รายงานวิเคราะห์หุ้นเพื่อการตัดสินใจ · Equity Research Report

วิเคราะห์หุ้น SPRC — บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน)

หนึ่งในผู้ประกอบการโรงกลั่นน้ำมันปิโตรเลียมชั้นนำของประเทศไทย กำลังการกลั่น 175,000 บาร์เรลต่อวัน ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง ภายใต้เครือข่ายของ Chevron บริษัทได้ยกระดับสู่การเป็นผู้ให้บริการพลังงานแบบครบวงจร (Fully Integrated Energy Provider) ผ่านการเข้าซื้อกิจการธุรกิจจัดจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงและสถานีบริการภายใต้แบรนด์ "คาลเท็กซ์" (Caltex) กว่า 530 แห่งทั่วประเทศ ดำเนินงานโดยบริษัท สตาร์ ฟูเอลส์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (SFL) เสริมสร้างความมั่นคงของกระแสเงินสดและลดความผันผวนของค่าการกลั่น ผลประกอบการงวด 1H2026 พุ่งทะยานอย่างโดดเด่นด้วยรายได้รวม ฿135,520 ล้านบาท และกำไรสุทธิ ฿14,284 ล้านบาท ขับเคลื่อนโดยค่าการกลั่นตลาด (Market GRM) ที่ฟื้นตัวแข็งแกร่ง และการเดินเครื่องเต็มกำลังหลังเสร็จสิ้นการซ่อมบำรุงใหญ่ (T&I) พร้อมจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล ฿0.50 ต่อหุ้น ฐานะการเงินแข็งแกร่งยิ่งขึ้นด้วย D/E เพียง 0.44 เท่า ซื้อขายที่ P/E 3.63 เท่า P/BV 1.16 เท่า และ Dividend Yield 3.15% — ข้อมูลตลาด ณ 25 ก.ย. 2026 / งบการเงิน ณ 30 มิ.ย. 2026
Sector: พลังงานและสาธารณูปโภค / พลังงานและเคมีภัณฑ์ (Resources / Energy & Utilities)ราคาล่าสุด ฿14.2Market Cap ฿61,570 ล้านP/E 3.63 · P/BV 1.16Dividend Yield ~3.15%

เขียนโดย HypeTimes Staff · ข้อมูล ณ

1. บทสรุปผู้บริหาร (Executive Summary)

ภาพรวมการลงทุน สถานะทางการเงิน และประเด็นสำคัญเชิงกลยุทธ์ — ข้อมูล ณ วันที่ 25 กันยายน 2026

บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) (SET: SPRC) เป็นผู้ดำเนินธุรกิจโรงกลั่นน้ำมันปิโตรเลียมที่มีประสิทธิภาพระดับสากล มีกำลังการกลั่นน้ำมันดิบ 175,000 บาร์เรลต่อวัน ตั้งอยู่ในทำเลยุทธศาสตร์นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง และมีกลุ่ม Chevron เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่เชิงกลยุทธ์ โดยในปี 2567 บริษัทได้ก้าวสู่จุดเปลี่ยนครั้งประวัติศาสตร์ด้วยการเข้าซื้อธุรกิจจัดจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงและเครือข่ายสถานีบริการ “คาลเท็กซ์” (Caltex) ในประเทศไทย (ดำเนินการผ่าน บจก. สตาร์ ฟูเอลส์ มาร์เก็ตติ้ง: SFL) ส่งผลให้ SPRC เปลี่ยนผ่านจากโรงกลั่นค้าส่งอิสระไปสู่ “ผู้ให้บริการพลังงานแบบครบวงจร” (Fully Integrated Energy Provider) ที่มีช่องทางค้าปลีกครอบคลุมกว่า 530 สาขาทั่วประเทศ

ราคาหุ้นปัจจุบัน
฿14.20
ณ 25 ก.ย. 2026(SET Factsheet)
มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด
฿61,570 ล้าน
4,335.90 ล้านหุ้นจดทะเบียน (พาร์ ฿6.92)(SET Profile)
P/E Ratio (TTM)
3.63x
ต่ำสุดในกลุ่มโรงกลั่นไทย(SET Factsheet)
P/BV Ratio
1.16x
มูลค่าหุ้นทางบัญชี BVPS ฿12.25(SET Highlights)
Dividend Yield
3.15%
ปันผลระหว่างกาล 1H26 จ่าย ฿0.50/หุ้น(Settrade)
กำไรสุทธิ 1H2026
฿14,284 ล้าน
เติบโตโดดเด่นหลังฟื้นตัวจาก T&I(MD&A 2Q26)

จุดเปลี่ยนเชิงโครงสร้าง: การบูรณาการเครือข่ายสถานีบริการ Caltex สู่ห่วงโซ่คุณค่าต้นน้ำ-ปลายน้ำ

การผสานเครือข่ายค้าปลีกน้ำมัน Caltex กว่า 530 แห่งเข้ามาในพอร์ตโฟลิโอ ช่วยปลดล็อกมูลค่า “Enterprise Value Capture” โดยเปลี่ยนความเสี่ยงจากการพึ่งพาการค้าส่งน้ำมันกลั่น 100% สู่การมีตลาดรองรับผลิตภัณฑ์ในประเทศที่แน่นอน และเพิ่มความสามารถในการบริหารจัดการอัตรากำไรขั้นต้น (Marketing Margin) ช่วยลดผลกระทบเชิงลบจากความผันผวนของค่าการกลั่นในตลาดภูมิภาค (Market GRM) อย่างยั่งยืน

สรุปสาระสำคัญเชิงกลยุทธ์ (Key Strategic Takeaways)

Bull Case

  • ค่าการกลั่นน้ำมันในภูมิภาคสิงคโปร์ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องจากอุปทานตึงตัวในตะวันออกกลางและรัสเซีย
  • ส่วนต่างราคาน้ำมันดีเซล (Gasoil Spread) และน้ำมันเครื่องบิน (Jet Crack) ยืนเหนือ $20/bbl รับการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ
  • การเร่งขยายสาขา Caltex และ Non-oil Synergy ช่วยดันกำไรฝั่งการตลาดเติบโตมากกว่า 15% YoY

Base Case

  • ค่าการกลั่นตลาด (Market GRM) อยู่ในระดับ $6.50 – $8.50/bbl สอดคล้องกับค่าเฉลี่ยวัฏจักรปกติ
  • อัตราการใช้กำลังการกลั่น (Utilization Rate) ยืนระดับ 85–90% หลังเสร็จสิ้น T&I
  • จ่ายเงินปันผลรวมทั้งปี 2569 ในระดับ ฿0.70 – ฿0.80 ต่อหุ้น คิดเป็น Dividend Yield ราว 5.0–5.6%

Bear Case

  • ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกผันผวนรุนแรงจนเกิดผลขาดทุนจากสต็อกน้ำมัน (Inventory Loss) ขนาดใหญ่
  • กำลังการผลิตใหม่จากโรงกลั่นขนาดใหญ่ในจีนและตะวันออกกลางเข้าสู่ตลาด กดดันส่วนต่างค่าการกลั่น
  • มาตรการควบคุมและพยุงราคาน้ำมันดีเซลขายปลีกของภาครัฐกระทบค่าการตลาด (Marketing Margin)

2. ข้อมูลสรุปหลักทรัพย์ (Factsheet)

ตัวเลขสำคัญของบริษัท โครงสร้างผู้ถือหุ้น และสถิติการซื้อขาย — ข้อมูล ณ 25 กันยายน 2026
ราคาปิดล่าสุด
฿14.20
กรอบ 52 สัปดาห์: ฿4.28 – ฿14.70(SET Factsheet)
Market Cap
฿61,570 ล้าน
ลำดับชั้นในกลุ่มพลังงานและโรงกลั่น(SET Profile)
P/E Ratio (TTM)
3.63x
ค่าเฉลี่ยกลุ่มพลังงาน ~5-7x(SET Factsheet)
P/BV Ratio
1.16x
BVPS อยู่ที่ ฿12.25 ต่อหุ้น(SET Highlights)
Dividend Yield
3.15%
ปันผลระหว่างกาล 1H26 ฿0.50/หุ้น(Settrade)
Free Float
39.40%
ณ 6 มี.ค. 2026 สภาพคล่องมั่นคง(SET Profile)
Foreign Holding
13.73%
ถือครองผ่าน Thai NVDR (จำกัด 49%)(SET Profile)
กำลังการกลั่น
175,000 bpd
มาบตาพุด Complex Refinery(SPRC IR)

ข้อมูลทั่วไปของหลักทรัพย์

รายการรายละเอียดแหล่งอ้างอิง
ชื่อย่อหลักทรัพย์SPRC (SET) / SPRC.BK (Reuters/Bloomberg)(SET Factsheet)
ชื่อบริษัทภาษาไทยบริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน)(SET Profile)
ชื่อบริษัทภาษาอังกฤษStar Petroleum Refining Public Company Limited(SPRC IR)
กลุ่มอุตสาหกรรม / หมวดธุรกิจทรัพยากร (Resources) / พลังงานและสาธารณูปโภค (Energy & Utilities)(SET Factsheet)
จำนวนหุ้นจดทะเบียนชำระแล้ว4,335,902,125 หุ้น (มูลค่าที่ตราไว้ ฿6.92 ต่อหุ้น)(SET Profile)
ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ 3 อันดับแรก1. Chevron South Asia Holdings Pte. Ltd. (60.56%)
2. บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด (Thai NVDR) (13.73%)
3. สำนักงานประกันสังคม (Social Security Office) (~2.10%)
(SET Shareholding 2026)
นโยบายการจ่ายเงินปันผลไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 ของกำไรสุทธิหลังหักภาษีเงินได้และสำรองตามกฎหมาย จ่ายปีละ 2 ครั้ง(SPRC Dividend Policy)

3. ลักษณะการประกอบธุรกิจ (Business Overview)

ห่วงโซ่คุณค่าโรงกลั่นน้ำมัน เครือข่ายสถานีบริการ Caltex และกลยุทธ์ Enterprise Value Capture — 2026

บมจ. สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จัดตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2535 โดยความร่วมมือระหว่างบริษัท เชฟรอน (Chevron) และการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย (ปัจจุบันคือ ปตท.) เพื่อก่อสร้างและดำเนินงานโรงกลั่นน้ำมันแบบ Complex Refinery ในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง ต่อมาบริษัทได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในปี พ.ศ. 2558 ปัจจุบัน SPRC ดำเนินธุรกิจครอบคลุม 2 สายธุรกิจหลักที่เชื่อมโยงกันอย่างสมบูรณ์:

1. สายธุรกิจการกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม (Refining Business)

SPRC ดำเนินโรงกลั่นน้ำมันที่มีความซับซ้อนสูง (Complex Refinery) ด้วยกำลังการกลั่นน้ำมันดิบ 175,000 บาร์เรลต่อวัน (คิดเป็นประมาณร้อยละ 14 ของกำลังการกลั่นรวมในประเทศไทย) โรงกลั่นประกอบด้วยหน่วยกลั่นบรรยากาศ (Crude Distillation Unit: CDU), หน่วยกลั่นสุญญากาศ (VDU), หน่วยแตกโมเลกุลด้วยตัวเร่งปฏิกิริยา (Residue Fluidized Catalytic Cracking: RFCC) และหน่วยปรับปรุงคุณภาพน้ำมัน (Hydrotreater / Continuous Catalytic Reforming: CCR) ทำให้สามารถแปรรูปน้ำมันดิบประเภทต่างๆ ทั้งน้ำมันดิบชนิดเบาและชนิดหนัก ให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมสำเร็จรูปที่มีมูลค่าสูงตามมาตรฐานยูโร 5 (Euro 5)

2. สายธุรกิจการตลาดและค้าปลีกน้ำมันเชื้อเพลิง (Marketing & Caltex Retail Business)

การเข้าซื้อกิจการจัดจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงจากเชฟรอนสำเร็จสมบูรณ์ในต้นปี 2567 ส่งผลให้ SPRC เข้าถือหุ้น 100% ใน บริษัท สตาร์ ฟูเอลส์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (Star Fuels Marketing Limited: SFL) ซึ่งเป็นผู้ได้รับสิทธิแต่เพียงผู้เดียวในการบริหารจัดการเครือข่ายสถานีบริการน้ำมันภายใต้เครื่องหมายการค้า “คาลเท็กซ์” (Caltex) ในประเทศไทย

กลยุทธ์ Enterprise Value Capture (EVC)

การรวมศูนย์การดำเนินงานระหว่างโรงกลั่นและฝ่ายการตลาด SFL ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการเลือกลักษณะน้ำมันดิบที่ต้นทุนต่ำที่สุด (Crude Optimization) ปรับสัดส่วนการผลิตตามอุปสงค์ตลาดแบบ Real-time และลดต้นทุนค่าขนส่งโลจิสติกส์ระหว่างคลังน้ำมันมาบตาพุด พระประแดง และสุราษฎร์ธานี ส่งผลให้บริษัทสามารถสร้างมูลค่าเพิ่ม (EVC Value) ได้มากกว่า 2.5–3.0 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เมื่อเทียบกับการดำเนินงานแยกส่วน

4. ผลการดำเนินงานทางการเงิน (Financial Performance)

รายได้ กำไร อัตรากำไร และการเปรียบเทียบผลประกอบการ — FY2023 ถึง 1H2026

ผลการดำเนินงานของ SPRC ฟื้นตัวอย่างโดดเด่นและก้าวกระโดดในปี 2569 หลังจากผ่านพ้นช่วงการปิดซ่อมบำรุงใหญ่ตามรอบ (Turnaround & Inspection: T&I) ในไตรมาสที่ 1/2569 โดยโรงกลั่นกลับมาเดินเครื่องด้วยอัตราการใช้กำลังการผลิตเฉลี่ย 86% ในไตรมาส 2/2569 ควบคู่กับค่าการกลั่นตลาด (Market GRM) ที่ทรงตัวในระดับสูง ส่งผลให้งวด 6 เดือนแรกของปี 2569 (1H2026) บริษัทบันทึกกำไรสุทธิรวมสูงถึง ฿14,284 ล้านบาท

แนวโน้มรายได้ EBITDA และกำไรสุทธิ (฿ ล้าน) — FY2023 ถึง TTM มิ.ย. 2026
ที่มา: สรุปงบการเงินและคำอธิบายและการวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ (MD&A) สิ้นสุด 30 มิ.ย. 2569

สรุปผลประกอบการรายปีและย้อนหลัง 12 เดือน (TTM)

ปีงบการเงินรายได้รวม (฿ ล้าน)EBITDA (฿ ล้าน)กำไร (ขาดทุน) สุทธิ (฿ ล้าน)EBITDA Margin (%)Net Margin (%)EPS (฿)
FY2023 (2566)265,4972,873-9371.08%-0.35%-0.22
FY2024 (2567)270,6066,8322,2352.52%0.83%0.52
FY2025 (2568)241,8826,8062,5702.81%1.06%0.59
TTM (สิ้นสุด มิ.ย. 2026)293,98520,40016,9746.94%5.77%3.91
อัตรากำไร EBITDA Margin และ Net Margin (%) — FY2023 ถึง TTM มิ.ย. 2026
ที่มา: ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และงบการเงิน SPRC (คำนวณจากงบรวม)

ในอดีต อัตรากำไรสุทธิของธุรกิจโรงกลั่นน้ำมันจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบแคบเพียง 0.8% ถึง 1.5% เนื่องจากเป็นอุตสาหกรรมแปรรูปสินค้าโภคภัณฑ์ขนาดใหญ่ที่มีมูลค่ายอดขายสูงมาก อย่างไรก็ดี ในงวด TTM ล่าสุด Net Margin ขยายตัวขึ้นเป็น 5.77% เป็นผลจากทั้งค่าการกลั่นพื้นฐานที่อยู่ในเกณฑ์ดี การรับรู้กำไรพิเศษจากสต็อกน้ำมันในบางช่วง และการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากการตลาด Caltex ที่มี Margin สม่ำเสมอ

เปรียบเทียบผลประกอบการ 1H2025 เทียบกับ 1H2026 (฿ ล้าน)
ที่มา: คำอธิบายและการวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ งวด 6 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 มิ.ย. 2569 (SEC / SET)

เปรียบเทียบผลการดำเนินงาน 1H2025 กับ 1H2026

รายการ (หน่วย: ฿ ล้าน)1H20251H2026เปลี่ยนแปลง (YoY)สาเหตุหลักของการเปลี่ยนแปลง
รายได้จากการขายและบริการ83,417135,520+62.5%การรวมงบการเงินของธุรกิจจัดจำหน่าย Caltex (SFL) เต็มงวด และปริมาณจำหน่ายเพิ่มขึ้น
EBITDA รวม4,10016,850+311.0%ค่าการกลั่นตลาด (Market GRM) ปรับตัวสูงขึ้น และประสิทธิภาพโครงการ BLIP
กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัท1,28014,284+1,015.9%การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งหลังจบ T&I และการบริหารจัดการต้นทุนดำเนินงานที่มีวินัย
กำไรต่อหุ้น (EPS — ฿)0.303.29+996.7%อิงจำนวนหุ้นจดทะเบียน 4,335.90 ล้านหุ้น

5. งบแสดงฐานะการเงินและสภาพคล่อง (Balance Sheet & Liquidity)

โครงสร้างสินทรัพย์ หนี้สิน ส่วนของผู้ถือหุ้น และความสมบูรณ์ทางบัญชี — ณ 30 มิ.ย. 2026

ฐานะทางการเงินของ SPRC ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 สะท้อนเสถียรภาพและความมั่นคงอย่างสูง สินทรัพย์รวมอยู่ที่ ฿76,760 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก ฿61,298 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2568 โดยได้รับแรงผลักดันหลักจากการเพิ่มขึ้นของกระแสเงินสดจากการดำเนินงานและกำไรสะสมที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ

โครงสร้างฐานะการเงิน: สินทรัพย์ หนี้สิน และส่วนของผู้ถือหุ้น (฿ ล้าน)
ที่มา: งบแสดงฐานะการเงินที่ผ่านการสอบทานโดยผู้สอบบัญชี ณ วันที่ 30 มิ.ย. 2569 (สินทรัพย์รวม = หนี้สินรวม + ส่วนของผู้ถือหุ้น)

สรุปงบแสดงฐานะการเงินย้อนหลัง (ณ สิ้นงวด)

รายการ (หน่วย: ฿ ล้าน)31 ธ.ค. 202331 ธ.ค. 202431 ธ.ค. 202530 มิ.ย. 2026การเปลี่ยนแปลงเทียบสิ้นปี 2568
สินทรัพย์หมุนเวียน41,20035,80029,45043,150+46.5%
สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน (ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์)34,36732,63531,84833,610+5.5%
สินทรัพย์รวม75,56768,43561,29876,760+25.2%
หนี้สินหมุนเวียน28,15024,90019,50019,850+1.8%
หนี้สินไม่หมุนเวียน4,6464,4293,8783,776-2.6%
หนี้สินรวม32,79629,32923,37823,626+1.1%
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม42,77139,10637,92053,129+40.1%
มูลค่าทางบัญชีต่อหุ้น (BVPS — บาท)9.869.028.7512.25+40.0%

การรักษาสมดุลทางบัญชีและความแข็งแกร่งของส่วนของผู้ถือหุ้น

สมการทางบัญชีของ SPRC ได้รับการตรวจสอบอย่างสมบูรณ์: สินทรัพย์รวม ฿76,760 ล้านบาท ประกอบด้วย หนี้สินรวม ฿23,626 ล้านบาท และ ส่วนของผู้ถือหุ้น ฿53,129 ล้านบาท (ส่วนต่างเล็กน้อยมาจากส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุม) ส่วนของผู้ถือหุ้นที่เพิ่มขึ้นกว่า ฿15,209 ล้านบาท ภายในเวลาเพียง 6 เดือน เป็นผลโดยตรงจากกำไรสุทธิงวด 1H2026 ส่งผลให้ BVPS พุ่งขึ้นสู่ ฿12.25 ต่อหุ้น

6. โครงสร้างหนี้สินและเลเวอเรจ (Leverage & Solvency)

อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน สภาพคล่องทางการเงิน และความสามารถในการชำระหนี้ — 2026

จุดเด่นเชิงคุณภาพที่สำคัญที่สุดของ SPRC เมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งในอุตสาหกรรมโรงกลั่นไทยคือ นโยบายทางการเงินที่ระมัดระวังและระดับหนี้สินที่ต่ำมาก บริษัทไม่มีภาระหนี้สินเงินกู้โครงการขนาดใหญ่หรือหุ้นกู้ระยะยาวที่ครบกำหนดในระยะสั้น ส่งผลให้ความเสี่ยงด้านการรีไฟแนนซ์ (Refinancing Risk) แทบไม่มีนัยสำคัญ

อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุน (IB Debt/Equity และ Net IB Debt/Equity)
ที่มา: รายงานสรุปข้อมูลสำคัญทางการเงิน SET และคำนวณจากงบการเงิน SPRC

ตารางวิเคราะห์ความเสี่ยงด้านภาระหนี้สิน (Leverage Metrics)

ตัวชี้วัดทางการเงินFY2023FY2024FY202530 มิ.ย. 2026เกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัย
อัตราส่วนหนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio)0.77x0.75x0.62x0.44x≤ 1.50x
หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุน (IB Debt / Equity)0.35x0.30x0.25x0.18x≤ 1.00x
หนี้สินสุทธิต่อทุน (Net IB Debt / Equity)0.28x0.22x0.18x0.12x≤ 0.80x
ความสามารถในการชำระดอกเบี้ย (Interest Coverage Ratio)4.5x8.9x9.2x> 25.0x≥ 3.00x
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเวียน (Current Ratio)1.46x1.44x1.51x2.17x≥ 1.00x

ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2569 D/E Ratio ลดลงเหลือเพียง 0.44 เท่า และ Current Ratio เพิ่มขึ้นแตะ 2.17 เท่า แสดงถึงสภาพคล่องหมุนเวียนที่คล่องตัวสูงมาก ทำให้ SPRC มีความยืดหยุ่นทางการเงินในการจ่ายเงินปันผลตอบแทนผู้ถือหุ้นในระดับสูง หรือพิจารณาการลงทุนขยายโครงการพลังงานสะอาดในอนาคตโดยไม่ต้องเพิ่มทุน

7. สัดส่วนและโครงสร้างธุรกิจ (Business Segments)

โครงสร้างผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมสำเร็จรูปและการบูรณาการเครือข่ายค้าปลีก — 2026

ภายหลังการปรับโครงสร้างรวมกิจการจัดจำหน่ายน้ำมัน Caltex รายได้ของ SPRC มีความหลากหลายและมีเสถียรภาพมากขึ้น โดยในมิติของผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป ผลิตภัณฑ์กลุ่มน้ำมันดีเซลและน้ำมันเบนซินยังคงเป็นหัวใจหลักของปริมาณการจำหน่าย:

สัดส่วนผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปตามประเภทน้ำมัน (% ของปริมาณจำหน่ายรวม)
ที่มา: รายงานประจำปี 56-1 One Report และข้อมูลฝ่ายจัดการ บมจ. สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง

โครงสร้างสองเสาหลักในการดำเนินธุรกิจ

กลุ่มธุรกิจหน่วยงานดำเนินงานสัดส่วนบทบาทลักษณะการดำเนินงานและจุดเด่น
ธุรกิจโรงกลั่นและค้าส่ง (Refining & Wholesale)SPRC มาบตาพุด~68% ของรายได้รวมผลิตน้ำมันมาตรฐานยูโร 5 กำลังการกลั่น 175,000 บาร์เรลต่อวัน ป้อนตลาดค้าส่ง ลูกค้าอุตสาหกรรม และสถานีบริการน้ำมัน
ธุรกิจการตลาดและค้าปลีก (Retail Marketing)บจก. สตาร์ ฟูเอลส์ มาร์เก็ตติ้ง (SFL)~32% ของรายได้รวมสถานีบริการน้ำมัน Caltex กว่า 530 แห่ง ผลิตภัณฑ์สารเพิ่มคุณภาพ Techron® และธุรกิจค้าปลีกเสริม Non-oil พันธมิตรชั้นนำ

8. ประวัติการจ่ายเงินปันผล (Dividend History)

สถิติเงินปันผลต่อหุ้น อัตราการจ่าย และนโยบายผลตอบแทนผู้ถือหุ้น — FY2023 ถึง 2026E

SPRC เป็นหนึ่งในหุ้นกลุ่มพลังงานที่นักลงทุนให้ความสนใจในฐานะ Dividend Play ด้วยนโยบายการจ่ายเงินปันผลไม่ต่ำกว่า 50% ของกำไรสุทธิ และมีประวัติการจ่ายเงินปันผลปีละ 2 ครั้ง (ระหว่างกาลในงวดครึ่งปีแรก และเงินปันผลงวดสุดท้ายสิ้นปี)

เงินปันผลต่อหุ้น (DPS: ฿ ต่อหุ้น) — FY2023 ถึง 2026E
ที่มา: สิทธิประโยชน์ผู้ถือหุ้น Settrade และมติคณะกรรมการบริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง

สถิติการจ่ายเงินปันผลย้อนหลัง

รอบผลประกอบการเงินปันผลระหว่างกาล (฿)เงินปันผลงวดสิ้นปี (฿)รวมทั้งปี (DPS — ฿)อัตราการจ่าย (Payout Ratio)Dividend Yield (%)
FY2023 (2566)——0.00งดจ่ายปันผล0.00%
FY2024 (2567)0.250.150.4077.6%6.11%
FY2025 (2568)0.150.300.4575.9%7.63%
FY2026 (2569E)0.50 (จ่ายแล้ว)0.20 (คาดการณ์)0.70~50–60%4.93% – 5.63%

หมายเหตุ: เงินปันผลระหว่างกาล 1H2026 ในอัตรา ฿0.50 ต่อหุ้น ได้ขึ้นเครื่องหมาย XD เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 และโอนเข้าบัญชีผู้ถือหุ้นแล้วเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 สำหรับเงินปันผลงวดสิ้นปี 2569 คาดการณ์ว่าจะมีการประกาศในการประชุมคณะกรรมการช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2570

9. การเปรียบเทียบในกลุ่มอุตสาหกรรม (Peer Comparison)

การประเมินมูลค่า ขนาดกิจการ และตัวชี้วัดเปรียบเทียบในกลุ่มโรงกลั่นไทย — ณ 25 ก.ย. 2026

ในกลุ่มผู้ประกอบการโรงกลั่นและค้าปลีกน้ำมันจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย SPRC มีจุดเด่นด้าน ระดับมูลค่าที่ถูกที่สุด (Lowest Valuation) เมื่อพิจารณาจากอัตราส่วน P/E เพียง 3.63 เท่า และฐานะการเงินที่ปลอดหนี้สินสุทธิเมื่อเทียบกับคู่แข่งหลัก:

เปรียบเทียบมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (฿ ล้าน) และ P/E Multiple ในกลุ่มโรงกลั่น
ที่มา: ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET Factsheet) ข้อมูล ณ วันที่ 25 กันยายน 2569

ตารางเปรียบเทียบคู่แข่งในกลุ่มอุตสาหกรรม (Peer Comparison Table)

หลักทรัพย์ชื่อบริษัทMarket Cap (฿ ล้าน)P/E (x)P/BV (x)Div. Yield (%)D/E (x)ลักษณะเด่น
SPRCสตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง61,5703.631.163.15%0.44Complex Refinery + ค้าปลีก Caltex, หนี้ต่ำมาก, Valuation ถูกสุด
TOPไทยออยล์154,6934.780.854.80%1.45โรงกลั่นใหญ่ที่สุดในประเทศ (~400k bpd) อยู่ระหว่างก่อสร้างโครงการ CFP
BCPบางจาก คอร์ปอเรชั่น80,9953.710.925.50%1.68บูรณาการโรงกลั่นเอสโซ่เดิม (BSRC), ปั๊มบางจากกว่า 2,200 แห่ง และ OKEA
IRPCไออาร์พีซี62,5295.910.682.85%1.52โรงกลั่นควบปิโตรเคมีครบวงจร ปิโตรเคมีปลายน้ำเริ่มฟื้นตัว

10. มุมมองและปัจจัยขับเคลื่อนอนาคต (Outlook & Catalysts)

ทิศทางเชิงกลยุทธ์ โครงการลงทุน และหมุดหมายสำคัญ — 2026 ถึง 2028

SPRC มุ่งเน้นการเติบโตอย่างยั่งยืนผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ การยกระดับห่วงโซ่คุณค่าการตลาด Caltex, การเพิ่มประสิทธิภาพการกลั่น (Operational Excellence) และการเตรียมพร้อมรับการเปลี่ยนผ่านทางพลังงาน (Energy Transition):

1. หมุดหมายสำคัญและการขยายเครือข่าย Caltex (2026–2028)

2. ปัจจัยเร่งเชิงบวกต่อผลการดำเนินงาน (Key Catalysts)

11. ปัจจัยเสี่ยงและการบริหารจัดการ (Risk Factors)

การประเมินความเสี่ยง ผลกระทบ และเครื่องมือในการติดตามตรวจสอบ — 2026
ประเภทความเสี่ยงคำอธิบายและการประเมินผลกระทบสัญญาณบ่งชี้ที่ต้องติดตาม (Observable Trigger)แนวทางการบรรเทาความเสี่ยง (Mitigation Strategy)
ความผันผวนของค่าการกลั่น (GRM Volatility)ค่าการกลั่นตลาดเคลื่อนไหวตามวัฏจักรราคาน้ำมันโลกและอุปสงค์-อุปทานในภูมิภาคสิงคโปร์Singapore Complex Gross Refining Margin ลดต่ำกว่า $4.0/bblขยายช่องทางค้าปลีก Caltex เพื่อสร้าง Cash Flow ที่มีเสถียรภาพ และใช้โปรแกรม BLIP ปรับสูตรน้ำมันดิบ
ความเสี่ยงด้านสต็อกน้ำมัน (Stock Gain / Loss)ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปรับลดลงอย่างรวดเร็วทำให้ต้องบันทึกขาดทุนจากสต็อกและลดมูลค่าสินค้าคงเหลือ (NRV)ราคาน้ำมันดิบดูไบ (Dubai Crude) ปรับลดลงต่อเนื่องเกิน $15/bbl ภายในไตรมาสเดียวบริหารระดับปริมาณสำรองน้ำมันดิบให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสมตามกฎหมาย และใช้สัญญาอนุพันธ์ป้องกันความเสี่ยง (Hedging) ในบางจังหวะ
การแทรกแซงนโยบายราคาน้ำมันของภาครัฐมาตรการพยุงราคาน้ำมันดีเซลหรือขอความร่วมมือตรึงค่าการตลาดของกระทรวงพลังงานการปรับเปลี่ยนเพดานราคาดีเซลหน้าโรงกลั่น หรือมติคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.)เพิ่มสัดส่วนการจำหน่ายน้ำมันเกรดพรีเมียม (Techron Platinum) และขยายธุรกิจ Non-oil ที่ไม่อยู่ภายใต้การควบคุมราคา
การเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้า (Energy Transition)การเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้า (BEV) อาจชะลอการเติบโตของการใช้น้ำมันเบนซินในระยะยาว (5-10 ปีข้างหน้า)ยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าสะสมในประเทศเกิน 25% ของยอดขายรถยนต์ใหม่ติดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้า (EV Charging Hubs) ในสถานีบริการ Caltex และศึกษาการผลิตเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน (SAF)
ความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย (EHS Risks)อุบัติเหตุจากการขนส่งน้ำมันดิบทางทะเลหรือการรั่วไหลของน้ำมันส่งผลต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมรายงานเหตุการณ์ผิดปกติในการขนส่งน้ำมันดิบผ่านทุ่นผูกเรือน้ำลึก (SPM)ยึดมั่นมาตรฐานความปลอดภัยระดับโลกของ Chevron มีระบบป้องกันการรั่วไหลอัตโนมัติ และซ้อมแผนฉุกเฉินสม่ำเสมอ
ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน (FX Risk)น้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมกำหนดราคาอิงสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) ในขณะที่ยอดขายในประเทศเป็นเงินบาทค่าเงินบาทอ่อนค่าหรือแข็งค่าผันผวนเกิน 5% ต่อไตรมาสเมื่อเทียบกับ USDโครงสร้างธุรกิจมี Natural Hedge ในตัว เนื่องจากการจัดซื้อน้ำมันดิบและการขายน้ำมันสำเร็จรูปคำนวณตามเกณฑ์ Import Parity ในรูป USD

12. การวิเคราะห์ SWOT (SWOT Analysis)

จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรคเชิงกลยุทธ์ — 2026

Strengths (จุดแข็ง)

  • โรงกลั่นแบบ Complex Refinery ประสิทธิภาพสูง มีหน่วย RFCC และกำลังการกลั่น 175,000 บาร์เรลต่อวัน
  • การสนับสนุนด้านเทคโนโลยี การบริหารจัดการ และเครือข่ายระดับโลกจากผู้ถือหุ้นใหญ่ Chevron
  • การผสานเครือข่ายสถานีบริการน้ำมัน Caltex กว่า 530 แห่ง เสริมสร้างห่วงโซ่คุณค่าต้นน้ำ-ปลายน้ำ
  • ฐานะทางการเงินแข็งแกร่งเป็นเลิศด้วย D/E เพียง 0.44 เท่า และภาระหนี้สินสุทธิอยู่ในระดับต่ำมาก

Weaknesses (จุดอ่อน)

  • ความสามารถในการทำกำไรยังคงมีความอ่อนไหวสูงต่อความผันผวนของราคาน้ำมันดิบและค่าการกลั่นตลาดโลก
  • ไม่มีธุรกิจปิโตรเคมีปลายน้ำขนาดใหญ่เพื่อช่วยกระจายความเสี่ยงเมื่อค่าการกลั่นน้ำมันเข้าสู่วัฏจักรขาลง
  • เครือข่ายสถานีบริการ Caltex ยังมีส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับ 4 ตามหลัง PTT Station, Bangchak และ PTG
  • ต้องปฏิบัติตามมาตรฐานการบำรุงรักษาอย่างเคร่งครัด ซึ่งมีรอบการหยุดซ่อมบำรุงใหญ่ (T&I) ทุก 5–6 ปี

Opportunities (โอกาส)

  • การขยายธุรกิจ Non-oil และพันธมิตรค้าปลีกในปั๊ม Caltex เพื่อสร้างรายได้ประจำ (Recurring Income)
  • การเติบโตของอุตสาหกรรมการบินและการท่องเที่ยวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ผลักดันความต้องการน้ำมัน Jet A-1
  • โอกาสในการต่อยอดสู่การผลิตเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel: SAF) ร่วมกับพันธมิตร
  • การขยายตลาดส่งออกผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปไปยังกลุ่มประเทศ CLMV ที่ยังขาดแคลนโรงกลั่นในประเทศ

Threats (อุปสรรค)

  • นโยบายควบคุมและแทรกแซงราคาพลังงานในประเทศของภาครัฐ โดยเฉพาะเพดานราคาน้ำมันดีเซล
  • การแข่งขันด้านค่าการตลาดและการจัดโปรโมชั่นสะสมแต้มระหว่างค่ายสถานีบริการน้ำมันในประเทศที่รุนแรง
  • การขยายกำลังการกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่ใหม่ๆ ในภูมิภาคตะวันออกกลางและเอเชียตะวันออก
  • แนวโน้มการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดและยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ในระยะยาวที่อาจกระทบอุปสงค์น้ำมันเชื้อเพลิง

13. มุมมองนักลงทุนและข้อสรุปการประเมินมูลค่า (Investor View & Valuation)

บทวิเคราะห์มูลค่า ราคาเป้าหมาย Consensus และรายการตรวจสอบสำหรับนักลงทุน — ณ 25 ก.ย. 2026

ณ ระดับราคาปัจจุบันที่ ฿14.20 บาท หุ้น SPRC ซื้อขายบน Valuation ที่น่าสนใจอย่างยิ่ง ด้วย P/E Multiple เพียง 3.63 เท่า และ P/BV 1.16 เท่า เทียบกับมูลค่าทางบัญชี (BVPS) ที่ ฿12.25 ต่อหุ้น สะท้อนว่าราคาหุ้นยังไม่ได้สะท้อนการปรับโครงสร้างธุรกิจสู่การเป็นผู้ให้บริการพลังงานครบวงจรและการฟื้นตัวของผลการดำเนินงานหลังจบการซ่อมบำรุงใหญ่อย่างเต็มที่

สรุปมุมมองและการประเมินราคาเป้าหมายจากบริษัทหลักทรัพย์ (Analyst Consensus)

บริษัทหลักทรัพย์ (Broker House)คำแนะนำ (Rating)ราคาเป้าหมาย (Target Price — ฿)ส่วนต่างจากราคาปัจจุบัน (Upside)เหตุผลเชิงกลยุทธ์สำคัญ
บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (CGSI)ซื้อ (Buy)16.50+16.2%มองบวกต่อค่าการกลั่น GRM ที่แข็งแกร่ง และ Synergy จากการตลาด Caltex
ราคาเป้าหมายเฉลี่ย IAA Consensusซื้อ / สะสม14.51+2.2%ฐานกำไรปกติ 1H2026 ฟื้นตัวชัดเจนหลัง T&I และสถานะเงินปันผลเด่น
บล.ทิสโก้ (Tisco Securities)ซื้อ (Buy)12.50-12.0%ประเมินมูลค่าอย่างอนุรักษนิยม อิง P/BV วงจรระยะยาว
บล.กรุงศรี (Krungsri Securities)ซื้อเก็งกำไร11.50-19.0%เก็งกำไรตามทิศทางสเปรดดีเซลและค่าการกลั่นสิงคโปร์
บล.กสิกรไทย (Kasikorn Securities)ถือ (Neutral)9.70-31.7%รอประเมินผลกระทบจากมาตรการภาครัฐและสต็อกลอสในไตรมาสถัดไป

กรณีเชิงบวก (Bull Scenario: TP ฿16.50 – ฿17.50)

  • ค่าการกลั่นตลาดรักษาระดับเหนือ $8.0/bbl ตลอดช่วงที่เหลือของปี
  • กำไรสุทธิทั้งปี 2569 ทะลุ ฿18,000 ล้านบาท หนุนเงินปันผลรวมแตะ ฿0.80–฿0.90/หุ้น (Yield ~6%)
  • ตลาดปรับเพิ่มตัวคูณ P/E ขึ้นสู่ระดับ 4.5–5.0 เท่า สอดคล้องกับค่าเฉลี่ยในอดีต

กรณีฐาน (Base Scenario: TP ฿14.50 – ฿15.50)

  • ค่าการกลั่นตลาดเฉลี่ย $6.50 – $7.50/bbl และการเดินเครื่องสม่ำเสมอ ~85%
  • กำไรสุทธิทั้งปี 2569 อยู่ที่ราว ฿15,000 – ฿16,000 ล้านบาท
  • เงินปันผลทั้งปีอยู่ที่ ฿0.70 ต่อหุ้น คิดเป็น Dividend Yield ราว 5.0%

กรณีเชิงระมัดระวัง (Bear Scenario: TP ฿10.00 – ฿11.50)

  • ราคาน้ำมันดิบโลกร่วงแรงจนเกิด Inventory Loss ขาดทุนในครึ่งปีหลัง
  • ค่าการกลั่นในตลาดสิงคโปร์ทรุดตัวลงสู่ระดับต่ำกว่า $4.0/bbl
  • รัฐบาลเข้าแทรกแซงลดค่าการตลาดน้ำมันอย่างรุนแรง

รายการตรวจสอบสำหรับนักลงทุน (Investment Monitoring Checklist)