เขียนโดย HypeTimes Staff · ข้อมูล ณ
1. สรุปผู้บริหาร (Executive Summary)
ข้อมูลตลาด ณ ปิด 16 ต.ค. 2026 · งบ 2Q26 สิ้นสุด 30 มิ.ย. 2026 · Guidance ปรับปรุง 29 ก.ค. 2026
Market Capitalization
$34.37B
กำไรสุทธิ GAAP 1H 2026
$417M
EBITDA TTM (GAAP)
$3,359M · 33.5%
Net Debt 30 มิ.ย. 2026
$6.8B
หนี้ $8.09B หักเงินสด $1.29B · ณ สิ้นปี 2025 ประมาณ $2.5B
(10-Q 2Q26)EBITDA ในรายงานนี้ = กำไรจากการดำเนินงาน GAAP + ค่าเสื่อมและตัดจำหน่าย (D&A) เพราะบริษัทไม่ได้ตีความ EBITDA ของตนเองในเอกสารที่ตรวจ และตัวเลข TTM รวมรายการที่ไม่เกิดซ้ำ เช่น ค่า amortization ของสินค้าคงคลังจาก Apellis $310M และค่าปรับโครงสร้าง $173M ในงวด 1H26 · Net Debt คำนวณจากหนี้ตามงบ (ระยะสั้น $800M + ระยะยาว $7,290M) หักเงินสด $1,285M · StockAnalysis แสดง Net cash −$7.07B เพราะรวมหนี้ตามสัญญาเช่นและนิยามต่างกัน · ที่มา:
10-Q 2Q26 และ
StockAnalysis BIIB financialsประเด็นสำคัญ (Key Takeaways)
- ยอดขายโตช้า แต่โครงสร้างรายได้เปลี่ยน: รายได้รวม 1H26 $5,214M เพิ่ม 2.7% YoY ยอดขายผลิตภัณฑ์ 2Q26 $1,916M (+2%) โดย Spinraza, Skyclarys, Zurzuvae และ Qalsody รวมกัน $673M ใน 2Q26 และ Syfovre กับ Empaveli ที่เข้ามาจาก Apellis อีก $127M (Release 2Q26)
- MS ยังเป็นฐานรายได้หลักแต่กำลังลดลงเร็ว: Tecfidera 2Q26 $91M (−53%) และ Vumerity $197M (−7%) ยอด Tysabri $451M (−1%) ใกล้คงที่ แต่มียาชีวสมมูลเข้ามาแข่งแล้ว (Release 2Q26) (10-Q 2Q26)
- การซื้อ Apellis เปลี่ยนงบดุลและกำไร: จ่ายเงินสด $41.00 ต่อหุ้น (รวมประมาณ $5.3B) และ CVR สูงสุด $4.00 ต่อหุ้น ผูกกับยอดขาย SYFOVRE รวมมูลค่าสิ่งตอบแทน $5,410M ปิดดีลวันที่ 14 พ.ค. 2026 บริษัทคาดว่าจะกระทบ Non-GAAP EPS 2026 ประมาณ $(0.85) และเป็นบวกในปี 2027 (10-Q 2Q26) (Release 2Q26)
- กำไร GAAP ถูกกดดันจากค่า IPR&D และค่าปรับโครงสร้าง: กำไร TTM $835M เทียบ $1,293M ปี 2025 ค่า Acquired IPR&D ของ TJ Bio (felzartamab) $100M ถูกบันทึกเป็นค่าใช้จ่าย ส่วน Non-GAAP EPS 2026 guidance อยู่ที่ $12.00–13.00 หลังหักค่า IPR&D/milestone ราว $3.00 (10-Q 2Q26) (Release 2Q26)
- งบดุลตึงขึ้นชัดเจน: Net debt เพิ่มจาก $2.5B (สิ้นปี 2025) เป็น $6.8B ส่วน Net Debt / EBITDA GAAP TTM อยู่ที่ 2.0 เท่า จากเดิม 0.7 เท่า การซื้อหุ้นคืนไม่ปรากฏในงวด 2023–1H26 ขณะที่ปี 2026 ใช้เงินกู้ Term Loan $2.0B ระดับหนี้จึงเป็นประเด็นต้องติดตาม (10-Q 2Q26)
อ่านตัวเลขกำไรสองแบบให้ถูกต้อง
Guidance 2026 ไม่ได้ให้ GAAP EPS บริษัทให้เฉพาะรายได้และ Non-GAAP EPS ค่า Non-GAAP $12.00–13.00 มาจากกำไรพื้นฐาน $15.85–16.85 หักค่า IPR&D/milestone ราว $3.00 และผลเจือจางจาก Apellis ราว $0.85 ส่วน GAAP EPS TTM $5.64 และ GAAP EPS 1H26 $2.81 ต่างจาก Non-GAAP มาก จึงไม่ควรเทียบ P/E ทั้งสองแบบปนกัน (Release 2Q26)
Bull Case — อ้างอิง $300 (+29%)
- Litifilimab ผ่าน registrational data ในโรค SLE ภายในสิ้นปี 2026 และ Phase 3 ที่เหลือในปี 2027 ทำให้ pipeline ใหม่มีมูลค่าชัดขึ้น ซึ่ง J.P. Morgan ยกเป้าเป็น $300 (upgrade จาก $210 เมื่อ 12 ต.ค. 2026)
- Growth portfolio เติบโตเร็วต่อเนื่อง (Skyclarys +29%, Zurzuvae +53%, Qalsody ประมาณ +60%) และ Syfovre กับ Empaveli ขยายตัวตาม Apellis
- $300 คือ PT สูงสุดจากนักวิเคราะห์ 36 ราย เท่ากับ 18.2 เท่าของ EPS 2027 ฉันทามติ $16.52 และ 23.9 เท่าของ Non-GAAP EPS 2026 ฉันทามติ $12.53
Base Case — อ้างอิง $243.98 (+4.9%)
- บริษัททำได้ตาม guidance รายได้โตระดับกลางหนึ่งหลัก (mid-single-digit) และ Non-GAAP EPS กลางกรอบ $12.50 โดยไม่มีค่า IPR&D ก้อนใหญ่เพิ่มในครึ่งหลัง
- Tecfidera และ Tysabri ค่อย ๆ ลดลงตามแนวโน้มยาสามัญและยาชีวสมมูล โดยกลุ่มเติบโตชดเชยได้บางส่วน ยอดขาย Syfovre และ Empaveli เข้าสู่แนวโน้มที่บริษัทประเมิน
- $243.98 คือค่าเฉลี่ย PT ของนักวิเคราะห์ เท่ากับ 14.8 เท่าของ EPS 2027 ฉันทามติ และ 19.5 เท่าของ Non-GAAP EPS 2026 ฉันทามติ $12.53
Bear Case — อ้างอิง $175 (−25%)
- Tecfidera generic และ Tysabri biosimilar ลดรายได้ MS เร็วกว่าที่กลุ่มเติบโตจะชดเชยได้ ทำให้ FCF ค้างอยู่ระดับ $2.0–2.7B และไม่พอรองรับการซื้อกิจการต่อเนื่อง
- Litifilimab หรือ Phase 3 รายการอื่นล้มเหลว หรือมีค่า IPR&D/impairment เพิ่มทำให้ Net debt ขยายต่อจาก $6.8B และ ND/EBITDA เกิน 2.5 เท่า
- $175 คือ PT ต่ำสุดจากนักวิเคราะห์ เท่ากับ 10.6 เท่าของ EPS 2027 ฉันทามติ ซึ่งสะท้อนกรณีที่ตลาดไม่ให้เครดิตกับ pipeline และการซื้อกิจการ
ราคาใน Bull/Base/Bear คือ PT ของนักวิเคราะห์ภายนอก (High / Average / Low) ไม่ใช่ราคาเป้าหมายของรายงานนี้ · ตัวเลข implied P/E ใช้ EPS 2027 ฉันทามติ Non-GAAP $16.52 และ Non-GAAP EPS 2026 กลาง $12.53 · ที่มา:
StockAnalysis BIIB forecast (ข้อมูล ณ 15 ต.ค. 2026) และ
Release 2Q26
2. Factsheet
ข้อมูลตลาด ณ ปิด 16 ต.ค. 2026 · ส่วนของผู้ถือหุ้นและหุ้นที่ออกแล้ว ณ 30 มิ.ย. 2026
Forward P/E
17.80x
อิงกำไรไปข้างหน้า · Non-GAAP EPS 2026 ฉันทามติ $12.53 = 18.6x
(StockAnalysis)Dividend ต่อหุ้น
ไม่จ่ายปันผล
Free Cash Flow TTM
$2,697M
ข้อมูลนิติบุคคลและการซื้อขาย
| รายการ |
รายละเอียด |
แหล่งที่มา |
| ชื่อบริษัท |
Biogen Inc. |
SEC EDGAR |
| ตลาดหลักทรัพย์และสัญลักษณ์ |
NASDAQ: BIIB |
StockAnalysis |
| หมวดและอุตสาหกรรม |
Health Technology / Biotechnology (ตามข้อมูลที่ใช้จัดทำรายงาน) |
StockAnalysis |
| ดัชนีสำคัญ |
S&P 500 |
ข้อมูลที่ใช้จัดทำรายงาน |
| CIK (SEC) |
0000875045 |
SEC EDGAR |
| หุ้นสามัญที่ออกแล้ว |
147.75 ล้านหุ้น |
StockAnalysis |
| มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด |
$34.37B (EV $41.45B ตามนิยาม StockAnalysis) |
StockAnalysis |
| ยื่นงบไตรมาสล่าสุด |
10-Q งวด 2Q26 ยื่น 29 ก.ค. 2026 · ยังไม่พบ 10-Q งวด 3Q26 ณ 17 ต.ค. 2026 |
10-Q 2Q26 |
ที่มา:
10-Q 2Q26 ·
StockAnalysis BIIB statistics · FCF TTM = FY25 $2,051M + 1H26 − 1H25 (ตามงบ StockAnalysis) · จำนวนหุ้นจาก StockAnalysis ยังไม่ได้ตรวจกับปก 10-Q โดยตรง · 52-week range ไม่ปรากฏในหน้าที่ตรวจ จึงไม่แสดง
3. ลักษณะธุรกิจ (Business Overview)
โครงสร้างผลิตภัณฑ์ตามกลุ่มโรค · ยอดขายไตรมาส 2 2026 และรายได้ TTM ถึง 30 มิ.ย. 2026
Biogen เป็นบริษัทชีวเภสัชภัณฑ์ระดับโลกที่ให้ความสำคัญกับ ประสาทวิทยา (Neurology) ภูมิคุ้มกันเฉพาะทาง และโรคหายาก ตามพันธกิจที่ระบุใน 10-K FY2025 คือ “การค้นพบ พัฒนา และส่งมอบการรักษาที่ไม่ธรรมดาแก่ผู้ที่มีโรครุนแรงและซับซ้อน” โมเดลธุรกิจประกอบด้วยการขายยาที่พัฒนาเองและยาที่ได้มาจากการซื้อกิจการ รวมถึงการร่วมทุนเชิงพาณิชย์ เช่น Leqembi กับ Eisai
บริษัทรายงานรายได้ตามกลุ่มผลิตภัณฑ์ ดังนี้
1. โรคปลอกประสาทเสื่อม (MS): Q2 2026 รวม $767M
- Tysabri (natalizumab): Q2 2026 $451M (−1%) เป็นยาที่ใหญ่ที่สุดในกลุ่ม MS แต่ 10-Q ระบุความเสี่ยงจาก Tysabri biosimilar ที่เข้ามาแล้ว
- Vumerity (diroximel fumarate): Q2 2026 $197M (−7%)
- Tecfidera (dimethyl fumarate): Q2 2026 $91M (−53%) ได้รับผลกระทบจากยาสามัญ
- Avonex และ Plegridy: รายการผลิตภัณฑ์ที่มีในพอร์ต ไม่ได้แยกตัวเลขในเอกสารที่ตรวจ
2. โรคหายากและโรคระบบประสาทอื่น (Growth Portfolio)
- Spinraza (nusinersen): สำหรับ SMA Q2 2026 $402M (+2%) เป็นยาหลักของกลุ่มโรคหายาก
- Skyclarys (omaveloxolone): สำหรับ Friedreich’s ataxia Q2 2026 $168M (+29%) ตามที่ 10-K ระบุว่าเป็นยาแรกที่ได้รับอนุมัติสำหรับโรคนี้ในสหรัฐฯ สหภาพยุโรป และบางตลาด
- Qalsody (tofersen): สำหรับ ALS Q2 2026 $32M (เพิ่มประมาณ 60%)
- Zurzuvae (zuranolone): สำหรับภาวะซึมเศร้าหลังคลอด ร่วมกับ Supernus Q2 2026 $71M (+53%)
3. ยาชีวสมมูลและสิทธิ์ที่ได้มา
- Biosimilars: Q2 2026 $153M (−16%)
- Anti-CD20 (สิทธิ์ Rituxan): Q2 2026 $514M ตามรายการ “Anti-CD20 programs” ในงบ 10-Q
- Leqembi (lecanemab) สำหรับ Alzheimer’s: ร่วมกับ Eisai ยอดขายรวมทั่วโลก Q2 2026 $184M (+15%) Biogen รับส่วนแบ่ง 50% ในรายได้จากความร่วมมือ $64M (+16%) ไม่ได้ลงเป็นยอดขายผลิตภัณฑ์
4. ผลิตภัณฑ์ใหม่จากการซื้อกิจการปี 2026
- SYFOVRE (pegcetacoplan) สำหรับจอตาเสื่อมจากอายุ (geographic atrophy): Q2 2026 $97M หลังปิดดีล Apellis ในวันที่ 14 พ.ค. 2026
- EMPAVELI (pegcetacoplan) สำหรับโรคเลือด PNH: Q2 2026 $30M ซึ่งบริษัทได้สิทธิ์ในสหรัฐฯ ตามการประเมิน PPA ที่ $2.4B
ความเสี่ยงเชิงโครงสร้างของพอร์ต
MS ยังเป็น 38.9% ของรายได้รวม TTM ตาม StockAnalysis และยอด Tecfidera ที่หายไป 53% ใน 2Q26 แสดงว่าการเปลี่ยนผ่านไปสู่ยาใหม่ยังไม่เร็วพอ ผลิตภัณฑ์เติบโตอย่าง Skyclarys และ Zurzuvae ยังเล็กเมื่อเทียบกับ MS ส่วน Leqembi เป็นการร่วมทุน ทำให้ Biogen ได้รับเพียงส่วนแบ่ง ไม่ได้รับยอดขายเต็มจำนวน
ผลกระทบจาก Apellis ต่อพอร์ต
Apellis เพิ่มผลิตภัณฑ์ที่ใช้ peptide ในจอประสาทตาและเลือด (SYFOVRE, EMPAVELI) รวม $127M ใน 2Q26 ซึ่งทำให้กลุ่มใหม่มีสัดส่วนเริ่มต้นใหญ่ขึ้น แต่เป็นยาที่ต้องใช้ฐานลูกค้าใหม่และการแข่งขันจากยารุ่นอื่นในตลาดจอประสาทตา (Release 2Q26)
งบกำไรขาดทุนรายปี FY2021–FY2025 · งวด 1H26 และ TTM ถึง 30 มิ.ย. 2026
รายได้รวม TTM อยู่ที่ $10,028M เพิ่มเพียง 1.4% จาก FY2025 ผลกำไรถูกกดดันจากค่า R&D และ SG&A ที่เพิ่มขึ้นหลังปิดดีล Apellis กำไรจากการดำเนินงาน TTM ลดลงเหลือ $2,516M จาก $2,848M ในปี 2025 และ GAAP net margin ลดลงเหลือ 8.3%
| รายการ (USD ล้าน ยกเว้นต่อหุ้น) |
FY2023 |
FY2024 |
FY2025 |
1H 2025 |
1H 2026 |
TTM มิ.ย. 2026 |
| รายได้รวม |
9,836 |
9,676 |
9,891 |
5,077 |
5,214 |
10,028 |
| ต้นทุนขาย |
2,534 |
2,129 |
2,083 |
n/a |
n/a |
2,174 |
| กำไรขั้นต้น |
7,302 |
7,547 |
7,808 |
n/a |
n/a |
7,854 |
| กำไร (ขาดทุน) จากการดำเนินงาน GAAP |
1,899 |
2,614 |
2,848 |
n/a |
n/a |
2,516 |
| ค่าเสื่อมและตัดจำหน่าย (D&A) |
495 |
673 |
780 |
n/a |
n/a |
843 |
| EBITDA (GAAP ตามนิยามรายงาน) |
2,394 |
3,287 |
3,628 |
n/a |
n/a |
3,359 |
| กำไรสุทธิที่เป็นของ Biogen |
1,161 |
1,632 |
1,293 |
875 |
417 |
835 |
| EPS (USD) |
7.97 |
11.18 |
8.79 |
5.97 |
2.81 |
5.64 |
| EBITDA Margin |
24.3% |
34.0% |
36.7% |
n/a |
n/a |
33.5% |
| Net Margin GAAP |
11.8% |
16.9% |
13.1% |
17.2% |
8.0% |
8.3% |
รายได้รวม EBITDA (GAAP) และกำไรสุทธิ — FY2023 → TTM มิ.ย. 2026 ($M)
อัตรากำไร EBITDA (GAAP) และ Net Margin (%) — FY2023 → TTM มิ.ย. 2026
เปรียบเทียบ 6 เดือนแรก: 1H 2025 เทียบ 1H 2026 ($M)
ที่มา:
10-Q 2Q26 Statements of Operations · ค่า R&D 1H26 รวม Non-GAAP และรายการ GAAP ตามที่บริษัทรายงาน · กำไรสุทธิ 1H26 ได้รับผลจาก amortization ของสินค้าคงคลัง Apellis $310M และค่าปรับโครงสร้าง $173M
ไตรมาส 2 2026 โตเล็กน้อยแต่ยอดขายกลุ่มใหม่เด่น
รายได้รวม 2Q26 $2,736M เพิ่ม 3.4% (เทียบ $2,646M) ยอดผลิตภัณฑ์ $1,916M เพิ่ม 2% โดยมี Apellis มาช่วย $127M ขณะที่ค่า R&D ไม่รวมรายการพิเศษ $490M และ SG&A $680M ทำให้ Non-GAAP EPS 2Q26 อยู่ที่ $3.60 ลดจาก $5.47 ในปีก่อน (Release 2Q26)
5. งบแสดงสถานะการเงิน (Balance Sheet)
โครงสร้างสินทรัพย์ หนี้สิน และส่วนของผู้ถือหุ้น · ณ 30 มิ.ย. 2026 เทียบกับสิ้นปี 2023–2025
สินทรัพย์รวมเพิ่มเป็น $32,087M จาก $29,440M ณ สิ้นปี 2025 ส่วนใหญ่มาจาก Other Intangible Assets ที่เพิ่มเป็น $13,516M (จาก $9,179M) และ Goodwill ที่เพิ่มเป็น $6,991M ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มเป็น $18,848M จากกำไรงวด 1H26 ที่ถูกหักด้วยค่าใช้จ่ายซื้อกิจการ
| รายการงบดุล (USD ล้าน) |
31 ธ.ค. 2023 |
31 ธ.ค. 2024 |
31 ธ.ค. 2025 |
30 มิ.ย. 2026 |
| เงินสดและรายการเทียบเท่า |
1,050 |
2,375 |
3,009 |
1,285 |
| หลักทรัพย์ลงทุนระยะสั้น |
0 |
0 |
807 |
0 |
| ลูกหนี้การค้าสุทธิ |
2,530 |
1,869 |
1,867 |
2,398 |
| สินค้าคงเหลือ |
2,527 |
2,461 |
2,168 |
2,384 |
| สินทรัพย์หมุนเวียนรวม |
6,859 |
7,457 |
8,974 |
7,306 |
| ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์สุทธิ |
3,730 |
3,538 |
3,321 |
3,240 |
| ค่าความนิยม (Goodwill) |
6,219 |
6,479 |
6,491 |
6,991 |
| สินทรัพย์ไม่มีตัวตนสุทธิ |
8,363 |
9,691 |
9,179 |
13,516 |
| สินทรัพย์รวม |
26,845 |
28,049 |
29,440 |
32,087 |
| หนี้สินหมุนเวียนรวม |
3,434 |
5,529 |
3,349 |
3,917 |
| หนี้สินรวม |
12,045 |
11,333 |
11,183 |
13,239 |
| ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม |
14,799 |
16,716 |
18,257 |
18,848 |
ส่วนของผู้ถือหุ้น หนี้สินรวม และสินทรัพย์รวม — FY2023 → 30 มิ.ย. 2026 ($M)
เงินสดลด หนี้เพิ่ม และ Goodwill กับ Intangible เพิ่มเป็นสัดส่วนมาก
เงินสดลดเหลือ $1,285M จาก $3,816M รวมหลักทรัพย์ระยะสั้นสิ้นปี 2025 ขณะที่ Goodwill และ Intangible รวมกันเป็น $20,507M หรือ 64% ของสินทรัพย์รวม ซึ่งจะถูกทดสอบการด้อยค่าเมื่อผลการดำเนินงานของยาที่ได้มาต่ำกว่าคาด
6. หนี้สินและเลเวอเรจ (Leverage)
ภาระหนี้ ความสามารถชำระหนี้ และ Net Debt ต่อ EBITDA · ณ 30 มิ.ย. 2026
หนี้สินมีดอกเบี้ยรวม (ระยะสั้นและระยะยาว) $8,090M หักเงินสด $1,285M ได้ Net Debt $6,805M เมื่อเทียบ EBITDA GAAP TTM $3,359M คิดเป็น 2.0 เท่า จากเดิม 0.7 เท่า ณ สิ้นปี 2025 การเพิ่มขึ้นนี้เกิดจากการใช้เงินสด $5,065M และ Term Loan $2.0B เพื่อซื้อ Apellis
| ตัวชี้วัด |
FY2023 |
FY2024 |
FY2025 |
30 มิ.ย. 2026 |
| หนี้สินมีดอกเบี้ย (ระยะสั้น + ระยะยาว) |
6,938 |
6,296 |
6,287 |
8,090 |
| เงินสดและหลักทรัพย์ลงทุนระยะสั้น |
1,050 |
2,375 |
3,816 |
1,285 |
| Net Debt |
5,888 |
3,921 |
2,471 |
6,805 |
| ส่วนของผู้ถือหุ้น |
14,799 |
16,716 |
18,257 |
18,848 |
| IB Debt / Equity (เท่า) |
0.47 |
0.38 |
0.34 |
0.43 |
| Net Debt / Equity (เท่า) |
0.40 |
0.23 |
0.14 |
0.36 |
| Net Debt / EBITDA GAAP (เท่า) |
2.46 |
1.19 |
0.68 |
2.03 (TTM) |
| Current Ratio (เท่า) |
2.00 |
1.35 |
2.68 |
1.87 |
หนี้สินมีดอกเบี้ยรวม
$8,090M
เงินกู้ใหม่ 1H 2026
$2,400M
อัตราส่วนหนี้ต่อส่วนของผู้ถือหุ้น — IB Debt/Equity และ Net Debt/Equity (เท่า)
อ่านเลเวอเรจอย่างระวัง
ND/EBITDA 2.0 เท่าคำนวณจาก GAAP EBITDA ซึ่งถูกลดลงจากค่า amortization ของสินค้าคงคลัง Apellis และค่าปรับโครงสร้าง หากใช้ EBITDA ที่ปรับรายการเหล่านี้ตัวเลขจะต่ำลง แต่ยังไม่ได้ตรวจกับนิยามของบริษัท
7. สัดส่วนธุรกิจ (Segments)
สัดส่วนรายได้ตามกลุ่มผลิตภัณฑ์ · TTM ถึง 30 มิ.ย. 2026 เทียบปี 2025
| กลุ่มรายได้ (USD ล้าน) |
TTM มิ.ย. 2026 |
FY2025 |
สัดส่วน TTM |
ผลิตภัณฑ์สำคัญ |
| โรคปลอกประสาทเสื่อม (MS) |
3,900 |
4,039 |
38.9% |
Tysabri, Vumerity, Tecfidera, Avonex, Plegridy |
| โรคหายาก |
2,207 |
2,154 |
22.0% |
Spinraza, Skyclarys, Qalsody |
| ยาชีวสมมูล |
702 |
729 |
7.0% |
Biosimilars |
| ผลิตภัณฑ์อื่น |
247 |
197 |
2.5% |
รายการอื่นในงบ StockAnalysis |
| รายได้อื่น (ความร่วมมือ, ค่าสิทธิ์) |
2,973 |
2,771 |
29.6% |
Anti-CD20, Leqembi (ส่วนแบ่ง 50%), รายได้ความร่วมมือ |
| รวมรายได้รวม |
10,028 |
9,891 |
100% |
— |
สัดส่วนรายได้ตามกลุ่มผลิตภัณฑ์ TTM มิ.ย. 2026 (% ของรายได้รวม)
กลุ่มที่โตจริงในปีนี้
ใน 1H26 รายได้รวมเพิ่ม 2.7% ซึ่งมาจากกลุ่มโรคหายาก (Skyclarys, Zurzuvae, Qalsody) และรายได้ความร่วมมือ ขณะที่ MS ลดลงเล็กน้อยและยาชีวสมมูลลดลงชัดเจน ความท้าทายสำคัญคือกลุ่มเติบโตยังไม่โตเร็วพอชดเชย MS
8. ประวัติการปันผลและการคืนทุน (Dividend History)
ไม่มีการจ่ายปันผล · ข้อมูล ณ 16 ต.ค. 2026
Biogen ไม่จ่ายปันผล ในช่วงที่ตรวจ ดังนั้นนักลงทุนที่ต้องการเงินปันผลจะไม่ได้รับจากหุ้นตัวนี้ บริษัทเลือกนำเงินสดไปซื้อกิจการและใช้คืนทุนผ่านการซื้อหุ้นคืนแทน โดยการซื้อหุ้นคืนลดลงจนหยุดนับตั้งแต่ปี 2023 ส่วนโปรแกรมซื้อคืนปี 2020 วงเงิน $5.0B ยังไม่ได้ใช้ในงวด 1H26
เงินปันผลจ่ายต่อหุ้นต่อปี (DPS) — FY2023 → 2026 อัตราปัจจุบัน ($ ต่อหุ้น)
| ตัวชี้วัดการคืนทุน |
FY2021 |
FY2022 |
FY2023 |
FY2024 |
FY2025 |
TTM มิ.ย. 2026 |
| DPS ($) |
0 |
0 |
0 |
0 |
0 |
0 |
| การซื้อหุ้นคืน (USD ล้าน) |
1,800 |
750 |
0 |
0 |
0 |
0 |
| การซื้อกิจการ (USD ล้าน) |
n/a |
n/a |
6,926 |
1,075 |
0 |
5,065 |
| FCF (USD ล้าน) |
3,382 |
1,144 |
1,270 |
2,722 |
2,051 |
2,697 |
การลงทุนแทนการคืนเงินให้ผู้ถือหุ้น
ตั้งแต่ FY2023 ถึง TTM Biogen ใช้เงินสดไปกับการซื้อกิจการรวม $13.1B รวมทั้ง Apellis $5.1B (งวด 1H26) ทำให้เงินสดและ FCF ไม่ได้ถูกคืนให้ผู้ถือหุ้นโดยตรง ความยืดหยุ่นนี้เป็นจุดแข็งหากดีลสร้างมูลค่าได้จริง แต่เป็นความเสี่ยงหากไม่เป็นเช่นนั้น
9. เปรียบเทียบเพื่อนในอุตสาหกรรม (Peer Comparison)
ราคาปิดและมูลค่าตลาด 16 ต.ค. 2026 · ตัวคูณจากแหล่งข้อมูลเดียวกัน (StockAnalysis)
| สัญลักษณ์ |
ชื่อบริษัท |
Market Cap ($B) |
Forward P/E |
Trailing P/E |
Dividend Yield |
P/B |
| BIIB |
Biogen Inc. |
34.37 |
17.80x |
41.26x (GAAP) |
0% |
1.82x |
| GILD |
Gilead Sciences |
193.67 |
17.01x |
n/a (GAAP ติดลบ) |
2.10% |
16.39x |
| AMGN |
Amgen Inc. |
233.82 |
18.35x |
26.87x |
2.33% |
20.00x |
| VRTX |
Vertex Pharmaceuticals |
126.66 |
34.48x |
29.08x |
0% |
6.25x |
| REGN |
Regeneron Pharmaceuticals |
78.96 |
12.42x |
19.70x |
0.48% |
2.52x |
Market Cap ($B) และ Forward P/E (เท่า) — BIIB เทียบ GILD, AMGN, VRTX, REGN
การอ่านค่า Forward P/E
BIIB ซื้อขายที่ 17.80x ใกล้ median ของกลุ่มที่ 17.7x แต่ตัวคูณนี้ใช้ EPS คาดการณ์ที่ไม่เท่ากันในแต่ละบริษัท และ BIIB มีค่า Non-GAAP ที่ยังไม่รวมผลเต็มปีของ Apellis VRTX สูงสุดที่ 34.5x ส่วน REGN ต่ำสุดที่ 12.4x จึงควรเทียบกับ GILD และ AMGN เป็นหลัก
10. มุมมองอนาคตและปัจจัยขับเคลื่อน (Outlook)
Guidance ปี 2026 ปรับ 29 ก.ค. 2026 · เหตุการณ์และหมุดหมายที่กำหนดแล้ว ณ 17 ต.ค. 2026
Guidance ปี 2026 (ปรับ 29 ก.ค. 2026)
| รายการ |
Guidance |
ตัวเลขนัย (คำนวณเอง) |
หมายเหตุ |
| รายได้รวม |
โตระดับ mid-single-digit % เทียบปี 2025 |
ประมาณ $10.3–10.5B |
FY2025 $9,891M |
| Non-GAAP Diluted EPS |
$12.00–13.00 |
กลาง $12.50 |
กำไรพื้นฐาน $15.85–16.85 หัก IPR&D/milestone ~$3.00 และ Apellis ~$0.85 |
| GAAP EPS |
ไม่ให้ guidance |
n/a |
บริษัทให้ guidance เฉพาะรายได้และ Non-GAAP |
| R&D + SG&A รวม (Non-GAAP) ครึ่งปีหลัง |
$2.65–2.70B |
ประมาณ $1.33–1.35B ต่อไตรมาส |
สูงกว่า 2Q26 ที่ $1.17B ต่อไตรมาส |
ที่มา:
Release 2Q26 (Exhibit 99.1 ของ 8-K 29 ก.ค. 2026) · ตัวเลขนัยคำนวณเองจาก FY2025 ตาม
10-K · บทความสรุปจากบุคคลภายนอกบางแห่งรายงาน Non-GAAP EPS 2026 ที่สูงกว่า ($16.35) ซึ่งไม่ตรงกับ Release จึงไม่นำมาใช้ · ไม่พบกรอบ guidance เดิมในเอกสารที่ตรวจ จึงไม่แสดงการเปรียบเทียบ
เหตุการณ์และหมุดหมายที่กำหนดได้
- Litifilimab ในโรค SLE: ข้อมูล registrational คาดว่าจะออกภายในสิ้นปี 2026 (Release 2Q26)
- Phase 3 ปี 2027: Litifilimab ในโรค CLE, Felzartamab ในโรค AMR และ Zorevunersen ในโรค Dravet (Release 2Q26)
- Registrational readouts อีกห้ารายการ: คาดว่าจะทยอยออกใน 4 ไตรมาสข้างหน้า (Release 2Q26)
- RayThera: ตกลงซื้อในเดือนมิ.ย. 2026 ด้วยค่าตอบแทนล่วงหน้า $225M และ milestone สูงสุด $775M คาดว่าจะปิดในไตรมาส 3 2026 และบันทึกเป็น asset acquisition (10-Q 2Q26)
- Diranersen (Alzheimer’s): แสดง proof-of-concept และวางแผน Phase 3 (Release 2Q26)
- งบไตรมาส 3 2026: ยังไม่พบประกาศวันที่อย่างเป็นทางการในแหล่งที่ตรวจ ปีก่อนบริษัทรายงานช่วงปลายเดือนตุลาคม จึงคาดว่าจะเป็นช่วงใกล้เคียง แต่ยังไม่ได้ยืนยัน
ตัวชี้วัดที่ควรดูใน 3Q26
ยอด Tysabri ควรทรงตัวใกล้ระดับ 2Q26 ($451M) · ยอดกลุ่มโรคหายาก (Skyclarys, Zurzuvae, Qalsody) ควรโตต่อเนื่อง · Syfovre กับ Empaveli ควรรวมกันเกิน $127M · ค่า R&D + SG&A ต้องอยู่ในกรอบ $2.65–2.70B ตลอดครึ่งปีหลัง และหากมีดีลใหม่ ควรตรวจว่าเป็น IPR&D หรือไม่
11. ปัจจัยเสี่ยงสำคัญ (Risk Factors)
ความเสี่ยงหลัก 6 ด้านพร้อมสัญญาณที่สังเกตได้ · ข้อมูล ณ 17 ต.ค. 2026
| ความเสี่ยง |
กลไกที่กระทบ |
สัญญาณที่ต้องเฝ้าระวัง |
แหล่งที่มา |
| 1. MS ถูกกัดเซาะด้วยยาสามัญและยาชีวสมมูล |
Tecfidera มียาสามัญแล้ว Tysabri มียาชีวสมมูลเข้ามา รายได้ MS $3.9B TTM คิดเป็น 38.9% ของรายได้รวม |
Tecfidera ลดลงเกิน −53% ต่อไตรมาส หรือ Tysabri ลดลงเกิน 5% YoY ในไตรมาส 3 |
10-Q 2Q26 · Release 2Q26 |
| 2. กลุ่มเติบโตยังไม่ชดเชย MS |
Skyclarys, Zurzuvae, Qalsody และ Leqembi รวมกันยังเล็กกว่า MS และ Leqembi เป็นส่วนแบ่ง 50% |
Growth portfolio โตต่ำกว่า 20% YoY ในไตรมาส 3 หรือ Leqembi ยอดรวมต่ำกว่า $184M |
Release 2Q26 |
| 3. หนี้เพิ่มเร็วหลังซื้อกิจการ |
Net debt $6.8B เพิ่มจาก $2.5B ณ สิ้นปี 2025 ND/EBITDA GAAP 2.0 เท่า |
ND/EBITDA GAAP เกิน 2.5 เท่า หรือออกหุ้นกู้ใหม่ก่อนจ่ายหนี้ Term Loan |
10-Q 2Q26 |
| 4. ค่า IPR&D และการซื้อกิจการ |
Apellis $5.4B, RayThera $225M upfront และ TJ Bio $100M ที่บันทึกเป็นค่าใช้จ่ายทันที ทำให้กำไร GAAP ผันผวน |
มีดีลใหม่ที่ทำให้ Non-GAAP EPS ลดลงเกิน $3.00 หรือ impairment ของ intangibles ใน 3Q26 |
10-Q 2Q26 · Release 2Q26 |
| 5. Pipeline ล้มเหลวในการทดลอง |
Litifilimab (SLE) และ Phase 3 ปี 2027 เป็นตัวชี้ชะตาการเติบโตระยะยาว |
Registrational data ของ litifilimab ไม่ผ่าน หรือ Phase 3 ปี 2027 ล่าช้า |
Release 2Q26 |
| 6. นโยบายราคายาและภาษี |
IRA, Most-Favored-Nation pricing, tariffs ในสหรัฐฯ และนอกสหรัฐฯ กดดันราคาและการเข้าถึงยา |
ยาของ Biogen ถูกคัดเลือกในรอบการต่อรองราคาของ Medicare หรือมี tariff ที่กระทบโรงงานต่างประเทศ |
10-K FY2025 · 10-Q 2Q26 |
ความเสี่ยงที่ต้องติดตามเป็นพิเศษ: หนี้และ Pipeline ต้องทำงานพร้อมกัน
หลังซื้อ Apellis บริษัทมีหนี้เพิ่มและกระแสเงินสดแบบไม่มีปันผล หาก Tecfidera และ Tysabri ลดลงเร็วพร้อมกับ pipeline ที่ล้มเหลว Biogen จะมีทางเลือกจำกัดในการชำระหนี้หรือซื้อกิจการเพิ่ม
ความเสี่ยงที่ไม่อยู่ในตาราง เช่น คดีความเกี่ยวกับ Tysabri และ Tecfidera ความเสี่ยงจากโรงงานการผลิต และความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ระบุไว้ใน
10-K FY2025 และ
10-Q 2Q26 รายงานนี้ยังไม่ได้อ่านส่วน Item 1A ทั้งหมดของ 10-K จึงไม่ได้สรุปรายละเอียดของส่วนดังกล่าว
12. การวิเคราะห์ SWOT
ประเมินตำแหน่งเชิงกลยุทธ์ของบริษัท · ข้อมูล ณ 17 ต.ค. 2026
จุดแข็ง (Strengths)
- รายได้รวม TTM $10.0B และ FCF TTM $2.7B ในปีที่ผ่านมา
- Skyclarys (+29%) และ Zurzuvae (+53%) เติบโตแข็งแรงใน 2Q26
- Apellis เพิ่มผลิตภัณฑ์จอประสาทตาและเลือดที่ยอด 2Q26 รวม $127M
- Pipeline มีหมุดหมายชัดในปี 2026–2027 รวมถึง litifilimab และ felzartamab
จุดอ่อน (Weaknesses)
- MS ยังเป็นสัดส่วนเกือบ 40% ของรายได้ และ Tecfidera ลดลง 53% ใน 2Q26
- GAAP EPS TTM $5.64 ลดลงจาก $8.79 ปี 2025 จากค่าใช้จ่ายซื้อกิจการ
- Net debt เพิ่มเป็น $6.8B และ ND/EBITDA GAAP 2.0 เท่า
- ไม่จ่ายปันผลและหยุดซื้อหุ้นคืนตั้งแต่ปี 2023
โอกาส (Opportunities)
- Litifilimab registrational data ภายในสิ้นปี 2026 และ Phase 3 ที่ตามมาในปี 2027
- Syfovre และ Empaveli ขยายตลาดจอประสาทตาและโรคเลือดด้วยฐานลูกค้าที่บริษัทซื้อมา
- RayThera เพิ่มโปรแกรม immunology ที่ยังไม่ได้ระบุผลในการทดลอง
- Leqembi ยังมียอดโตต่อเนื่อง (+15% ทั่วโลกใน 2Q26)
อุปสรรค (Threats)
- ยาสามัญ Tecfidera และยาชีวสมมูลของ Tysabri กัดเซาะรายได้ MS อย่างต่อเนื่อง
- นโยบาย MFN, IRA และ tariffs กดดันราคายาและรายได้ในสหรัฐฯ
- ค่า IPR&D ที่ไม่สามารถหักภาษีได้และ intangibles ที่สูงอาจนำไปสู่การด้อยค่า
- การแข่งขันในตลาด Alzheimer’s และ ophthalmology จากผู้เล่นรายอื่น
13. มุมมองนักลงทุน (Investor View)
ข้อสรุปจากข้อมูลและจุดที่ต้องติดตาม · ข้อมูล ณ 16–17 ต.ค. 2026 · ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน
ประเด็นสำคัญต่อการตัดสินใจ
BIIB เป็นหุ้นที่ราคา $232.65 ใกล้ค่าเฉลี่ยเป้าหมายนักวิเคราะห์ $243.98 (+4.9%) และมีประมาณ 18.6x ของ Non-GAAP EPS 2026 ฉันทามติ $12.53 ความเสี่ยงหลักไม่ได้อยู่ที่ราคาถูกหรือแพง แต่อยู่ที่สองประเด็น คือ MS จะลดลงเร็วแค่ไหนเมื่อเทียบกับกลุ่มเติบโต และหนี้ $8.1B หลัง Apellis จะถูกชำระจากกระแสเงินสดได้ทันเวลาหรือไม่ (10-Q 2Q26)
แนวทางอ่านมูลค่า
- ที่ 17.80x Forward P/E ใกล้กลุ่ม แต่ยังต้องพึ่ง EPS 2027 ฉันทามติ $16.52 ซึ่งยังไม่รวมผลเต็มปีของ Apellis และ RayThera (StockAnalysis)
- ที่ FCF TTM $2,697M Market Cap ÷ FCF = 12.7 เท่า หรือ FCF Yield 7.8% ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงกว่า GILD และ AMGN แต่ FCF ปี 2025 อยู่ที่ $2,051M จึงควรดูค่าเฉลี่ย ไม่ใช่ปีเดียว
- ที่ราคา $232.65 อยู่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย PT $243.98 เพียง 4.9% แต่สูงกว่า PT ต่ำสุด $175 ราว 33% ซึ่งหมายความว่าตลาดยังไม่ให้เครดิตกับกรณี bull เต็มที่
Bull / Base / Bear (อ้างอิงจาก PT ของนักวิเคราะห์)
| กรณี |
อ้างอิง |
ระดับราคา |
ผลตอบแทนจากราคาปัจจุบัน |
สมมติฐานหลักที่ต้องเป็นจริง |
| Bull |
PT สูงสุด (J.P. Morgan, Buy) |
$300 |
+29% |
Litifilimab ผ่าน และ growth portfolio โตเกิน 20% ต่อเนื่อง |
| Base |
PT เฉลี่ย (36 ราย) |
$243.98 |
+4.9% |
Guidance 2026 เป็นไปตามกรอบ ไม่มี IPR&D ก้อนใหญ่ครึ่งปีหลัง |
| Bear |
PT ต่ำสุด |
$175 |
−25% |
Tecfidera และ Tysabri ลดลงเร็ว และ pipeline ผิดหวังหรือมี impairment |
ระดับ Bull/Base/Bear คือ PT ของนักวิเคราะห์ที่รวบรวมโดย StockAnalysis ไม่ใช่ราคาเป้าหมายของรายงานนี้ · จำนวนนักวิเคราะห์ 36 ราย: Strong Buy 20, Buy 4, Hold 11, Sell 0, Strong Sell 1 · ตัวอย่างล่าสุด Wells Fargo Buy $250 (15 ต.ค.), BMO Hold $220 (12 ต.ค.), Citi Hold $215 (12 ต.ค.), Piper Sandler Buy $245 (12 ต.ค.), J.P. Morgan Buy $300 (12 ต.ค.) · ที่มา:
StockAnalysis BIIB forecastรายการติดตามผลการดำเนินงาน (Monitoring Checklist)