ผลการดำเนินงานงวดครึ่งแรกของปี 2569 (1H2026) ของ SCGP ส่งสัญญาณบวกอย่างมีนัยสำคัญที่สุดนับตั้งแต่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยเฉพาะในไตรมาส 2/2569 ที่กำไรสุทธิพุ่งแตะ ฿2,304 ล้านบาท (+128% YoY และ +47% QoQ) ส่งผลให้กำไรสุทธิรวมงวด 6 เดือนแรกอยู่ที่ ฿3,510 ล้านบาท เติบโตถึง 83.8% YoY แรงขับเคลื่อนหลักมาจาก 3 ปัจจัยเชิงโครงสร้าง: (1) PT Fajar Surya Wisesa Tbk ในอินโดนีเซียพลิกฟื้นกลับมามีกำไรสุทธิอย่างแข็งแกร่ง (Operational Turnaround) จากการปรับสัดส่วนการใช้วัตถุดิบเศษกระดาษรีไซเคิลภายในประเทศ (Domestic RCP) สูงกว่า 65% และการปรับขึ้นราคาขายกระดาษบรรจุภัณฑ์ในอินโดนีเซีย, (2) อุปสงค์บรรจุภัณฑ์สำหรับสินค้าอุปโภคบริโภค อาหารและเครื่องดื่มในเวียดนามและไทยขยายตัวเด่นชัดตามภาคการท่องเที่ยวและการจับจ่ายใช้สอยในประเทศ, และ (3) การบริหารจัดการต้นทุนพลังงานชีวมวลและประสิทธิภาพการผลิตที่ดีขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้อัตรากำไร EBITDA Margin ปรับตัวสูงขึ้นสู่ระดับ 15.6%
| หัวข้อ | รายละเอียด | หมายเหตุ / แหล่งอ้างอิง |
|---|---|---|
| ชื่อหลักทรัพย์ / ชื่อย่อ | บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) (SCGP) | SET: SCGP / Bloomberg: SCGP TB / Reuters: SCGP.BK |
| กลุ่มอุตสาหกรรม / หมวดธุรกิจ | สินค้าอุตสาหกรรม (INDUS) / บรรจุภัณฑ์ (PKG) | บริษัทบรรจุภัณฑ์มูลค่าตลาดสูงสุดในภูมิภาคอาเซียน |
| ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ | บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) (SCC) ถือหุ้น 72.12% | 3,096,000,000 หุ้น (แกนนำธุรกิจบรรจุภัณฑ์เครือเอสซีจี) |
| สำนักงานใหญ่ | เลขที่ 1 ถนนปูนซิเมนต์ไทย แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ กรุงเทพฯ 10800 | โทรศัพท์: 0-2586-2894 / เว็บไซต์: www.scgpackaging.com |
| ผู้บริหารระดับสูง (C-Suite) | นาย วิชาญ จิตร์ภักดี (CEO) / นาย ดนัยเดช เกตุสุวรรณ (CFO) | รายงานผู้บริหารจดทะเบียนสำนักงาน ก.ล.ต. |
| ผู้สอบบัญชี | บริษัท เคพีเอ็มจี ภูมิไชย สอบบัญชี จำกัด (KPMG Phoomchai Audit Ltd.) | งวดปี 2569 ความเห็นแบบไม่มีเงื่อนไข (Unqualified Opinion) |
| การกำกับดูแลและ ESG Rating | SET ESG Rating ระดับ “AAA” / Corporate Governance Score 5 ดาว (ดีเลิศ) | สมาชิกดัชนี Dow Jones Sustainability Indices (DJSI) |
SCGP ดำเนินธุรกิจในฐานะโฮลดิ้งคอมพานีที่เป็นผู้นำด้านโซลูชันบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจรรายใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีเครือข่ายฐานการผลิตกว่า 50 แห่งครอบคลุม 8 ประเทศ ได้แก่ ประเทศไทย เวียดนาม อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย สเปน เนเธอร์แลนด์ และสหราชอาณาจักร ดำเนินธุรกิจผ่านการบูรณาการตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ (Vertical Integration) เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าองค์กรข้ามชาติ (MNCs) และผู้ประกอบการในภูมิภาค:
| ชื่อบริษัทย่อย / บริษัทร่วม | ประเทศ | สัดส่วนการถือหุ้น | ประเภทธุรกิจหลัก / จุดเด่นเชิงกลยุทธ์ |
|---|---|---|---|
| บริษัท สยามคราฟท์อุตสาหกรรม จำกัด (Siam Kraft) | ไทย | 100.0% | ผู้นำผลิตกระดาษบรรจุภัณฑ์และกระดาษคราฟท์อันดับ 1 ของไทย |
| Thai Containers Group Co., Ltd. (TCG) | ไทย / อาเซียน | 70.0% (JV Rengo 30%) | ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์กล่องลูกฟูกและกล่องกระดาษพับรายใหญ่ที่สุดในอาเซียน |
| PT Fajar Surya Wisesa Tbk (Fajar) | อินโดนีเซีย | 55.2% | ผู้ผลิตกระดาษบรรจุภัณฑ์ชั้นนำในอินโดนีเซีย (กำลังผลิต 1.5 ล้านตัน/ปี) พลิกทำกำไร 1H26 |
| Vina Kraft Paper Co., Ltd. (VKPC) | เวียดนาม | 70.0% | ผู้ผลิตกระดาษบรรจุภัณฑ์ชั้นนำในเวียดนาม รองรับคลื่นอุตสาหกรรมส่งออก |
| Duy Tan Plastics Manufacturing Corp. | เวียดนาม | 70.0% | ผู้นำผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดแข็ง (Rigid) และพรีฟอร์มขวดเครื่องดื่มในเวียดนาม |
| Deltalab, S.L. | สเปน | 85.0% | ผู้ผลิตและจำหน่ายวัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์และห้องปฏิบัติการ ส่งออก 125 ประเทศ |
| Peute Recycling B.V. | เนเธอร์แลนด์ | 100.0% | ผู้ประกอบการรีไซเคิลเศษกระดาษและพลาสติกรายใหญ่ในยุโรป ศูนย์กลางจัดหา RCP โลก |
| บริษัท ผลิตภัณฑ์กระดาษไทย จำกัด (Fest) | ไทย | 100.0% | บรรจุภัณฑ์อาหารปลอดภัยเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม Fest® ตอบโจทย์ Food Delivery |
หน่วย: ล้านบาท · ที่มา: งบการเงินรวมและ MD&A บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) (SCGP IR)
หน่วย: % · สะท้อนการขยายตัวของมาร์จิ้นจากการ Turnaround ของ Fajar และการปรับสัดส่วนวัตถุดิบ (SCGP MD&A)
หน่วย: ล้านบาท · 1H2026 กำไรสุทธิพุ่งก้าวกระโดด +83.8% YoY แตะ ฿3,510 ล้านบาท (SEC Filing)
| รายการทางการเงิน (ล้านบาท) | FY2023 | FY2024 | FY2025 | 1H2025 | 1H2026 | TTM (มิ.ย. 26) |
|---|---|---|---|---|---|---|
| รายได้จากการขาย (Revenue from Sales) | 130,521 | 133,778 | 126,707 | 63,766 | 62,157 | 125,098 |
| EBITDA | 17,769 | 16,127 | 17,210 | 8,489 | 9,677 | 18,398 |
| EBITDA Margin (%) | 13.61% | 12.05% | 13.58% | 13.31% | 15.57% | 14.71% |
| กำไรจากการดำเนินงาน (Operating Profit) | 9,012 | 7,105 | 8,041 | 3,912 | 5,340 | 9,469 |
| ต้นทุนทางการเงิน (Finance Costs) | (2,015) | (2,422) | (2,310) | (1,180) | (1,085) | (2,215) |
| กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ (Net Profit) | 5,248 | 3,699 | 4,069 | 1,910 | 3,510 | 5,669 |
| อัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin %) | 4.02% | 2.76% | 3.21% | 3.00% | 5.65% | 4.53% |
| กำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน (EPS - บาท/หุ้น) | ฿1.22 | ฿0.86 | ฿0.95 | ฿0.44 | ฿0.82 | ฿1.32 |
หน่วย: ล้านบาท · สินทรัพย์รวมเท่ากับหนี้สินรวมบวกส่วนของผู้ถือหุ้นอย่างสมบูรณ์ทุกงวดบัญชี (SCGP Financial Statements)
| รายการแสดงฐานะการเงิน (ล้านบาท) | 31 ธ.ค. 2023 | 31 ธ.ค. 2024 | 31 ธ.ค. 2025 | 30 มิ.ย. 2026 | สัดส่วน (%) |
|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด | 13,540 | 18,920 | 15,680 | 14,850 | 8.2% |
| ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้หมุนเวียนอื่น | 21,450 | 22,180 | 20,890 | 22,640 | 12.5% |
| สินค้าคงเหลือ | 20,120 | 19,650 | 18,430 | 19,120 | 10.6% |
| ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ (PP&E) | 114,350 | 104,210 | 98,760 | 100,540 | 55.5% |
| ค่าความนิยมและสินทรัพย์ไม่มีตัวตน | 24,101 | 21,620 | 20,771 | 21,860 | 12.1% |
| สินทรัพย์รวม (Total Assets) | 198,561 | 188,580 | 176,531 | 181,010 | 100.0% |
| หนี้สินหมุนเวียน | 41,250 | 38,420 | 36,150 | 37,840 | 20.9% |
| หนี้สินไม่หมุนเวียน | 54,862 | 54,873 | 50,265 | 49,500 | 27.3% |
| หนี้สินรวม (Total Liabilities) | 96,112 | 93,293 | 86,415 | 87,340 | 48.3% |
| ทุนจดทะเบียนและชำระแล้ว | 4,293 | 4,293 | 4,293 | 4,293 | 2.4% |
| กำไรสะสมและส่วนเกินมูลค่าหุ้น | 76,890 | 72,140 | 68,520 | 72,480 | 40.0% |
| ส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุม (NCI) | 21,266 | 18,854 | 17,303 | 16,897 | 9.3% |
| ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม (Total Equity) | 102,449 | 95,287 | 90,116 | 93,670 | 51.7% |
| หนี้สินและส่วนของผู้ถือหุ้นรวม (Liabilities + Equity) | 198,561 | 188,580 | 176,531 | 181,010 | สมดุล 100% |
หน่วย: เท่า · อัตราส่วน Net IBD/E อยู่ที่ 0.38 เท่า ต่ำกว่าข้อกำหนดสิทธิหุ้นกู้ (Debt Covenant) ที่กำหนดไว้ไม่เกิน 1.50 เท่า อย่างมีนัยสำคัญ (SCGP FS)
| ตัวชี้วัดความเสี่ยงทางการเงิน | FY2023 | FY2024 | FY2025 | 30 มิ.ย. 2026 | เกณฑ์ควบคุม / Covenant |
|---|---|---|---|---|---|
| หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยรวม (Interest-Bearing Debt) | 49,175 | 64,795 | 63,081 | 58,075 ล้านบาท | - |
| หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิ (Net IBD) | 48,151 | 48,596 | 37,848 | 35,584 ล้านบาท | ลดลงต่อเนื่อง |
| อัตราส่วน IBD / Equity | 0.48x | 0.68x | 0.70x | 0.62x | ไม่เกิน 2.00x |
| อัตราส่วน Net IBD / Equity | 0.47x | 0.51x | 0.42x | 0.38x | ไม่เกิน 1.50x (Covenant) |
| Net Debt / EBITDA | 2.71x | 3.01x | 2.20x | 1.93x | แข็งแกร่งมาก (< 3.0x) |
| อัตราส่วนความสามารถในการชำระดอกเบี้ย (Interest Coverage) | 8.82x | 6.66x | 7.45x | 8.92x | กระแสเงินสดคุ้มหนี้ได้ดี |
ฐานะทางการเงินของ SCGP จัดอยู่ในกลุ่ม Fortress Balance Sheet ที่มีวินัยสูง โดยอัตราส่วน Net IBD/Equity ณ สิ้นไตรมาส 2/2569 ลดลงเหลือเพียง 0.38 เท่า ซึ่งต่ำกว่าเพดาน Debt Covenant ที่ 1.50 เท่าอย่างมาก โครงสร้างเงินกู้กว่า 75% เป็นหุ้นกู้สกุลเงินบาทระยะยาวที่มีอัตราดอกเบี้ยคงที่เฉลี่ยเพียง ~3.2% ต่อปี และมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานปีละกว่า ฿18,000 ล้านบาท ทำให้บริษัทมีพื้นที่ทางการเงิน (Financial Headroom) มากกว่า ฿40,000 ล้านบาทในการเดินหน้าเข้าซื้อกิจการ (M&P) รอบใหม่
ที่มา: แบบ 56-1 One Report ประจำปี 2568 และรายงานผลการดำเนินงาน 1H2026 (SCGP One Report)
| กลุ่มสายธุรกิจหลัก | สัดส่วนรายได้ (%) | รายได้ 1H26 (ล้านบาท) | อัตรากำไร EBITDA Margin | ทิศทางการเติบโตและปัจจัยขับเคลื่อน |
|---|---|---|---|---|
| สายธุรกิจบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจร (Integrated Packaging) | 75% | 46,618 | 16.2% | แรงส่งจาก Fajar Turnaround, ยอดขาย Duy Tan โตดีตามการบริโภคในเวียดนาม |
| สายธุรกิจเยื่อและกระดาษ (Fibrous Chain) | 19% | 11,810 | 14.8% | อุปสงค์ Dissolving Pulp ฟื้นตัวตามอุตสาหกรรมสิ่งทอ และการขยายตลาดบรรจุภัณฑ์ Fest® |
| ธุรกิจรีไซเคิลและอื่น ๆ (Recycling & Others) | 6% | 3,729 | 8.5% | ศูนย์กลางจัดหา RCP ทั่วโลกผ่าน Peute และ Jordan Trading เพื่อป้อนโรงงานในเครือ |
หน่วย: บาทต่อหุ้น · ปี 2569 จ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 1H26 แล้ว ฿0.40/หุ้น (XD 4 ส.ค. 69) คาดการณ์ทั้งปีรวม ฿0.75/หุ้น (SET Corporate Action)
| งวดผลประกอบการ | เงินปันผลต่อหุ้น (บาท) | วันที่ขึ้นเครื่องหมาย XD | วันที่จ่ายเงินปันผล | อัตราการจ่ายเงินปันผล (Payout Ratio) |
|---|---|---|---|---|
| 1H2026 (ระหว่างกาล) | ฿0.40 | 04 ส.ค. 2569 | 19 ส.ค. 2569 | 48.8% |
| FY2025 (ทั้งปี) | ฿0.60 | 31 มี.ค. 2569 / 08 ส.ค. 2568 | 21 เม.ย. 2569 / 27 ส.ค. 2568 | 63.2% |
| FY2024 (ทั้งปี) | ฿0.55 | 02 เม.ย. 2568 / 06 ส.ค. 2567 | 22 เม.ย. 2568 / 21 ส.ค. 2567 | 63.9% |
| FY2023 (ทั้งปี) | ฿0.55 | 02 เม.ย. 2567 / 07 ส.ค. 2566 | 22 เม.ย. 2567 / 22 ส.ค. 2566 | 45.0% |
นโยบายการจ่ายเงินปันผลของ SCGP กำหนดไว้ไม่ต่ำกว่า 20% ของกำไรสุทธิตามงบการเงินรวมหลังหักภาษีเงินได้และทุนสำรองตามกฎหมาย โดยในทางปฏิบัติจริง บริษัทมีอัตราการจ่ายเงินปันผล (Dividend Payout Ratio) อยู่ที่ระดับ 45%–64% อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งสำหรับปี 2569 คาดการณ์เงินปันผลงวดสุดท้าย (2H26E) อีก ฿0.35 ต่อหุ้น รวมทั้งปีอยู่ที่ ฿0.75 ต่อหุ้น คิดเป็นอัตราผลตอบแทนเงินปันผล (Dividend Yield) ราว 2.5% บนราคาหุ้นปัจจุบัน
แหล่งข้อมูล: ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ณ 14 ตุลาคม 2026 (SET Factsheet)
| หลักทรัพย์ | ราคาปิด (บาท) | Market Cap (ล้านบาท) | P/E (เท่า) | P/BV (เท่า) | Dividend Yield (%) | จุดเด่นทางธุรกิจและขอบเขตการดำเนินงาน |
|---|---|---|---|---|---|---|
| SCGP | ฿30.25 | 129,861 | 21.54x | 1.67x | 2.00% | ผู้นำโซลูชันบรรจุภัณฑ์ครบวงจรรายใหญ่ที่สุดในอาเซียน 50+ โรงงานทั่ว 8 ประเทศ |
| EPG | ฿6.10 | 13,720 | 11.24x | 1.19x | 3.39% | ผู้นำนวัตกรรมแปรรูปพอลิเมอร์ ยางฉนวน Aeroflex และบรรจุภัณฑ์พลาสติก EPP |
| ALUCON | ฿256.00 | 11,059 | 10.31x | 1.48x | 4.20% | ผู้ผลิตหลอดและกระป๋องอะลูมิเนียมสำหรับยาและเวชภัณฑ์คุณภาพสูง |
| UTP | ฿9.00 | 5,850 | 9.38x | 1.35x | 6.59% | ผู้ผลิตกระดาษคราฟท์สำหรับทำกล่องลูกฟูก มาร์จิ้นสูงและเงินปันผลโดดเด่น |
| BGC | ฿6.30 | 4,375 | 71.93x | 0.80x | 3.80% | ผู้นำบรรจุภัณฑ์ขวดแก้วในไทยและอาเซียนในเครือบุญรอดบริวเวอรี่ |
| SFLEX | ฿3.10 | 2,450 | 8.51x | 1.42x | 5.64% | ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อน (Flexible Packaging) สำหรับสินค้าอุปโภคบริโภค |
เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มอุตสาหกรรม SCGP มีมูลค่าตลาดใหญ่กว่าคู่แข่งรายอื่นในกลุ่มตั้งแต่ 9 เท่า ถึงเกือบ 30 เท่า ทำให้ได้รับประโยชน์จาก Economies of Scale สูงสุดในภูมิภาค แม้ว่า Trailing P/E ของ SCGP จะอยู่ที่ 21.54 เท่า ซึ่งสูงกว่า UTP และ EPG แต่สะท้อนฐานกำไรที่กำลังอยู่ในช่วงต้นของการฟื้นตัวรอบใหญ่ (Turnaround Inflection) และการมีพอร์ตโฟลิโอกระจายตัวข้ามพรมแดนที่แข็งแกร่งกว่าอย่างมีนัยสำคัญ
SCGP ตั้งเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนรายได้จากบรรจุภัณฑ์เพื่อผู้บริโภค (Consumer Packaging) และบรรจุภัณฑ์ปลายน้ำมูลค่าเพิ่มสูงให้มากกว่า 50% ภายในปี 2573 ควบคู่กับการขยายเครือข่ายรีไซเคิลวัสดุบรรจุภัณฑ์ในระดับสากล และการพัฒนานวัตกรรมบรรจุภัณฑ์คาร์บอนต่ำที่ตอบโจทย์กฎระเบียบ Extended Producer Responsibility (EPR) ทั่วโลก
ปัจจัยขับเคลื่อนเชิงกลยุทธ์สำคัญ (Key Growth Catalysts):
| ประเภทความเสี่ยง | รายละเอียดและผลกระทบ | ตัวชี้วัดกระตุ้นที่สังเกตได้ (Observable Trigger) | กลยุทธ์การบริหารจัดการความเสี่ยง |
|---|---|---|---|
| 1. ความผันผวนของราคาเศษกระดาษ (RCP Price Volatility) | ราคาเศษกระดาษรีไซเคิล (Old Corrugated Containers - OCC) ผันผวนตามอุปสงค์โลกและค่าระวางเรือ | ราคา AOCC / OCC ปรับตัวสูงเกินกว่า $180 ต่อตัน หรือสเปรดหลุดต่ำกว่า $150 ต่อตัน | ขยายเครือข่ายจัดหา RCP ทั่วโลก (Peute/Jordan) และเพิ่มสัดส่วน Domestic RCP ในแต่ละประเทศ |
| 2. การทุ่มตลาดกระดาษจากจีน (China Paper Dumping) | อุปทานส่วนเกินจากผู้ผลิตกระดาษในจีนอาจระบายเข้าสู่ตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ | ยอดส่งออกกระดาษบรรจุภัณฑ์จากจีนสู่อาเซียนพุ่งขึ้นเกิน 15% YoY หรือ Operating Rate จีนต่ำกว่า 65% | เน้นบริการโซลูชันครบวงจร พัฒนาบรรจุภัณฑ์ HVA และขอการคุ้มครองด้านมาตรการการค้า (AD) |
| 3. ความผันผวนของราคาพลังงาน (Energy Cost Volatility) | ถ่านหิน ก๊าซธรรมชาติ และค่าไฟฟ้าคิดเป็นต้นทุนการผลิตกว่า 12–15% ของกระดาษบรรจุภัณฑ์ | ราคาถ่านหิน Newcastle พุ่งทะลุ $160 ต่อตัน หรือราคาก๊าซธรรมชาติ Pool Gas ปรับขึ้นเกิน 10% | เพิ่มสัดส่วนพลังงานชีวมวล (Biomass) และพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Rooftop) พร้อมทำสัญญา Hedging ล่วงหน้า |
| 4. ความผันผวนของค่าระวางเรือ (Freight Rate Spikes) | ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในทะเลแดงดันค่าระวางเรือตู้คอนเทนเนอร์และต้นทุนส่งออก | ดัชนีค่าระวางเรือโลก (World Container Index - Drewry) ปรับขึ้นเกิน $4,500 ต่อ FEU | ปรับใช้โมเดล Local-for-Local ผลิตและจำหน่ายในประเทศเพื่อลดการพึ่งพาการขนส่งทางทะเล |
| 5. ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน (FX Translation Risk) | การแปลงค่างบการเงินของบริษัทย่อยในอินโดนีเซีย (IDR) และเวียดนาม (VND) กลับมาเป็นเงินบาท | ค่าเงินบาทแข็งค่าหลุดระดับ ฿32.50 ต่อ USD หรือค่าเงิน IDR อ่อนค่าเกิน 5% เทียบ USD | ใช้กลยุทธ์ Natural Hedge จับคู่รายได้กับค่าใช้จ่ายในสกุลเงินเดียวกัน และทำสัญญา Forward FX |
| 6. กฎระเบียบสิ่งแวดล้อมและพลาสติก (ESG & Plastic Regulations) | มาตรการห้ามใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งและภาษีคาร์บอนข้ามแดน (EU CBAM / PPWR) | การบังคับใช้กฎหมาย Extended Producer Responsibility (EPR) แบบเข้มงวดโดยไม่มีระยะผ่อนผัน | ขยายกลุ่มบรรจุภัณฑ์กระดาษ Fest® และวิจัยพัฒนาบรรจุภัณฑ์พอลิเมอร์รีไซเคิลได้ 100% (Mono-material) |
| 7. ความเสี่ยงจากการด้อยค่าสินทรัพย์ (Goodwill & Asset Impairment) | การเข้าซื้อกิจการในอดีตสร้างค่าความนิยม (Goodwill) กว่า ฿21,000 ล้านบาท | ผลการดำเนินงานของบริษัทย่อยต่างประเทศต่ำกว่าแผนธุรกิจเกิน 20% ติดต่อกัน 2 ไตรมาส | ติดตามผลการดำเนินงานรายเดือนอย่างใกล้ชิด และเร่งสร้าง Synergy ด้านการจัดซื้อและเทคโนโลยี |
| 8. ความเสี่ยงอัตราดอกเบี้ย (Interest Rate & Refinancing) | ต้นทุนทางการเงินอาจปรับเพิ่มขึ้นหากอัตราดอกเบี้ยนโยบายทรงตัวในระดับสูงยาวนาน | อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยของพอร์ตสินเชื่อ (Cost of Debt) ขยับสูงขึ้นเกินกว่า 4.0% ต่อปี | โครงสร้างหนี้กว่า 75% เป็นหุ้นกู้ระยะยาวอัตราดอกเบี้ยคงที่ และมี Net IBD/E ต่ำเพียง 0.38 เท่า |
SCGP อยู่ในจุดเริ่มต้นของรอบการปรับเพิ่มประมาณการกำไร (Earnings Upcycle) จากการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของ Fajar ผสานกับอุปสงค์สินค้าอุปโภคบริโภคในเวียดนามและไทย คาดกำไรสุทธิปี 2569 ขยายตัวทะลุ ฿7,500 ล้านบาท พร้อมเงินปันผล ฿0.90–฿1.00 ต่อหุ้น (Yield > 3.0%) และการ Re-rate P/E สู่ระดับ 23x–24x
กำไรสุทธิปี 2569 ฟื้นตัวสู่ระดับ ฿5,800–฿6,200 ล้านบาท (+42% ถึง +52% YoY) อัตรากำไร EBITDA Margin ยืนเหนือ 15.0% สถานะการเงินปลอดภาระหนี้หนัก สอดคล้องกับราคาเป้าหมายเฉลี่ย IAA Consensus ที่ ฿35.50 (Upside ประมาณ +17% ถึง +20% จากราคาปัจจุบัน ฿30.25)
หากเศรษฐกิจจีนชะลอตัวรุนแรงจนเกิดการทุ่มตลาดกระดาษ หรือต้นทุนถ่านหินและค่าระวางเรือพุ่งสูงขึ้น กำไรสุทธิอาจชะลอตัวลงเหลือ ฿4,000–฿4,500 ล้านบาท ส่งผลให้ราคาหุ้นปรับตัวลดลงทดสอบกรอบ Downside ราว -12% ถึง -21% โดยมีเงินปันผลรองรับที่ประมาณ ฿0.50 ต่อหุ้น
| บริษัทหลักทรัพย์ (Broker) | คำแนะนำการลงทุน | ราคาเป้าหมาย (บาท) | Upside จากราคาปัจจุบัน (฿30.25) | มุมมองและเหตุผลสนับสนุนหลัก |
|---|---|---|---|---|
| บล. บัวหลวง (Bualuang) | ซื้อ (Buy) | ฿38.00 | +25.6% | กำไรหลัก 2H26 แข็งแกร่งต่อเนื่อง รับอานิสงส์ Fajar Turnaround และอุปสงค์ FMCG อาเซียน |
| บล. ดาโอ (DAOL) | ซื้อ (Buy) | ฿35.00 | +15.7% | กำไรสุทธิ 3Q26 ฟื้นตัวเด่นต่อเนื่อง อิง P/E ปี 2569 ที่ 23.4 เท่า |
| บล. กรุงศรี (Krungsri) | ซื้อ (Buy) | ฿35.00 | +15.7% | โมเมนตัมผลประกอบการเติบโตสูงข้ามปี รับผลบวกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการบริโภคภูมิภาค |
| บล. อินโนเวสท์ เอกซ์ (InnovestX) | ซื้อ (Outperform) | ฿36.00 | +19.0% | ปริมาณขายเติบโตเด่นในเวียดนามและไทย มาร์จิ้นขยายตัวจากการบริหารต้นทุนวัตถุดิบ Domestic RCP |
| บล. กสิกรไทย (Kasikorn Securities) | ซื้อ (Outperform) | ฿34.50 | +14.0% | วัฏจักรบรรจุภัณฑ์ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว ฐานะการเงินแข็งแกร่งพร้อมรองรับการเติบโตระยะยาว |
| บล. เมย์แบงก์ (Maybank) | ซื้อ (Buy) | ฿37.00 | +22.3% | ผู้นำโซลูชันครบวงจรรายใหญ่ที่สุด ได้รับประโยชน์สูงสุดจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอาเซียน |
| ค่าเฉลี่ย IAA Consensus (19 ซื้อ / 1 ถือ) | ซื้อ (BUY) | ฿35.50 | +17.4% | มุมมองเป็นเอกฉันท์ว่าผลประกอบการเข้าสู่วงจรการฟื้นตัวอย่างยั่งยืน |