รายงานวิเคราะห์หุ้นเพื่อการตัดสินใจ · Equity Research Report

วิเคราะห์หุ้น SCGD — บริษัท เอสซีจี เดคคอร์ จำกัด (มหาชน)

ผู้ผลิตกระเบื้องปูพื้นและผนัง พอร์ซเลน และสุขภัณฑ์รายใหญ่ในอาเซียน (COTTO, PRIME, KIA ฯลฯ) สัดส่วนรายได้ 76% จากกระเบื้อง 22% จากสุขภัณฑ์ 6M2026 กำไรสุทธิส่วนบริษัทใหญ่ขาดทุน 35 ล้านบาทจากรายการ non-recurring 690 ล้านบาทใน Q2 ขณะที่ EBITDA ปรับปรุงลด 6% หนี้สุทธิตาม MD&A 3,444 ล้านบาท (1.4 เท่าของ EBITDA รายงาน TTM) ข้อมูลตลาด ณ 9 ต.ค. 2026 งบการเงินถึง 30 มิ.ย. 2026
Sector: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง / วัสดุก่อสร้าง (Property & Construction / Construction Materials)ราคาล่าสุด ฿5.45Market Cap ฿8,992.5 ล้านP/E 19.65 · P/BV 0.49Dividend Yield ~6.24%

เขียนโดย HypeTimes Staff · ข้อมูล ณ

สรุปผู้บริหาร (Executive Summary)

ข้อมูลตลาดปิด 9 ต.ค. 2026 · งบการเงินถึง 30 มิ.ย. 2026 (สอบทาน ยื่น 10 ส.ค. 2026) · หน่วยเป็นล้านบาท หากไม่ระบุเป็นอย่างอื่น · ตัวเลขที่ระบุ our calc คำนวณโดยผู้จัดทำจากแหล่งที่อ้าง

SCGD เป็นผู้ผลิตกระเบื้องและสุขภัณฑ์อันดับหนึ่งในอาเซียนตามที่บริษัทระบุ สัดส่วนรายได้ 76% มาจากกระเบื้อง และ 22% จากสุขภัณฑ์ ไตรมาส 2/2026 บริษัทบันทึกรายการ non-recurring 690 ล้านบาทใน EBITDA ส่วนใหญ่ (622 ล้านบาท) มาจากโครงการรวมโรงงานกระเบื้องในไทย ทำให้กำไรสุทธิไตรมาสนี้ขาดทุน 281 ล้านบาท แต่ EBITDA ปรับปรุงยังอยู่ที่ 805 ล้านบาท ลด 6% YoY ประเด็นสำคัญของรายงานนี้คือการแยกว่าการลดลงของกำไรรายงานเป็นเหตุการณ์ครั้งเดียวหรือไม่ และหนี้สุทธิที่เพิ่มจากเงินกู้บริษัทแม่จะรีไฟแนนซ์อย่างไร

กำไรสุทธิ 6M2026 (ส่วนบริษัทใหญ่)
−34.95 ล้านบาท
6M2025 +439.23 ล้านบาท(งบ 2Q26)
EBITDA ปรับปรุง 6M2026
1,566 ล้านบาท
−6% YoY · EBITDA รายงาน 895 ล้านบาท(MD&A 2Q26)
หนี้สินมีดอกเบี้ย · หนี้สุทธิ
12,662 · 3,444 ล้านบาท
หนี้สุทธิ ÷ EBITDA TTM รายงาน 1.4 เท่า(MD&A 2Q26)
P/E รายงาน TTM · P/E ปรับปรุง (our calc)
19.65x · 8.8x
P/BV 0.49 เท่า · BVPS 11.07 บาท(SET)
ปันผลระหว่างกาล 1H2026
0.155 บาท/หุ้น
จ่าย 19 ส.ค. 2026 · รวม 256 ล้านบาท(MD&A 2Q26)
ราคาปิด · ช่วง 52 สัปดาห์
5.45 บาท
4.50–5.75 บาท · YTD +15.47% (SET −7.81%)(SET)

ประเด็นสำคัญ (Key Takeaways)

1) กำไรรายงานกับกำไรปรับปรุงต่างกันมาก

Q2/2026 รายการ non-recurring รวม 690 ล้านบาทใน EBITDA โดยโครงการรวมโรงงานในไทยคิด 622 ล้านบาท ประกอบด้วยค่าด้อยค่าและตัดจำหน่ายสินทรัพย์ 578 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายปรับโครงสร้างธุรกิจ 44 ล้านบาท กำไรปรับปรุงไตรมาส 2 อยู่ที่ 268 ล้านบาท (+2% YoY) (MD&A 2Q26 หน้า 3–5) (ประกาศ SET 10 ส.ค. 2026)

2) รายการ non-recurring ปรากฏทุกปีในช่วง 2023–2025

ผลต่างระหว่าง EBITDA ปรับปรุงกับ EBITDA ตามงบอยู่ที่ 335 ล้านบาท (2023) 127 ล้านบาท (2024) และ 88 ล้านบาท (2025) ก่อนครึ่งปีแรก 2026 จะเพิ่มเป็น 671 ล้านบาท การใช้ EBITDA ปรับปรุงเป็นฐานประเมินมูลค่าจึงต้องหักความเสี่ยงที่รายการเหล่านี้จะเกิดซ้ำ (One Report 2025 หน้า 9) (our calc)

3) สภาพคล่องสูง แต่หนี้ระยะสั้นต้องรีไฟแนนซ์

เงินสดและเงินลงทุนระยะสั้นรวม 9,218 ล้านบาท (25% ของสินทรัพย์รวม) ขณะที่หนี้มีดอกเบี้ย 12,662 ล้านบาท ประกอบด้วยตั๋วสัญญาใช้เงินระยะสั้น 5,000 ล้านบาทอัตรา 1.04–1.15% และเงินกู้ระยะสั้นจากบริษัทแม่ 3,700 ล้านบาท บริษัทอนุมัติเงินกู้ระยะยาว 3,500 ล้านบาทอัตราคงที่ 2.36% เพื่อรีไฟแนนซ์เงินกู้จากบริษัทแม่ (มติ 21 ก.ค. 2026) (งบ 2Q26 หมายเหตุ 6 และ 12)

4) การลงทุนและการขยายธุรกิจระหว่างปี 2026

ซื้อ 40% ของ Jubin Bagus ผู้ค้าปลีกกระเบื้องในมาเลเซีย ราว 157 ล้านบาท (คาดเสร็จภายในธันวาคม 2026) เข้าซื้อธุรกิจออกแบบภายใน dooDeco จาก Nexter Living (กลุ่ม SCC) ไม่เกิน 41 ล้านบาท (รายการเกี่ยวโยง คาดเสร็จพฤศจิกายน 2026) และตั้งร่วมทุนสุขภัณฑ์อัจฉริยะกับ Axent (ถือ 51%) งบราว 80 ล้านบาท (ประกาศ 14 ส.ค. 2026) (รายการเกี่ยวโยง 14 ส.ค. 2026)

กรณีศึกษา: Bull / Base / Bear (ฐานการประเมินโดยผู้จัดทำ)

Bull · 11.22 บาทต่อหุ้น

  • EBITDA 3,600 ล้านบาท เมื่อต้นทุนผันแปรลดตามเป้า 16–20% หลังรวมโรงงานเสร็จ
  • ตัวคูณ 6.5 เท่า ยังต่ำกว่า DCC ที่ 8.7 เท่า (SET)

Base · 7.86 บาทต่อหุ้น

  • EBITDA ปรับปรุง TTM 3,247 ล้านบาท (คงที่)
  • ตัวคูณ 5.5 เท่า มีส่วนลดจากกลุ่มเพราะรายการ non-recurring เกิดทุกปี

Bear · 4.01 บาทต่อหุ้น

  • EBITDA 2,300 ล้านบาท ต่ำกว่า TTM รายงาน (2,548) จากอุปสงค์ไทยอ่อนและการแข่งขันราคาต่ำ
  • ตัวคูณ 5.0 เท่า ใกล้ SCCC ที่ 5.6 เท่า (SET)
ทุกกรณีคำนวณโดยผู้จัดทำจากสมมติฐานในหัวข้อ 13 ไม่ใช่ราคาเป้าหมายของโบรกเกอร์ ค่าเฉลี่ยราคาเป้าหมาย 2026F จาก IAA Consensus อยู่ที่ 6.58 บาท (Settrade IAA, 10 ต.ค. 2026)

Factsheet ข้อมูลสรุปบริษัท

ราคาและสถิติตลาด ณ ปิด 9 ต.ค. 2026 · ปันผลและผู้ถือหุ้นตามประกาศล่าสุดของ SET

ราคาปิด
฿5.45
52 สัปดาห์ 4.50–5.75 บาท(SET)
มูลค่าตลาด
8,992.50 ล้านบาท
หุ้นจดทะเบียน 1,650 ล้านหุ้น(SET)
P/E · P/BV
19.65x · 0.49x
กลุ่ม CONMAT P/E 18.47x · P/BV 0.91x(SET)
EV · EV/EBITDA (SET)
19,394.75 · 7.61x
EBITDA TTM ตามนิยาม SET 2,548.46 (our calc)(SET)
Dividend yield (ฐาน SET)
6.24%
DPS ปีบัญชี 2025 0.34 บาท ÷ 5.45 · TTM จ่ายจริง 6.33%(SET)
Free float · ต่างชาติถือ
26.60% · 1.07%
เพดานต่างชาติ 30.00% ณ 9 ต.ค. 2026(Settrade)
ผู้ถือหุ้นรายใหญ่อันดับ 1
73.39%
บจ. กระเบื้องกระดาษไทย 1,210.90 ล้านหุ้น ณ 5 ส.ค. 2026(SET)
จดทะเบียน · IPO
20 ธ.ค. 2023
IPO 11.50 บาท · ราคาปัจจุบันต่ำกว่า IPO 53%(SET)

ข้อมูลบริษัท

รายการ รายละเอียด
ที่อยู่ 1 ถนนปูนซิเมนต์ไทย แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ กรุงเทพฯ 10800
ผู้สอบบัญชี KPMG Phoomchai Audit (ความเห็นไม่มีเงื่อนไข)
ปีบัญชี 1 ม.ค. – 31 ธ.ค.
นโยบายปันผล ไม่ต่ำกว่า 30% ของกำไรสุทธิตามงบการเงินรวม หลังหักสำรองตามกฎหมายและภาษีเงินได้นิติบุคคล
ราคาพาร์ · หุ้นจดทะเบียน 10 บาท · 1,650 ล้านหุ้น (ทุนชำระแล้ว 16,500 ล้านบาท)
ที่ปรึกษาทางการเงิน IPO บมจ. หลักทรัพย์บัวหลวง (Bualuang Securities)
ที่มา: Settrade Company Profile · SET Factsheet · ผู้ถือหุ้นรายย่อย (Free Float) 26.60% ณ 9 ก.พ. 2026 เป็นสัดส่วนจากจำนวนผู้ถือหุ้น

ลักษณะการประกอบธุรกิจ (Business Overview)

SCGD ดำเนินธุรกิจสองส่วนหลัก คือ Decor Surfaces (กระเบื้องปูพื้นและผนัง พอร์ซเลน และ SPC) และ Bathroom (สุขภัณฑ์ ก๊อกน้ำ และอุปกรณ์ห้องน้ำ) มีธุรกิจอื่นเล็กน้อยคือนิคมอุตสาหกรรมที่สระบุรี บริษัทถือกิจการในไทยผ่าน SCG Ceramics (COTTO) และบริษัทย่อยในเวียดนาม ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซียที่ทำกระเบื้องเป็นหลัก ผู้ถือหุ้นใหญ่คือบริษัทในกลุ่ม SCC ถือ 73.39% ผ่านบจ. กระเบื้องกระดาษไทย (One Report 2025 หน้า 37–38)

กำลังการผลิตกระเบื้อง
187.2 ล้าน ตร.ม.
ไทย 80.0 · เวียดนาม 83.0 · ฟิลิปปินส์ 12.6 · อินโดนีเซีย 11.6(One Report 2025)
สัดส่วน HVA ในยอดขาย
มากกว่า 39%
สินค้า HVA ตั้งแต่ระดับพรีเมียมถึงกลาง(One Report 2025)
ช่องทางจัดจำหน่าย 2025
ตัวแทนจำหน่าย 55%
Modern trade 23% · ร้านของบริษัท 9% · ส่งออก 13%(One Report 2025)

1. Decor Surfaces · กระเบื้องปูพื้นและผนัง (76.4% ของรายได้จากการขาย 2025)

ผลิตกระเบื้องเซรามิกและพอร์ซเลนที่โรงงานในไทย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย ภายใต้แบรนด์ COTTO SOSUCO และ CAMPANA ในไทย PRIME และ BENETILE ในเวียดนาม MARIWASA ในฟิลิปปินส์ และ KIA ในอินโดนีเซีย บริษัทยังจำหน่ายสินค้าเสริม เช่น กาวและยาแนว เคาน์เตอร์ครัว และวงกบประตูหน้าต่าง และนำกระเบื้อง LVT และโมเสกจากจีน อินเดีย อิตาลี และสเปนมาขายภายใต้แบรนด์ตนเอง (One Report 2025 หน้า 39)

PRIME ในเวียดนามเป็นฐานการผลิตและส่งออกหลักในปัจจุบัน ไตรมาส 2/2026 PRIME ส่งออกกระเบื้องไปภาคกลางและภาคใต้ของฟิลิปปินส์กว่า 760,000 ตารางเมตร เทียบกับ 290,000 ตารางเมตรปีก่อน และบริษัทตั้งเป้าให้กระเบื้องพอร์ซเลนเคลือบเป็น 50% ของกำลังการผลิตกระเบื้องทั้งหมดในปี 2030 (MD&A 2Q26 หน้า 7–8)

2. Bathroom · สุขภัณฑ์และก๊อกน้ำ (22.4% ของรายได้จากการขาย 2025)

ผลิตสุขภัณฑ์ (ชักโครก สุขภัณฑ์อัจฉริยะ อ่างล้างหน้า โถปัสสาวะ) ก๊อกน้ำและฝักบัว และอ่างอาบน้ำในไทยผ่าน SSI และ SSF และส่งออกไปกว่า 20 ประเทศ ปี 2025 เครือข่ายตัวแทนจำหน่ายสุขภัณฑ์ใน ASEAN เพิ่มเป็นกว่า 201 ราย จาก 170 ราย (2024) ไตรมาส 2/2026 ยอดขายสุขภัณฑ์ในอาเซียนอยู่ที่ 293 ล้านบาท เพิ่ม 21% YoY (MD&A 2Q26 หน้า 8) บริษัทร่วมทุนกับ Axent (สวิตเซอร์แลนด์) เพื่อผลิตสุขภัณฑ์อัจฉริยะ โดย SSW ถือ 51% ใช้เงินลงทุนราว 80 ล้านบาท (มติ 21 ก.ค. 2026)

3. ธุรกิจอื่น · นิคมอุตสาหกรรมและบริการ (1.1% ของรายได้)

นิคมอุตสาหกรรมนองแขม จังหวัดสระบุรี พื้นที่รวม 2,042 ไร่ บริษัทดำเนินการร่วมกับการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และระบุว่าจะขายที่ดินที่เหลือทั้งหมดในนิคม รายได้ธุรกิจนี้ลดจาก 1,280 ล้านบาท (2023) เป็น 255 ล้านบาท (2025) เพราะบริษัทที่ออกจากกลุ่มในปี 2023 และการลดธุรกิจติดตั้งแผงโซลาร์ (One Report 2025 หน้า 38)

โครงสร้างกลุ่มบริษัท

โครงสร้างกลุ่ม SCGD: ผู้ถือหุ้นใหญ่และบริษัทย่อยตามประเทศ
แผนภาพจัดทำโดยผู้จัดทำรายงาน ข้อมูลสัดส่วนถือหุ้นจาก One Report 2025 (ตารางบริษัทย่อย) และ งบ 2Q26 ส่วนรอดำเนินการอ้างจากประกาศ SET ของบริษัท

กำลังการผลิตและสัดส่วนรายได้ตามประเทศ

กำลังการผลิตกระเบื้องและสัดส่วนรายได้รายประเทศของ SCGD
ตัวเลขกำลังการผลิตจาก One Report 2025 ไตรมาส 2/2026 รายได้จากไทยเป็น 61% ของยอดขาย เวียดนาม 25% ฟิลิปปินส์ 9% อินโดนีเซีย 5% (MD&A 2Q26 หน้า 10)

ข้อมูลที่ยังไม่ยืนยัน (unverified)

ตัวเลขกำลังการผลิตรายประเทศอ่านจากข้อความที่ดึงจาก PDF ซึ่งลำดับบรรทัดในหน้าภาพรวมไม่เรียงชัดเจน (กระเบื้องไทย 80.0 และ SPC 1.8 จับคู่จากผลรวม 187.2) ผลรวมกระทบยอดแล้ว แต่ควรตรวจกับหน้า One Report 2025 ที่แสดงกำลังการผลิตก่อนอ้างอิงเป็นทางการ

โครงการปรับโครงสร้างโรงงานในไทย (Plant Consolidation)

เริ่มในไตรมาส 2/2026 โดยย้ายและรวมสายการผลิตกระเบื้องเซรามิกและพอร์ซเลนเคลือบจากหลายโรงงานเข้าสู่ไซต์เดียวและลงทุนเครื่องจักรอัตโนมัติ บริษัทคาดลดต้นทุนผันแปร 16–20% ตั้งแต่ไตรมาส 3/2027 ไตรมาส 2/2026 บันทึกค่าด้อยค่าเครื่องจักร 408 ล้านบาทและขาดทุนจากการจำหน่ายสินทรัพย์ 91 ล้านบาทตามหมายเหตุ 5 (งบ 2Q26)

แบรนด์และการจัดจำหน่าย

ประเทศ แบรนด์หลัก ช่องทางหลัก
ไทย COTTO · SOSUCO · CAMPANA · SUSUNN ตัวแทนจำหน่าย · Modern trade 14 ราย · ร้าน Klang Ceramic 27 สาขาที่บริษัทดำเนินการเอง และ 90 สาขา Klang Ceramic Family · COTTO LiFE 5 สาขา
เวียดนาม PRIME · BENETILE ตัวแทนจำหน่ายและการส่งออกจากเวียดนาม
ฟิลิปปินส์ MARIWASA ร้านผู้ผลิต CTM (Ceramic Tiles and More)
อินโดนีเซีย KIA ร้านค้า Belanja 20 สาขาบนเกาะชวาที่ Kokoh ดำเนินการ (บริษัทไม่ได้เป็นเจ้าของร้านในปัจจุบัน)

ปัจจัยเชิงกลยุทธ์ 2026

ผลประกอบการทางการเงิน (Financial Performance)

งบปี 2023–2025 และงวด 6 เดือนแรกปี 2026 หน่วยล้านบาท · TTM = FY2025 + 6M2026 − 6M2025

นิยามที่ใช้ในรายงาน

EBITDA (SET) = กำไรก่อนภาษีและดอกเบี้ย + ค่าเสื่อมราคาและตัดจำหน่าย ตามที่ SET คำนวณ · EBITDA ปรับปรุง = ค่าที่บริษัทรายงานโดยไม่รวมรายการ non-recurring ได้แก่ การปรับมูลค่าสินค้า ค่าด้อยค่า กำไรจากการซื้อในราคาต่ำกว่ามูลค่า ค่าใช้จ่ายยุติธุรกิจ ค่าปรับโครงสร้าง และการตัดจำหน่ายสินทรัพย์ (MD&A 2Q26 หน้า 5) · กำไรสุทธิ = ส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ · อัตรากำไรคำนวณจากรายได้จากการขาย

ตารางสรุปผลประกอบการ

รายการ FY2023 FY2024 FY2025 6M2025 6M2026 TTM มิ.ย. 2026
รายได้จากการขาย 28,312 25,563 22,676 11,730 10,922 21,868
EBITDA (SET) 3,015 3,134 3,263 1,612 897 2,548
EBITDA ปรับปรุง (บริษัท) 3,350 3,261 3,351 1,670 1,566 3,247
กำไรสุทธิส่วนบริษัทใหญ่ (รายงาน) 328 810 932 439 −35 458
กำไรสุทธิปรับปรุง (บริษัท) 816 908 1,010 487 500 1,023
EBITDA margin (SET) 10.7% 12.3% 14.4% 13.7% 8.2% 11.7%
กำไรสุทธิ margin (รายงาน) 1.2% 3.2% 4.1% 3.7% −0.3% 2.1%
EPS รายงาน (บาท) 0.28* 0.49 0.56 0.27 −0.02 0.28
* FY2023 EPS ตาม SET ไม่เท่ากับกำไรหารด้วย 1,650 ล้านหุ้น (ผู้จัดทำอนุมานว่าจำนวนหุ้นถัวเฉลี่ยก่อน IPO ราว 1,170 ล้านหุ้น, our calc) · TTM และ EBITDA ปรับปรุง TTM เป็น our calc · ไม่สามารถกระทบยอด EBITDA ปรับปรุงกับ EBITDA SET ได้ทั้งหมดจากเอกสารที่อ่าน

ไตรมาส 2/2026 เทียบไตรมาส 2/2025

รายการ Q2/2026 Q2/2025 เปลี่ยนแปลง
รายได้จากการขาย 5,370 5,770 −7%
EBITDA รายงาน (MD&A) 115 803 −86%
EBITDA ปรับปรุง 805 855 −6%
อัตรากำไรขั้นต้น 29.8% 28.3% +1.5 จุด
กำไร (ขาดทุน) สุทธิส่วนบริษัทใหญ่ รายงาน −281 223 ขาดทุน
กำไรสุทธิส่วนบริษัทใหญ่ ปรับปรุง 268 264 +2%
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารไตรมาส 2 อยู่ที่ 1,966 ล้านบาท เพิ่ม 642 ล้านบาท YoY ส่วนใหญ่จากรายการ non-recurring ที่บันทึกในค่าบริหาร (MD&A 2Q26 หน้า 6) · ต้นทุนพลังงานต่อตารางเมตรไตรมาส 2 เพิ่มเป็น 32 บาท จากราคาพลังงานที่ผันผวน
รายได้ EBITDA (SET) และกำไรสุทธิส่วนบริษัทใหญ่ (ล้านบาท) — FY2023 → TTM มิ.ย. 2026
ที่มา: One Report 2025, งบ 2Q26, SET Factsheet · TTM = our calc
อัตรากำไร EBITDA (SET) และกำไรสุทธิ (% ของรายได้จากการขาย)
ที่มา: our calc จาก SET Factsheet
งวด 6 เดือนแรก: 6M2025 เทียบ 6M2026 (ล้านบาท)
ที่มา: งบ 2Q26 · EBITDA ปรับปรุงจาก MD&A 2Q26

กระแสเงินสด

รายการ FY2023 FY2024 FY2025 6M2025 6M2026
เงินสดจากการดำเนินงาน 3,494 3,110 3,369 1,514 860
เงินสดจากการลงทุน −865 −1,730 −1,535 −686 −413
เงินสดจากการจัดหาเงิน 802 −2,330 −2,300 −568 −432
เงินสดสุทธิเพิ่มขึ้น (ลดลง) 3,432 −950 −466 260 14
6M2026: CFO 860 − เงินลงทุนในที่ดิน โรงงาน และสินทรัพย์ไม่มีตัวตน 553 (our calc) = กระแสเงินสดอิสระ 306 ล้านบาท ขณะที่จ่ายเงินปันผลสด 325 ล้านบาทในงวดนี้ · ที่มา SET Factsheet และ งบ 2Q26

ลูกหนี้การค้าเพิ่มขึ้น 344 ล้านบาท และสินค้าคงเหลือเพิ่ม 235 ล้านบาทในงวดเดียว ส่วนหนึ่งทำให้ CFO 6M2026 ลดลงจาก 1,514 เหลือ 860 ล้านบาท (งบ 2Q26 งบกระแสเงินสด) ต้องติดตามว่าลูกหนี้เพิ่มเกิดจากยอดขายที่เติบโตในเวียดนามหรือจากการยืดเวลาชำระ

งบแสดงสถานะการเงิน (Balance Sheet)

ณ 31 ธ.ค. 2023–2025 และ ณ 30 มิ.ย. 2026 หน่วยล้านบาท · ที่มา SET Factsheet และ งบ 2Q26 (ไม่ตรวจสอบ)

รายการ FY2023 FY2024 FY2025 30 มิ.ย. 2026
สินทรัพย์รวม 41,651 39,823 36,588 37,270
สินค้าคงเหลือ (รวมที่ดินพัฒนาเพื่อขาย) 7,936 7,486 6,688 6,943
ลูกหนี้การค้าและอื่น ๆ (สุทธิ) 4,449 3,760 2,939 3,522
ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ (สุทธิ) 11,621 12,147 11,141 10,462
ค่าความนิยม (goodwill) n/a n/a 5,182 5,343
หนี้สินรวม 20,339 19,117 17,131 17,563
ส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ 19,697 19,130 17,993 18,263
ส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุม 1,615 1,576 1,464 1,445
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม 21,312 20,706 19,457 19,708
ค่าความนิยมไม่ได้แสดงในตาราง SET Factsheet ปี 2023–2024 (n/a) · ค่า 5,182 ล้านบาท ณ 31 ธ.ค. 2025 และ 5,343 ล้านบาท ณ 30 มิ.ย. 2026 ตามงบ 2Q26 · สินค้าคงเหลือรวมที่ดินพัฒนาเพื่อขาย 395 ล้านบาท ตามนิยามของ SET
หนี้สินรวม ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม และสินทรัพย์รวม (ล้านบาท)
ที่มา: SET Factsheet, งบ 2Q26

รายการในงบ 6M2026 ที่ต้องติดตาม

ก. ค่าความนิยม 5,343 ล้านบาท (14.3% ของสินทรัพย์รวม และ 29% ของส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่) เพิ่มจากปลายปี 2025 สาเหตุยังไม่ได้ตรวจในหมายเหตุที่อ่าน (n/a)
ข. ค่าด้อยค่าและการจำหน่ายสินทรัพย์ 413 ล้านบาทในงบกระแสเงินสด 6M2026 ใกล้เคียงกับค่าด้อยค่าเครื่องจักร 408 ล้านบาทในหมายเหตุ 5
ค. เงินลงทุนระยะสั้น 5,514 ล้านบาท ถือเป็นสภาพคล่องในรายงาน MD&A แต่ไม่ถือเป็นเงินสดในนิยาม EV ของ SET (ดูหัวข้อ 6)

หนี้สินและเลเวอเรจ (Leverage)

ณ 31 ธ.ค. 2023–2025 และ 30 มิ.ย. 2026 หน่วยล้านบาท · IB Debt ตามนิยามบริษัท (One Report 2025) และการรวมรายการ 6M2026

รายการ ยอด เงื่อนไข
เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ระยะสั้นจากสถาบันการเงิน 5,316 ตั๋วสัญญาใช้เงิน 5,000 ล้านบาท อัตรา 1.04–1.15% ต่อปี ครบกำหนด 2–3 เดือนหรือเมื่อทวงถาม
เงินกู้ระยะสั้นจากบริษัทแม่ (บริษัทที่เกี่ยวข้อง) 3,700 ดอกเบี้ยจ่ายให้บริษัทแม่ 6M2026 ราว 58 ล้านบาท (หมายเหตุ 3)
เงินกู้ระยะยาวจากสถาบันการเงิน 2,997 อัตราลอยตัว THOR + 0.61% ครบกำหนดกันยายน 2030
หนี้สินตามสัญญาเช่า (ระยะสั้นและยาว) 649 ในนั้นเป็นหนี้เช่ากับบริษัทที่เกี่ยวข้อง 111 ล้านบาท
รวมหนี้สินมีดอกเบี้ย 12,662
รายการ FY2023 FY2024 FY2025 30 มิ.ย. 2026
หนี้สินมีดอกเบี้ย (IBD) 4,725 4,695 12,473 12,662
เงินสดและเงินลงทุนระยะสั้น 10,279 9,174 8,949 9,218
หนี้สุทธิ (IBD − เงินสดและเงินลงทุนระยะสั้น) −5,554 −4,479 3,524 3,444
IB Debt / Equity (เท่า) 0.22 0.23 0.64 0.64
Net IB Debt / Equity (เท่า) −0.26 −0.22 0.18 0.17
หนี้สุทธิ ÷ EBITDA SET (เท่า) −1.8 −1.4 1.1 1.4 (TTM)
หนี้สุทธิและหนี้สุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นนับเงินลงทุนระยะสั้นเป็นเงินสด ตามนิยามของ MD&A (MD&A 2Q26 หน้า 7 รายงานหนี้สุทธิ 3,444 ล้านบาท และ 1.4 เท่า) · ค่าติดลบหมายถึงมีเงินสดสุทธิ · ที่มา our calc จาก One Report 2025 และ งบ 2Q26
อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (IB D/E และ Net IB D/E, เท่า) — FY2023 → 30 มิ.ย. 2026

ความแตกต่างของ EV ตามนิยาม SET และ MD&A

EV ตามนิยาม SET เท่ากับ 19,394.75 ล้านบาท = มูลค่าตลาด 8,992.50 + NCI 1,444.79 + หนี้มีดอกเบี้ยรวมเงินกู้บริษัทแม่ 12,661.67 − เงินสด 3,704.22 (SET ไม่นับเงินลงทุนระยะสั้น 5,513.77) ตรวจสอบได้ทุกหลัก (our calc) ส่วนนิยาม MD&A หักเงินลงทุนระยะสั้นด้วย ทำให้หนี้สุทธิต่างกัน 5,514 ล้านบาท รายงานนี้จึงแสดงทั้งสองนิยาม

ความคุ้มครองดอกเบี้ย 6 เดือนแรก 2026

ดอกเบี้ยจ่ายรวม 6M2026 137.5 ล้านบาท ลดลง 35% จาก 210.0 ล้านบาท (งบไม่ได้แยกสาเหตุในส่วนที่อ่าน) อัตราส่วน EBITDA ปรับปรุงต่อดอกเบี้ยจ่ายอยู่ที่ 11.4 เท่า และ EBITDA รายงานต่อดอกเบี้ยจ่ายอยู่ที่ 6.5 เท่า (our calc) แต่เงินกู้ระยะยาวใหม่อัตราคงที่ 2.36% สูงกว่าอัตราตั๋วระยะสั้นปัจจุบันที่ 1.04–1.15%

สัดส่วนธุรกิจ (Segments)

รายได้จากการขายตามส่วนงาน ปี 2023–2025 · ที่มา One Report 2025 หน้า 38

ส่วนงาน / ประเทศ 2023 % 2024 % 2025 %
Decor Surfaces 21,409 75.6 19,615 76.7 17,332 76.4
ไทย 12,114 42.8 11,238 44.0 9,951 43.9
เวียดนาม 6,034 21.3 5,410 21.1 4,900 21.6
ฟิลิปปินส์และอินโดนีเซีย 3,763 13.3 3,489 13.6 3,045 13.4
หักรายการระหว่างกัน (502) (1.8) (522) (2.0) (564) (2.5)
Bathroom 5,623 19.9 5,485 21.5 5,089 22.4
Other (นิคมอุตสาหกรรมและอื่น ๆ) 1,280 4.5 463 1.8 255 1.1
รวมรายได้จากการขาย 28,312 100.0 25,563 100.0 22,676 100.0
ปี 2025 รายการระหว่างกันในรายงานเขียนว่า (5,642) แต่ยอดรวมส่วนงานและร้อยละ 2.5 สอดคล้องกับ (564) จึงใช้ (564) (our calc) · ปี 2023 ย้ายรายได้สุขภัณฑ์ในเวียดนามและฟิลิปปินส์ไปอยู่ในส่วน Bathroom ตามหมายเหตุของรายงาน
สัดส่วนรายได้จากการขายตามส่วนงาน ปี 2025 (ล้านบาท)

ฐานประเทศต่างกันระหว่างสองแหล่ง

One Report 2025 แสดงรายได้ตามประเทศเป็น ไทย 65% เวียดนาม 22% ฟิลิปปินส์ 8% อินโดนีเซีย 5% ขณะที่ MD&A 2Q26 แสดงรายได้ไตรมาส 2 เป็นไทย 61% เวียดนาม 25% ฟิลิปปินส์ 9% อินโดนีเซีย 5% รายงานนี้ไม่ได้กระทบยอดระหว่างสองฐาน จึงแสดงทั้งสองแหล่งพร้อมระบุฐาน

ช่องทางจัดจำหน่าย 2025

ตัวแทนจำหน่าย 55% (2024: 57%) · Modern trade 23% (2024: 22%) · ร้านของบริษัทเอง 9% (2024: 7%) · ส่งออก 13% (2024: 14%) (One Report 2025 หน้า 9)

ประวัติปันผล (Dividend History)

บันทึกตามปีบัญชีที่ปันผลนั้นเกี่ยวข้อง · ข้อมูลจาก SET Factsheet และหมายเหตุ 8 ของงบ 2Q26 · ราคาปิดฐาน 9 ต.ค. 2026 (5.45 บาท)

ปีบัญชี / งวด DPS (บาท) วันจ่าย ประเภท
FY2023 (ครึ่งหลัง หลังจดทะเบียน) 0.15 22 เม.ย. 2024 เงินสด
FY2024 · ครึ่งแรก 0.10 22 ส.ค. 2024 เงินสด
FY2024 · ครึ่งหลัง 0.10 23 เม.ย. 2025 เงินสด
FY2025 · ครึ่งแรก 0.15 27 ส.ค. 2025 เงินสด
FY2025 · ครึ่งหลัง 0.19 20 เม.ย. 2026 เงินสด
1H2026 · ระหว่างกาล 0.155 19 ส.ค. 2026 เงินสด (มติ 21 ก.ค. 2026)
SET Factsheet แสดง DPS 1H2026 เป็น 0.16 บาท (ปัดเศษ) แต่มติคณะกรรมการและ MD&A ระบุ 0.155 บาท รายงานนี้ใช้ 0.155 บาท
เงินปันผลต่อหุ้นตามปีบัญชี (บาท) — 1H2026 เป็นระหว่างกาล
ที่มา: SET Factsheet · 1H2026 ไม่รวมในผลรวมปีบัญชี
ปีบัญชี DPS รวม (บาท) EPS (บาท) Payout (our calc) Dividend Yield (ฐาน SET)
FY2023 0.15 0.28 54% 3.13% (ปี 2024)
FY2024 0.20 0.49 41% 4.24% (ปี 2025)
FY2025 0.34 0.56 61% 6.24% (YTD 2026)
Dividend yield ฐาน SET ใช้ DPS ของปีบัญชีก่อนหน้าหารราคาปัจจุบัน ไม่ใช่ TTM ที่จ่ายจริง · TTM จ่ายจริง ณ 9 ต.ค. 2026 คือ 0.19 + 0.155 = 0.345 บาท หาร 5.45 ได้ 6.33% (our calc)

บริษัทระบุว่าปันผลระหว่างกาล 0.155 บาทคิดเป็น 60% ของกำไรสุทธิปรับปรุงครึ่งปี (MD&A 2Q26 หน้า 7) ผู้จัดทำกระทบยอด 60% นี้จากตัวเลขกำไรปรับปรุงที่เปิดเผยไม่ได้ (256 ÷ 500 = 51%, our calc) จึงแสดงตามที่บริษัทระบุ

เปรียบเทียบเพื่อน (Peer Comparison)

ข้อมูล SET Factsheet ณ 9 ต.ค. 2026 · กลุ่มเปรียบเทียบ CONMAT (อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง / วัสดุก่อสร้าง)

หุ้น Market Cap (ล้านบาท) P/E (เท่า) P/BV (เท่า) EV/EBITDA (SET) Dividend Yield YTD (%)
SCGD (ผู้รายงาน) 8,992.50 19.65 0.49 7.61 6.24
DCC · กระเบื้องปูพื้นและผนัง 12,228.32 14.23 1.67 8.68 5.97
TPIPL · ซีเมนต์และพลาสติกเรซิน 16,852.36 6.68 0.30 10.71 3.37
SCCC · ซีเมนต์ INSEE 45,147.00 10.90 1.35 5.63 7.26
ค่าเฉลี่ยกลุ่ม CONMAT (SET) — 18.47 0.91 — —
SCC · บริษัทแม่สูงสุด (อ้างอิง ไม่ใช่ peer ตรง) 321,600.00 24.01 0.89 10.75 1.87
DCON ไม่แสดงในกลุ่ม เพราะมูลค่าตลาดราว 862 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิ และขนาดต่างกันมาก · SCC ไม่ใช่ peer ตรงเพราะมี SCGD อยู่ในพอร์ตและมูลค่าตลาดกว่า 300,000 ล้านบาท · P/E ของแต่ละรายคำนวณตามนิยาม SET โดยไม่ปรับรายการพิเศษของแต่ละบริษัท · ที่มา SET Factsheet SCGD, DCC, TPIPL, SCCC
Market Cap (ล้านบาท, แท่ง) และ P/E (เท่า, เส้น) ของกลุ่มเปรียบเทียบ — SCGD อยู่ซ้ายสุด

การเทียบ DCC

SCGD ซื้อขายที่ P/BV 0.49 เท่า ขณะที่ DCC ที่ 1.67 เท่า ต่างกันราว 3.4 เท่า ทั้งที่ทั้งสองทำกระเบื้องปูพื้นและบุผนัง ส่วนต่างนี้ไม่สามารถอธิบายได้ด้วยข้อมูลในรายงาน ผู้อ่านควรเทียบ ROE และส่วนแบ่งตลาดของแต่ละราย SCGD ROE 6M2026 เป็น 2.5% (annualized) ขณะที่ FY2025 เป็น 5.0% (SET)

มุมมองอนาคต (Outlook)

เป้าหมายของฝ่ายจัดการ ปฏิทินเหตุการณ์สำคัญ และความเห็นของโบรกเกอร์ ณ 10 ต.ค. 2026

เป้าหมายและแนวโน้มจากฝ่ายจัดการ

ปฏิทินเหตุการณ์สำคัญ

วันที่ / ช่วงเวลา เหตุการณ์ สถานะ
19 ส.ค. 2026 จ่ายปันผลระหว่างกาล 0.155 บาท เสร็จแล้ว
ภายในพ.ย. 2026 ทำสัญญาซื้อธุรกิจ dooDeco จาก Nexter Living (ไม่เกิน 41 ล้านบาท) คาดปิดพฤศจิกายน 2026
ภายในธ.ค. 2026 ปิดการลงทุนใน Jubin Bagus 40% (ราว 157 ล้านบาท) รอเงื่อนไขการปิดดีล
ประมาณ 7 พ.ย. 2026 งบการเงินไตรมาส 3/2026 (ปีก่อนยื่น 7 พ.ย. 2025) ยังไม่ออก (our calc)
ไม่ระบุวัน รีไฟแนนซ์เงินกู้บริษัทแม่ 3,700 ล้านบาทด้วยเงินกู้ระยะยาว 3,500 ล้านบาท อัตราคงที่ 2.36% ระยะ 5 ปี อนุมัติ 21 ก.ค. 2026 รอเบิกจ่าย
ประมาณ ก.พ. 2027 งบการเงินปี 2026 (ปีก่อนยื่น 16 ก.พ. 2026) ยังไม่ออก (our calc)
ไตรมาส 3/2027 โรงงานรวมสายการผลิตเสร็จ เป้าลดต้นทุน 16–20% อยู่ระหว่างดำเนินการ
ไม่ระบุวัน ศาลฎีกาอินโดนีเซียพิจารณาทบทวนคดี KIA (ยื่น 18 ธ.ค. 2025) รอผล
ปี 2030 กระเบื้องพอร์ซเลนเคลือบเป็น 50% ของกำลังการผลิตกระเบื้องรวมของ PRIME เป้าหมาย

ความเห็นนักวิเคราะห์ (IAA Consensus)

จำนวนโบรกเกอร์และคำแนะนำ
6 ราย · ซื้อ 5 · ถือ 1 · ขาย 0
ตามผลสำรวจ IAA บน Settrade (10 ต.ค. 2026)(Settrade)
ราคาเป้าหมาย 2026F (เฉลี่ย)
6.58 บาท
สูงสุด 9.00 · ต่ำสุด 5.20 · เทียบราคาปิด +21%(Settrade IAA)
ชื่อโบรกรายตัว
ไม่ระบุในหน้า
หน้า Settrade แสดงค่ารวม ไม่แสดงรายชื่อโบรกและวันที่ของแต่ละเป้า

ข้อควรระวังเรื่องความเห็นโบรก

ค่าเฉลี่ย 6.58 บาทเป็นค่ารวมของผลสำรวจ IAA ไม่ใช่ความเห็นของผู้จัดทำ การค้นหาเว็บทั่วไปพบเป้า 6.40 และ 6.00 บาทจากโบรกที่ไม่ได้ยืนยันวันที่และชื่อหลักทรัพย์ จึงไม่นำมาใช้ในรายงาน ผู้อ่านควรตรวจรายงานต้นฉบับของโบรกแต่ละราย

ปัจจัยเสี่ยง (Risk Factors)

อ้างอิงความเสี่ยงที่บริษัทระบุใน One Report 2025 หน้า 71–72 และเหตุการณ์ใน 6M2026 · ระดับความเสี่ยงเป็นการประเมินของผู้จัดทำ

ความเสี่ยง หลักฐาน สัญญาณที่ต้องติดตาม
1. อุปสงค์ไทยและการแข่งขันจากสินค้านำเข้า (สูง) ยอดขาย Decor Surfaces ในไทยไตรมาส 2 ลด 12% YoY สินค้าราคาต่ำจากต่างประเทศเพิ่มขึ้น รายได้ไทยลดต่อเนื่องหลายไตรมาส หรือมีการลดราคาเพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาดติดต่อกัน
2. การดำเนินการโครงการรวมโรงงานและค่าใช้จ่ายครั้งเดียว (สูง) รายการ non-recurring 690 ล้านบาทใน Q2 และแผนเสร็จไตรมาส 3/2027 รายการ non-recurring เพิ่มอีกในไตรมาส 3–4/2026 หรือต้องเลื่อนกำหนดเสร็จ
3. การรีไฟแนนซ์และต้นทุนดอกเบี้ย (ปานกลาง–สูง) ตั๋ว 5,000 ล้านบาทครบกำหนดภายใน 2–3 เดือน และเงินกู้บริษัทแม่ 3,700 ล้านบาท การเบิกเงินกู้ 3,500 ล้านบาทอัตรา 2.36% หรืออัตราตั๋วสูงขึ้น
4. คุณภาพกำไร (รายการปรับปรุง) (ปานกลาง) ผลต่างรายงานกับปรับปรุง 88–335 ล้านบาทต่อปี 2023–2025 และ 671 ล้านบาทใน 6M2026 ผลต่างระหว่างรายงานกับปรับปรุงเพิ่มขึ้นทุกไตรมาสติดต่อกัน
5. บริษัทแม่และรายการเกี่ยวโยง (ปานกลาง) ขายให้บริษัทที่เกี่ยวข้อง 970 ล้านบาท (6M2026) ซื้อธุรกิจ dooDeco จาก Nexter Living และดอกเบี้ยจ่ายบริษัทแม่ 58 ล้านบาท ขนาดรายการเกี่ยวโยงเพิ่มขึ้นหรือมีการขอความเห็นกรรมการอิสระต่างจากที่ผ่านมา
6. อินโดนีเซีย: KIA และคดีรัฐบาล (ปานกลาง) หมายเหตุ 11 ระบุว่ารัฐบาลอินโดนีเซียเคยแจ้งว่า KIA และ KSM มีหนี้ต่อหน่วยงานรัฐประมาณ 3,000 ล้านบาท บริษัทระบุว่าหนี้นี้เกี่ยวข้องกับผู้ถือหุ้นส่วนน้อยรายเดิม และยังไม่พบหลักฐานว่า KIA/KSM ต้องรับผิด คำตัดสินศาลฎีกา หรือการระงับการซื้อขายหุ้น KIA ที่ IDX
7. พลังงานและวัตถุดิบ (ปานกลาง) ต้นทุนพลังงานต่อตารางเมตรไตรมาส 2 สูงขึ้นเป็น 32 บาท จากราคาพลังงานตะวันออกกลาง ราคาก๊าซธรรมชาติและวัตถุดิบหลัก (ดินขาว ฟันสปาร์ ทราย) ที่เพิ่มต่อเนื่อง
8. อัตราแลกเปลี่ยนและค่าความนิยม (ปานกลาง) รายได้ต่างประเทศราว 35% เงินบาทแข็งกดรายได้แปลงค่า ค่าความนิยม 5,343 ล้านบาทเทียบส่วนของผู้ถือหุ้น 29% ค่าด้อยค่าค่าความนิยมในงบปีถัดไป หรือ IDR/VND อ่อนค่าเพิ่ม
ระดับความเสี่ยงเป็นการประเมินของผู้จัดทำ One Report แยกความเสี่ยงตามกรอบของบริษัท · ความเสี่ยงด้านน้ำท่วม ความตึงเครียดชายแดนไทย–กัมพูชา และการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศอยู่ในรายงานของบริษัทแต่ไม่ได้วิเคราะห์เชิงปริมาณในรายงานนี้

SWOT

จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรค ที่สนับสนุนด้วยตัวเลขในรายงาน

จุดแข็ง (Strengths)

  • ส่วนแบ่งตลาดอันดับหนึ่งในกระเบื้องและสุขภัณฑ์ของไทยตามที่บริษัทระบุ และ HVA มากกว่า 39% ของยอดขาย
  • กำลังการผลิตกระเบื้อง 187.2 ล้านตารางเมตรและเครือข่ายใน 4 ประเทศ
  • เงินสดและเงินลงทุนระยะสั้น 9,218 ล้านบาท และ EBITDA ปรับปรุงต่อดอกเบี้ยจ่าย 11.4 เท่า
  • ได้รับการสนับสนุนจากผู้ถือหุ้นใหญ่ในกลุ่ม SCC

จุดอ่อน (Weaknesses)

  • กำไรรายงาน 6M2026 ขาดทุน 35 ล้านบาท และ ROE 6M2026 annualized 2.5%
  • รายการ non-recurring เกิดทุกปีในช่วง 2023–2025 และเพิ่มเป็น 671 ล้านบาทในครึ่งปีแรก 2026
  • หนี้ระยะสั้นสูงและพึ่งพาตั๋วสัญญาใช้เงินที่ครบกำหนดภายใน 2–3 เดือน
  • ค่าความนิยม 5,343 ล้านบาท (29% ของส่วนของผู้ถือหุ้น) และลูกหนี้การค้าเพิ่ม 20% จากปลายปี 2025

โอกาส (Opportunities)

  • ลดต้นทุนผันแปร 16–20% หลังรวมโรงงานไทย ช่วยรับมือการแข่งขันจากสินค้านำเข้า
  • เวียดนามและการส่งออกจาก PRIME ไปฟิลิปปินส์ (760,000 ตร.ม. ครึ่งปีแรก เพิ่มจาก 290,000)
  • ธุรกิจใหม่ในไทย (SPC, Stone Decor) รายได้ครึ่งปีแรก 520 ล้านบาท (+34%)
  • เข้าสู่ตลาดมาเลเซียผ่าน Jubin Bagus และธุรกิจออกแบบภายใน dooDeco

อุปสรรค (Threats)

  • อุปสงค์ในประเทศไทยที่อ่อนแอและสินค้าราคาต่ำจากต่างประเทศ
  • คดี KIA ในอินโดนีเซียและการระงับการซื้อขายหุ้น KIA
  • ราคาพลังงานและวัตถุดิบผันผวนจากตะวันออกกลาง
  • อัตราดอกเบี้ยและอัตราแลกเปลี่ยนที่กระทบต้นทุนทางการเงินและรายได้แปลงค่า
ที่มา: ตัวเลขดึงจากหัวข้อ 3–11 ของรายงานนี้ · “โอกาส” ไม่ได้หมายความว่าจะเกิดขึ้นจริง

มุมมองนักลงทุน (Investor View)

ข้อมูล ณ 9 ต.ค. 2026 · กรณีต่าง ๆ คำนวณโดยผู้จัดทำจากหลักฐานในรายงาน ไม่ใช่ราคาเป้าหมายและไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน

สมมติฐานการประเมิน (EV/EBITDA + Bridge)

กรณี EBITDA ตัวคูณ EV หักหนี้สุทธิ (MD&A) หัก NCI มูลค่าส่วนผู้ถือหุ้น บาทต่อหุ้น เทียบราคา 5.45
Bear 2,300 5.0 11,500 3,444 1,445 6,611 4.01 −26%
Base 3,247 5.5 17,859 3,444 1,445 12,970 7.86 +44%
Bull 3,600 6.5 23,400 3,444 1,445 18,511 11.22 +106%
หมายเหตุ: Base EBITDA = EBITDA ปรับปรุง TTM 3,247 (our calc) · Bear ต่ำกว่า TTM รายงาน 2,548 · Bull เป็นสมมติฐานของผู้จัดทำที่ยังไม่มีตัวเลขยืนยันจากบริษัท · ตัวคูณ: DCC 8.7 เท่า, TPIPL 10.7 เท่า, SCCC 5.6 เท่า (SET EV/EBITDA) · ราคา 5.45 บาทเท่ากับ 4.3 เท่าของ EBITDA ปรับปรุง TTM และ 5.4 เท่าของ EBITDA รายงาน (our calc)

สามสถานการณ์ (Bull / Base / Bear)

Bull · 11.22 บาท

  • โครงการรวมโรงงานทำได้ตามเป้า 16–20% ตั้งแต่ไตรมาส 3/2027 และ EBITDA ขยับเป็นประมาณ 3,600 ล้านบาท
  • ยอดขายเวียดนามและ HVA เติบโต ผลขาดทุนครั้งเดียวไม่เกิดซ้ำ
  • ตัวคูณ 6.5 เท่ายังต่ำกว่า DCC ที่ 8.7 เท่า

Base · 7.86 บาท

  • EBITDA ปรับปรุงคงที่ที่ 3,247 ล้านบาท (TTM ปรับปรุง)
  • ตัวคูณ 5.5 เท่า เป็นส่วนลดราวหนึ่งในสามจากค่ากลางของกลุ่ม เพราะรายการปรับปรุงเกิดทุกปีและกำไรรายงานลดลง
  • ราคาตลาดต่ำกว่ากรณีฐาน ซึ่งผู้จัดทำตีความว่าตลาดยังไม่เชื่อว่า EBITDA ปรับปรุงเป็นกำไรปกติทั้งหมด

Bear · 4.01 บาท

  • EBITDA ลดเป็น 2,300 ล้านบาทจากอุปสงค์ไทยอ่อนและราคาแข่งขัน
  • รายการ non-recurring กลายเป็นต้นทุนปกติ และดอกเบี้ยสูงขึ้นหลังรีไฟแนนซ์
  • ตัวคูณ 5.0 เท่าใกล้ SCCC ที่ 5.6 เท่า

ความอ่อนไหวของมูลค่าต่อหุ้น (บาท)

EBITDA (ล้านบาท) 4.5 เท่า 5.5 เท่า 6.5 เท่า 7.5 เท่า 8.5 เท่า
2,300 (Bear) 3.31 4.70 6.10 7.49 8.89
2,548 (TTM รายงาน) 3.99 5.53 7.07 8.62 10.16
3,247 (TTM ปรับปรุง, Base) 5.89 7.86 9.83 11.80 13.76
3,600 (Bull) 6.86 9.04 11.22 13.40 15.58
มูลค่าต่อหุ้นตาม EBITDA × ตัวคูณ − หนี้สุทธิ (MD&A) − NCI ÷ 1,650 ล้านหุ้น (our calc) · ทุก 1 เท่าของตัวคูณบน EBITDA ปรับปรุง 3,247 ล้านบาท เพิ่มมูลค่าต่อหุ้นประมาณ 1.97 บาท · ทุก 100 ล้านบาทของ EBITDA ที่ 5.5 เท่า เพิ่มมูลค่าประมาณ 0.33 บาท
สะพานจาก EV สู่มูลค่าส่วนผู้ถือหุ้น กรณีฐาน SCGD
แผนภาพจาก EV ฐาน 17,859 ล้านบาท (3,247 × 5.5) ลบหนี้สุทธิและ NCI ได้มูลค่าส่วนผู้ถือหุ้น 12,970 ล้านบาท หรือ 7.86 บาทต่อหุ้น (our calc)

ข้อสมมติฐานที่ทำให้ผลไม่แน่นอน

รายการที่ต้องติดตาม (Monitoring Checklist)

สรุปของผู้จัดทำ

SCGD มีสภาพคล่องสูงและราคาต่ำกว่าส่วนของผู้ถือหุ้นตามบัญชี (P/BV 0.49 เท่า) แต่กำไรรายงานหายไปในครึ่งปีแรกจากรายการที่บริษัทเรียกว่า non-recurring ซึ่งเกิดทุกปี ราคาตลาดสูงกว่ากรณี Bear (4.01 บาท) ต่ำกว่ากรณีฐาน (7.86 บาท) และต่ำกว่าค่าเฉลี่ยเป้าหมายของ IAA (6.58 บาท) ข้อโต้แย้งหลักคือ EBITDA ปรับปรุงเป็นกำไรปกติจริงหรือไม่ และการรีไฟแนนซ์หนี้ระยะสั้นจะเกิดขึ้นที่อัตราเท่าไร รายงานนี้ไม่ได้ให้คำแนะนำซื้อหรือขาย การตัดสินใจควรเริ่มจากการดูว่ารายการปรับปรุงไตรมาส 3/2026 เกิดซ้ำหรือไม่

ข้อมูลมูลค่าต่อหุ้นในหัวข้อนี้เป็นการคำนวณของผู้จัดทำจากสมมติฐานที่ระบุไว้ ไม่ใช่ราคาเป้าหมาย และไม่ใช่คำแนะนำในการซื้อหรือขายหลักทรัพย์ การลงทุนในหลักทรัพย์มีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดและใช้วิจารณญาณส่วนบุคคลก่อนการตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง