บมจ.พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC) เข้าสู่ช่วง Turnaround วัฏจักรเต็มรูปแบบ ในงวด 1H2026 โดยมีกำไรสุทธิรวมแตะ ฿15,440 ล้าน พลิกฟื้นอย่างก้าวกระโดดจากภาวะขาดทุนสุทธิในปี 2024 (–฿29,810 ล้าน) และปี 2025 (–฿15,572 ล้าน) โดยได้รับแรงหนุนจาก 4 ปัจจัยเชิงโครงสร้างหลัก:
| หัวข้อ | รายละเอียด | แหล่งข้อมูลอ้างอิง |
|---|---|---|
| ชื่อบริษัทภาษาไทย | บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) | SET Company Profile |
| ชื่อบริษัทภาษาอังกฤษ | PTT GLOBAL CHEMICAL PUBLIC COMPANY LIMITED (PTTGC) | SET Factsheet |
| กลุ่มอุตสาหกรรม / หมวดธุรกิจ | สินค้าอุตสาหกรรม / ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ (PETRO) (SET100 / SET50) | SET Factsheet |
| โครงสร้างผู้ถือหุ้นรายใหญ่ | บมจ.ปตท. (PTT) 45.18%, บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด 8.45%, สำนักงานประกันสังคม 2.15% | Settrade Major Shareholders |
| นโยบายการจ่ายเงินปันผล | ไม่น้อยกว่า 30% ของกำไรสุทธิหลังหักภาษีเงินได้และเงินสำรองตามกฎหมาย | แบบ 56-1 One Report PTTGC |
| อันดับความน่าเชื่อถือ (Credit Rating) | AA(tha) / Outlook Stable โดย Fitch Ratings (Thailand) และ A2 โดย Moody’s | Fitch Ratings Thailand |
PTTGC เป็นแกนนำธุรกิจเคมีภัณฑ์ (Chemical Flagship) ของกลุ่ม ปตท. และเป็นผู้ดำเนินธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่นครบวงจรที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดยมีจุดเด่นคือการบูรณาการกระบวนการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำสู่ปลายน้ำอย่างแนบแน่น (Vertical Integration) เพื่อบริหารจัดการความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาและเพิ่มมูลค่าวัตถุดิบสูงสุด
แผนผังห่วงโซ่คุณค่าและโครงสร้างบูรณาการ PTTGC Integrated Petrochemical Value Chain
ที่มา: ฝ่ายจัดการ PTTGC, แบบ 56-1 One Report 2568 และ Investor Presentation 2Q26
กลุ่มผลิตภัณฑ์โอเลฟินส์และโพลีเมอร์ (Olefins & Polymers — สัดส่วน EBITDA 38%):
กลุ่มผลิตภัณฑ์ต้นน้ำและโรงกลั่น (Upstream & Refinery — สัดส่วน EBITDA 26%):
allnex และเคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษ (Specialty Chemicals & allnex — สัดส่วน EBITDA 21%):
กลุ่มผลิตภัณฑ์อะโรเมติกส์ (Aromatics — สัดส่วน EBITDA 15%):
กลุ่มเคมีภัณฑ์ชีวภาพและความยั่งยืน (Bio-based & Circular Economy):
PTTGC ดำเนินกลยุทธ์ 3 Steps Plus เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันระยะยาว:
| รายการทางการเงิน | 1H2025 (6M25) | 1H2026 (6M26) | เปลี่ยนแปลง (YoY) | แหล่งข้อมูลอ้างอิง |
|---|---|---|---|---|
| รายได้จากการขายและบริการ | 266,762 | 322,650 | +21.0% | Settrade Highlights |
| EBITDA | 11,460 | 33,588 | +193.1% | Settrade Highlights |
| EBITDA Margin (%) | 4.30% | 10.41% | +6.11% ppt | คำนวณจากงบการเงิน |
| กำไร (ขาดทุน) สุทธิ | (6,183) | 15,440 | Turnaround (+349.7%) | SET Factsheet |
| กำไรต่อหุ้น (EPS - บาท) | (1.37) | 3.01 | Turnaround | Settrade Highlights |
| กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน (CFO) | 18,450 | 46,528 | +152.2% | Settrade Highlights |
| รายการในงบดุล | 31 ธ.ค. 2023 | 31 ธ.ค. 2024 | 31 ธ.ค. 2025 | 30 มิ.ย. 2026 | แหล่งอ้างอิง |
|---|---|---|---|---|---|
| สินทรัพย์หมุนเวียน | 198,420 | 186,510 | 172,300 | 204,650 | Settrade |
| สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน | 520,585 | 486,511 | 451,682 | 450,207 | Settrade |
| สินทรัพย์รวม | 719,005 | 673,021 | 623,982 | 654,857 | SET Factsheet |
| หนี้สินหมุนเวียน | 145,210 | 138,400 | 125,800 | 142,350 | Settrade |
| หนี้สินไม่หมุนเวียน | 305,202 | 238,851 | 184,803 | 204,036 | Settrade |
| หนี้สินรวม | 450,412 | 377,251 | 310,603 | 346,386 | SET Factsheet |
| ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม | 268,593 | 295,770 | 313,379 | 308,471 | SET Factsheet |
| มูลค่าทางบัญชีต่อหุ้น (BVPS) | ฿59.57 | ฿65.60 | ฿69.50 | ฿68.41 | Settrade Overview |
| กลุ่มธุรกิจ | สัดส่วน EBITDA | ผลิตภัณฑ์หลัก | ลักษณะตลาดและปัจจัยขับเคลื่อน |
|---|---|---|---|
| โอเลฟินส์และโพลีเมอร์ | 38% | Ethylene, Propylene, HDPE, LLDPE, LDPE (InnoPlus) | อิงสเปรดเม็ดพลาสติก ได้แรงหนุนต้นทุนก๊าซอีเทนในอ่าวไทย |
| ผลิตภัณฑ์ต้นน้ำ (โรงกลั่น) | 26% | น้ำมันดีเซล Euro 5, Jet A-1, แนฟทา | อิงค่าการกลั่นตลาดสิงคโปร์ (GRM) และความต้องการเดินทางทางอากาศ |
| allnex & สารเคลือบผิวพิเศษ | 21% | Coating Resins สำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ EV และก่อสร้าง | เน้นตลาดยุโรปและสหรัฐฯ อัตรากำไรสูงกว่า 17% ผันผวนต่ำ |
| กลุ่มอะโรเมติกส์ | 15% | Paraxylene (PX), Benzene (BZ) | ใช้ในอุตสาหกรรมขวดพลาสติก PET และเส้นใยโพลีเอสเตอร์ |
| งวดการดำเนินงาน | ปันผลระหว่างกาล (บาท) | ปันผลงวดสุดท้าย (บาท) | รวมปันผลทั้งปี (DPS) | Dividend Yield | สถานะการจ่าย |
|---|---|---|---|---|---|
| ปี 2566 (FY2023) | — | 0.75 | ฿0.75 | 1.94% | จ่ายแล้ว |
| ปี 2567 (FY2024) | — | 0.50 | ฿0.50 | 1.85% | จ่ายจากกำไรสะสม |
| ปี 2568 (FY2025) | — | 0.50 | ฿0.50 | 1.96% | จ่ายจากกำไรสะสม |
| ปี 2569 (2026E) | 0.60 | 0.85 (E) | ฿1.45 (E) | 2.72% (E) | ระหว่างกาลจ่ายแล้วเมื่อ 22 ก.ย. 26 / งวดสุดท้ายคาดการณ์ |
| หลักทรัพย์ | ราคาปิด (บาท) | Market Cap (฿ล้าน) | P/E (TTM) | P/BV (เท่า) | Div Yield (%) | จุดเด่นการแข่งขัน |
|---|---|---|---|---|---|---|
| PTTGC | ฿53.25 | 240,096 | 39.68x | 0.78x | 1.13% | ผู้นำปิโตรเคมีครบวงจร ผสาน allnex หนุนกำไร Turnaround โดดเด่น |
| IVL | ฿30.00 | 160,015 | — | 1.21x | 2.46% | ผู้นำระดับโลกในห่วงโซ่ PET และเส้นใย กระจายฐานการผลิตทั่วโลก |
| SCC | ฿264.00 | 318,000 | 23.74x | 0.88x | 1.89% | เครือซีเมนต์ไทย มีธุรกิจ SCGC ปิโตรเคมีและวัสดุก่อสร้างครบวงจร |
| TOP | ฿77.50 | 173,681 | 4.85x | 0.75x | 2.65% | โรงกลั่นเชิงเดี่ยวขนาดใหญ่ที่สุดในไทย ได้รับประโยชน์จากค่าการกลั่น GRM สูง |
| IRPC | ฿2.96 | 59,669 | 5.64x | 0.78x | 0.34% | โรงกลั่นและปิโตรเคมีครบวงจร เน้นพลาสติกชนิดพิเศษสำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้า |
| มิติความเสี่ยง | รายละเอียดและผลกระทบต่อผลการดำเนินงาน | ตัวชี้วัดเฝ้าระวังที่สังเกตได้ (Observable Trigger) | แนวทางบริหารความเสี่ยง |
|---|---|---|---|
| 1. ส่วนต่างราคาปิโตรเคมี | สเปรด HDPE-Naphtha หรือ PX-Condensate อ่อนตัวลงต่ำกว่าจุดคุ้มทุน ส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้นของโรงโอเลฟินส์และอะโรเมติกส์ | สเปรด HDPE-Naphtha ลดลงต่ำกว่า $350/ตัน ติดต่อกันเกิน 4 สัปดาห์ (อ้างอิง ICIS/Platts) | ปรับสัดส่วนการใช้วัตถุดิบก๊าซอีเทน และเน้นการผลิตเม็ดพลาสติกเกรดพิเศษ HVP |
| 2. อุปทานส่วนเกินจากจีน | จีนเร่งเปิดดำเนินการโรงงานปิโตรเคมีขนาดใหญ่ (Mega-complexes) และส่งออกเม็ดพลาสติกราคาต่ำเข้าสู่ตลาดภูมิภาคเอเชีย | อัตราการเดินเครื่อง (Operating Rate) ของโรงงานจีนเกิน 85% หรือยอดส่งออก PE ของจีนโตเกิน 15% YoY | ขยายตลาดส่งออกไปยังอินเดีย เอเชียใต้ และแอฟริกา พร้อมผลักดัน allnex สู่ตลาดยุโรป |
| 3. ความผันผวนของราคาน้ำมัน | ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกแกว่งตัวรุนแรง ก่อให้เกิดผลขาดทุนจากการตีมูลค่าสต็อกน้ำมัน (Stock Loss) ในกลุ่มธุรกิจโรงกลั่น | ราคาน้ำมันดิบ Dubai ลดลงเกิน $12/บาร์เรล ภายในไตรมาสเดียว | ใช้นโยบายบริหารความเสี่ยงราคาน้ำมันล่วงหน้า (Crude Oil Hedging) ตามกรอบนโยบายกลุ่ม ปตท. |
| 4. นโยบายราคาก๊าซ Single Pool | การปรับโครงสร้างราคาก๊าซธรรมชาติของภาครัฐ (Single Pool Gas Price) อาจทำให้ต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่ใช้เป็นวัตถุดิบปรับตัวสูงขึ้น | มติ กบง./กกพ. ปรับสูตรราคาก๊าซพูลที่จัดสรรให้โรงแยกก๊าซเพิ่มขึ้นเกิน 10% | เจรจาสัญญาระยะยาวกับ ปตท. และเพิ่มความยืดหยุ่นในการสลับใช้วัตถุดิบระหว่างก๊าซกับแนฟทา |
| 5. ความผันผวนอัตราแลกเปลี่ยน | รายได้ส่วนใหญ่ของธุรกิจปิโตรเคมีอิงสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) การแข็งค่าของเงินบาทส่งผลให้รายได้เมื่อแปลงเป็นเงินบาทลดลง | ค่าเงินบาทแข็งค่าหลุดระดับ 32.50 THB/USD | การจับคู่กระแสรายได้และรายจ่ายสกุลเงินเดียวกัน (Natural Hedge) และทำสัญญา FX Forward |
| 6. มาตรการคาร์บอน (CBAM) | สหภาพยุโรปและตลาดพัฒนาแล้วเริ่มบังคับใช้มาตรการภาษีคาร์บอนข้ามพรมแดน เพิ่มต้นทุนการส่งออกเคมีภัณฑ์และพลาสติก | การขยายขอบเขต CBAM สู่กลุ่มโพลีเมอร์ในยุโรป หรือการบังคับใช้ พ.ร.บ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในไทย | เร่งลงทุนในโครงการดักจับคาร์บอน (CCS), ใช้พลังงานหมุนเวียน และขยายผลิตภัณฑ์ชีวภาพ PLA / rPET |
| 7. ภาระหนี้สินและดอกเบี้ยจ่าย | ภาระหนี้สินรวมกว่า ฿346,386 ล้าน ส่งผลให้มีต้นทุนทางการเงินสูง หากสเปรดลดลงอาจกดดันอัตราความสามารถชำระดอกเบี้ย | อัตราส่วน Net Debt/EBITDA ปรับขึ้นเกิน 3.5 เท่า | จัดสรรกระแสเงินสดจากการดำเนินงานชำระคืนหนี้ และออกหุ้นกู้ระยะยาวเพื่อล็อกอัตราดอกเบี้ยต่ำ |
| 8. ความเสี่ยงการด้อยค่าสินทรัพย์ | การด้อยค่าทางบัญชีของเงินลงทุนในต่างประเทศ (Asset Impairment) ที่เคยเกิดขึ้นในอดีต (เช่น Vencorex) | การบันทึกรายการด้อยค่าสินทรัพย์พิเศษเกิน ฿2,000 ล้าน ในงวดใดงวดหนึ่ง | ปรับโครงสร้างธุรกิจบริษัทย่อยที่ขาดทุน และขายสินทรัพย์ที่ไม่ใช่ธุรกิจหลัก (Asset Divestment) |
PTTGC เป็นหนึ่งในหุ้น Turnaround Play ที่โดดเด่นที่สุดในกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมีของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ด้วย P/BV เพียง 0.78 เท่า เทียบกับบุ๊กแวลู ฿68.41 (ส่วนลดบุ๊กแวลู 22%) ขณะที่ผลการดำเนินงาน 1H2026 ยืนยันการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งด้วยกำไรสุทธิ ฿15,440 ล้าน และกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน ฿46,528 ล้าน
การเปรียบเทียบกรอบราคาเชิงฉากทัศน์ Bull / Base / Bear เทียบราคาตลาดและ IAA Consensus
เปรียบเทียบราคาปิด ฿53.25 (13 ต.ค. 2569) กับ IAA Consensus Mean ฿44.25 และแบบจำลองมูลค่าเชิงสถานการณ์ 3 ฉากทัศน์
| ตัวแปรและสมมติฐานหลัก | Bear Case | Base Case (คาดการณ์หลัก) | Bull Case |
|---|---|---|---|
| สเปรด HDPE-Naphtha ($/ตัน) | $330 – $350 | $410 – $440 | $480 – $520 |
| ค่าการกลั่นตลาดสิงคโปร์ GRM ($/บาร์เรล) | $3.5 – $4.0 | $5.0 – $5.5 | $6.5 – $7.5 |
| allnex EBITDA (ล้านบาท) | 13,500 | 15,500 | 18,500 |
| รายได้รวมทั้งปี 2026E (ล้านบาท) | 510,000 | 560,000 | 610,000 |
| EBITDA รวมทั้งปี 2026E (ล้านบาท) | 32,000 | 45,000 | 56,000 |
| กำไรสุทธิทั้งปี 2026E (ล้านบาท) | 11,000 | 21,000 | 26,500 |
| กำไรต่อหุ้น EPS 2026E (บาท) | ฿2.44 | ฿4.65 | ฿5.88 |
| ตัวคูณการประเมินมูลค่า (Valuation Multiples) | P/BV 0.58x (P/E 16.4x) | P/BV 0.76x (P/E 11.2x) | P/BV 0.88x (P/E 10.2x) |
| ราคาเป้าหมาย (Target Price) | ฿40.00 | ฿52.00 | ฿60.00 |
| Upside / Downside จากราคาปิด ฿53.25 | -24.9% | -2.3% (Fair Accumulate) | +12.7% |
| เงินปันผลคาดการณ์ทั้งปี 2026E (DPS) | ฿0.75 (Yield 1.4%) | ฿1.45 (Yield 2.7%) | ฿2.00 (Yield 3.8%) |
| บริษัทหลักทรัพย์ | คำแนะนำ | ราคาเป้าหมาย (บาท) | คาดการณ์กำไร 2026E (฿M) | แหล่งข้อมูลอ้างอิง |
|---|---|---|---|---|
| บล.กรุงศรี (KSS) | BUY | ฿50.00 | 19,152 | IAA Consensus |
| บล.กสิกรไทย (KS) | Outperform | ฿49.00 | 21,871 | IAA Consensus |
| บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ (INVX) | Outperform | ฿48.00 | 25,155 | IAA Consensus |
| บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (UOBKHST) | BUY | ฿48.00 | 26,166 | IAA Consensus |
| บล.ทรีนีตี้ (TRINITY) | BUY | ฿46.50 | 19,093 | IAA Consensus |
| บล.กรุงไทย เอ็กซ์สปริง (KTX) | Outperform | ฿46.00 | 18,509 | IAA Consensus |
| บล.หยวนต้า (YUANTA) | BUY | ฿45.00 | 13,081 | IAA Consensus |
| บล.ดาโอ (DAOLSEC) | BUY | ฿44.00 | 10,691 | IAA Consensus |
| บล.บัวหลวง (BLS) | BUY | ฿43.00 | 30,228 | IAA Consensus |
| บล.ทิสโก้ (TISCO) | HOLD | ฿43.00 | 25,237 | IAA Consensus |
| บล.เคจีไอ (KGI) | Outperform | ฿42.50 | 20,777 | IAA Consensus |
| บล.เอเซีย พลัส (ASPS) | HOLD | ฿42.00 | 19,226 | IAA Consensus |