บริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน) (SET: PLANB / PLANB.BK) คือผู้นำอันดับ 1 ในอุตสาหกรรมสื่อโฆษณานอกที่อยู่อาศัย (Out-of-Home Media: OOH) ของประเทศไทย ด้วยส่วนแบ่งการตลาดสื่อนอกบ้านกว่า 50% และกำลังการให้บริการสื่อ (Media Capacity) มูลค่ารวมกว่า ฿10,000 ล้านบาทต่อปี PLANB พลิกโฉมจากผู้ให้บริการป้ายโฆษณาดั้งเดิมสู่ผู้นำเครือข่ายสื่อดิจิทัล (DOOH) ทั่วประเทศ ผสานแพลตฟอร์มการตลาดแบบมีส่วนร่วม (Engagement Marketing) ระดับพรีเมียม ทั้งสปอร์ตมาร์เก็ตติ้งระดับโลก (มวยไทย RWS, ลิขสิทธิ์ฟุตบอลทีมชาติไทยและไทยลีก) ไอดอลและอาร์ทิสต์เมเนจเมนท์ (iAM / BNK48) ตลอดจนการขยาย S-Curve ใหม่เข้าสู่ธุรกิจ InsurTech ร่วมกับ บมจ.คอมเซเว่น (COM7) ผ่านการเข้าลงทุนใน บมจ.ไอแคร์ ประกันภัย (iCare) เพื่อผสานพลังช่องทางค้าปลีกไอทีกว่า 1,300 สาขากับเครือข่ายสื่อ OOH ทั่วประเทศ
| หัวข้อข้อมูล | รายละเอียดของบริษัท | แหล่งอ้างอิง |
|---|---|---|
| ชื่อบริษัทจดทะเบียน | บริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน) (Plan B Media Public Company Limited) | SET Profile |
| หมวดธุรกิจ / อุตสาหกรรม | บริการ (Services) / สื่อและสิ่งพิมพ์ (Media & Publishing) | SET Factsheet |
| ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) | นายปรินทร์ โลจนะโกสินทร์ (ผู้ก่อตั้งและถือหุ้นอันดับ 1 สัดส่วน 25.00%) | Plan B Board |
| กรรมการผู้จัดการ (MD) | ดร. พินิจสรณ์ ลือชัยขจรพันธ์ | Plan B Board |
| ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ 3 อันดับแรก | 1. นายปรินทร์ โลจนะโกสินทร์ (25.00%), 2. VGI PCL (18.59%), 3. Thai NVDR (7.45%) | SET Major Holders |
| นโยบายเงินปันผล | ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 ของกำไรสุทธิหลังหักภาษีเงินได้และทุนสำรองตามกฎหมาย | นโยบายเงินปันผล |
| ผู้สอบบัญชี | บริษัท สำนักงาน อีวาย จำกัด (EY Thailand) | งบการเงิน ก.ล.ต. |
PLANB ประกอบธุรกิจหลักในการให้บริการและรับจ้างผลิตสื่อโฆษณาภายนอกที่อยู่อาศัย (Out-of-Home Media: OOH) ครบวงจรที่สุดในประเทศไทย ครอบคลุมหลากหลายรูปแบบและพื้นที่ยุทธศาสตร์ทั่วประเทศ ควบคู่ไปกับธุรกิจการตลาดแบบมีส่วนร่วม (Engagement Marketing) เพื่อเชื่อมต่อผู้บริโภคด้วยคอนเทนต์กีฬา วัฒนธรรมป๊อป และดนตรี
สื่อโฆษณาดิจิทัลกลางแจ้ง (Digital Out-of-Home - DOOH): หัวใจขับเคลื่อนการเติบโตของบริษัท ประกอบด้วยจอภาพ LED ขนาดใหญ่ความละเอียดสูงตามจุดตัดถนนสำคัญ ย่านธุรกิจ (CBD) และศูนย์การค้าชั้นนำ อาทิ Parc Paragon The 90-Degree Mega Screen, PanOramix CentralwOrld (จอ Interactive ดิจิทัลที่ยาวที่สุดในโลก), Interchange 21 Asoke, และเครือข่าย Digital Billboard Network เชื่อมโยงกว่า 1,000 จอทั่ว 77 จังหวัด รองรับเทคโนโลยี 3D Anamorphic Display และการซื้อโฆษณาแบบ Programmatic DOOH
สื่อโฆษณาภาพนิ่งกลางแจ้ง (Classic Outdoor Billboard): ป้ายโฆษณาบิลบอร์ดขนาดยักษ์ริมทางด่วน มอเตอร์เวย์ และถนนสายหลัก (Expressway & Highway Mega Billboards) เป็นสื่อที่สร้างการรับรู้ตราสินค้า (Brand Awareness) ได้สูง มีอัตราการเช่าระยะยาวและให้กระแสเงินสดมั่นคง
สื่อโฆษณาบนระบบขนส่งมวลชน (Transit Media): สื่อโฆษณาบนตัวรถประจำทางปรับอากาศ (Smart Bus) ทั้งระบบปรับอากาศ ขสมก. และรถเมล์พลังงานไฟฟ้า (EV Bus) ตลอดจนโครงการ Smart Bus Shelter ป้ายหยุดรถโดยสารประจำทางอัจฉริยะในกรุงเทพฯ กว่า 1,170 ป้าย ที่ผสานจอแสดงเวลาเดินทาง กล้องวงจรปิด และจอโฆษณาดิจิทัล
สื่อโฆษณาภายในร้านค้าปลีกและซูเปอร์มาร์เก็ต (In-Store & Retail Media): เครือข่ายจอโฆษณาดิจิทัล ณ จุดขายภายในร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven กว่า 5,000 สาขาทั่วประเทศ, ซูเปอร์มาร์เก็ต Big C, Lotus’s ซึ่งเป็นจุดที่ผู้บริโภคกำลังตัดสินใจซื้อสินค้าทันที (Point of Purchase)
สื่อโฆษณาภายในท่าอากาศยาน (Airport Media): สิทธิบริหารจัดการสื่อโฆษณาภายในท่าอากาศยานนานาชาติหลัก 6 แห่งของ บมจ. ท่าอากาศยานไทย (AOT) ได้แก่ สุวรรณภูมิ, ดอนเมือง, ภูเก็ต, เชียงใหม่, แม่ฟ้าหลวง เชียงราย, และหาดใหญ่ เข้าถึงกลุ่มนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ
ธุรกิจบริหารจัดการศิลปินและดนตรี (Artist Management & Music): บริหารจัดการศิลปินและวงไอดอลชั้นนำของไทย เช่น BNK48 และ CGM48 ผ่าน บจก. อินดิเพนเด้นท์ อาร์ทิสท์ เมเนจเม้นท์ (iAM) รวมถึงการจัดงานคอนเสิร์ต แฟนมีตติ้ง และสินค้าที่ระลึก
อีสปอร์ตและการแข่งขันเกม (E-Sports): บริหารสิทธิประโยชน์และจัดการแข่งขันอีสปอร์ตระดับประเทศ เช่น e-Football Thai League เชื่อมโยงกลุ่มคนรุ่นใหม่ Gen Z เข้ากับแบรนด์สินค้า
ในเดือนกันยายน 2569 PLANB ได้อนุมัติการเข้าลงทุนในหุ้นเพิ่มทุนของ บริษัท ไอแคร์ ประกันภัย จำกัด (มหาชน) (iCare) ในสัดส่วน 46.28% ร่วมกับ บมจ.คอมเซเว่น (COM7) ซึ่งถือหุ้น 46.28% เช่นกัน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อต่อยอด Ecosystem ค้าปลีกสินค้าไอทีของ COM7 (กว่า 1,300 สาขา) และเครือข่ายสื่อ OOH ทั่วประเทศของ PLANB เข้าสู่ธุรกิจ InsurTech ในการนำเสนอประกันภัยโทรศัพท์มือถือ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ และประกันภัยดิจิทัล ถือเป็นการสร้างกระแสรายได้ค่าธรรมเนียมและส่วนแบ่งกำไรที่ไม่มีต้นทุนค่าสื่อเพิ่มขึ้น
ผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 (1H2026) แสดงถึงการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งต่อเนื่อง โดยรายได้รวมอยู่ที่ ฿5,075.61 ล้านบาท เติบโต +12.3% YoY และกำไรสุทธิอยู่ที่ ฿504.15 ล้านบาท เติบโต +9.0% YoY โดยได้รับแรงขับเคลื่อนหลักจากอัตราการใช้สื่อ (Utilization Rate) ที่ขยับขึ้นสู่ 72.4% ประกอบกับการเติบโตของสื่อดิจิทัลและการกลับมาจัดกิจกรรมสปอร์ตมาร์เก็ตติ้งเต็มรูปแบบ
| ตัวชี้วัดทางการเงิน | FY2023 | FY2024 | FY2025 | 1H2025 | 1H2026 | TTM มิ.ย. 26 |
|---|---|---|---|---|---|---|
| รายได้จากการขายและบริการ | 8,446.2 | 9,238.4 | 9,610.1 | 4,519.2 | 5,075.6 | 10,166.5 |
| การเติบโตของรายได้ (YoY %) | +24.3% | +9.4% | +4.0% | +8.1% | +12.3% | +5.8% |
| EBITDA | 3,650.0 | 4,165.2 | 4,493.0 | 2,080.3 | 2,264.1 | 4,676.8 |
| กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ | 703.2 | 1,050.4 | 1,105.2 | 462.6 | 504.2 | 1,146.8 |
| EBITDA Margin (%) | 43.22% | 45.09% | 46.75% | 46.03% | 44.61% | 46.00% |
| Net Profit Margin (%) | 8.32% | 11.37% | 11.50% | 10.24% | 9.93% | 11.27% |
| กำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน (EPS - บาท) | 0.17 | 0.25 | 0.26 | 0.11 | 0.11 | 0.26 |
โครงสร้างฐานะการเงินของ PLANB ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 มีสินทรัพย์รวมทั้งสิ้น ฿27,948 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการรับรู้สิทธิการใช้ทรัพย์สิน (Right-of-Use Assets: TFRS 16) ของสัญญาเช่าพื้นที่ระยะยาว และการบันทึกรายการเงินลงทุนในบริษัทร่วมและเงินสดจ่ายล่วงหน้าสำหรับการเข้าลงทุนใน iCare และการขยายโครงข่ายสื่อ OOH หนี้สินรวมอยู่ที่ ฿14,802 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ ฿13,146 ล้านบาท โดยสมการบัญชียังคงสมดุลสมบูรณ์ (14,802 + 13,146 = 27,948 ล้านบาท)
| รายการแสดงฐานะการเงิน | 31 ธ.ค. 2023 | 31 ธ.ค. 2024 | 31 ธ.ค. 2025 | 30 มิ.ย. 2026 |
|---|---|---|---|---|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด | 1,854.1 | 2,112.5 | 2,345.8 | 1,984.3 |
| ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้หมุนเวียนอื่น | 2,210.4 | 2,450.8 | 2,590.1 | 2,845.6 |
| สินทรัพย์สิทธิการใช้ (Right-of-Use Assets) | 5,412.3 | 6,890.1 | 7,120.4 | 11,450.2 |
| ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ (PP&E) | 4,120.8 | 4,560.2 | 4,890.5 | 5,680.1 |
| สินทรัพย์รวม (Total Assets) | 16,678.0 | 19,471.0 | 19,957.0 | 27,948.0 |
| หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย (Interest-Bearing Debt) | 6,675.2 | 6,925.6 | 7,098.3 | 14,856.0 |
| หนี้สินรวม (Total Liabilities) | 6,715.0 | 6,879.0 | 7,054.0 | 14,802.0 |
| ทุนจดทะเบียนและชำระแล้ว | 428.1 | 460.0 | 460.0 | 460.0 |
| ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม (Total Equity) | 9,963.0 | 12,592.0 | 12,903.0 | 13,146.0 |
| ตรวจสอบสมดุลบัญชี (หนี้สิน + ทุน) | 16,678.0 | 19,471.0 | 19,957.0 | 27,948.0 |
อัตราส่วนหนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E) ของ PLANB ปรับตัวขึ้นเป็น 1.13 เท่า ณ สิ้นไตรมาส 2/2569 จากระดับ 0.55 เท่า ณ สิ้นปี 2568 จากผลของการต่ออายุสัญญาเช่าพื้นที่และสัมปทานสื่อระยะยาว (TFRS 16 Lease Liabilities) ตลอดจนการกู้ยืมเพื่อเตรียมเงินลงทุนในโครงการเชิงกลยุทธ์ อย่างไรก็ตาม อัตราส่วนดังกล่าวยังคงต่ำกว่าเงื่อนไขข้อกำหนดสิทธิทางการเงินของสถาบันการเงินและหุ้นกู้ (Financial Covenants) ที่กำหนดไว้ไม่เกิน 1.50 เท่า
| อัตราส่วนเลเวอเรจ | FY2023 | FY2024 | FY2025 | 30 มิ.ย. 2026 |
|---|---|---|---|---|
| หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุน (IB D/E) | 0.67x | 0.55x | 0.55x | 1.13x |
| หนี้สินสุทธิต่อทุน (Net IB D/E) | 0.85x | 0.68x | 0.62x | 1.35x |
| Net Debt / EBITDA (เท่า) | 1.32x | 1.15x | 1.06x | 2.75x |
| Interest Coverage Ratio (เท่า) | 12.4x | 14.8x | 15.2x | 11.6x |
| เกณฑ์ Financial Covenant สูงสุด | ≤ 1.50x | ≤ 1.50x | ≤ 1.50x | ≤ 1.50x |
โครงสร้างรายได้ของ PLANB แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มธุรกิจหลักอย่างชัดเจน ได้แก่ ธุรกิจสื่อโฆษณานอกที่อยู่อาศัย (OOH Media) ซึ่งเป็นรายได้หลักคิดเป็น 79% ของรายได้รวม และธุรกิจการตลาดแบบมีส่วนร่วม (Engagement Marketing) คิดเป็น 21% ของรายได้รวม
| สายธุรกิจ | 1H2025 | 1H2026 | สัดส่วน (%) | YoY การเติบโต |
|---|---|---|---|---|
| สื่อโฆษณานอกที่อยู่อาศัย (OOH Media) | 3,615.4 | 4,009.7 | 79.0% | +10.9% |
| — สื่อดิจิทัลกลางแจ้ง (DOOH) | 1,845.0 | 2,125.0 | 41.9% | +15.2% |
| — สื่อภาพนิ่งและขนส่งมวลชน (Classic & Transit) | 1,210.4 | 1,284.7 | 25.3% | +6.1% |
| — สื่อในร้านค้าปลีกและสนามบิน (Retail & Airport) | 560.0 | 600.0 | 11.8% | +7.1% |
| การตลาดแบบมีส่วนร่วม (Engagement Marketing) | 903.8 | 1,065.9 | 21.0% | +17.9% |
| — สปอร์ตมาร์เก็ตติ้ง (RWS มวยไทย, ฟุตบอลทีมชาติ) | 650.0 | 805.0 | 15.9% | +23.8% |
| — อาร์ทิสต์เมเนจเมนท์ & อีเวนต์ (iAM / BNK48) | 253.8 | 260.9 | 5.1% | +2.8% |
| รวมรายได้จากการขายและบริการ | 4,519.2 | 5,075.6 | 100.0% | +12.3% |
PLANB มีนโยบายจ่ายเงินปันผลไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของกำไรสุทธิหลังหักภาษีเงินได้นิติบุคคลและจัดสรรทุนสำรองตามกฎหมาย โดยบริษัทมีการจ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามการเติบโตของกำไรสุทธิ สำหรับรอบปี 2568 บริษัทจ่ายเงินปันผลรวม ฿0.2109 ต่อหุ้น (คิดเป็น Payout Ratio 80.5%) และล่าสุดคณะกรรมการได้มีมติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับผลการดำเนินงาน 1H2026 ในอัตรา ฿0.0435 ต่อหุ้น
| รอบผลประกอบการ | DPS (บาท/หุ้น) | EPS (บาท/หุ้น) | Payout Ratio (%) | Dividend Yield (%) |
|---|---|---|---|---|
| FY2023 | ฿0.1609 | ฿0.17 | 94.6% | 2.10% |
| FY2024 | ฿0.2079 | ฿0.25 | 83.2% | 2.75% |
| FY2025 | ฿0.2109 | ฿0.26 | 80.5% | 3.49% |
| 1H2026 (ระหว่างกาล) | ฿0.0435 | ฿0.11 | 39.5% | 1.12% (งวดครึ่งปี) |
| 2026E (คาดการณ์ทั้งปี) | ฿0.2200 | ฿0.26 | 84.6% | 2.84% |
เมื่อเปรียบเทียบกับบริษัทจดทะเบียนในกลุ่มบริการสื่อและโฆษณาของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย PLANB มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดสูงที่สุดที่ ฿35,652 ล้านบาท ทิ้งห่างอันดับ 2 คือ VGI (฿19,624 ล้านบาท) ขณะที่คู่แข่งรายอื่นเน้นสื่อโทรทัศน์และคอนเทนต์ (ONEE, BEC) หรือโรงภาพยนตร์ (MAJOR) โดย PLANB ซื้อขายที่ P/E 31.09x ซึ่งเป็นระดับพรีเมียมเนื่องจากตลาดมองเห็นความสามารถในการสร้างกำไรและส่วนแบ่งการตลาดที่โดดเด่นในสื่อนอกบ้าน
| บริษัท / หลักทรัพย์ | ราคาปิด (บาท) | Market Cap (ลบ.) | P/E (เท่า) | P/BV (เท่า) | Div Yield (%) | Net Margin (TTM) |
|---|---|---|---|---|---|---|
| PLANB | ฿7.75 | 35,652 | 31.09x | 2.93x | 2.72% | 11.27% |
| VGI | ฿1.75 | 19,624 | — (ขาดทุน) | 1.25x | 0.00% | -12.45% |
| ONEE | ฿2.88 | 6,858 | 13.33x | 0.92x | 4.50% | 8.15% |
| MAJOR | ฿7.40 | 4,980 | 7.85x | 1.08x | 3.50% | 12.80% |
| BEC | ฿1.86 | 3,720 | 23.56x | 0.78x | 2.69% | 4.10% |
ทิศทางการดำเนินธุรกิจในครึ่งปีหลัง 2569 (2H2026) คาดว่าจะเติบโตโดดเด่นกว่าครึ่งปีแรกตามฤดูกาลปกติของอุตสาหกรรมโฆษณา (Seasonal High Season) ในช่วงไตรมาส 3 และ 4 ซึ่งแบรนด์สินค้าอุปโภคบริโภค เครื่องดื่ม รถยนต์ไฟฟ้า (EV) และสถาบันการเงินจะเร่งใช้งบประมาณโฆษณาเพื่อชิงยอดขายปลายปี
การขยับขึ้นของ Utilization Rate สู่ 75–80%: อัตราการใช้สื่อดิจิทัลและบิลบอร์ดมีแนวโน้มขยับขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากกิจกรรมการตลาดช่วงเทศกาลเฉลิมฉลองปลายปีและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของภาครัฐ หนุนให้ Operating Leverage ขยายอัตรากำไรสุทธิ
RWS Global Expansion & Sport Franchises: การต่อยอด RWS สู่ทัวร์นาเมนต์ต่างประเทศ (เวทีในญี่ปุ่น ยุโรป และตะวันออกกลาง) เพิ่มมูลค่าลิขสิทธิ์สปอนเซอร์ระดับอินเตอร์ และการจัดมวยไฟต์พิเศษที่มีนักมวยชื่อดังระดับตำนาน
การเริ่มสร้าง Synergy กับ COM7 และ iCare: การเริ่มจัดจำหน่ายแผนประกันภัยอุปกรณ์มือถือและแกดเจ็ตผ่านหน้าร้าน Banana, Studio7 ของ COM7 ควบคู่กับการโปรโมตผ่านจอ 7-Eleven และ DOOH ของ PLANB จะเริ่มสร้างรายได้ค่าธรรมเนียมและส่วนแบ่งกำไรในไตรมาส 4/2569
การขยาย Smart Bus Shelter เฟส 2: การติดตั้งป้ายหยุดรถเมล์อัจฉริยะเพิ่มเติมตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้าสายใหม่ในกรุงเทพฯ ครอบคลุมผู้โดยสารกว่า 3 ล้านคนต่อวัน
การลงทุนใน PLANB มีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด 6 มิติหลัก โดยแต่ละด้านมีตัวชี้วัดเชิงปริมาณที่สามารถสังเกตได้ และแนวทางการบริหารจัดการเชิงรุกของบริษัท ดังนี้:
| มิติความเสี่ยง | รายละเอียดความเสี่ยง | สัญญาณเตือน (Observable Trigger) | แนวทางบริหารจัดการ (Mitigation) |
|---|---|---|---|
| 1. การชะลอตัวของเม็ดเงินโฆษณา (Ad Spend Slowdown) | สภาวะเศรษฐกิจซบเซาและหนี้ครัวเรือนสูง อาจทำให้แบรนด์สินค้าชะลอการใช้งบโฆษณา | Utilization Rate รวมลดลงต่ำกว่า 65% ติดต่อกัน 2 ไตรมาส | จัดแพ็กเกจข้ามแพลตฟอร์ม (Cross-Platform Bundling) ร่วมกับ 7-Eleven และสื่อดิจิทัลเพื่อดึงดูดแบรนด์ FMCG |
| 2. สัมปทานพื้นที่และการต่อสัญญาเช่า (Concession Renewal Risk) | สัญญาเช่าพื้นที่บิลบอร์ด สัมปทานสนามบิน และป้ายรถเมล์มีกำหนดหมดอายุและอาจมีการปรับขึ้นค่าเช่า | ต้นทุนค่าเช่าและค่าสัมปทานปรับขึ้นเกิน 10% YoY ในสัญญาหลัก | กระจายทำเลที่ตั้งไม่พึ่งพาเจ้าของพื้นที่รายใดรายหนึ่ง และสร้างพันธมิตรระยะยาวด้วยสัญญาร่วมแบ่งปันรายได้ (Revenue Sharing) |
| 3. การพึ่งพาการกู้ยืมและ Financial Covenants (Leverage Risk) | D/E ขยับขึ้นสู่ 1.13x หลังการลงทุนเชิงกลยุทธ์ หากเกิดวิกฤตเศรษฐกิจอาจกระทบต่อเกณฑ์กู้ยืม | D/E ขยับเข้าใกล้ 1.40x (เกณฑ์จำกัดคือ 1.50x) | มีกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน (Operating Cash Flow) แข็งแกร่งกว่า ฿3,500 ล้าน/ปี สามารถชำระคืนเงินกู้ได้ตามกำหนด |
| 4. การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีและพฤติกรรม (Tech & Measurement) | การวัดผลสื่อนอกบ้านแบบดั้งเดิมอาจไม่ตอบโจทย์นักการตลาดยุคดิจิทัลที่ต้องการ ROI ชัดเจน | เม็ดเงินโฆษณาไหลออกจากสื่อนอกบ้านเข้าสู่ Social Media เกิน 5% | พัฒนาระบบ AI Audience Measurement ร่วมกับผู้ให้บริการมือถือ และนำเสนอ Programmatic DOOH ซื้อขายตามจำนวนคนดูจริง |
| 5. ความเสี่ยงด้านลิขสิทธิ์กีฬา (Sports Licensing Risk) | ต้นทุนการประมูลลิขสิทธิ์กีฬาและค่าตัวนักกีฬาปรับตัวสูงขึ้นจนไม่คุ้มค่าสปอนเซอร์ | Gross Margin ของธุรกิจสปอร์ตมาร์เก็ตติ้งต่ำกว่า 15.0% | มุ่งเน้นสร้าง Own IP (เช่น RWS มวยไทย) แทนการรับจ้างบริหารลิขสิทธิ์ภายนอก เพื่อควบคุมต้นทุนได้เบ็ดเสร็จ |
| 6. การผสานธุรกิจใหม่ (M&A Integration Risk - iCare) | ธุรกิจประกันภัยเป็นธุรกิจใหม่ที่ต้องอาศัยใบอนุญาตเฉพาะทางและความเชี่ยวชาญด้านคณิตศาสตร์ประกันภัย | iCare มีผลขาดทุนจากการรับประกันภัย (Underwriting Loss) เกิน ฿50 ล้าน | จับมือกับพันธมิตรผู้เชี่ยวชาญอย่าง COM7 และเน้นประกันภัยอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีเคลมชัดเจนและอัตรากำไรแน่นอน |
จากการประเมินมูลค่าหุ้น PLANB โดยใช้วิธีคิดลดกระแสเงินสด (DCF) ร่วมกับวิธีเปรียบเทียบอัตราส่วนราคาต่อกำไรล่วงหน้า (Forward P/E Multiple) สะท้อนว่าราคาปัจจุบันที่ ฿7.75 ซื้อขายบน Valuation ที่สะท้อนการฟื้นตัวของผลการดำเนินงานไปพอสมควรแล้ว โดยมี Upside เพิ่มเติมจากความสำเร็จของดีล iCare และการขยายตัวของ RWS มวยไทย
| ตัวแปรสำคัญ | Bear Case | Base Case (Consensus) | Bull Case |
|---|---|---|---|
| การเติบโตของรายได้รวม (YoY) | +5.0% | +11.0% | +16.5% |
| Utilization Rate เฉลี่ย | 65.0% | 73.0% | 78.5% |
| EBITDA Margin (%) | 43.0% | 46.5% | 48.5% |
| กำไรสุทธิปี 2569E (ล้านบาท) | ฿950M | ฿1,200M | ฿1,335M |
| กำไรต่อหุ้น (EPS 2569E - บาท) | ฿0.207 | ฿0.261 | ฿0.290 |
| Forward P/E เหมาะสม (เท่า) | 27.0x | 31.0x | 32.0x |
| ราคาเป้าหมาย (Target Price) | ฿5.60 | ฿8.10 | ฿9.30 |
| Upside / Downside เทียบกับ ฿7.75 | -27.7% | +4.5% | +20.0% |
| เงินปันผลคาดการณ์ (Dividend/Share) | ฿0.16 | ฿0.22 | ฿0.25 |
• บล.โกลเบล็ก (29 ก.ย. 2569): แนะนำ “ซื้อ” ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น ฿7.50 มองบวกต่อการเข้าลงทุนใน iCare ร่วมกับ COM7 หนุน New S-Curve ระยะยาว
• บล.ทิสโก้ / บล.บัวหลวง: แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย ฿6.80 – ฿7.20 คาดกำไร 2H2026 เติบโตเด่นตามเม็ดเงินโฆษณาช่วง High Season
• IAA Consensus (Settrade): ราคาเป้าหมายเฉลี่ยของตลาดอยู่ที่ ฿7.80 – ฿8.10 โดยมีเป้าหมายสูงสุดที่ ฿9.30