บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) (SET: SPRC) เป็นผู้ดำเนินธุรกิจโรงกลั่นน้ำมันปิโตรเลียมที่มีประสิทธิภาพระดับสากล มีกำลังการกลั่นน้ำมันดิบ 175,000 บาร์เรลต่อวัน ตั้งอยู่ในทำเลยุทธศาสตร์นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง และมีกลุ่ม Chevron เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่เชิงกลยุทธ์ โดยในปี 2567 บริษัทได้ก้าวสู่จุดเปลี่ยนครั้งประวัติศาสตร์ด้วยการเข้าซื้อธุรกิจจัดจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงและเครือข่ายสถานีบริการ “คาลเท็กซ์” (Caltex) ในประเทศไทย (ดำเนินการผ่าน บจก. สตาร์ ฟูเอลส์ มาร์เก็ตติ้ง: SFL) ส่งผลให้ SPRC เปลี่ยนผ่านจากโรงกลั่นค้าส่งอิสระไปสู่ “ผู้ให้บริการพลังงานแบบครบวงจร” (Fully Integrated Energy Provider) ที่มีช่องทางค้าปลีกครอบคลุมกว่า 530 สาขาทั่วประเทศ
การผสานเครือข่ายค้าปลีกน้ำมัน Caltex กว่า 530 แห่งเข้ามาในพอร์ตโฟลิโอ ช่วยปลดล็อกมูลค่า “Enterprise Value Capture” โดยเปลี่ยนความเสี่ยงจากการพึ่งพาการค้าส่งน้ำมันกลั่น 100% สู่การมีตลาดรองรับผลิตภัณฑ์ในประเทศที่แน่นอน และเพิ่มความสามารถในการบริหารจัดการอัตรากำไรขั้นต้น (Marketing Margin) ช่วยลดผลกระทบเชิงลบจากความผันผวนของค่าการกลั่นในตลาดภูมิภาค (Market GRM) อย่างยั่งยืน
| รายการ | รายละเอียด | แหล่งอ้างอิง |
|---|---|---|
| ชื่อย่อหลักทรัพย์ | SPRC (SET) / SPRC.BK (Reuters/Bloomberg) | (SET Factsheet) |
| ชื่อบริษัทภาษาไทย | บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) | (SET Profile) |
| ชื่อบริษัทภาษาอังกฤษ | Star Petroleum Refining Public Company Limited | (SPRC IR) |
| กลุ่มอุตสาหกรรม / หมวดธุรกิจ | ทรัพยากร (Resources) / พลังงานและสาธารณูปโภค (Energy & Utilities) | (SET Factsheet) |
| จำนวนหุ้นจดทะเบียนชำระแล้ว | 4,335,902,125 หุ้น (มูลค่าที่ตราไว้ ฿6.92 ต่อหุ้น) | (SET Profile) |
| ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ 3 อันดับแรก | 1. Chevron South Asia Holdings Pte. Ltd. (60.56%) 2. บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด (Thai NVDR) (13.73%) 3. สำนักงานประกันสังคม (Social Security Office) (~2.10%) | (SET Shareholding 2026) |
| นโยบายการจ่ายเงินปันผล | ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 ของกำไรสุทธิหลังหักภาษีเงินได้และสำรองตามกฎหมาย จ่ายปีละ 2 ครั้ง | (SPRC Dividend Policy) |
บมจ. สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จัดตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2535 โดยความร่วมมือระหว่างบริษัท เชฟรอน (Chevron) และการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย (ปัจจุบันคือ ปตท.) เพื่อก่อสร้างและดำเนินงานโรงกลั่นน้ำมันแบบ Complex Refinery ในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง ต่อมาบริษัทได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในปี พ.ศ. 2558 ปัจจุบัน SPRC ดำเนินธุรกิจครอบคลุม 2 สายธุรกิจหลักที่เชื่อมโยงกันอย่างสมบูรณ์:
SPRC ดำเนินโรงกลั่นน้ำมันที่มีความซับซ้อนสูง (Complex Refinery) ด้วยกำลังการกลั่นน้ำมันดิบ 175,000 บาร์เรลต่อวัน (คิดเป็นประมาณร้อยละ 14 ของกำลังการกลั่นรวมในประเทศไทย) โรงกลั่นประกอบด้วยหน่วยกลั่นบรรยากาศ (Crude Distillation Unit: CDU), หน่วยกลั่นสุญญากาศ (VDU), หน่วยแตกโมเลกุลด้วยตัวเร่งปฏิกิริยา (Residue Fluidized Catalytic Cracking: RFCC) และหน่วยปรับปรุงคุณภาพน้ำมัน (Hydrotreater / Continuous Catalytic Reforming: CCR) ทำให้สามารถแปรรูปน้ำมันดิบประเภทต่างๆ ทั้งน้ำมันดิบชนิดเบาและชนิดหนัก ให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมสำเร็จรูปที่มีมูลค่าสูงตามมาตรฐานยูโร 5 (Euro 5)
การเข้าซื้อกิจการจัดจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงจากเชฟรอนสำเร็จสมบูรณ์ในต้นปี 2567 ส่งผลให้ SPRC เข้าถือหุ้น 100% ใน บริษัท สตาร์ ฟูเอลส์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (Star Fuels Marketing Limited: SFL) ซึ่งเป็นผู้ได้รับสิทธิแต่เพียงผู้เดียวในการบริหารจัดการเครือข่ายสถานีบริการน้ำมันภายใต้เครื่องหมายการค้า “คาลเท็กซ์” (Caltex) ในประเทศไทย
การรวมศูนย์การดำเนินงานระหว่างโรงกลั่นและฝ่ายการตลาด SFL ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการเลือกลักษณะน้ำมันดิบที่ต้นทุนต่ำที่สุด (Crude Optimization) ปรับสัดส่วนการผลิตตามอุปสงค์ตลาดแบบ Real-time และลดต้นทุนค่าขนส่งโลจิสติกส์ระหว่างคลังน้ำมันมาบตาพุด พระประแดง และสุราษฎร์ธานี ส่งผลให้บริษัทสามารถสร้างมูลค่าเพิ่ม (EVC Value) ได้มากกว่า 2.5–3.0 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เมื่อเทียบกับการดำเนินงานแยกส่วน
ผลการดำเนินงานของ SPRC ฟื้นตัวอย่างโดดเด่นและก้าวกระโดดในปี 2569 หลังจากผ่านพ้นช่วงการปิดซ่อมบำรุงใหญ่ตามรอบ (Turnaround & Inspection: T&I) ในไตรมาสที่ 1/2569 โดยโรงกลั่นกลับมาเดินเครื่องด้วยอัตราการใช้กำลังการผลิตเฉลี่ย 86% ในไตรมาส 2/2569 ควบคู่กับค่าการกลั่นตลาด (Market GRM) ที่ทรงตัวในระดับสูง ส่งผลให้งวด 6 เดือนแรกของปี 2569 (1H2026) บริษัทบันทึกกำไรสุทธิรวมสูงถึง ฿14,284 ล้านบาท
| ปีงบการเงิน | รายได้รวม (฿ ล้าน) | EBITDA (฿ ล้าน) | กำไร (ขาดทุน) สุทธิ (฿ ล้าน) | EBITDA Margin (%) | Net Margin (%) | EPS (฿) |
|---|---|---|---|---|---|---|
| FY2023 (2566) | 265,497 | 2,873 | -937 | 1.08% | -0.35% | -0.22 |
| FY2024 (2567) | 270,606 | 6,832 | 2,235 | 2.52% | 0.83% | 0.52 |
| FY2025 (2568) | 241,882 | 6,806 | 2,570 | 2.81% | 1.06% | 0.59 |
| TTM (สิ้นสุด มิ.ย. 2026) | 293,985 | 20,400 | 16,974 | 6.94% | 5.77% | 3.91 |
ในอดีต อัตรากำไรสุทธิของธุรกิจโรงกลั่นน้ำมันจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบแคบเพียง 0.8% ถึง 1.5% เนื่องจากเป็นอุตสาหกรรมแปรรูปสินค้าโภคภัณฑ์ขนาดใหญ่ที่มีมูลค่ายอดขายสูงมาก อย่างไรก็ดี ในงวด TTM ล่าสุด Net Margin ขยายตัวขึ้นเป็น 5.77% เป็นผลจากทั้งค่าการกลั่นพื้นฐานที่อยู่ในเกณฑ์ดี การรับรู้กำไรพิเศษจากสต็อกน้ำมันในบางช่วง และการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากการตลาด Caltex ที่มี Margin สม่ำเสมอ
| รายการ (หน่วย: ฿ ล้าน) | 1H2025 | 1H2026 | เปลี่ยนแปลง (YoY) | สาเหตุหลักของการเปลี่ยนแปลง |
|---|---|---|---|---|
| รายได้จากการขายและบริการ | 83,417 | 135,520 | +62.5% | การรวมงบการเงินของธุรกิจจัดจำหน่าย Caltex (SFL) เต็มงวด และปริมาณจำหน่ายเพิ่มขึ้น |
| EBITDA รวม | 4,100 | 16,850 | +311.0% | ค่าการกลั่นตลาด (Market GRM) ปรับตัวสูงขึ้น และประสิทธิภาพโครงการ BLIP |
| กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัท | 1,280 | 14,284 | +1,015.9% | การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งหลังจบ T&I และการบริหารจัดการต้นทุนดำเนินงานที่มีวินัย |
| กำไรต่อหุ้น (EPS — ฿) | 0.30 | 3.29 | +996.7% | อิงจำนวนหุ้นจดทะเบียน 4,335.90 ล้านหุ้น |
ฐานะทางการเงินของ SPRC ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 สะท้อนเสถียรภาพและความมั่นคงอย่างสูง สินทรัพย์รวมอยู่ที่ ฿76,760 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก ฿61,298 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2568 โดยได้รับแรงผลักดันหลักจากการเพิ่มขึ้นของกระแสเงินสดจากการดำเนินงานและกำไรสะสมที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ
| รายการ (หน่วย: ฿ ล้าน) | 31 ธ.ค. 2023 | 31 ธ.ค. 2024 | 31 ธ.ค. 2025 | 30 มิ.ย. 2026 | การเปลี่ยนแปลงเทียบสิ้นปี 2568 |
|---|---|---|---|---|---|
| สินทรัพย์หมุนเวียน | 41,200 | 35,800 | 29,450 | 43,150 | +46.5% |
| สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน (ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์) | 34,367 | 32,635 | 31,848 | 33,610 | +5.5% |
| สินทรัพย์รวม | 75,567 | 68,435 | 61,298 | 76,760 | +25.2% |
| หนี้สินหมุนเวียน | 28,150 | 24,900 | 19,500 | 19,850 | +1.8% |
| หนี้สินไม่หมุนเวียน | 4,646 | 4,429 | 3,878 | 3,776 | -2.6% |
| หนี้สินรวม | 32,796 | 29,329 | 23,378 | 23,626 | +1.1% |
| ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม | 42,771 | 39,106 | 37,920 | 53,129 | +40.1% |
| มูลค่าทางบัญชีต่อหุ้น (BVPS — บาท) | 9.86 | 9.02 | 8.75 | 12.25 | +40.0% |
สมการทางบัญชีของ SPRC ได้รับการตรวจสอบอย่างสมบูรณ์: สินทรัพย์รวม ฿76,760 ล้านบาท ประกอบด้วย หนี้สินรวม ฿23,626 ล้านบาท และ ส่วนของผู้ถือหุ้น ฿53,129 ล้านบาท (ส่วนต่างเล็กน้อยมาจากส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุม) ส่วนของผู้ถือหุ้นที่เพิ่มขึ้นกว่า ฿15,209 ล้านบาท ภายในเวลาเพียง 6 เดือน เป็นผลโดยตรงจากกำไรสุทธิงวด 1H2026 ส่งผลให้ BVPS พุ่งขึ้นสู่ ฿12.25 ต่อหุ้น
จุดเด่นเชิงคุณภาพที่สำคัญที่สุดของ SPRC เมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งในอุตสาหกรรมโรงกลั่นไทยคือ นโยบายทางการเงินที่ระมัดระวังและระดับหนี้สินที่ต่ำมาก บริษัทไม่มีภาระหนี้สินเงินกู้โครงการขนาดใหญ่หรือหุ้นกู้ระยะยาวที่ครบกำหนดในระยะสั้น ส่งผลให้ความเสี่ยงด้านการรีไฟแนนซ์ (Refinancing Risk) แทบไม่มีนัยสำคัญ
| ตัวชี้วัดทางการเงิน | FY2023 | FY2024 | FY2025 | 30 มิ.ย. 2026 | เกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัย |
|---|---|---|---|---|---|
| อัตราส่วนหนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) | 0.77x | 0.75x | 0.62x | 0.44x | ≤ 1.50x |
| หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุน (IB Debt / Equity) | 0.35x | 0.30x | 0.25x | 0.18x | ≤ 1.00x |
| หนี้สินสุทธิต่อทุน (Net IB Debt / Equity) | 0.28x | 0.22x | 0.18x | 0.12x | ≤ 0.80x |
| ความสามารถในการชำระดอกเบี้ย (Interest Coverage Ratio) | 4.5x | 8.9x | 9.2x | > 25.0x | ≥ 3.00x |
| อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเวียน (Current Ratio) | 1.46x | 1.44x | 1.51x | 2.17x | ≥ 1.00x |
ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2569 D/E Ratio ลดลงเหลือเพียง 0.44 เท่า และ Current Ratio เพิ่มขึ้นแตะ 2.17 เท่า แสดงถึงสภาพคล่องหมุนเวียนที่คล่องตัวสูงมาก ทำให้ SPRC มีความยืดหยุ่นทางการเงินในการจ่ายเงินปันผลตอบแทนผู้ถือหุ้นในระดับสูง หรือพิจารณาการลงทุนขยายโครงการพลังงานสะอาดในอนาคตโดยไม่ต้องเพิ่มทุน
ภายหลังการปรับโครงสร้างรวมกิจการจัดจำหน่ายน้ำมัน Caltex รายได้ของ SPRC มีความหลากหลายและมีเสถียรภาพมากขึ้น โดยในมิติของผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป ผลิตภัณฑ์กลุ่มน้ำมันดีเซลและน้ำมันเบนซินยังคงเป็นหัวใจหลักของปริมาณการจำหน่าย:
| กลุ่มธุรกิจ | หน่วยงานดำเนินงาน | สัดส่วนบทบาท | ลักษณะการดำเนินงานและจุดเด่น |
|---|---|---|---|
| ธุรกิจโรงกลั่นและค้าส่ง (Refining & Wholesale) | SPRC มาบตาพุด | ~68% ของรายได้รวม | ผลิตน้ำมันมาตรฐานยูโร 5 กำลังการกลั่น 175,000 บาร์เรลต่อวัน ป้อนตลาดค้าส่ง ลูกค้าอุตสาหกรรม และสถานีบริการน้ำมัน |
| ธุรกิจการตลาดและค้าปลีก (Retail Marketing) | บจก. สตาร์ ฟูเอลส์ มาร์เก็ตติ้ง (SFL) | ~32% ของรายได้รวม | สถานีบริการน้ำมัน Caltex กว่า 530 แห่ง ผลิตภัณฑ์สารเพิ่มคุณภาพ Techron® และธุรกิจค้าปลีกเสริม Non-oil พันธมิตรชั้นนำ |
SPRC เป็นหนึ่งในหุ้นกลุ่มพลังงานที่นักลงทุนให้ความสนใจในฐานะ Dividend Play ด้วยนโยบายการจ่ายเงินปันผลไม่ต่ำกว่า 50% ของกำไรสุทธิ และมีประวัติการจ่ายเงินปันผลปีละ 2 ครั้ง (ระหว่างกาลในงวดครึ่งปีแรก และเงินปันผลงวดสุดท้ายสิ้นปี)
| รอบผลประกอบการ | เงินปันผลระหว่างกาล (฿) | เงินปันผลงวดสิ้นปี (฿) | รวมทั้งปี (DPS — ฿) | อัตราการจ่าย (Payout Ratio) | Dividend Yield (%) |
|---|---|---|---|---|---|
| FY2023 (2566) | — | — | 0.00 | งดจ่ายปันผล | 0.00% |
| FY2024 (2567) | 0.25 | 0.15 | 0.40 | 77.6% | 6.11% |
| FY2025 (2568) | 0.15 | 0.30 | 0.45 | 75.9% | 7.63% |
| FY2026 (2569E) | 0.50 (จ่ายแล้ว) | 0.20 (คาดการณ์) | 0.70 | ~50–60% | 4.93% – 5.63% |
หมายเหตุ: เงินปันผลระหว่างกาล 1H2026 ในอัตรา ฿0.50 ต่อหุ้น ได้ขึ้นเครื่องหมาย XD เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 และโอนเข้าบัญชีผู้ถือหุ้นแล้วเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 สำหรับเงินปันผลงวดสิ้นปี 2569 คาดการณ์ว่าจะมีการประกาศในการประชุมคณะกรรมการช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2570
ในกลุ่มผู้ประกอบการโรงกลั่นและค้าปลีกน้ำมันจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย SPRC มีจุดเด่นด้าน ระดับมูลค่าที่ถูกที่สุด (Lowest Valuation) เมื่อพิจารณาจากอัตราส่วน P/E เพียง 3.63 เท่า และฐานะการเงินที่ปลอดหนี้สินสุทธิเมื่อเทียบกับคู่แข่งหลัก:
| หลักทรัพย์ | ชื่อบริษัท | Market Cap (฿ ล้าน) | P/E (x) | P/BV (x) | Div. Yield (%) | D/E (x) | ลักษณะเด่น |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| SPRC | สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง | 61,570 | 3.63 | 1.16 | 3.15% | 0.44 | Complex Refinery + ค้าปลีก Caltex, หนี้ต่ำมาก, Valuation ถูกสุด |
| TOP | ไทยออยล์ | 154,693 | 4.78 | 0.85 | 4.80% | 1.45 | โรงกลั่นใหญ่ที่สุดในประเทศ (~400k bpd) อยู่ระหว่างก่อสร้างโครงการ CFP |
| BCP | บางจาก คอร์ปอเรชั่น | 80,995 | 3.71 | 0.92 | 5.50% | 1.68 | บูรณาการโรงกลั่นเอสโซ่เดิม (BSRC), ปั๊มบางจากกว่า 2,200 แห่ง และ OKEA |
| IRPC | ไออาร์พีซี | 62,529 | 5.91 | 0.68 | 2.85% | 1.52 | โรงกลั่นควบปิโตรเคมีครบวงจร ปิโตรเคมีปลายน้ำเริ่มฟื้นตัว |
SPRC มุ่งเน้นการเติบโตอย่างยั่งยืนผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ การยกระดับห่วงโซ่คุณค่าการตลาด Caltex, การเพิ่มประสิทธิภาพการกลั่น (Operational Excellence) และการเตรียมพร้อมรับการเปลี่ยนผ่านทางพลังงาน (Energy Transition):
| ประเภทความเสี่ยง | คำอธิบายและการประเมินผลกระทบ | สัญญาณบ่งชี้ที่ต้องติดตาม (Observable Trigger) | แนวทางการบรรเทาความเสี่ยง (Mitigation Strategy) |
|---|---|---|---|
| ความผันผวนของค่าการกลั่น (GRM Volatility) | ค่าการกลั่นตลาดเคลื่อนไหวตามวัฏจักรราคาน้ำมันโลกและอุปสงค์-อุปทานในภูมิภาคสิงคโปร์ | Singapore Complex Gross Refining Margin ลดต่ำกว่า $4.0/bbl | ขยายช่องทางค้าปลีก Caltex เพื่อสร้าง Cash Flow ที่มีเสถียรภาพ และใช้โปรแกรม BLIP ปรับสูตรน้ำมันดิบ |
| ความเสี่ยงด้านสต็อกน้ำมัน (Stock Gain / Loss) | ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปรับลดลงอย่างรวดเร็วทำให้ต้องบันทึกขาดทุนจากสต็อกและลดมูลค่าสินค้าคงเหลือ (NRV) | ราคาน้ำมันดิบดูไบ (Dubai Crude) ปรับลดลงต่อเนื่องเกิน $15/bbl ภายในไตรมาสเดียว | บริหารระดับปริมาณสำรองน้ำมันดิบให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสมตามกฎหมาย และใช้สัญญาอนุพันธ์ป้องกันความเสี่ยง (Hedging) ในบางจังหวะ |
| การแทรกแซงนโยบายราคาน้ำมันของภาครัฐ | มาตรการพยุงราคาน้ำมันดีเซลหรือขอความร่วมมือตรึงค่าการตลาดของกระทรวงพลังงาน | การปรับเปลี่ยนเพดานราคาดีเซลหน้าโรงกลั่น หรือมติคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) | เพิ่มสัดส่วนการจำหน่ายน้ำมันเกรดพรีเมียม (Techron Platinum) และขยายธุรกิจ Non-oil ที่ไม่อยู่ภายใต้การควบคุมราคา |
| การเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้า (Energy Transition) | การเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้า (BEV) อาจชะลอการเติบโตของการใช้น้ำมันเบนซินในระยะยาว (5-10 ปีข้างหน้า) | ยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าสะสมในประเทศเกิน 25% ของยอดขายรถยนต์ใหม่ | ติดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้า (EV Charging Hubs) ในสถานีบริการ Caltex และศึกษาการผลิตเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน (SAF) |
| ความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย (EHS Risks) | อุบัติเหตุจากการขนส่งน้ำมันดิบทางทะเลหรือการรั่วไหลของน้ำมันส่งผลต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม | รายงานเหตุการณ์ผิดปกติในการขนส่งน้ำมันดิบผ่านทุ่นผูกเรือน้ำลึก (SPM) | ยึดมั่นมาตรฐานความปลอดภัยระดับโลกของ Chevron มีระบบป้องกันการรั่วไหลอัตโนมัติ และซ้อมแผนฉุกเฉินสม่ำเสมอ |
| ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน (FX Risk) | น้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมกำหนดราคาอิงสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) ในขณะที่ยอดขายในประเทศเป็นเงินบาท | ค่าเงินบาทอ่อนค่าหรือแข็งค่าผันผวนเกิน 5% ต่อไตรมาสเมื่อเทียบกับ USD | โครงสร้างธุรกิจมี Natural Hedge ในตัว เนื่องจากการจัดซื้อน้ำมันดิบและการขายน้ำมันสำเร็จรูปคำนวณตามเกณฑ์ Import Parity ในรูป USD |
ณ ระดับราคาปัจจุบันที่ ฿14.20 บาท หุ้น SPRC ซื้อขายบน Valuation ที่น่าสนใจอย่างยิ่ง ด้วย P/E Multiple เพียง 3.63 เท่า และ P/BV 1.16 เท่า เทียบกับมูลค่าทางบัญชี (BVPS) ที่ ฿12.25 ต่อหุ้น สะท้อนว่าราคาหุ้นยังไม่ได้สะท้อนการปรับโครงสร้างธุรกิจสู่การเป็นผู้ให้บริการพลังงานครบวงจรและการฟื้นตัวของผลการดำเนินงานหลังจบการซ่อมบำรุงใหญ่อย่างเต็มที่
| บริษัทหลักทรัพย์ (Broker House) | คำแนะนำ (Rating) | ราคาเป้าหมาย (Target Price — ฿) | ส่วนต่างจากราคาปัจจุบัน (Upside) | เหตุผลเชิงกลยุทธ์สำคัญ |
|---|---|---|---|---|
| บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (CGSI) | ซื้อ (Buy) | 16.50 | +16.2% | มองบวกต่อค่าการกลั่น GRM ที่แข็งแกร่ง และ Synergy จากการตลาด Caltex |
| ราคาเป้าหมายเฉลี่ย IAA Consensus | ซื้อ / สะสม | 14.51 | +2.2% | ฐานกำไรปกติ 1H2026 ฟื้นตัวชัดเจนหลัง T&I และสถานะเงินปันผลเด่น |
| บล.ทิสโก้ (Tisco Securities) | ซื้อ (Buy) | 12.50 | -12.0% | ประเมินมูลค่าอย่างอนุรักษนิยม อิง P/BV วงจรระยะยาว |
| บล.กรุงศรี (Krungsri Securities) | ซื้อเก็งกำไร | 11.50 | -19.0% | เก็งกำไรตามทิศทางสเปรดดีเซลและค่าการกลั่นสิงคโปร์ |
| บล.กสิกรไทย (Kasikorn Securities) | ถือ (Neutral) | 9.70 | -31.7% | รอประเมินผลกระทบจากมาตรการภาครัฐและสต็อกลอสในไตรมาสถัดไป |