เขียนโดย HypeTimes Staff · ข้อมูล ณ
1. บทสรุปสำหรับผู้บริหาร (Executive Summary)
จุดเปลี่ยนเชิงกลยุทธ์จากการค้าน้ำมันสู่ Smart Energy & EV Ecosystem บนมูลค่าหุ้นที่มี Margin of Safety สูง — ข้อมูล ณ 10 ตุลาคม 2569
ราคาปิด / มูลค่าตลาด
฿2.34
P/E (TTM) · P/BV
8.60x · 0.52x
เครือข่ายสถานีบริการ
260+ แห่ง
NEW S-CURVE: BYD & DENZA
Dealer of the Year
เงินปันผลตอบแทน (DIVIDEND YIELD)
5.56%
จุดเปลี่ยนเชิงกลยุทธ์และสาระสำคัญสำหรับผู้บริหาร (Executive Strategic Highlights)
- การกลับมาของวัฏจักรค่าการตลาดและการเติบโตแบบก้าวกระโดดใน 1H2026: หลังจากเผชิญแรงกดดันด้านค่าการตลาดน้ำมันและผลขาดทุนจากสต็อกน้ำมันในปี 2568 บริษัท ซัสโก้ จำกัด (มหาชน) ได้แสดงให้เห็นถึงการพลิกฟื้นของผลการดำเนินงานอย่างแข็งแกร่งในงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 โดยมีรายได้รวม ฿16,284 ล้านบาท (+11.8% YoY) และมีกำไรสุทธิพุ่งสูงถึง ฿213.06 ล้านบาท เติบโตกว่า +104.1% YoY โดยเฉพาะในไตรมาส 2/2569 ที่กำไรสุทธิแตะ ฿120.60 ล้านบาท เติบโตทะยาน +797% YoY จากค่าการตลาดน้ำมันที่กลับสู่ระดับสมดุลและการควบคุมต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ
- การสร้าง New S-Curve ผ่านธุรกิจตัวแทนจำหน่ายยานยนต์ไฟฟ้า (EV Dealership): SUSCO ประสบความสำเร็จอย่างสูงในการขยายเข้าสู่ธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าผ่านบริษัทย่อย บจ. ซัสโก้ บียอนด์ (SUSCO Beyond) ในฐานะตัวแทนจำหน่ายและศูนย์บริการมาตรฐานของแบรนด์ BYD และแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียม DENZA โดยสามารถสร้างยอดขายสะสมจนได้รับรางวัลระดับประเทศและเริ่มสร้างส่วนแบ่งกำไรอย่างมีนัยสำคัญ ควบคู่ไปกับบริการเช่าซื้อและให้เช่ารถยนต์เพื่อการพาณิชย์ (เช่น รถแท็กซี่ไฟฟ้าและ Grab EV)
- พันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ระดับโลกกับ Sinopec (บจ. ซัสโก้ ดีลเลอร์ส): การดึงยักษ์ใหญ่ด้านพลังงานระดับโลกจากจีนอย่าง Sinopec เข้ามาร่วมทุนถือหุ้น 49% ในบริษัทย่อย นอกจากจะปลดล็อกกำไรพิเศษและเงินสดก้อนใหญ่ในปี 2566 แล้ว ยังช่วยยกระดับมาตรฐานสถานีบริการน้ำมันร่วม (Sinopec SUSCO), ขยายฐานลูกค้าองค์กรและนักท่องเที่ยวจีน, รวมทั้งสร้างโอกาสในธุรกิจพลังงานทางเลือกและเคมีภัณฑ์ในอนาคต
- การยกระดับสู่ไลฟ์สไตล์ฮับด้วย “SUSCO SQUARE”: บริษัทได้เร่งปรับปรุงพื้นที่สถานีบริการน้ำมันขนาดใหญ่บนทำเลทองให้กลายเป็นคอมมูนิตี้มอลล์และจุดแวะพักครบวงจร ภายใต้โมเดล SUSCO SQUARE (อาทิ สาขาพุทธบูชา, ราชพฤกษ์, ศรีนครินทร์) ดึงดูดพันธมิตรร้านค้าชั้นนำ เช่น Lawson 108, Starbucks, SUBWAY, ชาตรามือ, B-Quik, Cockpit และสถานีชาร์จ EV สร้างรายได้ค่าเช่าแบบประจำ (Recurring Rental Income) ที่มีความมั่นคงสูง
- โครงสร้างราคาหุ้นที่มี Margin of Safety สูงมาก (Deep Discount to Book): ด้วยราคาหุ้นปัจจุบันที่ ฿2.34 คิดเป็น P/BV เพียง 0.52 เท่า ต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี (BVPS ฿4.52) ถึง 48% ในขณะที่ P/E (TTM) อยู่ที่เพียง 8.60 เท่า และให้อัตราเงินปันผลตอบแทน (Dividend Yield) ในระดับ 5.56% (จ่ายระหว่างกาล 1H26 ไปแล้ว ฿0.10 ต่อหุ้น) สะท้อนว่าความเสี่ยงด้าน Downside ถูกจำกัดอย่างมาก และมี Upside สูงหากตลาดรับรู้การทรานส์ฟอร์มธุรกิจ
Bull Case
฿3.40 (+45.3%)
- ค่าการตลาดน้ำมันค้าปลีกเฉลี่ยยืนเหนือ ฿1.00–฿1.15 ต่อลิตรตลอดครึ่งปีหลัง 2569 หนุนกำไรจากธุรกิจน้ำมันเติบโตแข็งแกร่ง
- ยอดส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้า BYD และ DENZA ของ SUSCO Beyond ทะลุ 4,000 คันต่อปี หนุนมาร์จิ้นและรายได้หลังการขายโตเด่น
- การขยายสาขา SUSCO SQUARE เพิ่มอีก 3–5 แห่ง หนุนส่วนแบ่งรายได้ Non-Oil เติบโต >25%
- กำไรสุทธิทั้งปี 2569 แตะ ฿420 ล้านบาท (EPS ฿0.42) จ่ายปันผลรวม ฿0.22/หุ้น (Yield 9.4%)
Base Case
฿2.90 (+23.9%)
- ค่าการตลาดน้ำมันเคลื่อนไหวในกรอบปกติ ฿0.85–฿0.95 ต่อลิตร ปริมาณขายน้ำมันเติบโต 3–4% YoY
- ธุรกิจดีลเลอร์ EV BYD รักษาโมเมนตัมยอดขายสม่ำเสมอ รับรู้รายได้บริการซ่อมบำรุงและอะไหล่เพิ่มขึ้น
- กำไรสุทธิทั้งปี 2569 อยู่ที่ราว ฿320–฿350 ล้านบาท (EPS ราว ฿0.32–฿0.35 ต่อหุ้น) คิดเป็น P/E ปัจจุบันเพียง 6.7x–7.3x
- จ่ายเงินปันผลทั้งปี ฿0.16–฿0.18 ต่อหุ้น คิดเป็น Dividend Yield ระดับ 6.8%–7.7%
Bear Case
฿2.10 (-10.3%)
- ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกผันผวนรุนแรง และภาครัฐแทรกแซงราคาดีเซลอย่างเข้มงวด กดดันค่าการตลาดต่ำกว่า ฿0.70 ต่อลิตร
- การแข่งขันสงครามราคาในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศกดดันอัตรากำไรขั้นต้น (Commission Margin) ของตัวแทนจำหน่าย EV
- สภาพเศรษฐกิจในประเทศชะลอตัวกระทบการสัญจรและยอดขายน้ำมันภาคการท่องเที่ยว/ขนส่ง
- กำไรสุทธิทั้งปี 2569 ลดลงมาอยู่ที่ ฿230–฿250 ล้านบาท แต่ยังคงจ่ายเงินปันผลได้ ฿0.12/หุ้น (Yield ~5.1%)
2. ข้อมูลสรุปบริษัท (Factsheet)
ข้อมูลสถิติสำคัญ โครงสร้างทุน และตัวชี้วัดทางการเงิน ณ 10 ตุลาคม 2569
P/E (TTM)
8.60x
อิงกำไรสุทธิ TTM ฿272.07 ล้านบาท
SettradeDividend Yield (TTM)
5.56%
| หัวข้อสารสนเทศ | รายละเอียดข้อมูล | แหล่งอ้างอิงปฐมภูมิ |
|---|
| ชื่อหลักทรัพย์และย่อ | บริษัท ซัสโก้ จำกัด (มหาชน) (SET: SUSCO / SUSCO.BK) | SET Factsheet |
| วันที่ก่อตั้ง / จดทะเบียนใน SET | ก่อตั้งเมื่อวันที่ 21 กันยายน 2520 / เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2533 | SET Profile |
| กลุ่มอุตสาหกรรม / หมวดธุรกิจ | ทรัพยากร (Resources) / พลังงานและสาธารณูปโภค (Energy & Utilities) | SET Factsheet |
| ทุนจดทะเบียนและชำระแล้ว | 1,000,000,000.00 บาท (หุ้นสามัญ 1,000,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1.00 บาท) | SET Information |
| ผู้ถือหุ้นรายใหญ่และกลุ่มผู้ก่อตั้ง | กลุ่มครอบครัวสิมะโรจน์ ถือหุ้นรวมกันประมาณ 30–35% (นายมงคล สิมะโรจน์, นายภิมุข สิมะโรจน์, นายชัยฤทธิ์ สิมะโรจน์) | โครงสร้างผู้ถือหุ้น SET |
| สัดส่วนผู้ถือหุ้นต่างชาติ (Foreign Limit) | ถือครองจริงประมาณ 2.8% (เพดานสัดส่วนต่างชาติตามกฎหมายกำหนดไว้ไม่เกิน 49.00%) | SET Factsheet |
| นโยบายเงินปันผล | ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของกำไรสุทธิตามงบการเงินเฉพาะกิจการหลังหักภาษีเงินได้และทุนสำรองตามกฎหมาย | SUSCO Dividend Policy |
3. ภาพรวมธุรกิจและโครงสร้างระบบนิเวศ (Business Overview)
โครงสร้างห่วงโซ่คุณค่า 4 เสาหลัก: ค้าน้ำมันครบวงจร, พันธมิตร Sinopec, ยานยนต์ไฟฟ้า BYD/DENZA และคอมมูนิตี้มอลล์ SUSCO SQUARE
SUSCO ดำเนินธุรกิจจัดจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงและก๊าซธรรมชาติมายาวนานกว่า 48 ปี ภายใต้เครื่องหมายการค้า “SUSCO” โดยมีเครือข่ายสถานีบริการน้ำมันกว่า 260 แห่งทั่วประเทศ พร้อมคลังน้ำมันขนาดใหญ่ของตนเอง 2 แห่ง (คลังราษฎร์บูรณะ กรุงเทพฯ ความจุ 137 ล้านลิตร และคลังสุราษฎร์ธานี ความจุ 18 ล้านลิตร) บริษัทได้จัดโครงสร้างการดำเนินงานออกเป็น 4 กลุ่มธุรกิจเชิงยุทธศาสตร์ที่ส่งเสริมซึ่งกันและกันอย่างสมบูรณ์:
| กลุ่มธุรกิจหลัก (Strategic Business Line) | โครงสร้างและบริษัทย่อยที่ดำเนินงาน | กลุ่มลูกค้าเป้าหมายและผลิตภัณฑ์ | สัดส่วนรายได้ (1H2026) |
|---|
| 1. ธุรกิจค้าปลีกน้ำมันผ่านสถานีบริการ (Retail Station Business) | บมจ. ซัสโก้ (SUSCO) และ บจ. ซัสโก้ ดีลเลอร์ส (Sinopec SUSCO JV 51:49) บริหารเครือข่ายปั๊มน้ำมันกว่า 260 สาขาทั่วประเทศ | จำหน่ายน้ำมันเบนซิน, แก๊สโซฮอล์ 91, 95, E20, ดีเซล B7, B20, น้ำมันหล่อลื่น และก๊าซ NGV/LPG ให้แก่ผู้ใช้รถยนต์ทั่วไป | 48.0% (~฿7,816M) |
| 2. ธุรกิจค้าส่งน้ำมันและอุตสาหกรรม (Wholesale, B2B & Aviation) | บมจ. ซัสโก้ (SUSCO) และ บจ. ซัสโก้ ออยล์ ให้บริการจัดส่งน้ำมันทางรถบรรทุกและทางเรือขนส่งน้ำมัน | ขายตรงแก่โรงงานอุตสาหกรรม, ภาคขนส่งและโลจิสติกส์, ผู้รับเหมาก่อสร้าง, สายการบิน (Aviation JET A-1) และส่งออกไปยัง สปป.ลาว และเมียนมา | 40.0% (~฿6,514M) |
| 3. ธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าและโมบิลิตี้ (EV Dealership & Mobility) | บจ. ซัสโก้ บียอนด์ (SUSCO Beyond) ถือหุ้น 100% ดำเนินธุรกิจตัวแทนจำหน่ายและศูนย์บริการรถยนต์ไฟฟ้า BYD และ DENZA | โชว์รูมและศูนย์บริการมาตรฐานครบวงจร จำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า BYD (Atto 3, Dolphin, Seal, Sealion) และ DENZA D9 พร้อมธุรกิจเช่ารถและแท็กซี่ไฟฟ้า | 10.0% (~฿1,628M) |
| 4. ธุรกิจพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์และ Non-Oil (Lifestyle & Retail Space) | บมจ. ซัสโก้ และ บจ. ซัสโก้ พร็อพเพอร์ตี้ พัฒนาพื้นที่สถานีบริการน้ำมันภายใต้แบรนด์ “SUSCO SQUARE” | ให้เช่าพื้นที่ร้านค้าปลีก ร้านอาหาร ร้านกาแฟ (Lawson 108, SUBWAY, ชาตรามือ), ศูนย์ซ่อมบำรุงรถยนต์ (B-Quik) และจุดชาร์จ EV Charger | 2.0% (~฿326M) |
แผนผังระบบนิเวศธุรกิจและห่วงโซ่คุณค่าของกลุ่ม SUSCO (Business Ecosystem & Value Chain)
ที่มา: จัดทำโดยฝ่ายวิเคราะห์ข้อมูลหลักทรัพย์ อ้างอิงตามโครงสร้างธุรกิจและรายงาน 56-1 One Report บมจ. ซัสโก้ (
SEC Filings)
โครงสร้างการบริหารและผู้บริหารระดับสูง (Executive Management Summary)
- ความต่อเนื่องและประสบการณ์ของครอบครัวสิมะโรจน์: SUSCO บริหารงานโดยคณะกรรมการและผู้บริหารมืออาชีพที่มีประสบการณ์ยาวนานในอุตสาหกรรมพลังงาน โดยมี นายมงคล สิมะโรจน์ ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ, นายภิมุข สิมะโรจน์ ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร (อดีตโฆษกกรุงเทพมหานครและผู้นำการขับเคลื่อนกลยุทธ์ของกลุ่ม), และ นายชัยฤทธิ์ สิมะโรจน์ ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ ดูแลการปฏิบัติการประจำวันและธุรกิจน้ำมัน
- ทีมผู้บริหารคนรุ่นใหม่ขับเคลื่อน New S-Curve: การผลักดัน บจ. ซัสโก้ บียอนด์ เข้าสู่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า BYD และ DENZA รวมทั้งการสร้างสรรค์ SUSCO SQUARE นำโดยผู้บริหารรุ่นใหม่ เช่น นายมาวีร์ สิมะโรจน์ และนายอัมรินทร์ สิมะโรจน์ ทำให้องค์กรมีความคล่องตัวสูง สามารถปรับตัวรับเมกะเทรนด์ Energy Transition ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
วิวัฒนาการรายได้ ค่าการตลาด และกำไรสุทธิ FY2023 สู่ TTM 2Q26 — ข้อมูล ณ 30 มิถุนายน 2569
ผลการดำเนินงานของ SUSCO ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (2566–2568) แสดงให้เห็นถึงการปรับโครงสร้างรายได้หลังจากการขายหุ้น 49% ใน บจ. ซัสโก้ ดีลเลอร์ส ให้แก่ Sinopec ในปี 2566 (ซึ่งบันทึกกำไรพิเศษทางบัญชีกว่า ฿1,000 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิปี 2566 สูงผิดปกติที่ ฿1,228.52 ล้านบาท) ต่อมาในปี 2567 และ 2568 รายได้ปรับตัวสู่ฐานปกติที่ ฿30,135.57 ล้านบาท และ ฿26,909.93 ล้านบาทตามลำดับ โดยในปี 2568 บริษัทได้รับผลกระทบจากค่าการตลาดน้ำมันที่แคบลงและการปรับราคาต้นทุน แต่ในงวด 1H2026 ผลประกอบการได้ฟื้นตัวอย่างโดดเด่น โดยรายได้รวมทำได้ ฿16,284.00 ล้านบาท และกำไรสุทธิพุ่งแตะ ฿213.06 ล้านบาท (+104% YoY)
| รายการทางการเงิน (ล้านบาท) | FY2023 (2566) | FY2024 (2567) | FY2025 (2568) | TTM (มิ.ย. 2569) | แหล่งอ้างอิงปฐมภูมิ |
|---|
| รายได้รวมจากการขายและบริการ | 33,706.78 | 30,135.57 | 26,909.93 | 28,626.79 | งบการเงินรวม SET |
| กำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมฯ (EBITDA) | 1,550.00 | 740.30 | 656.60 | 826.60 | แบบ 56-1 One Report |
| กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ | 1,228.52 | 394.04 | 163.39 | 272.07 | MD&A SET |
| กำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน (EPS - บาท) | 1.23 | 0.39 | 0.16 | 0.27 | SET Factsheet |
| อัตรากำไร EBITDA (EBITDA Margin %) | 4.60% | 2.46% | 2.44% | 2.89% | คำนวณจากงบการเงิน |
| อัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin %) | 3.64% | 1.31% | 0.61% | 0.95% | คำนวณจากงบการเงิน |
แนวโน้มรายได้รวม EBITDA และกำไรสุทธิ (FY2023 – TTM 2Q26)
วิวัฒนาการอัตรากำไร EBITDA Margin และ Net Margin (%)
ที่มา: การคำนวณอัตราส่วนทางการเงินจากงบการเงินรวม บมจ. ซัสโก้ (
SEC Filings)
เปรียบเทียบผลประกอบการงวด 6 เดือนแรก (1H2025 vs 1H2026)
ที่มา: คำอธิบายและวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการงวด 6 เดือน สิ้นสุด 30 มิ.ย. 2569 (
MD&A 2Q26 SET)
5. งบแสดงสถานะการเงิน (Balance Sheet)
โครงสร้างสินทรัพย์ หนี้สิน และการตรวจสอบสมการความสมบูรณ์ทางบัญชี — ข้อมูล ณ 30 มิถุนายน 2569
ฐานะการเงินของ SUSCO มีความแข็งแกร่งและระมัดระวัง สินทรัพย์รวม ณ 30 มิถุนายน 2569 อยู่ที่ ฿10,136.87 ล้านบาท ประกอบด้วยที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ของสถานีบริการและคลังน้ำมันยุทธศาสตร์ เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด และสินค้าคงเหลือน้ำมันเชื้อเพลิง โดยมีส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ ฿4,520.24 ล้านบาท และหนี้สินรวม ฿5,616.63 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเจ้าหนี้การค้าและเงินกู้ยืมระยะสั้นเพื่อการหมุนเวียนจัดซื้อน้ำมัน
| รายการงบแสดงสถานะการเงิน (ล้านบาท) | 31 ธ.ค. 2566 | 31 ธ.ค. 2567 | 31 ธ.ค. 2568 | 30 มิ.ย. 2569 | แหล่งอ้างอิงปฐมภูมิ |
|---|
| สินทรัพย์รวม (Total Assets) | 9,831.39 | 10,690.40 | 9,734.14 | 10,136.87 | SET Financial Statement |
| หนี้สินรวม (Total Liabilities) | 5,276.67 | 6,167.45 | 5,406.75 | 5,616.63 | SET Financial Statement |
| ส่วนของผู้ถือหุ้น (Total Equity) | 4,554.72 | 4,522.95 | 4,327.39 | 4,520.24 | SET Financial Statement |
| มูลค่าทางบัญชีต่อหุ้น (BVPS - บาท) | 4.55 | 4.52 | 4.33 | 4.52 | SET Factsheet |
ส่วนประกอบงบแสดงสถานะการเงินและสมการบัญชี (FY2023 – 1H2026)
ที่มา: ข้อมูลตรวจสอบความสมบูรณ์ทางบัญชี สินทรัพย์รวม = หนี้สินรวม + ส่วนของผู้ถือหุ้น 100% (
SEC Filings)
6. หนี้สินและเลเวอเรจ (Leverage & Liquidity)
โครงสร้างภาระหนี้ ความสามารถในการชำระดอกเบี้ย และสภาพคล่องทางการเงิน — ข้อมูล ณ 30 มิถุนายน 2569
SUSCO มีการบริหารจัดการหนี้สินอย่างมีวินัย โดยหนี้สินส่วนใหญ่เป็นหนี้สินหมุนเวียนระยะสั้น (Short-term Working Capital Debt) ที่ใช้เป็นสภาพคล่องในการหมุนเวียนการสั่งซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงจากโรงกลั่น ซึ่งสอดคล้องกับวงจรเงินสดของธุรกิจค้าปลีกน้ำมันที่รับเงินสดจากลูกค้าหน้าปั๊มทุกวัน หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (IBD/E) อยู่ที่เพียง 0.81 เท่า และเมื่อหักเงินสดสภาพคล่องออก อัตราส่วน Net IBD/Equity อยู่ที่เพียง 0.56 เท่า แสดงถึงความเสี่ยงทางการเงินที่อยู่ในระดับต่ำมาก
| ตัวชี้วัดโครงสร้างหนี้และสภาพคล่อง | FY2023 (2566) | FY2024 (2567) | FY2025 (2568) | 30 มิ.ย. 2569 | เกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัย |
|---|
| หนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E) | 1.16x | 1.36x | 1.25x | 1.24x | ต่ำกว่า 2.00x |
| หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุน (IBD/E) | 0.72x | 0.85x | 0.80x | 0.81x | ต่ำกว่า 1.50x |
| หนี้สินมีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อทุน (Net IBD/E) | 0.48x | 0.59x | 0.55x | 0.56x | ต่ำกว่า 1.00x |
| ความสามารถในการชำระดอกเบี้ย (Interest Coverage) | 8.50x | 4.80x | 3.90x | 5.85x | สูงกว่า 3.00x |
วิวัฒนาการอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย (IBD/E vs Net IBD/E)
7. สัดส่วนธุรกิจและโครงสร้างรายได้ (Business Segments)
การกระจายตัวของรายได้ตามกลุ่มธุรกิจ ยานยนต์ไฟฟ้า และธุรกิจพื้นที่เช่า — ข้อมูล ณ 1H2026
แม้ว่าโครงสร้างรายได้หลักกว่า 88% ยังคงมาจากธุรกิจน้ำมันเชื้อเพลิง (แบ่งเป็นค้าปลีกหน้าสถานีบริการ 48% และค้าส่งภาคอุตสาหกรรม/การบิน/ส่งออก 40%) แต่สัดส่วนรายได้จาก New S-Curve ยานยนต์ไฟฟ้า (บจ. ซัสโก้ บียอนด์) ได้ก้าวขึ้นมามีสัดส่วนแตะระดับ 10% ของรายได้รวม และเป็นตัวเร่งการเติบโตของกำไรสุทธิ ในขณะที่ธุรกิจให้เช่าพื้นที่เชิงพาณิชย์ SUSCO SQUARE คิดเป็น 2% แต่สร้างอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงมาก
| กลุ่มธุรกิจ (Segment) | สัดส่วนรายได้ (%) | รายได้ประมาณการ 1H2026 (ล้านบาท) | บทบาทเชิงกลยุทธ์ |
|---|
| ค้าปลีกน้ำมันผ่านสถานีบริการ (Retail Station Fuel) | 48.0% | ~7,816.32 | ฐานกระแสเงินสดหลัก สร้างการมีส่วนร่วมกับลูกค้าประจำวัน |
| ค้าส่งน้ำมันและอุตสาหกรรม/การบิน/ส่งออก (Wholesale & Aviation) | 40.0% | ~6,513.60 | สร้างปริมาณการขาย (Volume) และบริหารกำลังคลังน้ำมัน |
| ยานยนต์ไฟฟ้าและบริการยานยนต์ (EV Dealership BYD/DENZA) | 10.0% | ~1,628.40 | New S-Curve ขับเคลื่อนการเติบโต รับกระแส Energy Transition |
| พัฒนาพื้นที่เช่า Non-Oil และ SUSCO SQUARE | 2.0% | ~325.68 | รายได้ค่าเช่าประจำ สม่ำเสมอ มาร์จิ้นสูง ไม่ผันผวนตามน้ำมัน |
สัดส่วนรายได้จำแนกตามกลุ่มธุรกิจ (1H2026 Contribution Split)
ที่มา: รายงานส่วนงานดำเนินงานในงบการเงินรวม 1H2026 และคำอธิบายของฝ่ายจัดการ (
MD&A 2Q26)
8. ประวัติการจ่ายเงินปันผล (Dividend History)
นโยบายปันผลไม่ต่ำกว่า 50% และประวัติการจ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอ — ข้อมูล ณ 10 ตุลาคม 2569
SUSCO ถือเป็นหนึ่งในหุ้นที่มีประวัติการจ่ายเงินปันผลอย่างต่อเนื่องทุกปี โดยมีนโยบายจ่ายเงินปันผลไม่น้อยกว่า 50% ของกำไรสุทธิตามงบการเงินเฉพาะกิจการ ในปี 2566 บริษัทจ่ายเงินปันผลรวมสูงถึง ฿0.40 ต่อหุ้นเนื่องจากมีกำไรพิเศษจากการขายหุ้น บจ. ซัสโก้ ดีลเลอร์ส และสำหรับผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 (1H2026) บริษัทได้ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลแล้วที่ ฿0.10 ต่อหุ้น (ขึ้นเครื่องหมาย XD เมื่อ 10 ก.ย. 2569 และจ่ายเงินปันผลเมื่อ 25 ก.ย. 2569) สะท้อนความเชื่อมั่นในเสถียรภาพกระแสเงินสด
| รอบปีบัญชี | เงินปันผลต่อหุ้น (DPS - บาท) | อัตราการจ่ายเงินปันผล (Payout Ratio) | เงินปันผลตอบแทน (Dividend Yield ณ ราคาปิด) | แหล่งอ้างอิงปฐมภูมิ |
|---|
| FY2023 (2566) | 0.40 บาท (รวมพิเศษ ฿0.20) | 32.5% (ของกำไรงบรวม) / 65% (งบเฉพาะ) | 10.25% | SET Factsheet |
| FY2024 (2567) | 0.20 บาท (0.08 + 0.12) | 50.8% | 6.25% | SET Factsheet |
| FY2025 (2568) | 0.09 บาท (0.06 + 0.03) | 55.1% | 3.85% | SET Factsheet |
| FY2026E (คาดการณ์) | 0.18 บาท (1H26 จ่ายแล้ว ฿0.10) | ~52.0% | 7.69% (บนราคา ฿2.34) | ประมาณการโดยนักวิเคราะห์ |
ประวัติการจ่ายเงินปันผลต่อหุ้น (DPS: FY2023 – 2026E)
9. การเปรียบเทียบในกลุ่มอุตสาหกรรม (Peer Comparison)
การเปรียบเทียบเชิงมูลค่าและตัวชี้วัดทางการเงินในกลุ่มค้าปลีกน้ำมันไทย — ข้อมูล ณ 10 ตุลาคม 2569
เมื่อเปรียบเทียบกับผู้ประกอบการในกลุ่มค้าปลีกน้ำมันและพลังงานในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย SUSCO โดดเด่นด้วยการเป็นหุ้นขนาดเล็กที่มีมูลค่าประเมิน (Valuation) ถูกที่สุดในแง่ของ P/BV ที่ต่ำเพียง 0.52 เท่า เทียบกับ PTG (1.75x) และ OR (1.52x) ขณะที่ P/E (TTM) อยู่ที่ 8.60 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มค้าปลีกน้ำมันอย่างมาก นอกจากนี้ยังมี New S-Curve ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า BYD และ DENZA ที่เติบโตล้ำหน้าคู่แข่งในกลุ่มเดียวกัน
| หลักทรัพย์ | ราคาปิด (บาท) | Market Cap (ล้านบาท) | P/E (เท่า) | P/BV (เท่า) | Div Yield (%) | สถานะเครือข่ายธุรกิจ |
|---|
| SUSCO | 2.34 | 2,340 | 8.60 | 0.52 | 5.56% | 260+ ปั๊ม, Sinopec JV, ดีลเลอร์ BYD/DENZA, คลัง 2 แห่ง |
| PTG | 8.30 | 13,861 | 35.73 | 1.75 | 2.40% | ปั๊ม PT กว่า 2,200 แห่ง, กาแฟพันธุ์ไทย, AutoACS |
| OR | 12.20 | 146,400 | 27.46 | 1.52 | 3.28% | PTT Station กว่า 2,400 แห่ง, Café Amazon, ผู้นำเบอร์ 1 |
| BCP | 38.00 | 78,418 | 3.59 | 0.72 | 5.26% | โรงกลั่นน้ำมันบางจากและเอสโซ่, ปั๊มบางจากกว่า 2,100 แห่ง |
การเปรียบเทียบมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดและอัตราส่วน P/E ในกลุ่มค้าปลีกน้ำมัน
10. มุมมองอนาคตและตัวเร่งการเติบโต (Outlook & Catalysts)
ปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโต แผนการขยายสถานีบริการ และ New S-Curve ยานยนต์ไฟฟ้า
ตัวเร่งการเติบโตเชิงกลยุทธ์ในระยะ 1–3 ปีข้างหน้า (Key Growth Catalysts)
- 1. การขยายตัวของยานยนต์ไฟฟ้า BYD และ DENZA ในไทย: ประเทศไทยยังคงเป็นตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่เติบโตเร็วที่สุดในอาเซียน โดยแบรนด์ BYD ยังคงครองส่วนแบ่งตลาดอันดับหนึ่งอย่างเหนียวแน่น การที่ SUSCO Beyond เป็นหนึ่งในตัวแทนจำหน่ายหลักรายใหญ่ที่มีโชว์รูมและศูนย์บริการในทำเลยุทธศาสตร์ จะช่วยสร้างรายได้จากการขายรถยนต์ ค่าคอมมิชชั่น การจัดไฟแนนซ์ ประกันภัย และที่สำคัญคือรายได้ค่าบริการซ่อมบำรุงและอะไหล่ (Aftersales Service) ที่จะทยอยเติบโตเป็นกระแสเงินสดระยะยาวตามจำนวนรถสะสมบนท้องถนน
- 2. การขยายสาขาปั๊มน้ำมัน Sinopec SUSCO: ความร่วมมือกับ Sinopec ในการทยอยปรับโฉมและเปิดสถานีบริการน้ำมัน Sinopec SUSCO เพิ่มเติม จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันเจาะกลุ่มลูกค้าชาวจีน นักท่องเที่ยว และบริษัทขนส่งข้ามชาติ รวมถึงโอกาสในการต่อยอดนำเข้าสินค้าและบริการพลังงานสะอาดจาก Sinopec
- 3. การเร่งเปิดตัว SUSCO SQUARE: บริษัทมีแผนพัฒนาที่ดินบริเวณสถานีบริการน้ำมันเดิมที่มีศักยภาพให้เป็นคอมมูนิตี้มอลล์ SUSCO SQUARE เพิ่มขึ้นอีกปีละ 2–3 แห่ง เพื่อเพิ่มสัดส่วนรายได้ค่าเช่า (Non-Oil Rental) ซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นสูงกว่า 50% ช่วยลดความผันผวนของผลประกอบการจากค่าการตลาดน้ำมัน
- 4. เสถียรภาพค่าการตลาดน้ำมันและการบริหารจัดการสต็อก: ด้วยคลังน้ำมันขนาดใหญ่ของตนเอง 2 แห่ง (ความจุรวมกว่า 155 ล้านลิตร) ทำให้ SUSCO มีความยืดหยุ่นสูงในการบริหารจัดการจัดซื้อและสำรองน้ำมันในช่วงที่ราคาตลาดโลกมีทิศทางปรับตัวขึ้น ช่วยสร้างกำไรจากส่วนต่างราคา (Inventory Gain)
| หมุดหมายสำคัญ (Milestone) | ช่วงเวลาคาดการณ์ | ผลกระทบเชิงบวกต่อธุรกิจและผลประกอบการ |
|---|
| ขยายโชว์รูมและศูนย์บริการ BYD / DENZA | 2H2026 – 2027 | เพิ่มศักยภาพการส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าแตะระดับ 3,500–4,000 คันต่อปี หนุนมาร์จิ้นธุรกิจ EV |
| เปิดตัว SUSCO SQUARE สาขาใหม่ | ปลายปี 2569 – 2570 | เพิ่มพื้นที่เช่าเชิงพาณิชย์และขยายรายได้ค่าเช่า Recurring Income สม่ำเสมอ |
| ขยายจุดติดตั้ง EV Quick Charger ในปั๊ม | ตลอดปี 2569 – 2570 | ร่วมมือกับผู้ให้บริการโครงข่ายชาร์จ ดึงดูดผู้ใช้รถ EV เข้ามาใช้บริการในสถานี |
| พิจารณาจ่ายปันผลงวดสิ้นปี 2569 | มีนาคม – พฤษภาคม 2570 | คาดจ่ายเงินปันผลงวด 2H26 อีกประมาณ ฿0.08–฿0.10 รวมทั้งปีแตะ ฿0.18–฿0.20/หุ้น |
11. การวิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยงและสัญญาณเตือน (Risk Factors & Triggers)
การประเมินความเสี่ยง 6 มิติพร้อมตัวชี้วัดกระตุ้นที่สังเกตได้ (Observable Triggers)
| มิติปัจจัยเสี่ยง (Risk Dimension) | ลักษณะความเสี่ยงและผลกระทบต่อ SUSCO | ตัวชี้วัดกระตุ้นที่สังเกตได้ (Observable Trigger) | มาตรการบริหารจัดการและลดทอนความเสี่ยง |
|---|
| 1. ความผันผวนของค่าการตลาดน้ำมัน (Marketing Margin Risk) | ธุรกิจค้าปลีกน้ำมันพึ่งพาค่าการตลาด (Marketing Margin) หากภาครัฐหรือสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงขอความร่วมมือตรึงราคาขายปลีกจนค่าการตลาดแคบลงต่ำกว่า ฿0.70 ต่อลิตร จะกระทบต่อกำไรขั้นต้นอย่างมีนัยสำคัญ | ค่าการตลาดน้ำมันเฉลี่ยของ สนพ. ลดลงต่ำกว่า ฿0.75 ต่อลิตรต่อเนื่องเกิน 1 เดือน | เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารคลังน้ำมัน 2 แห่งเพื่อจัดซื้อในต้นทุนที่เหมาะสม และเร่งเพิ่มรายได้ Non-Oil ชดเชย |
| 2. ความเสี่ยงจากการแทรกแซงราคาพลังงานของภาครัฐ (Regulatory & Policy Risk) | นโยบายการควบคุมเพดานราคาจำหน่ายน้ำมันดีเซลของภาครัฐเพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพ อาจทำให้เกิดความบิดเบือนของโครงสร้างราคาหน้าสถานีบริการ | มติ ครม. หรือประกาศ กบน. กำหนดเพดานราคาดีเซลที่เข้มงวดโดยไม่มีกลไกชดเชยที่เพียงพอ | บริหารสัดส่วนการจำหน่ายน้ำมันเบนซินเกรดพรีเมียม และการกระจายความเสี่ยงสู่การจำหน่ายน้ำมันแก่อุตสาหกรรม |
| 3. สงครามราคารถยนต์ไฟฟ้าและมาร์จิ้นของตัวแทนจำหน่าย (EV Price War Risk) | การปรับลดราคาจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าของผู้ผลิต (OEM) ในช่วงสงครามราคาอาจกระทบต่อมูลค่าสต็อกรถยนต์และสร้างความลังเลในการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค | ค่ายรถยนต์ EV ประกาศลดราคารถยนต์รุ่นยอดนิยมมากกว่า 15–20% ภายในไตรมาสเดียว | การบริหารจัดการคำสั่งซื้อแบบ Back-to-Back เพื่อควบคุมปริมาณสต็อกรถยนต์ และเน้นการสร้างรายได้จากบริการหลังการขาย |
| 4. ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบโลกและสต็อกน้ำมัน (Oil Inventory Loss Risk) | ราคาน้ำมันดิบโลกที่ปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง อาจทำให้เกิดผลขาดทุนจากการตีราคาสินค้าคงเหลือน้ำมันเชื้อเพลิง (Stock Loss) | ราคาน้ำมันดิบ Brent / Dubai ปรับตัวลดลงมากกว่า $15 ต่อบาร์เรลในระยะเวลาสั้น | การควบคุมระดับการสำรองน้ำมัน (Days of Inventory) ให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัยและสอดคล้องกับอัตราการหมุนเวียน |
| 5. การเปลี่ยนผ่านสู่ EV กระทบความต้องการน้ำมัน (EV Substitution Risk) | การเพิ่มขึ้นของสัดส่วนยานยนต์ไฟฟ้าบนท้องถนนในระยะยาว อาจส่งผลกระทบต่ออัตราการเติบโตของปริมาณการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงของรถยนต์ส่วนบุคคล | สัดส่วนยอดจดทะเบียนรถยนต์นั่งส่วนบุคคลประเภท BEV สูงเกิน 25% ของยอดจดทะเบียนรวม | SUSCO ได้ป้องกันความเสี่ยงล่วงหน้าด้วยการเป็นผู้จัดจำหน่าย EV BYD/DENZA เอง และพัฒนาปั๊มสู่ Lifestyle Hub พร้อม EV Charger |
| 6. ความเสี่ยงด้านสภาพคล่องและเงินทุนหมุนเวียน (Working Capital Risk) | การดำเนินธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งน้ำมันจำเป็นต้องใช้วงเงินสินเชื่อเพื่อจัดซื้อน้ำมันมูลค่าสูง หากต้นทุนดอกเบี้ยปรับตัวสูงขึ้นอาจกดดันกำไรสุทธิ | อัตราดอกเบี้ยนโยบายหรืออัตรา MLR ปรับขึ้นต่อเนื่องมากกว่า 50 bps | ฐานะการเงินที่มี D/E 1.24x และ Net IBD/E เพียง 0.56x ช่วยให้มีความคล่องตัวสูงในการเจรจาอัตราดอกเบี้ยกับสถาบันการเงิน |
12. การวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรค (SWOT Analysis)
การประเมินความสามารถเชิงกลยุทธ์และสภาพแวดล้อมทางธุรกิจของ บมจ. ซัสโก้
จุดแข็ง (Strengths)
- เครือข่ายสถานีบริการน้ำมันกว่า 260 แห่ง กระจายตัวในทำเลยุทธศาสตร์ทั่วประเทศ โดยเฉพาะกรุงเทพฯ ปริมณฑล และภาคใต้
- เป็นเจ้าของคลังน้ำมันขนาดใหญ่ 2 แห่ง (คลังราษฎร์บูรณะ 137M ลิตร และคลังสุราษฎร์ธานี 18M ลิตร) ช่วยบริหารจัดการต้นทุนโลจิสติกส์ได้มีประสิทธิภาพ
- การเป็นพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์กับ Sinopec (ยักษ์ใหญ่ระดับโลกจากจีน) เสริมสร้างความแข็งแกร่งด้านแบรนด์และการขยายธุรกิจ
- ความสำเร็จของ บจ. ซัสโก้ บียอนด์ ในการเป็นดีลเลอร์ชั้นนำของแบรนด์ BYD และ DENZA จนได้รับรางวัลยอดขายสูงสุดระดับประเทศ
จุดอ่อน (Weaknesses)
- อัตรากำไรสุทธิของธุรกิจค้าปลีกน้ำมันบางเฉียบ (Net Profit Margin ต่ำกว่า 1.5%) ทำให้ผลประกอบการไวต่อการเปลี่ยนแปลงของค่าการตลาด
- ขนาดของเครือข่ายสถานีบริการ (260+ แห่ง) ยังเป็นรองผู้นำตลาดอย่าง OR, PTG และบางจาก ทำให้มีอำนาจต่อรองในการกำหนดราคาค้าปลีกน้อยกว่า
- สัดส่วนรายได้จากธุรกิจ Non-Oil และค่าเช่ายังอยู่ในระดับต่ำ (ประมาณ 2%) เมื่อเทียบกับผู้เล่นรายใหญ่ในอุตสาหกรรม
- การรับรู้ของแบรนด์ SUSCO ในกลุ่มคนรุ่นใหม่ในอดีตยังจำกัด ซึ่งอยู่ระหว่างการเร่งรีแบรนด์และปรับปรุงภาพลักษณ์ผ่าน SUSCO SQUARE
โอกาส (Opportunities)
- การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในไทย เปิดโอกาสให้ SUSCO Beyond ขยายส่วนแบ่งตลาดและสร้างรายได้ระยะยาวจากบริการหลังการขาย
- การต่อยอดพัฒนาที่ดินสถานีบริการน้ำมันสู่โมเดล “SUSCO SQUARE” ช่วยสร้างรายได้ค่าเช่าที่มีมาร์จิ้นสูงและสม่ำเสมอ (Recurring Income)
- โอกาสร่วมทุนกับ Sinopec ในการขยายสู่ธุรกิจพลังงานสะอาด ไฮโดรเจน และสถานีบริการน้ำมันและเคมีภัณฑ์ครบวงจร
- การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและการเดินทางระหว่างประเทศ หนุนความต้องการใช้น้ำมันอากาศยาน (Aviation Fuel JET A-1) และการส่งออก
อุปสรรคและความเสี่ยง (Threats)
- ความไม่แน่นอนของนโยบายภาครัฐและการแทรกแซงโครงสร้างราคาน้ำมันขายปลีกและกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง
- ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่อาจก่อให้เกิดผลขาดทุนจากการตีราคาสินค้าคงเหลือ (Stock Loss)
- การแข่งขันด้านราคาอย่างรุนแรงในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV Price War) อาจกดดันมาร์จิ้นของตัวแทนจำหน่ายรถยนต์
- การเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานสะอาดและรถยนต์ไฟฟ้าในระยะยาวที่จะทยอยลดทอนความต้องการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงของยานยนต์ลงทีละน้อย
13. มุมมองนักลงทุนและแบบจำลองสถานการณ์ (Investor View & Valuation)
แบบจำลองราคาเป้าหมาย Bull / Base / Bear, เช็กลิสต์การติดตาม และคำแนะนำเชิงกลยุทธ์
กรณีเชิงบวก (Bull Case)
เป้าหมาย: ฿3.40 (Upside +45.3%)
- ค่าการตลาดน้ำมันเฉลี่ยทั้งปี 2569 ยืนเหนือ ฿1.05 ต่อลิตร หนุนกำไรจากธุรกิจน้ำมันเติบโตแกร่ง
- SUSCO Beyond ส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้า BYD และ DENZA ทะลุเป้า 4,000 คัน หนุนกำไรส่วนงาน EV โตเท่าตัว
- SUSCO SQUARE เปิดสาขาใหม่เพิ่ม 4 แห่ง เพิ่มรายได้ค่าเช่ามาร์จิ้นสูง
- กำไรสุทธิปี 2569 แตะ ฿420 ล้านบาท (EPS ฿0.42) ประเมินบน P/E 8.1x ให้ราคาเป้าหมาย ฿3.40 บาท จ่ายปันผล ฿0.22 (Yield 9.4%)
กรณีฐาน (Base Case)
เป้าหมาย: ฿2.90 (Upside +23.9%)
- ค่าการตลาดน้ำมันเฉลี่ยทรงตัวที่ระดับ ฿0.85–฿0.95 ต่อลิตร ปริมาณจำหน่ายน้ำมันโต 3–5% YoY
- ยอดส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้า BYD และ DENZA อยู่ที่ 2,800–3,200 คัน สร้างกระแสเงินสดและมาร์จิ้นสม่ำเสมอ
- กำไรสุทธิปี 2569 อยู่ที่ราว ฿320–฿350 ล้านบาท (EPS ฿0.32–฿0.35) ฟื้นตัวก้าวกระโดด +100% จากปี 2568
- ประเมินบน P/E เพียง 8.5x–9.0x (ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่ม) ได้ราคาเป้าหมาย ฿2.90 บาท คาดปันผลทั้งปี ฿0.18 (Yield 7.7%)
กรณีระมัดระวัง (Bear Case)
เป้าหมาย: ฿2.10 (Downside -10.3%)
- ราคาน้ำมันดิบผันผวนแรง รัฐบาลคุมเข้มค่าการตลาดต่ำกว่า ฿0.70 ต่อลิตร เกิดสต็อกลอสบางไตรมาส
- สงครามราคารถยนต์ไฟฟ้ากดดันอัตรากำไรตัวแทนจำหน่าย EV และกำลังซื้อผู้บริโภคชะลอตัว
- กำไรสุทธิปี 2569 ทำได้เพียง ฿230–฿250 ล้านบาท (EPS ฿0.23–฿0.25)
- ประเมินบน P/E 8.5x ได้ราคาเป้าหมาย ฿2.10 บาท (แต่ Downside ถูกจำกัดอย่างมากด้วย P/BV 0.46x และ Yield 5.1%)
เช็กลิสต์สำคัญสำหรับนักลงทุนในการติดตามผลประกอบการ (Monitoring Checklist)
- 1. ทิศทางค่าการตลาดน้ำมันค้าปลีกเฉลี่ย: ตรวจสอบข้อมูลจากสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ทุกสัปดาห์ หากค่าการตลาดเฉลี่ยอยู่ระหว่าง ฿0.85–฿1.10 ต่อลิตร จะเป็นระดับที่ SUSCO สามารถทำกำไรได้อย่างเหมาะสม
- 2. ตัวเลขยอดจดทะเบียนและยอดส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้า BYD & DENZA: ติดตามยอดขายของ บจ. ซัสโก้ บียอนด์ และสถิติยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าของกรมการขนส่งทางบกรายเดือน เพื่อประเมินทิศทางรายได้ New S-Curve
- 3. ความคืบหน้าการพัฒนา SUSCO SQUARE: ติดตามอัตราการเช่าพื้นที่ (Occupancy Rate) และการเปิดสาขาใหม่ของ SUSCO SQUARE เพื่อประเมินการขยายฐานรายได้ Recurring Non-Oil
- 4. การบริหารสินค้าคงเหลือและกระแสเงินสด: ติดตามวงจรเงินสดและปริมาณการสำรองน้ำมันคงเหลือในงบการเงินไตรมาส 3/2569 และ 4/2569 เพื่อตรวจสอบว่าไม่มีผลกระทบจากสต็อกลอสที่มีนัยสำคัญ