รายงานวิเคราะห์หุ้นเพื่อการตัดสินใจ · Equity Research Report

วิเคราะห์หุ้น TIDLOR — บริษัท ติดล้อ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)

ผู้นำธุรกิจสินเชื่อจำนำทะเบียนรถและนายหน้าประกันภัยดิจิทัลชั้นนำของประเทศไทย ให้บริการสินเชื่อทะเบียนรถทุกประเภทและสินเชื่อโฉนดที่ดิน ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมบัตรติดล้อ (TIDLOR Card) แพลตฟอร์ม InsurTech อารีเกเตอร์ (Areegator) และ heygoody คุณภาพสินทรัพย์แข็งแกร่งที่สุดในอุตสาหกรรมด้วย NPL Ratio ต่ำเพียง 1.54% และ NPL Coverage Ratio สูงถึง 322% ผลประกอบการงวด 1H2026 กำไรสุทธิ ฿3,147 ล้านบาท (+26.2% YoY) ได้รับการจัดอันดับเครดิตองค์กรระดับ A+ (Stable) จาก TRIS Rating ภายใต้การสนับสนุนของกลุ่มธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY / MUFG Group) — ข้อมูลตลาด ณ 26 ก.ย. 2569 / ข้อมูลงบการเงิน 1H2026 สิ้นสุด 30 มิ.ย. 2569
Sector: ธุรกิจการเงิน / เงินทุนและหลักทรัพย์ (Financials / Consumer Finance)ราคาล่าสุด ฿17.3Market Cap ฿51,837 ล้านP/E 9.22 · P/BV 1.47Dividend Yield ~1.91%

เขียนโดย HypeTimes Staff · ข้อมูล ณ

1. สรุปผู้บริหาร (Executive Summary)

ข้อมูลสรุป ณ 26 กันยายน 2569 · ข้อมูลงบการเงิน 1H2026 สิ้นสุด 30 มิถุนายน 2569
กำไรสุทธิ 1H2026
฿3,147 ล้าน
เติบโต +26.2% YoY (1H25: ฿2,494M)MD&A 2Q26
รายได้รวม 1H2026
฿12,213 ล้าน
เพิ่มขึ้น +7.2% YoY จากสินเชื่อและประกันMD&A 2Q26
พอร์ตสินเชื่อคงค้าง
฿112,538 ล้าน
ขยายตัว +6.3% YoY เน้นเติบโตอย่างมีคุณภาพTIDLOR IR
คุณภาพสินทรัพย์ (NPL · Coverage)
1.54% · 322%
NPL ต่ำสุดและ Coverage สูงสุดในอุตสาหกรรมMD&A 2Q26
อัตราส่วนหนี้สิน (D/E)
2.25 เท่า
ลดลงจาก 2.37x ต่ำกว่า Covenant 4.50x อย่างมากSET Factsheet
IAA Consensus Target
฿23.00
Upside +32.9% จากราคา ฿17.30 (กรอบ ฿21-฿25)Settrade

จุดเด่นสำคัญ: กำไรสุทธิ 1H2026 เติบโตแกร่ง +26.2% YoY, คุณภาพหนี้ NPL 1.54% แข็งแกร่งที่สุดในกลุ่ม และ Credit Rating ระดับ A+

บมจ. ติดล้อ โฮลดิ้งส์ (TIDLOR) รายงานกำไรสุทธิงวด 1H2026 แตะ ฿3,147 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.2% YoY โดยเฉพาะในไตรมาส 2/2569 ทำกำไรสุทธิ ฿1,533.2 ล้านบาท (+18.3% YoY) ได้รับแรงหนุนจาก Net Interest Margin (NIM) ที่ขยายตัวแตะ 16.2% ควบคู่กับการขยายตัวของธุรกิจนายหน้าประกันภัยค่าธรรมเนียมสูง และการบริหารจัดการความเสี่ยงที่เข้มงวด ส่งผลให้อัตราหนี้เสีย NPL ลดลงเหลือ 1.54% พร้อมทั้ง NPL Coverage Ratio สูงถึง 322% โดดเด่นที่สุดในกลุ่ม Non-Bank ของประเทศไทย

ประเด็นสำคัญสำหรับผู้บริหารและนักลงทุน (Key Takeaways)
  • โครงสร้างทุนและความมั่นคงสูงสุดในกลุ่ม Non-Bank: ได้รับการปรับเพิ่มอันดับความน่าเชื่อถือองค์กรและตราสารหนี้โดย TRIS Rating สู่ระดับ “A+” (Stable) มีผู้ถือหุ้นใหญ่คือ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY ในเครือ MUFG ถือหุ้น 46.51%) ส่งผลให้มีต้นทุนทางการเงิน (Cost of Funds) ต่ำกว่าคู่แข่งร่วมอุตสาหกรรม 100–150 bps
  • ผู้นำนวัตกรรม FinTech และ InsurTech: ผลิตภัณฑ์ “บัตรติดล้อ” (TIDLOR Card) ช่วยให้ลูกค้าเบิกถอนวงเงินสินเชื่อผ่านตู้ ATM ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ลดต้นทุนเปิดสาขา และสร้างความผูกพันของลูกค้า (Retention Rate) สูงกว่าคู่แข่ง
  • ธุรกิจนายหน้าประกันภัยเป็นเครื่องจักรสร้างกำไรตัวที่สอง (Dual-Engine Growth): แบรนด์ “ประกันติดโล่”, แพลตฟอร์ม “อารีเกเตอร์” (Areegator) สำหรับนายหน้าอิสระ และ “เฮ้ กู๊ดดี้” (heygoody) สร้างรายได้ค่าธรรมเนียมเติบโตมั่นคงโดยปราศจากความเสี่ยงทางเครดิต
  • การบริหารโครงสร้างทุนและการตอบแทนผู้ถือหุ้น: ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 0.69 บาท/หุ้น ในงวด 1Q26 ควบคู่กับโครงการซื้อหุ้นคืน (Share Buyback) วงเงิน 2,400 ล้านบาท สนับสนุน ROE และจำกัด Downside ของราคาหุ้นอย่างมีนัยสำคัญ

Bull Case (เป้าหมาย ฿24.50 – ฿26.00)

  • วัฏจักรดอกเบี้ยขาลงหนุนให้ต้นทุนทางการเงินของ TIDLOR ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ขยาย NIM ทะลุ 16.5%
  • ธุรกิจนายหน้าประกันภัยเติบโตกว่า 15-20% YoY จากการเปิดตัวฟีเจอร์ AI แนะนำเบี้ยประกันและเครือข่ายอารีเกเตอร์
  • NPL ลดลงต่อเนื่องสู่ 1.45% ทำให้การตั้งสำรอง ECL ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

Base Case (เป้าหมาย ฿22.00 – ฿23.50)

  • พอร์ตสินเชื่อเติบโต 6-8% YoY ตามกรอบเป้าหมายผู้บริหาร แตะระดับ ฿115,000 – ฿118,000 ล้านบาท
  • NPL ควบคุมได้ในระดับต่ำกว่า 1.65% พร้อม NPL Coverage Ratio รักษาระดับสูงกว่า 300%
  • กำไรสุทธิทั้งปี 2569 ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ประมาณ ฿5,700 – ฿5,900 ล้านบาท (P/E ปัจจุบันเพียง 9.22x)

Bear Case (เป้าหมาย ฿14.50 – ฿16.00)

  • การฟื้นตัวของเศรษฐกิจฐานรากชะลอตัวจากภาวะหนี้ครัวเรือน ฉุดการชำระหนี้ของกลุ่มสินเชื่อรถบรรทุก
  • การแข่งขันด้านราคา (Price War) ในตลาดสินเชื่อทะเบียนรถกดดัน Yield รวม
  • ผลขาดทุนจากการจำหน่ายรถยึดเพิ่มขึ้นในกรณีที่ราคารถมือสองในตลาดปรับลดลงรุนแรง

2. ข้อมูลบริษัท (Factsheet)

ข้อมูลสถิติตลาดหลักทรัพย์และโครงสร้างบริษัท ณ 26 กันยายน 2569 (ราคาปิด 25 ก.ย. 2569)
ราคาหุ้นล่าสุด
฿17.30
52W: ฿13.80 - ฿22.50SET Price
มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด
฿51,837 ล้าน
2,996.37 ล้านหุ้น (พาร์ ฿3.70)SET Factsheet
P/E Ratio (TTM)
9.22 เท่า
กำไรต่อหุ้น TTM ฿1.88/หุ้นSettrade
P/BV Ratio
1.47 เท่า
BVPS ล่าสุด ฿11.78/หุ้นSET Factsheet
อัตราเงินปันผลตอบแทน
1.91%
จ่ายระหว่างกาล ฿0.69 ในงวด 1Q26Settrade Highlights
การถือหุ้นของผู้ถือหุ้นรายย่อย
53.13%
Free Float ณ 13 มี.ค. 2569SET Profile
อันดับความน่าเชื่อถือ
TRIS A+
Outlook: Stable (ทริสเรทติ้ง)TRIS Report
ข้อจำกัดการถือหุ้นของต่างชาติ
49.00%
สัดส่วนถือครองจริง 11.24%SET Foreign Limit
หัวข้อข้อมูลรายละเอียดแหล่งอ้างอิงปฐมภูมิ
ชื่อบริษัทจดทะเบียนบริษัท ติดล้อ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) (เดิมชื่อ บมจ. เงินติดล้อ)SET Profile
กลุ่มอุตสาหกรรม / หมวดธุรกิจธุรกิจการเงิน (Financials) / เงินทุนและหลักทรัพย์ (Finance & Securities)SET Classification
บริษัทย่อยหลักที่ประกอบธุรกิจบริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) (ถือหุ้น 99.99%) ดำเนินธุรกิจสินเชื่อและนายหน้าประกันภัยTIDLOR Structure
วันเริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ (SET)10 พฤษภาคม 2564 (IPO เงินติดล้อ) / ปรับโครงสร้างโฮลดิ้งส์ 15 พ.ค. 2568SET Listing Data
โครงสร้างผู้ถือหุ้นใหญ่ 4 อันดับแรก1. ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) (46.51%)
2. บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด (4.87%)
3. กองทุนรวม วายุภักษ์หนึ่ง (3.49%)
4. HOTAI FINANCE CO., LTD. (3.08%)
SET Major Shareholders
ผู้บริหารระดับสูงนายสมเกียรติ สังข์ขาวเขียน (ประธานกรรมการ) / นายสิริพงศ์ สุภาพร (กรรมการผู้จัดการ)TIDLOR Management
นโยบายการจ่ายเงินปันผลไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 ของกำไรสุทธิจากงบการเงินรวมหลังหักภาษีเงินได้และทุนสำรองตามกฎหมายSET Dividend Policy

3. ลักษณะธุรกิจ (Business Overview)

โครงสร้างผลิตภัณฑ์สินเชื่อ ธุรกิจนายหน้าประกันภัย และระบบนิเวศดิจิทัล (Ecosystem)

บมจ. ติดล้อ โฮลดิ้งส์ (TIDLOR) ดำเนินธุรกิจผ่านโครงสร้าง Holding Company โดยมีบริษัทย่อยหลักคือ บมจ. เงินติดล้อ ดำเนินธุรกิจให้บริการสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นหลักประกัน และธุรกิจนายหน้าประกันภัยแบบครบวงจร มุ่งเน้นการส่งเสริมการเข้าถึงบริการทางการเงินที่เป็นธรรมและโปร่งใส (Financial Inclusion) แก่กลุ่มผู้มีรายได้น้อยและผู้ประกอบอาชีพอิสระ

กลุ่มธุรกิจ / สายผลิตภัณฑ์แบรนด์ที่ให้บริการสัดส่วนพอร์ต/รายได้ลักษณะการดำเนินงานและจุดเด่น
1. สินเชื่อจำนำทะเบียนรถยนต์ (Auto Title)เงินติดล้อ, บัตรติดล้อ~46.0% ของพอร์ตสินเชื่อทะเบียนรถกระบะ รถเก๋ง และรถตู้ วงเงินเฉลี่ย 100,000 - 250,000 บาท LTV ต่ำ ความเสี่ยงต่ำ
2. สินเชื่อจำนำทะเบียนรถบรรทุก (Truck Title)เงินติดล้อ~19.0% ของพอร์ตสินเชื่อเพื่อผู้ประกอบการขนส่งและโลจิสติกส์รายย่อย วงเงินเฉลี่ยสูงและมีระยะเวลาผ่อนชำระนาน
3. สินเชื่อทะเบียนรถจักรยานยนต์ (Motorcycle)เงินติดล้อ, บัตรติดล้อ~18.0% ของพอร์ตสินเชื่อที่มีสภาพคล่องสูง หมุนเวียนเร็ว ผูกกับบัตรติดล้อเพื่อกดเงินสดสะดวก 24 ชม.
4. ธุรกิจนายหน้าประกันภัย (InsurTech Broker)ประกันติดโล่, อารีเกเตอร์, heygoody~12.0% (17% ของรายได้)นายหน้าประกันวินาศภัยและประกันชีวิต ผ่อน 0% สูงสุด 10 เดือน ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
5. สินเชื่อโฉนดที่ดินและอื่นๆ (Land Title & Others)เงินติดล้อ~5.0% ของพอร์ตสินเชื่อเพื่อการลงทุนระยะยาวสำหรับเกษตรกรและผู้ค้ารายย่อย อัตราหนี้เสียต่ำมาก
ความได้เปรียบเชิงโครงสร้าง (Competitive Moat: The FinTech & InsurTech Advantage)

TIDLOR สร้างความแตกต่างจากคู่แข่งทั่วไปด้วย 3 เสาหลักทางเทคโนโลยี:

  • บัตรติดล้อ (TIDLOR Card): บัตรกดเงินสดหมุนเวียนผูกกับวงเงินสินเชื่อทะเบียนรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ ทำให้ลูกค้าสามารถกดเงินสดได้ที่ตู้ ATM ธนาคารชั้นนำทั่วประเทศได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่คิดดอกเบี้ยหากยังไม่กดใช้ ช่วยประหยัดต้นทุนเปิดสาขาและเพิ่ม Customer Retention
  • แพลตฟอร์ม “อารีเกเตอร์” (Areegator): แพลตฟอร์มดิจิทัลสำหรับตัวแทนนายหน้าประกันภัยอิสระทั่วประเทศ ให้เข้าถึงระบบเสนอราคา ออกกรมธรรม์ และผ่อนชำระแบบเรียลไทม์ ทำให้ TIDLOR ขยายเครือข่ายขายประกันได้โดยไม่ต้องเพิ่มพนักงานประจำ
  • heygoody (เฮ้ กู๊ดดี้): แพลตฟอร์มประกันภัยออนไลน์ 100% ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ ซื้อประกันรถยนต์ ประกันเดินทาง ประกันสุขภาพ ได้ด้วยตนเอง 24 ชม. พร้อมโปรโมชันผ่อนชำระ

4. ผลประกอบการ (Financial Performance)

รายได้รวม กำไรสุทธิ อัตรากำไร และเปรียบเทียบผลประกอบการ 1H2025 vs 1H2026

ผลการดำเนินงานของ TIDLOR สะท้อนการเติบโตอย่างมั่นคงและมีคุณภาพ โดยรายได้รวมเพิ่มขึ้นจาก ฿18,972 ล้านบาทในปี 2566 เป็น ฿22,161 ล้านบาทในปี 2567 และ ฿23,538 ล้านบาทในปี 2568 ล่าสุดสำหรับงวด 12 เดือนย้อนหลัง (TTM สิ้นสุด 30 มิ.ย. 2569) รายได้รวมแตะ ฿24,359 ล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิ TTM ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ ฿5,656 ล้านบาท ขยายตัวตามพอร์ตสินเชื่อและธุรกิจนายหน้าประกันภัย

รายได้รวม EBITDA และกำไรสุทธิ (฿ ล้าน) — FY2023 → TTM
ที่มา: รายงานประจำปี 56-1 One Report และคำอธิบายงบการเงินงวด 2Q26 (TIDLOR IR)
อัตรากำไรจากการดำเนินงานและกำไรสุทธิ (%) — FY2023 → 1H2026
ที่มา: คำนวณจากงบการเงินรวมฉบับสอบทานของ TIDLOR (SET Financials)
เปรียบเทียบผลการดำเนินงานงวดครึ่งปีแรก 1H2025 vs 1H2026 (฿ ล้าน)
ที่มา: งบการเงิน 1H2026 สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2569 (TIDLOR MD&A 2Q26)
รายการทางการเงิน (฿ ล้าน)FY2023FY2024FY20251H20251H2026YoY (%)
รายได้รวม (Total Revenue)18,97222,16123,53811,39212,213+7.20%
— รายได้ดอกเบี้ยจากเงินให้กู้ยืม15,93618,61519,5369,45510,015+5.92%
— รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ (ประกันภัย)2,8363,3463,8021,8372,098+14.21%
— รายได้อื่น2002002001001000.00%
ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานรวม11,12213,44114,1786,8727,023+2.20%
กำไรก่อนหักสำรอง (EBITDA / PPOP)7,8508,7209,3604,5205,190+14.82%
ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL)3,1123,4323,1061,4021,256-10.41%
กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่3,7904,2305,0032,4943,147+26.18%

5. งบแสดงฐานะการเงิน (Balance Sheet)

สินทรัพย์รวม หนี้สินรวม ส่วนของผู้ถือหุ้น และความสมบูรณ์ทางบัญชี ณ 30 มิถุนายน 2569

โครงสร้างงบดุลของ TIDLOR มีความแข็งแกร่งเป็นอันดับต้นๆ ของกลุ่มสินเชื่อเพื่อผู้บริโภค สินทรัพย์รวม ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 มีจำนวน ฿114,750 ล้านบาท โดยมากกว่า 95% เป็นลูกหนี้เงินให้กู้ยืมสุทธิที่มีคุณภาพสูง ฝั่งหนี้สินรวมอยู่ที่ ฿79,469 ล้านบาท ประกอบด้วยเงินกู้ยืมสถาบันการเงินและหุ้นกู้ระยะสั้น-ยาว และส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ ฿35,281 ล้านบาท (ส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ ฿35,084 ล้านบาท)

ส่วนประกอบของงบแสดงฐานะการเงิน (฿ ล้าน) — FY2023 → 30 มิ.ย. 2026
ที่มา: งบการเงินรวมของ TIDLOR ผ่านการสอบทานจากผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (SET Balance Sheet)
รายการทางงบดุล (฿ ล้าน)31 ธ.ค. 202331 ธ.ค. 202431 ธ.ค. 202530 มิ.ย. 2026การเปลี่ยนแปลง (%)
ลูกหนี้เงินให้กู้ยืมและลูกหนี้สัญญาเช่าซื้อสุทธิ94,250100,580106,850108,920+1.94%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด1,4201,6101,8401,860+1.09%
สินทรัพย์อื่น4,4784,3454,0353,970-1.61%
สินทรัพย์รวม (Total Assets)100,148106,535112,725114,750+1.80%
เงินกู้ยืมสถาบันการเงินและตั๋วสัญญาใช้เงิน28,45029,12030,45030,850+1.31%
หุ้นกู้ระยะสั้นและระยะยาวสุทธิ38,62042,15044,28044,320+0.09%
หนี้สินอื่น4,6544,7384,5154,299-4.78%
หนี้สินรวม (Total Liabilities)71,72476,00879,24579,469+0.28%
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม (Total Equity)28,42430,52733,48035,281+5.38%
การตรวจสอบสมการบัญชี (Assets - Liab - Equity)0000สมดุล 100%

6. หนี้สินและเลเวอเรจ (Debt & Leverage)

อัตราส่วน D/E, หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย (IB Debt) และการปฏิบัติตามข้อกำหนดสิทธิหุ้นกู้ (Covenant)

TIDLOR มีความเสี่ยงด้านภาระหนี้สินต่ำที่สุดในบรรดาผู้ประกอบการสินเชื่อ Non-Bank ขนาดใหญ่ โดยอัตราส่วนหนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ 2.25 เท่า และอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (IB Debt / Equity) อยู่ที่ 1.85 เท่า ลดลงอย่างต่อเนื่องจาก 2.15 เท่าในปี 2566 และต่ำกว่าเกณฑ์ข้อกำหนดสิทธิของหุ้นกู้ (Bond Covenant) ที่กำหนดไว้ไม่เกิน 4.50 เท่า อย่างปลอดภัย

อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุน (เท่า) — FY2023 → 1H2026
ที่มา: ข้อมูลสรุปจากสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) และแบบ 56-1 One Report
ตัวชี้วัดด้านหนี้สินFY2023FY2024FY202530 มิ.ย. 2026เกณฑ์กำหนด (Covenant)
หนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Total D/E)2.52x2.49x2.37x2.25x≤ 4.50x
หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุน (IB Debt / Equity)2.15x2.04x1.95x1.85x≤ 4.00x
หนี้สินสุทธิที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุน (Net IB D/E)2.05x1.95x1.87x1.76xไม่เกินกรอบความเสี่ยง
อันดับความน่าเชื่อถือองค์กรและหุ้นกู้A (Stable)A (Stable)A+ (Stable)A+ (Stable)Investment Grade

7. สัดส่วนธุรกิจ (Business Segments)

โครงสร้างพอร์ตสินเชื่อจำแนกตามประเภทหลักประกัน และสัดส่วนธุรกิจนายหน้าประกันภัย

โครงสร้างพอร์ตสินเชื่อของ TIDLOR มีการกระจายตัวที่ดีเยี่ยม โดยมีสัดส่วนหลักมาจากสินเชื่อจำนำทะเบียนรถยนต์ 4 ล้อ (รถกระบะและรถเก๋ง) ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความมั่นคงของหลักประกันสูง คิดเป็น 46.0% ของพอร์ต ตามด้วยสินเชื่อทะเบียนรถบรรทุก 19.0% สินเชื่อทะเบียนรถจักรยานยนต์ 18.0% ธุรกิจนายหน้าประกันภัย 12.0% และสินเชื่อโฉนดที่ดิน 5.0%

สัดส่วนพอร์ตสินเชื่อและธุรกิจนายหน้าประกันภัย (%) — สิ้นงวด 1H2026
ที่มา: รายงานนำเสนอข้อมูล Opportunity Day 2Q2026 (SET OppDay)
สายธุรกิจ / หลักประกันสัดส่วน (%)มูลค่าพอร์ต (฿ ล้าน)อัตราผลตอบแทน (Yield)อัตราหนี้เสีย (NPL)
สินเชื่อทะเบียนรถ 4 ล้อ (Car & Pickup)46.0%51,767~16.0% - 19.0%~1.30%
สินเชื่อทะเบียนรถบรรทุก (Truck Loans)19.0%21,382~14.5% - 17.0%~2.10%
สินเชื่อทะเบียนรถจักรยานยนต์ (Motorcycle)18.0%20,257~18.0% - 22.0%~1.65%
ธุรกิจนายหน้าประกันภัย (Insurance Broker)12.0%13,505 (เทียบเท่า)Fee Margin ~20-25%0.00% (ไม่มีเสี่ยงสินเชื่อ)
สินเชื่อโฉนดที่ดินและอื่นๆ (Land Title)5.0%5,627~14.0% - 15.5%~0.85%
รวมพอร์ตสินเชื่อคงค้าง100.0%112,538NIM รวม 16.2%NPL เฉลี่ย 1.54%

8. ประวัติการจ่ายเงินปันผล (Dividend History)

เงินปันผลต่อหุ้น (DPS), อัตราการจ่ายเงินปันผล (Payout Ratio) และการซื้อหุ้นคืนเพื่อตอบแทนผู้ถือหุ้น

TIDLOR มีนโยบายการจ่ายเงินปันผลไม่ต่ำกว่า 20% ของกำไรสุทธิ โดยในอดีตบริษัทมีการจ่ายเงินปันผลเป็นเงินสดควบคู่กับหุ้นปันผลเพื่อรักษาเงินทุนสำหรับการขยายตัวของพอร์ต อย่างไรก็ดี ในปี 2569 บริษัทได้ปรับกลยุทธ์การคืนกำไรแก่ผู้ถือหุ้นในรูปแบบเงินสดเต็มเม็ดเต็มหน่วย โดยจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสูงถึง ฿0.69 ต่อหุ้น (XD วันที่ 2 มิ.ย. 2569) พร้อมดำเนินโครงการซื้อหุ้นคืน (Share Buyback) วงเงิน 2,400 ล้านบาท

ประวัติการจ่ายเงินปันผลต่อหุ้น (บาท/หุ้น) — FY2023 → 2026E
ที่มา: มติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทและรายงานการจ่ายปันผล (Settrade Highlights)
รอบผลประกอบการวันขึ้นเครื่องหมาย (XD)เงินปันผลต่อหุ้น (บาท)รูปแบบการจ่ายPayout Ratio (%)
งวดปี 2566 (FY2023)19 เม.ย. 25660.292เงินสด + หุ้นปันผล21.8%
งวดปี 2567 (FY2024)24 เม.ย. 25670.268เงินสด + หุ้นปันผล20.5%
งวดปี 2568 (FY2025)8 ธ.ค. 25680.340เงินสด22.4%
งวดระหว่างกาลปี 2569 (1Q26)2 มิ.ย. 25690.690เงินสดเต็มจำนวน~38.5%

9. เปรียบเทียบเพื่อนร่วมกลุ่ม (Peer Comparison)

การประเมินมูลค่า (Valuation) คุณภาพสินทรัพย์ และประสิทธิภาพการทำกำไรเทียบกับคู่แข่งในกลุ่มสินเชื่อรายย่อย

เมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งในกลุ่ม Non-Bank Consumer Finance (MTC และ SAWAD) รวมถึง KTC ซึ่งเน้นบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล TIDLOR มีจุดเด่นด้าน คุณภาพสินทรัพย์ที่ดีที่สุดอย่างชัดเจน ด้วย NPL Ratio เพียง 1.54% (เทียบกับ MTC 2.61% และ SAWAD ~3.5%) และมี NPL Coverage Ratio สูงถึง 322% (สูงกว่า MTC ที่ 142.6% และ SAWAD ที่ ~55%) ขณะที่ซื้อขายบน Valuation P/E ที่ 9.22x ซึ่งมีส่วนต่างน่าสนใจเมื่อเทียบกับการเติบโตของกำไรในระดับกว่า 20%

เปรียบเทียบมูลค่าตลาด (฿ ล้าน) และ P/E (เท่า) ในกลุ่มการเงิน
ที่มา: ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ณ 26 กันยายน 2569 (SET Factsheet Comparison)
หลักทรัพย์Market Cap (฿M)P/E (เท่า)P/BV (เท่า)Div. Yield (%)พอร์ตสินเชื่อ (฿M)NPL Ratio (%)NPL Coverage (%)TRIS Rating
TIDLOR51,8379.22x1.47x1.91%112,5381.54%322%A+ (Stable)
MTC62,0108.57x1.35x0.99%188,6992.61%142.6%BBB+ (Stable)
SAWAD37,7166.99x1.10x3.50%102,400~3.50%~55%BBB+ (Stable)
KTC96,04311.40x2.45x3.20%106,5001.95%395%AA- (Stable)

10. มุมมองอนาคต (Outlook)

เป้าหมายฝ่ายบริหาร ปัจจัยเร่งการเติบโต (Catalysts) และหมุดหมายสำคัญในปี 2569–2570

ผู้บริหาร TIDLOR ตั้งเป้าหมายการเติบโตอย่างยั่งยืนในปี 2569–2570 โดยเน้นการขยายพอร์ตสินเชื่อคุณภาพ 5–10% YoY พร้อมรักษาอัตราหนี้เสีย NPL ไม่ให้เกิน 1.65% ปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตสำคัญประกอบด้วย:

1. ดอกเบี้ยขาลงหนุน NIM
ลด 20-40 bps
ต้นทุนออกหุ้นกู้ลดลงตามเรทติ้ง A+ThaiBMA
2. ก้าวกระโดดของ InsurTech
โต > 15% YoY
เบี้ยประกันรับรวมหนุนค่าธรรมเนียมTIDLOR IR
3. ผลบวกโครงสร้าง Holding
ยืดหยุ่นสูง
รองรับ M&A และบริการฟินเทคใหม่TIDLOR Structure
ช่วงเวลาหมุดหมายสำคัญผลกระทบที่คาดการณ์ต่องบการเงินแหล่งข้อมูลอ้างอิง
4Q2026โครงการซื้อหุ้นคืน (Share Buyback) วงเงิน ฿2,400 ล้านบาท ครบกำหนดเพิ่มกำไรต่อหุ้น (EPS) และผลักดัน ROE สูงขึ้น 80–120 bpsTIDLOR Press Release
1H2027การต่ออายุหุ้นกู้ชุดใหม่ด้วยอัตราดอกเบี้ยหน้าตั๋วที่ต่ำลงตามเรทติ้ง A+ลดต้นทุนทางการเงินรวมลง 15–25 bps หนุนกำไรสุทธิเติบโตต่อเนื่องThaiBMA Schedule
2H2027การขยายแพลตฟอร์ม InsurTech สู่ตลาดภูมิภาค CLMV ผ่านเครือข่าย MUFGเปิดโอกาสสร้างรายได้ค่าธรรมเนียมสกุลเงินต่างประเทศในระยะยาวTIDLOR Strategy 2027

11. ปัจจัยเสี่ยง (Risk Factors)

ความเสี่ยงหลัก 6 ด้าน ตัวชี้วัดที่สามารถสังเกตได้ (Observable Triggers) และมาตรการลดความเสี่ยง
ประเภทความเสี่ยงลักษณะความเสี่ยงตัวชี้วัดที่ต้องติดตาม (Observable Trigger)มาตรการบริหารและลดความเสี่ยง
1. ความเสี่ยงด้านเครดิต (Credit Risk)ภาวะหนี้ครัวเรือนระดับสูงและค่าครองชีพกระทบความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้ารายย่อยNPL Ratio พุ่งสูงเกิน 1.80% หรืออัตราส่วนลูกหนี้ Stage 2 ปรับขึ้นเกิน 15%ใช้เกณฑ์ Risk-Based Pricing, การประเมิน LTV ที่รัดกุม และระบบ AI คัดกรองเครดิต
2. ความเสี่ยงราคารถมือสอง (Used Car Price Risk)ราคารถยนต์และรถบรรทุกมือสองตกต่ำ กระทบต่อผลขาดทุนจากการจำหน่ายรถยึดดัชนีราคารถยนต์มือสองปรับลดลงเกิน 10% YoYกำหนดวงเงินกู้ต่อมูลค่าหลักประกัน (LTV) เฉลี่ยไม่เกิน 60–70% มีส่วนต่างรองรับเพียงพอ
3. ความเสี่ยงด้านการกำกับดูแล (Regulatory Risk)ธปท. หรือ สคบ. อาจปรับลดเพดานดอกเบี้ยสินเชื่อทะเบียนรถ หรือเข้มงวดการคิดค่าธรรมเนียมการประกาศเกณฑ์กำกับดูแลสัญญาเช่าซื้อหรือสินเชื่อจำนำทะเบียนฉบับใหม่กระจายโครงสร้างรายได้สู่ธุรกิจนายหน้าประกันภัยที่ไม่อยู่ใต้เกณฑ์เพดานดอกเบี้ย
4. ความเสี่ยงด้านการแข่งขัน (Competition Risk)ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ลงมาแข่งขันในตลาดสินเชื่อจำนำทะเบียนรถอย่างรุนแรงการปรับลดอัตราดอกเบี้ยและโปรโมชันเงินกู้ของธนาคารคู่แข่งสร้างความได้เปรียบด้วย “บัตรติดล้อ” และระบบอนุมัติที่รวดเร็วภายใน 1 ชั่วโมง
5. ความเสี่ยงสภาพคล่องและการรีไฟแนนซ์ (Refinancing Risk)ความผันผวนของตลาดตราสารหนี้อาจส่งผลกระทบต่อการออกหุ้นกู้ชุดใหม่เพื่อทดแทนชุดเดิมส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยหุ้นกู้ (Credit Spread) ของกลุ่ม Non-Bank ปรับตัวกว้างขึ้นมีวงเงินสินเชื่อสำรอง (Standby Credit Lines) จากกลุ่มธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) รองรับ
6. ความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีและไซเบอร์ (Cyber & IT Risk)ระบบแอปพลิเคชันหรือแพลตฟอร์มบัตรติดล้อหยุดชะงัก หรือเกิดเหตุข้อมูลลูกค้ารั่วไหลระบบล่มเกิน 0.1% ต่อเดือน หรือมีรายงานการโจมตีทางไซเบอร์ลงทุนในระบบ Cloud Security ตามมาตรฐาน ISO 27001 และทำการทดสอบ Pen Test สม่ำเสมอ

12. การวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรค (SWOT Analysis)

การประเมินสถานะเชิงกลยุทธ์ของบริษัท ติดล้อ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)

จุดแข็ง (Strengths)

  • เครดิตเรทติ้งสูงสุดในกลุ่ม Non-Bank: ได้รับการจัดอันดับ TRIS Rating ระดับ A+ (Stable) ช่วยให้ระดมทุนหุ้นกู้ได้ด้วยต้นทุนดอกเบี้ยต่ำกว่าคู่แข่ง 100–150 bps (TRIS)
  • ผู้ถือหุ้นใหญ่สถาบันการเงินระดับโลก: ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY / MUFG Group) ถือหุ้น 46.51% ให้การสนับสนุนด้านสภาพคล่องและองค์ความรู้บริหารความเสี่ยงระดับสากล
  • คุณภาพสินทรัพย์แข็งแกร่งที่สุด: NPL Ratio ต่ำเพียง 1.54% และ NPL Coverage สูงถึง 322% สูงกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมกว่าสองเท่าตัว
  • นวัตกรรมบัตรติดล้อและ InsurTech: นำหน้าคู่แข่งด้วยบัตรกดเงินสดหมุนเวียน 24 ชม. และแพลตฟอร์มประกันภัย Areegator และ heygoody

จุดอ่อน (Weaknesses)

  • จำนวนสาขาทางกายภาพน้อยกว่าคู่แข่งเบอร์หนึ่ง: มีสาขาประมาณ 1,700 แห่ง น้อยกว่า MTC ที่มีกว่า 8,900 แห่ง ทำให้ต้องพึ่งพาช่องทางดิจิทัลและตัวแทนเป็นหลัก
  • Yield สินเชื่อเฉลี่ยต่ำกว่าคู่แข่ง: เนื่องจากเน้นลูกหนี้คุณภาพดีและมีสัดส่วนสินเชื่อรถ 4 ล้อและรถบรรทุกสูง ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยรับเฉลี่ยต่ำกว่ากลุ่มมอเตอร์ไซค์ล้วน
  • สัดส่วนสินเชื่อรถบรรทุกมีความอ่อนไหวทางเศรษฐกิจ: สินเชื่อรถบรรทุกคิดเป็น ~19% ของพอร์ต ได้รับผลกระทบจากกิจกรรมขนส่งและราคาน้ำมันได้ง่าย
  • การเปลี่ยนแปลงผู้บริหารระดับสูง: การลาออกของคุณปิยะศักดิ์ อุกฤษฎ์นุกูล ในช่วงต้นปี 2569 อาจสร้างความกังวลชั่วคราวแก่ตลาดทุนด้านความต่อเนื่องของการบริหาร

โอกาส (Opportunities)

  • วงจรดอกเบี้ยนโยบายขาลง: หาก กนง. ลดดอกเบี้ยต่อเนื่อง จะช่วยลดดอกเบี้ยจ่ายของหุ้นกู้และเงินกู้ยืมใหม่ หนุนกำไรสุทธิขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ
  • การเติบโตของตลาดประกันภัยออนไลน์: พฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาซื้อประกันผ่านช่องทางดิจิทัล เปิดโอกาสให้ heygoody และอารีเกเตอร์ชิงส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้น
  • โอกาสควบรวมและขยายธุรกิจใหม่ภายใต้ Holding: โครงสร้างโฮลดิ้งส์ช่วยให้สามารถเข้าลงทุนในธุรกิจฟินเทค การประเมินมูลค่าสินทรัพย์ หรือขยายสู่ต่างประเทศได้คล่องตัว
  • มาตรการรัฐกระตุ้นกำลังซื้อฐานราก: นโยบายแจกเงินดิจิทัลและกระตุ้นการบริโภคของรัฐบาล ช่วยเพิ่มความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ฐานราก

อุปสรรค (Threats)

  • หนี้ครัวเรือนไทยที่อยู่ในระดับสูง: สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อ GDP ที่สูงกว่า 89% กดดันความสามารถในการก่อหนี้ใหม่และเพิ่มความเสี่ยงในการผิดนัดชำระ
  • การควบคุมเพดานดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียม: แรงกดดันจากหน่วยงานกำกับดูแล (ธปท. และ สคบ.) ในการควบคุมอัตราดอกเบี้ยและค่าติดตามทวงถามหนี้
  • การแข่งขันจากธนาคารพาณิชย์: ธนาคารใหญ่หันมารุกตลาดสินเชื่อจำนำทะเบียนรถผ่านบริษัทย่อย ส่งผลให้การแข่งขันแย่งลูกค้าทวีความรุนแรง
  • ความผันผวนของราคารถมือสอง: ตลาดรถยนต์มือสองที่ชะลอตัวและราคาตกต่ำ อาจเพิ่มผลขาดทุนจากการขายทอดตลาดรถยึด

13. มุมมองนักลงทุน (Investor View)

การประเมินมูลค่าเชิงเปรียบเทียบ กลยุทธ์การลงทุน และรายการตรวจสอบการติดตามผล (Monitoring Checklist)

มุมมองการลงทุน: 'ซื้อสะสม' บนปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง คุณภาพหนี้ดีเด่น และได้ประโยชน์สูงสุดจากดอกเบี้ยขาลง

TIDLOR เป็นหุ้นที่โดดเด่นที่สุดในกลุ่ม Non-Bank Consumer Finance จากสถานะงบดุลที่มั่นคง ปราศจากปัญหา Overhang ด้านคุณภาพหนี้เสียด้วย NPL เพียง 1.54% และ Coverage Ratio สูงถึง 322% ประกอบกับการมีอันดับเครดิต TRIS A+ ทำให้บริษัทเป็นผู้รับประโยชน์สูงสุดจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ปัจจุบันราคาหุ้นซื้อขายที่ P/E 9.22 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต และต่ำกว่าราคาเป้าหมายเฉลี่ยของ IAA Consensus ที่ ฿23.00 (Upside +32.9%)

Bull Scenario (เป้าหมาย ฿24.00 – ฿25.00)

  • บล.บัวหลวง: แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย ฿24.00 มองกำไรทำ New High ต่อเนื่อง (Settrade)
  • บล.ทรีนีตี้: แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย ฿24.00 ยกย่องการบริหารความเสี่ยงระดับสากล
  • อัตราดอกเบี้ยนโยบายปรับลดลงเร็วกว่าคาด และธุรกิจประกันภัยโตเกิน 20% หนุนกำไรสุทธิปี 2569 ทะลุ ฿6,000 ล้านบาท

Base Scenario (เป้าหมาย ฿22.00 – ฿23.50)

  • บล.ฟินันเซีย ไซรัส: แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย ฿23.00 คาดกำไรปี 2569 โต 15-20% (FSS Research)
  • InnovestX: แนะนำ “Outperform” ราคาเป้าหมาย ฿22.00 คุณภาพสินทรัพย์มีเสถียรภาพสูง
  • พอร์ตสินเชื่อเติบโต 6-8% YoY และคุม NPL ≤ 1.65% กำไรสุทธิทั้งปีแตะ ฿5,700 – ฿5,900 ล้านบาท

Bear Scenario (เป้าหมาย ฿15.00 – ฿16.50)

  • บล.หยวนต้า: ให้ราคาเป้าหมายระมัดระวังที่ ฿21.00 เฝ้าระวังความเสี่ยงกลุ่มรถบรรทุก
  • เศรษฐกิจฐานรากซึมยาว หนี้เสียพุ่งเกิน 1.85% บังคับให้เพิ่ม Credit Cost เกินคาด ฉุดกำไรเติบโตต่ำกว่า 5%
รายการตรวจสอบสำหรับติดตามผลการดำเนินงาน (Monitoring Checklist)
  • แนวโน้ม NPL Ratio และ Credit Cost: ติดตามผลประกอบการไตรมาส 3/2569 ว่า NPL ยังทรงตัวต่ำกว่า 1.60% ได้ตามเป้าหมายหรือไม่
  • ทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ กนง.: ติดตามการประชุม กนง. ในช่วงปลายปี 2569 เพื่อประเมินผลบวกต่อการลดต้นทุน Cost of Funds
  • ความคืบหน้าโครงการซื้อหุ้นคืน (Share Buyback): ตรวจสอบปริมาณหุ้นที่บริษัทซื้อคืนและผลกระทบต่อกำไรต่อหุ้น (EPS)
  • การเติบโตของเบี้ยประกันภัยรับรวม (Total Insurance Premium): ตรวจสอบว่าแพลตฟอร์ม “อารีเกเตอร์” และ “heygoody” สามารถขยายตัวได้ตามเป้า 15% YoY หรือไม่