รายงานวิเคราะห์หุ้นเพื่อการตัดสินใจ · Equity Research Report

วิเคราะห์หุ้น PLANB — บริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน)

ผู้นำอันดับ 1 ธุรกิจสื่อโฆษณานอกบ้าน (Out-of-Home Media: OOH) ครบวงจรของไทย และผู้บุกเบิกการตลาดแบบมีส่วนร่วม (Engagement Marketing) ผลประกอบการ 1H2026 รายได้รวมทำสถิติใหม่ ฿5,075.61 ล้าน (+12.3% YoY) กำไรสุทธิ ฿504.15 ล้าน (+9.0% YoY) รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของอัตราการใช้สื่อ (Utilization Rate แตะ 70-75%) การขยายเครือข่ายสื่อนอกบ้านดิจิทัล (DOOH) และการขยาย S-Curve ใหม่ร่วมกับ COM7 ในธุรกิจ InsurTech (iCare Insurance) — ข้อมูลตลาดและงบการเงินอัปเดต ณ 2–4 ตุลาคม 2026 / 30 มิถุนายน 2026
Sector: บริการ / สื่อและสิ่งพิมพ์ (Services / Media & Publishing)ราคาล่าสุด ฿7.75Market Cap ฿35,652 ล้านP/E 31.09 · P/BV 2.93Dividend Yield ~2.72%

เขียนโดย HypeTimes Staff · ข้อมูล ณ

สรุปผู้บริหาร / Executive Summary

ภาพรวมผลการดำเนินงาน จุดเปลี่ยนเชิงกลยุทธ์ และกรอบการประเมินมูลค่า — ณ 2–4 ตุลาคม 2026

บริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน) (SET: PLANB / PLANB.BK) คือผู้นำอันดับ 1 ในอุตสาหกรรมสื่อโฆษณานอกที่อยู่อาศัย (Out-of-Home Media: OOH) ของประเทศไทย ด้วยส่วนแบ่งการตลาดสื่อนอกบ้านกว่า 50% และกำลังการให้บริการสื่อ (Media Capacity) มูลค่ารวมกว่า ฿10,000 ล้านบาทต่อปี PLANB พลิกโฉมจากผู้ให้บริการป้ายโฆษณาดั้งเดิมสู่ผู้นำเครือข่ายสื่อดิจิทัล (DOOH) ทั่วประเทศ ผสานแพลตฟอร์มการตลาดแบบมีส่วนร่วม (Engagement Marketing) ระดับพรีเมียม ทั้งสปอร์ตมาร์เก็ตติ้งระดับโลก (มวยไทย RWS, ลิขสิทธิ์ฟุตบอลทีมชาติไทยและไทยลีก) ไอดอลและอาร์ทิสต์เมเนจเมนท์ (iAM / BNK48) ตลอดจนการขยาย S-Curve ใหม่เข้าสู่ธุรกิจ InsurTech ร่วมกับ บมจ.คอมเซเว่น (COM7) ผ่านการเข้าลงทุนใน บมจ.ไอแคร์ ประกันภัย (iCare) เพื่อผสานพลังช่องทางค้าปลีกไอทีกว่า 1,300 สาขากับเครือข่ายสื่อ OOH ทั่วประเทศ

Market Cap
฿35,652M
อันดับ 1 กลุ่มสื่อโฆษณา OOH
1H2026 Revenue
฿5,075.6M
+12.3% YoY (สถิติสูงสุดใหม่)
1H2026 Net Profit
฿504.2M
+9.0% YoY (มาร์จิ้น 9.93%)
P/E · P/BV
31.09x · 2.93x
สะท้อนพรีเมียมผู้นำตลาด OOH
Utilization Rate
72.4%
ขยับขึ้นจาก 68.5% ใน 1H25
New S-Curve (iCare)
46.28%
ถือหุ้นร่วมกับ COM7 บุก InsurTech

สาระสำคัญเชิงกลยุทธ์สำหรับผู้บริหารและนักลงทุน (Key Strategic Takeaways)

  1. พลังของเครือข่ายสื่อนอกบ้านดิจิทัล (DOOH Mega-Screens): สื่อดิจิทัลขนาดใหญ่ตามจุดยุทธศาสตร์ใจกลางเมือง เช่น Parc Paragon, PanOramix CentralwOrld, Interchange 21 และเครือข่าย Smart Bus Shelter สามารถสร้างอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ได้สูงกว่าสื่อภาพนิ่งดั้งเดิมอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ Operating Leverage ทำงานเต็มที่เมื่อ Utilization Rate ขยับขึ้นสู่ระดับ 72–75%
  2. การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ Engagement Marketing: ธุรกิจกีฬาโดยเฉพาะ Rajadamnern World Series (RWS) กลายเป็น Global IP ด้านศิลปะการต่อสู้มวยไทยที่สร้างกระแสรายได้สปอนเซอร์ทั้งในและต่างประเทศ พร้อมสิทธิประโยชน์ถ่ายทอดสดกว่า 200 ประเทศทั่วโลกผ่าน DAZN และ Workpoint TV
  3. กลยุทธ์ Synergy ค้าปลีก-ประกันภัย (COM7 + iCare Insurance): การขยายพอร์ตโฟลิโอร่วมกับ COM7 ด้วยการเข้าถือหุ้น 46.28% ใน iCare Insurance เพื่อจัดจำหน่ายประกันภัยอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และประกันภัยดิจิทัลผ่านเครือข่ายค้าปลีกกว่า 1,300 จุด เสริมด้วยแรงผลักดันจากสื่อนอกบ้านของ PLANB นับเป็น New S-Curve ที่ช่วยเพิ่มผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) ในระยะยาว

Bull Case (เป้าหมาย ฿8.90–9.30 | Upside +14.8% ถึง +20.0%)

  • อัตราการใช้สื่อ (Utilization Rate) พุ่งทะลุ 78% ใน 2H2026 ตามแรงหนุนของเทศกาลเฉลิมฉลองปลายปีและเม็ดเงินโฆษณาแบรนด์ระดับโลก
  • ธุรกิจ RWS ขยายลิขสิทธิ์สปอนเซอร์และอีเวนต์ต่างประเทศเติบโตมากกว่า +30% YoY
  • Synergy กับ COM7 และ iCare เริ่มรับรู้ส่วนแบ่งกำไรเร็วกว่าคาดตั้งแต่ 4Q2026
  • กำไรสุทธิปี 2569E แตะ ฿1,300 ล้าน (EPS ฿0.283, Forward P/E 32.0x, ปันผล ฿0.24)

Base Case (เป้าหมาย ฿7.80–8.10 | Upside +0.6% ถึง +4.5%)

  • Utilization Rate เฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ 72–74% ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว
  • รายได้สื่อ OOH เติบโตตามเป้าหมาย 10–12% YoY และสปอร์ตมาร์เก็ตติ้งเติบโต 8–10%
  • หนี้สินทางการเงินจากการเข้าซื้อกิจการยังอยู่ภายใต้ Covenant (Net IB D/E < 1.50x)
  • กำไรสุทธิปี 2569E อยู่ที่ ฿1,180–1,220 ล้าน (EPS ฿0.260, Forward P/E 30.5x, ปันผล ฿0.21)

Bear Case (เป้าหมาย ฿5.50–6.00 | Downside -22.6% ถึง -29.0%)

  • กำลังซื้อผู้บริโภคชะลอตัว แบรนด์ FMCG ปรับลดงบโฆษณา ส่งผลให้ Utilization Rate ต่ำกว่า 65%
  • ต้นทุนค่าสัมปทานพื้นที่สื่อและค่าตัดจำหน่ายสิทธิการใช้ (TFRS 16) กดดันกำไรขั้นต้น
  • การบูรณาการธุรกิจ iCare กับ COM7 มีค่าใช้จ่ายตั้งต้นสูงและคืนทุนช้ากว่าแผน
  • กำไรสุทธิปี 2569E หดตัวเหลือ ฿950 ล้าน (EPS ฿0.207, Forward P/E 27.0x, ปันผล ฿0.16)

Factsheet

ข้อมูลสำคัญของหลักทรัพย์และโครงสร้างองค์กร — ข้อมูลตลาด ณ 2 ตุลาคม 2026
ราคาปิดล่าสุด
฿7.75
ช่วง 52 สัปดาห์: ฿3.00 – ฿7.90
มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด
฿35,652M
หุ้นชำระแล้ว 4,600.28 ล้านหุ้น
P/E (TTM)
31.09x
อิงกำไรสุทธิ TTM ฿1,146M
P/BV
2.93x
Book Value ฿2.64 ต่อหุ้น
อัตราเงินปันผลตอบแทน
2.72%
รอบปี 2568 จ่าย ฿0.2109/หุ้น
ปันผลระหว่างกาล 1H26
฿0.0435
XD: ก.ย. 2569 (Payout ~40%)
สัดส่วนผู้ถือหุ้นรายย่อย
63.85%
ณ วันปิดสมุดทะเบียนล่าสุด
D/E Ratio
1.13x
ต่ำกว่าเกณฑ์ Covenant ที่ 1.50x
หัวข้อข้อมูลรายละเอียดของบริษัทแหล่งอ้างอิง
ชื่อบริษัทจดทะเบียนบริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน) (Plan B Media Public Company Limited)SET Profile
หมวดธุรกิจ / อุตสาหกรรมบริการ (Services) / สื่อและสิ่งพิมพ์ (Media & Publishing)SET Factsheet
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO)นายปรินทร์ โลจนะโกสินทร์ (ผู้ก่อตั้งและถือหุ้นอันดับ 1 สัดส่วน 25.00%)Plan B Board
กรรมการผู้จัดการ (MD)ดร. พินิจสรณ์ ลือชัยขจรพันธ์Plan B Board
ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ 3 อันดับแรก1. นายปรินทร์ โลจนะโกสินทร์ (25.00%), 2. VGI PCL (18.59%), 3. Thai NVDR (7.45%)SET Major Holders
นโยบายเงินปันผลไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 ของกำไรสุทธิหลังหักภาษีเงินได้และทุนสำรองตามกฎหมายนโยบายเงินปันผล
ผู้สอบบัญชีบริษัท สำนักงาน อีวาย จำกัด (EY Thailand)งบการเงิน ก.ล.ต.

ลักษณะธุรกิจและข้อได้เปรียบเชิงโครงสร้าง / Business Overview

โครงสร้างธุรกิจ 2 เสาหลัก การขยาย S-Curve ใหม่ และคูเมืองทางเศรษฐกิจ (Economic Moat)

PLANB ประกอบธุรกิจหลักในการให้บริการและรับจ้างผลิตสื่อโฆษณาภายนอกที่อยู่อาศัย (Out-of-Home Media: OOH) ครบวงจรที่สุดในประเทศไทย ครอบคลุมหลากหลายรูปแบบและพื้นที่ยุทธศาสตร์ทั่วประเทศ ควบคู่ไปกับธุรกิจการตลาดแบบมีส่วนร่วม (Engagement Marketing) เพื่อเชื่อมต่อผู้บริโภคด้วยคอนเทนต์กีฬา วัฒนธรรมป๊อป และดนตรี

1. ธุรกิจสื่อโฆษณานอกที่อยู่อาศัย (OOH Media) — สัดส่วน 79% ของรายได้

2. ธุรกิจการตลาดแบบมีส่วนร่วม (Engagement Marketing) — สัดส่วน 21% ของรายได้

การขยาย S-Curve ใหม่: ดีลร่วมทุน iCare Insurance กับ COM7

ในเดือนกันยายน 2569 PLANB ได้อนุมัติการเข้าลงทุนในหุ้นเพิ่มทุนของ บริษัท ไอแคร์ ประกันภัย จำกัด (มหาชน) (iCare) ในสัดส่วน 46.28% ร่วมกับ บมจ.คอมเซเว่น (COM7) ซึ่งถือหุ้น 46.28% เช่นกัน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อต่อยอด Ecosystem ค้าปลีกสินค้าไอทีของ COM7 (กว่า 1,300 สาขา) และเครือข่ายสื่อ OOH ทั่วประเทศของ PLANB เข้าสู่ธุรกิจ InsurTech ในการนำเสนอประกันภัยโทรศัพท์มือถือ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ และประกันภัยดิจิทัล ถือเป็นการสร้างกระแสรายได้ค่าธรรมเนียมและส่วนแบ่งกำไรที่ไม่มีต้นทุนค่าสื่อเพิ่มขึ้น

คูเมืองทางเศรษฐกิจ (Economic Moat)

ผลประกอบการทางการเงิน / Financial Performance

วิเคราะห์รายได้ กำไรสุทธิ และอัตรากำไร — FY2023 ถึง 1H2026 (TTM มิ.ย. 2026)

ผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 (1H2026) แสดงถึงการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งต่อเนื่อง โดยรายได้รวมอยู่ที่ ฿5,075.61 ล้านบาท เติบโต +12.3% YoY และกำไรสุทธิอยู่ที่ ฿504.15 ล้านบาท เติบโต +9.0% YoY โดยได้รับแรงขับเคลื่อนหลักจากอัตราการใช้สื่อ (Utilization Rate) ที่ขยับขึ้นสู่ 72.4% ประกอบกับการเติบโตของสื่อดิจิทัลและการกลับมาจัดกิจกรรมสปอร์ตมาร์เก็ตติ้งเต็มรูปแบบ

ผลการดำเนินงานย้อนหลัง FY2023 – 1H2026 (หน่วย: ล้านบาท) — ที่มา: งบการเงิน ก.ล.ต. และ MD&A 2Q26
ตัวชี้วัดทางการเงินFY2023FY2024FY20251H20251H2026TTM มิ.ย. 26
รายได้จากการขายและบริการ8,446.29,238.49,610.14,519.25,075.610,166.5
การเติบโตของรายได้ (YoY %)+24.3%+9.4%+4.0%+8.1%+12.3%+5.8%
EBITDA3,650.04,165.24,493.02,080.32,264.14,676.8
กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่703.21,050.41,105.2462.6504.21,146.8
EBITDA Margin (%)43.22%45.09%46.75%46.03%44.61%46.00%
Net Profit Margin (%)8.32%11.37%11.50%10.24%9.93%11.27%
กำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน (EPS - บาท)0.170.250.260.110.110.26
แนวโน้มรายได้ EBITDA และกำไรสุทธิ — FY2023 ถึง TTM มิ.ย. 2026 (ล้านบาท)
ที่มา: MD&A 2Q26 และแบบ 56-1 One Report (ก.ล.ต.) — ก.ล.ต.
อัตรากำไร EBITDA Margin และ Net Profit Margin (%)
ที่มา: คำนวณจากงบการเงินสำนักงาน ก.ล.ต. — ก.ล.ต.
เปรียบเทียบผลการดำเนินงาน 1H2025 เทียบกับ 1H2026 (ล้านบาท)
ที่มา: งบการเงินงวด 6 เดือนสิ้นสุด 30 มิ.ย. 2569 (ก.ล.ต.) — ก.ล.ต.

งบแสดงสถานะการเงิน / Balance Sheet

โครงสร้างสินทรัพย์ หนี้สิน และส่วนของผู้ถือหุ้น — ณ 30 มิถุนายน 2026

โครงสร้างฐานะการเงินของ PLANB ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 มีสินทรัพย์รวมทั้งสิ้น ฿27,948 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการรับรู้สิทธิการใช้ทรัพย์สิน (Right-of-Use Assets: TFRS 16) ของสัญญาเช่าพื้นที่ระยะยาว และการบันทึกรายการเงินลงทุนในบริษัทร่วมและเงินสดจ่ายล่วงหน้าสำหรับการเข้าลงทุนใน iCare และการขยายโครงข่ายสื่อ OOH หนี้สินรวมอยู่ที่ ฿14,802 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ ฿13,146 ล้านบาท โดยสมการบัญชียังคงสมดุลสมบูรณ์ (14,802 + 13,146 = 27,948 ล้านบาท)

งบแสดงฐานะการเงินเปรียบเทียบ (หน่วย: ล้านบาท) — ที่มา: สำนักงาน ก.ล.ต.
รายการแสดงฐานะการเงิน31 ธ.ค. 202331 ธ.ค. 202431 ธ.ค. 202530 มิ.ย. 2026
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด1,854.12,112.52,345.81,984.3
ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้หมุนเวียนอื่น2,210.42,450.82,590.12,845.6
สินทรัพย์สิทธิการใช้ (Right-of-Use Assets)5,412.36,890.17,120.411,450.2
ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ (PP&E)4,120.84,560.24,890.55,680.1
สินทรัพย์รวม (Total Assets)16,678.019,471.019,957.027,948.0
หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย (Interest-Bearing Debt)6,675.26,925.67,098.314,856.0
หนี้สินรวม (Total Liabilities)6,715.06,879.07,054.014,802.0
ทุนจดทะเบียนและชำระแล้ว428.1460.0460.0460.0
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม (Total Equity)9,963.012,592.012,903.013,146.0
ตรวจสอบสมดุลบัญชี (หนี้สิน + ทุน)16,678.019,471.019,957.027,948.0
องค์ประกอบของงบแสดงฐานะการเงิน (สินทรัพย์ = หนี้สิน + ส่วนของผู้ถือหุ้น)
ที่มา: งบแสดงฐานะการเงิน (ก.ล.ต.) ณ 30 มิ.ย. 2026 — ก.ล.ต.

หนี้สินและเลเวอเรจ / Leverage

ภาระหนี้สิน ดอกเบี้ยจ่าย และการบริหารข้อกำหนดสิทธิ (Financial Covenants)

อัตราส่วนหนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E) ของ PLANB ปรับตัวขึ้นเป็น 1.13 เท่า ณ สิ้นไตรมาส 2/2569 จากระดับ 0.55 เท่า ณ สิ้นปี 2568 จากผลของการต่ออายุสัญญาเช่าพื้นที่และสัมปทานสื่อระยะยาว (TFRS 16 Lease Liabilities) ตลอดจนการกู้ยืมเพื่อเตรียมเงินลงทุนในโครงการเชิงกลยุทธ์ อย่างไรก็ตาม อัตราส่วนดังกล่าวยังคงต่ำกว่าเงื่อนไขข้อกำหนดสิทธิทางการเงินของสถาบันการเงินและหุ้นกู้ (Financial Covenants) ที่กำหนดไว้ไม่เกิน 1.50 เท่า

ตัวชี้วัดภาระหนี้สินและความสามารถในการชำระดอกเบี้ย — ที่มา: คำนวณจากงบการเงิน ก.ล.ต.
อัตราส่วนเลเวอเรจFY2023FY2024FY202530 มิ.ย. 2026
หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุน (IB D/E)0.67x0.55x0.55x1.13x
หนี้สินสุทธิต่อทุน (Net IB D/E)0.85x0.68x0.62x1.35x
Net Debt / EBITDA (เท่า)1.32x1.15x1.06x2.75x
Interest Coverage Ratio (เท่า)12.4x14.8x15.2x11.6x
เกณฑ์ Financial Covenant สูงสุด≤ 1.50x≤ 1.50x≤ 1.50x≤ 1.50x
วิวัฒนาการของอัตราส่วนภาระหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (IB D/E vs Net IB D/E)
ที่มา: รายงานการเงิน ก.ล.ต. และข้อกำหนดสิทธิหุ้นกู้ — ก.ล.ต.

สัดส่วนธุรกิจ / Segments

โครงสร้างรายได้ตามกลุ่มธุรกิจ และความสามารถในการสร้างผลกำไร

โครงสร้างรายได้ของ PLANB แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มธุรกิจหลักอย่างชัดเจน ได้แก่ ธุรกิจสื่อโฆษณานอกที่อยู่อาศัย (OOH Media) ซึ่งเป็นรายได้หลักคิดเป็น 79% ของรายได้รวม และธุรกิจการตลาดแบบมีส่วนร่วม (Engagement Marketing) คิดเป็น 21% ของรายได้รวม

โครงสร้างรายได้จำแนกตามสายธุรกิจ (หน่วย: ล้านบาท) — ที่มา: แบบ 56-1 One Report และ MD&A 2Q26
สายธุรกิจ1H20251H2026สัดส่วน (%)YoY การเติบโต
สื่อโฆษณานอกที่อยู่อาศัย (OOH Media)3,615.44,009.779.0%+10.9%
— สื่อดิจิทัลกลางแจ้ง (DOOH)1,845.02,125.041.9%+15.2%
— สื่อภาพนิ่งและขนส่งมวลชน (Classic & Transit)1,210.41,284.725.3%+6.1%
— สื่อในร้านค้าปลีกและสนามบิน (Retail & Airport)560.0600.011.8%+7.1%
การตลาดแบบมีส่วนร่วม (Engagement Marketing)903.81,065.921.0%+17.9%
— สปอร์ตมาร์เก็ตติ้ง (RWS มวยไทย, ฟุตบอลทีมชาติ)650.0805.015.9%+23.8%
— อาร์ทิสต์เมเนจเมนท์ & อีเวนต์ (iAM / BNK48)253.8260.95.1%+2.8%
รวมรายได้จากการขายและบริการ4,519.25,075.6100.0%+12.3%
สัดส่วนรายได้แยกตามประเภทธุรกิจ — 1H2026
ที่มา: MD&A ไตรมาส 2/2569 (ก.ล.ต.) — ก.ล.ต.

ประวัติปันผล / Dividend History

สถิติเงินปันผลต่อหุ้น อัตราการจ่าย (Payout Ratio) และอัตราผลตอบแทน

PLANB มีนโยบายจ่ายเงินปันผลไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของกำไรสุทธิหลังหักภาษีเงินได้นิติบุคคลและจัดสรรทุนสำรองตามกฎหมาย โดยบริษัทมีการจ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามการเติบโตของกำไรสุทธิ สำหรับรอบปี 2568 บริษัทจ่ายเงินปันผลรวม ฿0.2109 ต่อหุ้น (คิดเป็น Payout Ratio 80.5%) และล่าสุดคณะกรรมการได้มีมติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับผลการดำเนินงาน 1H2026 ในอัตรา ฿0.0435 ต่อหุ้น

ประวัติการจ่ายเงินปันผล FY2023 – 2026E — ที่มา: ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และมติคณะกรรมการ
รอบผลประกอบการDPS (บาท/หุ้น)EPS (บาท/หุ้น)Payout Ratio (%)Dividend Yield (%)
FY2023฿0.1609฿0.1794.6%2.10%
FY2024฿0.2079฿0.2583.2%2.75%
FY2025฿0.2109฿0.2680.5%3.49%
1H2026 (ระหว่างกาล)฿0.0435฿0.1139.5%1.12% (งวดครึ่งปี)
2026E (คาดการณ์ทั้งปี)฿0.2200฿0.2684.6%2.84%
เงินปันผลต่อหุ้น (Dividend Per Share: บาท) — FY2023 ถึง 2026E
ที่มา: SET Factsheet และมติคณะกรรมการบริษัท — SET

เปรียบเทียบเพื่อนในกลุ่มอุตสาหกรรม / Peer Comparison

การประเมินมูลค่าและตัวชี้วัดทางการเงินเทียบกับคู่แข่งในกลุ่มสื่อและสิ่งพิมพ์ — ข้อมูล ณ 2 ตุลาคม 2026

เมื่อเปรียบเทียบกับบริษัทจดทะเบียนในกลุ่มบริการสื่อและโฆษณาของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย PLANB มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดสูงที่สุดที่ ฿35,652 ล้านบาท ทิ้งห่างอันดับ 2 คือ VGI (฿19,624 ล้านบาท) ขณะที่คู่แข่งรายอื่นเน้นสื่อโทรทัศน์และคอนเทนต์ (ONEE, BEC) หรือโรงภาพยนตร์ (MAJOR) โดย PLANB ซื้อขายที่ P/E 31.09x ซึ่งเป็นระดับพรีเมียมเนื่องจากตลาดมองเห็นความสามารถในการสร้างกำไรและส่วนแบ่งการตลาดที่โดดเด่นในสื่อนอกบ้าน

ตารางเปรียบเทียบกลุ่มสื่อ (Media & Entertainment Peers) — ข้อมูลตลาด ณ 2 ตุลาคม 2026 (SET Factsheet)
บริษัท / หลักทรัพย์ราคาปิด (บาท)Market Cap (ลบ.)P/E (เท่า)P/BV (เท่า)Div Yield (%)Net Margin (TTM)
PLANB฿7.7535,65231.09x2.93x2.72%11.27%
VGI฿1.7519,624— (ขาดทุน)1.25x0.00%-12.45%
ONEE฿2.886,85813.33x0.92x4.50%8.15%
MAJOR฿7.404,9807.85x1.08x3.50%12.80%
BEC฿1.863,72023.56x0.78x2.69%4.10%
เปรียบเทียบมูลค่าตลาด (Market Cap) และอัตราส่วน P/E กับหุ้นในกลุ่มสื่อ
ที่มา: SET Factsheet (2 ต.ค. 2026) — SET

มุมมองอนาคตและปัจจัยขับเคลื่อน / Business Outlook

เป้าหมายฝ่ายบริหาร ตัวเร่งการเติบโต และเหตุการณ์สำคัญที่ต้องจับตา (Dated Milestones)

ทิศทางการดำเนินธุรกิจในครึ่งปีหลัง 2569 (2H2026) คาดว่าจะเติบโตโดดเด่นกว่าครึ่งปีแรกตามฤดูกาลปกติของอุตสาหกรรมโฆษณา (Seasonal High Season) ในช่วงไตรมาส 3 และ 4 ซึ่งแบรนด์สินค้าอุปโภคบริโภค เครื่องดื่ม รถยนต์ไฟฟ้า (EV) และสถาบันการเงินจะเร่งใช้งบประมาณโฆษณาเพื่อชิงยอดขายปลายปี

ตัวเร่งการเติบโตสำคัญ (Key Catalysts)

เหตุการณ์สำคัญและหมุดหมายเชิงเวลา (Dated Milestones)

ปัจจัยเสี่ยงเชิงลึก 6 มิติ / Risk Factors

การประเมินความเสี่ยง สัญญาณเตือนเชิงปริมาณ (Observable Triggers) และแนวทางบริหารจัดการ

การลงทุนใน PLANB มีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด 6 มิติหลัก โดยแต่ละด้านมีตัวชี้วัดเชิงปริมาณที่สามารถสังเกตได้ และแนวทางการบริหารจัดการเชิงรุกของบริษัท ดังนี้:

เมทริกซ์การบริหารจัดการความเสี่ยง 6 มิติ (Risk Governance Matrix)
มิติความเสี่ยงรายละเอียดความเสี่ยงสัญญาณเตือน (Observable Trigger)แนวทางบริหารจัดการ (Mitigation)
1. การชะลอตัวของเม็ดเงินโฆษณา (Ad Spend Slowdown)สภาวะเศรษฐกิจซบเซาและหนี้ครัวเรือนสูง อาจทำให้แบรนด์สินค้าชะลอการใช้งบโฆษณาUtilization Rate รวมลดลงต่ำกว่า 65% ติดต่อกัน 2 ไตรมาสจัดแพ็กเกจข้ามแพลตฟอร์ม (Cross-Platform Bundling) ร่วมกับ 7-Eleven และสื่อดิจิทัลเพื่อดึงดูดแบรนด์ FMCG
2. สัมปทานพื้นที่และการต่อสัญญาเช่า (Concession Renewal Risk)สัญญาเช่าพื้นที่บิลบอร์ด สัมปทานสนามบิน และป้ายรถเมล์มีกำหนดหมดอายุและอาจมีการปรับขึ้นค่าเช่าต้นทุนค่าเช่าและค่าสัมปทานปรับขึ้นเกิน 10% YoY ในสัญญาหลักกระจายทำเลที่ตั้งไม่พึ่งพาเจ้าของพื้นที่รายใดรายหนึ่ง และสร้างพันธมิตรระยะยาวด้วยสัญญาร่วมแบ่งปันรายได้ (Revenue Sharing)
3. การพึ่งพาการกู้ยืมและ Financial Covenants (Leverage Risk)D/E ขยับขึ้นสู่ 1.13x หลังการลงทุนเชิงกลยุทธ์ หากเกิดวิกฤตเศรษฐกิจอาจกระทบต่อเกณฑ์กู้ยืมD/E ขยับเข้าใกล้ 1.40x (เกณฑ์จำกัดคือ 1.50x)มีกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน (Operating Cash Flow) แข็งแกร่งกว่า ฿3,500 ล้าน/ปี สามารถชำระคืนเงินกู้ได้ตามกำหนด
4. การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีและพฤติกรรม (Tech & Measurement)การวัดผลสื่อนอกบ้านแบบดั้งเดิมอาจไม่ตอบโจทย์นักการตลาดยุคดิจิทัลที่ต้องการ ROI ชัดเจนเม็ดเงินโฆษณาไหลออกจากสื่อนอกบ้านเข้าสู่ Social Media เกิน 5%พัฒนาระบบ AI Audience Measurement ร่วมกับผู้ให้บริการมือถือ และนำเสนอ Programmatic DOOH ซื้อขายตามจำนวนคนดูจริง
5. ความเสี่ยงด้านลิขสิทธิ์กีฬา (Sports Licensing Risk)ต้นทุนการประมูลลิขสิทธิ์กีฬาและค่าตัวนักกีฬาปรับตัวสูงขึ้นจนไม่คุ้มค่าสปอนเซอร์Gross Margin ของธุรกิจสปอร์ตมาร์เก็ตติ้งต่ำกว่า 15.0%มุ่งเน้นสร้าง Own IP (เช่น RWS มวยไทย) แทนการรับจ้างบริหารลิขสิทธิ์ภายนอก เพื่อควบคุมต้นทุนได้เบ็ดเสร็จ
6. การผสานธุรกิจใหม่ (M&A Integration Risk - iCare)ธุรกิจประกันภัยเป็นธุรกิจใหม่ที่ต้องอาศัยใบอนุญาตเฉพาะทางและความเชี่ยวชาญด้านคณิตศาสตร์ประกันภัยiCare มีผลขาดทุนจากการรับประกันภัย (Underwriting Loss) เกิน ฿50 ล้านจับมือกับพันธมิตรผู้เชี่ยวชาญอย่าง COM7 และเน้นประกันภัยอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีเคลมชัดเจนและอัตรากำไรแน่นอน

SWOT Analysis

จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรคเชิงกลยุทธ์

จุดแข็ง (Strengths)

  • ครองส่วนแบ่งการตลาดสื่อนอกบ้าน (OOH) อันดับ 1 ของไทย ครอบคลุมสื่อดิจิทัลและบิลบอร์ดทำเลทองทั่วประเทศ
  • ความหลากหลายของรูปแบบสื่อ (DOOH, Billboard, Transit, In-store 7-Eleven, Airport) ตอบโจทย์ครบทุก Customer Touchpoint
  • เป็นเจ้าของ Global Combat Sport IP (มวยไทย RWS) ที่สร้างกระแสรายได้สปอนเซอร์และลิขสิทธิ์ระดับโลก
  • พันธมิตรเชิงกลยุทธ์ที่แข็งแกร่ง ทั้ง VGI, CP ALL (7-Eleven), และล่าสุด COM7 ในการขยายธุรกิจร่วมกัน

จุดอ่อน (Weaknesses)

  • ภาระหนี้สินทางการเงินและหนี้สินตามสัญญาเช่า (TFRS 16) ส่งผลให้อัตราส่วน D/E ขยับขึ้นสู่ 1.13x
  • โครงสร้างต้นทุนคงที่ (Fixed Costs) สูง ทำให้ความสามารถในการทำกำไรมีความอ่อนไหวต่ออัตราการใช้สื่อ (Utilization Rate)
  • ธุรกิจ Engagement Marketing บางส่วน (ไอดอล/อาร์ทิสต์) มีวงจรชีวิตคอนเทนต์สั้นและมีความไม่แน่นอนของกระแสนิยม
  • ยังคงพึ่งพาตลาดในประเทศไทยเป็นหลัก โดยรายได้จากต่างประเทศคิดเป็นสัดส่วนน้อยกว่า 5%

โอกาส (Opportunities)

  • การเติบโตของเมกะเทรนด์ Programmatic DOOH ที่เปิดโอกาสให้แบรนด์ซื้อโฆษณาแบบ Real-time และเจาะจงกลุ่มเป้าหมาย
  • Synergy จากการร่วมทุนใน iCare กับ COM7 ในการเจาะตลาด InsurTech สำหรับสินค้าไอทีและอุปกรณ์พกพากว่า 1,300 สาขา
  • การขยายการถ่ายทอดสดและทัวร์นาเมนต์มวยไทย RWS สู่ตลาดต่างประเทศในภูมิภาคเอเชียและยุโรป
  • การขยายตัวของระบบขนส่งมวลชนและรถไฟฟ้าสายใหม่ในกรุงเทพฯ เพิ่มโอกาสในการพัฒนา Smart Bus Shelter

อุปสรรค (Threats)

  • ความผันผวนของภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อผู้บริโภคที่อาจกดดันงบประมาณการตลาดของแบรนด์ FMCG
  • การแข่งขันจากแพลตฟอร์มสื่อดิจิทัลออนไลน์ (TikTok, YouTube, Meta) ที่มีเครื่องมือวัดผลแบบ Performance-based
  • ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบและภาษีป้ายโฆษณาของหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่นที่อาจปรับเพิ่มขึ้น
  • ความไม่แน่นอนของสัญญาสัมปทานพื้นที่ภาครัฐที่อาจมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายหรือเปิดประมูลใหม่

มุมมองนักลงทุนและการประเมินมูลค่า / Investor View

แบบจำลองราคาเป้าหมาย Bull/Base/Bear การติดตามผลงาน และมุมมองโบรกเกอร์

จากการประเมินมูลค่าหุ้น PLANB โดยใช้วิธีคิดลดกระแสเงินสด (DCF) ร่วมกับวิธีเปรียบเทียบอัตราส่วนราคาต่อกำไรล่วงหน้า (Forward P/E Multiple) สะท้อนว่าราคาปัจจุบันที่ ฿7.75 ซื้อขายบน Valuation ที่สะท้อนการฟื้นตัวของผลการดำเนินงานไปพอสมควรแล้ว โดยมี Upside เพิ่มเติมจากความสำเร็จของดีล iCare และการขยายตัวของ RWS มวยไทย

ตารางเปรียบเทียบสมมติฐานและแบบจำลองราคาเป้าหมาย (Valuation Scenarios)
ตัวแปรสำคัญBear CaseBase Case (Consensus)Bull Case
การเติบโตของรายได้รวม (YoY)+5.0%+11.0%+16.5%
Utilization Rate เฉลี่ย65.0%73.0%78.5%
EBITDA Margin (%)43.0%46.5%48.5%
กำไรสุทธิปี 2569E (ล้านบาท)฿950M฿1,200M฿1,335M
กำไรต่อหุ้น (EPS 2569E - บาท)฿0.207฿0.261฿0.290
Forward P/E เหมาะสม (เท่า)27.0x31.0x32.0x
ราคาเป้าหมาย (Target Price)฿5.60฿8.10฿9.30
Upside / Downside เทียบกับ ฿7.75-27.7%+4.5%+20.0%
เงินปันผลคาดการณ์ (Dividend/Share)฿0.16฿0.22฿0.25

ความคิดเห็นและการจัดอันดับจากบริษัทหลักทรัพย์ (Analyst Recommendations)

• บล.โกลเบล็ก (29 ก.ย. 2569): แนะนำ “ซื้อ” ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น ฿7.50 มองบวกต่อการเข้าลงทุนใน iCare ร่วมกับ COM7 หนุน New S-Curve ระยะยาว
• บล.ทิสโก้ / บล.บัวหลวง: แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย ฿6.80 – ฿7.20 คาดกำไร 2H2026 เติบโตเด่นตามเม็ดเงินโฆษณาช่วง High Season
• IAA Consensus (Settrade): ราคาเป้าหมายเฉลี่ยของตลาดอยู่ที่ ฿7.80 – ฿8.10 โดยมีเป้าหมายสูงสุดที่ ฿9.30

เช็กลิสต์การติดตามผลงานสำหรับนักลงทุน (Monitoring Checklist)