บริษัท เพรซิเดนท์ เบเกอรี่ จำกัด (มหาชน) (SET: PB) เป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ขนมปังและเบเกอรี่ชั้นนำอันดับหนึ่งของประเทศไทยภายใต้ตราสินค้า “ฟาร์มเฮ้าส์” (Farmhouse) ซึ่งครองส่วนแบ่งตลาดขนมปังค้าส่งมากกว่า 50% ด้วยระบบการกระจายสินค้าแบบ Direct Store Delivery (DSD) ที่ครอบคลุมร้านค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Trade) และร้านค้าดั้งเดิม (Traditional Trade) มากกว่า 50,000 จุดขายทั่วประเทศ พร้อมทั้งการเป็นผู้ผลิตขนมปังเบอร์เกอร์และฮอทดอกหลักให้แก่เครือร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดสากล (QSR) อาทิ McDonald’s, KFC, Burger King และ Chester
PB เดินหน้าแผนยุทธศาสตร์ลงทุนระยะยาว 3 ปี (ช่วงปี 2569–2571) วงเงินรวมประมาณ 4,000–5,000 ล้านบาท มุ่งเน้นการขยายโรงงานผลิตแห่งใหม่ ยกระดับประสิทธิภาพระบบอบขนมปังอัตโนมัติ และการเปลี่ยนผ่านฝูงรถขนส่งกระจายสินค้าประจำวันเป็นยานยนต์ไฟฟ้า (EV Trucks) เพื่อลดต้นทุนพลังงานเชื้อเพลิงในระยะยาวท่ามกลางโครงสร้างทางการเงินที่แข็งแกร่ง ปราศจากภาระหนี้สินกู้ยืมดอกเบี้ย (Zero Interest-Bearing Debt)
| หัวข้อสารสนเทศ | รายละเอียดหลักทรัพย์ PB | แหล่งข้อมูลอ้างอิง |
|---|---|---|
| ชื่อหลักทรัพย์ / สัญลักษณ์ | บริษัท เพรซิเดนท์ เบเกอรี่ จำกัด (มหาชน) (SET: PB) | SET Factsheet PB |
| กลุ่มอุตสาหกรรม / หมวดธุรกิจ | เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร (AGRO) / อาหารและเครื่องดื่ม (FOOD) | SET Factsheet PB |
| ทุนจดทะเบียนและชำระแล้ว | ฿450,000,000 บาท (จำนวน 450,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ ฿1.00) | SET Company Profile |
| วันที่เริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ (IPO) | 25 ธันวาคม 2545 (ราคาเสนอขาย IPO ฿25.00 พาร์เดิม ฿10.00 แตกพาร์เป็น ฿1.00 ในปี 2554) | SET Factsheet |
| ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ 3 อันดับแรก | บมจ. ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ (TFMAMA 46.99%), บมจ. สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง (SPI 20.75%), บมจ. สหพัฒนพิบูล (SPC 10.00%) | SET Shareholders |
| สัดส่วนการถือหุ้นต่างด้าว (Foreign Limit) | ถือครองจริง 0.18% จากเพดานอนุญาตสูงสุด 30.00% (ณ 25 ก.ย. 2569) | SET Factsheet |
| นโยบายการจ่ายเงินปันผล | ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 ของกำไรสุทธิหลังหักภาษีเงินได้และสำรองตามกฎหมาย | SET Factsheet PB |
| ที่ตั้งสำนักงานใหญ่ | อาคารอาร์เอส ทาวเวอร์ ชั้น 29 เลขที่ 121/84-85 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400 | www.farmhouse.co.th |
บมจ. เพรซิเดนท์ เบเกอรี่ ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2523 ภายใต้กลุ่มเครือสหพัฒน์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ที่มีมาตรฐานสากลและสุขอนามัยระดับสูงสำหรับคนไทย ปัจจุบันบริษัทเป็นผู้นำตลาดเบเกอรี่ค้าส่งของประเทศด้วยตราสินค้าที่เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางคือ “ฟาร์มเฮ้าส์” (Farmhouse) ซึ่งมีกำลังการผลิตจากโรงงานระบบอัตโนมัติขนาดใหญ่ 3 แห่งในนิคมอุตสาหกรรมบางชันและนิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง
1. ธุรกิจเบเกอรี่ค้าส่ง (Wholesale Bakery Business - สร้างรายได้ราว 88.5%): ผลิตภัณฑ์หลักครอบคลุม ขนมปังแผ่น (White Bread, Whole Wheat, Royal Bread), ขนมปังฮอทดอกและเบอร์เกอร์, ขนมปังพร้อมทานสอดไส้ต่าง ๆ (Snack Buns), แซนด์วิชสด, เค้กพร้อมทาน (Doraemon Cake, Banana Cake), โดนัททอด และเกล็ดขนมปังสำหรับประกอบอาหาร กระจายสินค้าผ่านหน่วยรถส่งตรง (DSD) ถึงมือผู้ค้ากว่า 50,000 จุดขายทุกวัน
2. ธุรกิจฟาสต์ฟู้ดและจัดเลี้ยง (Fast Food & Catering Business - ราว 7.5%): ผลิตขนมปังตามสูตรและข้อกำหนดพิเศษให้แก่เชนร้านอาหารบริการด่วนระดับโลก (Quick Service Restaurants - QSR) เช่น McDonald’s, KFC, Burger King, Pizza Hut และ Chester รวมถึงการผลิตเกล็ดขนมปังสำหรับโรงงานแปรรูปอาหารส่งออก
3. ธุรกิจค้าปลีกเบเกอรี่และร้านอาหาร (Retail Business & Restaurants - ราว 3.5%): ดำเนินการผ่านร้านค้าปลีกเบเกอรี่และคีออส ได้แก่ ร้าน Deliya by Farmhouse, เค้กพรีเมียมสั่งตัด Madame Marco, คีออสแซนด์วิชอบสด Good Morning Farmhouse, ตู้จำหน่ายเบเกอรี่อัตโนมัติ (Vending Machines) และร้านอาหารญี่ปุ่นทงคัตสึพรีเมียม Shinjuku Tonkatsu Saboten
4. ธุรกิจส่งออก (Export Business - ราว 0.5%): ส่งออกผลิตภัณฑ์ขนมปังกรอบและเกล็ดขนมปังผ่านผู้ค้าส่งในประเทศไปยังตลาดเพื่อนบ้านในภูมิภาคอาเซียน
หัวใจแห่งความสำเร็จของฟาร์มเฮ้าส์คือ ระบบโลจิสติกส์ Direct Store Delivery (DSD) ด้วยกองรถกระจายสินค้ามากกว่า 1,000 คันที่ออกเดินทางจากศูนย์กระจายสินค้าทั่วประเทศในทุกเช้าตรู่ ส่งมอบขนมปังสดยังชั้นวางของร้านสะดวกซื้อ (7-Eleven, CJ Express), ไฮเปอร์มาร์เก็ต (Lotus’s, Big C) และร้านโชห่วยท้องถิ่น พร้อมระบบรับคืนสินค้าหมดอายุ ทำให้คู่แข่งรายใหม่แทบไม่สามารถสร้างเครือข่ายโลจิสติกส์ที่มีความถี่และประสิทธิภาพระดับนี้ขึ้นมาแข่งขันได้
| รายการ (ล้านบาท) | FY2023 | FY2024 | FY2025 | 1H2025 | 1H2026 | TTM (มิ.ย.26) |
|---|---|---|---|---|---|---|
| รายได้รวม | 7,703.29 | 7,697.21 | 7,251.54 | 3,660.00 | 3,443.99 | 7,035.53 |
| EBITDA | 2,350.00 | 2,230.00 | 1,880.00 | 960.00 | 881.46 | 1,801.46 |
| กำไรสุทธิ | 1,707.77 | 1,590.59 | 1,257.69 | 628.56 | 551.49 | 1,180.62 |
| อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) | 48.2% | 47.5% | 45.1% | 45.8% | 44.9% | 44.7% |
| อัตรากำไร EBITDA (EBITDA Margin) | 30.5% | 29.0% | 25.9% | 26.2% | 25.6% | 25.6% |
| อัตรากำไรสุทธิ (NPM) | 22.2% | 20.7% | 17.3% | 17.2% | 16.0% | 16.8% |
| กำไรต่อหุ้น (EPS - บาท) | 3.80 | 3.53 | 2.79 | 1.40 | 1.23 | 2.62 |
| รายการฐานะการเงิน (ล้านบาท) | สิ้นปี 2566 | สิ้นปี 2567 | สิ้นปี 2568 | ณ 30 มิ.ย. 2569 |
|---|---|---|---|---|
| สินทรัพย์หมุนเวียน | 4,210.15 | 4,562.30 | 5,820.45 | 5,910.20 |
| — เงินสด รายการเทียบเท่า และเงินลงทุนระยะสั้น | 1,840.50 | 2,110.20 | 2,450.60 | 2,520.10 |
| — ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้หมุนเวียนอื่น | 1,120.30 | 1,180.50 | 1,210.40 | 1,195.30 |
| — สินค้าคงเหลือ (วัตถุดิบและเบเกอรี่สำเร็จรูป) | 495.20 | 510.40 | 540.80 | 562.50 |
| สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน (ที่ดิน อาคาร และเครื่องจักรอบ) | 12,034.59 | 12,115.88 | 13,650.43 | 13,795.36 |
| สินทรัพย์รวม | 16,244.74 | 16,678.18 | 19,470.88 | 19,705.56 |
| หนี้สินหมุนเวียน (เจ้าหนี้การค้า ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย) | 3,850.20 | 3,520.10 | 3,610.40 | 3,420.50 |
| หนี้สินไม่หมุนเวียน (ภาระผูกพันผลประโยชน์พนักงาน) | 3,444.67 | 3,195.46 | 3,268.89 | 3,229.50 |
| หนี้สินรวม | 7,294.87 | 6,715.56 | 6,879.29 | 6,650.00 |
| ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม | 8,949.87 | 9,962.62 | 12,591.59 | 13,055.56 |
บมจ. เพรซิเดนท์ เบเกอรี่ ถือเป็นหนึ่งในบริษัทจดทะเบียนที่มีโครงสร้างทางการเงินที่ปลอดภัยที่สุดในตลาดหลักทรัพย์ไทย (Cash Rich & Debt Free) โดยดำเนินนโยบายทางการเงินแบบระมัดระวัง (Conservative) ค่าใช้จ่ายลงทุนส่วนใหญ่ได้รับเงินสนับสนุนจากกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน (Operating Cash Flow) ที่แข็งแกร่งปีละกว่า 1,800–2,200 ล้านบาท ส่งผลให้อัตราส่วนความสามารถในการชำระดอกเบี้ย (Interest Coverage Ratio) ไม่มีข้อจำกัด และมีความยืดหยุ่นทางการเงินสูงสุดในการรองรับความผันผวนทางเศรษฐกิจ
| สายธุรกิจ | สัดส่วน (%) | แบรนด์และผลิตภัณฑ์สำคัญ | ช่องทางจัดจำหน่ายหลัก |
|---|---|---|---|
| 1. เบเกอรี่ค้าส่ง (Wholesale) | 88.5% | Farmhouse ขนมปังแผ่นขาว โฮลวีต ขนมปังสอดไส้ แซนด์วิช เค้กพร้อมทาน | โมเดิร์นเทรด (7-Eleven, Lotus’s, Big C) และร้านโชห่วยทั่วประเทศ 50,000+ จุด |
| 2. ฟาสต์ฟู้ดและจัดเลี้ยง (Fast Food) | 7.5% | ขนมปังเบอร์เกอร์ ขนมปังฮอทดอก ครัวซองต์ เกล็ดขนมปังชุบทอด | เชน QSR ชั้นนำ (McDonald’s, KFC, Burger King, Chester, Pizza Hut) |
| 3. ค้าปลีกและร้านอาหาร (Retail) | 3.5% | Deliya, Madame Marco, Good Morning Farmhouse, Shinjuku Tonkatsu Saboten | ร้านสาขาของบริษัท ห้างสรรพสินค้า ตู้ Vending Machines และคีออส |
| 4. ส่งออกและอื่น ๆ (Export & Others) | 0.5% | ขนมปังกรอบ เกล็ดขนมปัง และเบเกอรี่แปรรูป | ส่งออกผ่านผู้ค้าส่งในประเทศไปยังตลาด CLMV |
| รอบผลประกอบการ | งวดระหว่างกาล (1H) | งวดสิ้นปี (2H) | รวมทั้งปี (DPS) | กำไรต่อหุ้น (EPS) | อัตราจ่ายเงินปันผล (Payout) |
|---|---|---|---|---|---|
| ปี 2566 (FY2023) | ฿0.86 | ฿1.14 | ฿2.00 | ฿3.80 | 52.6% |
| ปี 2567 (FY2024) | ฿0.89 | ฿1.01 | ฿1.90 | ฿3.53 | 53.8% |
| ปี 2568 (FY2025) | ฿0.71 | ฿0.79 | ฿1.50 | ฿2.79 | 53.8% |
| ปี 2569 (1H2026) | ฿0.62 | รอประกาศ | ฿0.62 (Interim) | ฿1.23 | 50.4% |
| หลักทรัพย์ | ราคาปิด (บาท) | Market Cap (ล้านบาท) | P/E (เท่า) | P/BV (เท่า) | Div Yield (%) | ลักษณะธุรกิจหลัก |
|---|---|---|---|---|---|---|
| PB | 47.00 | 21,150 | 17.91 | 1.62 | 3.19% | ผู้นำขนมปังค้าส่งฟาร์มเฮ้าส์ ค้าปลีก Deliya และเบเกอรี่ QSR |
| TFMAMA | 185.00 | 61,160 | 16.92 | 1.58 | 3.85% | บริษัทแม่ PB ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมาม่า และอาหารสำเร็จรูป |
| SNNP | 6.25 | 6,030 | 17.31 | 1.75 | 4.10% | ขนมขบเคี้ยวและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ แบรนด์เจเล่ (Jele) และเบนโตะ (Bento) |
| NSL | 21.00 | 6,300 | 10.83 | 2.95 | 4.50% | ผู้ผลิตแซนด์วิชอบร้อนและเบเกอรี่ส่งให้ร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven |
ข้อสังเกตเชิงเปรียบเทียบ: PB ซื้อขายที่ระดับ P/E 17.91x ใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยของบริษัทแม่ TFMAMA (16.92x) และ SNNP (17.31x) โดยมีจุดเด่นคือ P/BV ต่ำเพียง 1.62x และมีฐานะการเงินระดับ Net Cash แข็งแกร่งที่สุดในกลุ่ม ขณะที่ NSL มี P/E ต่ำกว่าเนื่องจากเป็นผู้ผลิตรับจ้าง (OEM/Co-packer) หลักให้แก่ CPALL ซึ่งมีอำนาจต่อรองราคาต่ำกว่าแบรนด์ของตัวเองอย่างฟาร์มเฮ้าส์
แม้ในระยะสั้น PB จะเผชิญกับภาวะกำลังซื้อของผู้บริโภคระดับกลาง-ล่างที่ชะลอตัวและการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดขนมปัง แต่บริษัทมีกลยุทธ์ระยะกลาง-ยาวที่ชัดเจนเพื่อรักษาความเป็นผู้นำตลาดและเพิ่มประสิทธิภาพการทำกำไรอย่างยั่งยืน
1. แผนลงทุนขยายกำลังการผลิตระยะ 3 ปี (2569–2571): บริษัทเตรียมงบลงทุนรวม 4,000–5,000 ล้านบาท เพื่อก่อสร้างอาคารโรงงานผลิตเบเกอรี่แห่งใหม่และติดตั้งสายการผลิตอัตโนมัติความเร็วสูง รองรับการเติบโตของเบเกอรี่เพื่อสุขภาพ (Healthy Bakery, Low Carb, High Fiber) และผลิตภัณฑ์สแน็คเบเกอรี่ที่มีอัตรากำไรสูง
2. การยกระดับประสิทธิภาพโลจิสติกส์สู่ Green Logistics (EV Fleet): ทยอยเปลี่ยนรถบรรทุกและรถตู้ส่งขนมปังเป็นยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งช่วยลดต้นทุนค่าน้ำมันเชื้อเพลิงได้กว่า 40–50% ต่อคัน และช่วยสนับสนุนเป้าหมายความยั่งยืนด้าน ESG
3. การต่อยอดความร่วมมือในระบบนิเวศกลุ่มสหพัฒน์และพันธมิตรดิจิทัล: การขยายช่องทางจำหน่ายผ่านร้านค้าในเครือ (เช่น Lawson 108, ร้านค้าในนิคมเครือสหพัฒน์) รวมถึงการร่วมลงทุนในแพลตฟอร์มดิจิทัลและอีคอมเมิร์ซเพื่อขยายฐานลูกค้าคนรุ่นใหม่
| ปัจจัยความเสี่ยง | คำอธิบายผลกระทบ | สัญญาณเตือนที่ต้องติดตาม | มาตรการบริหารจัดการความเสี่ยง |
|---|---|---|---|
| 1. ความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบหลัก | แป้งสาลี เนย น้ำมันปาล์ม และน้ำตาลทราย คิดเป็นสัดส่วนกว่า 60% ของต้นทุนการผลิต | ราคาข้าวสาลีในตลาดโลก (CBOT) และราคาน้ำมันปาล์มดิบ | ทำสัญญาซื้อล่วงหน้า (Forward Contracts) และบริหารสต็อกร่วมกับซัพพลายเออร์เครือสหพัฒน์ |
| 2. ข้อจำกัดด้านการปรับราคาสินค้า | ขนมปังแผ่นขาวเป็นสินค้าควบคุมราคาโดยกระทรวงพาณิชย์ ไม่สามารถขึ้นราคาได้ทันทีเมื่อต้นทุนเพิ่ม | ประกาศนโยบายควบคุมราคาสินค้าอุปโภคบริโภคของกรมการค้าภายใน | เน้นการออกผลิตภัณฑ์นวัตกรรมใหม่ (New SKUs) และสินค้าพรีเมียมที่ไม่อยู่ในบัญชีควบคุม |
| 3. กำลังซื้อชะลอตัวและการแข่งขัน | ผู้บริโภคปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไปบริโภคสินค้าทดแทนหรือแบรนด์ของห้าง (House Brands/Private Labels) | ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (CCI) และยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ของ Modern Trade | รักษาจุดแข็งด้านความสดใหม่รายวันและเพิ่มกิจกรรมการตลาดส่งเสริมการขาย ณ จุดจำหน่าย |
| 4. ต้นทุนค่าแรงและพลังงานขนส่ง | ระบบ DSD ต้องพึ่งพาพนักงานขับรถขนส่งกว่า 1,000 คัน ทำให้ค่าแรงและราคาน้ำมันส่งผลต่อ SG&A | การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำและราคาน้ำมันดีเซลในประเทศ | จัดเส้นทางวิ่งด้วยระบบ AI Routing Optimization และทยอยเปลี่ยนผ่านสู่รถขนส่งไฟฟ้า EV |
| 5. สภาพคล่องการซื้อขายหุ้นต่ำ (Low Liquidity) | Free Float อยู่ที่เพียง 16.93% เนื่องจากกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ถือครองหุ้นอย่างเหนียวแน่นกว่า 80% | มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันต่ำกว่า ฿1-2 ล้านบาท | เหมาะสำหรับนักลงทุนสถาบันหรือนักลงทุนระยะยาวที่เน้นถือรับเงินปันผล มากกว่าการเก็งกำไรระยะสั้น |
คำแนะนำเชิงกลยุทธ์: PB เหมาะอย่างยิ่งสำหรับนักลงทุนที่ต้องการ “หุ้นปลอดภัยและจ่ายปันผลสม่ำเสมอ” (Defensive & Dividend Play) ด้วยคุณสมบัติของธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็นที่มีแบรนด์อันดับหนึ่ง ระบบจัดจำหน่ายที่ยากจะเลียนแบบ และฐานะทางการเงินระดับ Net Cash ที่ไร้ความเสี่ยงด้านภาระหนี้ แม้การเติบโตของผลกำไรในระยะสั้นอาจถูกกดดันจากกำลังซื้อและต้นทุนวัตถุดิบ แต่ระดับราคาปัจจุบันที่ P/E 17.9x และ P/BV 1.62x พร้อม Dividend Yield ราว 3.2% ถือเป็นจุดที่สะท้อนปัจจัยลบไปมากแล้ว
| ประเด็นที่ต้องติดตาม (Monitoring Checklist) | ตัวชี้วัด / เอกสารอ้างอิง | เกณฑ์ประเมินเชิงบวก | เกณฑ์ประเมินที่ต้องระวัง |
|---|---|---|---|
| 1. ทิศทางอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) | งบการเงินรายไตรมาส (MD&A) | GPM ยืนเหนือระดับ 46.0% ต่อเนื่อง | GPM ลดลงต่ำกว่า 43.0% จากต้นทุนแป้งสาลีพุ่งขึ้น |
| 2. ความคืบหน้าโครงการลงทุนโรงงานใหม่ | รายงานความคืบหน้าของบริษัทต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ | ก่อสร้างแล้วเสร็จตามกำหนดและงบประมาณ | เกิดความล่าช้าหรือต้นทุนบานปลาย |
| 3. ประสิทธิผลการลดต้นทุนด้วยรถขนส่ง EV | อัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการขายต่อรายได้ (Selling/Sales) | สัดส่วน Selling Expenses/Sales ลดลงต่ำกว่า 18% | ค่าบำรุงรักษาหรือจุดชาร์จไม่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ |
| 4. ความสม่ำเสมอของเงินปันผล | การประกาศมติคณะกรรมการเรื่องเงินปันผล | จ่ายปันผลทั้งปีไม่ต่ำกว่า ฿1.40–฿1.50 ต่อหุ้น | Payout Ratio ลดต่ำกว่า 50% ของกำไรสุทธิ |