| สถานการณ์การลงทุน | สมมติฐานและปัจจัยผลักดันหลัก | กำไรสุทธิ 2026E | ราคาเป้าหมายประเมิน |
|---|---|---|---|
| กรณีเติบโตเด่น (Bull Case) | ยอดขายเทศกาล Mooncake ใน 3Q และเค้กปีใหม่ใน 4Q ทำสถิติสูงสุดใหม่, มาร์จิ้นขยายตัวหลังปิดสาขาขาดทุน | ฿310–330 ล้านบาท (EPS ฿0.60–0.64) | ฿10.50–11.00 บาท (P/E 17.0x บนกำไรฟื้นตัว) |
| กรณีฐาน (Base Case) | รายได้ทรงตัวถึงลดลงเล็กน้อย (−3% ถึง −5% YoY), GPM ยืนเหนือ 55%, กำไรได้แรงหนุนตามฤดูกาลช่วงครึ่งปีหลัง | ฿250–270 ล้านบาท (EPS ฿0.49–0.52) | ฿9.00–9.50 บาท (P/E 17.5x–18.0x อิงค่าเฉลี่ยในอดีต) |
| กรณีระมัดระวัง (Bear Case) | กำลังซื้อในประเทศซบเซาหนัก, การแข่งขันตัดราคาในตลาดเบเกอรี่รุนแรง, ต้นทุนวัตถุดิบเนยนมปรับตัวขึ้น | ฿210–230 ล้านบาท (EPS ฿0.41–0.45) | ฿7.50–8.00 บาท (P/E 16.0x สะท้อนความเสี่ยง) |
| หัวข้อข้อมูล | รายละเอียด | แหล่งข้อมูลอ้างอิง |
|---|---|---|
| ชื่อบริษัทภาษาไทย | บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) | (SET Profile) |
| ชื่อย่อหลักทรัพย์ / ตลาดรอง | SNP (ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย - SET / กลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร หมวดอาหารและเครื่องดื่ม) | (SET Factsheet) |
| ประเภทธุรกิจหลัก | ดำเนินธุรกิจร้านอาหาร ร้านเบเกอรี่ จำหน่ายอาหารสำเร็จรูปแช่แข็ง และผลิตภัณฑ์เบเกอรี่บรรจุห่อ | (S&P Corporate) |
| ทุนจดทะเบียนและชำระแล้ว | 514,710,383.00 บาท (จำนวน 514,710,383 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1.00 บาท) | (SET Profile) |
| ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ 3 อันดับแรก | 1. บมจ. ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล (MINT) (~35.8%) 2. กลุ่มตระกูลไรวา (~18.5%) 3. กลุ่มตระกูลศิลาอ่อน (~15.2%) | (SET Major Shareholders) |
| นโยบายเงินปันผล | ประมาณร้อยละ 60 ของกำไรสุทธิหลังหักภาษีเงินได้ตามงบการเงินรวม | (Settrade) |
บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) (SNP) ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายอาหารและเบเกอรี่มายาวนานกว่า 53 ปี มีเครือข่ายสาขากว่า 400 แห่งทั่วประเทศ โดดเด่นด้วยโมเดลธุรกิจที่มีสัดส่วนยอดขายแบบ ซื้อกลับบ้าน (Take-Away) สูงถึง 66% ขณะที่การนั่งรับประทานในร้าน (Dine-in) คิดเป็น 18% และบริการเดลิเวอรี่ร่วมกับจัดเลี้ยงนอกสถานที่คิดเป็น 16%
SNP มีฐานการผลิตหลัก 3 แห่ง ได้แก่ โรงงานบางแก้ว (กม. 23.5 บางนา-ตราด), โรงงานสุขุมวิท 62 และโรงงานเชียงใหม่/ลำพูน โดยนำเทคโนโลยีระบบอัตโนมัติและหลักการผลิตแบบ LEAN มาใช้เพื่อควบคุมต้นทุนต่อหน่วยและลดการสูญเสียของวัตถุดิบ
ในช่วงปี 2566–2568 ผลการดำเนินงานของ SNP เผชิญผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจในประเทศและกำลังซื้อผู้บริโภคที่ชะลอตัว รายได้รวมปรับจาก ฿6,290.40 ล้านบาทในปี 2566 สู่ ฿5,708.92 ล้านบาทในปี 2568 และกำไรสุทธิปรับสู่ ฿270.54 ล้านบาท สำหรับงวด 1H2026 มีรายได้รวม ฿2,529.60 ล้านบาท (−6.4% YoY) และกำไรสุทธิ ฿60.24 ล้านบาท (−28.2% YoY)
| รายการทางการเงิน (฿ ล้านบาท) | FY2023 | FY2024 | FY2025 | 1H2025 | 1H2026 | TTM (มิ.ย. 26) |
|---|---|---|---|---|---|---|
| รายได้รวมทั้งสิ้น | 6,290.40 | 6,200.51 | 5,708.92 | 2,701.36 | 2,529.60 | 5,537.16 |
| กำไรขั้นต้น (Gross Profit) | 3,459.72 | 3,453.68 | 3,179.87 | 1,485.75 | 1,401.40 | 3,095.52 |
| อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin %) | 55.00% | 55.70% | 55.70% | 55.00% | 55.40% | 55.90% |
| EBITDA | 985.20 | 892.50 | 750.40 | 364.68 | 330.87 | 716.59 |
| EBITDA Margin (%) | 15.66% | 14.39% | 13.14% | 13.50% | 13.08% | 12.94% |
| กำไรสุทธิ (Net Profit) | 485.23 | 426.87 | 270.54 | 83.92 | 60.24 | 246.86 |
| อัตรากำไรสุทธิ (Net Margin %) | 7.71% | 6.88% | 4.74% | 3.11% | 2.38% | 4.46% |
โครงสร้างทางการเงินของ SNP มีความมั่นคงสูง โดย ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 มีสินทรัพย์รวมอยู่ที่ ฿5,324.83 ล้านบาท ประกอบด้วยส่วนของผู้ถือหุ้น ฿2,704.36 ล้านบาท และหนี้สินรวม ฿2,575.54 ล้านบาท สมการทางบัญชี สินทรัพย์รวม = หนี้สินรวม + ส่วนของผู้ถือหุ้น + ส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุม (Non-controlling Interest ฿44.93 ล้านบาท) ตรวจสอบผ่านสมบูรณ์ 100%
| รายการงบดุล (฿ ล้านบาท) | 31 ธ.ค. 2023 | 31 ธ.ค. 2024 | 31 ธ.ค. 2025 | 30 มิ.ย. 2026 |
|---|---|---|---|---|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด | 612.45 | 580.12 | 540.30 | 685.20 |
| ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้หมุนเวียนอื่น | 385.10 | 360.40 | 325.80 | 390.45 |
| สินค้าคงเหลือสุทธิ | 412.30 | 395.20 | 378.10 | 445.60 |
| สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน (PP&E และสิทธิการใช้) | 3,634.91 | 3,410.43 | 2,938.27 | 3,803.58 |
| สินทรัพย์รวมทั้งสิ้น | 5,044.76 | 4,746.15 | 4,182.47 | 5,324.83 |
| หนี้สินหมุนเวียน (เจ้าหนี้การค้าและค่าใช้จ่ายค้างจ่าย) | 1,420.50 | 1,310.20 | 1,080.40 | 1,620.30 |
| หนี้สินตามสัญญาเช่าร้านสาขา (TFRS 16) | 864.10 | 699.23 | 521.78 | 955.24 |
| หนี้สินเงินกู้ยืมสถาบันการเงินระยะยาว | 0.00 | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| หนี้สินรวมทั้งสิ้น | 2,284.60 | 2,009.43 | 1,602.18 | 2,575.54 |
| ส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทใหญ่ | 2,722.79 | 2,701.54 | 2,545.81 | 2,704.36 |
| ส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุม | 37.37 | 35.18 | 34.48 | 44.93 |
SNP ดำเนินนโยบายการเงินแบบอนุรักษนิยมอย่างเคร่งครัด โดยไม่มีหนี้สินเงินกู้ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงิน หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยทั้งหมดคือสัญญาเช่าดำเนินงานพื้นที่สาขา (Lease Liabilities ตาม TFRS 16)
หากพิจารณาเฉพาะหนี้สินทางการเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน SNP อยู่ในสถานะ Net Cash ปลอดหนี้สถาบันการเงินโดยสมบูรณ์ มีเงินสดและเงินลงทุนสภาพคล่องสูงกว่า ฿685 ล้านบาท ปราศจากความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น
โครงสร้างรายได้ของ SNP แบ่งเป็น 3 ส่วนหลัก โดยมีธุรกิจร้านเบเกอรี่และร้านอาหารในประเทศเป็นฐานสร้างกระแสเงินสด เสริมด้วยธุรกิจผลิตอาหารสำเร็จรูปและขนมไหว้พระจันทร์ที่ให้อัตรากำไรระดับสูง
| สายธุรกิจ | สัดส่วน (%) | ช่องทางจัดจำหน่ายและแบรนด์สำคัญ |
|---|---|---|
| ร้านเบเกอรี่และร้านอาหารในประเทศ | 83% | S&P Restaurant, S&P Bakery Shop, S&P Bakery Mart (เน้น Take-Away 66%) |
| การผลิตและจำหน่ายสินค้าสำเร็จรูป | 13% | อาหารแช่แข็งพร้อมทาน, เบเกอรี่ Modern Trade, ขนมไหว้พระจันทร์ (Mooncake Market Leader) |
| ร้านอาหารต่างประเทศ | 4% | Patara Fine Dining ในลอนดอน, เจนีวา, เวียนนา |
SNP มีนโยบายจ่ายเงินปันผลไม่ต่ำกว่า 60% ของกำไรสุทธิ และมีประวัติการจ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอปีละ 2 ครั้ง โดยงวด 1H2026 บริษัทประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล ฿0.05 ต่อหุ้น (ขึ้นเครื่องหมาย XD 27 ส.ค. 2026 และจ่ายเงินปันผลแล้วเมื่อ 11 ก.ย. 2026)
| รอบผลประกอบการ | DPS ระหว่างกาล (฿) | DPS ประจำปี (฿) | DPS รวมทั้งปี (฿) | Dividend Yield (%) | Payout Ratio (%) |
|---|---|---|---|---|---|
| FY2023 (ปี 2566) | 0.25 | 0.75 | 1.00 | 6.85% | 106.1% |
| FY2024 (ปี 2567) | 0.10 | 0.70 | 0.80 | 6.20% | 96.5% |
| FY2025 (ปี 2568) | 0.05 | 0.45 | 0.50 | 5.76% | 95.1% |
| 2026E (คาดการณ์) | 0.05 (จ่ายแล้ว) | 0.40 (ประมาณการ) | 0.45 | 5.23% | ~90.0% |
การเปรียบเทียบ SNP กับหุ้นในกลุ่มร้านอาหารและขนมหวานในตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้แก่ AU (After You), M (MK Restaurant Group) และ ZEN (Zen Corporation Group)
| บริษัท / หลักทรัพย์ | Market Cap (฿ ล้าน) | P/E (x) | P/BV (x) | Div Yield (%) | จุดเด่นทางธุรกิจ |
|---|---|---|---|---|---|
| SNP (เอส แอนด์ พี) | 4,426.51 | 17.90 | 1.64 | 5.76% | ผู้นำเบเกอรี่ Take-Away และขนมไหว้พระจันทร์ ปันผลสูง ไร้หนี้กู้ยืม |
| AU (อาฟเตอร์ ยู) | 3,441.93 | 19.56 | 3.74 | 5.92% | แบรนด์ของหวานพรีเมียมอันดับ 1 ขยายแบรนด์ลูกก๊อและมิกก้า |
| ZEN (เซ็น คอร์ปอเรชั่น) | 1,665.00 | 35.22 | 1.23 | 3.20% | พอร์ตแบรนด์อาหารญี่ปุ่นและไทยหลากหลาย ขยายโมเดลแฟรนไชส์ |
| M (เอ็มเค เรสโตรองต์) | 19,154.26 | 26.34 | 1.85 | 4.50% | ยักษ์ใหญ่ร้านสุกี้และอาหารจานด่วน พอร์ตสาขาครอบคลุมทั่วประเทศ |
ฝ่ายจัดการ SNP ดำเนินกลยุทธ์เน้นขยายสาขารูปแบบขนาดกะทัดรัด (Compact Store / Bakery Mart) ในพื้นที่สัญจรสูง เช่น โรงพยาบาล ปั๊มน้ำมัน และสถานีขนส่ง เพื่อเพิ่มความถี่ในการซื้อของผู้บริโภค พร้อมนำระบบ LEAN Automation เข้ามาลดต้นทุนในโรงงานผลิต
| หมวดหมู่ความเสี่ยง | รายละเอียดความเสี่ยง | สัญญาณเตือนที่ต้องติดตาม (Trigger) | มาตรการบริหารจัดการความเสี่ยง |
|---|---|---|---|
| 1. ความเสี่ยงด้านต้นทุนวัตถุดิบ | ราคาแป้งสาลี เนย นม ไข่ไก่ และน้ำตาล ผันผวนตามตลาดโลก | ดัชนีราคาอาหารโลก (FAO Food Index) และราคาเนยนำเข้า | ทำสัญญาจัดซื้อล่วงหน้า (Forward Booking) และปรับสูตรผลิตภัณฑ์ด้วย R&D |
| 2. ความเสี่ยงด้านกำลังซื้อชะลอตัว | เศรษฐกิจในประเทศฟื้นตัวช้า หนี้ครัวเรือนสูง กระทบยอดขายร้านอาหาร | ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (CCI) และ Same-Store-Sales Growth (SSSG) | เพิ่มเมนู Value for Money, โปรโมชั่น Grab & Go และเน้นเบเกอรี่ราคาเข้าถึงง่าย |
| 3. ความเสี่ยงจากการแข่งขัน | ร้านคาเฟ่และเบเกอรี่เกิดใหม่ รวมถึงแบรนด์ต่างชาติเข้ามาเปิดในห้างฯ | จำนวนสาขาคู่แข่งในศูนย์การค้าเดียวกัน และส่วนแบ่งการตลาด | ชูจุดเด่นความน่าเชื่อถือของแบรนด์ 53 ปี และคุณภาพรสชาติมาตรฐาน |
| 4. ความเสี่ยงด้านค่าแรงและแรงงาน | การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำและภาวะขาดแคลนแรงงานภาคบริการ | นโยบายค่าแรงขั้นต่ำของภาครัฐ และอัตรา Turn-over พนักงาน | นำระบบอัตโนมัติมาใช้ในโรงงาน และใช้ระบบ Self-Ordering / POS หน้าร้าน |
| 5. ความเสี่ยงสัญญาเช่าพื้นที่ | ค่าเช่าพื้นที่ในศูนย์การค้าและไฮเปอร์มาร์เก็ตปรับเพิ่มขึ้นตามรอบสัญญา | ต้นทุนค่าเช่าต่อยอดขาย (Occupancy Cost Ratio) สูงกว่า 18% | เจรจาสัญญาแบ่งรายได้ตามยอดขาย (Revenue Sharing) และปิดสาขาไม่ทำกำไร |
| 6. ความเสี่ยงจากร้านต่างประเทศ | ความผันผวนของค่าเงิน GBP/EUR และต้นทุนการดำเนินงานในยุโรป | อัตราแลกเปลี่ยน และต้นทุนค่าสาธารณูปโภคในอังกฤษ | ปรับโครงสร้างเมนู และบริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนอย่างใกล้ชิด |
| จุดแข็ง (Strengths) | จุดอ่อน (Weaknesses) |
|---|---|
• แบรนด์ S&P แข็งแกร่ง ได้รับความไว้วางใจสูงจากผู้บริโภคไทยมากว่า 5 ทศวรรษ | • ภาพลักษณ์แบรนด์ร้านอาหารอาจดูดั้งเดิม ดึงดูดกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้จำกัด |
| โอกาส (Opportunities) | อุปสรรค (Threats) |
• การขยายสาขารูปแบบ Bakery Mart ในโรงพยาบาลและปั๊มน้ำมัน คืนทุนไว | • กำลังซื้อผู้บริโภคระดับกลางในประเทศชะลอตัวจากภาระหนี้ครัวเรือน |
| มุมมองการลงทุน | เป้าหมายราคาประเมิน | สมมติฐานและเหตุผลสนับสนุน |
|---|---|---|
| มุมมองเชิงบวก (Bull View) | ฿10.50 – 11.00 บาท | อิง P/E 17.0x บนกำไรปี 2026E ที่ ฿320 ล้านบาท จากยอดขาย Mooncake และ New Year สูงสุดเป็นประวัติการณ์ |
| มุมมองกรณีฐาน (Base View) | ฿9.00 – 9.50 บาท | อิง P/E 17.5x บนกำไรปี 2026E ที่ ฿260 ล้านบาท Dividend Yield 5.5%–5.8% ช่วยจำกัด Downside |
| มุมมองระมัดระวัง (Bear View) | ฿7.50 – 8.00 บาท | อิง P/E 16.0x บนกำไรปี 2026E ที่ ฿220 ล้านบาท สะท้อนกำลังซื้อในประเทศที่ฟื้นตัวช้ากว่าคาด |