รายงานวิเคราะห์หุ้นเพื่อการตัดสินใจ · Equity Research Report

วิเคราะห์หุ้น TRT — บริษัท ถิรไทย จำกัด (มหาชน)

ผู้นำอันดับหนึ่งด้านการออกแบบ ผลิต และบริการหม้อแปลงไฟฟ้ากำลังและหม้อแปลงระบบจำหน่ายมาตรฐานสากลของประเทศไทย ครอบคลุมพิกัดกำลังสูงสุดถึง 525 kV และ 300 MVA — ผลประกอบการงวดครึ่งแรกของปี 2569 (1H2026) สร้างสถิติประวัติศาสตร์ด้วยกำไรสุทธิ ฿290.19 ล้านบาท พุ่งขึ้นทะยานกว่า +259% YoY จากอานิสงส์ความต้องการหม้อแปลงไฟฟ้าทั่วโลกในรอบซูเปอร์ไซเคิล (Global Transformer Supercycle) ทั้งการปรับปรุงโครงข่ายสายส่งในสหรัฐอเมริกา (US Grid Replacement) การขยายตัวของ Hyperscale Data Center & AI Infrastructure และการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด บริษัทจับมือเป็นพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์กับ Siemens Energy ในการส่งมอบหม้อแปลงไฟฟ้ากำลังสู่ตลาดสหรัฐฯ พร้อมงานในมือ (Backlog) สูงเป็นประวัติการณ์ถึง ฿3,066 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) เร่งตัวแตะ 40.01%
Sector: สินค้าอุตสาหกรรม / วัสดุอุตสาหกรรมและเครื่องจักร (Industrial Materials & Machinery)ราคาล่าสุด ฿11.8Market Cap ฿3,635 ล้านP/E 10.93 · P/BV 2.37Dividend Yield ~1.74%

เขียนโดย HypeTimes Staff · ข้อมูล ณ

1. บทสรุปผู้บริหาร (Executive Summary)

ภาพรวมการลงทุน การเติบโตแบบก้าวกระโดด และทิศทางยุทธศาสตร์ — ข้อมูลตลาด ณ วันที่ 3 ตุลาคม 2569

บริษัท ถิรไทย จำกัด (มหาชน) (SET: TRT / TRT.BK) ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2530 โดยกลุ่มวิศวกรไทยผู้เชี่ยวชาญ และพัฒนาตนเองจนกลายเป็นผู้ผลิตหม้อแปลงไฟฟ้าสัญชาติไทยเพียงรายเดียวที่สามารถผลิตหม้อแปลงไฟฟ้ากำลังขนาดใหญ่ (Power Transformer) ระดับแรงดันไฟฟ้าสูงถึง 525 kV พิกัดกำลัง 300 MVA ซึ่งได้รับการรับรองการทดสอบการลัดวงจร (Short-Circuit Test) จากสถาบันระดับโลก KEMA (เนเธอร์แลนด์) และ CESI (อิตาลี) บริษัทดำเนินธุรกิจภายใต้โมเดลวิศวกรรมสั่งทำเฉพาะทาง (Engineering-to-Order: ETO) เพื่อตอบสนองความต้องการของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.), การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.), การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.), ภาคอุตสาหกรรมหนัก, โรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน, ผู้ให้บริการ Data Center ระดับโลก ตลอดจนการส่งออกไปยังกว่า 30 ประเทศทั่วโลก

ราคาหุ้นปัจจุบัน
฿11.80
ณ 3 ต.ค. 2569(SET Factsheet)
มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด
฿3,635 ล้าน
308.01 ล้านหุ้นจดทะเบียน(SET Profile)
P/E Ratio (TTM)
10.93x
อิงกำไร TTM ฿322.4 ล้าน(SET Financials)
กำไรสุทธิ 1H2569
฿290.19 ล้าน
+259.0% YoY ทำสถิติสูงสุดใหม่(MD&A 2Q26)
อัตรากำไรขั้นต้นจากการขาย
40.01%
ก้าวกระโดดจาก 23.54% ใน 1H2568(MD&A 2Q26)
งานในมือ (Backlog)
฿3,066 ล้าน
ณ สิ้นไตรมาส 2/2569 ทยอยรับรู้ถึงปี 2570(IR Presentation)

ประเด็นเชิงยุทธศาสตร์สำคัญ 5 มิติ (Strategic Inflection Points)

  • 1. เข้าสู่คลื่น Supercycle หม้อแปลงไฟฟ้าทั่วโลก (Global Grid Modernization): วงจรการเปลี่ยนหม้อแปลงไฟฟ้าที่หมดอายุการใช้งานในสหรัฐอเมริกาและยุโรป (อายุเฉลี่ยเกิน 35-40 ปี) ผนวกกับกฎหมาย Inflation Reduction Act (IRA) และการจำกัดการนำเข้าหม้อแปลงจากจีน ส่งผลให้เกิดภาวะขาดแคลนหม้อแปลงทั่วโลก (Supply Deficit) ระยะเวลารอรับสินค้า (Lead Time) พุ่งขึ้นเป็น 3-4 ปี เปิดโอกาสทองให้ TRT คว้าสัญญาส่งมอบหม้อแปลงไฟฟ้ากำลังสูงสู่ตลาดสหรัฐฯ
  • 2. พันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์กับ Siemens Energy: TRT จับมือกับ Siemens Energy ผู้นำเทคโนโลยีพลังงานระดับโลก ร่วมผลิตและส่งมอบหม้อแปลงไฟฟ้ากำลังขนาดใหญ่ไปยังตลาดสหรัฐฯ ภายใต้โครงการมูลค่ากว่า ฿1,600 ล้านบาท ซึ่งยกระดับสถานะของ TRT จากผู้ผลิตระดับประเทศสู่ Tier-1 Global Supplier
  • 3. แรงส่งจาก Mega Data Centers & AI Wave: การลงทุนขยายศูนย์ข้อมูล (Hyperscale Data Centers) ของบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยี (AWS, Google, Microsoft) ในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน จำเป็นต้องใช้หม้อแปลงไฟฟ้าชนิดแห้ง (Dry Type Cast Resin) และหม้อแปลงกำลังที่มีความเสถียรสูงพิเศษเพื่อจ่ายไฟฟ้า 24/7 ซึ่ง TRT เป็นผู้ครองส่วนแบ่งตลาดสูงสุดในประเทศ
  • 4. อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ทะยานแตะ 40.01%: อำนาจในการกำหนดราคา (Pricing Power) พุ่งสูงขึ้นอย่างเด่นชัดจากภาวะอุปทานตึงตัวทั่วโลก ผนวกกับการบริหารต้นทุนวัตถุดิบ (ทองแดงและเหล็กซิลิคอน) อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิ (NPM) ในงวด 6M/2569 ขยับขึ้นแตะระดับ 20.07%
  • 5. นโยบายมุ่งสู่ “หุ้นปันผลคุณภาพสูง” (High Dividend Yield Play): บริษัทปรับนโยบายผลักดันการจ่ายปันผลระหว่างกาลเป็น 2-4 ครั้งต่อปี โดยงวด 1H2569 ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล ฿0.17 ต่อหุ้น (XD 14 ส.ค. 2569) และคาดการณ์ปันผลทั้งปีที่ ฿0.46-฿0.50 ต่อหุ้น คิดเป็น Dividend Yield คาดการณ์สูงกว่า 4.0-4.5% ต่อปี

Bull Case (฿16.50 | Upside +39.8%)

คำสั่งซื้อส่งออกไปยังสหรัฐฯ และยุโรปผ่าน Siemens Energy ทะลักต่อเนื่อง Lead Time โลกยังตึงตัวทำให้ TRT สามารถขยับราคาขายเฉลี่ย (ASP) ได้เพิ่มขึ้น ขณะที่โครงการ Data Center ในไทยเริ่มรับรู้รายได้หม้อแปลงพิเศษ GPM ทรงตัวเหนือ 42% หนุนกำไรสุทธิปี 2569E แตะ ฿520 ล้านบาท (EPS ฿1.69) Forward P/E 9.8x

Base Case (฿14.20 | Upside +20.3%)

ส่งมอบงานตามแผน Backlog ฿3,066 ล้านบาท รายได้รวมทั้งปี 2569 แตะเป้าหมายผู้บริหารที่ ฿3,000 ล้านบาท งานประมูลภาครัฐ (กฟน., กฟภ., กฟผ.) เดินหน้าต่อเนื่อง รักษา GPM รวมที่ระดับ 38.5% ทำกำไรสุทธิปี 2569E ได้ที่ ฿435 ล้านบาท (EPS ฿1.41) ประเมินมูลค่าด้วย Forward P/E 10.0x และอัตราปันผลตอบแทน 4.2%

Bear Case (฿9.50 | Downside -19.5%)

ความล่าช้าในการส่งมอบหรือตรวจรับงานโครงการรัฐ ราคาวัตถุดิบทองแดงและเหล็กแผ่นซิลิคอนปรับตัวสูงขึ้นรุนแรง ค่าเงินบาทแข็งค่าเร็วบั่นทอนมาร์จิ้นส่งออก ส่งผลให้ GPM เฉลี่ยทั้งปีลดลงเหลือ 28% กำไรสุทธิปี 2569E ทำได้ ฿280 ล้านบาท อิง Forward P/E ปรับลดเหลือ 10.4x

ข้อมูลอ้างอิง: รวบรวมจาก SET Factsheet, รายงาน MD&A ไตรมาส 2/2569 และ Tirathai IR Presentation

2. ข้อมูลสรุปหลักทรัพย์ (Factsheet)

รายละเอียดการจดทะเบียน สถิติทางการเงิน และโครงสร้างผู้ถือหุ้น — ณ วันที่ 3 ตุลาคม 2569
สัญลักษณ์หลักทรัพย์
TRT
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)(SET)
ราคาพาร์ (Par Value)
฿1.00
ทุนชำระแล้ว ฿308.01 ล้าน(SET)
P/BV Ratio
2.37x
Book Value ฿4.84 ต่อหุ้น(SET)
Free Float
67.04%
ณ 10 มี.ค. 2569 สภาพคล่องการซื้อขายสูง(SET)
ROE (ผลตอบแทนส่วนผู้ถือหุ้น)
22.40%
ขยายตัวสูงจากกำไรสุทธิเติบโต(SET)
ROA (ผลตอบแทนสินทรัพย์)
11.20%
สะท้อนประสิทธิภาพการใช้สินทรัพย์(SET)
D/E Ratio
1.79x
หนี้สินหมุนเวียนเพื่อการส่งมอบงาน(ก.ล.ต.)
52-Week Price Range
฿3.08 – ฿15.80
สะท้อนการ Re-rating ของหุ้น(SETTRADE)
โครงสร้างผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ณ วันปิดสมุดทะเบียน 10 มีนาคม 2569 — ที่มา: SET Major Shareholders
ลำดับรายชื่อผู้ถือหุ้นจำนวนหุ้น (หุ้น)สัดส่วนการถือหุ้น (%)
1กลุ่มครอบครัววงษ์ปาน (โดยนายสัมพันธ์ วงษ์ปาน และผู้เกี่ยวข้อง)42,500,00013.80%
2กลุ่มครอบครัวศิริวจนา (โดยนายอวยชัย ศิริวจนา และผู้เกี่ยวข้อง)31,250,00010.15%
3บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด (Thai NVDR)18,480,5006.00%
4นายสุทธิพงศ์ พึ่งเจริญ12,320,0004.00%
5กองทุนเปิดและนักลงทุนสถาบันในประเทศ9,850,0003.20%
-ผู้ถือหุ้นรายย่อยอื่น ๆ (Free Float รวม)193,607,50062.85%

3. ลักษณะการประกอบธุรกิจและสายผลิตภัณฑ์ (Business Architecture & Engineering Capabilities)

ห่วงโซ่คุณค่า นวัตกรรมทางวิศวกรรมไฟฟ้า และพันธมิตรระดับโลก — ข้อมูลจากแบบ 56-1 One Report

บมจ. ถิรไทย คือผู้ผลิตหม้อแปลงไฟฟ้าแบบครบวงจรชั้นนำของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีศูนย์การผลิตหลัก 3 แห่ง ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมบางปู และตำบลแพรกษา จังหวัดสมุทรปราการ บนพื้นที่รวมกว่า 60 ไร่ เพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีการพันขดลวดระบบสุญญากาศ (Vapour Phase Drying: VPD) ห้องคลีนรูมปลอดฝุ่นควบคุมอุณหภูมิและความชื้น และห้องปฏิบัติการทดสอบทางไฟฟ้าแรงสูงที่ได้รับรองมาตรฐาน ISO/IEC 17025

1. โครงสร้าง 4 กลุ่มธุรกิจหลัก (Core Business Divisions)

2. พันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์และความสามารถในการแข่งขันระดับโลก

4. ผลการดำเนินงานทางการเงิน (Financial Performance & MD&A)

การวิเคราะห์รายได้ ต้นทุน กำไรสุทธิ และประสิทธิภาพการทำกำไร — อ้างอิงรายงานงบการเงิน ก.ล.ต.

ผลการดำเนินงานของ TRT ในรอบปี 2566–2568 และงวดครึ่งแรกของปี 2569 (6M/2569) สะท้อนถึงการพลิกฟื้นและเข้าสู่วัฏจักรการเติบโตรอบใหม่ที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์บริษัท โดยในปี 2567 รายได้รวมเติบโตอย่างโดดเด่นแตะ ฿2,882 ล้านบาท ก่อนที่จะชะลอตัวลงเล็กน้อยในปี 2568 จากความล่าช้าของงบประมาณภาครัฐ อย่างไรก็ตาม ในงวด 6M/2569 บริษัทมีกำไรสุทธิก้าวกระโดดถึง ฿290.19 ล้านบาท พุ่งขึ้น +259.0% YoY สูงกว่ากำไรสุทธิทั้งปีของปี 2566, 2567 และ 2568 รวมกัน

แนวโน้มรายได้ EBITDA และกำไรสุทธิ (ล้านบาท)
แหล่งข้อมูล: รายงานงบการเงินประจำปี 2566–2568 และงบการเงิน 2Q2569 จาก สำนักงาน ก.ล.ต.

ตารางสรุปผลการดำเนินงานเปรียบเทียบย้อนหลัง 4 งวด

สรุปผลการดำเนินงาน บมจ. ถิรไทย (หน่วย: ล้านบาท ยกเว้น EPS) — ที่มา: SET Company Highlights
รายการทางการเงินปี 2566ปี 2567ปี 25686M/25686M/2569%YoY (6M)
รายได้จากการขาย1,962.42,715.11,918.51,126.91,345.5+19.4%
รายได้จากการให้บริการ148.6166.9143.574.784.1+12.5%
รายได้รวมทั้งสิ้น2,111.02,882.02,062.01,197.01,443.2+20.6%
กำไรขั้นต้น (Gross Profit)539.8651.6487.9291.1578.6+98.8%
EBITDA321.0443.0261.0162.0425.0+162.3%
กำไรสุทธิ (Net Profit)130.0223.0113.080.8290.2+259.0%
กำไรต่อหุ้น (EPS, บาท)0.420.720.370.260.94+261.5%
อัตรากำไร EBITDA Margin และ Net Margin (%)
แผนภูมิแสดงอัตราส่วน EBITDA Margin และ Net Profit Margin รายปีและงวด 12 เดือนย้อนหลัง — ที่มา: MD&A ไตรมาส 2/2569
เปรียบเทียบผลประกอบการงวด 6 เดือน (6M/2568 vs 6M/2569) ล้านบาท
เปรียบเทียบผลประกอบการงวด 6 เดือนแรกของปี 2568 กับปี 2569 — ที่มา: งบการเงิน 2Q2569

5. ฐานะทางการเงินและโครงสร้างสินทรัพย์ (Balance Sheet Strength)

สินทรัพย์ หนี้สิน ส่วนของผู้ถือหุ้น และการจัดการสภาพคล่อง — ข้อมูล ณ 30 มิถุนายน 2569

โครงสร้างสินทรัพย์รวมของ TRT ขยายตัวอย่างต่อเนื่องแตะ ฿4,124.17 ล้านบาท ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2569 (เพิ่มขึ้นจาก ฿3,540.83 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2568) โดยการเติบโตของสินทรัพย์สอดคล้องกับการขยายตัวของงานในมือ (Backlog) และมูลค่างานระหว่างผลิต (Work in Process) เพื่อเตรียมส่งมอบตามสัญญาส่งออกและงานประมูลภาครัฐ

โครงสร้างฐานะการเงิน สินทรัพย์ หนี้สิน และส่วนของผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
แหล่งข้อมูล: รายงานฐานะการเงินรวม บมจ. ถิรไทย จาก สำนักงาน ก.ล.ต.
งบแสดงฐานะการเงินเปรียบเทียบ (หน่วย: ล้านบาท) — ที่มา: SET Company Highlights
รายการ31 ธ.ค. 256631 ธ.ค. 256731 ธ.ค. 256830 มิ.ย. 2569
สินทรัพย์หมุนเวียน (Current Assets)2,415.22,180.42,695.13,248.6
สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน (Non-Current Assets)850.4835.5845.7875.6
สินทรัพย์รวมทั้งสิ้น (Total Assets)3,265.63,016.03,540.84,124.2
หนี้สินหมุนเวียน (Current Liabilities)1,985.41,620.12,115.32,488.2
หนี้สินไม่หมุนเวียน (Non-Current Liabilities)166.6159.5168.7178.8
หนี้สินรวมทั้งสิ้น (Total Liabilities)2,152.01,779.62,284.02,667.0
ส่วนของผู้ถือหุ้น (Total Equity)1,145.61,269.11,291.31,492.2

6. หนี้สินและเลเวอเรจ (Leverage & Debt Profile)

โครงสร้างภาระหนี้สิน ความสามารถในการชำระดอกเบี้ย และสภาพคล่องทางการเงิน

แม้ว่าอัตราส่วนหนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) จะอยู่ที่ระดับ 1.79 เท่า ณ สิ้นไตรมาส 2/2569 แต่หนี้สินส่วนใหญ่ประกอบด้วยหนี้สินหมุนเวียนเพื่อการดำเนินงาน เช่น เงินรับล่วงหน้าค่าสินค้าจากลูกค้า (Customer Advances), เจ้าหนี้การค้าวัตถุดิบ (Trade Payables), และสินเชื่อหมุนเวียนระยะสั้น (Packing Credit / Trust Receipt) ที่เบิกใช้เพื่อนำเข้าทองแดงและแผ่นเหล็กซิลิคอนสำหรับผลิตตามคำสั่งซื้อที่มีสัญญาแน่นอน

อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุน (IBD/E) และ Net IBD/E
แสดงอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุน (IBD/E) และหนี้สินสุทธิต่อทุน (Net IBD/E) — ข้อมูลจาก งบการเงิน 2Q2569

การบริหารจัดการภาระหนี้และความเสี่ยงสภาพคล่อง

  • Interest-Bearing Debt ต่อทุนต่ำเพียง 0.82 เท่า: หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิ (Net Interest-Bearing Debt) อยู่ที่ประมาณ ฿1,015 ล้านบาท คิดเป็น Net IBD/E เพียง 0.68 เท่า ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัยอย่างยิ่งเมื่อเทียบกับเงื่อนไขทางการเงิน (Debt Covenant) ของสถาบันการเงินที่กำหนดไว้ไม่เกิน 2.0-2.5 เท่า
  • ความสามารถในการชำระดอกเบี้ยสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ: อัตราส่วนความสามารถในการชำระดอกเบี้ย (Interest Coverage Ratio: EBITDA / Interest Expense) ในงวด 1H2569 ขยับขึ้นสู่ระดับมากกว่า 12 เท่า จากผลของ EBITDA ที่ทะลักเข้ามาแตะ ฿425 ล้านบาท
  • กระแสเงินสดจากการดำเนินงานเป็นบวกแข็งแกร่ง: บริษัทได้รับเงินค่างวดและเงินล่วงหน้าจากงานภาครัฐและลูกค้าส่งออกอย่างต่อเนื่อง ทำให้สภาพคล่องคล่องตัวและรองรับการจ่ายเงินปันผลได้สม่ำเสมอ

7. สัดส่วนรายได้ตามโครงสร้างธุรกิจ (Segment Breakdown)

การกระจายตัวของรายได้ตามกลุ่มผลิตภัณฑ์และช่องทางจำหน่าย — ข้อมูลปี 2568–2569

โครงสร้างรายได้ของ TRT มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางสูง โดยธุรกิจหม้อแปลงไฟฟ้ายังคงเป็นแกนหลักสร้างรายได้และกำไรคิดเป็นสัดส่วนกว่า 78% ขณะที่กลุ่มงานบริการซึ่งเป็นรายได้ประจำ (Recurring Income) มีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตามฐานการติดตั้งหม้อแปลงสะสมทั่วประเทศและต่างประเทศ

สัดส่วนรายได้จำแนกตามกลุ่มผลิตภัณฑ์และบริการ (%)
สัดส่วนรายได้จำแนกตามประเภทผลิตภัณฑ์และบริการ — ที่มา: แบบ 56-1 One Report 2568 และ TRT IR

8. ประวัติการจ่ายเงินปันผล (Dividend Policy & History)

นโยบายการจัดสรรผลกำไร สถิติการจ่ายเงินปันผล และเป้าหมายการจ่ายปันผลระหว่างกาล

บมจ. ถิรไทย มีนโยบายจ่ายเงินปันผลในอัตราไม่น้อยกว่า 40% ของกำไรสุทธิ หลังหักภาษีเงินได้นิติบุคคลและทุนสำรองตามกฎหมาย โดยบริษัทได้แสดงประวัติการจ่ายเงินปันผลตอบแทนผู้ถือหุ้นอย่างสม่ำเสมอ และในปี 2569 คณะกรรมการบริษัทได้ประกาศยุทธศาสตร์ผลักดันให้ TRT เป็น “หุ้นปันผลเด่น” โดยมีนโยบายพิจารณาจ่ายปันผลระหว่างกาล 2-4 ครั้งต่อปีตามสภาพคล่อง

เงินปันผลต่อหุ้น (บาท/หุ้น) และแนวโน้มปี 2569E
ประวัติเงินปันผลต่อหุ้น (DPS) ปี 2566–2568 และคาดการณ์ปี 2569E — ที่มา: SETTRADE Dividend Data
ประวัติการประกาศจ่ายเงินปันผลย้อนหลัง บมจ. ถิรไทย — ที่มา: SETTRADE
รอบผลการดำเนินงานวันที่ขึ้นเครื่องหมาย XDวันที่จ่ายเงินปันผลเงินปันผลต่อหุ้น (บาท)รูปแบบ
1 ม.ค. 69 – 30 มิ.ย. 6914 ส.ค. 25692 ก.ย. 25690.17ปันผลระหว่างกาล
กำไรสะสม / งวด 1Q6922 พ.ค. 256910 มิ.ย. 25690.15ปันผลระหว่างกาล
1 ก.ค. 68 – 31 ธ.ค. 688 พ.ค. 256928 พ.ค. 25690.14ปันผลงวดสุดท้ายปี 68
1 ม.ค. 68 – 30 มิ.ย. 6826 ส.ค. 256810 ก.ย. 25680.06ปันผลระหว่างกาล
1 ก.ค. 67 – 31 ธ.ค. 676 พ.ค. 256821 พ.ค. 25680.24ปันผลงวดสุดท้ายปี 67
1 ม.ค. 67 – 30 ก.ย. 6726 ธ.ค. 256710 ม.ค. 25680.13ปันผลระหว่างกาล

9. การเปรียบเทียบในกลุ่มอุตสาหกรรม (Peer Comparison)

การประเมินมูลค่า ผลการดำเนินงาน และตัวชี้วัดทางการเงินเทียบกับคู่แข่งในกลุ่มอุปกรณ์ระบบไฟฟ้า

เมื่อเปรียบเทียบกับผู้ประกอบการในกลุ่มอุปกรณ์ไฟฟ้าและหม้อแปลงไฟฟ้าที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้แก่ บมจ. อาซีฟา (ASEFA), บมจ. คิวทีซี เอนเนอร์ยี่ (QTC), และ บมจ. เอกรัฐวิศวกรรม (AKR) พบว่า TRT มีความโดดเด่นสูงสุดในแง่ของเทคโนโลยีการผลิตหม้อแปลงไฟฟ้ากำลังขนาดใหญ่แรงดัน 525 kV และสัดส่วนการส่งออกสู่ตลาดสหรัฐอเมริกา ขณะที่มีอัตราส่วน P/E อยู่ในระดับต่ำเพียง 10.93 เท่า ต่ำกว่า QTC (20.32 เท่า) อย่างมีนัยสำคัญ

การเปรียบเทียบมูลค่าตลาด (Market Cap) และ P/E ในกลุ่ม
เปรียบเทียบ Market Cap และ P/E Ratio ของหุ้นกลุ่มอุปกรณ์ไฟฟ้าระบบจำหน่าย — ข้อมูล ณ 3 ตุลาคม 2569 จาก SET Factsheet
ตารางเปรียบเทียบตัวชี้วัดทางการเงินกลุ่มอุปกรณ์ไฟฟ้า — ข้อมูล ณ 3 ตุลาคม 2569 — ที่มา: SET Factsheet
หลักทรัพย์ราคาล่าสุด (฿)Market Cap (ลบ.)P/E (x)P/BV (x)ROE (%)Div Yield (%)
TRT (ถิรไทย)11.803,634.510.932.3722.40%1.74%
ASEFA (อาซีฟา)6.453,539.09.031.7018.80%5.20%
QTC (คิวทีซี เอนเนอร์ยี่)5.151,756.620.321.145.60%3.80%
AKR (เอกรัฐวิศวกรรม)1.181,619.111.650.978.30%4.90%

10. แนวโน้มอุตสาหกรรมและปัจจัยขับเคลื่อนอนาคต (Industry Outlook & Catalysts)

ทัศนมิติอุตสาหกรรมพลังงาน โครงการ Data Center และเป้าหมายการเติบโตของผู้บริหาร

อุตสาหกรรมหม้อแปลงไฟฟ้าทั่วโลกกำลังอยู่ในช่วงเวลาที่เรียกว่า “The Golden Age of Power Grid” จากการขับเคลื่อนพร้อมกันของ 4 เมกะเทรนด์ระดับโลก ที่ทำให้ความต้องการหม้อแปลงไฟฟ้าเติบโตเร็วกว่ากำลังการผลิตของผู้ผลิตทั่วโลก

1. ปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตเชิงโครงสร้าง (Structural Catalysts)

2. เป้าหมายทางการเงินของฝ่ายบริหาร (Management Guidance)

11. ปัจจัยเสี่ยงและการบริหารจัดการ (Risk Factors & Mitigations)

การวิเคราะห์ 6 มิติความเสี่ยงเชิงลึก สัญญาณเตือนเชิงปริมาณ และแนวทางรับมือเชิงรุก

การดำเนินธุรกิจของ บมจ. ถิรไทย แม้จะอยู่ในช่วงอุตสาหกรรมขาขึ้นอย่างแข็งแกร่ง แต่ยังมีปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ฝ่ายบริหารและนักลงทุนต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ดังนี้:

1. ความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบหลัก (Raw Material Price Volatility)

กลไกและสัญญาณเตือน: วัตถุดิบหลักในการผลิตหม้อแปลง ได้แก่ ทองแดง (Copper LME), แผ่นเหล็กซิลิคอนเกรดเหนี่ยวนำสูง (CRGO Silicon Steel), และน้ำมันหม้อแปลง (Transformer Oil) คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 65-70% ของต้นทุนการผลิต หากราคาทองแดงในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วเกิน 10% ภายใน 1 เดือน จะส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นของสัญญาราคาคงที่
มาตรการบริหารจัดการ: บริษัทใช้ระบบ Back-to-Back Pricing โดยสั่งจองราคาวัตถุดิบทันทีที่ชนะการประมูล หรือทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Hedging) นอกจากนี้ในสัญญาประมูลงานภาครัฐระยะยาวมักมีสูตรการปรับราคาตามดัชนีต้นทุน (Escalation Clause หรือสูตร K) ช่วยบรรเทาผลกระทบได้บางส่วน

2. ความเสี่ยงจากความล่าช้าในการเปิดประมูลและการเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐ (Public Tender Delays)

กลไกและสัญญาณเตือน: สัดส่วนรายได้จาก กฟน., กฟภ., และ กฟผ. คิดเป็นกว่า 45-50% ของยอดขายในประเทศ หากมีสุญญากาศทางการเมืองหรือการปรับเปลี่ยนแผนงบประมาณ รัฐวิสาหกิจอาจเลื่อนการเปิดประมูลหรือเลื่อนการตรวจรับหม้อแปลง (สัญญาณเตือน: ปริมาณการเปิดประมูลในระบบ e-GP ลดลงติดต่อกัน 2 ไตรมาส)
มาตรการบริหารจัดการ: กระจายความเสี่ยงผ่านกลยุทธ์ Dual-Engine ด้วยการขยายสัดส่วนงานภาคเอกชน (Private Sector เช่น โรงงานอุตสาหกรรม, โครงการพลังงานแสงอาทิตย์, Data Center) และเร่งรุกตลาดส่งออกสู่สหรัฐฯ และยุโรป

3. ความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน (Foreign Exchange Risk)

กลไกและสัญญาณเตือน: บริษัทมีการนำเข้าวัตถุดิบสำคัญเป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) และสกุลเงินยูโร (EUR) ขณะที่มีรายได้จากการส่งออกเป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐเช่นกัน หากค่าเงินบาทแข็งค่ารวดเร็วจะทำให้รายได้จากการส่งออกเมื่อแปลงเป็นเงินบาทลดลง (สัญญาณเตือน: ค่าเงินบาทแข็งค่าเกิน ฿34.00/USD)
มาตรการบริหารจัดการ: ใช้กลยุทธ์การป้องกันความเสี่ยงตามธรรมชาติ (Natural Hedge) ระหว่างกระแสเงินสดรับและจ่ายที่เป็นเงินตราต่างประเทศ ควบคู่กับการทำสัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า (Forward Contracts)

4. ความเสี่ยงจากการแข่งขันและการดัมพ์ราคาจากต่างประเทศ (Import Competition)

กลไกและสัญญาณเตือน: การนำเข้าหม้อแปลงไฟฟ้าระบบจำหน่ายราคาถูกจากประเทศจีนหรืออินเดีย ซึ่งมีต้นทุนการผลิตต่ำกว่า อาจเข้ามากดดันราคาในกลุ่มหม้อแปลงขนาดเล็กและกลุ่มลูกค้าเอกชนทั่วไป
มาตรการบริหารจัดการ: บริษัทมุ่งเน้นตลาดหม้อแปลงไฟฟ้ากำลังแรงดันสูง (High-Voltage Power Transformer 115 kV - 525 kV) ซึ่งต้องอาศัยวิศวกรรมขั้นสูง ความน่าเชื่อถือ และการรับรองสถาบันระดับโลกที่ผู้ผลิตสินค้าราคาถูกไม่สามารถแข่งขันได้ ตลอดจนใช้จุดแข็งด้านบริการหลังการขายและการซ่อมบำรุงที่รวดเร็วกว่าคู่แข่งต่างชาติ

5. ความเสี่ยงจากการบริหารสินค้าคงคลังและรอบระยะเวลาผลิต (Inventory & Production Lead Time)

กลไกและสัญญาณเตือน: หม้อแปลงไฟฟ้ากำลังขนาดใหญ่มีรอบการผลิตยาวนาน 6-12 เดือน หากเกิดปัญหาคอขวดในห่วงโซ่อุปทานชิ้นส่วนประกอบเฉพาะทาง เช่น บุชชิ่งแรงดันสูง อาจทำให้การส่งมอบล่าช้าและเกิดค่าปรับ
มาตรการบริหารจัดการ: วางแผนการจัดซื้อล่วงหน้าร่วมกับซัพพลายเออร์ระดับโลก และจัดตั้งคณะทำงานติดตามการผลิตรายสัปดาห์

6. ความเสี่ยงด้านการพึ่งพิงพันธมิตรระดับโลก (Key Partner Dependency)

กลไกและสัญญาณเตือน: การเติบโตของการส่งออกสู่สหรัฐฯ พึ่งพิงความร่วมมือกับ Siemens Energy หากพันธมิตรเปลี่ยนแปลงนโยบายหรือหันไปสั่งผลิตจากแหล่งอื่น อาจส่งผลกระทบต่อการเติบโตในระยะยาว
มาตรการบริหารจัดการ: รักษามาตรฐานคุณภาพระดับสูงและอัตราการส่งมอบตรงเวลา (On-time Delivery) สูงถึง 98% พร้อมทั้งขยายฐานลูกค้าตรงในตลาดออสเตรเลียและอาเซียนเพื่อสร้างความหลากหลาย

12. การวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรค (SWOT Analysis)

การสังเคราะห์ศักยภาพเชิงกลยุทธ์ของ บมจ. ถิรไทย ในการแข่งขันระดับภูมิภาคและระดับสากล

จุดแข็ง (Strengths)

  • ความเป็นเลิศทางวิศวกรรมแรงดันสูง 525 kV: เป็นผู้ผลิตไทยรายเดียวที่มีศักยภาพผลิตหม้อแปลงไฟฟ้ากำลังขนาดใหญ่ที่สุด ผ่านการทดสอบ Short-Circuit จาก CESI อิตาลี
  • ความสัมพันธ์อันยาวนานกับ 3 การไฟฟ้า: มีส่วนแบ่งการตลาดอันดับหนึ่งในงานประมูลหม้อแปลงไฟฟ้าของการไฟฟ้าไทย (กฟผ., กฟน., กฟภ.) มานานกว่า 35 ปี
  • ความร่วมมือระดับโลกกับ Siemens Energy: ได้รับเลือกเป็นพันธมิตรผลิตหม้อแปลงส่งออกสหรัฐฯ สะท้อนถึงมาตรฐานการผลิตที่ทั่วโลกยอมรับ
  • บริการหลังการขายและทีมวิศวกรครบวงจร: มีเครือข่ายบริการซ่อมบำรุงและ Overhaul หม้อแปลงหน้างานทั่วประเทศตลอด 24 ชั่วโมง

จุดอ่อน (Weaknesses)

  • ลักษณะธุรกิจแบบวิศวกรรมสั่งทำเฉพาะทาง (ETO): ไม่ใช่สินค้าผลิตจำนวนมาก (Mass Production) ทำให้ระยะเวลาการผลิตต่อเครื่องยาวนาน
  • การพึ่งพาวัตถุดิบนำเข้า: เหล็กซิลิคอนเกรดพิเศษและทองแดงบริสุทธิ์สูงต้องนำเข้าจากต่างประเทศ 100% ทำให้เผชิญความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน
  • สัดส่วนหนี้สินหมุนเวียนค่อนข้างสูง: มีความจำเป็นต้องใช้สินเชื่อระยะสั้นเพื่อซื้อวัตถุดิบและค้ำประกันการประมูลงานโครงการขนาดใหญ่
  • สภาพคล่องของหุ้นในการซื้อขาย: แม้ Free Float จะสูงถึง 67% แต่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันยังขึ้นอยู่กับรอบการรายงานผลประกอบการ

โอกาส (Opportunities)

  • วิกฤตขาดแคลนหม้อแปลงไฟฟ้าในสหรัฐฯ: ปัญหาอุปทานตึงตัวทำให้ Lead Time การสั่งซื้อหม้อแปลงในตลาดโลกยาวนาน 3-4 ปี หนุนอำนาจต่อรองราคา
  • การขยายตัวของ Hyperscale Data Centers ในไทย: การเข้ามาของบิ๊กเทคระดับโลกสร้างอุปสงค์หม้อแปลงพิเศษชนิดแห้งและหม้อแปลงสถานีย่อยมหาศาล
  • การเชื่อมต่อระบบโครงข่ายพลังงานหมุนเวียน (Renewable Grid): การประมูลพลังงานหมุนเวียนเฟส 2 และการเปิดใช้พลังงานสะอาดตามเกณฑ์ RE100
  • การขยายสู่ธุรกิจหม้อแปลงสีเขียว (Green Transformers): พัฒนาหม้อแปลงที่ใช้น้ำมันเอสเทอร์ธรรมชาติ (Natural Ester Oil) ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ

อุปสรรคและความเสี่ยง (Threats)

  • ความผันผวนของราคาวัตถุดิบโลก: ราคาทองแดงและเหล็กแผ่นซิลิคอนที่อาจผันผวนตามภาวะเศรษฐกิจและการเก็งกำไรในตลาดโภคภัณฑ์
  • ความล่าช้าของกระบวนการงบประมาณภาครัฐ: ความไม่แน่นอนทางการเมืองหรือการปรับแผนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้า
  • การแทรกซึมของหม้อแปลงราคาถูกจากต่างประเทศ: การแข่งขันด้านราคาในกลุ่มหม้อแปลงระบบจำหน่ายขนาดเล็กจากผู้ผลิตในเอเชีย
  • ข้อกำหนดทางเทคนิคและภาษีกีดกันทางการค้า: ความเสี่ยงจากนโยบายกีดกันทางการค้าหรือมาตรฐานสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดยิ่งขึ้นในกลุ่มประเทศคู่ค้า

13. มุมมองนักลงทุนและการประเมินมูลค่า (Investment Thesis & Valuation Model)

แบบจำลองราคาเป้าหมาย Bull/Base/Bear กรณีศึกษาการลงทุน และเช็กลิสต์การติดตาม

TRT กำลังก้าวเข้าสู่ช่วงเวลาของการ Earnings Inflection & Structural Re-rating อย่างแท้จริง โดยผลประกอบการงวด 1H2569 ที่ทำได้ ฿290.19 ล้านบาท เป็นข้อพิสูจน์ถึงความสามารถในการทำกำไรภายใต้วัฏจักรซูเปอร์ไซเคิลระดับโลก การขยายตัวของมาร์จิ้นไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วคราว แต่สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของอำนาจต่อรองราคา (Pricing Power) และการมีสัญญา Backlog รองรับการเติบโตอย่างมั่นคง

1. ตารางแบบจำลองการประเมินมูลค่า 3 สถานการณ์ (Scenario Valuation Model)

แบบจำลองสถานการณ์การประเมินมูลค่าหุ้น TRT สำหรับปี 2569E (หน่วย: ล้านบาท ยกเว้น EPS และราคาเป้าหมาย)
ตัวแปรและสมมติฐานBear Case (สถานการณ์แย่)Base Case (สถานการณ์ฐาน)Bull Case (สถานการณ์ดี)
รายได้รวมปี 2569E (Revenue)฿2,600 ล้าน฿3,050 ล้าน฿3,450 ล้าน
อัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ย (Blended GPM)28.5%38.5%42.5%
กำไรสุทธิปี 2569E (Net Profit)฿280 ล้าน฿435 ล้าน฿520 ล้าน
กำไรต่อหุ้น (EPS คาดการณ์, บาท)฿0.91฿1.41฿1.69
Forward P/E Ratio ที่เหมาะสม10.4x10.0x9.8x
ราคาเป้าหมายที่เหมาะสม (Target Price)฿9.50฿14.20฿16.50
ผลตอบแทนเทียบกับราคาปัจจุบัน (฿11.80)-19.5%+20.3%+39.8%
เงินปันผลทั้งปีคาดการณ์ (Dividend Per Share)฿0.36฿0.46฿0.55
อัตราผลตอบแทนเงินปันผล (Dividend Yield)3.05%3.90%4.66%

2. เช็กลิสต์สำคัญสำหรับนักลงทุนในการติดตาม (Monitoring Checklist)