เขียนโดย HypeTimes Staff · ข้อมูล ณ
สรุปผู้บริหาร / Executive Summary
ข้อมูลตลาด ณ 16 ต.ค. 2026 · งบการเงินไตรมาส 1 FY2027 สิ้นสุด 30 ส.ค. 2026 · จัดทำรายงาน 18 ต.ค. 2026
Darden Restaurants (NYSE: DRI) เป็นผู้ดำเนินงานร้านอาหารแบบนั่งรับประทานรายใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ ราคาหุ้นปิดที่ $216.35 เมื่อ 16 ต.ค. 2026 มูลค่าตลาด $24.48 พันล้าน P/E ย้อนหลัง 12 เดือน 20.98 เท่า และ P/E ข้างหน้า 18.85 เท่า ราคาอยู่ในช่วง 52 สัปดาห์ระหว่าง $169.00 ถึง $229.76
ธุรกิจพึ่งร้านที่บริษัทเป็นเจ้าของและบริหารเองเกือบทั้งหมด จาก 2,373 ร้านทั่วโลก มี 2,202 ร้านที่บริษัทบริหารเอง Olive Garden และ LongHorn Steakhouse รวมกันเป็น 1,567 ร้าน ปีงบประมาณ 2026 (สิ้นสุด 31 พ.ค. 2026) ทำรายได้ $13.21 พันล้าน เพิ่ม 9.4% จากปีก่อน แต่ปีนั้นมี 53 สัปดาห์ ตัวเลขการเติบโตจึงสูงกว่าการเติบโตจริงของยอดขายต่อสัปดาห์ ยอดขายสาขาเดิม (Same-Restaurant Sales) ทั้งบริษัทโต 4.5% โดย LongHorn โต 7.2% และ Olive Garden โต 4.0%
ไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2027 ภาพเปลี่ยนไป รายได้โต 5.1% เป็น $3.20 พันล้าน แต่กำไรจากการดำเนินงานลด 5.9% และกำไรต่อหุ้นลดจาก $2.19 เป็น $2.04 Olive Garden โตเพียง 1.1% ยอดขายสาขาเดิมทั้งบริษัทอยู่ที่ 3.1% ซึ่งยังอยู่ในกรอบแนวทางปีนี้ที่ 2.5% ถึง 3.5% แต่ลดลงจากปีก่อน นอกจากนี้บริษัทปิด Bahama Breeze ประมาณครึ่งหนึ่งเมื่อเมษายน 2026 และขาย Olive Garden 8 ร้านในแคนาดาเมื่อ 14 กรกฎาคม 2025
ราคาหุ้น · มูลค่าตลาด
$216.35 · $24.48B
P/E ย้อนหลัง · ข้างหน้า
20.98x · 18.85x
รายได้ FY2026 · TTM
$13.21B · $13.37B
กำไรสุทธิ TTM · EPS TTM
$1.18B · $10.23
กระแสเงินสดอิสระ FY2026
≈ $1.12B
เงินปันผล · Yield
$6.48/ปี · 3.00%
ประเด็นสำคัญสำหรับนักลงทุน
ยอดขายสาขาเดิมชะลอตัวจากปีก่อนที่ทำได้ 4.5% ไปเป็น 3.1% ในไตรมาสแรก โดยแบรนด์ระดับเรือธง Olive Garden ตกเหลือ 1.1% LongHorn ยังแข็งแรงที่ 6.2% ทั้งสองแบรนด์เป็นตัวกำหนดว่าปีงบประมาณ 2027 จะเป็นไปตามแนวทางหรือไม่ กำไรที่ลดลงในไตรมาสแรกมาจากรายจ่ายที่โตเร็วกว่ายอดขาย ผู้ลงทุนควรติดตามการฟื้นตัวของ Olive Garden ในไตรมาสที่ 2 เป็นสัญญาณหลัก
Bull Case: $256 (+18.3%)
- แรงหนุนจากยอดขาย: LongHorn รักษาการเติบโต 6% ขึ้นไป และ Olive Garden กลับมาโตตามเป้า 2.5% ถึง 3.5%
- อัตรากำไรดีขึ้น: Operating Margin กลับขึ้นไปอย่างน้อยที่ระดับ 12.0% ของ FY2026
- การประเมินมูลค่า: EPS TTM $10.23 คูณ P/E 25 เท่า ใกล้ค่าเฉลี่ยของ TXRH และ CMG (สมมติฐานผู้จัดทำรายงาน)
Base Case: $233.44 (+7.9%)
- แนวทางการเติบโต: ยอดขายปี FY2027 ระหว่าง $13.60B ถึง $13.75B ตามแนวทางบริษัท
- การจ่ายคืนผู้ถือหุ้น: ปันผลคงที่ที่ $6.48 ต่อปี และซื้อหุ้นคืนต่อเนื่อง ไตรมาสแรก $222.3M
- ราคาเป้าหมายเฉลี่ย: 28 นักวิเคราะห์ ให้ราคาเฉลี่ย $233.44 ตามข้อมูลของ StockAnalysis
Bear Case: $174 (−19.6%)
- ยอดขายสาขาเดิมชะลอ: Olive Garden โตต่ำกว่า 1% อีกหนึ่งไตรมาส และทั้งบริษัทต่ำกว่า 2.5%
- กำไรถูกบีบ: กำไรสุทธิไตรมาสแรกลดลง 9.5% ดอกเบี้ยจ่ายปี FY2026 เพิ่มเป็น $194.2M จาก $175.1M
- การประเมินมูลค่า: EPS TTM $10.23 คูณ P/E 17 เท่า ใกล้ P/E ของ EAT และ YUM (สมมติฐานผู้จัดทำรายงาน)
Factsheet
สรุปข้อมูลตลาด อัตราส่วนทางการเงิน และข้อมูลนิติบุคคล · ข้อมูลตลาด ณ 16 ต.ค. 2026 · งบการเงิน ณ 30 ส.ค. 2026
52-Week Range
$169.00 – $229.76
Analyst Consensus
Buy (28 คน)
ข้อมูลนิติบุคคลและการจดทะเบียน
ข้อมูลบริษัท Darden Restaurants, Inc. · แหล่งที่มา: SEC EDGAR Form 10-K FY2026 และ 10-Q Q1 FY2027| ชื่อจดทะเบียน | Darden Restaurants, Inc. |
| เลขทะเบียนนิติบุคคลสหรัฐฯ (CIK) | 0000940944 |
| ตลาดหลักทรัพย์และกลุ่มอุตสาหกรรม | New York Stock Exchange (NYSE: DRI) · Consumer Services / Restaurants |
| ปีงบประมาณ | สิ้นสุดวันอาทิตย์สุดท้ายของเดือนพฤษภาคม FY2026 สิ้นสุด 31 พ.ค. 2026 (53 สัปดาห์) |
| ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) | Rick Cardenas (President & Chief Executive Officer) |
| ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน (CFO) | Raj Vennam (Senior Vice President, Chief Financial Officer) |
| จำนวนร้านทั่วโลก | 2,373 ร้าน: เป็นเจ้าของและบริหารเอง 2,202 ร้าน แฟรนไชส์ 167 ร้าน และบริหารภายใต้สัญญา 4 ร้าน |
หมายเหตุ: ชื่อผู้บริหารดึงจากหน้า Darden Leadership ซึ่งเป็นข้อมูลปัจจุบันของบริษัท และไม่ได้อยู่ในรายงาน 10-K ที่ดึงมา ข้อมูลอ้างอิงท้ายบทความ
ลักษณะธุรกิจ / Business Overview
ร้านอาหารแบบนั่งรับประทานหลายแบรนด์ ดำเนินงานในสหรัฐฯ เป็นหลัก พร้อมระบบแฟรนไชส์ขนาดเล็ก
Darden ดำเนินธุรกิจร้านอาหารแบบนั่งรับประทาน (Full-Service Restaurant) โดยเน้นตลาดสหรัฐฯ เป็นหลัก บริษัทเป็นเจ้าของและบริหารแบรนด์ร้านเองเกือบทั้งหมด แฟรนไชส์มีเพียง 167 ร้านซึ่งเป็นสัดส่วนน้อยมาก รายได้ของบริษัทมาจากการขายอาหารและเครื่องดื่มในร้านเป็นหลัก
รายงานประจำปีแบ่งแบรนด์เป็น 4 กลุ่มการดำเนินงาน ได้แก่ Olive Garden, LongHorn Steakhouse, Fine Dining และ Other Business ดังนี้
- Olive Garden: ร้านอาหารอิตาเลียนแบบครอบครัว 949 ร้าน เป็นแบรนด์ที่มีร้านมากที่สุดของบริษัท Segment profit margin ในปี FY2026 อยู่ที่ 22.5% สูงที่สุดในกลุ่ม
- LongHorn Steakhouse: ร้านสเต็กระดับกลาง 618 ร้าน มีการเติบโตของยอดขายสาขาเดิมดีที่สุดในกลุ่ม คือ 7.2% ในปี FY2026 Segment profit margin อยู่ที่ 18.6%
- Fine Dining: Ruth’s Chris (83 ร้าน), The Capital Grille (74 ร้าน) และ Eddie V’s (31 ร้าน) รวม 188 ร้าน Segment profit margin อยู่ที่ 17.7%
- Other Business: Cheddar’s Scratch Kitchen (184 ร้าน), Chuy’s (110 ร้าน), Yard House (93 ร้าน), Seasons 52 (44 ร้าน), Bahama Breeze (13 ร้าน) และ The Capital Burger (3 ร้าน) รวมถึงรายได้ค่าแฟรนไชส์ Segment profit margin อยู่ที่ 15.9%
ความเคลื่อนไหวของพอร์ตแบรนด์ในปีที่ผ่านมา
- ขาย Olive Garden ในแคนาดา 8 ร้าน: ปิดการขายให้ Recipe Unlimited Corporation เมื่อ 14 ก.ค. 2025 บริษัทถอนตัวจากตลาดแคนาดาบางส่วน
- ปิด Bahama Breeze ครึ่งหนึ่ง: ปิดถาวรประมาณ 50% ของสาขา เสร็จสิ้นราวเดือนเมษายน 2026 ส่วนที่เหลือจะแปลงเป็นแบรนด์อื่นของบริษัทภายใน 12 ถึง 18 เดือน และมีการแปลงไปแล้ว 1 ร้าน
ผู้บริหารระดับสูง
- Rick Cardenas: President & CEO
- Raj Vennam: Senior Vice President, CFO
- John Martin: Group President
- Todd Burrowes: Group President และประธาน Chuy’s
- John Wilkerson: ประธาน Olive Garden
- Laura Williamson: ประธาน LongHorn Steakhouse
- Falon Farrell: ประธาน The Capital Grille และ Eddie V’s
รายได้ กำไรจากการดำเนินงาน กำไรสุทธิ และผลการดำเนินงานไตรมาส 1 FY2027 · ข้อมูล ณ 30 ส.ค. 2026
รายได้รวม EBITDA และกำไรสุทธิ · FY2024 ถึง TTM ส.ค. 2026 (หน่วย: ล้านดอลลาร์สหรัฐ)
อัตรากำไร EBITDA และกำไรสุทธิ · FY2024 ถึง TTM ส.ค. 2026 (%)
ผลการดำเนินงานไตรมาส 1: FY2026 เทียบ FY2027 (หน่วย: ล้านดอลลาร์สหรัฐ)
ตารางผลประกอบการย้อนหลัง
งบกำไรขาดทุน (Consolidated Statements of Operations) · หน่วย: ล้านดอลลาร์สหรัฐ ยกเว้นกำไรต่อหุ้น| รายการ ($M) | FY2024 | FY2025 | FY2026 | Q1 FY2026 | Q1 FY2027 | YoY (Q1) |
|---|
| รายได้รวม (Total Sales) | 11,390.0 | 12,076.7 | 13,210.9 | 3,044.7 | 3,200.3 | +5.1% |
| กำไรจากการดำเนินงาน (Operating Income) | 1,314.2 | 1,362.3 | 1,582.8 | 339.2 | 319.3 | −5.9% |
| อัตรากำไรจากการดำเนินงาน (%) | 11.5% | 11.3% | 12.0% | 11.1% | 10.0% | −110 bps |
| ค่าเสื่อมราคาและตัดจำหน่าย (D&A) | 459.9 | 516.1 | 561.1 | 135.1 | 144.2 | +6.7% |
| EBITDA (คำนวณเอง) | 1,774.1 | 1,878.4 | 2,143.9 | 474.3 | 463.5 | −2.3% |
| ดอกเบี้ยจ่ายสุทธิ (Interest, net) | n/a | 175.1 | 194.2 | n/a | n/a | n/a |
| กำไรสุทธิ (Net Earnings) | 1,027.6 | 1,049.6 | 1,206.7 | 257.8 | 233.4 | −9.5% |
| กำไรต่อหุ้นปรับลด (Diluted EPS, $) | 8.51 | 8.86 | 10.38 | 2.19 | 2.04 | −6.8% |
ที่มา:
SEC 10-K FY2026 และ
10-Q Q1 FY2027 ค่า FY2024 ดึงจาก XBRL ของ 10-K ปี FY2024 ที่มีอยู่ในฐานข้อมูล SEC ส่วนค่าดอกเบี้ยของ FY2024 และงวดไตรมาส ยังไม่ได้ดึงมา จึงแสดงเป็น n/a
ข้อสังเกตจากผลประกอบการ
- รายได้ FY2026 ดูโตเร็ว 9.4% แต่มีผลจากการที่ปีนั้นมี 53 สัปดาห์ ถ้าตัดสัปดาห์พิเศษออก การเติบโตจริงต่ำกว่านี้มาก
- ไตรมาสแรก FY2027 รายได้โต 5.1% แต่กำไรจากการดำเนินงานลดลง 5.9% หมายความว่าค่าใช้จ่ายรวมโตเร็วกว่ารายได้ ส่วนกำไรสุทธิลดลง 9.5% รายละเอียดของค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นไม่ได้แยกไว้ในข้อมูลที่ดึงมา
- หน้า 10-Q รายงานกลุ่มการดำเนินงานโดยแสดงกำไรของกลุ่ม (Segment Profit) รวม $602.9M เทียบกับ $574.3M ปีก่อน คิดเป็นอัตรา 18.8% ของรายได้เทียบกับ 18.9% ปีก่อน บริษัทไม่ได้รายงาน Restaurant-Level Margin รวมในรูปแบบเดียวกัน
- EPS TTM $10.23 คำนวณจากผลรวม FY2026 ลบไตรมาส 1 FY2026 และบวกไตรมาส 1 FY2027 ค่า P/E ที่ StockAnalysis รายงานคือ 20.98 เท่า ใกล้เคียงกับ 21.1 เท่าที่คำนวณได้จาก EPS ดังกล่าว ความต่างเกิดจากนิยามของ EPS ที่แต่ละแหล่งใช้
งบแสดงสถานะการเงิน / Balance Sheet
โครงสร้างสินทรัพย์ หนี้สิน และส่วนของผู้ถือหุ้น · ข้อมูล ณ 30 ส.ค. 2026
โครงสร้างงบแสดงสถานะการเงิน · FY2024 ถึง 30 ส.ค. 2026 ($ ล้าน)
หนี้สินรวมกับหนี้ที่มีดอกเบี้ย
หนี้สินรวม $10.65B ณ สิ้น FY2026 มากกว่าหนี้ระยะยาว $1.64B มาก ส่วนต่างนี้เป็นหนี้สินประเภทอื่น ซึ่งรายงานนี้ยังไม่ได้แยกรายละเอียด ค่า D/E ในหัวข้อนี้ใช้เฉพาะหนี้ที่มีดอกเบี้ย
รายการสำคัญในงบแสดงสถานะการเงิน
สินทรัพย์และหนี้สินเปรียบเทียบ (Consolidated Balance Sheets) · หน่วย: ล้านดอลลาร์สหรัฐ| รายการ ($M) | สิ้น FY2025 | สิ้น FY2026 | 30 ส.ค. 2026 |
|---|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด | 240.0 | 219.5 | 220.5 |
| สินทรัพย์รวม (Total Assets) | 12,587.0 | 12,862.4 | 13,226.6 |
| หนี้สินระยะยาว (Long-Term Debt) | 2,128.9 | 1,637.7 | 1,636.1 |
| หนี้สินรวม (Total Liabilities) | 10,275.7 | 10,654.9 | 11,158.2 |
| ส่วนของผู้ถือหุ้น (Stockholders’ Equity) | 2,311.3 | 2,207.5 | 2,068.4 |
| กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน (OCF, ต่อเนื่อง) | 1,710 | ≈1,850 | n/a |
| รายจ่ายฝ่ายทุน (Capex) | 644.6 | 734.0 | 175.3 (ไตรมาส 1) |
| กระแสเงินสดอิสระ (FCF) | 1,065 | ≈1,116 | n/a |
ที่มา:
SEC 10-K FY2026 ค่า OCF FY2026 ที่ระบุเป็น ≈ ดึงจากข้อความ MD&A ที่ปัดเศษเป็นพันล้าน ส่วน FCF = OCF ลบ Capex ไม่ได้รวมเงินปันผลและการซื้อหุ้นคืน
หนี้สินและเลเวอเรจ / Debt & Leverage
ภาระดอกเบี้ย ความสามารถในการชำระหนี้ และโครงสร้างเงินกู้ · ข้อมูล ณ 30 ส.ค. 2026
หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E) และ Net D/E
ตัวชี้วัดความสามารถในการชำระหนี้ · แหล่งที่มา: SEC Form 10-K FY2026 และ 10-Q Q1 FY2027| อัตราส่วนทางการเงิน | สิ้น FY2025 | สิ้น FY2026 | TTM ส.ค. 2026 | หมายเหตุ |
|---|
| หนี้สินระยะยาว ($M) | 2,128.9 | 1,637.7 | 1,636.1 | ใช้ค่า LongTermDebt ตาม XBRL |
| หนี้สุทธิ ($M) | 1,888.9 | 1,418.2 | 1,415.6 | หักเงินสดและเทียบเท่า |
| Total Debt / EBITDA | 1.13x | 0.76x | 0.77x | EBITDA คำนวณเอง |
| Net Debt / EBITDA | 1.01x | 0.66x | 0.66x | หนี้ระยะยาวลดลงราว $491M ระหว่างสิ้น FY2025 ถึงสิ้น FY2026 |
| Interest Coverage (กำไรจากการดำเนินงาน / ดอกเบี้ยจ่าย) | 7.78x | 8.15x | n/a | ดอกเบี้ยจ่ายสุทธิ $175.1M และ $194.2M |
| ดอกเบี้ยจ่ายสุทธิ ($M) | 175.1 | 194.2 | n/a | เพิ่มขึ้น 10.9% ในปีเดียว |
ที่มา:
SEC 10-K FY2026 ตัวเลข Net Debt และอัตราส่วนคำนวณเอง ไม่ได้มาจากคำนิยามของบริษัท ดอกเบี้ยจ่าย TTM ไม่ได้ดึงมาจึงแสดงเป็น n/a
ภาระดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับที่รับได้
กำไรจากการดำเนินงานครอบคลุมดอกเบี้ยจ่ายได้ราว 8 เท่า อัตราส่วนหนี้ต่อ EBITDA ลดลงจาก 1.13 เท่าเป็น 0.76 เท่าในปีเดียว อย่างไรก็ตาม ดอกเบี้ยจ่ายเพิ่ม 10.9% ขณะที่หนี้ระยะยาวลดลง รายงานนี้ยังไม่ได้อธิบายสาเหตุ ควรดูไตรมาสถัดไปว่าดอกเบี้ยจ่ายยังเพิ่มต่อหรือไม่
สัดส่วนธุรกิจ / Segments
สัดส่วนจำนวนร้านจำแนกตามกลุ่มการดำเนินงาน · ข้อมูล ณ 31 พ.ค. 2026
สัดส่วนจำนวนร้านที่บริษัทเป็นเจ้าของและบริหารเอง จำแนกตามกลุ่ม (%)
ที่มา:
SEC 10-K FY2026, Item 1 กราฟนี้แสดงสัดส่วนจำนวนร้าน 2,202 ร้าน ไม่ใช่สัดส่วนรายได้ บริษัทไม่ได้เปิดเผยรายได้ของแต่ละกลุ่มในข้อมูลที่ดึงมา
อัตรากำไรของแต่ละกลุ่ม
จำนวนร้านและอัตรา Segment Profit ของแต่ละกลุ่ม ปีงบประมาณ 2026| กลุ่ม | จำนวนร้านที่บริษัทบริหารเอง | สัดส่วนร้าน | Segment Profit Margin FY2026 |
|---|
| Olive Garden | 949 | 43.1% | 22.5% |
| LongHorn Steakhouse | 618 | 28.1% | 18.6% |
| Fine Dining | 188 | 8.5% | 17.7% |
| Other Business | 447 | 20.3% | 15.9% |
ที่มา:
SEC 10-K FY2026 สัดส่วนร้านคำนวณจากจำนวนร้านที่บริษัทเป็นเจ้าของและบริหารเอง รวม 2,202 ร้าน
ข้อสังเกต
Olive Garden มีสัดส่วนร้านเกือบครึ่งหนึ่ง และมี Segment Profit Margin สูงที่สุด ดังนั้นการชะลอตัวของยอดขายใน Olive Garden จึงกระทบกำไรรวมมากกว่าแบรนด์อื่น ส่วน Other Business มีอัตรากำไรต่ำที่สุดและยังมีการปิดและแปลงสาขาอยู่
ประวัติปันผลและการจ่ายคืนผู้ถือหุ้น / Dividend & Capital Return
เงินปันผลจ่ายต่อหุ้นเพิ่มขึ้นทุกปีในสองปีงบประมาณที่มีข้อมูลเปรียบเทียบ และบริษัทซื้อหุ้นคืนในไตรมาสแรก FY2027
เงินปันผลจ่ายต่อหุ้น (DPS) · FY2024 ถึงอัตราปัจจุบัน ($ ต่อหุ้น)
ประวัติการจ่ายเงินปันผลและ Payout Ratio · แหล่งที่มา: SEC Form 10-K FY2026| ปีงบประมาณ | DPS ($) | อัตราการเติบโต YoY (%) | Payout Ratio (DPS / Diluted EPS) |
|---|
| FY2024 | $5.24 | n/a | 61.6% |
| FY2025 | $5.60 | +6.9% | 63.2% |
| FY2026 | $6.00 | +7.1% | 57.8% |
| อัตราปัจจุบัน (ไตรมาสละ $1.62) | $6.48 | +8.0% | n/a |
ที่มา: DPS ดึงจาก XBRL ของ 10-K ปี FY2024–FY2026 และ 10-Q Q1 FY2027 Payout Ratio คำนวณจาก DPS หารด้วย Diluted EPS ของแต่ละปี
การซื้อหุ้นคืน
- ไตรมาสแรก FY2027 บริษัทซื้อหุ้นคืน 1.1 ล้านหุ้น มูลค่า $220.8M ในงบกระแสเงินสด
- ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงจาก $2,207.5M เป็น $2,068.4M ในไตรมาสเดียว เพราะการซื้อหุ้นคืน $220.8M และการจ่ายปันผลรวมกันมากกว่ากำไรสุทธิ $233.4M
ผลตอบแทนจากปันผล
เงินปันผล $6.48 ต่อปีให้ผลตอบแทน 3.00% ที่ราคาปัจจุบัน ส่วนการซื้อหุ้นคืนไม่ได้แปลงเป็นอัตราต่อปีในรายงานนี้
เปรียบเทียบเพื่อนในกลุ่มอุตสาหกรรม / Peer Comparison
เปรียบเทียบมูลค่าตลาดและ P/E กับร้านอาหารขนาดใหญ่ในสหรัฐฯ · ข้อมูล ณ 16 ต.ค. 2026
เปรียบเทียบ Market Capitalization ($B) และ P/E ย้อนหลัง ของร้านอาหารในกลุ่ม
ตารางเปรียบเทียบตัวชี้วัดการประเมินมูลค่า · ข้อมูล ณ 16 ต.ค. 2026 (StockAnalysis)| บริษัท | สัญลักษณ์ | ราคา ($) | Market Cap ($B) | Trailing P/E | Forward P/E | Dividend Yield (%) | ราคาเป้าหมายเฉลี่ยของนักวิเคราะห์ ($) |
|---|
| Darden Restaurants | DRI | 216.35 | 24.48 | 20.98x | 18.85x | 3.00% | 233.44 |
| Texas Roadhouse | TXRH | 168.40 | 11.05 | 26.97x | 23.67x | 1.78% | 210.33 |
| Brinker International | EAT | 204.14 | 8.53 | 18.78x | 15.39x | n/a | 261.00 |
| Yum! Brands | YUM | 150.51 | 41.07 | 18.96x | 23.70x | 1.99% | 171.06 |
| Chipotle Mexican Grill | CMG | 29.89 | 37.82 | 27.70x | 23.55x | n/a | 43.55 |
ที่มา: StockAnalysis แต่ละบริษัทตามลิงก์ในแหล่งอ้างอิง ค่า n/a คือหน้าเว็บไม่แสดงเงินปันผล ไม่ได้แปลว่าไม่จ่าย
ข้อสังเกตเชิงเปรียบเทียบ
- P/E ย้อนหลังของ DRI (20.98x) ต่ำกว่า TXRH และ CMG แต่สูงกว่า EAT และ YUM เมื่อดูจาก P/E ข้างหน้า DRI (18.85x) ต่ำกว่าทุกบริษัทในกลุ่ม ยกเว้น EAT (15.39x)
- ผลตอบแทนเงินปันผล 3.00% สูงที่สุดในกลุ่มที่แสดงผล
- ราคาเป้าหมายเฉลี่ยของนักวิเคราะห์ให้ศักยภาพขึ้นประมาณ 8% สำหรับ DRI ซึ่งต่ำที่สุดในกลุ่ม ส่วน TXRH, EAT, YUM และ CMG ให้ศักยภาพขึ้นตั้งแต่ประมาณ 14% ถึง 46%
- มูลค่าตลาดของ DRI ใหญ่กว่า TXRH และ EAT ราว 2 ถึง 3 เท่า แต่เล็กกว่า YUM และ CMG จึงควรอ่านการเปรียบเทียบนี้โดยคำนึงถึงขนาดที่ต่างกัน
มุมมองอนาคตและแนวทางของบริษัท / Outlook & Catalysts
แนวทางปี FY2027 ที่บริษัทประกาศไว้ ณ 30 ส.ค. 2026
แนวทาง FY2027 ที่บริษัทระบุไว้
แนวทางของบริษัทสำหรับปีงบประมาณ 2027 · แหล่งที่มา: SEC Form 10-K FY2026, Forward-Looking Outlook| รายการ | แนวทาง | เทียบกับ FY2026 |
|---|
| รายได้จากการดำเนินงานต่อเนื่อง (Sales) | $13.60B ถึง $13.75B | +3.0% ถึง +4.1% |
| ยอดขายสาขาเดิม (Same-Restaurant Sales) | 2.5% ถึง 3.5% | FY2026 อยู่ที่ 4.5% |
| จำนวนร้านเปิดใหม่ | 75 ถึง 80 ร้าน | n/a |
| รายจ่ายฝ่ายทุน (Capex) | ประมาณ $875M | FY2026 อยู่ที่ $734M |
| อัตราภาษีเงินได้ที่มีผล | ประมาณ 13.5% | n/a |
ปัจจัยที่จะกำหนดผลลัพธ์ในปีนี้
- Olive Garden กลับมาโต: ไตรมาสแรกโตเพียง 1.1% ทั้งที่แนวทางรวมคือ 2.5% ถึง 3.5% บริษัทต้องดึงยอดขายของแบรนด์นี้ให้เร่งขึ้นเพื่อให้ได้ตามเป้า
- LongHorn รักษาการเติบโต: แบรนด์นี้โต 6.2% ในไตรมาสแรก เป็นแหล่งเติบโตหลักที่ช่วยรักษาตัวเลขรวม
- การแปลง Bahama Breeze: ส่วนที่เหลือของ Bahama Breeze จะถูกแปลงเป็นแบรนด์อื่นภายใน 12 ถึง 18 เดือน ผลกระทบต่อกำไรขึ้นอยู่กับการลงทุนที่ใช้ในการแปลงแต่ละร้าน
- การเปิดร้านใหม่ 75 ถึง 80 ร้าน: เป็นตัววัดว่าบริษัทดำเนินตามแผนขยายสาขาที่ประกาศไว้หรือไม่
- การใช้เงินสด: FCF ปี FY2026 ราว $1.1B ต้องรองรับ Capex ประมาณ $875M ตามแนวทาง และปันผลราว $730M ต่อปีที่อัตราปัจจุบัน
จุดที่ต้องจับตาในรายงานถัดไป
ไตรมาส 2 FY2027 จะเป็นการทดสอบว่าการชะลอตัวของ Olive Garden เป็นเรื่องชั่วคราวหรือไม่ ถ้า Olive Garden ยังโตต่ำกว่า 2% ตัวเลขรวมต้องพึ่ง LongHorn มากขึ้นเพื่อให้อยู่ในกรอบแนวทาง
ปัจจัยเสี่ยงและการบริหารความเสี่ยง / Risk Factors
ความเสี่ยงหกด้านจากหัวข้อ Risk Factors ใน 10-K พร้อมสัญญาณที่สังเกตได้และเกณฑ์ที่ผู้จัดทำกำหนด
ตารางวิเคราะห์ความเสี่ยงหกด้าน · ที่มา: SEC 10-K FY2026 Item 1A และตัวเลขจากงบการเงิน| ด้านความเสี่ยง | คำอธิบายและผลกระทบ | สัญญาณที่สังเกตได้ (เกณฑ์ผู้จัดทำ) | ข้อมูลที่เกี่ยวข้องในรายงาน |
|---|
| 1. เงินเฟ้อและกำลังซื้อผู้บริโภค | ราคาอาหารและค่าแรงที่เพิ่มขึ้นอาจทำให้ลูกค้าลดความถี่ในการรับประทานอาหารนอกบ้าน ร้านแบบนั่งรับประทานได้รับผลกระทบเร็วกว่าร้านแบบบริการด่วน | ยอดขายสาขาเดิมทั้งบริษัทต่ำกว่า 2.5% ติดต่อกันสองไตรมาส | SRS FY2026 อยู่ที่ 4.5% ไตรมาส 1 FY2027 อยู่ที่ 3.1% |
| 2. ค่าแรงและบุคลากร (Human Capital) | การขาดแคลนพนักงานครัวและพนักงานบริการ และกฎหมายค่าแรงขั้นต่ำที่เข้มขึ้นกดดันต้นทุนร้าน | ค่าใช้จ่ายค่าแรงและสวัสดิการเพิ่มเร็วกว่ารายได้ต่อเนื่อง | ไม่ได้ดึงข้อมูลค่าแรงจากรายงาน จึงยังประเมินไม่ได้ |
| 3. สุขภาพและความปลอดภัย (Health & Safety) | ปัญหาด้านอาหารปนเปื้อนหรือโรคระบาดที่เกี่ยวข้องกับร้านอาจทำให้ความเชื่อมั่นของลูกค้าลดลงอย่างรวดเร็ว | ข่าวเรื่องอาหารเป็นพิษหรือการปิดสาขาชั่วคราวในหลายพื้นที่พร้อมกัน | ไม่ได้ดึงข้อมูลส่วนนี้จากรายงาน |
| 4. เทคโนโลยีสารสนเทศและความปลอดภัยไซเบอร์ | การโจมตีระบบชำระเงินหรือข้อมูลลูกค้าอาจทำให้การให้บริการหยุดชะงักและเสียชื่อเสียง | การหยุดให้บริการของระบบสั่งอาหารหรือการรั่วไหลของข้อมูลสมาชิก | ไม่ได้ดึงข้อมูลส่วนนี้จากรายงาน |
| 5. การปรับพอร์ตแบรนด์ | การปิดและการแปลงสาขา Bahama Breeze และการขาย Olive Garden ในแคนาดา อาจเกิดค่าใช้จ่ายครั้งเดียวและรายได้หายไปชั่วคราว | ค่าใช้จ่ายพิเศษจากการปิดสาขาที่สูงกว่าที่คาดไว้ หรือการแปลงสาขาที่ล่าช้าเกิน 18 เดือน | ร้าน Bahama Breeze ที่เหลือจะแปลงภายใน 12 ถึง 18 เดือน มีการแปลงแล้ว 1 ร้าน |
| 6. ภาระดอกเบี้ยและการเงิน | ดอกเบี้ยจ่ายเพิ่มขึ้นจาก $175.1M เป็น $194.2M ในหนึ่งปี ซึ่งอาจกดดันกำไรสุทธิ | Interest Coverage ลดลงต่ำกว่า 7.0 เท่า จากระดับ 8.15 เท่าในปี FY2026 | Debt/EBITDA 0.76 เท่า และ Interest Coverage 8.15 เท่า ณ สิ้น FY2026 |
ที่มา: ชื่อหัวข้อความเสี่ยงดึงจาก
SEC 10-K FY2026 เกณฑ์สัญญาณที่สังเกตได้เป็นข้อสมมติของผู้จัดทำรายงาน ไม่ใช่ค่าที่บริษัทประกาศ
SWOT Analysis
สรุปจุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรคจากข้อมูลในรายงานนี้
Strengths (จุดแข็ง)
- ขนาดและพอร์ตแบรนด์: ร้านที่บริษัทบริหารเอง 2,202 ร้านใน 11 แบรนด์ ลดการพึ่งพาแบรนด์เดียว
- Olive Garden และ LongHorn: สองแบรนด์หลักมีสัดส่วนร้านราว 71% และมี Segment Profit Margin ที่แข็งแรง
- ความสามารถในการจ่ายคืนผู้ถือหุ้น: FCF ราว $1.1B ในปี FY2026 รองรับปันผลและการซื้อหุ้นคืน
- ดอกเบี้ยจ่ายได้สบาย: กำไรจากการดำเนินงานครอบคลุมดอกเบี้ยจ่าย 8.15 เท่า
Weaknesses (จุดอ่อน)
- Olive Garden ชะลอ: ยอดขายสาขาเดิมไตรมาสแรกเพียง 1.1% ทั้งที่เป็นแบรนด์ที่สำคัญที่สุด
- กำไรสุทธิลด: กำไรสุทธิไตรมาสแรกลด 9.5% ในขณะที่รายได้โต 5.1%
- ต้นทุนดอกเบี้ยเพิ่ม: ดอกเบี้ยจ่ายเพิ่ม 10.9% ในหนึ่งปี
- Other Business มีอัตรากำไรต่ำที่สุด: 15.9% และยังต้องแปลงสาขาอีกส่วนหนึ่ง
Opportunities (โอกาส)
- LongHorn ยังโตแรง: 6.2% ถึง 7.2% ในสองช่วงล่าสุด เป็นแหล่งเติบโตที่เห็นได้ชัด
- แปลง Bahama Breeze: ร้านที่เหลือจะเปลี่ยนเป็นแบรนด์อื่นของบริษัทภายใน 12 ถึง 18 เดือน
- ร้านเปิดใหม่ 75 ถึง 80 ร้าน: ช่วยเพิ่มรายได้ปีหน้าโดยไม่ต้องพึ่งยอดขายสาขาเดิมอย่างเดียว
- ระบบแบรนด์ระดับ Fine Dining: Ruth’s Chris และ The Capital Grille ทำให้บริษัทมีแบรนด์ระดับบนที่ไม่พึ่ง Olive Garden
Threats (อุปสรรค)
- กำลังซื้อผู้บริโภคที่อ่อนแรง: ร้านแบบนั่งรับประทานพึ่งพาลูกค้าที่ยอมใช้เงินนอกบ้านอย่างสม่ำเสมอ
- การแข่งขันด้านราคา: แบรนด์บริการด่วนและร้านระดับกลางแข่งกันด้วยดีลราคาต่ำ
- ค่าแรงขั้นต่ำและต้นทุนแรงงาน: กฎหมายค่าแรงกดดันอัตรากำไรของร้านทุกแห่ง
- ดอกเบี้ยจ่ายเพิ่ม: ดอกเบี้ยจ่ายเพิ่ม 10.9% ในหนึ่งปี อาจกดดันกำไรต่อหุ้น
มุมมองนักลงทุน / Investor View
การประเมินมูลค่าจากข้อมูลในรายงาน สมมติฐานสามกรณี และรายการที่ควรติดตาม
สรุปการประเมิน: ราคาหุ้น $216.35 ซื้อขายที่ P/E ย้อนหลัง 20.98 เท่า และ P/E ข้างหน้า 18.85 เท่า ซึ่งต่ำกว่า TXRH และ CMG ในกลุ่ม ผลตอบแทนเงินปันผล 3.00% และการลดหนี้ในปี FY2026 เป็นจุดแข็งทางการเงิน แต่การชะลอของ Olive Garden และกำไรสุทธิที่ลดลงในไตรมาสแรกเป็นเหตุผลให้ต้องรอดูผลไตรมาสถัดไปก่อนตัดสินใจเพิ่มสัดส่วนการลงทุน
เกณฑ์ที่ใช้ประเมินคือ EPS TTM $10.23 คูณ P/E ที่สมมติ ส่วนกรณีฐานใช้ราคาเป้าหมายเฉลี่ยของนักวิเคราะห์ ซึ่งเป็นข้อมูลจากภายนอก ไม่ใช่ผลการประเมินของผู้จัดทำรายงาน
Bull Scenario
ราคาเป้าหมาย $256 (+18.3%)
- Olive Garden กลับมาโต 2.5% ถึง 3.5% ตามแนวทาง
- LongHorn โตต่อเนื่องที่ 6% ขึ้นไป
- ตลาดให้ P/E 25 เท่า ใกล้ระดับ TXRH และ CMG
Base Scenario
ราคาเป้าหมาย $233.44 (+7.9%)
- ยอดขายปี FY2027 อยู่ในกรอบ $13.60B ถึง $13.75B
- ปันผลคงที่ $6.48 ต่อปี และซื้อหุ้นคืนต่อเนื่อง
- ค่าเฉลี่ยราคาเป้าหมายของนักวิเคราะห์ 28 คน ตาม StockAnalysis
Bear Scenario
ราคาเป้าหมาย $174 (−19.6%)
- ยอดขายสาขาเดิมทั้งบริษัทต่ำกว่า 2.5%
- กำไรจากการดำเนินงานและกำไรสุทธิลดลงอีกในไตรมาสถัดไป
- ตลาดให้ P/E 17 เท่า ใกล้ระดับ EAT และ YUM
รายการที่ควรติดตาม
ตัวชี้วัดสำคัญที่ต้องติดตามในงวดถัดไป| ประเด็นที่ต้องจับตา | ตัวเลขอ้างอิง | งวดรายงาน | เหตุผลที่สำคัญ |
|---|
| ยอดขายสาขาเดิม Olive Garden | อยู่ที่ 1.1% ในไตรมาส 1 FY2027 | ไตรมาส 2 FY2027 | เป็นแบรนด์ที่มีสัดส่วนร้านและกำไรสูงที่สุด |
| ยอดขายสาขาเดิมทั้งบริษัท | แนวทาง 2.5% ถึง 3.5% | ไตรมาส 2 FY2027 | ยืนยันว่าแนวทางทั้งปียังเป็นไปได้ |
| อัตรากำไรจากการดำเนินงาน | 12.0% ปี FY2026 และ 10.0% ไตรมาส 1 FY2027 | ไตรมาส 2 FY2027 | สะท้อนว่าค่าใช้จ่ายโตเร็วกว่ารายได้หรือไม่ |
| การเปิดร้านใหม่ | 75 ถึง 80 ร้าน ตลอดปี FY2027 | ทุกไตรมาส | ยืนยันแผนการเติบโตระยะยาว |
| ดอกเบี้ยจ่ายและ Interest Coverage | ดอกเบี้ย $194.2M และ Coverage 8.15 เท่า | ไตรมาส 2 FY2027 | ดูว่าต้นทุนการกู้กำลังส่งผลต่อกำไรมากขึ้นหรือไม่ |