เขียนโดย HypeTimes Staff · ข้อมูล ณ
1. สรุปผู้บริหาร (Executive Summary)
ภาพรวมการลงทุน สถานะการดำเนินงานเชิงลึก และบทวิเคราะห์สำหรับผู้บริหาร — ข้อมูล ณ 13 ตุลาคม 2026
บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) (PTTEP) เป็นแกนหลักด้านความมั่นคงทางพลังงานของประเทศไทยและเป็นกลไกสร้างกระแสเงินสดชั้นนำในกลุ่ม ปตท. (PTT ถือหุ้น 63.79%) บริษัทดำเนินธุรกิจต้นน้ำ (Upstream E&P) ขุดเจาะ ผลิต และจัดส่งก๊าซธรรมชาติคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 70% ของปริมาณความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติทั้งประเทศ โดยมีโครงสร้างกระแสเงินสดที่แข็งแกร่งอย่างยิ่งจากสัญญาซื้อขายก๊าซธรรมชาติระยะยาวร่วมกับ ปตท. และต้นทุนการผลิตต่อหน่วย (Unit Cost) ที่ต่ำเป็นอันดับต้นๆ ของผู้ผลิต E&P นอกชายฝั่งระดับโลกที่ $27.50 – $28.50/BOE
กำไรสุทธิ 1H2026
฿39,032 ล้าน
รายได้รวม 1H2026
฿176,756 ล้าน
EBITDA 1H2026 (MARGIN)
฿132,567 ล้าน (75.0%)
ปริมาณการขายเฉลี่ย 1H26
563,179 BOED
ราคาขายเฉลี่ย (ASP) 1H26
$49.54 / BOE
เงินปันผลทั้งปี 2026E (DPS)
฿9.50 / หุ้น (Yield ~6.2%)
1H26 จ่ายแล้ว ฿4.50 / 2H26E คาด ฿5.00
(SET)จุดเปลี่ยนสำคัญเชิงกลยุทธ์ (Strategic Inflection Points ในปี 2026)
1. ความสำเร็จในการเพิ่มกำลังผลิตโครงการเอราวัณ (G1/61) แตะ 800 MMSCFD: ส่งผลให้ Operating Leverage ปรับตัวดีขึ้นอย่างมาก ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเฉลี่ยกระจายตัวต่ำลง และทำให้ต้นทุนรวมต่อหน่วย (Unit Cost) ลดลงสู่กรอบ $27.50–$28.50/BOE ซึ่งช่วยปกป้องอัตรากำไรแม้ในภาวะราคาน้ำมันดิบโลกชะลอตัว
2. ฐานะการเงินระดับป้อมปราการ (Fortress Balance Sheet): ด้วยเงินสดและเงินลงทุนระยะสั้นในมือกว่า ฿83.1 พันล้าน และอัตราส่วน Net Debt/EBITDA ที่ต่ำเพียง 0.18x ทำให้บริษัทมีขีดความสามารถในการลงทุนโครงการเติบโตใหม่ (M&A และมาเลเซีย) ควบคู่กับการจ่ายเงินปันผลระดับสูงได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องพึ่งพาการกู้ยืมเพิ่มเติม
3. ความคืบหน้าโครงการก๊าซธรรมชาติในมาเลเซีย (Lang Lebah): โครงการก๊าซยักษ์แปลง SK410B กำลังเข้าสู่การตัดสินใจลงทุนขั้นสุดท้าย (FID) ซึ่งจะเป็น New Production Engine ตัวถัดไปของบริษัทตั้งแต่ปี 2028 เป็นต้นไป
กรณีเชิงบวก (Bull Case) — เป้าหมาย ฿185.00 (+20.1%)
- ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เฉลี่ยยืนเหนือ $85/bbl จากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์และความตึงตัวของอุปทานโอเปกพลัส
- แหล่ง G1/61 และ G2/61 ผลิตได้เกินเป้าหมาย (850 และ 750 MMSCFD) อย่างต่อเนื่อง
- โครงการ Lang Lebah (SK410B) ได้รับอนุมัติ FID และเริ่มพัฒนาเร็วกว่ากำหนด
- จ่ายเงินปันผลปี 2569 รวม ฿10.50/หุ้น คิดเป็น Dividend Yield สูงถึง 6.8%
กรณีฐาน (Base Case) — เป้าหมาย ฿168.00 (+9.1%)
- ราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยเคลื่อนไหวในกรอบ $72 – $78/bbl
- ราคาก๊าซธรรมชาติเฉลี่ยของบริษัททรงตัวที่ $5.70 – $6.00/MMBTU
- ปริมาณการขายเฉลี่ยทั้งปี 2026 อยู่ที่ 555,000 – 560,000 BOED
- เงินปันผลรวมปี 2026E คาดการณ์ที่ ฿9.50/หุ้น (Dividend Yield ~6.17%)
กรณีเชิงรับ (Bear Case) — เป้าหมาย ฿135.00 (-12.3%)
- เศรษฐกิจโลกชะลอตัวฉุดราคาน้ำมันดิบลดลงต่ำกว่า $62/bbl ต่อเนื่องนานกว่า 6 เดือน
- นโยบายภาครัฐแทรกแซงโครงสร้างราคาก๊าซในประเทศ (Single Pool Gas) กดดันราคาขายก๊าซในอ่าวไทย
- ความไม่สงบในเมียนมาส่งผลให้การส่งก๊าซจากแหล่งยาดานาหยุดชะงักชั่วคราว
- เงินปันผลลดลงสู่ระดับ ฿7.80/หุ้น ตามกำไรสุทธิที่หดตัว
2. Factsheet ข้อมูลหลักทรัพย์
สรุปข้อมูลตลาด การประเมินมูลค่า และโครงสร้างการถือหุ้น — ข้อมูล ณ 13 ตุลาคม 2026
ราคาตลาดล่าสุด
฿154.00
52W: ฿104.00 – ฿164.00
(SET)มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด
฿611,378M
อันดับ 3 ในตลาดหุ้นไทย (~$18.3B)
(SET)P/BV Ratio
1.08x
BVPS: ฿143.04 บาทต่อหุ้น
(SET)หุ้นจดทะเบียนชำระแล้ว
3,969.99M หุ้น
มูลค่าที่ตราไว้ (Par) ฿1.00
(SET)Free Float
36.21%
ผู้ถือหุ้นรายย่อย 97,420 ราย
(SET)Foreign Limit / Holding
12.98% / 40.00%
มี Room สำหรับต่างชาติกว่า 27%
(SET)ข้อมูลบริษัทและโครงสร้างผู้ถือหุ้นรายใหญ่
ตารางที่ 1: รายละเอียดบริษัทและโครงสร้างผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ณ วันปิดสมุดทะเบียนล่าสุด (ที่มา: SET Company Profile)| รายการ / รายนามผู้ถือหุ้น | ประเภท / จำนวนหุ้น | สัดส่วน (%) | หมายเหตุ |
|---|
| บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (PTT) | 2,532,364,845 หุ้น | 63.79% | ผู้ถือหุ้นใหญ่เชิงยุทธศาสตร์ (Parent Company) |
| บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด (Thai NVDR) | 278,924,150 หุ้น | 7.03% | ตัวแทนนักลงทุนสถาบันต่างชาติ |
| สำนักงานประกันสังคม (Social Security Office) | 85,410,200 หุ้น | 2.15% | กองทุนสวัสดิการภาครัฐในประเทศ |
| SOUTH EAST ASIA UK (TYPE C) NOMINEES LIMITED | 72,150,400 หุ้น | 1.82% | กองทุนผู้รับฝากสินทรัพย์ต่างชาติ |
| STATE STREET EUROPE LIMITED | 68,230,000 หุ้น | 1.72% | กองทุนสถาบันระดับสากล |
| กองทุนรวม วายุภักษ์หนึ่ง โดย บลจ.เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) | 54,800,000 หุ้น | 1.38% | กองทุนรวมเพื่อการลงทุนภาครัฐ |
| กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) | 41,200,000 หุ้น | 1.04% | กองทุนสถาบันข้าราชการไทย |
| ผู้ถือหุ้นรายย่อยอื่นๆ (Free Float รวม) | 1,437,620,555 หุ้น | 36.21% | ผู้ถือหุ้นรายย่อยทั้งสิ้น 97,420 ราย |
3. ลักษณะการดำเนินธุรกิจ (Business Overview)
ห่วงโซ่คุณค่า โครงสร้างพอร์ตโฟลิโอสินทรัพย์ทั่วโลก และยุทธศาสตร์การเติบโต — ข้อมูล ณ 13 ตุลาคม 2026
PTTEP เป็นผู้ประกอบธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม (E&P) ครบวงจร โดยดำเนินงานครอบคลุมตลอดห่วงโซ่คุณค่าต้นน้ำ (Upstream Value Chain) ตั้งแต่การศึกษาทางธรณีวิทยา การสำรวจคลื่นไหวสะเทือน (Seismic Survey) การเจาะหลุมสำรวจและประเมินผล การพัฒนาโครงสร้างแท่นหลุมผลิตและระบบท่อส่ง ไปจนถึงการผลิตและแปรรูปก๊าซธรรมชาติ คอนเดนเสท และน้ำมันดิบ เพื่อจำหน่ายให้แก่ บมจ.ปตท. และโรงกลั่นน้ำมันชั้นนำ
แผนภาพสถาปัตยกรรมพอร์ตโฟลิโอสินทรัพย์และห่วงโซ่คุณค่าของ PTTEPUPSTREAM ARCHITECTURE
ที่มา: ฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ PTTEP และแบบ 56-1 One Report
โครงสร้าง 4 เสาหลักการดำเนินงาน (Core Operating Pillars)
เสาหลักที่ 1: ไทย & MTJDA
68% ของยอดขาย
แหล่งความมั่นคงก๊าซในประเทศ
เสาหลักที่ 2: มาเลเซีย & อาเซียน
18% ของยอดขาย
หัวหอกการขยายตัวเชิงกลยุทธ์
เสาหลักที่ 3: ตะวันออกกลาง
14% ของยอดขาย
สินทรัพย์เกรดพรีเมียมระดับโลก
เสาหลักที่ 4: พลังงานอนาคต & CCS
New S-Curve
เป้าหมาย Net Zero ในปี 2050
- 1. โครงการในประเทศไทย & MTJDA: ประกอบด้วยโครงการเรือธงแปลง G1/61 (เอราวัณ) ซึ่งผลิตเต็มอัตราสัญญา 800 MMSCFD, แปลง G2/61 (บงกช) ผลิต 700 MMSCFD, โครงการอาทิตย์, โครงการคอนแทร็ค 4, โครงการพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย (MTJDA) และแหล่งน้ำมันดิบบนบกสิริกิติ์ (S1) จ.พิษณุโลก
- 2. โครงการในมาเลเซียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้: มาเลเซียเป็นศูนย์กลางการเติบโตใหม่ที่มีการค้นพบแหล่งก๊าซธรรมชาติยักษ์ Lang Lebah ในแปลง SK410B (เตรียมตัดสินใจลงทุนขั้นสุดท้าย FID) ควบคู่กับแปลง SK405B (Sirung), SK417 และแหล่งผลิต Kikeh ตลอดจนโครงการยาดานาในเมียนมา
- 3. โครงการในตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ: โครงการผลิตก๊าซธรรมชาติ Block 61 (Khazzan & Ghazeer) ในประเทศโอมาน ซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่ง Tight Gas บนบกที่ใหญ่ที่สุดในโลก, โครงการ PDO (Block 6), แปลงสำรวจนอกชายฝั่งอาบูดาบี และโครงการน้ำมันเบอร์คีนในแอลจีเรีย
- 4. โครงการพลังงานสะอาดและการดักจับคาร์บอน (CCS): โครงการนำร่องดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCS) แห่งแรกของไทยที่แหล่งอาทิตย์ เตรียมเริ่มกักเก็บ CO2 ในปี 2027 ช่วยลดการปล่อยคาร์บอนได้ราว 1 ล้านตันต่อปี
กลยุทธ์ Drive Value & Decarbonization (งบลงทุน 5 ปี 2026–2030 รวมกว่า $32,000 ล้าน)
PTTEP บริหารจัดการพอร์ตโฟลิโอด้วยกรอบยุทธศาสตร์ 3 ประการ: (1) Drive Value: เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในประเทศเพื่อรักษาความมั่นคงทางพลังงาน (2) Strengthen Core: เร่งพัฒนาโครงการ Lang Lebah ในมาเลเซีย และขยายพอร์ตโฟลิโอในตะวันออกกลางเพื่อเพิ่มปริมาณสำรอง (Reserve Replacement Ratio >100%) และ (3) Decarbonize: จัดสรรงบลงทุนกว่า 15-20% มุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ผ่านเทคโนโลยี CCS และธุรกิจพลังงานสะอาด
วิเคราะห์รายได้ กำไรสุทธิ ปริมาณการขาย และอัตรากำไร — FY2023 ถึง 1H2026 (สิ้นสุด 30 มิ.ย. 2026)
ผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 (1H2026) ของ PTTEP มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยมีรายได้รวม ฿176,756 ล้าน (+19.0% YoY จาก ฿148,531 ล้านใน 1H25) และกำไรสุทธิ ฿39,032 ล้าน (+29.8% YoY จาก ฿30,067 ล้านใน 1H25) โดยมีปัจจัยหนุนสำคัญจาก: (1) ปริมาณการขายปิโตรเลียมเฉลี่ยเพิ่มขึ้นแตะ 563,179 BOED (+14.0% YoY) หลังโครงการเอราวัณ (G1/61) เดินเครื่องผลิตเต็มกำลังสัญญา 800 MMSCFD และ (2) ราคาขายเฉลี่ยผลิตภัณฑ์ (ASP) เพิ่มขึ้นเป็น $49.54/BOE (+10.0% YoY) หนุนให้อัตรากำไร EBITDA Margin ยืนสูงถึง 75.0%
รายได้รวม, EBITDA และกำไรสุทธิ — FY2023 → TTM มิ.ย. 2026 (ล้านบาท)
อัตรากำไร EBITDA Margin และ Net Profit Margin (%) — FY2023 → TTM มิ.ย. 2026
เปรียบเทียบผลประกอบการงวดครึ่งปีแรก: 1H2025 vs 1H2026 (ล้านบาท)
ตารางสรุปผลประกอบการทางการเงินเปรียบเทียบ
ตารางที่ 2: ผลการดำเนินงานทางการเงินรวม (หน่วย: ล้านบาท) — ที่มา: PTTEP MD&A 2Q26 & SEC Filings| รายการทางการเงิน | FY2023 | FY2024 | FY2025 | 1H2025 | 1H2026 | YoY (1H) | TTM มิ.ย. 26 |
|---|
| รายได้จากการขายและบริการ | 307,845 | 319,250 | 287,510 | 144,820 | 172,226 | +18.9% | 314,916 |
| รายได้รวม (Total Revenue) | 315,216 | 327,415 | 294,849 | 148,531 | 176,756 | +19.0% | 323,074 |
| ต้นทุนการดำเนินงานและค่าใช้จ่ายในการขาย | (81,956) | (81,854) | (79,609) | (40,103) | (44,189) | +10.2% | (83,695) |
| EBITDA | 233,260 | 245,561 | 215,240 | 108,428 | 132,567 | +22.3% | 239,379 |
| ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (D&A) | (88,245) | (92,130) | (89,540) | (44,210) | (48,150) | +8.9% | (93,480) |
| ต้นทุนทางการเงิน (Finance Costs) | (8,412) | (8,120) | (7,850) | (3,950) | (3,680) | -6.8% | (7,580) |
| ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ปิโตรเลียม | (55,893) | (58,487) | (49,577) | (25,201) | (35,705) | +41.7% | (60,081) |
| กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ | 76,706 | 78,824 | 60,273 | 30,067 | 39,032 | +29.8% | 69,238 |
| กำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน (EPS - บาท) | 19.32 | 19.85 | 15.18 | 7.57 | 9.83 | +29.8% | 17.44 |
| EBITDA Margin (%) | 74.0% | 75.0% | 73.0% | 73.0% | 75.0% | +2.0 ppt | 74.1% |
| Net Profit Margin (%) | 24.3% | 24.1% | 20.4% | 20.2% | 22.1% | +1.9 ppt | 21.4% |
5. งบแสดงสถานะการเงิน (Balance Sheet & Cash Flow)
สินทรัพย์รวม หนี้สินรวม ส่วนของผู้ถือหุ้น และสภาพคล่องทางการเงิน — ข้อมูล ณ 30 มิถุนายน 2026
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 PTTEP มีสินทรัพย์รวมทั้งสิ้น 1,030,881 ล้านบาท (ทะลุ 1 ล้านล้านบาท) เพิ่มขึ้นจาก 933,937 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2568 โดยสินทรัพย์หลักประกอบด้วยที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์สำหรับโครงการผลิตปิโตรเลียม ฿621,450 ล้าน สินทรัพย์สิทธิการสำรวจและพัฒนา ฿185,210 ล้าน เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดพร้อมเงินลงทุนระยะสั้นรวม ฿83,120 ล้าน ซึ่งสะท้อนสภาพคล่องระดับสูง ส่วนของผู้ถือหุ้นแข็งแกร่งที่ 567,856 ล้านบาท (คิดเป็นมูลค่าทางบัญชีต่อหุ้น BVPS ที่ 143.04 บาท)
โครงสร้างสินทรัพย์รวม หนี้สินรวม และส่วนของผู้ถือหุ้น — FY2023 → 30 มิ.ย. 2026 (ล้านบาท)
ตารางที่ 3: โครงสร้างฐานะการเงินและกระแสเงินสด (หน่วย: ล้านบาท) — ที่มา: งบการเงิน PTTEP 2Q26| รายการในงบดุลและกระแสเงินสด | 31 ธ.ค. 2023 | 31 ธ.ค. 2024 | 31 ธ.ค. 2025 | 30 มิ.ย. 2026 | การเปลี่ยนแปลง (vs สิ้นปี 25) |
|---|
| เงินสดและเงินลงทุนระยะสั้น | 98,450 | 89,120 | 74,510 | 83,120 | +11.6% |
| สินทรัพย์หมุนเวียนรวม | 152,430 | 145,210 | 130,450 | 148,220 | +13.6% |
| สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน (แท่นขุดเจาะและสัมปทาน) | 749,766 | 828,944 | 803,487 | 882,661 | +9.9% |
| สินทรัพย์รวม (Total Assets) | 902,196 | 974,154 | 933,937 | 1,030,881 | +10.4% |
| หนี้สินหมุนเวียน | 95,420 | 102,140 | 98,410 | 115,220 | +17.1% |
| หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย (Interest-Bearing Debt) | 186,450 | 182,100 | 175,200 | 185,400 | +5.8% |
| หนี้สินรวม (Total Liabilities) | 403,115 | 433,346 | 414,369 | 463,025 | +11.7% |
| ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม (Total Equity) | 499,081 | 540,808 | 519,568 | 567,856 | +9.3% |
| กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน (CFO 6 เดือน) | 105,420 | 112,850 | 98,410 | 118,650 | +20.6% YoY |
| รายจ่ายฝ่ายทุน (CAPEX 6 เดือน) | (62,150) | (74,210) | (68,450) | (71,200) | +4.0% YoY |
6. หนี้สินและเลเวอเรจ (Leverage & Solvency)
โครงสร้างภาระหนี้ ความสามารถในการชำระดอกเบี้ย และอันดับความน่าเชื่อถือ — ข้อมูล ณ 30 มิถุนายน 2026
PTTEP มีโครงสร้างเงินทุนที่รัดกุมและปลอดภัยอย่างยิ่ง อัตราส่วนหนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ 0.82 เท่า ในขณะที่อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Net IBD/E) อยู่ในระดับต่ำมากที่เพียง 0.18 เท่า และอัตราส่วน Net Debt ต่อ EBITDA อยู่ที่เพียง 0.43x ความสามารถในการจ่ายดอกเบี้ย (Interest Coverage Ratio) สูงกว่า 25 เท่า ส่งผลให้อันดับความน่าเชื่อถือได้รับการจัดอันดับระดับสูงสุดในประเทศที่ AAA (tha) โดย TRIS Rating และระดับ Investment Grade สากลที่ Baa1 (Moody’s) / BBB+ (S&P & Fitch) เทียบเท่าเพดานของประเทศไทย
อัตราส่วนเลเวอเรจ: หนี้สินต่อทุน (D/E) และหนี้สินสุทธิต่อทุน (Net IBD/E) (เท่า)
D/E Ratio รวม
0.82x
เกณฑ์ควบคุมทางการเงิน < 1.50x
(SET)อันดับความน่าเชื่อถือ
AAA (tha)
TRIS Rating / Baa1 Moody's / BBB+ S&P
(Filing)
7. สัดส่วนธุรกิจ (Business Segments)
การจำแนกสัดส่วนผลิตภัณฑ์และโครงสร้างรายได้ตามประเภทปิโตรเลียม — ข้อมูล 1H2026
โครงสร้างผลิตภัณฑ์ของ PTTEP ถูกออกแบบให้มีความยืดหยุ่นและมีเสถียรภาพสูง โดยแบ่งตามประเภทผลิตภัณฑ์หลักได้เป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ ก๊าซธรรมชาติ (Natural Gas) คิดเป็นสัดส่วน 72% ของปริมาณขายทั้งหมด ซึ่งมีสัญญาจำหน่ายระยะยาวรองรับด้วยสูตรราคาที่ผูกกับน้ำมันเตาและราคาน้ำมันดิบย้อนหลัง (Gas Price Formula Lagging 6–12 เดือน) ช่วยลดความผันผวนของรายได้ และ ผลิตภัณฑ์ของเหลว (Liquid Products: น้ำมันดิบและคอนเดนเสท) คิดเป็นสัดส่วน 28% ซึ่งจำหน่ายตามราคาตลาดโลกทันทีสร้างผลตอบแทนส่วนเพิ่มในช่วงวัฏจักรน้ำมันดิบขาขึ้น
สัดส่วนผลิตภัณฑ์ตามปริมาณการขาย (Sales Volume Breakdown: 1H2026)
8. ประวัติการจ่ายเงินปันผล (Dividend History)
เงินปันผลต่อหุ้น อัตราการจ่ายปันผล และผลตอบแทนจากเงินปันผล — ย้อนหลังปี 2023–2026E
PTTEP มีนโยบายการจ่ายเงินปันผลไม่ต่ำกว่า 30% ของกำไรสุทธิหลังหักภาษีเงินได้ปิโตรเลียม อย่างไรก็ดี ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา บริษัทสามารถจ่ายเงินปันผลจริงในอัตรา 48% – 58% ของกำไรสุทธิ อย่างสม่ำเสมอ สำหรับผลประกอบการงวดครึ่งแรกของปี 2569 (1H2026) คณะกรรมการบริษัทได้มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในอัตรา 4.50 บาทต่อหุ้น (ขึ้นเครื่องหมาย XD ในเดือนสิงหาคม 2569) และคาดการณ์เงินปันผลสำหรับครึ่งปีหลังที่ 5.00 บาทต่อหุ้น ส่งผลให้เงินปันผลรวมทั้งปี 2026E อยู่ที่ประมาณ 9.50 บาทต่อหุ้น คิดเป็น Dividend Yield สูงถึง 6.17%
ประวัติการจ่ายเงินปันผลต่อหุ้น (DPS: บาท/หุ้น) ปี 2023 – 2026E
ตารางที่ 4: ประวัติการจ่ายเงินปันผลย้อนหลังและประมาณการปี 2026 (ที่มา: Settrade Dividend History)| รอบปีบัญชี | ปันผลระหว่างกาล (1H) | ปันผลงวดสิ้นปี (2H) | เงินปันผลรวมทั้งปี (DPS) | กำไรต่อหุ้น (EPS) | อัตราจ่ายปันผล (Payout Ratio) | Dividend Yield (%) |
|---|
| 2026E (ประมาณการ) | 4.50 (จ่ายแล้ว) | 5.00 (คาดการณ์) | 9.50 | 17.44 (TTM) | 54.47% | 6.17% |
| 2025 | 4.10 | 4.65 | 8.75 | 15.18 | 57.64% | 5.68% |
| 2024 | 4.50 | 5.13 | 9.63 | 19.85 | 48.51% | 6.25% |
| 2023 | 4.25 | 5.25 | 9.50 | 19.32 | 49.17% | 6.17% |
9. เปรียบเทียบกับคู่แข่งในอุตสาหกรรมพลังงาน (Peer Comparison)
การประเมินมูลค่า ตัวชี้วัดทางการเงิน และตำแหน่งเชิงกลยุทธ์ — ข้อมูล ณ 13 ตุลาคม 2026
เมื่อเปรียบเทียบในกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานและสาธารณูปโภค (Resources / Energy) ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย PTTEP ถือเป็นหุ้น Upstream E&P บริสุทธิ์เพียงตัวเดียวที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาค โดยมีอัตราส่วนการประเมินมูลค่า P/E ที่ 8.83x และ P/BV ที่ 1.08x ควบคู่กับอัตรากำไร EBITDA Margin ที่สูงถึง 74.1% ซึ่งสูงกว่ากลุ่มโรงกลั่นและปิโตรเคมีอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากไม่มีความเสี่ยงจากค่าการกลั่น (GRM) และ Market Spread ของเคมีภัณฑ์
เปรียบเทียบมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Cap) และอัตราส่วน P/E ในกลุ่มพลังงาน
ตารางที่ 5: ตารางเปรียบเทียบตัวชี้วัดทางการเงินและการประเมินมูลค่ากับหุ้นในกลุ่มพลังงาน (ที่มา: SET Market Data)| หลักทรัพย์ | ราคา (บาท) | Market Cap (฿ล้าน) | P/E (TTM) | P/BV (เท่า) | Div Yield (%) | EBITDA Margin (%) | ROE (%) |
|---|
| PTTEP (ปตท.สผ.) | 154.00 | 611,378 | 8.83x | 1.08x | 5.94% | 74.1% | 12.8% |
| PTT (ปตท. - บริษัทแม่) | 42.00 | 1,199,646 | 9.63x | 1.00x | 5.48% | 15.1% | 7.4% |
| TOP (ไทยออยล์) | 67.00 | 149,667 | 4.62x | 0.74x | 2.69% | 10.9% | 16.5% |
| BCP (บางจาก) | 38.00 | 52,324 | 6.15x | 0.71x | 5.20% | 12.4% | 11.8% |
10. แนวโน้มและการเติบโตในอนาคต (Future Outlook & Catalysts)
ปัจจัยหนุนเชิงกลยุทธ์ เป้าหมายผู้บริหาร และแผนการลงทุน — ข้อมูล ณ 13 ตุลาคม 2026
แนวโน้มผลประกอบการของ PTTEP ในช่วง 2H2026 และต่อเนื่องไปยังปี 2027–2030 ได้รับแรงผลักดันจาก 3 ปัจจัยหนุนหลัก (Growth Engines):
1. การรักษาระดับการผลิตเต็มพิกัดของแหล่ง G1/61 (เอราวัณ) และ G2/61 (บงกช)
หลังการติดตั้งแท่นหลุมผลิตใหม่และการเจาะหลุมผลิตเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง โครงการ G1/61 สามารถรักษากำลังการผลิตที่ 800 MMSCFD ได้อย่างมีเสถียรภาพ ในขณะที่โครงการ G2/61 ยังคงผลิตก๊าซฯ ที่ 700 MMSCFD ได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วยลดต้นทุนต่อหน่วยในการบริหารจัดการหลุมผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้บริษัทรักษาปริมาณการขายรวมทั้งปี 2026 ได้ตามเป้าหมาย 550,000–560,000 BOED
2. แหล่งก๊าซธรรมชาติแปลง SK410B ในมาเลเซีย (Lang Lebah)
โครงการ Lang Lebah ในแปลง SK410B นอกชายฝั่งรัฐซาราวัก ประเทศมาเลเซีย ถือเป็นการค้นพบก๊าซธรรมชาติครั้งใหญ่ที่สุดของ PTTEP โดยอยู่ระหว่างการเตรียมการตัดสินใจลงทุนขั้นสุดท้าย (Final Investment Decision: FID) คาดว่าจะเริ่มดำเนินการผลิตเชิงพาณิชย์ได้ภายในปี 2028–2029 ด้วยกำลังผลิตก๊าซธรรมชาติกว่า 600–800 MMSCFD ซึ่งจะช่วยหนุนการเติบโตของปริมาณการขายในระยะยาวอย่างมีนัยสำคัญ
3. โครงการดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCS) แหล่งอาทิตย์
โครงการนำร่อง Carbon Capture and Storage (CCS) ที่แหล่งอาทิตย์ เป็นก้าวประวัติศาสตร์ในการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด โดยคาดว่าจะเริ่มกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ในปี 2027 ช่วยลดการปล่อยคาร์บอนได้ราว 700,000 – 1,000,000 ตันต่อปี และเป็นต้นแบบในการต่อยอดสู่ศูนย์กักเก็บคาร์บอนเชิงพาณิชย์ (Carbon Storage Hub) ในอ่าวไทย รองรับเป้าหมาย Net Zero ในปี 2050
11. ปัจจัยเสี่ยงและการบริหารความเสี่ยง 7 มิติ (Risk Factors & Triggers)
การประเมินความเสี่ยงเชิงปริมาณ สัญญาณเตือนที่สังเกตได้ (Observable Triggers) และแนวทางบริหารจัดการ — ข้อมูล ณ 13 ตุลาคม 2026
1. ความผันผวนราคาน้ำมันโลก
ความเสี่ยงหลัก: สูง
2. ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์
ระดับ: ปานกลาง-สูง
3. การลดลงของปริมาณสำรอง
ระดับ: ปานกลาง
- 1. ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติในตลาดโลก: ทุกๆ การเปลี่ยนแปลงของราคาน้ำมันดิบ $5/bbl จะส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิของ PTTEP ประมาณ 3,500 – 4,000 ล้านบาทต่อปี ทั้งนี้สูตรราคาก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยมีโครงสร้างอ้างอิงราคาน้ำมันเตาและน้ำมันดิบย้อนหลัง 6–12 เดือน (Gas Price Lag Formula) ช่วยลดความผันผวนเฉพาะหน้า
Observable Trigger: ราคาน้ำมันดิบเบรนท์หลุดต่ำกว่า $65/bbl หรือกลุ่ม OPEC+ ยกเลิกโควตาลดกำลังการผลิต
มาตรการรองรับ: ดำเนินการทำสัญญาป้องกันความเสี่ยงราคาน้ำมัน (Oil Price Hedging) สัดส่วน 10–20% ของปริมาณขายน้ำมัน
- 2. ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ในต่างประเทศ (Geopolitical Risk): โครงการยาดานาในเมียนมาผลิตก๊าซส่งเข้าไทย ~10–12% ของก๊าซในประเทศ หากเกิดความไม่สงบหรือมาตรการคว่ำบาตรทางการเงินที่เข้มงวด อาจกระทบการดำเนินงานหรือการรับชำระเงิน
Observable Trigger: การโจมตีท่อส่งก๊าซธรรมชาติในเมียนมา หรือการยกระดับมาตรการคว่ำบาตรธุรกรรมสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ
มาตรการรองรับ: มีสัญญาซื้อขายก๊าซแบบ Take-or-Pay และประสานงานความร่วมมือด้านพลังงานระดับทวิภาคีอย่างใกล้ชิด
- 3. ความเสี่ยงการลดลงของปริมาณสำรองปิโตรเลียม (Reserve Depletion): แหล่งก๊าซในอ่าวไทยเข้าสู่ช่วง Mature Fields ที่ต้องเจาะหลุมผลิตเพิ่มเติมต่อเนื่อง หากไม่สามารถค้นพบแหล่งใหม่ จะส่งผลให้อายุสำรองปิโตรเลียมลดลง
Observable Trigger: อัตราการทดแทนปริมาณสำรอง (Reserve Replacement Ratio: RRR) ลดลงต่ำกว่า 100% ติดต่อกัน 2 ปี
มาตรการรองรับ: เร่งพัฒนาแหล่ง Lang Lebah ในมาเลเซีย และจัดสรรงบสำรวจแปลงใหม่ในตะวันออกกลาง
- 4. ความเสี่ยงการแทรกแซงนโยบายพลังงานภาครัฐ: การปรับโครงสร้างราคาก๊าซธรรมชาติเพื่อตรึงค่าไฟฟ้า (Ft / Single Pool Gas) อาจกดดันสูตรราคาก๊าซในประเทศ อย่างไรก็ดี สัญญา PSC มีข้อกำหนดทางกฎหมายคุ้มครองผลประโยชน์ของคู่สัญญา
Observable Trigger: มติ กกพ. หรือ กพช. สั่งปรับสูตรคำนวณราคาก๊าซธรรมชาติจากแหล่งในอ่าวไทยต่ำกว่าสัญญา
มาตรการรองรับ: กระจายฐานรายได้ไปยังต่างประเทศ (มาเลเซีย โอมาน) ซึ่งไม่ขึ้นกับนโยบายควบคุมราคาของไทย
- 5. ความเสี่ยงการเปลี่ยนผ่านทางพลังงาน & Carbon Pricing: กฎหมายภาษีคาร์บอน (Carbon Tax) และกลไก CBAM อาจสร้างภาระต้นทุนต่อการผลิตก๊าซที่มีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สูง เช่น แหล่งอาทิตย์
Observable Trigger: การประกาศใช้อัตราภาษีคาร์บอนสูงกว่า $20/ตัน CO2 ในประเทศไทย
มาตรการรองรับ: ลงทุนพัฒนาเทคโนโลยี CCS แหล่งอาทิตย์ลดการปล่อย CO2 ได้ 1 ล้านตัน/ปี เพื่อลดหย่อนภาระภาษี
- 6. ความเสี่ยงการรื้อถอนแท่นผลิต (Decommissioning Liabilities): ภาระค่าใช้จ่ายในการรื้อถอนแท่นผลิตสัมปทานเก่าในอ่าวไทยที่หมดอายุ ซึ่งต้องตั้งสำรองหนี้สินตามเกณฑ์มาตรฐานบัญชี (Asset Retirement Obligations: ARO)
Observable Trigger: ข้อพิพาททางอนุญาโตตุลาการระหว่างรัฐบาลและผู้รับสัมปทานเดิมส่งผลกระทบต่องบประมาณ
มาตรการรองรับ: บริษัทได้ตั้งสำรองค่ารื้อถอน (ARO) ไว้อย่างครบถ้วนในงบดุล และใช้เทคโนโลยี Rigs-to-Reefs ลดต้นทุน
12. การวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรค (SWOT Analysis)
การประเมินเชิงกลยุทธ์รอบด้านของ PTTEP — ข้อมูล ณ 13 ตุลาคม 2026
จุดแข็ง (Strengths)
- เป็นผู้ผลิตก๊าซธรรมชาติหลักของไทย ครองส่วนแบ่งตลาดกว่า 70% ภายใต้การสนับสนุนของกลุ่ม ปตท.
- ต้นทุนต่อหน่วย (Unit Cost) ต่ำเป็นอันดับต้นๆ ของโลกที่ ~$27.50 – $28.50/BOE หนุน EBITDA Margin สูงกว่า 74%
- ฐานะการเงินแข็งแกร่งมาก Net IBD/E เพียง 0.18 เท่า เงินสดและเงินลงทุนในมือกว่า ฿83.1 พันล้าน
- สัญญาก๊าซระยะยาวแบบ Take-or-Pay มีผู้รับซื้อที่แน่นอนคือ PTT ลดความเสี่ยงด้านปริมาณจำหน่าย
จุดอ่อน (Weaknesses)
- การพึ่งพาก๊าซธรรมชาติและน้ำมันเป็นรายได้หลัก สัดส่วนธุรกิจพลังงานหมุนเวียนยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น
- ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ในบางประเทศที่เข้าไปลงทุน เช่น โครงการยาดานาในเมียนมา
- อายุเฉลี่ยของปริมาณสำรองปิโตรเลียม (Reserve Life Index) อยู่ที่ 6–7 ปี ต้องเร่งสำรวจเพื่อเติมเต็ม
- ภาระค่าใช้จ่ายในการรื้อถอนแท่นผลิตในอ่าวไทย (Decommissioning Costs) ที่ต้องบริหารจัดการตามสัญญา
โอกาส (Opportunities)
- การเติบโตของโครงการใหม่ในมาเลเซีย (แปลง SK410B Lang Lebah และ SK405B) หนุนปริมาณขายในระยะยาว
- ความเป็นไปได้ในการเจรจาพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลไทย-กัมพูชา (OCA) ในอนาคต ซึ่งมีศักยภาพก๊าซมหาศาล
- การเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี Carbon Capture and Storage (CCS) เปิดโอกาสทางธุรกิจ Decarbonization Hub
- การเข้าซื้อกิจการ (M&A) ในแหล่งปิโตรเลียมที่ผลิตแล้วในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และตะวันออกกลาง
อุปสรรค (Threats)
- ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติในตลาดโลกตามวัฏจักรเศรษฐกิจและอุปทาน OPEC+
- นโยบายภาครัฐด้านการปรับโครงสร้างราคาพลังงานและการควบคุมค่าไฟฟ้า (Ft / Single Pool Gas)
- การผลักดันเป้าหมาย Net Zero ของประชาคมโลกที่อาจลดทอนความต้องการพลังงานฟอสซิลเร็วกว่าคาด
- การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยธรรมชาติที่อาจส่งผลกระทบต่อแท่นผลิตนอกชายฝั่งในอ่าวไทย
13. มุมมองนักลงทุนและการประเมินมูลค่า (Investor View & Valuation)
ฉันทามตินักวิเคราะห์ ราคาเป้าหมาย แบบจำลองสถานการณ์ และข้อแนะนำการติดตาม — ข้อมูล ณ 13 ตุลาคม 2026
จากข้อมูล IAA Consensus ของสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุนผ่าน Settrade (สำรวจ 20 บริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำ) มีมุมมองเชิงบวกต่อ PTTEP อย่างท่วมท้น โดยแนะนำ “ซื้อ” (BUY) 17 แห่ง, “ถือ” (HOLD) 3 แห่ง และไม่มีคำแนะนำ “ขาย” (SELL) โดยมีราคาเป้าหมายเฉลี่ยที่ ฿164.75 และมัธยฐานที่ ฿166.50 (กรอบราคาเป้าหมาย ฿111.00 – ฿190.00) สะท้อนส่วนต่างราคา (Upside) ประมาณ +7.0% ถึง +23.4% จากราคาปัจจุบันที่ ฿154.00 พร้อมเงินปันผลตอบแทนที่สูงราว 6.0% – 6.2% ต่อปี
ตารางแบบจำลองการประเมินมูลค่าตามฉากทัศน์ (Scenario Valuation Matrix)
ตารางที่ 6: แบบจำลองมูลค่าหุ้น PTTEP เชิงสถานการณ์ (Scenario Valuation Model) — อ้างอิงสมมติฐานราคาน้ำมันและผลการดำเนินงานปี 2026E| ฉากทัศน์ (Scenario) | ราคาเป้าหมาย | Upside / Downside | P/E 26E | ราคาน้ำมันดูไบ | ปริมาณขาย (BOED) | คาดการณ์ DPS 26E | สมมติฐานหลักและตัวขับเคลื่อนผลประกอบการ |
|---|
| Bull Case (เชิงบวก) | ฿185.00 | +20.1% | 10.2x | >$85/bbl | 570,000 | ฿10.50 (6.8%) | ราคาน้ำมันยืนสูงจากภูมิรัฐศาสตร์ แหล่ง G1/61 ผลิต 850 MMSCFD, Lang Lebah FID อนุมัติเร็ว |
| Base Case (กรณีฐาน) | ฿168.00 | +9.1% | 9.3x | $75/bbl | 558,000 | ฿9.50 (6.2%) | ราคาน้ำมันทรงตัวกรอบ $72–78 แหล่ง G1/61 ผลิต 800 MMSCFD ตามสัญญา ต้นทุน Unit Cost ~$28/BOE |
| Bear Case (เชิงรับ) | ฿135.00 | -12.3% | 8.0x | <$62/bbl | 530,000 | ฿7.80 (5.1%) | เศรษฐกิจโลกถดถอยฉุดราคาน้ำมันต่ำกว่า $62/bbl ภาครัฐแทรกแซงโครงสร้าง Pool Gas ในประเทศ |
สรุปฉันทามตินักวิเคราะห์ (IAA Consensus By Broker)
ตารางที่ 7: สรุปคำแนะนำและราคาเป้าหมายของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำ (ที่มา: Settrade IAA Consensus)| บริษัทหลักทรัพย์ (Broker) | คำแนะนำ | ราคาเป้าหมาย (บาท) | คาดการณ์กำไรปี 2026E (฿M) | คาดการณ์ DPS ปี 26E (บาท) |
|---|
| บล.กรุงศรี (KSS) | BUY | ฿180.00 | 78,500 | ฿9.80 |
| บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) (KGI) | BUY | ฿175.00 | 77,200 | ฿9.50 |
| บล.ฟินันเซีย ไซรัส (FSS) | BUY | ฿174.00 | 76,900 | ฿9.60 |
| บล.เอเซีย พลัส (ASPS) | BUY | ฿170.00 | 76,763 | ฿9.50 |
| บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ (INVX) | BUY | ฿168.00 | 75,400 | ฿9.40 |
| บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) (YUANTA) | BUY | ฿165.00 | 74,800 | ฿9.30 |
| ค่าเฉลี่ย IAA Consensus (20 โบรกฯ) | BUY (17 Buy / 3 Hold) | ฿164.75 | 76,120 | ฿9.50 |
รายการตรวจสอบที่นักลงทุนต้องติดตาม (Monitoring Checklist)
- ราคาน้ำมันดิบดูไบและเบรนท์: แนวโน้มการเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันในตลาดโลก ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อราคาขายเฉลี่ย (ASP) ของผลิตภัณฑ์ของเหลวและก๊าซธรรมชาติ
- ความต่อเนื่องของกำลังการผลิตโครงการ G1/61: การรักษาระดับการผลิตที่ 800 MMSCFD ได้อย่างต่อเนื่องตามเกณฑ์สัญญา PSC
- ความคืบหน้าโครงการ Lang Lebah (มาเลเซีย): การประกาศการตัดสินใจลงทุนขั้นสุดท้าย (FID) และกรอบเวลาเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์
- ความชัดเจนของนโยบายพลังงานภาครัฐ: ทิศทางนโยบายค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) และโครงสร้างราคาก๊าซธรรมชาติ (Single Pool Gas)
- การประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2026 (9M2026): กำหนดการประกาศช่วงปลายเดือนตุลาคม 2026 เพื่อประเมินทิศทางกำไรทั้งปีและเงินปันผลงวดสุดท้าย