บริษัท ส.กิจชัย เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) (SET: SKN) ผลิต MDF จากไม้ยางพาราที่โรงงานเดียวในระยอง กำลังการผลิต 500,000 ลบ.ม./ปี แต่ยอดขายพึ่งตลาดส่งออกเกือบทั้งหมด เมื่อการขนส่งไปตะวันออกกลางสะดุดและราคาขายลด กำไรสุทธิครึ่งปีแรก 2026 จึงเหลือ ฿2.8 ล้าน ทั้งที่ปีก่อนมี ฿253.1 ล้านในช่วงเดียวกัน
หมายเหตุ: ช่อง EBITDA ของ SET แสดง ฿94.05 ล้าน ซึ่งเป็นค่าครึ่งปีแรก 2026 (กำไรก่อนภาษี ฿7.0 + ต้นทุนการเงิน ฿0.4 + ค่าเสื่อม ฿86.6 ล้าน) ส่วน EV/EBITDA 11.68x คำนวณจาก EBITDA TTM ฿369.5 ล้าน จึงระบุฐานไว้ทุกที่ที่ใช้ EBITDA
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| ชื่อย่อหลักทรัพย์ | SKN |
| การจดทะเบียน | จดทะเบียนบริษัท 28 ก.ย. 2010 · เข้า SET 26 ก.ย. 2017 (IPO ที่ ฿7.35) |
| ทุนชำระแล้ว | 800 ล้านหุ้น · พาร์ ฿1.00 · ไม่มีการเปลี่ยนพาร์ |
| โรงงาน | ระยอง (อ.แกลง) พื้นที่ราว 322 ไร่ โรงงานเดียว 2 สายการผลิต |
| ผู้ถือหุ้นใหญ่ | บริษัท ส.กิจชัย แคปปิตอล จำกัด 50.10% (ณ 13 มี.ค. 2026) |
| ผู้สอบบัญชี | EY Office Limited · ความเห็นงบปี 2025 ไม่มีเงื่อนไข · สอบทาน 2Q26 ไม่พบประเด็นผิดปกติ |
SKN ผลิตแผ่นไฟเบอร์บอร์ดความหนาแน่นปานกลาง (MDF) จากเส้นใยไม้ยางพาราผสมกาวยูเรีย-ฟอร์มาลดีไฮด์ แล้วอัดเป็นแผ่น ใช้แทนไม้ธรรมชาติในเฟอร์นิเจอร์ วัสดุตกแต่ง และงานก่อสร้างภายใน รายได้ทั้งหมดมาจาก MDF ซึ่งเป็นส่วนงานเดียว
One Report ปี 2025 ยังรายงานกำลังการผลิตติดตั้ง 500,000 ลบ.ม. จาก 2 สาย MD&A ปี 2025 ระบุว่าค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่มจากการก่อสร้างสายที่ 3 สื่ออุตสาหกรรม Wood & Panel (พ.ย. 2025) รายงานว่าโครงการใกล้เสร็จและจะรวมกำลังการผลิตเป็น 1,000,000 ลบ.ม. ซึ่งเป็นข้อมูลระดับ 4 ที่ยังไม่ได้ยืนยันจากเอกสารทางการ
ตลาด MDF ไทยมีกำลังการผลิตรวมราว 5.45 ล้าน ลบ.ม. ตามตาราง 8 ผู้ผลิตรายใหญ่ของ One Report โดยวนชัย กรุ๊ป (VNG) มีกำลังการผลิตสูงสุดที่ 1.38 ล้าน ลบ.ม. และ SKN อยู่ที่ 500,000 ลบ.ม. ไทยเป็นหนึ่งในผู้นำการผลิต MDF ในภูมิภาค การค้าระหว่างประเทศจึงได้รับผลจากมาตรการตอบโต้ในประเทศคู่ค้า
| รายการ | FY2023 | FY2024 | FY2025 | 1H2025 | 1H2026 | TTM |
|---|---|---|---|---|---|---|
| รายได้จากการขาย | 3,268.7 | 3,642.6 | 2,991.1 | 1,482.9 | 865.7 | 2,374.0 |
| กำไรขั้นต้น | 1,032.5 | 1,360.7 | 944.3 | 516.2 | 197.0 | 625.1 |
| อัตรากำไรขั้นต้น (%) | 31.6 | 37.4 | 31.6 | 34.8 | 22.8 | 26.3 |
| กำไรจากการดำเนินงาน | 474.0 | 691.6 | 480.6 | 299.4 | 7.4 | 188.6 |
| EBITDA (คำนวณ) | 673.9 | 884.8 | 670.8 | 395.4 | 94.1 | 369.5 |
| EBITDA margin (%) | 20.6 | 24.3 | 22.4 | 26.7 | 10.9 | 15.6 |
| กำไรสุทธิ | 424.8 | 624.8 | 420.4 | 253.1 | 2.8 | 170.2 |
| กำไรต่อหุ้น (บาท) | 0.53 | 0.78 | 0.53 | 0.32 | 0.00 | 0.21 |
ปี 2025 อัตราภาษีจริงอยู่ที่ 12.4% เทียบกับอัตรา 20% ตามกฎหมาย ส่วนต่างส่วนใหญ่น่าจะมาจากสิทธิ BOI การหมดสิทธิในปลายปี 2026 จะลดกำไรสุทธิหากยอดขายไม่ฟื้น
| รายการ | 31 ธ.ค. 2023 | 31 ธ.ค. 2024 | 31 ธ.ค. 2025 | 30 มิ.ย. 2026 |
|---|---|---|---|---|
| เงินสดและรายการเทียบเท่า | 1,451.8 | 1,592.3 | 626.0 | 857.9 |
| สินค้าคงเหลือ | 403.7 | 341.6 | 402.4 | 517.7 |
| ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ (สุทธิ) | 2,750.0 | 2,967.1 | 4,627.7 | 4,793.7 |
| เงินกู้ระยะสั้นจากสถาบันการเงิน | 410.0 | 113.4 | 758.5 | 1,254.5 |
| เจ้าหนี้การค้าและอื่นๆ | 327.9 | 409.5 | 559.5 | 398.0 |
| สินทรัพย์รวม | 4,841.6 | 5,078.6 | 5,930.0 | 6,319.1 |
| หนี้สินรวม | 1,085.5 | 865.7 | 1,619.4 | 2,005.6 |
| ส่วนของผู้ถือหุ้น | 3,756.0 | 4,212.9 | 4,310.6 | 4,313.5 |
| มูลค่าทางบัญชีต่อหุ้น (บาท) | 4.70 | 5.27 | 5.39 | 5.39 |
เงินสดลดจาก ฿1,592 ล้าน (2024) เป็น ฿626 ล้าน (2025) และหนี้ระยะสั้นเพิ่มจาก ฿113 ล้านเป็น ฿1,255 ล้านใน 1H2026 สินค้าคงเหลือเพิ่มจาก ฿402 ล้านเป็น ฿518 ล้าน แม้ยอดขายลด 42% ระยะสินค้าคงเหลือโดยประมาณเพิ่มจากราว 72 วันเป็นราว 141 วัน (คำนวณจากต้นทุนขายที่ annualize จากครึ่งปี)
SKN มีส่วนงานเดียวคือ MDF ดังนั้นการวิเคราะห์จึงแบ่งตามที่ตั้งลูกค้า ซึ่งเปิดเผยในหมายเหตุ 9 ของงบ 2Q26 และหมายเหตุ 21 ของงบปี 2025
| ช่วงเวลา | ส่งออก | ในประเทศ | รวม | ส่งออก (%) |
|---|---|---|---|---|
| FY2024 | 3,404.8 | 237.8 | 3,642.6 | 93.5 |
| FY2025 | 2,765.7 | 225.4 | 2,991.1 | 92.5 |
| 1H2025 | 1,381.3 | 101.6 | 1,482.9 | 93.1 |
| 1H2026 | 735.5 | 130.2 | 865.7 | 85.0 |
| 2Q2026 | 308.8 | 68.6 | 377.5 | 81.8 |
ลูกค้า 2 รายคิดเป็น 34.7% ของยอดขายปี 2025 และผู้ขายวัตถุดิบรายหนึ่งคิดเป็นมากกว่า 30% ของยอดซื้อ ทั้งสองด้านกระทบอำนาจต่อรองและความผันผวนของราคา
ปี 2025 เป็นปีแรกนับตั้งแต่ปี 2021 ที่บริษัทไม่จ่ายปันผลจากผลการดำเนินงานของปีนั้น โดยครั้งก่อนหน้าที่งดจ่ายคือปี 2020
| ปีผลการดำเนินงาน | DPS (บาท) | EPS (บาท) | Payout (%) | วันจ่าย |
|---|---|---|---|---|
| FY2022 | 0.36 | 0.85 | 42.4 | 19 พ.ค. 2023 |
| FY2023 | 0.21 | 0.53 | 39.5 | 17 พ.ค. 2024 |
| FY2024 | 0.40 | 0.78 | 51.2 | 23 พ.ค. 2025 |
| FY2025 | 0.00 | 0.53 | 0.0 | ยกเลิก (เสนอ ฿0.75 = 143%) |
หมายเหตุ 29 ของงบปี 2025 ยังคงข้อเสนอปันผล ฿0.75 ต่อหุ้น บริษัทชี้แจง 5 มี.ค. 2026 ว่าการยกเลิกไม่มีผลต่องบ ควรอ้างมติ AGM และหนังสือชี้แจงเป็นหลัก
VNG เป็นผู้ผลิต MDF รายใหญ่ที่สุดของไทยและเป็นคู่แข่งตรงที่จดทะเบียนใน SET ส่วน DRT และ DCC เป็นวัสดุก่อสร้างในกลุ่มเดียวกันแต่ผลิตภัณฑ์ต่างกัน ใช้เป็นกรอบอ้างอิงเท่านั้น
| หลักทรัพย์ | Market Cap (ล้านบาท) | P/E (เท่า) | P/BV (เท่า) | EV/EBITDA (เท่า) | ธุรกิจและความเกี่ยวข้อง |
|---|---|---|---|---|---|
| SKN | 3,920 | 23.03 | 0.91 | 11.68 | MDF จากไม้ยางพารา ส่งออกเป็นหลัก |
| VNG | 3,158 | — | 0.50 | 31.28 | MDF และ particle board · คู่แข่งตรง กำไรติดลบ |
| DRT | 4,574 | 11.00 | 1.78 | 6.78 | หลังคา บอร์ดซีเมนต์ ฝ้า · อ้างอิงขนาด |
| DCC | 12,228 | 14.23 | 1.67 | 8.68 | กระเบื้องเซรามิก · อ้างอิงกลุ่ม ขนาดใหญ่กว่า |
| กำหนดเวลา | เหตุการณ์ | ผลต่อกำไรหรือความเสี่ยง |
|---|---|---|
| 20 เม.ย. 2026 (เสร็จแล้ว) | AGM อนุมัติงดจ่ายปันผลปี 2025 (98.61%) | ไม่มีกระแสเงินสดปันผลออกในปี 2026 |
| 11 พ.ย. 2026 | สิ้นสุดการยกเว้นภาษี BOI (ใบรับรอง 60-0836) | อัตราภาษีกลับสู่ระดับปกติ กดกำไรสุทธิ |
| ปลายปี 2026 (ตามรอบ) | งบ 9M2026 — วันที่แน่นอนยังไม่ยืนยัน | ใช้ยืนยันการฟื้นตัวของส่งออกและอัตรากำไรขั้นต้น |
| ไม่ระบุวันที่ | สายการผลิตที่ 3 เดินเครื่องเชิงพาณิชย์ | เพิ่มกำลังการผลิตแต่เพิ่มภาระค่าเสื่อมและดอกเบี้ย |
| ไม่ระบุวันที่ | กลับมาจ่ายปันผล | บริษัทระบุว่าอาจพิจารณาเมื่อสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ เป็นเงื่อนไข ไม่ใช่กำหนดการ |
ข้อมูลที่แน่นอนตอนนี้คือ กำไรครึ่งปีแรกเกือบเป็นศูนย์ ไม่มีการจ่ายปันผลในปีนี้ หนี้มีดอกเบี้ยเพิ่มจาก ฿758.5 ล้านเป็น ฿1,254.5 ล้านในครึ่งปีแรก และ BOI จะหมดในเดือนพฤศจิกายน ส่วนที่ยังไม่แน่นอนคือวันเดินสายการผลิตที่ 3 และระดับการส่งออกที่จะกลับมา
| # | ความเสี่ยง | สัญญาณที่สังเกตได้ | ระดับ |
|---|---|---|---|
| 1 | พึ่งตลาดส่งออกตะวันออกกลาง | ส่งออก 2Q26 ลด 55% YoY · สัดส่วนส่งออกลดต่อเนื่อง | สูง |
| 2 | วัตถุดิบไม้ยางพาราและผู้ขายรายใหญ่ | ผู้ขายรายเดียวเกิน 30% ของยอดซื้อ · สินค้าคงเหลือเพิ่ม 29% ใน 1H2026 | สูง |
| 3 | กาวเรซินพึ่งผู้ขายจำนวนน้อย รวมบริษัทย่อย | รายการซื้อจากบริษัทย่อยใน 2Q26 | กลาง |
| 4 | หนี้ระยะสั้นและสภาพคล่อง | IB D/E 0.18x → 0.29x ใน 6 เดือน · CFO น้อยกว่า capex | สูง |
| 5 | หมดสิทธิยกเว้นภาษี BOI | วันที่ 11 พ.ย. 2026 · ใบ 68-0128 ยังไม่มีรายได้ | สูง |
| 6 | มาตรการ CVD/AD ในประเทศคู่ค้า | มาตรการ CVD ที่อินเดีย และ AD ที่เวียดนามกับ Fiberboard จากไทย · ติดตามการประกาศเพิ่ม | กลาง |
| 7 | อัตราแลกเปลี่ยนและดอกเบี้ยลอยตัว | รายได้ดอลลาร์ ต้นทุนบาท · ทุก 1 จุดร้อยละ ≈ ฿12.5 ล้าน/ปี | กลาง |
| 8 | ลูกค้ารายใหญ่กระจุกตัว | ลูกค้า 2 รายรวม 35% ของยอดขาย | กลาง |
| 9 | โรงงานเดียว ภัยพิบัติและอุบัติเหตุ | การหยุดสายการผลิตหรือค่าซ่อมผิดปกติใน MD&A | กลาง |
ข้อ 1 (ตลาดส่งออก) เชื่อมกับข้อ 4 (หนี้) และข้อ 5 (BOI) เพราะยอดขายที่ไม่กลับมาจะกดทั้งกำไรและกระแสเงินสด ขณะที่โครงการลงทุนพึ่งหนี้ระยะสั้น
หุ้นอยู่ที่ P/BV 0.91x ต่ำกว่า DRT (1.78x) และ DCC (1.67x) แต่สูงกว่า VNG (0.50x) และ P/E 23.03x อยู่บนกำไร TTM ที่ลดลง 73% จากปี 2024 ตลาดกำลังรอหลักฐานว่ากำไรจะกลับมา
| กรณี | เงื่อนไข | P/BV สมมติ | มูลค่าโดยประมาณ (บาท) | เทียบราคาปัจจุบัน |
|---|---|---|---|---|
| Bull | ส่งออกกลับใกล้ 1H2025 · GM เกิน 30% · ปันผลกลับ | 1.2x | 6.47 | +32% |
| Base | ฟื้นช้า GM ทรงตัวใกล้ 23% · BOI สิ้นสุด | 0.9x | 4.85 | −1% |
| Bear | ส่งออกไม่กลับ · ขาดทุนต่อเนื่อง BVPS ลดลง | 0.7x | 3.77 | −23% |
| ตัวชี้วัด | ค่าล่าสุด | สัญญาณที่ควรสนใจ |
|---|---|---|
| สัดส่วนส่งออกต่อยอดขาย | 85.0% (1H2026) | ลดต่อเนื่องหรือกลับเกิน 90% |
| อัตรากำไรขั้นต้น | 22.8% (1H2026) | กลับเกิน 30% ติดต่อกันสองไตรมาส |
| IB Debt/Equity | 0.29x | เกิน 0.5x หรือใกล้ระดับ covenant |
| การประกาศปันผล | ไม่จ่าย (ปี 2025) | มติปันผลใหม่ของคณะกรรมการ |
| สถานะ BOI 60-0836 และ 68-0128 | หมดสิทธิ 11 พ.ย. 2026 สำหรับใบแรก | การต่ออายุหรือการเริ่มนับรายได้ของใบที่สอง |
ข้อมูลที่ต้องตรวจก่อนตัดสินใจคือ งบ 9M2026 และสถานะสายการผลิตที่ 3 รายงานนี้เป็นการอ่านหลักฐาน ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน