDA FY2025 ($M) | EBITDA Margin FY2025 | EBITDA 1H2026 ($M) | EBITDA Margin 1H2026 |
|---|---|---|---|---|---|---|
| North America Automotive (NAPA อเมริกาเหนือ) | $9,520.0 | 39.18% | $672.2 | 7.1% | $364.5 | 7.4% |
| International Automotive (ยุโรปและออสเตรเลีย) | $5,858.6 | 24.11% | $544.2 | 9.3% | $294.8 | 9.3% |
| Industrial (Motion) | $8,921.5 | 36.71% | $1,146.4 | 12.9% | $630.6 | 13.3% |
| รวมส่วนงาน (ก่อน Corporate) | $24,300.1 | 100.00% | $2,362.8 | n/a | $1,289.9 | n/a |
Industrial มีกำไรต่อยอดขายสูงกว่า Automotive เกือบสองเท่า ขณะที่ North America Automotive มีต้นทุนค่าใช้จ่ายดำเนินงานสูงถึง 31.8% ของยอดขายในปี 2025 เทียบกับ 17.8% ของ Industrial การแยกบริษัทจึงทำให้ Automotive มีโปรไฟล์กำไรที่ต้องปรับปรุงมากกว่า
GPC จ่ายเงินปันผลเป็นเงินสดและเพิ่มอัตราทุกปีในช่วงที่มีข้อมูลตรวจสอบได้ เงินปันผลต่อหุ้นปี 2025 อยู่ที่ $4.12 และอัตราปัจจุบันอยู่ที่ $1.0625 ต่อไตรมาส หรือ $4.25 ต่อปี ในช่วงครึ่งปีแรก 2026 บริษัทจ่ายเงินปันผลรวม $287.97M ตามงบกระแสเงินสด
| ปี | DPS ($ต่อหุ้น) | การเปลี่ยนแปลง YoY | Diluted EPS GAAP ($) | แหล่งข้อมูล |
|---|---|---|---|---|
| FY2023 | $3.80 | +6.1% | $9.33 | 10-K FY2025 |
| FY2024 | $4.00 | +5.3% | $6.47 | 10-K FY2025 |
| FY2025 | $4.12 | +3.0% | $0.47 | 10-K FY2025 |
| 2026 (อัตราปัจจุบัน) | $4.25 | +3.2% | n/a | 10-Q Q2 2026 |
ปี 2024 บริษัทซื้อหุ้นคืนรวม $150.0M (ประมาณ 1.09 ล้านหุ้น) ตามงบกระแสเงินสด ส่วนปี 2025 ไม่มีการซื้อหุ้นคืน และครึ่งปีแรก 2026 ใช้เงินสดไปกับเงินปันผลประมาณ $288M จำนวนหุ้นชำระแล้วเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากการจ่ายให้พนักงาน ผู้บริหารไม่ได้ประกาศแผนซื้อหุ้นคืนใหม่ในเอกสารที่ตรวจสอบ
GPC ซื้อขายที่ 17.3 เท่าของ Adj. EPS ปี 2026 ซึ่งต่ำกว่า O’Reilly (ORLY) ที่ 26.8 เท่า และต่ำกว่า Fastenal (FAST) ที่ประมาณ 40.8 เท่า ส่วน AutoZone (AZO) ที่ 18.4 เท่าก็อยู่ในช่วงใกล้เคียงกัน แต่ P/E ของ AZO และ GPC เทียบกันตรงๆ ไม่ได้ เพราะ AZO ใช้กำไร GAAP ที่ไม่มีรายการไม่ประจำใหญ่
| บริษัท (Ticker) | Market Cap ($B) | P/E (TTM) | โมเดลหลัก | แหล่งข้อมูลและวันที่ |
|---|---|---|---|---|
| Genuine Parts (GPC) | $18.47B | n.m. (Forward 17.3x) | Automotive (NAPA) และ Industrial (Motion) กำลังแยกบริษัท | ข้อมูลในระบบและ 10-Q Q2 2026 |
| AutoZone (AZO) | $45.37B | 18.38x | ผู้นำ DIY และ Commercial ผ่าน Mega-Hub | StockAnalysis ณ 7 ต.ค. 2026 |
| O’Reilly Automotive (ORLY) | $70.70B | 26.80x | โมเดล Dual-Market (Commercial และ DIY) | StockAnalysis ณ 7 ต.ค. 2026 |
| Advance Auto Parts (AAP) | $2.40B | 28.00x | อยู่ระหว่างปรับโครงสร้าง ขาดทุนสุทธิ | StockAnalysis ณ 7 ต.ค. 2026 |
| Fastenal (FAST) | $54.76B | 40.79x | ชิ้นส่วนอุตสาหกรรมและ MRO ใกล้เคียง Motion | Yahoo Finance ณ 31 ก.ค. 2026 (snapshot) |
หมายเหตุ: ข้อมูลเพื่อนร่วมกลุ่มมีวันที่ต่างกัน และไม่ได้ดึงใหม่ทั้งชุด ควรรีเฟรชก่อนใช้เปรียบเทียบอย่างเป็นทางการ Grainger (GWW) ไม่มี P/E ที่ยืนยันได้ในแหล่งที่ตรวจแล้ว จึงไม่ได้รวมไว้
บริษัทยืนยันแนวทาง Adj. EPS ปี 2026 ที่ $7.50–$8.00 และลดแนวทาง GAAP EPS เป็น $5.90–$6.40 จากเดิม $6.10–$6.60 เพราะค่าใช้จ่ายแยกบริษัทและการปรับโครงสร้าง ขณะที่ปรับแนวทางยอดขายส่วน North America Automotive ลงเป็น 2.5–4.5% และยอดขายส่วน International Automotive ขึ้นเป็น 5–8%
| รายการแนวทางปี 2026 | แนวทางเดิม (17 ก.พ. / 21 เม.ย.) | แนวทางล่าสุด (21 ก.ค. 2026) |
|---|---|---|
| ยอดขายรวมเติบโต | 3% – 5.5% | 3% – 5.5% |
| ยอดขาย North America Automotive | 3% – 5% | 2.5% – 4.5% |
| ยอดขาย International Automotive | 3% – 6% | 5% – 8% |
| ยอดขาย Industrial | 3% – 6% | 3% – 6% |
| Diluted EPS (GAAP) | $6.10 – $6.60 | $5.90 – $6.40 |
| Adjusted Diluted EPS | $7.50 – $8.00 | $7.50 – $8.00 (ยืนยัน) |
| กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน | $1.0B – $1.2B | $1.0B – $1.2B (ยืนยัน) |
| Free Cash Flow | $550M – $700M | $550M – $700M (ยืนยัน) |
ค่าเช่าและค่าแรงในอเมริกาเหนือเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้ SG&A ของ Automotive โตเร็วกว่ายอดขาย ความขัดแย้งในตะวันออกกลางทำให้ค่าเชื้อเพลิงและค่าขนส่งเพิ่ม โดย GPC บอกว่าไม่มีการดำเนินงานในภูมิภาคนี้แต่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนพลังงาน นอกจากนี้ การเรียกคืนเงินภาษีนำเข้าที่ศาลสูงสุดสหรัฐฯ ตัดสินว่าเป็นโมฆะยังอยู่ระหว่างการดำเนินการของ CBP โดยบริษัทยื่นคำขอคืนแล้วในไตรมาส 2 ปี 2026 ความคืบหน้าของการคืนเงินอาจเป็นตัวเร่งกำไรได้
แม้ผลประกอบการของ GPC ยังมั่นคง แต่ความเสี่ยงสำคัญที่สุดคือการแยกบริษัท ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีคำตอบแน่นอนในระยะสั้น ตัวกระตุ้นแต่ละข้อด้านล่างเป็นตัวเลขที่ตรวจได้จากรายงานทุกไตรมาส
การแยก Automotive และ Industrial ต้องแยกระบบไอที ทรัพย์สินทางปัญญา ระบบการจัดซื้อ และสัญญาหลายฉบับ ทำให้ต้นทุนการแยกเพิ่มเกินที่คาด ค่าใช้จ่ายการแยกบริษัทปี 2026 ครึ่งปีแรกอยู่ที่ $33.7M และอาจสูงขึ้นอีก
จุดกระตุ้นที่สังเกตได้ (Observable Trigger): ค่าใช้จ่ายแยกบริษัทในงวดไตรมาส 3 และ 4 รวมกันเกิน $60M หรือกำหนดแยกเลื่อนจากไตรมาส 1 ปี 2027
First Brands ซึ่งเป็นซัพพลายเออร์รายใหญ่ของ Automotive ยื่นล้มละลายตามกฎหมาย Chapter 11 ทำให้ปี 2025 บันทึกค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ $150.5M จากค่าซื้อสิทธิ์ (Volume Purchase Rebates) และลูกหนี้อื่นของ First Brands
จุดกระตุ้นที่สังเกตได้ (Observable Trigger): ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญเพิ่มเติมในงบไตรมาส 3 เกิน $50M หรือการได้รับเงินคืนจากการชำระบัญชีต่ำกว่าที่บันทึกไว้
Segment EBITDA margin ของ North America Automotive ลดลงจาก 8.7% (2023) เป็น 7.1% (2025) และอยู่ที่ 7.4% ในครึ่งปีแรก 2026 ค่าใช้จ่ายดำเนินงานเพิ่มเร็วกว่ายอดขาย โดยเฉพาะค่าจ้างและค่าเช่า
จุดกระตุ้นที่สังเกตได้ (Observable Trigger): Segment EBITDA margin ของ North America Automotive ต่ำกว่า 7.0% ในไตรมาสใดก็ตาม หรือ Comparable sales ต่ำกว่า 2.0%
Debt/Equity เพิ่มจาก 0.99x (2024) เป็น 1.10x (30 มิ.ย. 2026) ดอกเบี้ยจ่ายสุทธิเพิ่มจาก $96.8M (2024) เป็น $163.5M (2025) หากการแยกบริษัทต้องออกหุ้นกู้ใหม่ในอัตราดอกเบี้ยสูงกว่าเดิม ต้นทุนจะเพิ่มขึ้นอีก
จุดกระตุ้นที่สังเกตได้ (Observable Trigger): Debt/Equity เกิน 1.25x หรือต้นทุนหนี้เฉลี่ยเพิ่มเกิน 4.5%
ผู้จัดจำหน่ายที่นำเข้าสินค้าจากจีน แคนาดา และเม็กซิโกยังต้องรับแรงกดดันจากภาษีนำเข้าใหม่และต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง แม้บริษัทบอกว่าการนำเข้าโดยตรงคิดเป็นน้อยกว่า 0.5% ของการซื้อรวม แต่ต้นทุนสินค้าจากซัพพลายเออร์ทางอ้อมยังมีผลต่อกำไรขั้นต้น
จุดกระตุ้นที่สังเกตได้ (Observable Trigger): Gross Margin รวมต่ำกว่า 37.0% ในงวดไตรมาส หรือ SG&A ที่เพิ่มเร็วกว่ายอดขายต่อเนื่องสองไตรมาส
บริษัทบันทึกการตัดจ่ายบำนาญ $742.0M ในปี 2025 ซึ่งลดความเสี่ยงบางส่วนแต่ยังมีภาระ Pension and Other Post-retirement $219.8M ในงบดุล นอกจากนี้ มีข้อพิพาทจากการฟ้องร้องเรื่องแร่ใยหิน (Asbestos) ที่บริษัทมีประกันคุ้มครองบางส่วน
จุดกระตุ้นที่สังเกตได้ (Observable Trigger): การตั้งค่าเผื่อใหม่ในภาระบำนาญเกิน $100M ในงวดเดียว หรือ Asbestos Liability ที่เพิ่มขึ้นเกินการคาดการณ์ในหมายเหตุประกอบงบ
ที่ราคาโดยนัย $133.96 หุ้น GPC ซื้อขายที่ 17.3 เท่าของ Adj. EPS ปี 2026 และ 4.1 เท่าของมูลค่าทางบัญชี (P/BV) ราคานี้อยู่ใกล้ฐานของกลุ่มและต่ำกว่าเป้าหมายบางรายที่อ้างอิง Sum-of-the-parts นักวิเคราะห์หลายแห่งตั้งเป้าอยู่ระหว่าง $145–$155 เช่น Raymond James ที่ $145 (ก.พ. 2026) และค่าเฉลี่ยเป้าหมายจาก FN2 ที่ $154.64 (ก.ค. 2026) ตัวเลขเหล่านี้ยังไม่ได้อัปเดตถึงเดือนตุลาคม 2026 จึงใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงเท่านั้น
| ฉากทัศน์ | Adj. EPS สมมติฐาน | P/E สมมติฐาน | ราคาเป้าหมาย ($) | Upside / Downside | สมมติฐานหลัก |
|---|---|---|---|---|---|
| Bull Case | $8.50 | 20.0x | $170.00 | +26.9% | International โต 8% และ Motion ได้ Multiple ระดับ Industrial Distribution เงินคืนภาษีนำเข้าถูกรับรู้ |
| Base Case | $7.75 | 17.5x | $135.63 | +1.3% | แนวทางจุดกลางทั้งปี การแยกบริษัทเสร็จตามเป้า P/E คงที่ใกล้ระดับปัจจุบัน |
| Bear Case | $7.00 | 15.0x | $105.00 | -21.6% | Automotive ต่ำกว่าแนวทาง First Brands สร้างค่าเผื่อเพิ่ม การแยกบริษัทล่าช้า |
หมายเหตุ: ราคาเป้าหมายคำนวณจาก Adj. EPS × P/E สมมติฐานของผู้เขียนรายงาน ไม่ใช่ราคาเป้าหมายของบริษัทหรือโบรกเกอร์ Upside คำนวณเทียบกับราคาโดยนัย $133.96
[ ] 1. Comparable sales: North America Automotive ต้องโตเกิน 2.5% และ Industrial ต้องโตเกิน 3% ต่อเนื่องสองไตรมาส
[ ] 2. ความคืบหน้าการแยกบริษัท: ติดตามการยื่นเอกสาร Form 10 และการเลือกตั้งบอร์ดของทั้งสองบริษัทก่อนสิ้นปี 2026
[ ] 3. Segment EBITDA margin: North America Automotive ต้องไม่ต่ำกว่า 7.0% และ Industrial ต้องคงไว้เหนือ 13%
[ ] 4. กระแสเงินสดอิสระ: ยืนยันแนวทาง FCF $550–$700M ทั้งปี โดยครึ่งปีแรกอยู่ที่ $258.7M
[ ] 5. หนี้และสภาพคล่อง: Debt/Equity ต้องไม่เกิน 1.25x และเปิดเผยแผนรีไฟแนนซ์ CP ก่อนการแยกบริษัท
[ ] 6. ภาระค่าเผื่อลูกหนี้: ติดตามค่าเผื่อจาก First Brands และการได้รับเงินคืนภาษีนำเข้า