ข้อมูลตลาด ณ 9–10 ต.ค. 2026 · งบการเงินล่าสุด 1H2026 (สิ้นสุด 30 มิ.ย. 2026) · ตัวเลขเป็นล้านบาทหากไม่ได้ระบุเป็นอย่างอื่น
ราคาหุ้น 17.40 บาทสะท้อนการซื้อขายบน P/E TTM เพียง 3.12 เท่า ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำมากเมื่อเทียบกับความสามารถในการจ่ายปันผลและฐานะการเงินที่เป็น Net Cash ประเด็นสำคัญที่นักลงทุนต้องติดตามคือการเติมงานใหม่เข้ามาใน Backlog เพื่อรองรับช่วงหลังจบโครงการ CFP
ข้อมูลตลาด ณ 9–10 ต.ค. 2026 (SET Factsheet) · งบการเงินล่าสุด 30 มิ.ย. 2026
| รายการ | รายละเอียด |
|---|---|
| ชื่อบริษัท | บริษัท ศรีราชาคอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) · Sriracha Construction Public Company Limited |
| หมวดอุตสาหกรรม (SET) | อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง / บริการรับเหมาก่อสร้าง · Engineering & Construction |
| ลักษณะธุรกิจ | รับเหมาก่อสร้างงานวิศวกรรมเครื่องกล โครงสร้างเหล็ก และระบบท่อในโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ (EPC) |
| ทุนจดทะเบียนและชำระแล้ว | 309,879,000 บาท (309,879,000 หุ้น) ราคาพาร์ 1.00 บาท |
| เข้าจดทะเบียนในตลาด (IPO) | 2 กรกฎาคม 2555 (ราคาจอง IPO 15.00 บาท) |
| ที่ตั้งสำนักงานใหญ่และโรงงาน | เลขที่ 97 หมู่ที่ 3 ตำบลสุรศักดิ์ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี 20110 (โทร. 0-3831-7555) |
| คณะกรรมการ / ผู้บริหาร | นายเยี่ยม จันทรประสิทธิ์ (ประธานกรรมการ/กรรมการอิสระ) · นายฉัตรมงคล เขมาภิรัตน์ (กรรมการผู้จัดการ) |
| นโยบายเงินปันผล | ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของกำไรสุทธิหลังหักภาษีและทุนสำรองตามกฎหมาย |
ที่มา: แบบ 56-1 One Report 2568 · คำอธิบาย MD&A 2Q26 · ข้อมูลสารสนเทศ บมจ.ศรีราชาคอนสตรัคชั่น
บริษัทดำเนินธุรกิจรับเหมาก่อสร้างและประกอบติดตั้งงานวิศวกรรมเครื่องกลในโรงงานอุตสาหกรรมหนัก (Mechanical Construction) ทั้งในและต่างประเทศ โดยครอบคลุมงานออกแบบรายละเอียดทางวิศวกรรม (Detailed Engineering) การจัดหาอุปกรณ์พิเศษ (Procurement) และการก่อสร้างประกอบติดตั้ง (Construction) ในลักษณะ EPC โดยเน้นงานที่มีมาตรฐานความปลอดภัยระดับสูงสุด:
SRICHA ได้รับความไว้วางใจจากบริษัทวิศวกรรมและผู้ว่าจ้างระดับโลก เช่น Foster Wheeler, Bechtel, JGC, Chiyoda, Toyo Engineering, Samsung Engineering, Petrofac และ Saipem โดยมีโครงการสำคัญ ได้แก่:
งวด FY2023 → 1H2026 (สิ้นสุด 30 มิ.ย. 2026) · ตัวเลขเป็นล้านบาท
| รายการ (ล้านบาท) | FY2023 | FY2024 | FY2025 | 1H2025 | 1H2026 | TTM มิ.ย. 26 |
|---|---|---|---|---|---|---|
| รายได้จากการดำเนินงานรวม | 2,225.72 | 1,872.54 | 2,790.04 | 533.87 | 2,689.98 | 4,946.15 |
| EBITDA | 211.19 | -711.51 | 1,336.73 | -35.20 | 896.60 | 2,268.53 |
| กำไร (ขาดทุน) สุทธิ | 122.79 | -625.27 | 961.06 | -80.55 | 682.93 | 1,724.54 |
| อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) | 16.82% | -18.40% | 41.20% | -4.12% | 36.04% | 38.50% |
| อัตรากำไร EBITDA (EBITDA Margin) | 9.49% | -38.00% | 47.91% | -6.59% | 33.33% | 45.86% |
| อัตรากำไรสุทธิ (Net Margin) | 5.52% | -33.39% | 34.45% | -15.09% | 25.39% | 34.87% |
| กำไรต่อหุ้น (EPS, บาท) | 0.40 | -2.02 | 3.10 | -0.26 | 2.20 | 5.56 |
ฐานะการเงิน ณ วันสิ้นงวด FY2023 → 30 มิ.ย. 2026 (ล้านบาท)
| รายการ (ล้านบาท) | FY2023 | FY2024 | FY2025 | 30 มิ.ย. 2026 |
|---|---|---|---|---|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด | 412.30 | 285.40 | 782.15 | 695.40 |
| ลูกหนี้การค้าและสินทรัพย์ตามสัญญา (Contract Assets) | 1,120.45 | 1,050.20 | 1,840.50 | 1,520.10 |
| สินทรัพย์หมุนเวียนรวม | 1,825.60 | 1,580.40 | 2,985.10 | 2,545.20 |
| ที่ดิน อาคาร เครื่องจักร และอุปกรณ์ (PP&E) | 580.25 | 540.10 | 590.40 | 585.30 |
| สินทรัพย์รวม (Total Assets) | 2,511.75 | 2,239.88 | 3,689.21 | 3,249.93 |
| เจ้าหนี้การค้าและหนี้สินตามสัญญา | 520.40 | 850.20 | 1,280.10 | 890.50 |
| หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย (รวมสัญญาเช่า) | 145.20 | 195.40 | 240.50 | 130.80 |
| หนี้สินรวม (Total Liabilities) | 725.75 | 1,145.02 | 1,645.44 | 1,132.73 |
| ส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ | 1,746.67 | 1,062.22 | 2,008.21 | 2,085.97 |
| ส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุม (NCI) | 39.33 | 32.64 | 35.56 | 31.23 |
| ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม (Total Equity) | 1,786.00 | 1,094.86 | 2,043.77 | 2,117.20 |
สินทรัพย์รวม ณ 30 มิ.ย. 2026 อยู่ที่ 3,249.93 ล้านบาท โดยมีเงินสดและเงินลงทุนระยะสั้นสูงถึง 695.40 ล้านบาท ขณะที่หนี้สินรวมลดลงเหลือ 1,132.73 ล้านบาท ส่งผลให้อัตราส่วนสภาพคล่อง (Current Ratio) อยู่ในระดับสูงและปลอดภัยที่ 2.45 เท่า
อัตราส่วนภาระหนี้สินและการคุ้มครองดอกเบี้ย ณ 30 มิ.ย. 2026
| อัตราส่วนทางการเงิน | FY2023 | FY2024 | FY2025 | 30 มิ.ย. 2026 |
|---|---|---|---|---|
| หนี้สินรวม / ส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) | 0.42x | 1.08x | 0.81x | 0.54x |
| หนี้สินมีดอกเบี้ย / ผู้ถือหุ้น (IB D/E Ratio) | 0.08x | 0.18x | 0.12x | 0.06x |
| หนี้สินมีดอกเบี้ยสุทธิ / ผู้ถือหุ้น (Net IB D/E) | 0.02x | 0.09x | 0.05x | 0.01x |
| ความสามารถในการชำระดอกเบี้ย (Interest Coverage) | 25.4x | N/A | 68.2x | 92.5x |
บริษัทมีหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยเพียง 130.80 ล้านบาท (ส่วนใหญ่เป็นสัญญาเช่าทางการเงินตามมาตรฐาน TFRS 16) ขณะที่มีเงินสดมากกว่าหนี้สิน ทำให้มีสถานะเป็น Net Cash ปราศจากความเสี่ยงด้านภาระดอกเบี้ย
การกระจายรายได้ตามประเภทลักษณะงานและบริการ ประจำปี 2568–1H2569
| กลุ่มงาน | ขอบเขตงานและโครงการสำคัญ | สัดส่วนรายได้ |
|---|---|---|
| งานรับเหมาก่อสร้างและประกอบโลหะ (Mechanical & Piping EPC) | งานประกอบท่อ โครงสร้างเหล็ก และยกติดตั้งอุปกรณ์ในโรงงานอุตสาหกรรม (เช่น โครงการ CFP ไทยออยล์) | 85.0% |
| งานซ่อมบำรุง บริการ และกำลังพลเฉพาะทาง (Maintenance Services) | งานให้บริการช่างเทคนิคเฉพาะทางและสัญญาบำรุงรักษาโรงถลุงนิกเกิล Ambatovy ประเทศมาดากัสการ์ | 15.0% |
ประวัติการจ่ายเงินปันผลต่อหุ้น (DPS) ปี 2565 → 2569 (บาทต่อหุ้น)
| ปีปฏิทิน | วันที่ขึ้นเครื่องหมาย XD | เงินปันผล (บาท/หุ้น) | นโยบาย / หมายเหตุ |
|---|---|---|---|
| 2569 (YTD) | 27 ส.ค. 2569 | 1.00 | เงินปันผลระหว่างกาลครั้งที่ 3 จากกำไรสะสมและ 1H26 |
| 2569 (YTD) | 27 พ.ค. 2569 | 1.00 | เงินปันผลระหว่างกาลครั้งที่ 2 จากผลการดำเนินงาน 1Q26 |
| 2569 (YTD) | 27 เม.ย. 2569 | 1.00 | เงินปันผลระหว่างกาลครั้งที่ 1 จากผลการดำเนินงานปี 2568 |
| 2567 | 3 พ.ค. 2567 | 0.25 | จ่ายจากกำไรสะสมปี 2566 |
| 2566 | 27 เม.ย. 2566 | 0.20 | จ่ายจากผลประกอบการปี 2565 |
| 2565 | 3 พ.ค. 2565 | 0.25 | จ่ายจากผลประกอบการปี 2564 |
การจ่ายปันผลระหว่างกาล 3.00 บาทต่อหุ้นในปี 2569 คิดเป็นเงินปันผลจ่ายรวมกว่า 929.6 ล้านบาท หรืออัตราเงินปันผลตอบแทนกว่า 17% จากราคาหุ้นปัจจุบัน 17.40 บาท สะท้อนฐานะเงินสดที่แข็งแกร่ง
เปรียบเทียบกับบริษัทรับเหมาก่อสร้างและวิศวกรรมในตลาดหลักทรัพย์ฯ ณ 9–10 ต.ค. 2026
| หลักทรัพย์ | ราคา (บาท) | Market Cap (฿ล้าน) | P/E (เท่า) | P/BV (เท่า) | Div. Yield (%) | ROE (%) |
|---|---|---|---|---|---|---|
| SRICHA | 17.40 | 5,391.89 | 3.12 | 2.58 | 5.75% | 112.5% |
| CNT | 3.20 | 3,289.29 | 14.99 | 1.74 | 1.56% | 12.4% |
| UNIQ | 2.62 | 2,832.26 | 16.08 | 0.48 | 2.67% | 3.1% |
| SYNTEC | 1.78 | 2,847.81 | 4.44 | 0.52 | 3.93% | 11.8% |
| PYLON | 3.94 | 2,954.50 | 10.14 | 2.84 | 4.82% | 28.5% |
SRICHA ซื้อขายที่ P/E ต่ำที่สุดในกลุ่มที่ 3.12 เท่า จากกำไร TTM ที่พุ่งขึ้นสูงเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ ROE สูงถึง 112.5% สะท้อนประสิทธิภาพในการทำกำไรของงานวิศวกรรมเฉพาะทาง
การเติบโต แผนงานในมือ และเป้าหมายของฝ่ายจัดการ ปี 2569–2571
โครงการ CFP ของ บมจ.ไทยออยล์ มูลค่าสัญญารวมเดิม 8,400 ล้านบาท ได้รับรู้รายได้ไปแล้วประมาณ 4,500 ล้านบาท ทำให้เหลือ Backlog ณ สิ้น 2Q26 ราว 3,900 ล้านบาท นอกจากนี้ บริษัทอยู่ระหว่างเจรจางานช่วงท้ายของสัญญากับเจ้าของโครงการและ EPCM เพิ่มเติมอีกประมาณ 1,600 ล้านบาท ซึ่งหากบรรลุข้อตกลงจะทำให้มูลค่างานรวมโครงการ CFP เกินกว่า 10,000 ล้านบาท
เมื่อโครงการ CFP เข้าสู่ช่วงทดสอบระบบและเริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ บริษัทมีโอกาสสูงในการรับงานระยะถัดไป ได้แก่:
บริษัทกำลังติดตามและเตรียมความพร้อมในการยื่นประมูลงานในต่างประเทศ ได้แก่ โครงการโรงงาน LNG ในแคนาดา โมซัมบิก ปาปัวนิวกินี และโรงงานถลุงแร่อลูมินาในกินี รวมถึงงานฟื้นฟูอุตสาหกรรมในแถบตะวันออกกลาง (ซาอุดีอาระเบีย บาห์เรน และกาตาร์)
การวิเคราะห์ความเสี่ยงสำคัญ 6 ด้านพร้อมตัวชี้วัดที่ต้องติดตาม (Observable Triggers)
| ปัจจัยเสี่ยง | ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น | ตัวชี้วัดสังเกตได้ (Trigger) | แนวทางการป้องกัน / บรรเทา |
|---|---|---|---|
| 1. การกระจุกตัวของลูกค้ารายใหญ่ (Client Concentration) | รายได้กว่า 80% พึ่งพิงโครงการ CFP หากโครงการเสร็จสิ้นโดยไม่มีงานใหม่มารองรับ รายได้จะลดลง | สัดส่วน Backlog CFP ลดลงต่ำกว่า 1,500 ล้านบาทโดยไม่มีสัญญาใหม่ประกาศ | เร่งยื่นประมูลงานปิโตรเคมีในระยอง งานโรงไฟฟ้า และงานเหมือง/LNG ต่างประเทศ |
| 2. การชะลอส่งมอบหน้างาน (Execution & Delay Risk) | งานล่าช้าจากสภาพอากาศหรือผู้รับเหมาช่วงรายอื่น อาจส่งผลให้ต้นทุนสูงขึ้น | อัตรากำไรขั้นต้นลดลงต่ำกว่า 20% หรือลูกหนี้ค้างชำระเกิน 90 วันเพิ่มขึ้น | สัญญาแบบมีกลไกปรับราคาตาม Change Orders และการควบคุมความคืบหน้ารายวัน |
| 3. การขาดแคลนช่างเชื่อมและแรงงานฝีมือ (Labor Shortage) | งานเชื่อมท่อแรงดันสูงต้องการ Certified Welders หากขาดแคลน ค่าจ้างจะปรับตัวขึ้น | สัดส่วนต้นทุนค่าแรงต่องานสูงขึ้นผิดปกติในรายงาน MD&A | มีศูนย์ฝึกอบรมช่างเชื่อมของตนเอง ณ โรงงานศรีราชา สามารถผลิตบุคลากรทดแทนได้ |
| 4. ความผันผวนของราคาเหล็กและวัสดุ (Material Prices) | ราคาเหล็กกล้าและโลหะผสมในตลาดโลกผันผวน กระทบต่อต้นทุนสัญญาลักษณะ Lump Sum | ดัชนีราคาเหล็กแผ่นและท่อเหล็กปรับขึ้นเกิน 15% ในช่วงเวลาสั้น | ผู้ว่าจ้างเป็นผู้จัดหาวัตถุดิบหลัก (Free-issue) หรือบริษัทล็อกราคาซื้อทันทีที่เซ็นสัญญา |
| 5. ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (FX Risk) | สัญญางานต่างประเทศเป็นสกุล USD หากเงินบาทแข็งค่าจะกระทบกำไรแปลงค่า | เงินบาทแข็งค่าหลุดระดับ 33.00 บาท/ดอลลาร์อย่างรวดเร็ว | ใช้ Natural Hedge โดยจ่ายต้นทุนเครื่องจักรนำเข้าเป็นสกุลเงินต่างประเทศ |
| 6. วัฏจักรการลงทุนอุตสาหกรรมหนัก (Capex Cycle) | ธุรกิจขึ้นอยู่กับรอบการขยายกำลังการผลิตของโรงกลั่นและปิโตรเคมี | ค่าการกลั่น (GRM) และสเปรดปิโตรเคมีตกต่ำต่อเนื่องเกิน 2 ไตรมาส | กระจายไปสู่งานบำรุงรักษาตามรอบ (Turnaround) ซึ่งต้องทำตามกฎหมายกำหนด |
การประเมินจุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรคของ SRICHA ในเชิงกลยุทธ์
กลยุทธ์การจัดสรรพอร์ต สมมติฐาน Bull/Base/Bear และเช็กลิสต์การติดตาม
SRICHA เป็นหุ้นสไตล์ Deep Value / Cash Cow Play ในระยะ 1–2 ปีนี้ ด้วย Valuation ปัจจุบันที่ P/E เพียง 3.12 เท่า อัตราเงินปันผลตอบแทนระดับสูง (ปันผลจ่ายแล้ว YTD 3.00 บาท หรือคิดเป็น Yield กว่า 17% จากราคาหุ้น 17.40 บาท) และสถานะทางการเงินที่มีเงินสดสุทธิปราศจากหนี้สิน กลยุทธ์การลงทุนจึงควรเน้นการรับกระแสเงินปันผลระหว่างที่โครงการ CFP ดำเนินอยู่ ควบคู่ไปกับการติดตามความคืบหน้าในการเติม Backlog ใหม่
| ตัวแปรสมมติฐาน | Bear Case | Base Case | Bull Case |
|---|---|---|---|
| รายได้ปี 2569E (ล้านบาท) | 4,200 | 4,850 | 5,500 |
| อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) | 28.0% | 34.0% | 37.0% |
| กำไรสุทธิปี 2569E (ล้านบาท) | 800 | 1,150 | 1,400 |
| EPS ปี 2569E (บาท/หุ้น) | 2.58 | 3.71 | 4.52 |
| Multiple P/E เป้าหมาย (เท่า) | 5.0x | 5.2x | 5.4x |
| ราคาเป้าหมายเชิงภาพประกอบ (บาท) | 12.90 | 19.30 | 24.40 |
| ผลตอบแทนเทียบราคาปัจจุบัน (17.40 บาท) | -25.9% | +10.9% | +40.2% |
| คาดการณ์เงินปันผลทั้งปี 2569E (บาท/หุ้น) | 2.00 บาท (Yield 11.5%) | 3.00 บาท (Yield 17.2%) | 3.50 บาท (Yield 20.1%) |