ผลการดำเนินงานงวด 1H2026 ของ บมจ.ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี (STA) พลิกฟื้นอย่างแข็งแกร่ง (Turnaround) สู่กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ ฿1,540.4 ล้าน เทียบกับขาดทุนสุทธิ -฿98.1 ล้านใน 1H25 โดยเฉพาะไตรมาส 2/2569 กำไรสุทธิเร่งตัวแตะ ฿895.0 ล้าน (+38.7% QoQ) ขับเคลื่อนด้วย (1) ราคายางแท่งตลาดสิงคโปร์ (SICOM TSR20) ยืนเหนือ 210–220 เซนต์/กก. (+29.7% YoY) จากภาวะอุปทานตึงตัวเชิงโครงสร้างในไทยและอินโดนีเซีย (2) STA มีความพร้อมสูงสุดในยางมาตรฐาน EUDR รายแรกของโลก ผ่านแพลตฟอร์ม Sri Trang Friends ที่บันทึกพิกัดแปลงปลูกกว่า 100,000 ราย จึงได้รับเบี้ยพรีเมียม (Green Premium) เหนือยางมาตรฐานทั่วไป (3) ธุรกิจถุงมือยาง (STGT) ปรับราคาขายสะท้อนต้นทุนสำเร็จ หนุน Gross Margin แตะ 17.0% สูงสุดรอบ 4 ปี และ (4) โครงสร้างทางการเงินแข็งแกร่ง Net Debt/Equity ลดเหลือเพียง 0.41 เท่า ขณะที่ราคาหุ้นซื้อขายที่ P/BV เพียง 0.67 เท่า ต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี ฿32.74/หุ้น อย่างมีนัยสำคัญ
| ลำดับ | รายชื่อผู้ถือหุ้น | จำนวนหุ้น (หุ้น) | สัดส่วน (%) | หมายเหตุ / ความสัมพันธ์ |
|---|---|---|---|---|
| 1 | บริษัท ศรีตรัง โฮลดิ้งส์ จำกัด (Sri Trang Holdings Co., Ltd.) | 344,190,629 | 22.41% | กลุ่มครอบครัวสินเจริญกุล (ผู้ก่อตั้งกลุ่มบริษัท) |
| 2 | บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด (Thai NVDR Co., Ltd.) | 146,078,961 | 9.51% | ผู้ถือหุ้นต่างชาติและสถาบันผ่านระบบ NVDR |
| 3 | นายไวยวุฒิ สินเจริญกุล (Mr. Viyavood Sincharoenkul) | 132,987,509 | 8.66% | ประธานกรรมการบริหารและผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มศรีตรัง |
| 4 | LGT BANK (SINGAPORE) LTD | 63,430,840 | 4.13% | สถาบันการเงินและผู้รับฝากสินทรัพย์ระหว่างประเทศ |
| 5 | THE CENTRAL DEPOSITORY (PTE) LIMITED | 59,573,806 | 3.88% | ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์สิงคโปร์ (Dual-listed SGX: STG) |
หมายเหตุ: STA จดทะเบียนซื้อขายแบบสองตลาด (Dual-listed Company) ทั้งในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET: STA) และตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ (SGX: STG) ทุนจดทะเบียน 1,536.00 ล้านบาท ทุนชำระแล้ว 1,535,999,998 บาท (พาร์ 1.00 บาท)
บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) (STA) ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2530 เป็นองค์กรผู้ผลิตและจัดจำหน่ายยางธรรมชาติครบวงจร (Fully Integrated Natural Rubber Company) รายใหญ่ที่สุดในโลก ครอบครองส่วนแบ่งทางการตลาดประมาณ 12% ของความต้องการยางธรรมชาติทั่วโลก โดยกลุ่มบริษัทดำเนินธุรกิจครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ และระบบสนับสนุนอุตสาหกรรม ผ่านโรงงานแปรรูปยาง 34 แห่งในประเทศไทย อินโดนีเซีย และเมียนมา ด้วยกำลังการผลิตรวมกว่า 3.3 ล้านตันต่อปี
| รายการทางการเงิน (฿ล้าน) | FY2023 | FY2024 | FY2025 | 1H2025 | 1H2026 | %YoY (1H) | TTM (มิ.ย. 26) |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| รายได้จากการขายและบริการ | 84,245.0 | 114,374.0 | 113,478.0 | 65,226.5 | 57,845.6 | -11.3% | 106,097.1 |
| ต้นทุนขายและบริการ | (76,073.2) | (103,508.5) | (106,442.3) | (60,724.7) | (51,569.4) | -15.1% | (97,287.0) |
| กำไรขั้นต้น (Gross Profit) | 8,171.8 | 10,865.5 | 7,035.7 | 4,501.8 | 6,276.2 | +39.4% | 8,810.1 |
| ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) | (5,321.0) | (5,263.0) | (6,301.0) | (3,990.4) | (3,633.0) | -9.0% | (5,943.6) |
| EBITDA | 3,985.0 | 7,754.0 | 4,049.0 | 3,017.8 | 5,215.8 | +72.8% | 6,247.0 |
| กำไรจากการดำเนินงาน (EBIT) | 1,462.0 | 4,124.0 | 412.0 | 735.6 | 2,862.6 | +289.2% | 2,539.0 |
| ต้นทุนทางการเงิน (Finance Costs) | (1,080.0) | (1,620.0) | (1,580.0) | (854.4) | (611.7) | -28.4% | (1,337.3) |
| กำไร (ขาดทุน) สุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ | (434.0) | 1,670.0 | (1,266.0) | (98.1) | 1,540.4 | Turnaround | 372.5 |
| อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin %) | 9.70% | 9.50% | 6.20% | 6.90% | 10.85% | +3.95% | 8.30% |
| อัตรากำไร EBITDA (EBITDA Margin %) | 4.73% | 6.78% | 3.57% | 4.63% | 9.02% | +4.39% | 5.89% |
| อัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin %) | -0.52% | 1.46% | -1.12% | -0.15% | 2.66% | +2.81% | 0.35% |
| รายการทางการเงิน (฿ล้าน) | 31 ธ.ค. 2023 | 31 ธ.ค. 2024 | 31 ธ.ค. 2025 | 30 มิ.ย. 2026 | การเปลี่ยนแปลงเทียบสิ้นปี 2568 |
|---|---|---|---|---|---|
| สินทรัพย์หมุนเวียน (Current Assets) | 49,850.0 | 67,412.0 | 52,190.0 | 48,915.2 | -6.3% (สินค้าคงเหลือลดลงตามการเร่งส่งมอบ) |
| สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน (Non-current Assets) | 61,887.0 | 63,796.0 | 61,575.0 | 59,840.1 | -2.8% (การตัดค่าเสื่อมราคาตามปกติ) |
| สินทรัพย์รวม (Total Assets) | 111,737.0 | 131,208.0 | 113,765.0 | 108,755.4 | -4.4% (สินทรัพย์มีประสิทธิภาพหมุนเวียนเร็วขึ้น) |
| หนี้สินหมุนเวียน (Current Liabilities) | 15,106.0 | 42,132.0 | 27,180.0 | 20,048.0 | -26.2% (ชำระคืนเงินกู้ยืมระยะสั้นสถาบันการเงิน) |
| หนี้สินไม่หมุนเวียน (Non-current Liabilities) | 28,485.0 | 19,381.0 | 20,379.0 | 20,279.2 | -0.5% (รักษาระดับหุ้นกู้ระยะยาว) |
| หนี้สินรวม (Total Liabilities) | 43,591.0 | 61,513.0 | 47,559.0 | 40,327.2 | -15.2% (ภาระหนี้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ) |
| ส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ (Parent’s Equity) | 48,650.0 | 50,112.0 | 48,220.0 | 50,288.5 | +4.3% (รับรู้กำไรจากการดำเนินงาน 1H26) |
| ส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุม (NCI - STGT) | 19,496.0 | 19,583.0 | 17,985.0 | 18,139.6 | +0.9% (ส่วนของผู้ถือหุ้นภายนอกใน STGT) |
| ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม (Total Equity) | 68,146.0 | 69,695.0 | 66,205.0 | 68,428.1 | +3.4% (ฐานทุนเข้มแข็งขึ้น) |
| อัตราส่วนสภาพคล่อง (Current Ratio) | 3.30x | 1.60x | 1.92x | 2.44x | สินทรัพย์หมุนเวียนเหนือหนี้ระยะสั้น 2.44 เท่า |
ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2026 STA มีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานเป็นบวกอย่างแข็งแกร่ง จากวงจรเงินสดที่สั้นลงและการบริหารสินค้าคงเหลือที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้บริษัทนำกระแสเงินสดมาชำระคืนเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงินได้เป็นจำนวนมาก หนี้สินรวมลดลงกว่า ฿7,231.8 ล้าน (-15.2% จากสิ้นปี 2568) ช่วยลดภาระดอกเบี้ยจ่ายลงเหลือ ฿294.8 ล้านใน 2Q26 (-21.8% YoY) และเหลือ ฿611.7 ล้านใน 1H26 (-28.4% YoY) เสริมสร้างความคล่องตัวทางการเงินสูงสุด
| ตัวชี้วัดทางการเงิน | FY2023 | FY2024 | FY2025 | 30 มิ.ย. 2026 | เกณฑ์ความปลอดภัยตามข้อกำหนด (Financial Covenant) |
|---|---|---|---|---|---|
| หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุน (IB Debt / Equity) | 0.64x | 0.88x | 0.72x | 0.59x | ต่ำกว่าเพดานข้อกำหนดสัญญากู้ยืมและหุ้นกู้ (< 2.0x) มาก |
| หหนี้สินสุทธิต่อทุน (Net IB Debt / Equity) | 0.45x | 0.58x | 0.55x | 0.41x | ลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 3 ปี สะท้อนวินัยการเงินเข้มงวด |
| อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนรวม (Total Debt / Equity) | 0.64x | 0.88x | 0.72x | 0.59x | โครงสร้างเงินทุนมีความมั่นคงสูงมาก |
| ความสามารถในการชำระดอกเบี้ย (Interest Coverage Ratio) | 3.69x | 4.79x | 2.56x | 8.53x | EBITDA สูงกว่าดอกเบี้ยจ่าย 8.5 เท่า (ฟื้นตัวก้าวกระโดด) |
| ภูมิภาค | สัดส่วน (%) | ลักษณะตลาดและปัจจัยขับเคลื่อน |
|---|---|---|
| สาธารณรัฐประชาชนจีน (China) | 60.2% | ลูกค้ารายใหญ่สุด ศูนย์กลางอุตสาหกรรมผลิตยางล้อและยานยนต์ EV ชั้นนำของโลก อุปสงค์กลับมาสั่งซื้อเพื่อเติมสต็อก |
| เอเชียอื่นๆ (Other Asia excl. China & Thailand) | 14.7% | ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย เวียดนาม ฐานผลิตยางรถยนต์และอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์พรีเมียม |
| ประเทศไทย (Thailand) | 12.4% | โรงงานผลิตยางล้อแบรนด์สากลที่ตั้งฐานในเขต EEC และโรงงานอุตสาหกรรมต่อเนื่อง |
| สหภาพยุโรป (Europe) | 7.8% | ตลาดยางเกรดพรีเมียม EUDR เพื่อสอดรับเกณฑ์ Zero-Deforestation แนวโน้มเพิ่มขึ้นชัดเจน |
| ทวีปอเมริกา (Americas) | 4.6% | สหรัฐอเมริกา แคนาดา บราซิล ตลาดบริโภคถุงมือยางทางการแพทย์และยางแท่ง |
| อื่นๆ (Others) | 0.3% | ภูมิภาคตะวันออกกลาง แอฟริกา และออสเตรเลีย |
นโยบายเงินปันผล (Dividend Policy): บริษัทมีนโยบายจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราไม่น้อยกว่า 30% ของกำไรสุทธิตามงบการเงินเฉพาะกิจการ หลังจากหักภาษีเงินได้นิติบุคคลและทุนสำรองตามกฎหมาย โดยคำนึงถึงแผนการลงทุน กระแสเงินสด และความมั่นคงทางการเงินเป็นสำคัญ
| รอบปีการดำเนินงาน | กำไรต่อหุ้น (EPS) | เงินปันผลต่อหุ้น (DPS) | มูลค่าเงินปันผลรวม (฿ล้าน) | Dividend Payout (%) | วันที่จ่ายเงินปันผล / หมายเหตุ |
|---|---|---|---|---|---|
| FY2021 | ฿10.32 | ฿4.15 | 6,374.4 | 40.21% | ปีทองของอุตสาหกรรมถุงมือยางจากการระบาดโควิด-19 |
| FY2022 | ฿3.12 | ฿2.00 | 3,072.0 | 64.10% | จ่ายระหว่างกาล ฿1.00 และปันผลงวดสุดท้าย ฿1.00 |
| FY2023 | (฿0.28) | ฿1.00 | 1,536.0 | N/A | จ่ายจากกำไรสะสมเพื่อรักษาระดับผลตอบแทนผู้ถือหุ้น |
| FY2024 | ฿1.09 | ฿1.00 | 1,536.0 | 91.96% | จ่ายระหว่างกาล ฿0.40 และงวดสุดท้าย ฿0.60 |
| FY2025 | (฿0.82) | ฿0.50 | 768.0 | N/A | จ่ายจากกำไรสะสมของงบเฉพาะกิจการ (7 พ.ค. 2026) |
| 1H2026 (Actual) | ฿1.00 | ฿0.50 | 768.0 | 49.86% | ขึ้นเครื่องหมาย XD 27 ส.ค. 2569 และจ่าย 11 ก.ย. 2569 |
| FY2026E (Consensus) | ฿1.85 – ฿2.00 | ฿0.80 – ฿0.90 | 1,228.8 – 1,382.4 | ~43.0% – 45.0% | คาดการณ์บนฐานกำไรปี 2026F ราว ฿2,900 – ฿3,100 ล้าน |
| ชื่อย่อหุ้น | ชื่อบริษัท | ราคาปิด (บาท) | Market Cap (฿ล้าน) | P/E (x) | P/BV (x) | Div Yield (%) | จุดเด่นเชิงโครงสร้างธุรกิจและการแข่งขัน |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| STA | ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี | ฿21.90 | 33,638.4 | 90.23 | 0.67 | 2.28% | ผู้นำอันดับ 1 ของโลก ครบวงจรยางธรรมชาติและถุงมือยาง ได้ Green Premium EUDR |
| STGT | ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) | ฿10.30 | 29,797.9 | 83.95 | 0.85 | 4.85% | บริษัทย่อยของ STA ผลิตถุงมือยางท็อป 5 ของโลก อัตรากำไรฟื้นตัวก้าวกระโดด |
| NER | นอร์ทอีส รับเบอร์ | ฿4.58 | 8,463.0 | 5.99 | 1.20 | 6.77% | ผู้ผลิตยางแท่งในภาคอีสาน คุมต้นทุนจัดซื้อดีเยี่ยม ปันผลสูงสม่ำเสมอ |
| TEGH | ไทยอีสเทิร์น กรุ๊ปฯ | ฿3.16 | 3,391.2 | 8.65 | 0.88 | 6.96% | ผู้ผลิตยางแท่งเกรดพรีเมียม น้ำมันปาล์มดิบ และพลังงานไบโอแก๊สหมุนเวียน |
| TRUBB | ไทยรับเบอร์ลาเท็คซ์ฯ | ฿1.04 | 874.1 | — | 0.42 | 0.29% | ผู้ผลิตน้ำยางข้นและเส้นด้ายยางยืด ประสบผลขาดทุนสุทธิต่อเนื่อง |
หมายเหตุ: TRUBB มีผลประกอบการขาดทุนสุทธิในรอบ TTM จึงไม่มีอัตราส่วน P/E (แสดงเป็น — ในตารางและเว้นว่างในกราฟ)
สหภาพยุโรปได้ออกกฎหมายว่าด้วยสินค้าปลอดการตัดไม้ทำลายป่า (EUDR) กำหนดให้การนำเข้ายางพาราต้องมีการระบุพิกัดแปลงปลูก (Geolocation) และตรวจสอบย้อนกลับได้ 100% กลุ่มศรีตรังเป็นผู้ประกอบการเพียงไม่กี่รายในโลกที่มีความพร้อมระดับอุตสาหกรรม โดยมีเกษตรกรในเครือข่ายลงทะเบียนพิกัดแล้วกว่า 1 แสนรายผ่านแอปพลิเคชัน Sri Trang Friends ปริมาณการส่งมอบยาง EUDR ใน 1H2026 เริ่มสร้างรายได้พรีเมียมชัดเจน และบริษัทตั้งเป้าหมายขยายสัดส่วนการส่งออกยาง EUDR สู่ระดับ 15–20% ของปริมาณขายยางแท่งทั้งหมดในครึ่งปีหลัง 2026 และปี 2027 หนุนให้ส่วนแบ่งการตลาดในยุโรปเพิ่มขึ้นพร้อมมาร์จิ้นที่กว้างขึ้นอย่างยั่งยืน (Analyst Meeting Presentation 2Q26 Slide 14)
อุปทานยางธรรมชาติโลกเผชิญภาวะตึงตัวเชิงโครงสร้าง เนื่องจากพื้นที่ปลูกยางพาราในอินโดนีเซียลดลงอย่างต่อเนื่องจากการเปลี่ยนไปปลูกปาล์มน้ำมันที่ให้ผลตอบแทนราคาสูงกว่า ประกอบกับปัญหาโรคใบร่วงและปรากฏการณ์เอลนีโญ/ลานีญาที่รบกวนผลผลิตน้ำยางสดในภาคใต้ของไทย ส่งผลให้อุปทานยางโลกเติบโตต่ำกว่าการบริโภคของอุตสาหกรรมยานยนต์โลกที่เติบโต 1.5–2.5% ต่อปี เอื้อให้ราคายางแท่ง SICOM TSR20 ทรงตัวในระดับสูงกว่า 210–225 เซนต์/กก. และเปิดโอกาสให้ STA ขยาย Spread กำไรการแปรรูปยางได้อย่างต่อเนื่อง (MD&A 2Q26 หน้า 9)
STA เดินหน้าภารกิจ “Empowering AI” พัฒนาโมเดลปัญญาประดิษฐ์ในระบบโรงงานแปรรูปยาง (โครงการ SAM: Sri Trang AI Machine) โดยเฉพาะระบบ AI Dryer ที่ควบคุมอุณหภูมิและการอบยางแท่งอัตโนมัติ ซึ่งลดการสูญเสียพลังงานความร้อนลงได้ 8–12% และลดการสูญเสียเนื้อยาง ปัจจุบันติดตั้งแล้ว 2 โรงงาน และมีแผนขยายเป็น 6 โรงงานภายในสิ้นปี 2026 และครบ 14 โรงงานในปี 2027 ช่วยประหยัดต้นทุนดำเนินงานได้อย่างมีนัยสำคัญ
| มิติความเสี่ยง | คำอธิบายลักษณะความเสี่ยง | ตัวชี้วัดที่ต้องติดตาม (Observable Trigger) | ผลกระทบเชิงปริมาณ | แนวทางบริหารความเสี่ยง (Mitigation Strategy) |
|---|---|---|---|---|
| 1. ความผันผวนของราคายางพาราโลก | ราคายางพาราขึ้นกับตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้า (SICOM, TOCOM, SHFE) และราคาน้ำมันดิบ | ราคายาง SICOM TSR20 ปรับตัวลดลงหลุด 190 เซนต์/กก. หรือลดลงเกิน 10% ภายใน 1 เดือน | Spread กำไรแคบลง และอาจเกิดผลขาดทุนจากการตีราคาสินค้าคงเหลือ (NRV Loss) | ใช้กลยุทธ์จับคู่คำสั่งซื้อวัตถุดิบกับการขายล่วงหน้า (Back-to-back Matching) ป้องกันความเสี่ยงด้วยตราสารอนุพันธ์ และคุมสต็อกที่ 30–45 วัน |
| 2. ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ EUDR | สหภาพยุโรปอาจพิจารณาเลื่อนกำหนดเวลาบังคับใช้ หรือผ่อนปรนเกณฑ์ตรวจสอบย้อนกลับ | มติที่ประชุมรัฐสภายุโรป (European Parliament) ประกาศเลื่อนกำหนดการบังคับใช้เกิน 12 เดือน | Green Premium ต่อตันยางลดลง คืนทุนจากการพัฒนาระบบช้ากว่าประมาณการ | ยางของ STA ได้รับมาตรฐานคุณภาพสากลสูงอยู่แล้ว สามารถขายในตลาดปกติได้ทันที อีกทั้งแพลตฟอร์ม STF ช่วยลดต้นทุนจัดซื้อในประเทศ |
| 3. การพึ่งพาตลาดจีนและยานยนต์ | ยอดขายกว่า 60.2% ส่งออกไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีนเพื่อป้อนโรงงานผลิตยางล้อ | ดัชนี Caixin China Manufacturing PMI ต่ำกว่าระดับ 49.0 ติดต่อกัน 3 เดือน หรือยอดส่งออกยางล้อจีนติดลบ | ปริมาณคำสั่งซื้อชะลอตัว การแข่งขันด้านราคาทวีความรุนแรง | เร่งขยายตลาดส่งออกใหม่ในอินเดีย ยุโรป สหรัฐอเมริกา และภูมิภาคอาเซียน เพื่อลดการกระจุกตัวของลูกค้ารายภูมิภาค |
| 4. สภาพภูมิอากาศ ภัยแล้ง และลานีญา | ฝนตกหนักต่อเนื่องทำให้กรีดยางไม่ได้ (Tap Loss) หรือภัยแล้งรุนแรงฉุดผลผลิตน้ำยางสด | ปริมาณน้ำฝนสะสมเกินเกณฑ์ปกติในภาคใต้ของกรมอุตุนิยมวิทยา หรือเกิดอุทกภัยสวนยางเกิน 5 จังหวัด | ราคาน้ำยางสดพุ่งสูงฉับพลัน ขาดแคลนวัตถุดิบเข้าโรงงาน อัตราการใช้กำลังการผลิตลดลง | กระจายฐานโรงงานรับซื้อวัตถุดิบในภาคอีสาน ภาคเหนือ และโรงงาน 4 แห่งในอินโดนีเซีย เพื่อชดเชยปริมาณผลผลิต |
| 5. ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน | รายได้ส่งออกกว่า 85% เป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบเป็นเงินบาทและรูเปียห์ | ค่าเงินบาทเทียบดอลลาร์ (USD/THB) แข็งค่าหลุดระดับ 34.00 บาท/USD อย่างรวดเร็ว | ทุก 1 บาทที่แข็งค่าเทียบ USD กระทบกำไรสุทธิราว 300–400 ล้านบาท หากไม่ได้ป้องกันความเสี่ยง | ทำ Natural Hedge ผ่านเงินกู้ยืมและจัดซื้อเป็นเงินตราต่างประเทศ พร้อมทำสัญญา Forward FX ครอบคลุม 80–100% |
| 6. การแข่งขันในธุรกิจถุงมือยาง | ผู้ผลิตถุงมือยางในจีนและมาเลเซียเร่งขยายกำลังการผลิตถุงมือไนไตรล์และตัดราคา | ราคาถุงมือไนไตรล์จีนปรับลดลงต่ำกว่า $15 ต่อ 1,000 ชิ้น | กดดัน Gross Margin ของ STGT ไม่ให้ยืนเหนือระดับ 15% | มุ่งเน้นถุงมือยางธรรมชาติ (NR Gloves) ที่ STGT ได้เปรียบต้นทุนน้ำยางต้นน้ำของ STA พร้อมขยายถุงมือเกรดการแพทย์พรีเมียม |
| 7. ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์และค่าระวางเรือ | ความตึงเครียดในตะวันออกกลางและทะเลแดงผลักดันค่าระวางเรือตู้คอนเทนเนอร์ให้สูงขึ้น | ดัชนีค่าระวางเรือตู้คอนเทนเนอร์โลก (SCFI / WCI) พุ่งสูงเกิน 4,000 จุด | ต้นทุนโลจิสติกส์การส่งออกเพิ่มขึ้น และรอบระยะเวลาขนส่งสินค้านานขึ้น | ทำสัญญาส่งมอบแบบ FOB ให้ผู้ซื้อรับผิดชอบค่าระวาง หรือสัญญา CIF ที่ปรับราคาตามค่าระวางเรือจริง พร้อมมีกองรถและ ICD ของตนเอง |
บทวิเคราะห์จากสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน (IAA Consensus) ให้คำแนะนำในเชิงบวกอย่างเอกฉันท์ (แนะนำ BUY / Outperform 7 แห่ง และ Trading Buy 1 แห่ง) โดยมี ราคาเป้าหมายเฉลี่ยที่ ฿24.60 (Median ฿24.60, เป้าหมายสูงสุด ฿27.00 โดย บล.โกลเบล็ก และ ฿26.00 โดย บล.กสิกรไทย, เป้าหมายต่ำสุด ฿20.90 โดย บล.กรุงไทย เอ็กซ์สปริง) คิดเป็น Upside เฉลี่ย +12.3% ถึง +23.3% จากราคาตลาดปัจจุบันที่ ฿21.90 โดยคาดการณ์กำไรสุทธิเฉลี่ยปี 2026 ที่ ฿2,925 – ฿3,100 ล้าน พลิกฟื้นอย่างก้าวกระโดดจากผลขาดทุน -฿1,266 ล้านในปีก่อนหน้า (Settrade IAA Consensus)
| บริษัทหลักทรัพย์ (Broker) | คำแนะนำ (Rating) | ราคาเป้าหมาย (บาท) | ประมาณการกำไรปี 26F (฿ล้าน) | ประมาณการกำไรปี 27F (฿ล้าน) | นักวิเคราะห์ / แหล่งข้อมูล |
|---|---|---|---|---|---|
| บล.โกลเบล็ก (GLOBLEX) | BUY (Top Pick) | ฿27.00 | 3,450 | 3,620 | คุณสุวัฒน์ สินสาฎก (GLOBLEX) |
| บล.กสิกรไทย (KS) | Outperform Market | ฿26.00 | 3,525 | 3,431 | คุณธัน ชิระสิทธิกร (KS) |
| บล.หยวนต้า (YUANTA) | BUY | ฿25.50 | 2,726 | 3,313 | คุณธีรณัฐ จิระศิริวัฒน์ (YUANTA) |
| บล.ทรีนีตี้ (TRINITY) | Trading Buy | ฿24.60 | 2,598 | 2,637 | คุณวีรินทร์ มหาดำรงค์กุล (TRINITY) |
| บล.กรุงศรี (KSS) | BUY | ฿24.00 | 3,171 | 3,233 | คุณเกศ ทรงทอง (KSS) |
| บล.ฟินันเซีย ไซรัส (FSSIA) | BUY | ฿23.00 | 2,673 | 2,235 | คุณสุรีย์พร ทีวะสุเวทย์ (FSSIA) |
| บล.ลิเบอเรเตอร์ (LIB) | BUY | ฿22.30 | 2,569 | 2,122 | คุณนารี อภิเศวตกานต์ (LIB) |
| บล.กรุงไทย เอ็กซ์สปริง (KTX) | Outperform Market | ฿20.90 | 3,188 | 2,706 | คุณปฐมพล เตชานพ (KTX) |