บริษัท โพลีเน็ต จำกัด (มหาชน) (SET: POLY) รับจ้างผลิตชิ้นส่วนจากยาง ซิลิโคน และพลาสติก ด้วยกระบวนการขึ้นรูปแบบฉีด อัด และรีด รวมถึงออกแบบและผลิตแม่พิมพ์เองในโรงงาน ลูกค้าหลักคือ Tier-1 และ Tier-2 ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ (69% ของรายได้ FY2025) ตามด้วยผู้ผลิตอุปกรณ์การแพทย์ (14%) และสินค้าอุปโภคบริโภค (17%) บริษัทกำลังลดการพึ่งพายานยนต์ผ่านกลุ่มการแพทย์ที่มีกำไรขั้นต้นสูง (65% ใน FY2025)
หมายเหตุ: กรอบ Bull/Base/Bear เป็นการคำนวณของผู้จัดทำจากงบ 1H2026 และ FY2025 ไม่ใช่ราคาเป้าหมายจากบริษัทหลักทรัพย์ (ดูรายละเอียดในหัวข้อ 13)
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| ชื่อบริษัท (ไทย) | บริษัท โพลีเน็ต จำกัด (มหาชน) |
| ชื่อบริษัท (อังกฤษ) | Polynet Public Company Limited |
| กลุ่มอุตสาหกรรม / หมวดธุรกิจ (SET) | สินค้าอุตสาหกรรม (Industrials) / ยานยนต์ (Automotive) — ข้อมูลตาม SET ซึ่งต่างจากชื่อในทะเบียนภายในที่ระบุหมวดเคมีภัณฑ์ |
| ก่อตั้ง / เข้าจดทะเบียน SET | ก่อตั้ง 28 มิ.ย. 1999 — เข้าจดทะเบียน SET 16 พ.ย. 2022 (ราคาเสนอขาย IPO ฿6.80) |
| ประธานกรรมการ | นายเชษฐา นราวิวัฒน์ (ตั้งแต่ 20 ก.พ. 2026; กรรมการอิสระและประธานคณะกรรมการตรวจสอบ) |
| ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร | นาง กาญจนา เหลารัตนา (Mrs. Kanchana Laowrattana) |
| สำนักงานใหญ่ | 888 หมู่ 11 ตำบลบางสาวทอง จังหวัดสมุทรปราการ 10570 |
| โรงงาน | โรงงาน 1 (888 หมู่ 11) และโรงงาน 2 (124 หมู่ 4) ในตำบลบางสาวทอง จังหวัดสมุทรปราการ |
| ผู้สอบบัญชี | บริษัท ดามนิติ ออดิทติ้ง จำกัด (สอบทานงบ 2Q26 ลงนามวันที่ 14 ส.ค. 2026) |
| นโยบายการจ่ายเงินปันผล | ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 40 ของกำไรสุทธิตามงบการเงินเฉพาะกิจการหลังหักภาษีและทุนสำรองตามกฎหมาย (มีเงื่อนไขเพิ่มเติม) |
| การกำกับดูแล | ยังไม่ได้รับการประเมินคะแนน CG Report และยังไม่ได้รับการรับรอง CAC |
| รายการ | มูลค่า | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| มูลค่าตลาด | ฿3,217.50 ล้าน | 450.00 ล้านหุ้น × ฿7.15 |
| + หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย (รวมหนี้สินตามสัญญาเช่า) | ฿14.92 ล้าน | เงินกู้ระยะสั้น ฿0.77 ล้าน และหนี้สินตามสัญญาเช่า ฿14.14 ล้าน |
| − เงินสดและรายการเทียบเท่า | ฿180.51 ล้าน | ไม่หัก เงินฝากระยะสั้น ฿120.89 ล้าน และเงินฝากค้ำประกัน ฿7.00 ล้าน |
| = มูลค่ากิจการ (EV) | ฿3,051.91 ล้าน | EV/EBITDA TTM ฿422.25 ล้าน = 7.23 เท่า |
| ผู้ถือหุ้น | จำนวนหุ้น (ล้าน) | สัดส่วน (%) |
|---|---|---|
| นาง กาญจนา เหลารัตนา | 121.77 | 27.06% |
| นาย วรภัทร เหลารัตนา | 110.46 | 24.55% |
| น.ส. จันทร์จิรา เหลารัตนา | 102.96 | 22.88% |
| นาย ศรีชัย เหลารัตนา | 20.31 | 4.51% |
| นาย ทวีรัช ปรุงพัฒนสกุล | 19.62 | 4.36% |
POLY ผลิตและจำหน่ายชิ้นส่วนจากยาง ซิลิโคน และพลาสติก โดยรับจ้างผลิตตามแบบของลูกค้า (OEM contract molder) ตั้งแต่การออกแบบแม่พิมพ์ การพัฒนาสูตรวัสดุ จนถึงการขึ้นรูปด้วยเครื่องฉีด อัด และรีด ขนาดเครื่องจักรตั้งแต่ 50 ถึง 850 ตัน บริษัทมีโรงงานแม่พิมพ์ของตนเองและห้องคลีนรูมสำหรับงานการแพทย์ ทำให้มีคู่แข่งน้อยในกลุ่มนี้ตามที่แบบ 56-1 ระบุ
| โรงงาน | ที่ตั้ง | กลุ่มผลิตภัณฑ์ | กำลังการผลิต (ตัน) | อัตราการใช้กำลังการผลิต |
|---|---|---|---|---|
| โรงงาน 1 | 888 หมู่ 11 บางสาวทอง สมุทรปราการ | ยานยนต์ การแพทย์ อุปโภคบริโภค | 5,244 | 62% |
| โรงงาน 2 | 124 หมู่ 4 บางสาวทอง สมุทรปราการ | การแพทย์ อุปโภคบริโภค | 1,104 | 63% |
ตามแบบ 56-1 ลูกค้าไทยมากกว่า 90% และลูกค้าหลัก 4 รายรวมกัน 57% ของยอดขายปี 2025 ไม่มีรายใดเกิน 30% ทั้งนี้ บริษัทไม่ได้เปิดเผยชื่อลูกค้าหลัก ยกเว้นการรับรางวัลการพัฒนาคุณค่าวาล์ว (Valve Analysis and Value Engineering) จาก Toyota Daihatsu Engineering & Manufacturing ในเดือนกุมภาพันธ์ 2024 แบบ 56-1 บรรยายการแข่งขันในยานยนต์และสินค้าอุปโภคบริโภคว่ารุนแรง แต่ไม่ได้ระบุชื่อคู่แข่งรายใด จึงไม่สามารถยืนยันส่วนแบ่งตลาดได้
รายได้รวมเพิ่มจาก ฿975.78 ล้าน (2023) เป็น ฿1,203.40 ล้าน (2025) เติบโตเฉลี่ยต่อปีราว 11% กำไรสุทธิเพิ่มจาก ฿175.05 ล้านเป็น ฿268.06 ล้าน ตัวเลขปี 2023 เป็นงบเฉพาะบริษัท ส่วนปี 2025 เป็นงบรวม แต่บริษัทย่อยเพิ่งเกิดในเดือนมิถุนายน 2025 จึงแทบไม่มีผลต่อกำไรปี 2025 (ต่างกันเพียง ฿0.10 ล้าน)
| รายการ | 2023 | 2024 | 2025 | 1H2025 | 1H2026 | YoY 1H |
|---|---|---|---|---|---|---|
| รายได้จากการขาย | 961.33 | 1,023.93 | 1,199.44 | 582.77 | 625.88 | +7.4% |
| รายได้รวม | 975.78 | 1,030.37 | 1,203.40 | 584.80 | 628.06 | +7.4% |
| กำไรขั้นต้น (GPM, %) | 24.14 | 29.88 | 31.99 | 31.22 | 33.55 | +2.3 จุด |
| EBIT (กำไรจากการดำเนินงาน) | 214.23 | 229.78 | 297.79 | 140.00 | 162.75 | +16.3% |
| EBITDA (นิยาม SET) | 317.96 | 331.77 | 397.51 | 188.53 | 213.27 | +13.1% |
| กำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ | 175.05 | 214.09 | 268.06 | 125.72 | 144.29 | +14.8% |
| กำไรต่อหุ้น (฿) | 0.39 | 0.48 | 0.60 | 0.28 | 0.32 | +14.3% |
| อัตรากำไรสุทธิ (% ของรายได้รวม) | 17.94 | 20.78 | 22.28 | 21.50 | 22.97 | — |
รายได้จากการขาย ฿625.88 ล้าน เพิ่ม 7.4% YoY เทียบกับกลุ่มยานยนต์ที่ลดลง 5.2% กลุ่มอุปโภคบริโภคโต 26.1% และกลุ่มการแพทย์โต 50.1% กำไรขั้นต้นเพิ่มเป็น 33.55% จาก 31.22% เพราะ GPM ของการแพทย์ขึ้นเป็น 67.2% และอุปโภคบริโภค 30.6% ค่าใช้จ่ายขายและบริหารรวม ฿47.96 ล้าน (ประมาณ 7.7% ของรายได้ คำนวณโดยผู้จัดทำ) ทำให้กำไรสุทธิ ฿144.29 ล้าน เพิ่ม 14.8% YoY ไตรมาส 2 ปี 2026 รายได้รวม ฿334.84 ล้าน เพิ่ม 21.7% YoY ขณะที่ไตรมาส 1 ลดลง 5.4% ทำให้การเติบโตครึ่งปีแรกมาจากไตรมาส 2 เป็นหลัก
สินทรัพย์รวมอยู่ที่ ฿1,537.60 ล้าน ณ 30 มิถุนายน 2026 ลดลงเล็กน้อยจากสิ้นปี 2025 (฿1,520.93 ล้าน) แต่สูงกว่าปี 2024 ส่วนของผู้ถือหุ้น ฿1,338.57 ล้าน หรือ BVPS ฿2.97 ต่อหุ้น สินทรัพย์ส่วนใหญ่เป็นที่ดิน อาคาร และเครื่องจักร (PP&E สุทธิ ฿896.96 ล้าน) ซึ่งลดลง ฿35.6 ล้านจากสิ้นปี 2025 เพราะค่าเสื่อมราคาสูงกว่าการลงทุนในช่วงครึ่งปีแรก
| รายการ | 31 ธ.ค. 2023 | 31 ธ.ค. 2024 | 31 ธ.ค. 2025 | 30 มิ.ย. 2026 |
|---|---|---|---|---|
| เงินสดและรายการเทียบเท่า | 191.95 | 254.38 | 125.10 | 180.51 |
| ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่น | 228.83 | 197.49 | 219.42 | 229.97 |
| สินค้าคงเหลือ | 51.26 | 59.94 | 69.70 | 86.00 |
| PP&E สุทธิ | 970.70 | 927.80 | 932.55 | 896.96 |
| สินทรัพย์รวม | 1,565.90 | 1,509.65 | 1,520.93 | 1,537.60 |
| หนี้สินรวม | 264.02 | 214.44 | 191.65 | 199.03 |
| หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย | n/a | 53.03 | 27.72 | 14.92 |
| ส่วนของผู้ถือหุ้น | 1,301.88 | 1,295.22 | 1,329.27 | 1,338.57 |
| รายการ | 2024 (เฉพาะบริษัท) | 2025 | 1H2025 | 1H2026 |
|---|---|---|---|---|
| กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน | 362.46 | 343.32 | 201.06 | 183.74 |
| ซื้ออุปกรณ์ | −94.62 | −102.86 | −66.09 | −12.39 |
| กระแสเงินสดอิสระ (OCF − Capex) | 267.76 | 240.42 | 134.95 | 171.32 |
| เงินลงทุนระยะสั้น (สุทธิ) | +50.00 | −101.46 | −100.37 | +30.57 |
| เงินปันผลจ่าย | −220.50 | −234.00 | −112.50 | −135.00 |
| การเปลี่ยนแปลงเงินสดสุทธิ | +62.43 | −122.28 | −91.92 | +55.41 |
เงินลงทุนระยะสั้นสุทธิในครึ่งปีแรก 2026 เป็นบวก ฿20.07 ล้าน สาเหตุหลักคือการรับเงินจากการครบกำหนดเงินฝากระยะสั้น ฿100.77 ล้าน หักการซื้อใหม่ ฿70.20 ล้าน ไม่ได้มาจากการขายทรัพย์สิน ส่วนการลงทุนในอุปกรณ์ลดลงเหลือ ฿12.39 ล้าน ทำให้ควรติดตามว่าการลงทุนในหุ่นยนต์และสายผลิตภัณฑ์ใหม่จะเกิดในครึ่งปีหลังหรือไม่
POLY แทบไม่มีหนี้ที่มีภาระดอกเบี้ย หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยรวมหนี้สินตามสัญญาเช่าอยู่ที่ ฿14.92 ล้าน ลดลงจาก ฿53.03 ล้านในสิ้นปี 2024 อัตราส่วนหนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E ตามนิยามบริษัท) อยู่ที่ 0.15 เท่า ขณะที่หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.01 เท่า และเงินสดสุทธิเกินหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย ฿165.59 ล้าน
EBIT TTM ฿320.54 ล้าน หารด้วยต้นทุนทางการเงิน TTM ฿1.58 ล้าน ได้ประมาณ 203 เท่า ต้นทุนทางการเงินส่วนใหญ่เป็นดอกเบี้ยจากสัญญาเช่า ดังนั้นความเสี่ยงด้านการชำระดอกเบี้ยต่ำมาก ส่วนความเสี่ยงที่ควรติดตามคือการจ่ายปันผลที่สูงกว่ากระแสเงินสดอิสระ
กลุ่มยานยนต์ยังคงเป็นรายได้หลักที่ 69.1% ของยอดขาย FY2025 แต่ 1H2026 สัดส่วนนี้ลดเหลือราว 61% (ยานยนต์ ฿380.6 ล้านจากรายได้ ฿625.9 ล้าน) เพราะกลุ่มการแพทย์โตเร็วที่สุดและมี GPM สูงที่สุด จุดที่ต้องติดตามคือกลุ่มยานยนต์ยังมี GPM เพียง 25.4% ขณะที่การแพทย์อยู่ที่ 67.2%
| กลุ่มธุรกิจ | รายได้ FY2025 (฿ ล้าน) | สัดส่วน FY2025 | GPM FY2025 | รายได้ 1H2026 (฿ ล้าน) | YoY 1H2026 | GPM 1H2026 |
|---|---|---|---|---|---|---|
| ยานยนต์ | 829.33 | 69.1% | 26.2% | 380.6 | −5.2% | 25.4% |
| อุปโภคบริโภค | 205.72 | 17.2% | 28.9% | 141.0 | +26.1% | 30.6% |
| การแพทย์ | 164.39 | 13.7% | 65.2% | 104.3 | +50.1% | 67.2% |
ลูกค้าหลัก 4 รายรวมกัน 57% ของยอดขายปี 2025 (แบบ 56-1 หน้า 42) แบ่งเป็นยานยนต์ 2 ราย อุปโภคบริโภค 1 ราย (ลูกค้าสหรัฐฯ) และการแพทย์ 1 ราย ชื่อลูกค้ารายอื่นไม่ได้เปิดเผย
POLY จ่ายปันผลปีละ 2 ครั้ง คือระหว่างกาลและงวดสิ้นปี เงินปันผลรวมปี 2025 อยู่ที่ ฿0.57 ต่อหุ้น และจ่ายระหว่างกาลงวด 1H2026 แล้ว ฿0.30 ต่อหุ้น (จ่ายวันที่ 11 ก.ย. 2026) ทำให้ปันผลที่จ่ายจริงใน 12 เดือนล่าสุดรวม ฿0.60 ต่อหุ้น หรือ 8.39% ของราคาปิด 9 ต.ค. 2026 อัตราการจ่ายเงินปันผล (Payout) ตาม SET อยู่ที่ 0.94 บนฐานที่จ่ายจริง 12 เดือนล่าสุด ซึ่งสูงกว่านโยบายขั้นต่ำ 40% มาก
| รอบ | DPS (฿/หุ้น) | วันจ่าย | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|
| 1H2023 | 0.09 | 8 ก.ย. 2023 | ระหว่างกาล |
| 2H2023 | 0.29 | 17 เม.ย. 2024 | งวดสิ้นปี อนุมัติโดยที่ประชุมสามัญ 29 มี.ค. 2024 |
| 1H2024 | 0.20 | 12 ก.ย. 2024 | ระหว่างกาล |
| 2H2024 | 0.25 | 17 เม.ย. 2025 | งวดสิ้นปี |
| 1H2025 | 0.27 | 12 ก.ย. 2025 | ระหว่างกาล |
| 2H2025 | 0.30 | 17 เม.ย. 2026 | งวดสิ้นปี อนุมัติโดยที่ประชุมสามัญ 27 มี.ค. 2026 |
| 1H2026 | 0.30 | 11 ก.ย. 2026 | ระหว่างกาล (ที่คณะกรรมการอนุมัติ 14 ส.ค. 2026) แบ่งเป็น BOI 0.19 และไม่ใช่ BOI 0.11 |
เงินปันผลปี 2025 ราว ฿256.5 ล้าน (฿0.57 × 450 ล้านหุ้น) หรือประมาณ 96% ของกำไรสุทธิปี 2025 ซึ่งสูงกว่านโยบายขั้นต่ำ 40% มาก กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน ฿343.32 ล้านรองรับได้ในปี 2025 ส่วนครึ่งปีแรก 2026 เงินปันผลจ่าย ฿135.0 ล้าน ใกล้กระแสเงินสดอิสระ ฿171.32 ล้าน จึงเหลือส่วนต่างไม่มาก
กลุ่มเปรียบเทียบมาจากรายชื่อหุ้นหมวด Industrials / Automotive ของ SET เลือก IRC และ HFT ซึ่งทำยางและยางรถยนต์/มอเตอร์ไซค์ และ SAT ซึ่งเป็นบริษัทแม่ที่มีชิ้นส่วนยานยนต์ ส่วน TNPC ทำชิ้นส่วนพลาสติกสำหรับยานยนต์แต่ขาดทุนปี 2025 กลุ่มนี้ไม่ได้เป็นคู่แข่งโดยตรงทั้งหมด จึงควรอ่านเป็นภาพรวมของมูลค่าหุ้นในหมวดมากกว่าการเทียบสินค้าโดยตรง
| หลักทรัพย์ | ราคาปิด (฿) | Market Cap (฿ ล้าน) | P/E (เท่า) | P/BV (เท่า) | Yield (%, SET) | อัตรากำไรสุทธิ TTM | ROE TTM |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| POLY | 7.15 | 3,217.50 | 11.23 | 2.40 | 7.97 | 22.99% | 21.4% |
| IRC | 13.10 | 2,517.92 | 10.08 | 0.59 | 3.76 | 5.51% | 5.9% |
| HFT | 4.06 | 2,673.24 | 12.46 | 0.71 | 6.65 | 8.09% | 5.7% |
| SAT | 16.20 | 6,888.14 | 9.06 | 0.84 | 9.88 | 11.12% | 9.3% |
| TNPC | 0.91 | 310.14 | ขาดทุน | 0.79 | ไม่จ่าย | −7.28% | ไม่มีความหมาย |
P/E ของ POLY (11.23 เท่า) อยู่ใกล้ค่าเฉลี่ยหมวด (11.02 เท่า) และใกล้ HFT และ IRC ส่วน P/BV 2.40 เท่าสูงกว่าเพื่อนเกือบสามเท่า แต่ ROE ราว 21% สูงกว่าเพื่อนซึ่งอยู่ที่ 5.7–9.3% ราวสองถึงเกือบสี่เท่า ซึ่งสอดคล้องกับ P/E ที่ไม่ได้สูงกว่าหมวดมากนัก
ฝ่ายจัดการเผยเป้าหมายปี 2026 ไว้ในสไลด์ Opportunity Day ทั้งไตรมาส 1 (2 มิ.ย. 2026) และไตรมาส 2 (3 ก.ย. 2026) ซึ่งเป็นฉบับล่าสุด เป้าหมายคือยอดขายโตประมาณ 10% GPM 30–35% และ SG&A 8–9% ของรายได้ เมื่อเทียบกับผลงานครึ่งปีแรก
| ตัวชี้วัด | เป้าหมายปี 2026 | ผลงาน 1H2026 | สิ่งที่ต้องเกิดในครึ่งปีหลัง |
|---|---|---|---|
| การเติบโตของยอดขาย | ประมาณ 10% | +7.4% | โตประมาณ 12–13% YoY ของครึ่งปีหลัง (คำนวณโดยผู้จัดทำ) |
| อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) | 30–35% | 33.55% | ยานยนต์ปรับราคาตามสูตรต้นทุนบวกในไตรมาส 3 เพื่อให้ GPM ยานยนต์กลับขึ้น |
| SG&A ต่อรายได้ | 8–9% | ประมาณ 7.7% (คำนวณโดยผู้จัดทำ อาจต่างจากนิยามในสไลด์) | ค่าทดสอบและรับรองสินค้าสายใหม่ทำให้ค่าใช้จ่ายขายสูงขึ้น |
ไม่พบเป้าหมายเชิงตัวเลขของบริษัทสำหรับปี 2027 (n/a) และไม่มีราคาเป้าหมายจากบริษัทหลักทรัพย์ที่เข้าถึงได้ ณ วันที่จัดทำ
ความเสี่ยงของ POLY กระจุกอยู่ที่ยานยนต์และลูกค้าหลัก ส่วนความเสี่ยงด้านการเงินต่ำมาก แบบ 56-1 แบ่งปัจจัยเสี่ยงหลักเป็นความเสี่ยงด้านธุรกิจ อัตราแลกเปลี่ยน การพึ่งพาผู้บริหาร และการถือหุ้นรายใหญ่ ตารางด้านล่างแยกเป็น 6 ด้านพร้อมสัญญาณเตือนที่วัดได้
| ความเสี่ยง | รายละเอียด | สัญญาณเตือนเชิงปริมาณ (Trigger) | มาตรการของบริษัท |
|---|---|---|---|
| 1. ลูกค้าหลักและกลุ่มยานยนต์ | ยานยนต์ 69.1% ของรายได้ FY2025 ลูกค้า 4 รายรวม 57% และยอดขายยานยนต์ 1H2026 ลดลง 5.2% | ยานยนต์ลดลงเกิน 10% YoY สองไตรมาสติดกัน หรือลูกค้า 4 รายแรกเกิน 65% | กระจายไปการแพทย์และอุปโภคบริโภค ทำให้ไม่พึ่งลูกค้ารายเดียว |
| 2. การค้าโลกและภาษี | มาตรการ Section 301 ภาษีตอบโต้ 19% ของสหรัฐฯ และลูกค้าในสหรัฐฯ ที่ซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค | รายได้จากลูกค้าอุปโภคบริโภคที่เป็นลูกค้าในสหรัฐฯ ลดลงเกิน 20% YoY | ย้ายคำสั่งซื้อจากสหรัฐฯ มาผลิตใน POLY เมื่อปี 2025 (ตามแบบ 56-1) |
| 3. วัตถุดิบ น้ำมัน และเรซิน | ราคายาง ซิลิโคน พลาสติก และน้ำมันดิบผันผวน โดยราคาเรซินและน้ำมันสูงกว่าช่วงก่อนสงคราม 20–30% | GPM รวมต่ำกว่า 30% (ล่างของเป้าหมาย) ติดต่อกันสองไตรมาส | ปรับราคาในยานยนต์ตามสูตรต้นทุนบวกตั้งแต่ไตรมาส 3 ปี 2026 |
| 4. อัตราแลกเปลี่ยน | ค่าเงินบาทอ่อนในปี 2024–2025 ทำให้วัตถุดิบและเครื่องจักรนำเข้าแพงขึ้น | ต้นทุนวัตถุดิบนำเข้าเพิ่มเร็วกว่าราคาขาย จน GPM ลดลงทั้งที่ยอดขายโต | มีการพิจารณาทำสัญญาซื้อเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า (ตามแบบ 56-1) |
| 5. การถือหุ้นรายใหญ่และการกำกับดูแล | ตระกูลเหลารัตนาถือ 79.00% (ข้อมูล SET 28 ส.ค. 2026) Free float 19.86% ประธานกรรมการเปลี่ยนตัวในปี 2026 | Free float ลดลงจากสัดส่วนเดิม หรือการเปลี่ยนแปลงในรายชื่อผู้ถือหุ้นรายใหญ่ทุกไตรมาส | แบบ 56-1 ระบุมาตรการกำกับดูแลและกรรมการอิสระ แต่ยังไม่มีการรับรอง CAC |
| 6. การลงทุนใหม่และการพึ่งพาผู้บริหาร | หุ่นยนต์ 50 ชุด การผลิตการแพทย์ปี 2027 และสายผลิตภัณฑ์ใหม่ ต้องอาศัยทีมผู้บริหารหลักที่มีอยู่ (แบบ 56-1 ระบุความเสี่ยงการสูญเสียผู้บริหาร) | รายได้การแพทย์ลดลง YoY ในปี 2027 หรือ capex เกิน 2 เท่าของ FCF ต่อเนื่องสองปี | วางแผนสืบทอดตำแหน่งและสิทธิ BOI ลดความเสี่ยงการลงทุน |
SET ระบุว่างบการเงินปี 2025 ผ่านการตรวจสอบแบบ “ไม่มีเงื่อนไข และมีข้อสังเกต” รายงานผู้สอบบัญชีมีประเด็นสำคัญด้านการรับรู้รายได้ (KAM) และย่อหน้า “Other Matter” เกี่ยวกับงบปี 2024 ที่ตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชีอีกราย ไม่มีหัวข้อที่เขียนว่า Emphasis of Matter โดยตรง ไม่ได้เป็นเรื่องเงื่อนไขการดำเนินงานต่อเนื่องหรือการแสดงความเห็นไม่ถูกต้อง
POLY เป็นหุ้น OEM ขนาดเล็กที่งบแข็งแรง กำไรสูงกว่าหมวด และจ่ายปันผลสูง แต่ยังมีความเสี่ยงสูงต่อยานยนต์และลูกค้าหลัก ราคาปัจจุบัน ฿7.15 ใกล้กรณีฐาน (Base) ของผู้จัดทำ ดังนั้นการตัดสินใจขึ้นกับว่าครึ่งปีหลังปี 2026 จะโตตามเป้าหมายของฝ่ายจัดการหรือไม่ ไม่ใช่การประเมินว่าราคาถูกหรือแพงโดยตรง
| รายการ | Bull | Base | Bear |
|---|---|---|---|
| กำไรสุทธิครึ่งปีหลัง 2026 เทียบกับปี 2025 | +20% | +10% | −10% |
| กำไรสุทธิทั้งปี 2026E (฿ ล้าน) | 315.1 | 300.9 | 272.4 |
| EPS 2026E (฿/หุ้น) | 0.70 | 0.67 | 0.61 |
| P/E ที่สมมติ (เท่า) | 13 | 11 | 9 |
| มูลค่าต่อหุ้น (฿) | 9.10 | 7.35 | 5.45 |
| เทียบราคา ฿7.15 | +27% | +3% | −24% |
ไม่มีราคาเป้าหมายจากบริษัทหลักทรัพย์ที่เข้าถึงได้ การประมาณการเป็นของผู้จัดทำจากงบ 1H2026 และสมมติฐาน P/E ที่อ้างอิงกลุ่มเปรียบเทียบ ข้อมูลตลาดเป็นของวันที่ 9 ตุลาคม 2026 แบบ 56-1 ฉบับ 2025 ยังระบุประธานกรรมการคนเดิม ข้อมูลประธานกรรมการในรายงานนี้อ้างจากข่าว SET วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2026
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ (Disclaimer): เอกสารฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลเชิงวิเคราะห์ประกอบการศึกษาและการตัดสินใจลงทุนเท่านั้น ตัวเลขทางการเงินรวบรวมจากแหล่งข้อมูลปฐมภูมิที่เปิดเผยต่อสาธารณะ (ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สำนักงาน ก.ล.ต. และเอกสารของบริษัท) การประมาณการในอนาคตอิงสมมติฐานที่อาจเปลี่ยนแปลงได้ ไม่ถือเป็นคำแนะนำ คำชักชวน หรือการรับประกันผลตอบแทนในการซื้อขายหลักทรัพย์ ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและใช้วิจารณญาณก่อนตัดสินใจ