รายงานวิเคราะห์หุ้นเพื่อการตัดสินใจ · Equity Research Report

วิเคราะห์หุ้น SCC — บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน)

กลุ่มบริษัทอุตสาหกรรมชั้นนำในอาเซียน ดำเนินธุรกิจเคมิคอลส์ (SCGC), บรรจุภัณฑ์ครบวงจร (SCGP), ซีเมนต์และโซลูชันสีเขียว (SCG Cement and Green Solutions), สมาร์ทลิฟวิ่งและจัดจำหน่าย, และตกแต่งพื้นผิว (SCGD) — ข้อมูลตลาด ณ 13 ตุลาคม 2026 / งบการเงินงวด 1H2026 สิ้นสุด 30 มิถุนายน 2026
Sector: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง / วัสดุก่อสร้าง (Property & Construction / Construction Materials)ราคาล่าสุด ฿265Market Cap ฿318,000 ล้านP/E 23.74 · P/BV 0.88Dividend Yield ~3.77%

เขียนโดย HypeTimes Staff · ข้อมูล ณ

สรุปผู้บริหาร (Executive Summary)

ภาพรวมธุรกิจ ผลประกอบการงวด 1H2026 จุดเปลี่ยนวัฏจักร และสาระสำคัญการลงทุน — ข้อมูล ณ 13 ต.ค. 2026

บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) (SET: SCC / SCC.BK) ในฐานะกลุ่มบริษัทอุตสาหกรรมข้ามชาติชั้นนำแห่งภูมิภาคอาเซียนที่มีประวัติศาสตร์ก่อตั้งยาวนานกว่า 110 ปี กำลังก้าวผ่านจุดต่ำสุดของวัฏจักรปิโตรเคมีรอบทศวรรษ เข้าสู่ระยะการฟื้นตัวของผลการดำเนินงานอย่างมีนัยสำคัญ โดยผลประกอบการงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 (1H2026) สามารถสร้างรายได้จากการขาย ฿259,570 ล้านบาท (+4.0% YoY) และ EBITDA เติบโตถึง +35.0% YoY สู่ ฿42,913 ล้านบาท โดยมีกำไรสุทธิในไตรมาส 2/2569 ทะยานแตะ ฿11,535 ล้านบาท (+85.4% QoQ) หนุนโดยสเปรดปิโตรเคมีที่เริ่มฟื้นตัว และการเดินหน้ากลยุทธ์ปรับโครงสร้างลดหนี้สิน (Deleveraging) อย่างจริงจัง

ราคาหุ้น · มูลค่าตลาด
฿265.00 · ฿318,000M
ราคา ณ 13 ต.ค. 2026(SET Factsheet)
รายได้รวม 1H2026
฿259,570 ล้าน
โต +4.0% YoY (1H25: ฿249,587M)(MD&A 2Q26)
EBITDA 1H2026 (MARGIN)
฿42,913 ล้าน (16.53%)
กระโดด +35.0% YoY จาก ฿31,787M(MD&A 2Q26)
กำไรสุทธิ 1H2026 (EPS)
฿17,758 ล้าน (฿14.80/หุ้น)
2Q26 กำไรฟื้นแรง +85.4% QoQ(MD&A 2Q26)
VALUATION (P/E · P/BV)
23.74x · 0.88x
เทรด Discount จาก Book Value ฿302.03(SET Factsheet)
เงินปันผลระหว่างกาล 1H2026
฿3.50 ต่อหุ้น
XD 5 ส.ค. จ่าย 21 ส.ค. 2026 (Yield 3.77%)(Settrade)

ไฮไลท์เชิงกลยุทธ์: การปลดล็อกหนี้สิน (Deleveraging) และเตรียมพร้อมเปิดเดินเครื่อง LSP

SCC บรรลุความสำเร็จสำคัญในการปรับพอร์ตโฟลิโอด้วยการขายหุ้น 30.57% ใน PT Chandra Asri Pacific Tbk. (CAP) ส่งผลให้ได้รับกระแสเงินสดกว่า 24,900 ล้านบาท นำไปชำระคืนหนี้สินระยะสั้นและเงินกู้ยืม ส่งผลให้หนี้สินสุทธิ (Net Debt) ลดลงกว่า 41,989 ล้านบาท ในครึ่งปีแรก ส่งผลให้อัตราส่วน Net Debt to EBITDA ลดลงอย่างรวดเร็วจาก 5.5 เท่า ณ สิ้นปี 2568 สู่ 3.7 เท่า และ Net IBD/Equity แตะระดับ 0.60 เท่า พร้อมรองรับการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโครงการ Long Son Petrochemicals (LSP) ในเวียดนาม

5 เสาหลักยุทธศาสตร์การพลิกฟื้นธุรกิจ (Strategic Pillars for Turnaround)

กรอบมุมมองสถานการณ์เชิงปริมาณ (Bull / Base / Bear Valuation Framework)

Bull Case — ฿330.00 (+24.5%)

  • เป้าหมาย Multiple: EV/EBITDA 9.5x, P/E 16.5x (กำไรสุทธิปี 2026E แตะ ฿24,000M)
  • ส่วนต่างราคา HDPE/PP ลบแนฟทาฟื้นตัวทะลุ $450/ตัน จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจีน
  • โครงการ LSP เวียดนามเดินเครื่องได้เต็มอัตราผลิต (>85%) โดยไม่มีสะดุดและสร้างกำไรทันที
  • ปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำและสินค้า Green HVA คิดเป็นสัดส่วนกว่า 40% ของรายได้รวม
  • เงินปันผลทั้งปี 2569 คาดการณ์ที่ ฿9.50–10.00/หุ้น (Yield ~3.6–3.8%)

Base Case — ฿275.00 (+3.8% / Total Return ~7.6%)

  • เป้าหมาย Multiple: EV/EBITDA 8.0x, P/E 14.0x (กำไรสุทธิปี 2026E ราว ฿19,500M)
  • สเปรดปิโตรเคมีฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปในกรอบ $380–400/ตัน
  • โครงการ LSP ค่อยๆ เพิ่มอัตราการผลิตตามลำดับ (Ramp-up 60–75%) ในช่วงครึ่งปีหลัง
  • ธุรกิจ SCGP และซีเมนต์รักษาระดับ EBITDA Margin ได้ที่ 15–16% และควบคุมต้นทุนถ่านหินได้ดี
  • ภาระดอกเบี้ยจ่ายลดลงจากการ Deleveraging หนุนกำไรสุทธิขยายตัว
  • เงินปันผลทั้งปี 2569 จ่ายได้ที่ ฿7.00/หุ้น (Yield ~2.64% + Capital Gain 3.8%)

Bear Case — ฿205.00 (-22.6%)

  • เป้าหมาย Multiple: EV/EBITDA 6.5x, P/E 11.5x (กำไรสุทธิปี 2026E ชะลอเหลือ ฿12,000M)
  • การบริโภคในจีนชะลอตัวต่อเนื่อง ส่งผลให้สเปรดปิโตรเคมีทรงตัวต่ำกว่า $320/ตัน
  • โครงการ LSP ประสบปัญหาขัดข้องทางเทคนิคหรือเผชิญแรงกดดันจากค่าเสื่อมราคาและดอกเบี้ยจ่าย
  • ภาคอสังหาริมทรัพย์ไทยซบเซา ยอดปล่อยสินเชื่อบ้านชะลอตัว กระทบยอดขายวัสดุก่อสร้างและกระเบื้อง SCGD
  • ราคาพลังงานโลกผันผวน ต้นทุนถ่านหินพุ่งสูงขึ้น
  • เงินปันผลทั้งปี 2569 ปรับลดลงเหลือ ฿5.00/หุ้น (Yield ~1.89%)

ข้อมูลสรุปบริษัท (Factsheet)

ข้อมูลตลาด โครงสร้างทุน สัดส่วนผู้ถือหุ้น และสถานะความยั่งยืน — ข้อมูล ณ 13 ต.ค. 2026
ราคาล่าสุด (PRICE)
฿265.00
52-Week Range: ฿170.00 – ฿310.00(SET Factsheet)
MARKET CAP
฿318,000 ล้าน
1,200 ล้านหุ้นชำระแล้ว (พาร์ ฿1.00)(SET Factsheet)
P/E RATIO
23.74 เท่า
คำนวณจากกำไร TTM ฿13,395 ล้าน(SET Factsheet)
P/BV RATIO
0.88 เท่า
Book Value ฿302.03 ต่อหุ้น (ส่วนลด 12%)(SET Factsheet)
DIVIDEND YIELD
3.77%
งวด 1H26 จ่าย ฿3.50 (XD 5 ส.ค. 2026)(Settrade)
FREE FLOAT
66.36%
การกระจายการถือหุ้นรายย่อยสูง สภาพคล่องสูง(SET Factsheet)
FOREIGN LIMIT / ACTUAL
25.00% / 12.50%
สัดส่วนนักลงทุนต่างชาติคงเหลือ 12.50%(SET Factsheet)
SET ESG RATING
ระดับ AAA
คะแนนความยั่งยืนสูงสุดระดับประเทศ · CG 5 ดาว(SET ESG)

โครงสร้างผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (Major Shareholders)

โครงสร้างผู้ถือหุ้นรายใหญ่ 5 อันดับแรก — ที่มา: ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ข้อมูลปิดสมุดทะเบียนล่าสุด)
ลำดับชื่อผู้ถือหุ้นจำนวนหุ้น (หุ้น)สัดส่วนการถือหุ้น (%)ประเภทผู้ลงทุน
1พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว403,646,00033.64%ผู้ถือหุ้นใหญ่เชิงยุทธศาสตร์
2บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด (Thai NVDR)115,920,3819.66%กองทุนและนักลงทุนสถาบันต่างประเทศ
3สำนักงานประกันสังคม67,080,4005.59%กองทุนบำนาญสถาบันในประเทศ
4STATE STREET EUROPE LIMITED24,150,8002.01%ผู้รับฝากทรัพย์สินสถาบันต่างประเทศ (Custodian)
5THE BANK OF NEW YORK MELLON18,450,2001.54%ผู้รับฝากทรัพย์สินสถาบันต่างประเทศ (Custodian)

ลักษณะธุรกิจและโครงสร้างระบบนิเวศ (Business Overview & Ecosystem)

ผังโครงสร้าง 5 เสาหลักอุตสาหกรรม บริษัทย่อย ห่วงโซ่คุณค่า และนวัตกรรมสีเขียว — ข้อมูล ณ 13 ต.ค. 2026

บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) ดำเนินงานในรูปแบบ Industrial Investment Holding Company บริหารจัดการพอร์ตโฟลิโอธุรกิจครบวงจรระดับภูมิภาคอาเซียน ผสานพลังร่วม (Synergy) ตั้งแต่การแปรรูปวัตถุดิบต้นน้ำ ปิโตรเคมี บรรจุภัณฑ์ วัสดุก่อสร้าง อสังหาริมทรัพย์ตกแต่ง ตลอดจนโลจิสติกส์และพลังงานหมุนเวียน

SIAM CEMENT GROUP (SCG) · ARCHITECTUREผังโครงสร้าง 5 สายธุรกิจหลัก และระบบนิเวศแห่งอนาคต (SCC)ASSETS ฿841.7BSCGC เคมิคอลส์39% REV• โอเลฟินส์ & โพลีเมอร์ HDPE, PP, PVC (TPC)• คอมเพล็กซ์ LSP เวียดนาม โอเลฟินส์ 1.4Mt/ปี• กรีนโพลีเมอร์ (HVA) SCG GREEN POLYMER™ร่วมทุน: MOC, BST, TPCSCGP แพคเกจจิ้ง27% REV• เยื่อและกระดาษบรรจุภัณฑ์ กล่องลูกฟูกครบวงจร• บรรจุภัณฑ์เพื่อผู้บริโภค Fest บรรจุภัณฑ์อาหาร• วัสดุการแพทย์ & แล็บ Deltalab (ยุโรป)เครือข่ายรีไซเคิลอาเซียนซีเมนต์และกรีนโซลูชัน16% REV• ปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำ Low Carbon Gen 1 & 2• คอนกรีตผสมเสร็จ CPAC CPAC Green Solution• 3D Printing & Refractory ปูนทนไฟ ปูนโครงสร้างเชื้อเพลิงทดแทน RDF >45%สมาร์ทลิฟวิ่ง & ค้าปลีก13% REV• ระบบหลังคาและฉนวน SCG Roof, Stay Cool• โซลาร์รูฟ & ระบายอากาศ Active AIRflow™ System• เครือข่ายค้าปลีก & ขนส่ง SCG HOME & SCGJWDOmni-Channel Retail HubSCGD เดคคอร์5% REV• กระเบื้องปูพื้นบุผนัง COTTO, PRIME, KIA• สุขภัณฑ์ & ก๊อกน้ำ Smart Bathroom COTTO• นวัตกรรม SPC ไวนิล LT by COTTO (แผ่นปูพื้น)เบอร์ 1 กระเบื้องอาเซียน⚡SCG Cleanergy (พลังงานสะอาดแห่งอนาคต) & นวัตกรรมเปลี่ยนผ่าน ESGผลิตไฟฟ้าแสงอาทิตย์ โซลาร์ลอยน้ำ แบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน BESS และเครือข่ายโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ Smart Grid กำลังผลิตรวมกว่า 500 MW

รายละเอียดเชิงลึกของ 5 กลุ่มธุรกิจหลัก (In-Depth Business Analysis)

1. เอสซีจี เคมิคอลส์ (SCGC — สัดส่วนรายได้ 39%)

2. เอสซีจี แพคเกจจิ้ง (SCGP — สัดส่วนรายได้ 27%)

3. ซีเมนต์และกรีนโซลูชันส์ (SCG Cement and Green Solutions — สัดส่วนรายได้ 16%)

4. สมาร์ทลีฟวิ่ง และจัดจำหน่าย (SCG Smart Living & Distribution — สัดส่วนรายได้ 13%)

5. เอสซีจี เดคคอร์ (SCGD — สัดส่วนรายได้ 5%)

สรุปโครงสร้างกลุ่มธุรกิจ กำลังการผลิต แบรนด์สำคัญ และความได้เปรียบทางการแข่งขัน — ที่มา: One Report 2568
กลุ่มธุรกิจรายได้ 1H26กำลังการผลิต / สาขาแบรนด์หลักจุดเด่นความได้เปรียบในการแข่งขัน (Moat)
SCGC เคมิคอลส์฿101,232M (39%)โอเลฟินส์ ~4.4 Mt/ปี (รวม LSP)SCG Chemicals, Green Polymerต้นทุนแข่งขันได้จากการมี Complex ในไทยและเวียดนาม, สัดส่วน HVA สูง
SCGP แพคเกจจิ้ง฿70,084M (27%)กระดาษบรรจุภัณฑ์ 5.8 Mt/ปีSCGP, Fest, Deltalabเครือข่ายรีไซเคิลครอบคลุมทั้งอาเซียน, สัญญาขายระยะยาวกับ FMCG
ซีเมนต์ & กรีนโซลูชัน฿41,531M (16%)ปูนซีเมนต์ ~23 Mt/ปี ในไทยตราช้าง, CPAC, Low Carbonความแข็งแกร่งของแบรนด์อันดับ 1 ในไทย, แหล่งหินปูนสัมปทานระยะยาว
สมาร์ทลิฟวิ่ง & ค้าปลีก฿33,744M (13%)เครือข่ายร้านค้ากว่า 800 แห่งSCG Roof, SCG HOME, SJWDช่องทางจัดจำหน่ายที่ครอบคลุมทั่วประเทศ, ระบบโลจิสติกส์ครบวงจร
SCGD เดคคอร์฿12,979M (5%)กระเบื้อง ~186 ล้าน ตร.ม./ปีCOTTO, PRIME, MARIWASAส่วนแบ่งตลาดกระเบื้องอันดับ 1 ในอาเซียน, ดีไซน์และนวัตกรรมพรีเมียม

ผลประกอบการทางการเงิน (Financial Performance)

วิเคราะห์รายได้ กำไรสุทธิ อัตรากำไร และเปรียบเทียบงวดครึ่งปีแรก 1H2025 vs 1H2026 — สิ้นสุด 30 มิ.ย. 2026

ผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 (1H2026) แสดงสัญญาณการกลับตัวของวงจรกำไรที่ชัดเจน รายได้รวมขยายตัวแตะ ฿259,570 ล้านบาท (+4.0% YoY) หนุนโดยยอดขายที่เติบโตในกลุ่มปิโตรเคมีและบรรจุภัณฑ์ ขณะที่ EBITDA พุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่งถึง +35.0% YoY สู่ ฿42,913 ล้านบาท และกำไรสุทธิรวมแตะ ฿17,758 ล้านบาท โดยเฉพาะในไตรมาส 2/2569 กำไรสุทธิเติบโตถึง 85.4% QoQ สู่ ฿11,535 ล้านบาท สะท้อนประสิทธิภาพการดำเนินงานและการประหยัดต้นทุนจากการลดดอกเบี้ยจ่าย

รายได้รวม, EBITDA และกำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ — FY2023 → TTM มิ.ย. 2026 (ล้านบาท)
อัตรากำไร EBITDA Margin และ Net Profit Margin (%) — FY2023 → TTM มิ.ย. 2026
เปรียบเทียบผลประกอบการงวดครึ่งปีแรก: 1H2025 vs 1H2026 (ล้านบาท)
ตารางเปรียบเทียบผลการดำเนินงานทางการเงินย้อนหลัง — ที่มา: รายงาน 56-1 One Report และ MD&A ไตรมาส 2/2569
รายการทางการเงิน (ล้านบาท)FY2023FY2024FY20251H20251H2026YoY (1H)TTM มิ.ย. 26
รายได้จากการขาย499,646511,172496,925249,587259,570+4.00%506,908
EBITDA รวม54,14353,94651,24931,78742,913+35.00%62,375
กำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่25,9156,34214,07518,50017,758-4.01%13,395
EBITDA Margin (%)10.84%10.55%10.31%12.74%16.53%+3.79%12.31%
Net Profit Margin (%)5.19%1.24%2.83%7.41%6.84%-0.57%2.64%
กำไรต่อหุ้น EPS (บาท/หุ้น)21.605.2911.7315.4214.80-4.02%11.16

งบแสดงฐานะการเงินและกระแสเงินสด (Balance Sheet & Cash Flow)

โครงสร้างสินทรัพย์ หนี้สิน สภาพคล่อง และกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน — ณ 30 มิ.ย. 2026

ฐานะทางการเงินของ SCC มีความแข็งแกร่งอย่างยิ่งด้วยสินทรัพย์รวม ฿841,739 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้นรวม ฿426,383 ล้านบาท (เป็นส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทใหญ่ ฿362,431 ล้านบาท คิดเป็นมูลค่าทางบัญชี ฿302.03 ต่อหุ้น) บริษัทรักษาวินัยการควบคุมเงินทุนหมุนเวียน (Working Capital Management) อย่างเข้มงวด ส่งผลให้กระแสเงินสดจากการดำเนินงานยังคงเป็นบวกต่อเนื่อง

โครงสร้างส่วนของผู้ถือหุ้น, หนี้สินรวม และสินทรัพย์รวม (ล้านบาท) — FY2023 ถึง 30 มิ.ย. 2026
งบแสดงฐานะการเงินรวม (หน่วย: ล้านบาท) — ที่มา: งบการเงินฉบับสอบทาน ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
รายการ (ล้านบาท)31 ธ.ค. 202331 ธ.ค. 202431 ธ.ค. 202530 มิ.ย. 2026เปลี่ยนแปลง (vs สิ้นปี 2568)
สินทรัพย์หมุนเวียน214,500198,320184,550196,820+6.65%
สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน679,101663,182637,041644,919+1.24%
สินทรัพย์รวม893,601861,502821,591841,739+2.45%
หนี้สินหมุนเวียน178,200165,420158,300149,850-5.34% (ลดหนี้สั้น)
หนี้สินไม่หมุนเวียน273,804276,302266,449265,506-0.35%
หนี้สินรวม452,004441,722424,749415,356-2.21% (ลดลงต่อเนื่อง)
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม441,597419,780396,842426,383+7.44%
ส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทใหญ่376,420355,890337,410362,431+7.42% (BVPS ฿302.03)

ภาระหนี้สิน เลเวอเรจ และการลดหนี้ (Leverage & Deleveraging)

วิเคราะห์อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย ความคืบหน้าการลดหนี้ และภาระผูกพันทางการเงิน — ณ 30 มิ.ย. 2026

SCC ให้ความสำคัญสูงสุดกับการบริหารความเสี่ยงด้านสภาพคล่องและการลดภาระหนี้สิน (Deleveraging) โดยในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 บริษัทสามารถลดหนี้สินสุทธิ (Net Debt) ลงได้ถึง ฿41,989 ล้านบาท สู่ระดับ ฿238,270 ล้านบาท ผ่านการรับรู้กระแสเงินสดจากการขายเงินลงทุนในหุ้น PT Chandra Asri Pacific Tbk. (CAP) จำนวนประมาณ ฿24,900 ล้านบาท ส่งผลให้อัตราส่วนทางการเงินปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

อัตราส่วน Interest-Bearing Debt ต่อ Equity และ Net IBD ต่อ Equity (เท่า) — FY2023 ถึง 30 มิ.ย. 2026
NET DEBT สุทธิ
฿238,270 ล้าน
ลดลง ฿41,989M จากสิ้นปี 2568(MD&A 2Q26)
NET DEBT TO EBITDA
3.7 เท่า
ลดลงอย่างรวดเร็วจาก 5.5 เท่า ณ สิ้นปี 2568(MD&A 2Q26)
NET IBD TO EQUITY
0.60 เท่า
ต่ำกว่าข้อกำหนด Covenant 1.50x อย่างมาก(MD&A 2Q26)

ผลกระทบเชิงบวกต่อต้นทุนทางการเงิน (Interest Expense Savings)

การลดหนี้สินสุทธิกว่า 4.2 หมื่นล้านบาท ช่วยลดภาระดอกเบี้ยจ่ายลงได้ไม่ต่ำกว่า 1,400–1,600 ล้านบาทต่อปี (คำนวณจากต้นทุนดอกเบี้ยเฉลี่ย 3.5–3.8%) ปลดล็อกความเสี่ยงจากภาวะอัตราดอกเบี้ยสูง และช่วยหนุนอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) ให้ฟื้นตัวได้เร็วยิ่งขึ้น

สัดส่วนรายได้ตามกลุ่มธุรกิจ (Business Segments)

การกระจายตัวของโครงสร้างรายได้จากการขาย 5 กลุ่มธุรกิจหลัก — งวดครึ่งปีแรก 1H2026
สัดส่วนรายได้จากการขายจำแนกตาม 5 กลุ่มธุรกิจหลัก (%)

กลุ่มธุรกิจเคมิคอลส์ (SCGC) ครองสัดส่วนรายได้สูงสุดที่ 39% ตามด้วยกลุ่มธุรกิจบรรจุภัณฑ์ครบวงจร (SCGP) 27%, ซีเมนต์และกรีนโซลูชันส์ 16%, สมาร์ทลิฟวิ่งและจัดจำหน่าย 13% และเอสซีจี เดคคอร์ (SCGD) 5%

ประวัติและนโยบายการจ่ายเงินปันผล (Dividend History)

นโยบายเงินปันผล ประวัติการจ่ายย้อนหลัง และการคาดการณ์ผลตอบแทน — ข้อมูล ณ 13 ต.ค. 2026

SCC มีนโยบายการจ่ายเงินปันผลไม่ต่ำกว่า 40–50% ของกำไรสุทธิรวม และมีประวัติศาสตร์การจ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอต่อเนื่องทุกปี สำหรับผลการดำเนินงานงวดครึ่งแรกของปี 2569 ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทได้มีมติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในอัตรา ฿3.50 ต่อหุ้น (ขึ้นเครื่องหมาย XD เมื่อวันที่ 5 ส.ค. 2569 และจ่ายเงินปันผลเมื่อ 21 ส.ค. 2569) ปรับเพิ่มขึ้นจาก ฿2.50 ในช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า (+40.0% YoY)

เงินปันผลต่อหุ้น (DPS: บาท/หุ้น) — ประจำปี 2566 ถึง ประมาณการปี 2569E
ประวัติการจ่ายเงินปันผลต่อหุ้นและอัตราการจ่ายปันผลย้อนหลัง — ที่มา: Settrade และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
ปีผลประกอบการปันผลงวดครึ่งแรก (1H)ปันผลงวดครึ่งหลัง (2H)เงินปันผลรวมทั้งปี (DPS)กำไรต่อหุ้น (EPS)Dividend Payout (%)Dividend Yield (%)
2566 (FY2023)฿2.50฿3.50฿6.00฿21.6027.8%2.26%
2567 (FY2024)฿2.50฿2.50฿5.00฿5.2994.5%2.50%
2568 (FY2025)฿2.50฿2.50฿5.00฿11.7342.6%2.63%
2569E (2026E คาดการณ์)฿3.50 (จ่ายแล้ว)฿3.50 (คาดการณ์)฿7.00 (คาดการณ์)฿16.25 (ประมาณการ)43.1%~3.77% (น่าสนใจ)

เปรียบเทียบกลุ่มอุตสาหกรรม (Peer Comparison)

การประเมินมูลค่าเปรียบเทียบในหมวดวัสดุก่อสร้าง (Construction Materials) — ข้อมูล ณ 13 ต.ค. 2026
เปรียบเทียบ Market Cap (ล้านบาท) และ Trailing P/E (เท่า) ในกลุ่มอุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้าง
ตารางเปรียบเทียบตัวชี้วัดทางการเงินและมูลค่าหุ้นเทียบกับคู่แข่ง — ที่มา: SET Factsheet (ณ 13 ต.ค. 2026)
หลักทรัพย์ราคา (บาท)Market Cap (ล้านบาท)P/E (เท่า)P/BV (เท่า)Div Yield (%)ROE (%)ESG Rating
SCC (ปูนซิเมนต์ไทย)265.00318,00023.74x0.88x (Deep Discount)3.77%3.71%AAA (สูงสุด)
SCCC (ปูนซีเมนต์นครหลวง)152.5045,89211.08x1.25x5.90%11.30%AA
TASCO (ทิปโก้แอสฟัลท์)17.5027,30623.31x1.82x6.28%7.81%AAA
TOA (ทีโอเอ เพ้นท์)15.3031,0449.26x1.75x4.10%18.90%AA

ข้อสังเกตการประเมินมูลค่า: SCC เป็นหุ้นเพียงตัวเดียวในกลุ่มวัสดุก่อสร้างขนาดใหญ่ที่ซื้อขายต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี (P/BV เพียง 0.88 เท่า เทียบกับคู่แข่งที่ซื้อขายเฉลี่ย 1.25–1.82 เท่า) สะท้อนว่าราคาหุ้นปัจจุบันมี Margin of Safety สูง และยังมี Upside ศักยภาพจากการฟื้นตัวของกำไรจากธุรกิจปิโตรเคมีและโครงการ LSP

แนวโน้มและเป้าหมายผู้บริหาร (Outlook & Catalysts)

กลยุทธ์ธุรกิจครึ่งหลังปี 2569–2570 แผนเปิดเดินเครื่อง LSP และเป้าหมาย Net Zero — ข้อมูล ณ 13 ต.ค. 2026

ผู้บริหารกลุ่มเอสซีจีวางกลยุทธ์เชิงรุกเพื่อขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยเน้นย้ำ 3 กลยุทธ์หลัก:

ปัจจัยเสี่ยงและการวิเคราะห์เชิงปริมาณ (Risk Factors & Triggers)

การประเมิน 7 ปัจจัยเสี่ยงหลัก สัญญาณเตือนที่สังเกตได้ (Observable Triggers) และแนวทางบริหารความเสี่ยง
เมทริกซ์การประเมินปัจจัยเสี่ยง 7 มิติ — จัดทำโดยฝ่ายวิเคราะห์ตราสารทุน
มิติปัจจัยเสี่ยงระดับผลกระทบสัญญาณเตือนที่ต้องจับตา (Observable Trigger)ผลกระทบทางการเงินกลยุทธ์การบริหารความเสี่ยง
1. สเปรดปิโตรเคมีโลกผันผวนสูงมากส่วนต่าง HDPE/PP ลบแนฟทา ต่ำกว่า $350/ตัน ติดต่อกัน 2 เดือนทุก $50/ตัน ของสเปรดที่เปลี่ยนไป กระทบ EBITDA ของ SCGC ราว ฿3,500M/ปีเน้นสัดส่วนสินค้า High Value Added (HVA) และ Green Polymer มาร์จิ้นสูง
2. ความเสี่ยงการเดินเครื่อง LSPสูงความล่าช้าในการส่งมอบงาน หรือหยุดเดินเครื่องนอกแผน (Unplanned Shutdown)ต้นทุนคงที่และค่าเสื่อมราคาราว ฿1,200M/ไตรมาส กดดันผลกำไรสุทธิมีทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญกำกับดูแล และทำสัญญาจัดหาวัตถุดิบแนฟทาระยะยาว
3. ต้นทุนพลังงาน (ถ่านหิน/ค่าไฟ)ปานกลางราคาถ่านหินดัชนี Newcastle พุ่งทะลุ $150/ตัน หรือค่า Ft ปรับขึ้นต้นทุนพลังงานคิดเป็น ~30% ของต้นทุนผลิตปูนซีเมนต์เพิ่มสัดส่วนเชื้อเพลิงขยะ RDF/Biomass เกิน 45% และติดตั้งโซลาร์ฟาร์ม
4. ภาคอสังหาริมทรัพย์ไทยซบเซาปานกลางอัตราการปฏิเสธสินเชื่อบ้าน (Rejection Rate) ทะลุ 50%ยอดขายปูนซีเมนต์ คอนกรีต และกระเบื้อง SCGD ในประเทศชะลอตัวขยายตลาดงานก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐ และขยายตลาดส่งออก
5. สินค้าราคาถูกจากจีนทะลักปานกลางการส่งออกสินค้า PVC กระเบื้อง และเม็ดพลาสติกส่วนเกินจากจีนเกิดสงครามตัดราคาในภูมิภาคอาเซียน กดดัน Gross Marginใช้มาตรการปกป้องทางการค้า (Anti-dumping) และชูคุณภาพแบรนด์ตราช้าง
6. ความเสี่ยงดอกเบี้ยและหนี้สินปานกลางต้นทุนการออกหุ้นกู้ใหม่ปรับขึ้นเกิน 4.0% หรือ Net Debt/EBITDA > 4.5xภาระดอกเบี้ยจ่ายเพิ่มขึ้น กระทบกระแสเงินสดอิสระดำเนินการ Deleveraging ต่อเนื่อง นำเงินขายทรัพย์สินมาชำระคืนหนี้
7. ความผันผวนอัตราแลกเปลี่ยนต่ำ-ปานกลางค่าเงินบาทเทียบดอลลาร์สหรัฐผันผวนเกิน ±5% ในระยะเวลาสั้นผลกระทบทางบัญชีจากการแปลงค่างบการเงินบริษัทย่อยต่างประเทศใช้นโยบาย Natural Hedging และเครื่องมืออนุพันธ์ป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน

การวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรค (SWOT Analysis)

ประเมินศักยภาพเชิงยุทธศาสตร์และสถานะการแข่งขันของกลุ่มปูนซิเมนต์ไทย

จุดแข็ง (Strengths)

  • แบรนด์และชื่อเสียงยาวนานกว่า 110 ปี: ตราช้างและเครือ SCG ได้รับความเชื่อถือสูงสุดในอาเซียน
  • การกระจายตัวของพอร์ตโฟลิโออย่างสมดุล: 5 กลุ่มธุรกิจช่วยลดความเสี่ยงเฉพาะอุตสาหกรรม
  • ฐานะการเงินแข็งแกร่ง (Credit Rating A+): สามารถระดมทุนในตลาดตราสารหนี้ด้วยต้นทุนต่ำ
  • ผู้นำด้านนวัตกรรมและ ESG ระดับ AAA: ผู้นำปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำและเทคโนโลยีกรีนโพลีเมอร์

จุดอ่อน (Weaknesses)

  • ผลกำไรมีความผันผวนตามวัฏจักรปิโตรเคมี: สเปรดโอเลฟินส์โลกกำหนดกำไรของกลุ่มในสัดส่วนสูง
  • ภาระหนี้สินรวมยังอยู่ในระดับกว่า 4.15 แสนล้านบาท: จากการลงทุนขนาดใหญ่ในโครงการ LSP
  • ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยเข้าสู่ภาวะชะลอตัว: โครงสร้างประชากรผู้สูงวัยกดดันการสร้างบ้านใหม่
  • ความซับซ้อนของโครงสร้างกลุ่มบริษัท: อาจเผชิญ Conglomerate Discount ในการประเมินมูลค่า

โอกาส (Opportunities)

  • การฟื้นตัวของเศรษฐกิจอาเซียน: เวียดนามและอินโดนีเซียมีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานสูงต่อเนื่อง
  • เมกะเทรนด์เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ: ความต้องการปูนซีเมนต์และบรรจุภัณฑ์สีเขียวขยายตัวก้าวกระโดด
  • โครงการ LSP เวียดนามเดินเครื่อง: ก้าวขึ้นเป็นผู้นำตลาดปิโตรเคมีในเวียดนามที่มีประชากรกว่า 100 ล้านคน
  • ธุรกิจพลังงานหมุนเวียน SCG Cleanergy: โอกาสขยายฐานรายได้ประจำ (Recurring Income) สู่ระดับสากล

อุปสรรค (Threats)

  • อุปทานใหม่จากจีนและตะวันออกกลาง: โรงงานปิโตรเคมีขนาดใหญ่กดดันสเปรดผลิตภัณฑ์ในตลาดโลก
  • ความผันผวนของราคาพลังงานและถ่านหิน: ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์โลกอาจหนุนต้นทุนการผลิต
  • การแข่งขันตัดราคาจากสินค้านำเข้า: เม็ดพลาสติกและกระเบื้องราคาถูกจากต่างประเทศ
  • กฎเกณฑ์ทางการค้าระหว่างประเทศที่เข้มงวด: ภาษีคาร์บอนข้ามพรมแดน (CBAM) ของสหภาพยุโรป

มุมมองนักลงทุนและการประเมินมูลค่า (Investor View)

สรุปมุมมองโบรกเกอร์ชั้นนำ กรอบราคาเป้าหมาย และรายการตรวจสอบสำหรับนักลงทุน — ข้อมูล ณ 13 ต.ค. 2026

จากผลสำรวจความคิดเห็นของนักวิเคราะห์ชั้นนำในตลาดทุนไทย (IAA Consensus) โบรกเกอร์ส่วนใหญ่มีมุมมองเชิงบวกต่อหุ้น SCC โดยมองว่าผลการดำเนินงานและราคาหุ้นได้ผ่านพ้นจุดต่ำสุดของวัฏจักรไปแล้ว และเป็นช่วงเวลาที่น่าสนใจในการสะสมหุ้นคุณค่า (Value Investing) ที่ซื้อขายต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี (P/BV 0.88x)

สรุปคำแนะนำและราคาเป้าหมายจากสถาบันการเงินชั้นนำ — ที่มา: Settrade IAA Consensus
สถาบันการเงิน / บริษัทหลักทรัพย์คำแนะนำราคาเป้าหมาย (บาท)เหตุผลเชิงกลยุทธ์สำคัญ
บล.ทรีนีตี้ (Trinity Securities)ซื้อ (BUY)฿294.00วัฏจักรปิโตรเคมีผ่านจุดต่ำสุด การ Deleveraging หนุนการลดดอกเบี้ยจ่าย
บล.หยวนต้า (Yuanta Securities)ซื้อ (BUY)฿290.00การฟื้นตัวของกำไร 2H26 ได้แรงหนุนจากการเตรียมเปิดเดินเครื่อง LSP
บล.บัวหลวง (Bualuang Securities)ซื้อ (BUY)฿267.00Valuation น่าสนใจ P/BV < 0.9x มี Margin of Safety สูง
บล.กสิกรไทย (Kasikorn Securities)ถือ (HOLD)฿255.00รอความชัดเจนของการฟื้นตัวของ Chemical Spread ในตลาดโลก
ค่าเฉลี่ย IAA Consensus (17 บล.)ซื้อ (BUY ส่วนใหญ่)฿250.76กรอบการประเมินราคาเป้าหมาย ฿188.00 – ฿332.00

รายการตรวจสอบสำหรับนักลงทุน (Monitoring Checklist)