เขียนโดย HypeTimes Staff · ข้อมูล ณ
1. สรุปผู้บริหาร (Executive Summary)
ภาพรวมธุรกิจ ผลการดำเนินงานครึ่งแรกปี 2569 ปัจจัยที่ต้องจับตา และสมมติฐานการลงทุน ข้อมูล ณ 9 ตุลาคม 2569 / งบการเงินงวด 2Q2026
ราคาหุ้น · มูลค่าตลาด
฿9.65 · ฿2,892.95 ล้าน
กำไรสุทธิส่วนผู้ถือหุ้น 1H2026
฿407.76 ล้าน
เพิ่มจาก ฿204.24 ล้าน (+99.7% YoY) EPS ฿1.36
(F45 2Q26)รายได้จากการประกันภัย 1H2026
฿3,939.61 ล้าน
CAR (อัตราเงินกองทุนประกันภัย)
285.73%
เงินปันผลปี 2568
฿0.44 ต่อหุ้น
บริษัท ไทยวิวัฒน์ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) (SET: TVH) เป็นบริษัทโฮลดิ้ง ธุรกิจหลักคือการถือหุ้นในบริษัทอื่น โดยถือหุ้นใหญ่ใน
บมจ. ประกันภัยไทยวิวัฒน์ (TVI) ราว 79.2% ซึ่งเป็นธุรกิจประกันวินาศภัย ผลการดำเนินงานของกลุ่มจึงขึ้นอยู่กับ TVI เกือบทั้งหมด
ในปี 2568 TVI มีส่วนแบ่งตลาดเบี้ยรับรวม 2.69% โดยอยู่อันดับ 8 ในประกันรถยนต์ภาคสมัครใจ (4.25%) และอัคคีภัย (4.08%)
เบี้ยประกันรถยนต์คิดเป็นราว 81% ของเบี้ยรับรวม
ประเด็นสำคัญของผู้บริหารและนักลงทุน (Key Takeaways)
- กำไรครึ่งแรกปี 2569 ฟื้นตัวแรง: กำไรจากการบริการประกันภัย (Insurance Service Result) เพิ่มขึ้น 34.6% เป็น ฿706.35 ล้าน
อัตราสินไหมทดแทนต่อรายได้จากการประกันภัยลดลงเหลือ 62.7% จาก 69.2% ในปี 2568 (คำนวณจากงบการเงิน)
- กำไรครึ่งแรกมีส่วนจากผลตอบแทนการลงทุน: รายได้จากการลงทุนสุทธิ 1H2026 เป็น ฿265.81 ล้าน (1H2025 ฿39.95 ล้าน)
โดยมีกำไรมูลค่ายุติธรรม ฿107.39 ล้าน ซึ่งผันผวนได้ ผลตอบแทนการลงทุนหลักที่ไม่รวมกำไรมูลค่ายุติธรรมอยู่ที่ ฿108.29 ล้าน (+21.1%)
- ราคาต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชีมาก แต่ ROE ยังสูง: ROE ย้อนหลัง 12 เดือนประมาณ 15.0% (กำไรส่วนผู้ถือหุ้น TTM ÷ ส่วนของผู้ถือหุ้นเฉลี่ย)
ตลาดให้ P/BV เพียง 0.67 เท่า ซึ่งอาจสะท้อนความกังวลเรื่องความยั่งยืนของกำไร ภัยพิบัติ และโครงสร้างกลุ่มที่ถือหุ้นผ่านชั้นกลาง
- โครงสร้างกลุ่มเปลี่ยนแล้ว: ในไตรมาสแรกปี 2568 TVI เพิ่มทุนจด 75.75 ล้านหุ้น ขายให้ GR Management (Thailand) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ ITOCHU
ทำให้ TVH ถือหุ้น TVI จาก 98.9% เหลือ 79.2% และส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุม (NCI) เพิ่มจาก ฿35.8 ล้าน เป็น ฿900.9 ล้าน ณ 30 มิ.ย. 2569
- เงินปันผลเป็นทางออกหลักของผู้ถือหุ้น: DPS ปี 2568 ฿0.44 (เพิ่มจาก ฿0.42) นโยบายจ่ายไม่ต่ำกว่า 40% ของกำไรสุทธิแยกเฉพาะบริษัท
อัตราการจ่ายปี 2568 เท่ากับ 40.45% ตามฐานงบเดี่ยว แต่ถ้าใช้กำไรส่วนผู้ถือหุ้นรวมจะเท่ากับ 30.3%
จุดแข็ง: งบดุลไม่มีหนี้สินทางการเงิน และ CAR สูงกว่าเกณฑ์มาก
ณ 30 มิ.ย. 2569 กลุ่มไม่มีเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน มีเพียงหนี้สินตามสัญญาเช่า ฿5.44 ล้าน หนี้สินรวม ฿5,949.84 ล้าน
ส่วนใหญ่เป็นหนี้สินตามสัญญาประกันภัย ฿5,301.99 ล้าน CAR ที่รายงานครั้งล่าสุดอยู่ที่ 285.73% ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ 140% มาก
ส่วนที่ต้องระวังคือ CAR นี้เป็นของไตรมาส 3 ปี 2568 และยังไม่พบตัวเลขปลายปีในเอกสารที่ตรวจสอบ
Bull Case (ตัวอย่างการคำนวณ ฿17.30 · Upside +79%)
- ROE คงอยู่ระดับ 15% ต่อเนื่อง และกำไรสุทธิ TTM ยืนที่ประมาณ ฿640 ล้านบาทหรือมากกว่า
- ตลาดยอมรับราคาใกล้เคียง P/BV 1.2 เท่า ใกล้ค่า BKIH (1.22x) และ MTI (1.34x)
- อัตราสินไหมทดแทนคงระดับต่ำกว่า 65% และกำไรพอร์ตรถยนต์ไม่สะดุดจากค่าอะไหล่และแบตเตอรี่ EV
- เงินปันผลเพิ่มขึ้นตามนโยบายจ่ายไม่ต่ำกว่า 40% ทำให้ Dividend Yield อยู่ที่ราว 4.6% ขึ้นไป
Base Case (ตัวอย่างการคำนวณ ฿11.53 · Upside +19.5%)
- กำไรสุทธิ TTM ทรงตัวใกล้ ฿640 ล้าน ROE ประมาณ 15% และ P/BV ปรับขึ้นเป็น 0.8 เท่า
- เบี้ยประกันรถยนต์โตราว 2–3% ตามประมาณการอุตสาหกรรมในแบบ 56-1 ส่วนไม่ใช่รถยนต์โตเร็วกว่า
- กำไรมูลค่ายุติธรรมจากการลงทุนกลับสู่ระดับปกติ ไม่สูงเท่าครึ่งแรกปี 2569
- เงินปันผลปี 2569 ยังอยู่ที่ราว ฿0.44 ต่อหุ้น คิดเป็น Dividend Yield ราว 4.6%
Bear Case (ตัวอย่างการคำนวณ ฿7.21 · Downside -25%)
- ภัยพิบัติซ้ำ เช่น น้ำท่วมหรือแผ่นดินไหว ดันอัตราสินไหมทดแทนพุ่งเกิน 70% และค่าเบี้ยประกันต่อแพงขึ้น
- ค่าอะไหล่และแบตเตอรี่รถยนต์ EV เร่งตัว ฉุดกำไรพอร์ตรถยนต์ที่คิดเป็นราว 80% ของเบี้ยรวม
- กำไรมูลค่ายุติธรรมกลับเป็นขาดทุนเหมือนปี 2568 และ NCI ที่สูงขึ้นทำให้กำไรส่วนผู้ถือหุ้นลดลง
- ตลาดยังให้ P/BV ระดับ 0.5 เท่า ซึ่งเทียบเท่า THRE (0.50x) และกำไรส่วนผู้ถือหุ้นกลับไปใกล้ระดับปี 2568
หมายเหตุ: ราคาในกรอบ Bull/Base/Bear คำนวณจาก P/BV คูณ BVPS ณ 30 มิ.ย. 2569 (฿14.41) เป็นตัวเลขตามสมมติฐาน ไม่ใช่ราคาเป้าหมายของบริษัทหลักทรัพย์ใด
ในการค้นหารอบนี้ไม่พบราคาเป้าหมายจากบริษัทหลักทรัพย์ที่ตรวจสอบได้
2. Factsheet
ข้อมูลตลาดและโครงสร้างผู้ถือหุ้น ณ 9 ตุลาคม 2569 · ข้อมูลงบการเงิน 30 มิ.ย. 2569
มูลค่าตลาด
฿2,892.95 ล้าน
หุ้นชำระแล้ว 299.79 ล้านหุ้น
(SET)ช่วงราคา 52 สัปดาห์
฿8.00 – ฿12.70
ราคาต่ำสุดและสูงสุดย้อนหลัง 52 สัปดาห์
(SET)ผู้ถือหุ้นใหญ่
MAFAM 48.59%
ต่างชาติถือ · Free Float
4.18% · 27.66%
เพดานการถือหุ้นต่างชาติ 49% (ณ 9 ต.ค. 2569)
(SET)
| รายการ |
ข้อมูล |
| ประเภทธุรกิจ |
โฮลดิ้งที่ถือหุ้น บมจ. ประกันภัยไทยวิวัฒน์ (TVI) และบริษัทย่อยอื่น |
| จัดตั้ง / เข้าจดทะเบียน SET |
4 มี.ค. 2022 / 7 ก.ค. 2023 (แบบ 56-1) |
| ทุนจดทะเบียน |
303,010,000 หุ้น พาร์ ฿1 |
| หุ้นชำระแล้ว |
299,787,556 หุ้น (ทุนชำระแล้ว ฿299.79 ล้าน) |
| ผู้สอบบัญชี |
EY Office Limited (ความเห็นไม่มีเงื่อนไข ปี 2568) |
| ที่ตั้งสำนักงาน |
เลขที่ 2 ซอยอรรถนฤมิตร ถนนดินแดง แขวงสามเสนนอก เขตพญาไท กรุงเทพฯ |
| บริษัทย่อยโดยตรง |
TVI 79.2% · Thaivivat Asset 100% · Expert Survey 100% · Green Deejing 100% |
หมายเหตุ: SET Factsheet ระบุ Free Float เป็น “1,584” ซึ่งเป็นจำนวนผู้ถือหุ้น ไม่ใช่จำนวนหุ้น ค่าที่ใช้คือร้อยละ 27.66% ตามที่แสดงในหน้าเดียวกัน
Dividend Yield ของ SET Factsheet แสดงว่า “No information found” ค่า 4.56% จึงคำนวณเองจาก DPS ปี 2568 ฿0.44 ÷ ราคา ฿9.65 ซึ่งเป็นเงินปันผลที่กำหนดจ่าย 28 พ.ค. 2569 และอยู่ในรอบ 12 เดือนล่าสุด
3. ลักษณะธุรกิจ (Business Overview)
โครงสร้างกลุ่ม ผลิตภัณฑ์ ช่องทางขาย และตำแหน่งในตลาดประกันวินาศภัย · อ้างอิง 56-1 One Report ปี 2568
แผนภาพโครงสร้างกลุ่ม: MAFAM ถือ TVH 48.59% (ข้อมูล ณ 23 เม.ย. 2568 ตามแบบ 56-1) TVH ถือ TVI 79.2% หลังการเพิ่มทุน TVI ในไตรมาส 1 ปี 2568 จากทุนจดทะเบียน ฿303.0 ล้าน เป็น ฿378.8 ล้าน (เพิ่ม 75.75 ล้านหุ้น) ซึ่ง GR Management (Thailand) ถือหุ้นใหม่ คิดเป็น 20.0% ของทุนที่เพิ่มขึ้น
LVI (ประเทศลาว) ถือโดย TVI 70% และ MARS ถือโดย TVI 87.6% ตามแบบ 56-1 (56-1 One Report 2568)
ผลิตภัณฑ์และสัดส่วนเบี้ย
- ประกันรถยนต์ (Motor): เป็นธุรกิจหลักของกลุ่ม คิดเป็น 80.7% ของเบี้ยรับรวมปี 2568 (฿6,264.58 ล้านจากทั้งหมด ฿7,767.30 ล้าน) และ 80.5% ของรายได้จากการประกันภัย
ส่วนแบ่งตลาดประกันรถยนต์ภาคสมัครใจ 4.25% (อันดับ 8 จาก 38) ส่วนประกันภาคบังคับ 0.71% (อันดับ 19 จาก 39)
- ประกันอัคคีภัย (Fire): เบี้ยรับ ฿394.08 ล้าน (+10.5%) ส่วนแบ่งตลาด 4.08% อันดับ 8 จาก 38 บริษัทระบุว่าความต้องการประกันอัคคีภัยเพิ่มขึ้นหลังแผ่นดินไหวเดือนมีนาคม 2568
- ประกันเบ็ดเตล็ด (Miscellaneous): เบี้ยรับ ฿1,103.27 ล้าน (+5.8%) รวมประกันสุขภาพ อุบัติเหตุส่วนบุคคล การเดินทาง และ IAR บริษัทระบุว่าการเติบโตของรายได้จากการประกันภัยปี 2568 มาจากกลุ่มนี้เป็นหลัก
- ประกันทางทะเลและขนส่ง (Marine): สัดส่วนน้อยมาก (฿5.37 ล้าน) ไม่มีผลต่อภาพรวม
ช่องทางขายและการบริการ
- แบบ 56-1 ระบุช่องทางขายหลักคือ ตัวแทนประกันภัย นายหน้า และธนาคาร และให้ความสำคัญกับช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ (ออนไลน์) และพันธมิตรใหม่
- เครือข่ายสาขาบริการสินไหมทดแทน 29 สาขา และมีบริษัทย่อยในประเทศลาว (LVI)
- ระบบแจ้งอุบัติเหตุผ่านแอปพลิเคชันและศูนย์บริการลูกค้า หลังแผ่นดินไหวและน้ำท่วมภาคใต้ปลายปี 2568 ตั้งทีมพิเศษช่วยลูกค้า
การประกันต่อ (Reinsurance)
- อัตราการเก็บไว้เอง (Retention Ratio) ปี 2568 อยู่ที่ 91.46% เทียบกับ 93.19% ในปี 2567 หมายถึงกลุ่มส่งเบี้ยต่อให้ผู้รับประกันภัยต่อประมาณ 8.5% ของเบี้ยรวม (56-1)
บริบทกลุ่ม: TVH เป็นโฮลดิ้ง รายได้ส่วนใหญ่มาจาก TVI
งบเดี่ยวของ TVH มีรายได้หลักเป็นเงินปันผลจาก TVI ดังนั้นกำไรเดี่ยวและเงินปันผลของ TVH ขึ้นกับการจ่ายเงินปันผลของ TVI
กำไรก่อนภาษีงบเดี่ยวครึ่งแรกปี 2569 อยู่ที่ ฿155.67 ล้าน ลดลงจาก ฿329.95 ล้านในครึ่งแรกปี 2568 เนื่องจากเงินปันผลรับจาก TVI ลดลง
รายได้จากการประกันภัย กำไรจากการบริการประกันภัย กำไรสุทธิ และอัตราส่วนความสามารถในการทำกำไร · งบการเงินรวม TFRS 17
| รายการ (หน่วย: ล้านบาท) |
FY2024 (ปรับใหม่) |
FY2025 |
1H2025 |
1H2026 |
TTM มิ.ย. 2569 |
| รายได้จากการประกันภัย (Insurance Revenue) |
7,373.84 |
7,652.54 |
3,806.63 |
3,939.61 |
7,785.52 |
| กำไรจากการบริการประกันภัย (Insurance Service Result) |
1,184.19 |
973.73 |
524.92 |
706.35 |
1,155.16 |
| กำไรก่อนภาษี (PBT) |
841.94 |
687.36 |
319.09 |
657.28 |
1,025.55 |
| กำไรสุทธิส่วนผู้ถือหุ้น (Net Profit to Owners) |
665.65 |
435.80 |
204.24 |
407.76 |
639.32 |
| EPS (บาท) |
2.22 |
1.45 |
0.681 |
1.36 |
2.13 |
| สินไหมทดแทนและค่าใช้จ่ายโดยตรง ÷ รายได้จากการประกันภัย |
68.2% |
69.2% |
n/a |
62.7% |
n/a |
| Expense Ratio (56-1) |
82.25% |
87.65% |
n/a |
n/a |
n/a |
| Net Combined Ratio (56-1) |
83.94% |
87.28% |
n/a |
n/a |
n/a |
*หมายเหตุ: ตัวเลขปี 2567 เป็นตัวเลขปรับใหม่ตาม TFRS 17 (รายได้จากการประกันภัยปรับใหม่ ฿7,373.84 ล้าน แทนเบี้ยรับรวมเดิม ฿7,566.04 ล้าน) กำไรสุทธิส่วนผู้ถือหุ้นปี 2567 ตามงบฉบับเดิมอยู่ที่ ฿348.91 ล้าน ไม่ควรเทียบกับตัวเลขใหม่โดยตรง
งบปี 2566 ไม่มีตัวเลขเทียบได้บนฐาน TFRS 17 จึงไม่แสดงในกราฟ กราฟ “EBITDA” คือกำไรก่อนภาษี (PBT) เพราะบริษัทประกันไม่มี EBITDA ตามนิยามทั่วไป
สัดส่วนสินไหมทดแทนคำนวณจากสินไหมทดแทนและค่าใช้จ่ายโดยตรง (Incurred Claims) ÷ รายได้จากการประกันภัย ไม่รวมการปรับ LIC ส่วน Expense Ratio และ Combined Ratio ใช้ตัวเลขตามแบบ 56-1
(งบ 2025) (F45 2Q26)
รายได้จากการประกันภัย กำไรก่อนภาษี และกำไรสุทธิ FY2024 ปรับใหม่ → TTM มิ.ย. 2569 (฿ล้าน)
อัตรากำไรก่อนภาษีและกำไรสุทธิต่อรายได้จากการประกันภัย (%)
ผลการดำเนินงานครึ่งปี: 1H2025 เทียบ 1H2026 (฿ล้าน)
การวิเคราะห์ผลการดำเนินงาน
- อัตราสินไหมทดแทนปรับตัวลง: สินไหมทดแทนและค่าใช้จ่ายโดยตรงในครึ่งแรกปี 2569 เป็น ฿2,469.52 ล้าน หรือ 62.7% ของรายได้จากการประกันภัย ไตรมาส 2 อยู่ที่ 58.9% ของรายได้ประกันภัยไตรมาสนั้น
ปรับปรุงจากปี 2568 ที่ 69.2% นอกจากนี้การเปลี่ยนแปลงที่เกี่ยวกับบริการในอดีต (Past Service / LIC) ซึ่งลดค่าใช้จ่ายบริการประกันภัย มีมูลค่า ฿477.74 ล้านในครึ่งปี 2569 เทียบกับ ฿835.91 ล้านทั้งปี 2568 ควรติดตามว่าการพัฒนาสินไหมนี้เป็นรายการที่เกิดซ้ำหรือไม่
- กำไรจากการบริการประกันภัยเพิ่มเร็วกว่ารายได้: รายได้จากการประกันภัยเพิ่ม 3.5% แต่กำไรจากการบริการเพิ่ม 34.6% เพราะค่าใช้จ่ายบริการประกันภัยรวมลดลงจาก ฿3,357.14 ล้านเป็น ฿3,164.39 ล้าน
- ส่วนต่างจากการลงทุนช่วยกำไร: รายได้จากการลงทุนและกำไรมูลค่ายุติธรรมรวมในครึ่งแรกปี 2569 คือ ฿265.81 ล้าน จาก ฿39.95 ล้านปีก่อน ในนั้น ฿107.39 ล้านเป็นกำไรมูลค่ายุติธรรมที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง ซึ่งอาจกลับเป็นขาดทุนได้ในอนาคต
- ส่วนของ NCI ใหญ่ขึ้น: กำไรที่เป็นของส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุมในครึ่งแรกปี 2569 คือ ฿106.60 ล้าน หรือ 20.7% ของกำไรรวม (ปี 2568 ทั้งปี ฿110.56 ล้าน หรือ 20.2%)
หมายเหตุ: ตามแบบ 56-1 ส่วนหนึ่งของรายได้ประกันภัยรถยนต์ยังไม่ได้รับรู้ในปีนี้ เพราะภาระการให้บริการตามสัญญาส่วนใหญ่จะเสร็จในปีถัดไป รายได้ประกันภัยจึงไม่สะท้อนเบี้ยรับเต็มจำนวนของปีนั้น
5. งบแสดงสถานะการเงิน (Balance Sheet)
สินทรัพย์ หนี้สิน และส่วนของผู้ถือหุ้น ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2567 ถึง 30 มิ.ย. 2569 · งบการเงินรวม
| รายการ (หน่วย: ล้านบาท) |
1 ม.ค. 2567 |
31 ธ.ค. 2567 |
31 ธ.ค. 2568 |
30 มิ.ย. 2569 |
| เงินสดและรายการเทียบเท่า |
228.85 |
303.94 |
460.27 |
302.72 |
| ตราสารหนี้ (Debt Financial Assets) |
6,069.36 |
6,504.66 |
8,052.35 |
8,575.14 |
| ตราสารทุน (Equity Financial Assets) |
659.66 |
727.15 |
988.66 |
1,065.87 |
| สินทรัพย์รวม (Total Assets) |
7,795.77 |
8,694.00 |
10,702.20 |
11,171.86 |
| หนี้สินตามสัญญาประกันภัย (Insurance Contract Liabilities) |
4,647.41 |
4,763.07 |
5,095.43 |
5,301.99 |
| หนี้สินรวม (Total Liabilities) |
5,022.13 |
5,275.01 |
5,608.99 |
5,949.84 |
| ส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัท |
2,738.17 |
3,383.17 |
4,211.60 |
4,321.16 |
| ส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุม (NCI) |
35.47 |
35.82 |
881.61 |
900.87 |
| ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม (Total Equity) |
2,773.64 |
3,418.99 |
5,093.21 |
5,222.02 |
ที่มา: งบฐานะการเงินรวมในงบการเงินปี 2568 (คอลัมน์ 1 ม.ค. 2567 คือยอดเปิดปรับใหม่ตาม TFRS 17) และงบการเงินระหว่างกาล 2Q2026 (งบ 2Q26)
NCI ปี 2568 เพิ่มขึ้นจาก ฿35.82 ล้าน เป็น ฿881.61 ล้าน เพราะ GR Management (Thailand) ซื้อหุ้นเพิ่มทุนของ TVI ด้วยเงินสด ฿1,034.75 ล้าน ในไตรมาส 1 ปี 2568 และส่วนเกินทุนจากการเปลี่ยนสัดส่วนการถือหุ้นถูกบันทึกเป็น ฿341.18 ล้าน
องค์ประกอบงบฐานะการเงิน: สินทรัพย์ หนี้สิน ส่วนของผู้ถือหุ้น (฿ล้าน)
จุดสำคัญของงบดุล
- ตราสารหนี้คิดเป็น 76.8% ของสินทรัพย์รวม: ณ 30 มิ.ย. 2569 ตราสารหนี้ ฿8,575.14 ล้าน และตราสารทุน ฿1,065.87 ล้าน รวม 86.3% ของสินทรัพย์ การถือครองตราสารจึงกระทบงบดุลและกำไรมาก
- ส่วนต่างการลงทุนสะท้อนใน OCI: ตราสารหนี้ที่วัดมูลค่ายุติธรรมผ่าน OCI ทำให้ส่วนของผู้ถือหุ้นผันผวนตามอัตราดอกเบี้ย ครึ่งปี 2569 OCI จากตราสารหนี้เป็นลบ ฿285.04 ล้าน
- เงินสดลดลง: เงินสด ณ 30 มิ.ย. 2569 ฿302.72 ล้าน ลดลงจาก ฿460.27 ล้าน ณ สิ้นปี 2568 จากการจ่ายเงินปันผลรวม ฿175.28 ล้าน (ของบริษัท ฿131.91 ล้าน และของบริษัทย่อย ฿43.38 ล้าน)
6. หนี้สินและเลเวอเรจ (Leverage)
โครงสร้างหนี้และความเพียงพอของเงินกองทุน ณ 30 มิ.ย. 2569 · ไม่มีหนี้สินทางการเงินที่มีดอกเบี้ย
| อัตราส่วน |
1 ม.ค. 2567 |
31 ธ.ค. 2567 |
31 ธ.ค. 2568 |
30 มิ.ย. 2569 |
| หนี้สินตามสัญญาเช่า (฿ล้าน) |
2.21 |
1.45 |
6.92 |
5.44 |
| หนี้สินมีดอกเบี้ยจากสถาบันการเงิน (฿ล้าน) |
0.00 |
0.00 |
0.00 |
0.00 |
| IB Debt ÷ ส่วนของผู้ถือหุ้น (เท่า) |
0.00 |
0.00 |
0.00 |
0.00 |
| (IB Debt − เงินสด) ÷ ส่วนของผู้ถือหุ้น (เท่า) |
-0.08 |
-0.09 |
-0.09 |
-0.06 |
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (เท่า) ปรับตามเงินสด
หมายเหตุ: ไม่มีเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินในงบดุลรวม ตัวเลข IB Debt คือหนี้สินตามสัญญาเช่าเท่านั้น ค่าอัตราส่วนเกือบเป็นศูนย์จึงไม่ได้บอกความเสี่ยงของบริษัทประกันภัย
ดัชนีที่สำคัญกว่าคือ CAR ซึ่งรายงานไว้ที่ 285.73% ณ 30 ก.ย. 2568 (ไตรมาส 3) เกณฑ์ขั้นต่ำ 140% ตามประกาศ คปภ. ไม่พบตัวเลข CAR สิ้นปี 2568 หรือไตรมาส 2/2569 ในเอกสารที่ตรวจสอบ จึงไม่แสดงในกราฟ
(56-1 One Report 2568)
7. สัดส่วนธุรกิจ (Segments)
รายได้จากการประกันภัยและเบี้ยรับรวมแยกตามประเภทผลิตภัณฑ์ ปี 2568 · งบการเงินรวม TFRS 17
| ประเภทผลิตภัณฑ์ (หน่วย: ล้านบาท) |
รายได้จากการประกันภัย ปี 2568 |
สัดส่วน |
เบี้ยรับรวม ปี 2568 |
สัดส่วนเบี้ยรับ |
| ประกันรถยนต์ (Motor) |
6,160.49 |
80.5% |
6,264.58 |
80.7% |
| ประกันอัคคีภัย (Fire) |
385.76 |
5.0% |
394.08 |
5.1% |
| ประกันทางทะเลและขนส่ง (Marine) |
5.43 |
0.1% |
5.37 |
0.1% |
| ประกันเบ็ดเตล็ด (Miscellaneous) |
1,100.86 |
14.4% |
1,103.27 |
14.2% |
| รวม |
7,652.54 |
100.0% |
7,767.30 |
100.0% |
สัดส่วนรายได้จากการประกันภัยตามประเภทผลิตภัณฑ์ ปี 2568 (฿ล้าน)
ที่มา: หมายเหตุ 8 ในงบการเงินปี 2568 และตารางเบี้ยรับรวมในแบบ 56-1 หมวด Miscellaneous รวมประกันสุขภาพ อุบัติเหตุส่วนบุคคล การเดินทาง IAR และประกันความรับผิดตามกฎหมาย
งบการเงินไม่แยกกำไรตามประเภทผลิตภัณฑ์ จึงไม่แสดงกำไรแยกประเภท
8. ประวัติการปันผล (Dividend History)
เงินปันผลต่อหุ้นของ TVH (ระดับบริษัทแม่) และนโยบายการจ่ายปันผล
| ปี |
เงินปันผลรวม (฿ล้าน) |
DPS (฿/หุ้น) |
อนุมัติโดย |
อัตราจ่ายต่อกำไรเดี่ยว |
อัตราจ่ายต่อกำไรส่วนผู้ถือหุ้นรวม |
| 2566 (FY2023) |
116.9 |
0.39 |
AGM 24 เม.ย. 2567 |
n/a |
n/a |
| 2567 (FY2024) |
125.9 |
0.42 |
AGM 23 เม.ย. 2568 |
9.83% |
18.9% |
| 2568 (FY2025) |
131.9 |
0.44 |
เสนอโดย BoD ครั้งที่ 2/2569 (AGM 2569) |
40.45% |
30.3% |
เงินปันผลต่อหุ้นของ TVH ย้อนหลัง (฿/หุ้น)
นโยบายการจ่ายปันผล: จ่ายไม่ต่ำกว่า 40% ของกำไรสุทธิหลังหักภาษีจากงบการเงินเฉพาะบริษัท (56-1 หัวข้อนโยบายการจ่ายเงินปันผล) อัตราจ่ายปี 2567 ต่ำเพราะกำไรงบเดี่ยวปีนั้นสูงมากจากเงินปันผลรับจาก TVI จึงไม่ควรใช้อัตรานี้เป็นแนวโน้ม
คอลัมน์กำไรส่วนผู้ถือหุ้นรวมเป็นการคำนวณเองเพื่อเทียบกับกำไรของกลุ่ม อาจไม่ตรงกับตัวเลขในเอกสารทางการ
TVI ก็อนุมัติจ่ายปันผลปี 2568 อัตรา ฿0.55 ต่อหุ้น รวม ฿208.3 ล้าน กำหนดจ่ายวันเดียวกันคือ 28 พ.ค. 2569 (ตามหมายเหตุ 46 ในงบการเงินปี 2568)
9. เปรียบเทียบเพื่อนร่วมกลุ่ม (Peer Comparison)
กลุ่มบริษัทประกันภัยใน SET ข้อมูล ณ 9 ตุลาคม 2569 (SET Factsheet)
| บริษัท |
ราคา (฿) |
มูลค่าตลาด (฿ล้าน) |
P/E (เท่า) |
P/BV (เท่า) |
ประเภทธุรกิจ |
| TVH |
9.65 |
2,892.95 |
4.53 |
0.67 |
ประกันวินาศภัย (ถือ TVI 79.2%) |
| BKIH |
386.00 |
40,161.05 |
10.24 |
1.22 |
กลุ่มประกันภัย |
| MTI |
20.00 |
11,800.00 |
11.33 |
1.34 |
ประกันวินาศภัย |
| TIPH |
23.40 |
13,906.44 |
12.58 |
1.37 |
กลุ่มประกันภัยหลายสาขา (Multi-Line) |
| THRE |
0.47 |
1,981.05 |
12.52 |
0.50 |
กลุ่มประกันภัยหลายสาขา (Multi-Line) |
มูลค่าตลาดและ P/E เทียบกับกลุ่มประกันภัยใน SET (ณ 9 ต.ค. 2569)
ค่า Dividend Yield ของกลุ่มเพื่อนไม่ได้แสดงใน SET Factsheet (ตาราง DPS โหลดด้วย JavaScript) จึงไม่เปรียบเทียบ Yield
TVH เล็กกว่า BKIH, MTI และ TIPH แต่ใหญ่กว่า THRE ส่วนลด P/BV ของ TVH (0.67x) ต่ำกว่าทุกบริษัทในกลุ่ม ซึ่งอาจมาจากขนาดและ Free Float 27.66% ไม่ใช่จากพื้นฐานการดำเนินงานเพียงอย่างเดียว
10. มุมมองอนาคตธุรกิจ (Outlook)
แนวโน้มอุตสาหกรรมปี 2569 ตามแบบ 56-1 ทิศทางของบริษัท และเหตุการณ์ที่มีวันที่แน่นอน
แนวโน้มอุตสาหกรรมปี 2569 (ตามที่ระบุในแบบ 56-1)
- ประกันรถยนต์ภาคสมัครใจ: คาดว่าเติบโต 2.0–3.0% โดยรถยนต์ใหม่ขยายตัวจากความนิยมของรถยนต์ไฟฟ้าที่มีเบี้ยสูงกว่ารถสันดาป
- ประกันรถยนต์ภาคบังคับ: คาดว่าเติบโต 2.0–3.0% จากการบังคับใช้ E-Policy และการต่อภาษีที่เข้มงวดขึ้น
- ประกันอัคคีภัยและ IAR: คาดว่าเติบโต 0.5–1.5% หลังแผ่นดินไหวและน้ำท่วมภาคใต้ ความต้องการเพิ่มขึ้นแต่ค่าเบี้ยประกันต่อสูงขึ้นด้วย
- เป้าหมายรายได้ของบริษัท: ไม่พบตัวเลขเป้าหมายปี 2569 ที่บริษัทเผยแพร่ในเอกสารที่ตรวจสอบ
ทิศทางกลยุทธ์ของบริษัท (ปี 2569)
- ทีม (Team): เสริมความผูกพันของพนักงานและความรับผิดชอบต่อลูกค้า
- ระบบ (Systems): รวมฐานข้อมูลบนแพลตฟอร์มเดียว ลดความซ้ำซ้อนและเพิ่มความเร็วในการตัดสินใจ
- AI: ใช้ Deep Learning และ Agentic AI ในการวิเคราะห์ข้อมูลและการเคลมประกัน
- ห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain): ร่วมมือกับพันธมิตรนอกวงการประกันภัยเพื่อขยายฐานลูกค้า
- การขยายอย่างยั่งยืน: ผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับความต้องการลูกค้าและการเข้าถึงช่องทางที่มากขึ้น
เหตุการณ์และวันที่ที่ควรติดตาม
| วันที่ |
เหตุการณ์ |
ผลต่อการลงทุน |
| 28 พ.ค. 2569 |
กำหนดจ่ายเงินปันผลปี 2568 ฿0.44 ต่อหุ้น (ตามงบ 2568) |
ยืนยัน Dividend Yield 4.56% |
| 13 ส.ค. 2569 |
เผยแพร่งบการเงิน 2Q2026 ที่สอบทานแล้ว |
ฐานคำนวณ TTM ในรายงานนี้ |
| ไตรมาส 3 ปี 2569 |
งบการเงินไตรมาส 3 (ปกติเผยแพร่ พ.ย.) |
ติดตาม Loss Ratio ภัยน้ำท่วมและ CAR ล่าสุด |
| ไตรมาส 4 ปี 2569 |
ช่วงต่ออายุประกันรถยนต์และการบังคับใช้ E-Policy ที่เข้มงวดขึ้น (ตาม 56-1) |
ติดตามเบี้ยรถยนต์และสินไหม |
| ก่อนสิ้นปี 2569 |
ทิศทางการต่อเบี้ยประกันภัยต่อหลังแผ่นดินไหวและน้ำท่วม |
กระทบอัตราการเก็บไว้เอง |
ในการค้นหารอบนี้ไม่พบราคาเป้าหมายหรือประมาณการกำไรปี 2569 จากบริษัทหลักทรัพย์ที่ตรวจสอบได้ จึงไม่ใส่ตัวเลขประมาณการกำไรในรายงาน ข้อมูลส่วนนี้มาจากแบบ 56-1 เป็นหลัก
11. ปัจจัยเสี่ยง (Risk Factors)
ความเสี่ยงหลัก 6 หมวด พร้อมสัญญาณที่สังเกตได้ในรายงานงวดถัดไป
| หมวด |
ความเสี่ยง |
สัญญาณที่ต้องติดตาม |
| 1. ภัยพิบัติและการเคลม |
แผ่นดินไหววันที่ 28 มี.ค. 2568 และน้ำท่วมภาคใต้ พ.ย. 2568 เพิ่มการเคลมและค่าเบี้ยประกันต่อ |
อัตราสินไหมทดแทนไตรมาส 3 เกิน 65% หรือการปรับเบี้ยประกันต่อขึ้นในปี 2569 |
| 2. ต้นทุนรถยนต์และ EV |
ราคาอะไหล่และแบตเตอรี่ EV สูง ค่าซ่อมเพิ่ม ทำให้พอร์ตรถยนต์ซึ่งคิดเป็นราว 80% มีความเสี่ยงสูงขึ้น |
Motor Loss Ratio และสัดส่วน EV ในเบี้ยรวม |
| 3. การลงทุน |
ตราสารหนี้คิด 76.8% ของสินทรัพย์ กำไรมูลค่ายุติธรรมผันผวน (1H25 −฿28.1 ล้าน เทียบ 1H26 +฿107.4 ล้าน) |
รายได้การลงทุนสุทธิที่ไม่รวมกำไรมูลค่ายุติธรรม และ OCI ของตราสารหนี้ |
| 4. กฎเกณฑ์และเงินกองทุน |
CAR ต้องไม่ต่ำกว่า 140% ตามเกณฑ์ คปภ. และการใช้มาตรฐาน TFRS 17 มีผลต่อการรับรู้รายได้ |
CAR ที่รายงานครั้งถัดไปและตัวเลขปลายปี 2569 |
| 5. โครงสร้างกลุ่มและผู้ถือหุ้น |
TVH ถือ TVI 79.2% NCI เพิ่มเป็น ฿900.87 ล้าน MAFAM ถือ 48.59% ของ TVH และ GR Management (Thailand) ถือ 20.0% ของ TVI |
NCI ในกำไร การเปลี่ยนแปลงนโยบายปันผลของ TVI และรายการกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง |
| 6. การแข่งขันและช่องทางขายใหม่ |
ตลาดประกันรถยนต์แข่งด้วยราคา ช่องทางออนไลน์และพันธมิตรใหม่ต้องใช้ต้นทุนในการได้มาซึ่งลูกค้า |
อัตราการเติบโตเบี้ยรถยนต์เทียบกับอุตสาหกรรม (2–3%) และ Expense Ratio |
หมวดเพิ่มเติม: ความเสี่ยงจากกำไรของโฮลดิ้ง TVH เอง งบเดี่ยวพึ่งเงินปันผลจาก TVI ซึ่งลดลงในครึ่งแรกปี 2569 และมีความเสี่ยงจากการดำเนินงานของบริษัทย่อย LVI ในประเทศลาว (ถือโดย TVI 70%)
12. SWOT
การประเมินเชิงคุณภาพจากตัวเลขและข้อมูลที่ตรวจสอบได้ · ข้อมูล ณ 30 มิ.ย. 2569
จุดแข็ง (Strengths)
- ส่วนแบ่งตลาดอันดับ 8 ในรถยนต์ภาคสมัครใจและอัคคีภัย: ตาม 56-1 ปี 2568
- พึ่งพาการประกันต่อน้อย: อัตราการเก็บไว้เอง 91.46% ปี 2568
- งบดุลแข็งแรง: ไม่มีหนี้สินทางการเงินที่มีดอกเบี้ย และ CAR สูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำมาก (285.73%)
- กำไรครึ่งปี 2569 เพิ่ม 99.7% YoY: อัตราสินไหมทดแทนลดลงเหลือ 62.7%
จุดอ่อน (Weaknesses)
- พอร์ตพึ่งรถยนต์ราว 80% ของเบี้ยรวม: เสี่ยงต่อการแข่งขันด้านราคาและต้นทุนซ่อม
- กำไรปี 2568 ลดลงจากปี 2567 (ปรับใหม่): ROE ปี 2568 ราว 11.5%
- โครงสร้างกลุ่มซับซ้อน: TVH เป็นโฮลดิ้ง รายได้งบเดี่ยวพึ่งเงินปันผลจาก TVI
- สภาพคล่องหุ้นต่ำ: Free Float 27.66% และมูลค่าตลาดเล็กกว่าเพื่อนบางราย
โอกาส (Opportunities)
- ประกันรถยนต์ไฟฟ้า (EV): ปรับเบี้ยตามความเสี่ยงที่สูงขึ้น ทำให้ค่าเบี้ยเฉลี่ยเพิ่ม (ตาม 56-1)
- ประกันอัคคีภัยและ IAR: ความต้องการเพิ่มขึ้นหลังเหตุภัยพิบัติปี 2568
- ช่องทางออนไลน์และพันธมิตรนอกวงการประกันภัย: ขยายฐานลูกค้าตามแผนปี 2569
- ตลาดลาวผ่าน LVI: บริษัทถือ 70% และขยายธุรกิจในลาวตั้งแต่ปี 2568
อุปสรรค (Threats)
- ภัยพิบัติซ้ำและค่าเบี้ยประกันต่อที่แพงขึ้น
- ค่าอะไหล่และแบตเตอรี่ EV ที่เร่งตัว: ทำให้สินไหมรถยนต์สูงขึ้น
- กำไรมูลค่ายุติธรรมจากตราสารหนี้และตราสารทุนผันผวน
- การเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์ คปภ. เรื่อง CAR และ RBC
SWOT นี้เป็นการสรุปจากตัวเลขในรายงาน ไม่ใช่การประเมินของบริษัทหลักทรัพย์ ดูที่มาของตัวเลขในหัวข้อก่อนหน้า
13. มุมมองนักลงทุน (Investor View)
กรอบการประเมินและตัวชี้วัดที่ควรติดตาม · ข้อมูล ณ 9 ตุลาคม 2569
Bull Case: ฿17.30 (Upside +79%)
- ROE ยืนที่ ~15% ตามกำไร TTM ฿640 ล้าน และตลาดยอมรับ P/BV ประมาณ 1.2 เท่า
- กำไรมูลค่ายุติธรรมไม่ขาดทุน และอัตราสินไหมทดแทนคงต่ำกว่า 65%
- เงินปันผลมั่นคงตามนโยบาย 40% (งบเดี่ยว)
Base Case: ฿11.53 (Upside +19.5%)
- กำไร TTM ทรงตัวและ ROE ประมาณ 15% P/BV ปรับขึ้นเป็น 0.8 เท่า (ประมาณ 5.4 เท่าของ TTM EPS)
- ผลตอบแทนจากการลงทุนปกติ ไม่ขึ้นกับกำไรมูลค่ายุติธรรมที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง
- เงินปันผลเท่าเดิมที่ ฿0.44 (Yield ราว 4.6%)
Bear Case: ฿7.21 (Downside -25%)
- ภัยพิบัติและการเคลมรถยนต์ EV ทำให้กำไรกลับไปใกล้ ฿436 ล้านของปี 2568
- กำไรมูลค่ายุติธรรมกลับเป็นลบและ CAR ลดลงจากระดับปัจจุบันอย่างมีนัยสำคัญ
- ตลาดให้ P/BV 0.5 เท่า ซึ่งเทียบเท่า THRE และต่ำกว่าราคาต่ำสุด 52 สัปดาห์ (฿8.00)
รายการตรวจสอบก่อนตัดสินใจ
- งบการเงินไตรมาส 3 ปี 2569: อัตราสินไหมทดแทนเทียบกับ 62.7% ในครึ่งปีแรก และผลกระทบจากน้ำท่วม
- CAR ปลายปี 2568 และล่าสุด เทียบกับเกณฑ์ 140% (แบบ 56-1 แสดงเฉพาะไตรมาส 3 ปี 2568)
- รายได้การลงทุนสุทธิที่ไม่รวมกำไรมูลค่ายุติธรรม (1H26 ฿108.29 ล้าน) ยังเติบโตต่อเนื่องหรือไม่
- การจ่ายปันผลของ TVI และผลต่อกำไรงบเดี่ยวของ TVH
- สัดส่วน NCI ในกำไร (1H26 20.7%) และกลยุทธ์ของ GR Management (Thailand) / ITOCHU ในบริษัท
- การปรับเบี้ยประกันต่อหลังภัยพิบัติ และผลต่อ Retention Ratio
รายงานนี้เป็นการวิเคราะห์เพื่อประกอบการตัดสินใจ ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ราคาในกรอบ Bull/Base/Bear เป็นการคำนวณตามสมมติฐาน P/BV ไม่ใช่ราคาเป้าหมายของบริษัทหลักทรัพย์