รายงานวิเคราะห์หุ้นเพื่อการตัดสินใจ · Equity Research Report

วิเคราะห์หุ้น STA — บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน)

ผู้นำการผลิตและแปรรูปยางธรรมชาติครบวงจรอันดับหนึ่งของโลก (ส่วนแบ่งตลาดโลก ~12%) ขับเคลื่อนระบบนิเวศต้นน้ำสู่ปลายน้ำ ถุงมือยางทางการแพทย์ (STGT) ผู้บุกเบิกยางมาตรฐานการตรวจสอบย้อนกลับ EUDR รายแรกของไทย และยกระดับโรงงานด้วยระบบอัจฉริยะ Sri Trang AI Machine (SAM) ผลประกอบการ 1H2026 พลิกฟื้น Turnaround กำไรสุทธิ ฿1,540.4 ล้าน ท่ามกลางอุปทานยางตึงตัวเชิงโครงสร้างและอัตรากำไรถุงมือยางฟื้นตัว — ข้อมูลตลาด 7 ตุลาคม 2026 / ข้อมูลงบการเงิน 30 มิถุนายน 2026
Sector: สินค้าอุตสาหกรรม (Materials) / เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร (AGRI)ราคาล่าสุด ฿21.9Market Cap ฿33,638.4 ล้านP/E 90.23 · P/BV 0.67Dividend Yield ~2.28%

เขียนโดย HypeTimes Staff · ข้อมูล ณ

สรุปผู้บริหาร (Executive Summary)

ภาพรวมการลงทุน จุดเปลี่ยนเชิงกลยุทธ์ และตัวชี้วัดสำคัญ — ข้อมูลตลาด ณ 7 ต.ค. 2026 / งบการเงิน ณ 30 มิ.ย. 2026
ราคาหุ้น · Market Cap
฿21.90 · ฿33.6B
52W: ฿11.20 – ฿23.50(SET Factsheet)
กำไรสุทธิ 1H2026 (Turnaround)
฿1,540.4 ล้าน
พลิกฟื้นจากขาดทุน -฿98.1M ใน 1H25(MD&A 2Q26)
EBITDA 1H2026 · Margin
฿5,215.8M · 9.02%
โต +72.8% YoY (EBITDA Margin +4.4% YoY)(MD&A 2Q26)
Gross Margin 2Q2026
12.01%
ยางธรรมชาติ 9.3% · ถุงมือยาง 17.0% สูงสุดรอบ 4 ปี(MD&A 2Q26)
Net Debt to Equity · D/E
0.41x · 0.59x
ลดลงจาก 0.55x สิ้นปี 2025 (CR 2.44x)(MD&A 2Q26)
Consensus Target Price
฿24.60 (Median)
เป้าหมายสูงสุด ฿27.00 · Upside +12.3% ถึง +23.3%(Settrade Consensus)

ประเด็นสำคัญเชิงกลยุทธ์: วงจรขาขึ้นระลอกใหม่ของยางธรรมชาติ พรีเมียม EUDR และการฟื้นตัวของถุงมือยาง

ผลการดำเนินงานงวด 1H2026 ของ บมจ.ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี (STA) พลิกฟื้นอย่างแข็งแกร่ง (Turnaround) สู่กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ ฿1,540.4 ล้าน เทียบกับขาดทุนสุทธิ -฿98.1 ล้านใน 1H25 โดยเฉพาะไตรมาส 2/2569 กำไรสุทธิเร่งตัวแตะ ฿895.0 ล้าน (+38.7% QoQ) ขับเคลื่อนด้วย (1) ราคายางแท่งตลาดสิงคโปร์ (SICOM TSR20) ยืนเหนือ 210–220 เซนต์/กก. (+29.7% YoY) จากภาวะอุปทานตึงตัวเชิงโครงสร้างในไทยและอินโดนีเซีย (2) STA มีความพร้อมสูงสุดในยางมาตรฐาน EUDR รายแรกของโลก ผ่านแพลตฟอร์ม Sri Trang Friends ที่บันทึกพิกัดแปลงปลูกกว่า 100,000 ราย จึงได้รับเบี้ยพรีเมียม (Green Premium) เหนือยางมาตรฐานทั่วไป (3) ธุรกิจถุงมือยาง (STGT) ปรับราคาขายสะท้อนต้นทุนสำเร็จ หนุน Gross Margin แตะ 17.0% สูงสุดรอบ 4 ปี และ (4) โครงสร้างทางการเงินแข็งแกร่ง Net Debt/Equity ลดเหลือเพียง 0.41 เท่า ขณะที่ราคาหุ้นซื้อขายที่ P/BV เพียง 0.67 เท่า ต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี ฿32.74/หุ้น อย่างมีนัยสำคัญ

กรณีเชิงรุก (Bull Case) · ฿26.00 – ฿27.00

  • สหภาพยุโรปบังคับใช้กฎหมาย EUDR เคร่งครัด หนุนการส่งออกยาง EUDR ของ STA ขยายตัวแตะ 15–20% ของยอดขายรวม พร้อมรับ Green Premium เต็มที่
  • ราคายาง SICOM TSR20 ยืนเหนือ 230–240 เซนต์/กก. จากภาวะอุปทานขาดแคลนต่อเนื่องและยอดผลิตยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ในจีนและอาเซียนเติบโตสูง
  • STGT รักษาระดับ Gross Margin เหนือ 16–18% ส่งผลให้กำไรสุทธิรวมทั้งปี 2026 ของ STA ทะลุ ฿3,400 – ฿3,600 ล้าน (EPS ฿2.21–฿2.34) ปันผลทั้งปี ฿1.00–฿1.10/หุ้น (บล.โกลเบล็ก, บล.กสิกรไทย)

กรณีฐาน (Base Case) · ฿24.00 – ฿25.50

  • ราคายาง SICOM TSR20 แกว่งตัวในกรอบ 205–218 เซนต์/กก. สามารถบริหาร Gross Margin ธุรกิจยางธรรมชาติที่ระดับ 9.5%–10.5%
  • ปริมาณส่งออกยาง EUDR คิดเป็น 10–12% ของปริมาณขายยางแท่งรวม โดยเริ่มรับรู้คำสั่งซื้อล่วงหน้าจากผู้ผลิตยางรถยนต์ชั้นนำ
  • กำไรสุทธิปี 2026 คาดการณ์ที่ ฿2,800 – ฿3,100 ล้าน (Turnaround จากขาดทุน -฿1,266 ล้านในปีก่อน) ประเมินเงินปันผลทั้งปี ฿0.80–฿0.90/หุ้น (Dividend Yield ~3.9%–4.1%) (บล.หยวนต้า, บล.กรุงศรี, บล.ฟินันเซีย)

กรณีระมัดระวัง (Bear Case) · ฿18.50 – ฿20.50

  • เศรษฐกิจจีนและภาคการผลิตชะลอตัว ดัชนี PMI หลุด 49.0 ฉุดคำสั่งซื้อยางล้อรถยนต์และดึงราคายาง SICOM หลุดระดับ 190 เซนต์/กก.
  • สหภาพยุโรปพิจารณาผ่อนปรนหรือเลื่อนการบังคับใช้เกณฑ์ EUDR ออกไป ส่งผลให้ Green Premium แคบลง
  • สงครามราคาถุงมือยางจากผู้ผลิตจีนและมาเลเซียกลับมากดดันมาร์จิ้น STGT ฉุดกำไรสุทธิปี 2026 ลงสู่ ฿1,600 – ฿1,900 ล้าน แต่ยังมี Margin of Safety จาก P/BV ต่ำกว่า 0.60x (บล.กรุงไทย เอ็กซ์สปริง)

ข้อมูลบริษัทและสถิติตลาด (Factsheet)

ข้อมูลสถิติจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ณ 7 ตุลาคม 2026
ราคาหุ้นล่าสุด
฿21.90
SET: STA / STA.BK(SET)
52-Week Range
฿11.20 – ฿23.50
จุดต่ำสุดถึงสูงสุดในรอบปี(SET)
Market Capitalization
฿33,638.4M
1,536 ล้านหุ้น (พาร์ ฿1.00)(SET)
P/E Ratio (TTM)
90.23x
คำนวณบนกำไร TTM ฿372.5M(SET)
P/BV Ratio
0.67x
BVPS อยู่ที่ ฿32.74/หุ้น(SET)
Dividend Yield
2.28%
ปันผลปี 2568 ฿0.50 (1H26 ฿0.50)(SET)
Free Float
54.33%
ผู้ถือหุ้น 29,993 ราย(SET)
Foreign Holding Limit
13.91% / 49.0%
NVDR ถือหุ้น 9.51%(SET)

โครงสร้างผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (Major Shareholders ณ ปิดสมุดทะเบียนล่าสุด)

ลำดับ รายชื่อผู้ถือหุ้น จำนวนหุ้น (หุ้น) สัดส่วน (%) หมายเหตุ / ความสัมพันธ์
1 บริษัท ศรีตรัง โฮลดิ้งส์ จำกัด (Sri Trang Holdings Co., Ltd.) 344,190,629 22.41% กลุ่มครอบครัวสินเจริญกุล (ผู้ก่อตั้งกลุ่มบริษัท)
2 บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด (Thai NVDR Co., Ltd.) 146,078,961 9.51% ผู้ถือหุ้นต่างชาติและสถาบันผ่านระบบ NVDR
3 นายไวยวุฒิ สินเจริญกุล (Mr. Viyavood Sincharoenkul) 132,987,509 8.66% ประธานกรรมการบริหารและผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มศรีตรัง
4 LGT BANK (SINGAPORE) LTD 63,430,840 4.13% สถาบันการเงินและผู้รับฝากสินทรัพย์ระหว่างประเทศ
5 THE CENTRAL DEPOSITORY (PTE) LIMITED 59,573,806 3.88% ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์สิงคโปร์ (Dual-listed SGX: STG)

หมายเหตุ: STA จดทะเบียนซื้อขายแบบสองตลาด (Dual-listed Company) ทั้งในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET: STA) และตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ (SGX: STG) ทุนจดทะเบียน 1,536.00 ล้านบาท ทุนชำระแล้ว 1,535,999,998 บาท (พาร์ 1.00 บาท)

ลักษณะธุรกิจและระบบนิเวศการดำเนินงาน (Business Overview & Ecosystem)

ห่วงโซ่คุณค่าธุรกิจยางธรรมชาติครบวงจร โครงสร้างบริษัทย่อยทุกสายธุรกิจ และนวัตกรรม Sri Trang AI Machine

บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) (STA) ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2530 เป็นองค์กรผู้ผลิตและจัดจำหน่ายยางธรรมชาติครบวงจร (Fully Integrated Natural Rubber Company) รายใหญ่ที่สุดในโลก ครอบครองส่วนแบ่งทางการตลาดประมาณ 12% ของความต้องการยางธรรมชาติทั่วโลก โดยกลุ่มบริษัทดำเนินธุรกิจครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ และระบบสนับสนุนอุตสาหกรรม ผ่านโรงงานแปรรูปยาง 34 แห่งในประเทศไทย อินโดนีเซีย และเมียนมา ด้วยกำลังการผลิตรวมกว่า 3.3 ล้านตันต่อปี

1. ธุรกิจต้นน้ำ (Upstream)
45,000+ ไร่
สวนยาง 19 จังหวัด วิจัยสายพันธุ์ยาง ปาล์มน้ำมัน(STA Upstream)
2. ธุรกิจกลางน้ำ (Midstream)
3.3M ตัน/ปี
ยางแท่ง TSR (73.9%), แผ่นรมควัน RSS, น้ำยาง LTX และยาง EUDR(STA Midstream)
3. ธุรกิจปลายน้ำ (Downstream)
4.8 หมื่นล้านชิ้น
บมจ.ศรีตรังโกลฟส์ (STGT 50.75%) ถุงมือตรวจโรค ส่งออก 170 ปท.(STGT Downstream)
4. ธุรกิจสนับสนุน (Support)
Integrated
บจ.อันวาร์การช่าง (วิศวกรรม AI), Sri Trang Logistics, พลังงาน Biomass(56-1 One Report)

รายละเอียดโครงสร้างธุรกิจและบริษัทย่อยในเครือทั้งหมด

จุดเด่นเชิงนวัตกรรมและความได้เปรียบในการแข่งขัน (Competitive Moats)

ผลประกอบการทางการเงิน (Financial Performance)

งบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จ — FY2023 ถึง 1H2026 และ TTM ณ 30 มิถุนายน 2026
รายการทางการเงิน (฿ล้าน) FY2023 FY2024 FY2025 1H2025 1H2026 %YoY (1H) TTM (มิ.ย. 26)
รายได้จากการขายและบริการ 84,245.0 114,374.0 113,478.0 65,226.5 57,845.6 -11.3% 106,097.1
ต้นทุนขายและบริการ (76,073.2) (103,508.5) (106,442.3) (60,724.7) (51,569.4) -15.1% (97,287.0)
กำไรขั้นต้น (Gross Profit) 8,171.8 10,865.5 7,035.7 4,501.8 6,276.2 +39.4% 8,810.1
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) (5,321.0) (5,263.0) (6,301.0) (3,990.4) (3,633.0) -9.0% (5,943.6)
EBITDA 3,985.0 7,754.0 4,049.0 3,017.8 5,215.8 +72.8% 6,247.0
กำไรจากการดำเนินงาน (EBIT) 1,462.0 4,124.0 412.0 735.6 2,862.6 +289.2% 2,539.0
ต้นทุนทางการเงิน (Finance Costs) (1,080.0) (1,620.0) (1,580.0) (854.4) (611.7) -28.4% (1,337.3)
กำไร (ขาดทุน) สุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ (434.0) 1,670.0 (1,266.0) (98.1) 1,540.4 Turnaround 372.5
อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin %) 9.70% 9.50% 6.20% 6.90% 10.85% +3.95% 8.30%
อัตรากำไร EBITDA (EBITDA Margin %) 4.73% 6.78% 3.57% 4.63% 9.02% +4.39% 5.89%
อัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin %) -0.52% 1.46% -1.12% -0.15% 2.66% +2.81% 0.35%
รายได้รวม EBITDA และกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ — FY2023 → TTM มิ.ย. 2026 (฿ ล้าน)
อัตรากำไร EBITDA Margin และ Net Profit Margin — FY2023 → TTM มิ.ย. 2026 (%)
ผลประกอบการเปรียบเทียบครึ่งปีแรก — 1H2025 vs 1H2026 (฿ ล้าน)

งบแสดงสถานะการเงินและกระแสเงินสด (Balance Sheet & Cash Flow)

โครงสร้างสินทรัพย์ หนี้สิน ส่วนของผู้ถือหุ้น และสภาพคล่องทางการเงิน ณ 30 มิถุนายน 2026
รายการทางการเงิน (฿ล้าน) 31 ธ.ค. 2023 31 ธ.ค. 2024 31 ธ.ค. 2025 30 มิ.ย. 2026 การเปลี่ยนแปลงเทียบสิ้นปี 2568
สินทรัพย์หมุนเวียน (Current Assets) 49,850.0 67,412.0 52,190.0 48,915.2 -6.3% (สินค้าคงเหลือลดลงตามการเร่งส่งมอบ)
สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน (Non-current Assets) 61,887.0 63,796.0 61,575.0 59,840.1 -2.8% (การตัดค่าเสื่อมราคาตามปกติ)
สินทรัพย์รวม (Total Assets) 111,737.0 131,208.0 113,765.0 108,755.4 -4.4% (สินทรัพย์มีประสิทธิภาพหมุนเวียนเร็วขึ้น)
หนี้สินหมุนเวียน (Current Liabilities) 15,106.0 42,132.0 27,180.0 20,048.0 -26.2% (ชำระคืนเงินกู้ยืมระยะสั้นสถาบันการเงิน)
หนี้สินไม่หมุนเวียน (Non-current Liabilities) 28,485.0 19,381.0 20,379.0 20,279.2 -0.5% (รักษาระดับหุ้นกู้ระยะยาว)
หนี้สินรวม (Total Liabilities) 43,591.0 61,513.0 47,559.0 40,327.2 -15.2% (ภาระหนี้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ)
ส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ (Parent’s Equity) 48,650.0 50,112.0 48,220.0 50,288.5 +4.3% (รับรู้กำไรจากการดำเนินงาน 1H26)
ส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุม (NCI - STGT) 19,496.0 19,583.0 17,985.0 18,139.6 +0.9% (ส่วนของผู้ถือหุ้นภายนอกใน STGT)
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม (Total Equity) 68,146.0 69,695.0 66,205.0 68,428.1 +3.4% (ฐานทุนเข้มแข็งขึ้น)
อัตราส่วนสภาพคล่อง (Current Ratio) 3.30x 1.60x 1.92x 2.44x สินทรัพย์หมุนเวียนเหนือหนี้ระยะสั้น 2.44 เท่า
โครงสร้างงบแสดงสถานะการเงิน: ส่วนของผู้ถือหุ้น หนี้สินรวม และสินทรัพย์รวม (฿ ล้าน)

สถานะกระแสเงินสด: การบริหารเงินทุนหมุนเวียนและการชำระคืนหนี้เชิงรุก

ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2026 STA มีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานเป็นบวกอย่างแข็งแกร่ง จากวงจรเงินสดที่สั้นลงและการบริหารสินค้าคงเหลือที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้บริษัทนำกระแสเงินสดมาชำระคืนเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงินได้เป็นจำนวนมาก หนี้สินรวมลดลงกว่า ฿7,231.8 ล้าน (-15.2% จากสิ้นปี 2568) ช่วยลดภาระดอกเบี้ยจ่ายลงเหลือ ฿294.8 ล้านใน 2Q26 (-21.8% YoY) และเหลือ ฿611.7 ล้านใน 1H26 (-28.4% YoY) เสริมสร้างความคล่องตัวทางการเงินสูงสุด

ภาระหนี้สินและอัตราส่วนเลเวอเรจ (Leverage & Solvency)

การบริหารโครงสร้างเงินทุนและอัตราส่วนความสามารถในการชำระหนี้ตามข้อกำหนดทางการเงิน
ตัวชี้วัดทางการเงิน FY2023 FY2024 FY2025 30 มิ.ย. 2026 เกณฑ์ความปลอดภัยตามข้อกำหนด (Financial Covenant)
หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุน (IB Debt / Equity) 0.64x 0.88x 0.72x 0.59x ต่ำกว่าเพดานข้อกำหนดสัญญากู้ยืมและหุ้นกู้ (< 2.0x) มาก
หหนี้สินสุทธิต่อทุน (Net IB Debt / Equity) 0.45x 0.58x 0.55x 0.41x ลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 3 ปี สะท้อนวินัยการเงินเข้มงวด
อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนรวม (Total Debt / Equity) 0.64x 0.88x 0.72x 0.59x โครงสร้างเงินทุนมีความมั่นคงสูงมาก
ความสามารถในการชำระดอกเบี้ย (Interest Coverage Ratio) 3.69x 4.79x 2.56x 8.53x EBITDA สูงกว่าดอกเบี้ยจ่าย 8.5 เท่า (ฟื้นตัวก้าวกระโดด)
แนวโน้มอัตราส่วนเลเวอเรจ: IB Debt/Equity และ Net IB Debt/Equity — FY2023 → 1H2026

สัดส่วนธุรกิจตามผลิตภัณฑ์และภูมิภาค (Segment Breakdown)

โครงสร้างรายได้แยกตามประเภทผลิตภัณฑ์งวด 1H2026 และภูมิภาคจำหน่ายงวด 2Q2026
ยางแท่ง (TSR)
73.86%
฿42,724.6 ล้าน (1H26)(MD&A)
ถุงมือยาง (STGT)
20.01%
฿11,575.5 ล้าน (1H26)(MD&A)
ยางแผ่นรมควัน (RSS)
5.82%
฿3,368.7 ล้าน (1H26)(MD&A)
น้ำยางข้น & อื่นๆ (LTX)
0.31%
฿176.8 ล้าน (1H26)(MD&A)
สัดส่วนรายได้แยกตามกลุ่มผลิตภัณฑ์ในงวด 1H2026 (ยอดรวม ฿57,845.6 ล้าน)

สัดส่วนรายได้ตามตลาดส่งออกทางภูมิศาสตร์ (Geographical Revenue Split งวด 2Q2026)

ภูมิภาค สัดส่วน (%) ลักษณะตลาดและปัจจัยขับเคลื่อน
สาธารณรัฐประชาชนจีน (China) 60.2% ลูกค้ารายใหญ่สุด ศูนย์กลางอุตสาหกรรมผลิตยางล้อและยานยนต์ EV ชั้นนำของโลก อุปสงค์กลับมาสั่งซื้อเพื่อเติมสต็อก
เอเชียอื่นๆ (Other Asia excl. China & Thailand) 14.7% ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย เวียดนาม ฐานผลิตยางรถยนต์และอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์พรีเมียม
ประเทศไทย (Thailand) 12.4% โรงงานผลิตยางล้อแบรนด์สากลที่ตั้งฐานในเขต EEC และโรงงานอุตสาหกรรมต่อเนื่อง
สหภาพยุโรป (Europe) 7.8% ตลาดยางเกรดพรีเมียม EUDR เพื่อสอดรับเกณฑ์ Zero-Deforestation แนวโน้มเพิ่มขึ้นชัดเจน
ทวีปอเมริกา (Americas) 4.6% สหรัฐอเมริกา แคนาดา บราซิล ตลาดบริโภคถุงมือยางทางการแพทย์และยางแท่ง
อื่นๆ (Others) 0.3% ภูมิภาคตะวันออกกลาง แอฟริกา และออสเตรเลีย

ประวัติการจ่ายเงินปันผล (Dividend History)

นโยบายการจ่ายเงินปันผล สถิติการจ่ายจริง และประมาณการเงินปันผลงวดปี 2026

นโยบายเงินปันผล (Dividend Policy): บริษัทมีนโยบายจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราไม่น้อยกว่า 30% ของกำไรสุทธิตามงบการเงินเฉพาะกิจการ หลังจากหักภาษีเงินได้นิติบุคคลและทุนสำรองตามกฎหมาย โดยคำนึงถึงแผนการลงทุน กระแสเงินสด และความมั่นคงทางการเงินเป็นสำคัญ

รอบปีการดำเนินงาน กำไรต่อหุ้น (EPS) เงินปันผลต่อหุ้น (DPS) มูลค่าเงินปันผลรวม (฿ล้าน) Dividend Payout (%) วันที่จ่ายเงินปันผล / หมายเหตุ
FY2021 ฿10.32 ฿4.15 6,374.4 40.21% ปีทองของอุตสาหกรรมถุงมือยางจากการระบาดโควิด-19
FY2022 ฿3.12 ฿2.00 3,072.0 64.10% จ่ายระหว่างกาล ฿1.00 และปันผลงวดสุดท้าย ฿1.00
FY2023 (฿0.28) ฿1.00 1,536.0 N/A จ่ายจากกำไรสะสมเพื่อรักษาระดับผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
FY2024 ฿1.09 ฿1.00 1,536.0 91.96% จ่ายระหว่างกาล ฿0.40 และงวดสุดท้าย ฿0.60
FY2025 (฿0.82) ฿0.50 768.0 N/A จ่ายจากกำไรสะสมของงบเฉพาะกิจการ (7 พ.ค. 2026)
1H2026 (Actual) ฿1.00 ฿0.50 768.0 49.86% ขึ้นเครื่องหมาย XD 27 ส.ค. 2569 และจ่าย 11 ก.ย. 2569
FY2026E (Consensus) ฿1.85 – ฿2.00 ฿0.80 – ฿0.90 1,228.8 – 1,382.4 ~43.0% – 45.0% คาดการณ์บนฐานกำไรปี 2026F ราว ฿2,900 – ฿3,100 ล้าน
เงินปันผลต่อหุ้น (Dividend Per Share: DPS) รายปี — FY2021 → 2026E (บาท/หุ้น)

การเปรียบเทียบในกลุ่มอุตสาหกรรม (Peer Comparison)

เปรียบเทียบมูลค่าหลักทรัพย์ อัตราส่วนการประเมินมูลค่า และผลตอบแทน — ข้อมูลตลาด ณ 7 ตุลาคม 2026
ชื่อย่อหุ้น ชื่อบริษัท ราคาปิด (บาท) Market Cap (฿ล้าน) P/E (x) P/BV (x) Div Yield (%) จุดเด่นเชิงโครงสร้างธุรกิจและการแข่งขัน
STA ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี ฿21.90 33,638.4 90.23 0.67 2.28% ผู้นำอันดับ 1 ของโลก ครบวงจรยางธรรมชาติและถุงมือยาง ได้ Green Premium EUDR
STGT ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) ฿10.30 29,797.9 83.95 0.85 4.85% บริษัทย่อยของ STA ผลิตถุงมือยางท็อป 5 ของโลก อัตรากำไรฟื้นตัวก้าวกระโดด
NER นอร์ทอีส รับเบอร์ ฿4.58 8,463.0 5.99 1.20 6.77% ผู้ผลิตยางแท่งในภาคอีสาน คุมต้นทุนจัดซื้อดีเยี่ยม ปันผลสูงสม่ำเสมอ
TEGH ไทยอีสเทิร์น กรุ๊ปฯ ฿3.16 3,391.2 8.65 0.88 6.96% ผู้ผลิตยางแท่งเกรดพรีเมียม น้ำมันปาล์มดิบ และพลังงานไบโอแก๊สหมุนเวียน
TRUBB ไทยรับเบอร์ลาเท็คซ์ฯ ฿1.04 874.1 — 0.42 0.29% ผู้ผลิตน้ำยางข้นและเส้นด้ายยางยืด ประสบผลขาดทุนสุทธิต่อเนื่อง
เปรียบเทียบ Market Cap (฿ ล้าน - แกนซ้าย) และ P/E Multiple (เท่า - แกนขวา) ในกลุ่มอุตสาหกรรม

หมายเหตุ: TRUBB มีผลประกอบการขาดทุนสุทธิในรอบ TTM จึงไม่มีอัตราส่วน P/E (แสดงเป็น — ในตารางและเว้นว่างในกราฟ)

มุมมองและแนวโน้มในอนาคต (Outlook & Catalysts)

ปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโต แผนการดำเนินงาน และเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ของฝ่ายบริหาร

1. ตัวเร่งการเติบโตจากกฎระเบียบ EUDR: การยึดครองส่วนแบ่งการตลาดยุโรปและ Green Premium

สหภาพยุโรปได้ออกกฎหมายว่าด้วยสินค้าปลอดการตัดไม้ทำลายป่า (EUDR) กำหนดให้การนำเข้ายางพาราต้องมีการระบุพิกัดแปลงปลูก (Geolocation) และตรวจสอบย้อนกลับได้ 100% กลุ่มศรีตรังเป็นผู้ประกอบการเพียงไม่กี่รายในโลกที่มีความพร้อมระดับอุตสาหกรรม โดยมีเกษตรกรในเครือข่ายลงทะเบียนพิกัดแล้วกว่า 1 แสนรายผ่านแอปพลิเคชัน Sri Trang Friends ปริมาณการส่งมอบยาง EUDR ใน 1H2026 เริ่มสร้างรายได้พรีเมียมชัดเจน และบริษัทตั้งเป้าหมายขยายสัดส่วนการส่งออกยาง EUDR สู่ระดับ 15–20% ของปริมาณขายยางแท่งทั้งหมดในครึ่งปีหลัง 2026 และปี 2027 หนุนให้ส่วนแบ่งการตลาดในยุโรปเพิ่มขึ้นพร้อมมาร์จิ้นที่กว้างขึ้นอย่างยั่งยืน (Analyst Meeting Presentation 2Q26 Slide 14)

2. วงจรขาขึ้นของราคายางพาราโลก (Structural Deficit & TSR20 Upcycle)

อุปทานยางธรรมชาติโลกเผชิญภาวะตึงตัวเชิงโครงสร้าง เนื่องจากพื้นที่ปลูกยางพาราในอินโดนีเซียลดลงอย่างต่อเนื่องจากการเปลี่ยนไปปลูกปาล์มน้ำมันที่ให้ผลตอบแทนราคาสูงกว่า ประกอบกับปัญหาโรคใบร่วงและปรากฏการณ์เอลนีโญ/ลานีญาที่รบกวนผลผลิตน้ำยางสดในภาคใต้ของไทย ส่งผลให้อุปทานยางโลกเติบโตต่ำกว่าการบริโภคของอุตสาหกรรมยานยนต์โลกที่เติบโต 1.5–2.5% ต่อปี เอื้อให้ราคายางแท่ง SICOM TSR20 ทรงตัวในระดับสูงกว่า 210–225 เซนต์/กก. และเปิดโอกาสให้ STA ขยาย Spread กำไรการแปรรูปยางได้อย่างต่อเนื่อง (MD&A 2Q26 หน้า 9)

3. การยกระดับประสิทธิภาพโรงงานด้วย Factory of the Future และ AI Machine (โครงการ SAM)

STA เดินหน้าภารกิจ “Empowering AI” พัฒนาโมเดลปัญญาประดิษฐ์ในระบบโรงงานแปรรูปยาง (โครงการ SAM: Sri Trang AI Machine) โดยเฉพาะระบบ AI Dryer ที่ควบคุมอุณหภูมิและการอบยางแท่งอัตโนมัติ ซึ่งลดการสูญเสียพลังงานความร้อนลงได้ 8–12% และลดการสูญเสียเนื้อยาง ปัจจุบันติดตั้งแล้ว 2 โรงงาน และมีแผนขยายเป็น 6 โรงงานภายในสิ้นปี 2026 และครบ 14 โรงงานในปี 2027 ช่วยประหยัดต้นทุนดำเนินงานได้อย่างมีนัยสำคัญ

ปัจจัยความเสี่ยงและการประเมินผลกระทบ (Risk Factors & Sensitivity)

การประเมินความเสี่ยงเชิงปริมาณ 7 มิติ ตัวชี้วัดที่ต้องติดตาม (Observable Triggers) และแนวทางบริหารความเสี่ยง
มิติความเสี่ยง คำอธิบายลักษณะความเสี่ยง ตัวชี้วัดที่ต้องติดตาม (Observable Trigger) ผลกระทบเชิงปริมาณ แนวทางบริหารความเสี่ยง (Mitigation Strategy)
1. ความผันผวนของราคายางพาราโลก ราคายางพาราขึ้นกับตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้า (SICOM, TOCOM, SHFE) และราคาน้ำมันดิบ ราคายาง SICOM TSR20 ปรับตัวลดลงหลุด 190 เซนต์/กก. หรือลดลงเกิน 10% ภายใน 1 เดือน Spread กำไรแคบลง และอาจเกิดผลขาดทุนจากการตีราคาสินค้าคงเหลือ (NRV Loss) ใช้กลยุทธ์จับคู่คำสั่งซื้อวัตถุดิบกับการขายล่วงหน้า (Back-to-back Matching) ป้องกันความเสี่ยงด้วยตราสารอนุพันธ์ และคุมสต็อกที่ 30–45 วัน
2. ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ EUDR สหภาพยุโรปอาจพิจารณาเลื่อนกำหนดเวลาบังคับใช้ หรือผ่อนปรนเกณฑ์ตรวจสอบย้อนกลับ มติที่ประชุมรัฐสภายุโรป (European Parliament) ประกาศเลื่อนกำหนดการบังคับใช้เกิน 12 เดือน Green Premium ต่อตันยางลดลง คืนทุนจากการพัฒนาระบบช้ากว่าประมาณการ ยางของ STA ได้รับมาตรฐานคุณภาพสากลสูงอยู่แล้ว สามารถขายในตลาดปกติได้ทันที อีกทั้งแพลตฟอร์ม STF ช่วยลดต้นทุนจัดซื้อในประเทศ
3. การพึ่งพาตลาดจีนและยานยนต์ ยอดขายกว่า 60.2% ส่งออกไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีนเพื่อป้อนโรงงานผลิตยางล้อ ดัชนี Caixin China Manufacturing PMI ต่ำกว่าระดับ 49.0 ติดต่อกัน 3 เดือน หรือยอดส่งออกยางล้อจีนติดลบ ปริมาณคำสั่งซื้อชะลอตัว การแข่งขันด้านราคาทวีความรุนแรง เร่งขยายตลาดส่งออกใหม่ในอินเดีย ยุโรป สหรัฐอเมริกา และภูมิภาคอาเซียน เพื่อลดการกระจุกตัวของลูกค้ารายภูมิภาค
4. สภาพภูมิอากาศ ภัยแล้ง และลานีญา ฝนตกหนักต่อเนื่องทำให้กรีดยางไม่ได้ (Tap Loss) หรือภัยแล้งรุนแรงฉุดผลผลิตน้ำยางสด ปริมาณน้ำฝนสะสมเกินเกณฑ์ปกติในภาคใต้ของกรมอุตุนิยมวิทยา หรือเกิดอุทกภัยสวนยางเกิน 5 จังหวัด ราคาน้ำยางสดพุ่งสูงฉับพลัน ขาดแคลนวัตถุดิบเข้าโรงงาน อัตราการใช้กำลังการผลิตลดลง กระจายฐานโรงงานรับซื้อวัตถุดิบในภาคอีสาน ภาคเหนือ และโรงงาน 4 แห่งในอินโดนีเซีย เพื่อชดเชยปริมาณผลผลิต
5. ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน รายได้ส่งออกกว่า 85% เป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบเป็นเงินบาทและรูเปียห์ ค่าเงินบาทเทียบดอลลาร์ (USD/THB) แข็งค่าหลุดระดับ 34.00 บาท/USD อย่างรวดเร็ว ทุก 1 บาทที่แข็งค่าเทียบ USD กระทบกำไรสุทธิราว 300–400 ล้านบาท หากไม่ได้ป้องกันความเสี่ยง ทำ Natural Hedge ผ่านเงินกู้ยืมและจัดซื้อเป็นเงินตราต่างประเทศ พร้อมทำสัญญา Forward FX ครอบคลุม 80–100%
6. การแข่งขันในธุรกิจถุงมือยาง ผู้ผลิตถุงมือยางในจีนและมาเลเซียเร่งขยายกำลังการผลิตถุงมือไนไตรล์และตัดราคา ราคาถุงมือไนไตรล์จีนปรับลดลงต่ำกว่า $15 ต่อ 1,000 ชิ้น กดดัน Gross Margin ของ STGT ไม่ให้ยืนเหนือระดับ 15% มุ่งเน้นถุงมือยางธรรมชาติ (NR Gloves) ที่ STGT ได้เปรียบต้นทุนน้ำยางต้นน้ำของ STA พร้อมขยายถุงมือเกรดการแพทย์พรีเมียม
7. ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์และค่าระวางเรือ ความตึงเครียดในตะวันออกกลางและทะเลแดงผลักดันค่าระวางเรือตู้คอนเทนเนอร์ให้สูงขึ้น ดัชนีค่าระวางเรือตู้คอนเทนเนอร์โลก (SCFI / WCI) พุ่งสูงเกิน 4,000 จุด ต้นทุนโลจิสติกส์การส่งออกเพิ่มขึ้น และรอบระยะเวลาขนส่งสินค้านานขึ้น ทำสัญญาส่งมอบแบบ FOB ให้ผู้ซื้อรับผิดชอบค่าระวาง หรือสัญญา CIF ที่ปรับราคาตามค่าระวางเรือจริง พร้อมมีกองรถและ ICD ของตนเอง

บทวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรค (SWOT Analysis)

การประเมินศักยภาพเชิงยุทธศาสตร์และการแข่งขันของบริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี

จุดแข็ง (Strengths)

  • ผู้นำอันดับ 1 ของโลก: กำลังการผลิตรวมกว่า 3.3 ล้านตัน/ปี ส่วนแบ่งตลาดยางธรรมชาติโลก ~12% (Presentation 2Q26)
  • ผู้นำยาง EUDR 100%: มีแพลตฟอร์ม Sri Trang Friends พร้อมส่งออกยางที่ระบุพิกัดแปลงปลูกได้จริงรายแรกของโลก
  • ระบบนิเวศครบวงจร (Vertical Integration): เชื่อมโยงตั้งแต่สวนยาง โรงแปรรูป วิศวกรรม โลจิสติกส์ จนถึงถุงมือยาง (STGT)
  • ฐานะการเงินแข็งแกร่ง (Fortress Balance Sheet): Net Debt/Equity 0.41x และ Current Ratio สูง 2.44x (MD&A 2Q26)

จุดอ่อน (Weaknesses)

  • ความผันผวนตามสินค้าโภคภัณฑ์: รายได้กว่า 74% ขึ้นกับราคาตลาดโลกและ Spread ยางแท่ง TSR20
  • การพึ่งพาตลาดจีนสูง: รายได้จากสาธารณรัฐประชาชนจีนคิดเป็น 60.2% ของรายได้รวม อ่อนไหวต่อเศรษฐกิจจีน
  • อัตราการใช้กำลังการผลิตปานกลาง: อัตราการใช้กำลังผลิตยางธรรมชาติใน 2Q2026 อยู่ที่ 50.5% ยังมีส่วนเกิน
  • ROE ผันผวนตามรอบวัฏจักร: ในช่วงที่ราคายางพาราตกต่ำ ผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้นจะปรับลดลงตามรอบธุรกิจ

โอกาส (Opportunities)

  • เบี้ยพรีเมียมยาง EUDR: ยุโรปเปิดรับยางปลอดการตัดไม้ทำลายป่า ให้ราคาสูงกว่ายางทั่วไป $20–$50 ต่อตัน
  • การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมถุงมือยาง: STGT ผ่านจุดต่ำสุดและปรับราคาขายขึ้น หนุน Gross Margin ทะลุ 17% (MD&A)
  • การประยุกต์ใช้ AI Dryer & SAM: ลดต้นทุนพลังงาน ลดเวลาอบยาง และเพิ่มผลผลิตต่อกะอย่างยั่งยืน
  • ภาวะขาดแคลนยางโลกเชิงโครงสร้าง: การลดพื้นที่ปลูกยางในอาเซียนผลักดันให้ราคายางทรงตัวในระดับสูงระยะยาว

อุปสรรค (Threats)

  • สภาพภูมิอากาศแปรปรวน (ลานีญา / เอลนีโญ): ฝนตกชุกกระทบการกรีดยาง หรือภัยแล้งลดปริมาณน้ำยางสด
  • ความไม่แน่นอนในการบังคับใช้เกณฑ์ EUDR: หากสหภาพยุโรปผ่อนปรนกฎหมายอาจลดทอนความได้เปรียบด้านราคา
  • ความผันผวนของค่าเงินบาท: หากเงินบาทแข็งค่าเทียบดอลลาร์สหรัฐอย่างรวดเร็วจะกระทบรายได้และมาร์จิ้นส่งออก
  • สงครามราคาถุงมือยางสังเคราะห์จากจีน: ผู้ผลิตจีนใช้เทคโนโลยีใหม่กดดันราคาในตลาดถุงมือไนไตรล์โลก

มุมมองนักลงทุนและการประเมินมูลค่า (Investor View & Valuation)

สรุปมุมมองนักวิเคราะห์ สมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน (IAA Consensus) และกลยุทธ์การลงทุน

สรุปมติบทวิเคราะห์ IAA Consensus (สมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน ณ กันยายน – ตุลาคม 2026)

บทวิเคราะห์จากสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน (IAA Consensus) ให้คำแนะนำในเชิงบวกอย่างเอกฉันท์ (แนะนำ BUY / Outperform 7 แห่ง และ Trading Buy 1 แห่ง) โดยมี ราคาเป้าหมายเฉลี่ยที่ ฿24.60 (Median ฿24.60, เป้าหมายสูงสุด ฿27.00 โดย บล.โกลเบล็ก และ ฿26.00 โดย บล.กสิกรไทย, เป้าหมายต่ำสุด ฿20.90 โดย บล.กรุงไทย เอ็กซ์สปริง) คิดเป็น Upside เฉลี่ย +12.3% ถึง +23.3% จากราคาตลาดปัจจุบันที่ ฿21.90 โดยคาดการณ์กำไรสุทธิเฉลี่ยปี 2026 ที่ ฿2,925 – ฿3,100 ล้าน พลิกฟื้นอย่างก้าวกระโดดจากผลขาดทุน -฿1,266 ล้านในปีก่อนหน้า (Settrade IAA Consensus)

บริษัทหลักทรัพย์ (Broker) คำแนะนำ (Rating) ราคาเป้าหมาย (บาท) ประมาณการกำไรปี 26F (฿ล้าน) ประมาณการกำไรปี 27F (฿ล้าน) นักวิเคราะห์ / แหล่งข้อมูล
บล.โกลเบล็ก (GLOBLEX) BUY (Top Pick) ฿27.00 3,450 3,620 คุณสุวัฒน์ สินสาฎก (GLOBLEX)
บล.กสิกรไทย (KS) Outperform Market ฿26.00 3,525 3,431 คุณธัน ชิระสิทธิกร (KS)
บล.หยวนต้า (YUANTA) BUY ฿25.50 2,726 3,313 คุณธีรณัฐ จิระศิริวัฒน์ (YUANTA)
บล.ทรีนีตี้ (TRINITY) Trading Buy ฿24.60 2,598 2,637 คุณวีรินทร์ มหาดำรงค์กุล (TRINITY)
บล.กรุงศรี (KSS) BUY ฿24.00 3,171 3,233 คุณเกศ ทรงทอง (KSS)
บล.ฟินันเซีย ไซรัส (FSSIA) BUY ฿23.00 2,673 2,235 คุณสุรีย์พร ทีวะสุเวทย์ (FSSIA)
บล.ลิเบอเรเตอร์ (LIB) BUY ฿22.30 2,569 2,122 คุณนารี อภิเศวตกานต์ (LIB)
บล.กรุงไทย เอ็กซ์สปริง (KTX) Outperform Market ฿20.90 3,188 2,706 คุณปฐมพล เตชานพ (KTX)

Checklist ตัวชี้วัดสำคัญสำหรับนักลงทุนในการติดตามสถานะการลงทุน (Monitoring Checklist)

  • 1. ความเคลื่อนไหวของราคายาง SICOM TSR20: ติดตามการยืนเหนือระดับ 205–215 เซนต์/กก. เพื่อยืนยันว่า Margin Spread ของธุรกิจแปรรูปยางแท่งยังคงกว้างอย่างต่อเนื่อง
  • 2. สัดส่วนยอดขายยาง EUDR ในช่วง 2H2026: ติดตามว่าสามารถขยายสู่ระดับเป้าหมาย 15–20% ของยอดขายยางแท่งรวมได้หรือไม่ พร้อมทั้งการรับรู้เบี้ยพรีเมียมราคาขายอย่างมีนัยสำคัญ
  • 3. การรักษาระดับมาร์จิ้นของ STGT: ติดตาม Gross Margin ของธุรกิจถุงมือยางให้อยู่ในกรอบ 15%–18% ท่ามกลางการส่งผ่านต้นทุนน้ำยางข้นและการแข่งขันกับคู่แข่งมาเลเซีย-จีน
  • 4. ความคืบหน้าโครงการ SAM และ AI Dryer: การเปิดใช้งานครบ 6 โรงงานภายในสิ้นปี 2026 เพื่อลดต้นทุนพลังงานและค่าใช้จ่ายต่อตันยางแปรรูป
  • 5. Margin of Safety จาก Valuation: หุ้น STA ยังคงซื้อขายที่ P/BV เพียง 0.67 เท่า ต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี ฿32.74/หุ้น อย่างมาก ถือเป็นแต้มต่อความปลอดภัยสูงสำหรับนักลงทุนระยะกลางถึงยาว