ข้อมูลตลาดปิด 9 ต.ค. 2026 · งบการเงินถึง 30 มิ.ย. 2026 (สอบทาน ยื่น 10 ส.ค. 2026) · หน่วยเป็นล้านบาท หากไม่ระบุเป็นอย่างอื่น · ตัวเลขที่ระบุ our calc คำนวณโดยผู้จัดทำจากแหล่งที่อ้าง
SCGD เป็นผู้ผลิตกระเบื้องและสุขภัณฑ์อันดับหนึ่งในอาเซียนตามที่บริษัทระบุ สัดส่วนรายได้ 76% มาจากกระเบื้อง และ 22% จากสุขภัณฑ์ ไตรมาส 2/2026 บริษัทบันทึกรายการ non-recurring 690 ล้านบาทใน EBITDA ส่วนใหญ่ (622 ล้านบาท) มาจากโครงการรวมโรงงานกระเบื้องในไทย ทำให้กำไรสุทธิไตรมาสนี้ขาดทุน 281 ล้านบาท แต่ EBITDA ปรับปรุงยังอยู่ที่ 805 ล้านบาท ลด 6% YoY ประเด็นสำคัญของรายงานนี้คือการแยกว่าการลดลงของกำไรรายงานเป็นเหตุการณ์ครั้งเดียวหรือไม่ และหนี้สุทธิที่เพิ่มจากเงินกู้บริษัทแม่จะรีไฟแนนซ์อย่างไร
Q2/2026 รายการ non-recurring รวม 690 ล้านบาทใน EBITDA โดยโครงการรวมโรงงานในไทยคิด 622 ล้านบาท ประกอบด้วยค่าด้อยค่าและตัดจำหน่ายสินทรัพย์ 578 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายปรับโครงสร้างธุรกิจ 44 ล้านบาท กำไรปรับปรุงไตรมาส 2 อยู่ที่ 268 ล้านบาท (+2% YoY) (MD&A 2Q26 หน้า 3–5) (ประกาศ SET 10 ส.ค. 2026)
ผลต่างระหว่าง EBITDA ปรับปรุงกับ EBITDA ตามงบอยู่ที่ 335 ล้านบาท (2023) 127 ล้านบาท (2024) และ 88 ล้านบาท (2025) ก่อนครึ่งปีแรก 2026 จะเพิ่มเป็น 671 ล้านบาท การใช้ EBITDA ปรับปรุงเป็นฐานประเมินมูลค่าจึงต้องหักความเสี่ยงที่รายการเหล่านี้จะเกิดซ้ำ (One Report 2025 หน้า 9) (our calc)
เงินสดและเงินลงทุนระยะสั้นรวม 9,218 ล้านบาท (25% ของสินทรัพย์รวม) ขณะที่หนี้มีดอกเบี้ย 12,662 ล้านบาท ประกอบด้วยตั๋วสัญญาใช้เงินระยะสั้น 5,000 ล้านบาทอัตรา 1.04–1.15% และเงินกู้ระยะสั้นจากบริษัทแม่ 3,700 ล้านบาท บริษัทอนุมัติเงินกู้ระยะยาว 3,500 ล้านบาทอัตราคงที่ 2.36% เพื่อรีไฟแนนซ์เงินกู้จากบริษัทแม่ (มติ 21 ก.ค. 2026) (งบ 2Q26 หมายเหตุ 6 และ 12)
ซื้อ 40% ของ Jubin Bagus ผู้ค้าปลีกกระเบื้องในมาเลเซีย ราว 157 ล้านบาท (คาดเสร็จภายในธันวาคม 2026) เข้าซื้อธุรกิจออกแบบภายใน dooDeco จาก Nexter Living (กลุ่ม SCC) ไม่เกิน 41 ล้านบาท (รายการเกี่ยวโยง คาดเสร็จพฤศจิกายน 2026) และตั้งร่วมทุนสุขภัณฑ์อัจฉริยะกับ Axent (ถือ 51%) งบราว 80 ล้านบาท (ประกาศ 14 ส.ค. 2026) (รายการเกี่ยวโยง 14 ส.ค. 2026)
ราคาและสถิติตลาด ณ ปิด 9 ต.ค. 2026 · ปันผลและผู้ถือหุ้นตามประกาศล่าสุดของ SET
| รายการ | รายละเอียด |
|---|---|
| ที่อยู่ | 1 ถนนปูนซิเมนต์ไทย แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ กรุงเทพฯ 10800 |
| ผู้สอบบัญชี | KPMG Phoomchai Audit (ความเห็นไม่มีเงื่อนไข) |
| ปีบัญชี | 1 ม.ค. – 31 ธ.ค. |
| นโยบายปันผล | ไม่ต่ำกว่า 30% ของกำไรสุทธิตามงบการเงินรวม หลังหักสำรองตามกฎหมายและภาษีเงินได้นิติบุคคล |
| ราคาพาร์ · หุ้นจดทะเบียน | 10 บาท · 1,650 ล้านหุ้น (ทุนชำระแล้ว 16,500 ล้านบาท) |
| ที่ปรึกษาทางการเงิน IPO | บมจ. หลักทรัพย์บัวหลวง (Bualuang Securities) |
SCGD ดำเนินธุรกิจสองส่วนหลัก คือ Decor Surfaces (กระเบื้องปูพื้นและผนัง พอร์ซเลน และ SPC) และ Bathroom (สุขภัณฑ์ ก๊อกน้ำ และอุปกรณ์ห้องน้ำ) มีธุรกิจอื่นเล็กน้อยคือนิคมอุตสาหกรรมที่สระบุรี บริษัทถือกิจการในไทยผ่าน SCG Ceramics (COTTO) และบริษัทย่อยในเวียดนาม ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซียที่ทำกระเบื้องเป็นหลัก ผู้ถือหุ้นใหญ่คือบริษัทในกลุ่ม SCC ถือ 73.39% ผ่านบจ. กระเบื้องกระดาษไทย (One Report 2025 หน้า 37–38)
ผลิตกระเบื้องเซรามิกและพอร์ซเลนที่โรงงานในไทย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย ภายใต้แบรนด์ COTTO SOSUCO และ CAMPANA ในไทย PRIME และ BENETILE ในเวียดนาม MARIWASA ในฟิลิปปินส์ และ KIA ในอินโดนีเซีย บริษัทยังจำหน่ายสินค้าเสริม เช่น กาวและยาแนว เคาน์เตอร์ครัว และวงกบประตูหน้าต่าง และนำกระเบื้อง LVT และโมเสกจากจีน อินเดีย อิตาลี และสเปนมาขายภายใต้แบรนด์ตนเอง (One Report 2025 หน้า 39)
PRIME ในเวียดนามเป็นฐานการผลิตและส่งออกหลักในปัจจุบัน ไตรมาส 2/2026 PRIME ส่งออกกระเบื้องไปภาคกลางและภาคใต้ของฟิลิปปินส์กว่า 760,000 ตารางเมตร เทียบกับ 290,000 ตารางเมตรปีก่อน และบริษัทตั้งเป้าให้กระเบื้องพอร์ซเลนเคลือบเป็น 50% ของกำลังการผลิตกระเบื้องทั้งหมดในปี 2030 (MD&A 2Q26 หน้า 7–8)
ผลิตสุขภัณฑ์ (ชักโครก สุขภัณฑ์อัจฉริยะ อ่างล้างหน้า โถปัสสาวะ) ก๊อกน้ำและฝักบัว และอ่างอาบน้ำในไทยผ่าน SSI และ SSF และส่งออกไปกว่า 20 ประเทศ ปี 2025 เครือข่ายตัวแทนจำหน่ายสุขภัณฑ์ใน ASEAN เพิ่มเป็นกว่า 201 ราย จาก 170 ราย (2024) ไตรมาส 2/2026 ยอดขายสุขภัณฑ์ในอาเซียนอยู่ที่ 293 ล้านบาท เพิ่ม 21% YoY (MD&A 2Q26 หน้า 8) บริษัทร่วมทุนกับ Axent (สวิตเซอร์แลนด์) เพื่อผลิตสุขภัณฑ์อัจฉริยะ โดย SSW ถือ 51% ใช้เงินลงทุนราว 80 ล้านบาท (มติ 21 ก.ค. 2026)
นิคมอุตสาหกรรมนองแขม จังหวัดสระบุรี พื้นที่รวม 2,042 ไร่ บริษัทดำเนินการร่วมกับการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และระบุว่าจะขายที่ดินที่เหลือทั้งหมดในนิคม รายได้ธุรกิจนี้ลดจาก 1,280 ล้านบาท (2023) เป็น 255 ล้านบาท (2025) เพราะบริษัทที่ออกจากกลุ่มในปี 2023 และการลดธุรกิจติดตั้งแผงโซลาร์ (One Report 2025 หน้า 38)
ตัวเลขกำลังการผลิตรายประเทศอ่านจากข้อความที่ดึงจาก PDF ซึ่งลำดับบรรทัดในหน้าภาพรวมไม่เรียงชัดเจน (กระเบื้องไทย 80.0 และ SPC 1.8 จับคู่จากผลรวม 187.2) ผลรวมกระทบยอดแล้ว แต่ควรตรวจกับหน้า One Report 2025 ที่แสดงกำลังการผลิตก่อนอ้างอิงเป็นทางการ
เริ่มในไตรมาส 2/2026 โดยย้ายและรวมสายการผลิตกระเบื้องเซรามิกและพอร์ซเลนเคลือบจากหลายโรงงานเข้าสู่ไซต์เดียวและลงทุนเครื่องจักรอัตโนมัติ บริษัทคาดลดต้นทุนผันแปร 16–20% ตั้งแต่ไตรมาส 3/2027 ไตรมาส 2/2026 บันทึกค่าด้อยค่าเครื่องจักร 408 ล้านบาทและขาดทุนจากการจำหน่ายสินทรัพย์ 91 ล้านบาทตามหมายเหตุ 5 (งบ 2Q26)
| ประเทศ | แบรนด์หลัก | ช่องทางหลัก |
|---|---|---|
| ไทย | COTTO · SOSUCO · CAMPANA · SUSUNN | ตัวแทนจำหน่าย · Modern trade 14 ราย · ร้าน Klang Ceramic 27 สาขาที่บริษัทดำเนินการเอง และ 90 สาขา Klang Ceramic Family · COTTO LiFE 5 สาขา |
| เวียดนาม | PRIME · BENETILE | ตัวแทนจำหน่ายและการส่งออกจากเวียดนาม |
| ฟิลิปปินส์ | MARIWASA | ร้านผู้ผลิต CTM (Ceramic Tiles and More) |
| อินโดนีเซีย | KIA | ร้านค้า Belanja 20 สาขาบนเกาะชวาที่ Kokoh ดำเนินการ (บริษัทไม่ได้เป็นเจ้าของร้านในปัจจุบัน) |
งบปี 2023–2025 และงวด 6 เดือนแรกปี 2026 หน่วยล้านบาท · TTM = FY2025 + 6M2026 − 6M2025
EBITDA (SET) = กำไรก่อนภาษีและดอกเบี้ย + ค่าเสื่อมราคาและตัดจำหน่าย ตามที่ SET คำนวณ · EBITDA ปรับปรุง = ค่าที่บริษัทรายงานโดยไม่รวมรายการ non-recurring ได้แก่ การปรับมูลค่าสินค้า ค่าด้อยค่า กำไรจากการซื้อในราคาต่ำกว่ามูลค่า ค่าใช้จ่ายยุติธุรกิจ ค่าปรับโครงสร้าง และการตัดจำหน่ายสินทรัพย์ (MD&A 2Q26 หน้า 5) · กำไรสุทธิ = ส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ · อัตรากำไรคำนวณจากรายได้จากการขาย
| รายการ | FY2023 | FY2024 | FY2025 | 6M2025 | 6M2026 | TTM มิ.ย. 2026 |
|---|---|---|---|---|---|---|
| รายได้จากการขาย | 28,312 | 25,563 | 22,676 | 11,730 | 10,922 | 21,868 |
| EBITDA (SET) | 3,015 | 3,134 | 3,263 | 1,612 | 897 | 2,548 |
| EBITDA ปรับปรุง (บริษัท) | 3,350 | 3,261 | 3,351 | 1,670 | 1,566 | 3,247 |
| กำไรสุทธิส่วนบริษัทใหญ่ (รายงาน) | 328 | 810 | 932 | 439 | −35 | 458 |
| กำไรสุทธิปรับปรุง (บริษัท) | 816 | 908 | 1,010 | 487 | 500 | 1,023 |
| EBITDA margin (SET) | 10.7% | 12.3% | 14.4% | 13.7% | 8.2% | 11.7% |
| กำไรสุทธิ margin (รายงาน) | 1.2% | 3.2% | 4.1% | 3.7% | −0.3% | 2.1% |
| EPS รายงาน (บาท) | 0.28* | 0.49 | 0.56 | 0.27 | −0.02 | 0.28 |
| รายการ | Q2/2026 | Q2/2025 | เปลี่ยนแปลง |
|---|---|---|---|
| รายได้จากการขาย | 5,370 | 5,770 | −7% |
| EBITDA รายงาน (MD&A) | 115 | 803 | −86% |
| EBITDA ปรับปรุง | 805 | 855 | −6% |
| อัตรากำไรขั้นต้น | 29.8% | 28.3% | +1.5 จุด |
| กำไร (ขาดทุน) สุทธิส่วนบริษัทใหญ่ รายงาน | −281 | 223 | ขาดทุน |
| กำไรสุทธิส่วนบริษัทใหญ่ ปรับปรุง | 268 | 264 | +2% |
| รายการ | FY2023 | FY2024 | FY2025 | 6M2025 | 6M2026 |
|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดจากการดำเนินงาน | 3,494 | 3,110 | 3,369 | 1,514 | 860 |
| เงินสดจากการลงทุน | −865 | −1,730 | −1,535 | −686 | −413 |
| เงินสดจากการจัดหาเงิน | 802 | −2,330 | −2,300 | −568 | −432 |
| เงินสดสุทธิเพิ่มขึ้น (ลดลง) | 3,432 | −950 | −466 | 260 | 14 |
ลูกหนี้การค้าเพิ่มขึ้น 344 ล้านบาท และสินค้าคงเหลือเพิ่ม 235 ล้านบาทในงวดเดียว ส่วนหนึ่งทำให้ CFO 6M2026 ลดลงจาก 1,514 เหลือ 860 ล้านบาท (งบ 2Q26 งบกระแสเงินสด) ต้องติดตามว่าลูกหนี้เพิ่มเกิดจากยอดขายที่เติบโตในเวียดนามหรือจากการยืดเวลาชำระ
ณ 31 ธ.ค. 2023–2025 และ ณ 30 มิ.ย. 2026 หน่วยล้านบาท · ที่มา SET Factsheet และ งบ 2Q26 (ไม่ตรวจสอบ)
| รายการ | FY2023 | FY2024 | FY2025 | 30 มิ.ย. 2026 |
|---|---|---|---|---|
| สินทรัพย์รวม | 41,651 | 39,823 | 36,588 | 37,270 |
| สินค้าคงเหลือ (รวมที่ดินพัฒนาเพื่อขาย) | 7,936 | 7,486 | 6,688 | 6,943 |
| ลูกหนี้การค้าและอื่น ๆ (สุทธิ) | 4,449 | 3,760 | 2,939 | 3,522 |
| ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ (สุทธิ) | 11,621 | 12,147 | 11,141 | 10,462 |
| ค่าความนิยม (goodwill) | n/a | n/a | 5,182 | 5,343 |
| หนี้สินรวม | 20,339 | 19,117 | 17,131 | 17,563 |
| ส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ | 19,697 | 19,130 | 17,993 | 18,263 |
| ส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุม | 1,615 | 1,576 | 1,464 | 1,445 |
| ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม | 21,312 | 20,706 | 19,457 | 19,708 |
ก. ค่าความนิยม 5,343 ล้านบาท (14.3% ของสินทรัพย์รวม และ 29% ของส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่) เพิ่มจากปลายปี 2025 สาเหตุยังไม่ได้ตรวจในหมายเหตุที่อ่าน (n/a)
ข. ค่าด้อยค่าและการจำหน่ายสินทรัพย์ 413 ล้านบาทในงบกระแสเงินสด 6M2026 ใกล้เคียงกับค่าด้อยค่าเครื่องจักร 408 ล้านบาทในหมายเหตุ 5
ค. เงินลงทุนระยะสั้น 5,514 ล้านบาท ถือเป็นสภาพคล่องในรายงาน MD&A แต่ไม่ถือเป็นเงินสดในนิยาม EV ของ SET (ดูหัวข้อ 6)
ณ 31 ธ.ค. 2023–2025 และ 30 มิ.ย. 2026 หน่วยล้านบาท · IB Debt ตามนิยามบริษัท (One Report 2025) และการรวมรายการ 6M2026
| รายการ | ยอด | เงื่อนไข |
|---|---|---|
| เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ระยะสั้นจากสถาบันการเงิน | 5,316 | ตั๋วสัญญาใช้เงิน 5,000 ล้านบาท อัตรา 1.04–1.15% ต่อปี ครบกำหนด 2–3 เดือนหรือเมื่อทวงถาม |
| เงินกู้ระยะสั้นจากบริษัทแม่ (บริษัทที่เกี่ยวข้อง) | 3,700 | ดอกเบี้ยจ่ายให้บริษัทแม่ 6M2026 ราว 58 ล้านบาท (หมายเหตุ 3) |
| เงินกู้ระยะยาวจากสถาบันการเงิน | 2,997 | อัตราลอยตัว THOR + 0.61% ครบกำหนดกันยายน 2030 |
| หนี้สินตามสัญญาเช่า (ระยะสั้นและยาว) | 649 | ในนั้นเป็นหนี้เช่ากับบริษัทที่เกี่ยวข้อง 111 ล้านบาท |
| รวมหนี้สินมีดอกเบี้ย | 12,662 |
| รายการ | FY2023 | FY2024 | FY2025 | 30 มิ.ย. 2026 |
|---|---|---|---|---|
| หนี้สินมีดอกเบี้ย (IBD) | 4,725 | 4,695 | 12,473 | 12,662 |
| เงินสดและเงินลงทุนระยะสั้น | 10,279 | 9,174 | 8,949 | 9,218 |
| หนี้สุทธิ (IBD − เงินสดและเงินลงทุนระยะสั้น) | −5,554 | −4,479 | 3,524 | 3,444 |
| IB Debt / Equity (เท่า) | 0.22 | 0.23 | 0.64 | 0.64 |
| Net IB Debt / Equity (เท่า) | −0.26 | −0.22 | 0.18 | 0.17 |
| หนี้สุทธิ ÷ EBITDA SET (เท่า) | −1.8 | −1.4 | 1.1 | 1.4 (TTM) |
EV ตามนิยาม SET เท่ากับ 19,394.75 ล้านบาท = มูลค่าตลาด 8,992.50 + NCI 1,444.79 + หนี้มีดอกเบี้ยรวมเงินกู้บริษัทแม่ 12,661.67 − เงินสด 3,704.22 (SET ไม่นับเงินลงทุนระยะสั้น 5,513.77) ตรวจสอบได้ทุกหลัก (our calc) ส่วนนิยาม MD&A หักเงินลงทุนระยะสั้นด้วย ทำให้หนี้สุทธิต่างกัน 5,514 ล้านบาท รายงานนี้จึงแสดงทั้งสองนิยาม
ดอกเบี้ยจ่ายรวม 6M2026 137.5 ล้านบาท ลดลง 35% จาก 210.0 ล้านบาท (งบไม่ได้แยกสาเหตุในส่วนที่อ่าน) อัตราส่วน EBITDA ปรับปรุงต่อดอกเบี้ยจ่ายอยู่ที่ 11.4 เท่า และ EBITDA รายงานต่อดอกเบี้ยจ่ายอยู่ที่ 6.5 เท่า (our calc) แต่เงินกู้ระยะยาวใหม่อัตราคงที่ 2.36% สูงกว่าอัตราตั๋วระยะสั้นปัจจุบันที่ 1.04–1.15%
รายได้จากการขายตามส่วนงาน ปี 2023–2025 · ที่มา One Report 2025 หน้า 38
| ส่วนงาน / ประเทศ | 2023 | % | 2024 | % | 2025 | % |
|---|---|---|---|---|---|---|
| Decor Surfaces | 21,409 | 75.6 | 19,615 | 76.7 | 17,332 | 76.4 |
| ไทย | 12,114 | 42.8 | 11,238 | 44.0 | 9,951 | 43.9 |
| เวียดนาม | 6,034 | 21.3 | 5,410 | 21.1 | 4,900 | 21.6 |
| ฟิลิปปินส์และอินโดนีเซีย | 3,763 | 13.3 | 3,489 | 13.6 | 3,045 | 13.4 |
| หักรายการระหว่างกัน | (502) | (1.8) | (522) | (2.0) | (564) | (2.5) |
| Bathroom | 5,623 | 19.9 | 5,485 | 21.5 | 5,089 | 22.4 |
| Other (นิคมอุตสาหกรรมและอื่น ๆ) | 1,280 | 4.5 | 463 | 1.8 | 255 | 1.1 |
| รวมรายได้จากการขาย | 28,312 | 100.0 | 25,563 | 100.0 | 22,676 | 100.0 |
One Report 2025 แสดงรายได้ตามประเทศเป็น ไทย 65% เวียดนาม 22% ฟิลิปปินส์ 8% อินโดนีเซีย 5% ขณะที่ MD&A 2Q26 แสดงรายได้ไตรมาส 2 เป็นไทย 61% เวียดนาม 25% ฟิลิปปินส์ 9% อินโดนีเซีย 5% รายงานนี้ไม่ได้กระทบยอดระหว่างสองฐาน จึงแสดงทั้งสองแหล่งพร้อมระบุฐาน
ตัวแทนจำหน่าย 55% (2024: 57%) · Modern trade 23% (2024: 22%) · ร้านของบริษัทเอง 9% (2024: 7%) · ส่งออก 13% (2024: 14%) (One Report 2025 หน้า 9)
บันทึกตามปีบัญชีที่ปันผลนั้นเกี่ยวข้อง · ข้อมูลจาก SET Factsheet และหมายเหตุ 8 ของงบ 2Q26 · ราคาปิดฐาน 9 ต.ค. 2026 (5.45 บาท)
| ปีบัญชี / งวด | DPS (บาท) | วันจ่าย | ประเภท |
|---|---|---|---|
| FY2023 (ครึ่งหลัง หลังจดทะเบียน) | 0.15 | 22 เม.ย. 2024 | เงินสด |
| FY2024 · ครึ่งแรก | 0.10 | 22 ส.ค. 2024 | เงินสด |
| FY2024 · ครึ่งหลัง | 0.10 | 23 เม.ย. 2025 | เงินสด |
| FY2025 · ครึ่งแรก | 0.15 | 27 ส.ค. 2025 | เงินสด |
| FY2025 · ครึ่งหลัง | 0.19 | 20 เม.ย. 2026 | เงินสด |
| 1H2026 · ระหว่างกาล | 0.155 | 19 ส.ค. 2026 | เงินสด (มติ 21 ก.ค. 2026) |
| ปีบัญชี | DPS รวม (บาท) | EPS (บาท) | Payout (our calc) | Dividend Yield (ฐาน SET) |
|---|---|---|---|---|
| FY2023 | 0.15 | 0.28 | 54% | 3.13% (ปี 2024) |
| FY2024 | 0.20 | 0.49 | 41% | 4.24% (ปี 2025) |
| FY2025 | 0.34 | 0.56 | 61% | 6.24% (YTD 2026) |
บริษัทระบุว่าปันผลระหว่างกาล 0.155 บาทคิดเป็น 60% ของกำไรสุทธิปรับปรุงครึ่งปี (MD&A 2Q26 หน้า 7) ผู้จัดทำกระทบยอด 60% นี้จากตัวเลขกำไรปรับปรุงที่เปิดเผยไม่ได้ (256 ÷ 500 = 51%, our calc) จึงแสดงตามที่บริษัทระบุ
ข้อมูล SET Factsheet ณ 9 ต.ค. 2026 · กลุ่มเปรียบเทียบ CONMAT (อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง / วัสดุก่อสร้าง)
| หุ้น | Market Cap (ล้านบาท) | P/E (เท่า) | P/BV (เท่า) | EV/EBITDA (SET) | Dividend Yield YTD (%) |
|---|---|---|---|---|---|
| SCGD (ผู้รายงาน) | 8,992.50 | 19.65 | 0.49 | 7.61 | 6.24 |
| DCC · กระเบื้องปูพื้นและผนัง | 12,228.32 | 14.23 | 1.67 | 8.68 | 5.97 |
| TPIPL · ซีเมนต์และพลาสติกเรซิน | 16,852.36 | 6.68 | 0.30 | 10.71 | 3.37 |
| SCCC · ซีเมนต์ INSEE | 45,147.00 | 10.90 | 1.35 | 5.63 | 7.26 |
| ค่าเฉลี่ยกลุ่ม CONMAT (SET) | — | 18.47 | 0.91 | — | — |
| SCC · บริษัทแม่สูงสุด (อ้างอิง ไม่ใช่ peer ตรง) | 321,600.00 | 24.01 | 0.89 | 10.75 | 1.87 |
SCGD ซื้อขายที่ P/BV 0.49 เท่า ขณะที่ DCC ที่ 1.67 เท่า ต่างกันราว 3.4 เท่า ทั้งที่ทั้งสองทำกระเบื้องปูพื้นและบุผนัง ส่วนต่างนี้ไม่สามารถอธิบายได้ด้วยข้อมูลในรายงาน ผู้อ่านควรเทียบ ROE และส่วนแบ่งตลาดของแต่ละราย SCGD ROE 6M2026 เป็น 2.5% (annualized) ขณะที่ FY2025 เป็น 5.0% (SET)
เป้าหมายของฝ่ายจัดการ ปฏิทินเหตุการณ์สำคัญ และความเห็นของโบรกเกอร์ ณ 10 ต.ค. 2026
| วันที่ / ช่วงเวลา | เหตุการณ์ | สถานะ |
|---|---|---|
| 19 ส.ค. 2026 | จ่ายปันผลระหว่างกาล 0.155 บาท | เสร็จแล้ว |
| ภายในพ.ย. 2026 | ทำสัญญาซื้อธุรกิจ dooDeco จาก Nexter Living (ไม่เกิน 41 ล้านบาท) | คาดปิดพฤศจิกายน 2026 |
| ภายในธ.ค. 2026 | ปิดการลงทุนใน Jubin Bagus 40% (ราว 157 ล้านบาท) | รอเงื่อนไขการปิดดีล |
| ประมาณ 7 พ.ย. 2026 | งบการเงินไตรมาส 3/2026 (ปีก่อนยื่น 7 พ.ย. 2025) | ยังไม่ออก (our calc) |
| ไม่ระบุวัน | รีไฟแนนซ์เงินกู้บริษัทแม่ 3,700 ล้านบาทด้วยเงินกู้ระยะยาว 3,500 ล้านบาท อัตราคงที่ 2.36% ระยะ 5 ปี | อนุมัติ 21 ก.ค. 2026 รอเบิกจ่าย |
| ประมาณ ก.พ. 2027 | งบการเงินปี 2026 (ปีก่อนยื่น 16 ก.พ. 2026) | ยังไม่ออก (our calc) |
| ไตรมาส 3/2027 | โรงงานรวมสายการผลิตเสร็จ เป้าลดต้นทุน 16–20% | อยู่ระหว่างดำเนินการ |
| ไม่ระบุวัน | ศาลฎีกาอินโดนีเซียพิจารณาทบทวนคดี KIA (ยื่น 18 ธ.ค. 2025) | รอผล |
| ปี 2030 | กระเบื้องพอร์ซเลนเคลือบเป็น 50% ของกำลังการผลิตกระเบื้องรวมของ PRIME | เป้าหมาย |
ค่าเฉลี่ย 6.58 บาทเป็นค่ารวมของผลสำรวจ IAA ไม่ใช่ความเห็นของผู้จัดทำ การค้นหาเว็บทั่วไปพบเป้า 6.40 และ 6.00 บาทจากโบรกที่ไม่ได้ยืนยันวันที่และชื่อหลักทรัพย์ จึงไม่นำมาใช้ในรายงาน ผู้อ่านควรตรวจรายงานต้นฉบับของโบรกแต่ละราย
อ้างอิงความเสี่ยงที่บริษัทระบุใน One Report 2025 หน้า 71–72 และเหตุการณ์ใน 6M2026 · ระดับความเสี่ยงเป็นการประเมินของผู้จัดทำ
| ความเสี่ยง | หลักฐาน | สัญญาณที่ต้องติดตาม |
|---|---|---|
| 1. อุปสงค์ไทยและการแข่งขันจากสินค้านำเข้า (สูง) | ยอดขาย Decor Surfaces ในไทยไตรมาส 2 ลด 12% YoY สินค้าราคาต่ำจากต่างประเทศเพิ่มขึ้น | รายได้ไทยลดต่อเนื่องหลายไตรมาส หรือมีการลดราคาเพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาดติดต่อกัน |
| 2. การดำเนินการโครงการรวมโรงงานและค่าใช้จ่ายครั้งเดียว (สูง) | รายการ non-recurring 690 ล้านบาทใน Q2 และแผนเสร็จไตรมาส 3/2027 | รายการ non-recurring เพิ่มอีกในไตรมาส 3–4/2026 หรือต้องเลื่อนกำหนดเสร็จ |
| 3. การรีไฟแนนซ์และต้นทุนดอกเบี้ย (ปานกลาง–สูง) | ตั๋ว 5,000 ล้านบาทครบกำหนดภายใน 2–3 เดือน และเงินกู้บริษัทแม่ 3,700 ล้านบาท | การเบิกเงินกู้ 3,500 ล้านบาทอัตรา 2.36% หรืออัตราตั๋วสูงขึ้น |
| 4. คุณภาพกำไร (รายการปรับปรุง) (ปานกลาง) | ผลต่างรายงานกับปรับปรุง 88–335 ล้านบาทต่อปี 2023–2025 และ 671 ล้านบาทใน 6M2026 | ผลต่างระหว่างรายงานกับปรับปรุงเพิ่มขึ้นทุกไตรมาสติดต่อกัน |
| 5. บริษัทแม่และรายการเกี่ยวโยง (ปานกลาง) | ขายให้บริษัทที่เกี่ยวข้อง 970 ล้านบาท (6M2026) ซื้อธุรกิจ dooDeco จาก Nexter Living และดอกเบี้ยจ่ายบริษัทแม่ 58 ล้านบาท | ขนาดรายการเกี่ยวโยงเพิ่มขึ้นหรือมีการขอความเห็นกรรมการอิสระต่างจากที่ผ่านมา |
| 6. อินโดนีเซีย: KIA และคดีรัฐบาล (ปานกลาง) | หมายเหตุ 11 ระบุว่ารัฐบาลอินโดนีเซียเคยแจ้งว่า KIA และ KSM มีหนี้ต่อหน่วยงานรัฐประมาณ 3,000 ล้านบาท บริษัทระบุว่าหนี้นี้เกี่ยวข้องกับผู้ถือหุ้นส่วนน้อยรายเดิม และยังไม่พบหลักฐานว่า KIA/KSM ต้องรับผิด | คำตัดสินศาลฎีกา หรือการระงับการซื้อขายหุ้น KIA ที่ IDX |
| 7. พลังงานและวัตถุดิบ (ปานกลาง) | ต้นทุนพลังงานต่อตารางเมตรไตรมาส 2 สูงขึ้นเป็น 32 บาท จากราคาพลังงานตะวันออกกลาง | ราคาก๊าซธรรมชาติและวัตถุดิบหลัก (ดินขาว ฟันสปาร์ ทราย) ที่เพิ่มต่อเนื่อง |
| 8. อัตราแลกเปลี่ยนและค่าความนิยม (ปานกลาง) | รายได้ต่างประเทศราว 35% เงินบาทแข็งกดรายได้แปลงค่า ค่าความนิยม 5,343 ล้านบาทเทียบส่วนของผู้ถือหุ้น 29% | ค่าด้อยค่าค่าความนิยมในงบปีถัดไป หรือ IDR/VND อ่อนค่าเพิ่ม |
จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรค ที่สนับสนุนด้วยตัวเลขในรายงาน
ข้อมูล ณ 9 ต.ค. 2026 · กรณีต่าง ๆ คำนวณโดยผู้จัดทำจากหลักฐานในรายงาน ไม่ใช่ราคาเป้าหมายและไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน
| กรณี | EBITDA | ตัวคูณ | EV | หักหนี้สุทธิ (MD&A) | หัก NCI | มูลค่าส่วนผู้ถือหุ้น | บาทต่อหุ้น | เทียบราคา 5.45 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| Bear | 2,300 | 5.0 | 11,500 | 3,444 | 1,445 | 6,611 | 4.01 | −26% |
| Base | 3,247 | 5.5 | 17,859 | 3,444 | 1,445 | 12,970 | 7.86 | +44% |
| Bull | 3,600 | 6.5 | 23,400 | 3,444 | 1,445 | 18,511 | 11.22 | +106% |
| EBITDA (ล้านบาท) | 4.5 เท่า | 5.5 เท่า | 6.5 เท่า | 7.5 เท่า | 8.5 เท่า |
|---|---|---|---|---|---|
| 2,300 (Bear) | 3.31 | 4.70 | 6.10 | 7.49 | 8.89 |
| 2,548 (TTM รายงาน) | 3.99 | 5.53 | 7.07 | 8.62 | 10.16 |
| 3,247 (TTM ปรับปรุง, Base) | 5.89 | 7.86 | 9.83 | 11.80 | 13.76 |
| 3,600 (Bull) | 6.86 | 9.04 | 11.22 | 13.40 | 15.58 |
SCGD มีสภาพคล่องสูงและราคาต่ำกว่าส่วนของผู้ถือหุ้นตามบัญชี (P/BV 0.49 เท่า) แต่กำไรรายงานหายไปในครึ่งปีแรกจากรายการที่บริษัทเรียกว่า non-recurring ซึ่งเกิดทุกปี ราคาตลาดสูงกว่ากรณี Bear (4.01 บาท) ต่ำกว่ากรณีฐาน (7.86 บาท) และต่ำกว่าค่าเฉลี่ยเป้าหมายของ IAA (6.58 บาท) ข้อโต้แย้งหลักคือ EBITDA ปรับปรุงเป็นกำไรปกติจริงหรือไม่ และการรีไฟแนนซ์หนี้ระยะสั้นจะเกิดขึ้นที่อัตราเท่าไร รายงานนี้ไม่ได้ให้คำแนะนำซื้อหรือขาย การตัดสินใจควรเริ่มจากการดูว่ารายการปรับปรุงไตรมาส 3/2026 เกิดซ้ำหรือไม่