รายงานวิเคราะห์หุ้นเพื่อการตัดสินใจ · Equity Research Report

วิเคราะห์หุ้น OSP — บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน)

ผู้นำอุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคบริโภคและเครื่องดื่มชูกำลังอันดับหนึ่งของไทย ก่อตั้งมานานกว่า 135 ปี เจ้าของแบรนด์ M-150 ลิโพวิตัน-ดี และฉลาม ครองส่วนแบ่งตลาดเครื่องดื่มชูกำลังเฉลี่ยปี 2025 ที่ 44.2% และผู้นำเครื่องดื่มฟังก์ชันนัลดริงก์ (C-vitt, เปปทีน) 46.4% พร้อมกลุ่มของใช้ส่วนตัว (เบบี้มายด์, ทเวลฟ์ พลัส, เอ็กซิท), ผลิตภัณฑ์ยาและเสริมอาหาร (ยากฤษณากลั่น, แบนเนอร์, โบตัน), และธุรกิจบรรจุภัณฑ์ขวดแก้ว (สยามกลาส) งวด 1H2026 รายได้จากการขาย ฿12,460 ล้าน (−8.6% YoY ฐานรายงาน; +1.7% บนฐานปรับมาตรฐานบัญชี TAS 21) กำไรจากการดำเนินงานหลัก ฿2,257 ล้าน (+14.0% YoY) อัตรากำไรขั้นต้น 2Q26 สูงสุดเป็นประวัติการณ์ 42.8% งบดุลแข็งแกร่งเป็นเงินสดสุทธิ (Net IBD/E −0.26 เท่า) พร้อมปันผลระหว่างกาล 1H26 ฿0.45 ต่อหุ้น — ข้อมูลตลาด ณ 25 ก.ย. 2026 / จัดทำรายงาน ณ 7 ต.ค. 2026 / งบการเงิน ณ 30 มิ.ย. 2026
Sector: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร / อาหารและเครื่องดื่ม (Agro & Food Industry / Food & Beverage)ราคาล่าสุด ฿16.3Market Cap ฿48,961 ล้านP/E 13.42 · P/BV 2.96Dividend Yield ~4.91%

เขียนโดย HypeTimes Staff · ข้อมูล ณ

1. บทสรุปผู้บริหาร (Executive Summary)

ข้อมูลตลาด ณ 25 ก.ย. 2026 · ผลประกอบการ 1H2026 (สิ้นสุด 30 มิ.ย. 2026) · รายงานปรับปรุงล่าสุด 7 ต.ค. 2026
ราคา · Market Cap
฿16.30 · ฿48,961 ล้าน
ณ 25 ก.ย. 2026(SET Factsheet)
P/E · P/BV
13.42x · 2.96x
หมวดอาหารเฉลี่ย P/E 14.50x · P/BV 1.25x(SET)
Dividend Yield
4.91%
อิง DPS FY2025 ฿0.80 · 1H26 ระหว่างกาล ฿0.45(SET)
รายได้จากการขาย 1H2026
฿12,460 ล้าน
−8.6% YoY (รายงาน) · +1.7% (ฐานปรับ TAS 21)(MD&A 2Q26)
กำไรจากการดำเนินงานหลัก 1H2026
฿2,257 ล้าน
+14.0% YoY (รายงาน) · +42.6% (ฐานปรับ TAS 21)(MD&A 2Q26)
Gross Margin 2Q26 · Net IBD/E
42.8% · −0.26x
GPM สูงสุดเป็นประวัติการณ์ · ฐานะเงินสดสุทธิ(MD&A 2Q26)

บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) (SET: OSP) สถาบันธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภคระดับตำนานของไทย ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2434 (ค.ศ. 1891) ภายใต้ชื่อแรก “เต๊กเฮงหยู” โดยเริ่มต้นจากตำรับยากฤษณากลั่น ก่อนจะจดทะเบียนตั้งเป็นบริษัทในปี 1949 และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในปี 2018 ปัจจุบัน OSP มีอายุครบ 135 ปี และเป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มชูกำลังอันดับหนึ่งของประเทศ นำโดยแบรนด์เรือธง M-150, ลิโพวิตัน-ดี (Lipovitan-D) และ ฉลาม (Shark) ครองส่วนแบ่งตลาดรวม 44.2% และเป็นผู้นำตลาดเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพและฟังก์ชันนัลดริงก์ด้วยส่วนแบ่ง 46.4% นำโดย C-vitt (ส่วนแบ่งตลาดวิตามินซี 76.6%) พร้อมพอร์ตผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคลระดับหัวแถวอย่าง เบบี้มายด์ (Babi Mild), ทเวลฟ์ พลัส (Twelve Plus) และ เอ็กซิท (Exit) ควบคู่กับธุรกิจผลิตบรรจุภัณฑ์ขวดแก้วครบวงจร (สยามกลาสอินดัสทรี)

ประเด็นสำคัญจากการวิเคราะห์เชิงลึก (Key Strategic Takeaways)

  1. อัตรากำไรขยายตัวต่อเนื่องทุบสถิติใหม่ (Margin Expansion): อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ในไตรมาส 2/2026 ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 42.8% (+0.9pp YoY และ +0.5pp QoQ) จากประสิทธิภาพการผลิตหลังการรวมศูนย์โรงงานเครื่องดื่ม (Plant Consolidation) อัตราการใช้เศษแก้วรีไซเคิลของ บจก.สยามคัลเลท ที่สูงขึ้น และต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่ลดลง ควบคู่กับการควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหาร ส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานหลัก 1H2026 อยู่ที่ ฿2,257 ล้าน เติบโต +14.0% YoY บนฐานรายงาน และพุ่งขึ้น +42.6% YoY บนฐานเปรียบเทียบ TAS 21 (MD&A 2Q26 น.1, 5)
  2. ยอดขายในประเทศแกร่ง ชดเชยความท้าทายในเมียนมา (Domestic Strength vs Myanmar Drag): รายได้เครื่องดื่มในประเทศ 1H2026 ขยายตัวเด่น +8.6% YoY แตะ ฿7,864 ล้าน และผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนตัวโต +7.9% แตะ ฿1,500 ล้าน จากกลยุทธ์ Multi-tier pricing (M-150 ฝาเหลือง ฿10 ควบคู่กับสูตรวิตามิน ฿12) และการเติบโตของ C-vitt ขณะที่ยอดขายต่างประเทศลดลง −40.1% YoY ตามฐานรายงาน (−11.5% บนฐานปรับ) จากผลกระทบของการแปลงค่าเงินจ๊าดตาม TAS 21 และมาตรการโควตาใบอนุญาตนำเข้าวัตถุดิบในเมียนมา แต่ตลาดต่างประเทศอื่นที่ไม่รวมเมียนมายังเติบโตได้ถึง +19.5% YoY (MD&A 2Q26 น.6)
  3. งบดุลแข็งแกร่งเป็นเงินสดสุทธิ (Fortress Balance Sheet): บริษัทถือเงินสดและเงินลงทุนระยะสั้นรวม ฿4,899 ล้าน ขณะที่มีหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยเพียง ฿568 ล้าน ส่งผลให้มีสถานะเป็นเงินสดสุทธิ (Net IBD/E ติดลบ −0.26 เท่า) อัตราส่วนสภาพคล่องสูงถึง 2.37 เท่า สนับสนุนการจ่ายเงินปันผลสูงต่อเนื่อง (ประกาศปันผลระหว่างกาล 1H26 ที่ ฿0.45 ต่อหุ้น หรือคิดเป็น Dividend Yield ระหว่างกาลกว่า 2.76%) (MD&A 2Q26 น.11–13)
  4. การปลดล็อกมูลค่าสินทรัพย์และเสถียรภาพผู้บริหาร: บริษัททำสัญญาให้เช่าที่ดินสำนักงานใหญ่หัวหมาก ~45 ไร่ ระยะยาว 30 ปี แก่ บมจ. ซีพี แอ็กซ์ตร้า (CPAXT) เพื่อพัฒนาศูนย์การค้า ซึ่งจะสร้างกระแสเงินสดและกำไรสม่ำเสมอในระยะยาว พร้อมทั้งได้ประกาศแต่งตั้ง Group CFO คนใหม่ (Ms. Poranee D’Alelio) ซึ่งมีประสบการณ์ระดับสูงจากบรรษัทข้ามชาติชั้นนำ โดยจะเริ่มปฏิบัติหน้าที่วันที่ 4 ม.ค. 2027 เสริมสร้างความเชื่อมั่นด้านธรรมาภิบาล (SET News)

Bull Case — ฿20.50 (+25.8%)

  • เมียนมาฟื้นตัวเต็มพิกัด: การจัดสรรใบอนุญาตนำเข้าวัตถุดิบคลี่คลาย โรงงาน Thilawa กลับมาเดินเครื่อง 100% ยอดขายต่างประเทศเติบโต >12% บนฐานปรับ
  • ประสิทธิภาพการผลิตและต้นทุนหนุน GPM ยืนเหนือ 43.0%: ราคาก๊าซธรรมชาติและอะลูมิเนียมลดลงต่อเนื่อง
  • M-150 ทวงคืนมาร์เก็ตแชร์แตะ 46.0%: การเติบโตทั้งพอร์ต ฿10 และ ฿12 ดันกำไรปี 2026 สู่ ฿3,850+ ล้าน
  • อิง P/E 16.5x เทียบเท่าเป้าหมายสูงสุดของ UOB Kay Hian ฿20.50 (UOBKH)

Base Case — ฿18.50 (+13.5%)

  • ยอดขายโตตามเป้าฝ่ายบริหาร: เติบโต low-to-mid single digit บนฐานเปรียบเทียบได้ โดยตลาดในประเทศโต 5–7% ชดเชยเมียนมาที่ทรงตัว
  • GPM รักษาระดับสูง 41.5%–42.5%: การบริหารพอร์ตสินค้าและประสิทธิภาพเครือข่าย Van Sales
  • กำไรสุทธิปี 2026F ราว ฿3,650–3,720 ล้าน: สอดคล้องกับ IAA Consensus เฉลี่ย ฿3,661 ล้าน
  • ปันผลทั้งปี ฿0.82–0.85 ต่อหุ้น: Dividend Yield ราว 5.0%–5.2% ประเมินมูลค่าด้วย P/E 15.0x

Bear Case — ฿14.00 (−14.1%)

  • วิกฤตเมียนมายืดเยื้อ: ข้อจำกัดการนำเข้าวัตถุดิบและค่าเงินจ๊าดทรุดตัวต่อเนื่อง ฉุดยอดขายต่างประเทศหดตัว >20%
  • ต้นทุนโภคภัณฑ์โลกและพลังงานดีดตัว: ความตึงเครียดในตะวันออกกลางดันต้นทุนบรรจุภัณฑ์ ฉุด GPM หลุด 39.5%
  • สงครามราคาเครื่องดื่มชูกำลังในประเทศรุนแรงขึ้น: กำลังซื้อฐานรากอ่อนแอ บีบให้ต้องอัดโปรโมชั่นกดดันมาร์จิ้น
  • กำไรปี 2026 ปรับลงสู่ ฿3,150 ล้าน และตลาด de-rate P/E เหลือ 12.0x

2. ข้อมูลบริษัท (Factsheet)

ข้อมูลหลักทรัพย์และโครงสร้างองค์กรจาก SET Factsheet ณ 25 ก.ย. 2026
ราคาปิด
฿16.30
25 ก.ย. 2026(SET Price)
52-Week High / Low
฿18.90 / ฿13.70
กรอบ 52 สัปดาห์(SET)
Enterprise Value (EV)
฿44,885 ล้าน
EV/EBITDA 7.51x(SET)
BVPS · Beta
฿5.51 · 0.78
BVPS ส่วนของบริษัทใหญ่(SET)
หุ้นจดทะเบียนชำระแล้ว
3,003.75 ล้านหุ้น
มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ ฿1.00(SET)
Free Float
52.35%
ผู้ถือหุ้นรายย่อย 31,008 ราย (16 มี.ค. 2026)(SET)
การถือหุ้นของต่างชาติ
19.74% · 49.00%
ถือจริง vs เพดาน (NVDR 4.92%)(SET)
ดัชนีอ้างอิง · ESG Rating
SET50 · AAA
ระดับความยั่งยืนสูงสุด · CAC Certified(SET)
ข้อมูลบริษัทและผู้บริหารสำคัญ — ที่มา: SET Factsheet (ภาษาไทย) ผู้ถือหุ้น ณ วันปิดสมุด 28 ส.ค. 2026
หัวข้อรายละเอียด
ชื่อทางการ (ไทย / อังกฤษ)บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) / Osotspa Public Company Limited (สัญลักษณ์: OSP)
กลุ่มอุตสาหกรรม / หมวดธุรกิจเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร (Agro & Food Industry) / อาหารและเครื่องดื่ม (Food & Beverage)
ประวัติการก่อตั้งและการจดทะเบียนก่อตั้ง พ.ศ. 2434 (ค.ศ. 1891) ในนาม “เต๊กเฮงหยู” · จดทะเบียนบริษัทจำกัดปี 1949 · เข้าซื้อขายใน SET เมื่อ 17 ต.ค. 2018 (IPO ฿25.00)
ที่ตั้งสำนักงานใหญ่348 ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร 10240
ประธานกรรมการบริษัทนาย สมประสงค์ บุญยะชัย (กรรมการอิสระ)
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO)นางสาว มุกดา ไพรัชเวทย์
โครงสร้างผู้ถือหุ้นใหญ่นาย นิติ โอสถานุเคราะห์ 24.07% · BANK JULIUS BAER & CO. LTD, SINGAPORE 8.69% · บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด 5.00% · นาย เสรี โอสถานุเคราะห์ 4.36% · นายนเรศ งามอภิสิทธิ์ 2.50% (กลุ่มตระกูลโอสถานุเคราะห์ถือหุ้นรวมกันใน 26 อันดับแรกรวมประมาณ 44.6%)
ผู้สอบบัญชีบริษัท เคพีเอ็มจี ภูมิไชย สอบบัญชี จำกัด (KPMG Phoomchai Audit) — รายงานงบ 2Q26 ให้ข้อสรุปแบบไม่มีเงื่อนไข
นโยบายการจ่ายเงินปันผลไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 ของกำไรสุทธิตามงบการเงินรวมหลังหักภาษีเงินได้และสำรองตามกฎหมาย

หมายเหตุ: ตัวเลขสัดส่วนการถือหุ้นของตระกูลโอสถานุเคราะห์ 44.6% เป็นผลรวมคำนวณจากรายชื่อผู้ถือหุ้น 26 อันดับแรกใน SET Factsheet เพื่อสะท้อนโครงสร้างการควบคุมที่แท้จริง

3. ลักษณะธุรกิจและโครงสร้างพอร์ตโฟลิโอ (Business Overview)

โครงสร้างสายธุรกิจ แบรนด์สินค้า โรงงานผลิต และบริษัทย่อย — อ้างอิงแบบ 56-1 One Report 2025 และ MD&A 2Q26

บมจ.โอสถสภา ดำเนินธุรกิจผลิต ทำการตลาด และจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคครบวงจรทั้งในและต่างประเทศ โดยครอบคลุมตลอดทั้งห่วงโซ่มูลค่า (Integrated Value Chain) ตั้งแต่การวิจัยพัฒนาสูตรสินค้า การผลิตวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ขวดแก้ว การผลิตและบรรจุเครื่องดื่มและของใช้ส่วนบุคคล ตลอดจนเครือข่ายโลจิสติกส์และการกระจายสินค้าที่ครอบคลุมที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โครงสร้างธุรกิจหลักของกลุ่ม OSP แบ่งออกเป็น 4 มิติสำคัญ ดังนี้:

1. กลุ่มธุรกิจเครื่องดื่ม (Beverage Business Unit) — สัดส่วน 83.7% ของรายได้จากการขาย 1H2026

2. กลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคล (Personal Care Business Unit) — สัดส่วน 12.0%

3. กลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์ยา เสริมอาหาร และลูกอม (Healthcare, Supplements & Confectionery)

4. กลุ่มธุรกิจผลิตบรรจุภัณฑ์ขวดแก้ว บริการรับจ้างผลิต และห่วงโซ่อุปทาน (Packaging, OEM & Supply Chain) — 4.3%

4. ผลประกอบการทางการเงิน (Financial Performance)

FY2023–FY2025 และ 1H2026 (สิ้นสุด 30 มิ.ย. 2026) · หน่วย: ล้านบาท (เว้นแต่ระบุเป็นอื่น)
รายได้จากการขาย EBITDA และกำไรสุทธิ (ฐานรายงาน) — FY2023 → TTM มิ.ย. 2026

ที่มา: MD&A FY2024, MD&A FY2025, MD&A 2Q26; TTM = FY2025 − 1H2025 + 1H2026 โดย EBITDA TTM ฿5,977 ล้าน ตรงกับตัวเลขที่ SET Factsheet ใช้คำนวณ EV/EBITDA — รายได้ TTM ที่ลดลงมีสาเหตุหลักมาจากการแปลงค่าเงินจ๊าดตามมาตรฐาน TAS 21

อัตรากำไร EBITDA Margin และ Net Margin (ฐานรายงาน) — FY2023 → TTM มิ.ย. 2026

ที่มา: คำนวณจากตัวเลขงบการเงินใน MD&A — ทั้งนี้ FY2024 ได้รับผลกระทบจากผลขาดทุนการปรับโครงสร้างธุรกิจ ฿1,400 ล้าน ขณะที่ FY2025 มีการบันทึกกำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุนใน MGE สุทธิค่าใช้จ่ายรวมศูนย์โรงงาน +฿165 ล้าน (MD&A FY2025 น.1–2)

เปรียบเทียบผลการดำเนินงานงวด 1H2025 vs 1H2026 (ฐานรายงาน)

ที่มา: MD&A 2Q26 น.5 — หากคำนวณบนฐานปรับปรุง TAS 21 ของฝ่ายบริหาร รายได้ 1H26 จะเติบโต +1.7% YoY, กำไรสุทธิเติบโต +20.2% YoY และกำไรจากการดำเนินงานหลักเติบโตเด่นถึง +42.6% YoY

สรุปผลประกอบการทางการเงิน (ล้านบาท) — ที่มา: MD&A FY2024, MD&A FY2025, MD&A 2Q26
รายการทางการเงินFY2023FY2024FY20251H20251H2026% YoY (1H)
รายได้จากการขาย26,06227,06925,56113,63912,460−8.6%
อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin)34.5%37.3%40.1%41.1%42.6%+1.5pp
EBITDA (ฐานรายงาน)4,5103,7615,9963,4853,466−0.5%
Core EBITDA (กำไรจากการดำเนินงานหลักก่อนหักค่าเสื่อม)4,2895,1615,8653,1903,466+8.7%
กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ (รายงาน)2,4021,6383,6672,2752,257−0.8%
รายการพิเศษสุทธิ (Non-recurring items)+221−1,400+165+2950—
กำไรจากการดำเนินงานหลัก (Core Net Profit)2,1813,0383,5031,9802,257+14.0%
อัตรากำไรสุทธิหลัก (Core Net Profit Margin)8.4%11.2%13.7%14.5%18.1%+3.6pp
กำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน (EPS - บาท)0.800.551.220.760.75−1.3%

ข้อสังเกตเชิงลึก: ใน 2Q26 กำไรสุทธิอยู่ที่ ฿1,100 ล้าน เติบโต +8.9% YoY แม้รายได้รายงานจะลดลง แต่กำไรขยายตัวจากการเพิ่มขึ้นของ GPM สู่ระดับสูงสุดที่ 42.8% และค่าใช้จ่าย SG&A ต่อยอดขายลดลงเหลือ 22.2% จากการปรับปรุงประสิทธิภาพเครือข่ายโลจิสติกส์

5. งบแสดงฐานะการเงินและสภาพคล่อง (Balance Sheet)

31 ธ.ค. 2023 → 30 มิ.ย. 2026 · ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุม (NCI) · ล้านบาท
โครงสร้างสินทรัพย์ หนี้สิน และส่วนของผู้ถือหุ้นรวม (ล้านบาท)
ฐานะการเงินและกระแสเงินสดสำคัญ (ล้านบาท) — ที่มา: งบการเงิน 2Q26 และ SET Factsheet
รายการ31 ธ.ค. 202331 ธ.ค. 202431 ธ.ค. 202530 มิ.ย. 2026
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด1,3392,1903,3214,899
ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่น4,0644,1423,9363,656
สินค้าคงเหลือ3,4563,6223,3882,958
ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์สุทธิ (PP&E)13,02012,42611,47110,553
สินทรัพย์รวม24,40225,13524,58424,042
หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย (IBD)2,6542,618620568
หนี้สินรวม7,8929,3437,2537,108
ส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนของบริษัทใหญ่15,90715,22116,78616,554
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม (รวม NCI)16,51015,79217,33116,934
กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน (CFO)4,7104,8345,3492,845
ค่าใช้จ่ายลงทุนในสินทรัพย์ถาวร (CAPEX)−1,185−1,054−624−218

ข้อสังเกต: สินทรัพย์รวมลดลงเล็กน้อยสู่ ฿24,042 ล้าน จากค่าเสื่อมราคาของ PP&E และผลกระทบจากการแปลงค่างบการเงินบริษัทย่อยในเมียนมา (บันทึกในองค์ประกอบอื่นของส่วนของผู้ถือหุ้น −฿1,169 ล้าน) ขณะที่สภาพคล่องเงินสดเพิ่มขึ้นสู่ ฿4,899 ล้าน สูงสุดเป็นประวัติการณ์

6. หนี้สินและเลเวอเรจ (Leverage & Financial Health)

วิเคราะห์โครงสร้างหนี้สิน ความสามารถในการชำระดอกเบี้ย และสถานะเงินสดสุทธิ
อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุน (IBD/E) และ Net IBD/E (เท่า)

ที่มา: MD&A 2Q26 น.13 — Net IBD/E ติดลบสะท้อนสถานะเงินสดสุทธิ (Net Cash Company) โดยมีเงินสดมากกว่าหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยถึง ฿4,331 ล้าน

ตัวชี้วัดความแข็งแกร่งทางการเงิน — ที่มา: MD&A 2Q26 และคำนวณงบการเงิน
อัตราส่วนทางการเงินFY2023FY2024FY202530 มิ.ย. 2026
หนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E)0.48x0.59x0.42x0.42x
หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุน (IBD/E)0.16x0.17x0.04x0.03x
หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อทุน (Net IBD/E)0.08x0.03x−0.16x−0.26x
Net Debt / EBITDA0.29x0.11x−0.45x−0.72x
ความสามารถในการชำระดอกเบี้ย (Interest Coverage Ratio)32.5x28.4x68.9x85.4x
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเวียน (Current Ratio)1.85x1.64x2.15x2.37x

สรุปสถานะหนี้: หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยเหลือเพียง ฿568 ล้าน (ประกอบด้วยหนี้สินตามสัญญาเช่า ฿403 ล้าน และเงินกู้ยืมสถาบันการเงินเพียง ฿165 ล้าน) OSP แทบไม่มีภาระดอกเบี้ยจ่าย ทำให้มีเกราะกำบังอย่างสมบูรณ์ต่อภาวะอัตราดอกเบี้ยในตลาดเงิน

7. สัดส่วนโครงสร้างธุรกิจ (Segments Breakdown)

การกระจายตัวของรายได้จากการขายตามกลุ่มผลิตภัณฑ์และภูมิภาค — งวด 1H2026
สัดส่วนรายได้จากการขายแยกตามกลุ่มผลิตภัณฑ์ (1H2026)

ที่มา: MD&A 2Q26 น.6

โครงสร้างรายได้จากการขายแยกตามกลุ่มผลิตภัณฑ์ (ล้านบาท) — ที่มา: MD&A 2Q26 น.6–8
กลุ่มผลิตภัณฑ์FY2023FY2024FY20251H20251H2026% YoY (1H)
เครื่องดื่มในประเทศ (Domestic Beverages)16,34615,95514,9307,2387,864+8.6%
เครื่องดื่มต่างประเทศ (International Beverages - รายงาน)4,7846,1996,4934,2802,564−40.1%
เครื่องดื่มต่างประเทศ (ฐานเปรียบเทียบ TAS 21)———2,8972,564−11.5%
ของใช้ส่วนบุคคล (Personal Care)2,4862,8042,8091,3911,500+7.9%
อื่น ๆ (บรรจุภัณฑ์ขวดแก้ว OEM และผลิตภัณฑ์ยา)2,4462,1111,329730532−27.1%
รวมรายได้จากการขายทั้งสิ้น26,06227,06925,56113,63912,460−8.6%

ประเด็นวิเคราะห์: รายได้อื่น ๆ ที่ลดลง −27.1% เป็นไปตามนโยบายจัดสรรกำลังการผลิตเตาหลอมขวดแก้วของสยามกลาสอินดัสทรีเพื่อรองรับการผลิตสินค้าเครื่องดื่มของกลุ่ม OSP เป็นลำดับแรก เพื่อรักษาต้นทุนรวมให้ต่ำที่สุด

8. ประวัติการจ่ายเงินปันผล (Dividend History)

เงินปันผลต่อหุ้น นโยบายการจ่าย และอัตราผลตอบแทน — ข้อมูล ณ 25 ก.ย. 2026
เงินปันผลต่อหุ้นปกติ (บาทต่อหุ้น) — FY2023 → 1H2026 (ระหว่างกาล)

ที่มา: SET Factsheet และ ประกาศจ่ายปันผลระหว่างกาล (13 ส.ค. 2026) — แท่ง 1H2026 แสดงเฉพาะเงินปันผลระหว่างกาลงวดครึ่งปีแรก

ประวัติเงินปันผลและอัตราการจ่าย (Payout Ratio) — ที่มา: SET Factsheet และงบการเงิน
รอบผลประกอบการปันผลระหว่างกาล (฿)ปันผลงวดสุดท้าย (฿)DPS ทั้งปีปกติ (฿)EPS รายงาน (฿)Dividend Payout
FY2023 (ปกติ)0.400.450.850.80106%
FY20240.300.300.600.55109%
FY20250.400.400.801.2266%
1H2026 (ระหว่างกาล)0.45—0.450.7560%

ข้อสังเกตเรื่องปันผล: (1) ในปี 2023 มีการจ่ายปันผลพิเศษเพิ่มเติมอีก ฿0.80 ต่อหุ้น เมื่อวันที่ 20 ก.ค. 2023 จากสภาพคล่องส่วนเกิน ทำให้เงินปันผลรวมในปี 2023 สูงถึง ฿1.65 ต่อหุ้น (2) ปันผลระหว่างกาล 1H2026 ที่ ฿0.45 ต่อหุ้น (รวม ฿1,352 ล้าน) ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 27 ส.ค. 2026 และจ่ายเงินปันผลเข้าบัญชีผู้ถือหุ้นแล้วเมื่อวันที่ 10 ก.ย. 2026 (3) อิงราคาหุ้น ฿16.30 อัตราเงินปันผลตอบแทน (Dividend Yield) ในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมาอยู่ที่ 4.91%

9. การเปรียบเทียบกับคู่แข่งในกลุ่มอุตสาหกรรม (Peer Comparison)

เปรียบเทียบมูลค่าหลักทรัพย์และความสามารถในการทำกำไร — SET Factsheet ณ 25 ก.ย. 2026
เปรียบเทียบมูลค่าตลาด (Market Cap - ฿ล้าน) และ P/E Multiple (เท่า)

ที่มา: SET Factsheet ของแต่ละหลักทรัพย์: OSP · CBG · ICHI · SAPPE

ตารางเปรียบเทียบตัวชี้วัดทางการเงินและ Valuation Multiples ในกลุ่มเครื่องดื่ม
หลักทรัพย์ราคาปิด (฿)Market Cap (฿ล้าน)P/E (เท่า)P/BV (เท่า)EV/EBITDADiv. Yield (%)
OSP (บมจ. โอสถสภา)16.3048,96113.42x2.96x7.51x4.91%
CBG (บมจ. คาราบาวกรุ๊ป)55.2555,25026.24x3.71x14.94x2.35%
ICHI (บมจ. อิชิตัน กรุ๊ป)13.8017,94014.12x3.25x9.18x7.97%
SAPPE (บมจ. เซ็ปเป้)31.509,71114.14x2.29x8.26x5.56%

บทวิเคราะห์เปรียบเทียบ: OSP ซื้อขายที่ P/E 13.42x และ EV/EBITDA เพียง 7.51x ซึ่งต่ำที่สุดในกลุ่มเครื่องดื่มหลักของ SET โดยมีส่วนลด (Valuation Discount) อย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับ CBG ซึ่งเป็นคู่แข่งโดยตรงในตลาดเครื่องดื่มชูกำลัง (CBG P/E 26.24x และ EV/EBITDA 14.94x) ขณะที่ OSP มี ROE ระดับสูงถึง 22.2% และมีสถานะเป็น Net Cash แข็งแกร่งที่สุด

10. มุมมองอนาคตและแผนยุทธศาสตร์ (Outlook & Catalysts)

ทิศทางการเติบโต แผนการลงทุน และหมุดหมายสำคัญเชิงยุทธศาสตร์

เป้าหมายและแผนยุทธศาสตร์ของฝ่ายบริหาร

หมุดหมายสำคัญเชิงยุทธศาสตร์และปฏิทินเหตุการณ์ — ที่มา: ข้อมูลเปิดเผยต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ และบทวิเคราะห์
ช่วงเวลาเหตุการณ์และหมุดหมายสำคัญนัยเชิงธุรกิจและการเงิน
10 ก.ย. 2026จ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 1H2026 จำนวน ฿0.45 ต่อหุ้นคืนผลตอบแทนสู่ผู้ถือหุ้นรวม ฿1,352 ล้าน สะท้อนกระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง
พ.ย. 2026 (คาดการณ์)รายงานผลประกอบการไตรมาส 3/2026 (3Q26)ติดตามระดับ GPM ว่าสามารถยืนเหนือ 42% ได้หรือไม่ท่ามกลางต้นทุนวัตถุดิบและยอดขายเมียนมา
4 ม.ค. 2027Group CFO คนใหม่ (Ms. Poranee D’Alelio) เริ่มปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการเสริมสร้างเสถียรภาพการบริหารการเงินและขับเคลื่อนการเติบโตระดับภูมิภาค
2027–2028 เป็นต้นไปการรับรู้รายได้สัญญาเช่าที่ดินหัวหมาก 30 ปี ร่วมกับ บมจ. ซีพี แอ็กซ์ตร้า (CPAXT)สร้างกระแสเงินสดสม่ำเสมอในระยะยาวและเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์ที่ไม่ได้ใช้งานหลัก

11. การวิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยง (Comprehensive Risk Analysis)

ประเมิน 6 มิติความเสี่ยงหลัก ผลกระทบ มาตรการรับมือ และสัญญาณเตือนที่ต้องเฝ้าระวัง
การประเมินปัจจัยเสี่ยง ผลกระทบ และตัวชี้วัดเฝ้าระวัง (Observable Triggers)
มิติความเสี่ยงคำอธิบายและผลกระทบมาตรการบริหารจัดการของบริษัทสัญญาณเตือน (Trigger Point)
1. ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ค่าเงิน และกฎระเบียบในเมียนมาการจำกัดโควตาใบอนุญาตนำเข้าวัตถุดิบ (Import License) ของรัฐบาลทหารเมียนมา และความผันผวนของค่าเงินจ๊าด ซึ่งนับตั้งแต่ 1 ม.ค. 2026 ต้องใช้มาตรฐานบัญชี TAS 21 ทำให้การแปลงค่าเงินจ๊าดกระทบต่องบการเงินทันทีบริหารห่วงโซ่อุปทานด้วยการจัดหาวัตถุดิบท้องถิ่นในเมียนมา, ปรับราคาสินค้าให้สอดคล้องกับอัตราแลกเปลี่ยน, และขยายตลาดต่างประเทศอื่น เช่น ลาว กัมพูชา และเวียดนามเพื่อกระจายความเสี่ยงรายได้เครื่องดื่มต่างประเทศรายไตรมาสต่ำกว่า ฿1,150 ล้าน หรือส่วนต่างอัตราแลกเปลี่ยนทางการกับตลาดมืดกว้างเกิน 50%
2. ความเสี่ยงด้านความผันผวนของต้นทุนพลังงานและบรรจุภัณฑ์ต้นทุนการผลิตขวดแก้วขึ้นอยู่กับราคาก๊าซธรรมชาติ โซดาแอช และเศษแก้ว ขณะที่กระป๋องอะลูมิเนียมและขวดพลาสติก PET อ่อนไหวต่อราคาน้ำมันดิบและความตึงเครียดในตะวันออกกลางใช้เศษแก้วรีไซเคิลผ่าน บจก.สยามคัลเลท เพิ่มสัดส่วนเป็นกว่า 80% เพื่อลดการใช้พลังงานความร้อนในเตาหลอม และทำสัญญาซื้อขายก๊าซธรรมชาติและอะลูมิเนียมล่วงหน้า (Hedging)อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) รายไตรมาสลดลงต่ำกว่า 40.0% หรือราคาน้ำมันดิบเบรนท์ยืนเหนือ $95/bbl ต่อเนื่อง
3. ความเสี่ยงจากการแข่งขันและการรักษาส่วนแบ่งตลาดในประเทศตลาดเครื่องดื่มชูกำลังในประเทศมีการแข่งขันดุเดือดระหว่าง OSP (M-150) และคู่แข่งเบอร์สอง (คาราบาวแดง CBG) ที่ตรึงราคาขาย ฿10 หากสูญเสียส่วนแบ่งตลาดจะกดดันผลกำไรอย่างมีนัยสำคัญดำเนินกลยุทธ์ Dual/Multi-tier Pricing ส่ง M-150 ฝาเหลืองราคา ฿10 เข้าแข่งขัน พร้อมกับรักษาส่วนแบ่งของ M-150 สูตรวิตามิน ฿12 และเสริมด้วยกิจกรรมการตลาดผ่านหน่วยรถ Van Salesส่วนแบ่งตลาดเครื่องดื่มชูกำลังของ OSP ลดลงต่ำกว่า 44.0% ติดต่อกันสองไตรมาส
4. ความเสี่ยงด้านกำลังซื้อระดับฐานรากและนโยบายค่าแรงผู้บริโภคหลักของเครื่องดื่มชูกำลังคือกลุ่มผู้ใช้แรงงานและเกษตรกร ซึ่งรายได้ขึ้นอยู่กับผลผลิตทางการเกษตร ภัยแล้ง/น้ำท่วม หนี้ครัวเรือน และทิศทางนโยบายปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำของภาครัฐพัฒนากลุ่มสินค้าทางเลือกเพื่อสุขภาพและเครื่องดื่มฟังก์ชันนัล (C-vitt) ซึ่งมีฐานลูกค้าเป็นกลุ่มคนเมืองและชนชั้นกลางที่มีกำลังซื้อสูงและมีความยืดหยุ่นต่อราคามากกว่ารายได้กลุ่มเครื่องดื่มในประเทศชะลอตัวลงหรือหดตัว YoY
5. ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบสาธารณสุขและภาษีความหวานการบังคับใช้ภาษีสรรพสามิตความหวานตามปริมาณน้ำตาล (Sugar Tax) ในระยะต่อไป และข้อกำหนดด้านฉลากคำเตือนบนเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนปรับสูตรเครื่องดื่มทั้งหมดให้มีน้ำตาลต่ำลง พัฒนาสูตร No Sugar และเร่งขยายตลาดเครื่องดื่มวิตามินซีและเครื่องดื่มที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพเพื่อรองรับเกณฑ์ภาษีใหม่การประกาศปรับขึ้นอัตราภาษีความหวานระยะที่ 4 หรือการเพิ่มข้อจำกัดการโฆษณาเครื่องดื่มชูกำลัง
6. ความเสี่ยงด้านเสถียรภาพผู้บริหารและโครงสร้างการถือหุ้นการเปลี่ยนแปลงประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงิน (CFO) ถึง 2 ครั้งในรอบปี 2026 อาจสร้างความไม่ต่อเนื่องในนโยบายการเงิน และการมีผู้ถือหุ้นกลุ่มตระกูลถือหุ้นรวมกันกว่า 44.6%คณะกรรมการบริษัทมีกรรมการอิสระทรงคุณวุฒิ (นายสมประสงค์ บุญยะชัย เป็นประธานบอร์ด) กำกับดูแลอย่างเข้มงวด และได้สรรหาผู้บริหารระดับโลกเข้ารับตำแหน่ง Group CFO คนใหม่เรียบร้อยแล้วความล่าช้าในการรายงานงบการเงิน หรือการลาออกของผู้บริหารระดับสูงเพิ่มเติม

12. บทวิเคราะห์ SWOT (SWOT Analysis)

การประเมินจุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรคเชิงบูรณาการ — ข้อมูล ณ ปี 2026

Strengths (จุดแข็ง)

  • แบรนด์แข็งแกร่งและประวัติศาสตร์ยาวนาน 135 ปี: เป็นเจ้าของ M-150, C-vitt, เบบี้มายด์ ที่ผู้บริโภคไว้วางใจสูงสุด
  • ผู้นำส่วนแบ่งตลาดอันดับ 1: เครื่องดื่มชูกำลัง 44.2% และเครื่องดื่มฟังก์ชันนัล 46.4% (MD&A FY25)
  • ความสามารถในการทำกำไรสูงเป็นประวัติการณ์: GPM 2Q26 แตะ 42.8% จากการรวมศูนย์โรงงานและการคุมต้นทุน
  • ฐานะการเงินเป็นเงินสดสุทธิ (Net Cash): Net IBD/E −0.26x เงินสดในมือเกือบ ฿4,900 ล้าน ไร้ความเสี่ยงภาระหนี้

Weaknesses (จุดอ่อน)

  • การพึ่งพากลุ่มเครื่องดื่มในสัดส่วนสูง: สัดส่วนรายได้กว่า 83.7% มาจากเครื่องดื่ม ทำให้ผลประกอบการผูกกับตลาดนี้สูง
  • การกระจุกตัวของยอดขายต่างประเทศในเมียนมา: สัดส่วนต่างประเทศส่วนใหญ่มาจากเมียนมาซึ่งมีความไม่แน่นอนสูง
  • การเติบโตของรายได้ฐานรายงานยังจำกัด: ผลกระทบทางบัญชี TAS 21 ทำให้รายได้รายงานดูชะลอตัว
  • การเปลี่ยนผ่านทีมผู้บริหารการเงิน: มีการปรับเปลี่ยน CFO ในช่วงกลางปี 2026 อยู่ระหว่างรอ CFO คนใหม่เริ่มงานต้นปี 2027

Opportunities (โอกาส)

  • การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของตลาดเพื่อสุขภาพ: ตลาดฟังก์ชันนัลดริงก์ในไทยขยายตัวเด่น (+20.8% ใน 2Q26) หนุน C-vitt เติบโตต่อเนื่อง
  • การยกระดับพอร์ตสินค้าส่วนบุคคลสู่ตลาดผู้ใหญ่: แบรนด์ Ultra Mild by Babi Mild สร้างฐานลูกค้าระดับบนที่มีมาร์จิ้นสูง
  • การเปิดตลาดต่างประเทศใหม่ผ่านพันธมิตรระดับโลก: การร่วมมือกับ Yunnan Baiyao กระจายสินค้า Babi Mild ในตลาดจีน
  • การปลดล็อกมูลค่าที่ดินสำนักงานใหญ่หัวหมาก: สัญญาเช่า 30 ปี ร่วมกับ ซีพี แอ็กซ์ตร้า (CPAXT) สร้างรายได้สม่ำเสมอ

Threats (อุปสรรค)

  • ความไม่แน่นอนทางการเมืองและค่าเงินในเมียนมา: กฎระเบียบใบอนุญาตนำเข้าและค่าเงินจ๊าดกระทบยอดขายต่างประเทศ
  • ความผันผวนของต้นทุนโภคภัณฑ์และพลังงานโลก: ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์โลกอาจดันต้นทุนบรรจุภัณฑ์
  • สงครามราคาในตลาดเครื่องดื่มชูกำลัง: การตรึงราคา ฿10 ของคู่แข่งอาจจำกัดการขยายมาร์จิ้นของพอร์ตในประเทศ
  • การบังคับใช้ภาษีความหวานระยะต่อไป: ต้นทุนภาษีสรรพสามิตอาจเพิ่มขึ้นหากไม่สามารถลดน้ำตาลได้ตามเกณฑ์

13. มุมมองนักลงทุนและการประเมินมูลค่า (Investor View & Valuation)

สรุปหลักฐานเชิงประจักษ์ IAA Consensus และฉากทัศน์ผลตอบแทน — อิงราคาปิด ฿16.30 (25 ก.ย. 2026)
การรวบรวมราคาเป้าหมายและคำแนะนำจากบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำ (IAA Consensus Reference)
บริษัทหลักทรัพย์ (วันที่เผยแพร่)คำแนะนำราคาเป้าหมาย (บาท)สมมติฐานหลักและวิธีประเมินแหล่งที่มา
Maybank Securities (19 มิ.ย. 2026)Buy฿18.40อิง P/E 15.0x ปี 2026 คาดกำไรหลักฟื้นตัวKaohoon Intl.
KGI Securities (24 มิ.ย. 2026)Buy฿19.10อิง P/E 16.0x (−1.4 SD ของค่าเฉลี่ยอดีต)HoonVision
Krungsri Securities (10 ก.ค. 2026)Neutral฿18.40อิง P/E 15.0x คาดกำไรสุทธิปี 2026 ที่ ฿3.60 พันล้านKaohoon Intl.
UOB Kay Hian (20 ก.ค. 2026)Buy฿20.50อิง P/E 18.0x (−1.0 SD) คาดกำไร 2026F ที่ ฿3,726 ล้านUOBKH Research
DAO Securities (ก.ค. 2026)Buy฿20.00ปรับเพิ่มจาก ฿19.00 รับผลบวก GPM ขยายตัวTrueID Finance
Land and Houses Securities (6 ส.ค. 2026)Buy฿19.63มองผลการดำเนินงาน 2Q26 เป็นจุดเริ่มต้นของการเติบโตKaohoon Intl.

สรุปมุมมองนักวิเคราะห์: ราคาเป้าหมายของนักวิเคราะห์ 6 สถาบันอยู่ในกรอบ ฿18.40 – ฿20.50 โดยมีค่าเฉลี่ย Consensus อยู่ที่ ฿19.34 ต่อหุ้น คิดเป็นโอกาสปรับขึ้น (Upside) เฉลี่ยประมาณ +18.7% จากราคาตลาดปัจจุบัน ฿16.30 ทั้งนี้ Consensus คาดการณ์กำไรสุทธิปี 2026 ไว้ที่เฉลี่ย ฿3,661 ล้าน

Bull Case — เป้าหมาย ฿20.50 (+25.8%)

  • สมมติฐานการเงิน: กำไรสุทธิปี 2026 แตะ ฿3,850 ล้าน (+5.0% YoY บนฐานที่มีกำไรพิเศษปีก่อน) และ EPS แตะ ฿1.28
  • ปัจจัยขับเคลื่อน: เมียนมาคลี่คลาย ยอดขายต่างประเทศฟื้นตัวแรง, GPM ทะลุ 43.0%, M-150 ทวงส่วนแบ่งตลาดแตะ 46.0%
  • การประเมินมูลค่า: อิง Forward P/E 16.0x – 16.5x เทียบเท่าระดับ P/E ย้อนหลัง 5 ปี
  • เงินปันผล: คาดการณ์ DPS ทั้งปี ฿0.90 (Dividend Yield 5.5%)

Base Case — เป้าหมาย ฿18.50 (+13.5%)

  • สมมติฐานการเงิน: กำไรสุทธิปี 2026 อยู่ที่ ฿3,680 ล้าน (Core Net Profit โต +5.0% YoY) และ EPS อยู่ที่ ฿1.22
  • ปัจจัยขับเคลื่อน: ตลาดในประเทศโต 5–7%, ตลาดต่างประเทศทรงตัว, GPM อยู่ในกรอบ 41.5%–42.5%, SG&A ควบคุมได้ดี
  • การประเมินมูลค่า: อิง Forward P/E 15.0x – 15.2x (สอดคล้องกับค่าเฉลี่ยโบรกเกอร์ส่วนใหญ่)
  • เงินปันผล: คาดการณ์ DPS ทั้งปี ฿0.82–฿0.85 (Dividend Yield 5.0%–5.2%)

Bear Case — เป้าหมาย ฿14.00 (−14.1%)

  • สมมติฐานการเงิน: กำไรสุทธิปี 2026 ลดลงเหลือ ฿3,150 ล้าน และ EPS ลดลงเหลือ ฿1.05
  • ปัจจัยกดดัน: เมียนมาทรุดตัวหนัก ฉุดยอดขายต่างประเทศหดตัว >20%, ต้นทุนก๊าซและบรรจุภัณฑ์พุ่งฉุด GPM หลุด 39.5%
  • การประเมินมูลค่า: ตลาด de-rate Forward P/E ลงเหลือ 13.0x – 13.3x
  • เงินปันผล: คาดการณ์ DPS ปรับลดลงเหลือ ฿0.65–฿0.70 (Dividend Yield ราว 4.0%–4.3%)

รายการตรวจสอบที่ต้องเฝ้าระวัง (Monitoring Checklist)