บริษัท มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (SET: MRDIYT) คือผู้ประกอบธุรกิจค้าปลีกสินค้าตกแต่งบ้าน ฮาร์ดแวร์ เครื่องมือช่าง และสินค้าเบ็ดเตล็ดไลฟ์สไตล์ราคาประหยัดขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ดำเนินธุรกิจภายใต้แบรนด์ระดับภูมิภาค “MR. D.I.Y.” ด้วยสโลแกน “Always Low Prices” (ช้อปได้ทุกวัน ครบเพื่อทุกคน) ปัจจุบันมีเครือข่ายสาขากว่า 1,180 แห่ง กระจายครอบคลุม 74 จังหวัดทั่วประเทศ โดยนำเสนอสินค้ามากกว่า 16,000 รายการ (SKUs) ผ่านรูปแบบร้านค้าขนาด 700–1,000 ตร.ม. ที่มีประสิทธิภาพการดำเนินงานสูงและระยะเวลาคืนทุนของสาขาเฉลี่ยต่ำกว่า 2 ปี
ความได้เปรียบทางการแข่งขันเชิงโครงสร้าง (Structural Moat): MRDIYT สร้างการเติบโตอย่างก้าวกระโดดด้วยโมเดลค้าปลีกเฉพาะตัว (Unique Value Retail) ที่รวมเอาความเป็นร้านฮาร์ดแวร์ ร้านของใช้ในบ้าน และร้านสินค้าราคาประหยัดไว้ในที่เดียว การจัดซื้อสินค้าระดับโลก (Global Procurement) ผ่านเครือข่าย MR. D.I.Y. Group ทำให้มีอำนาจต่อรองด้านราคาสูง ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ยืนแกร่งในระดับ 45–46% เหนือกว่าคู่แข่งกลุ่มค้าปลีกวัสดุก่อสร้างทั่วไป นอกจากนี้ เงินระดมทุนจาก IPO ในช่วงปลายปี 2568 ได้ถูกนำไปชำระคืนหนี้สถาบันการเงิน ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุน (IBD/E) ลดลงอย่างมากจาก 1.70 เท่าในปี 2567 สู่ 0.59 เท่า ณ สิ้นไตรมาส 2/2569 สร้างความคล่องตัวในการเร่งขยายสาขาใหม่ปีละ 180–200 สาขาเพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย 1,500 สาขา
| กรณีการลงทุน | สมมติฐานหลัก (Key Drivers) | กำไรสุทธิปี 2026E | ราคาเป้าหมายประเมิน |
|---|---|---|---|
| กรณีบวก (Bull Case) | เปิดสาขาใหม่ได้เกินเป้าแตะ 220 สาขาในปี 2569, SSSG เติบโต 4–5% จากการบริโภคฟื้นตัว และอัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 13.5% | ฿3,200 – ฿3,350 ล้าน | ฿11.50 – ฿12.20 |
| กรณีฐาน (Base Case) | เปิดสาขาใหม่ตามแผน 180–200 สาขา, SSSG ทรงตัวบวกอ่อนๆ 1.5–2.5%, GPM ทรงตัว 45.8% และ Net Margin อยู่ที่ 12.8–13.0% | ฿2,950 – ฿3,050 ล้าน | ฿10.50 – ฿10.84 |
| กรณีระมัดระวัง (Bear Case) | กำลังซื้อรากหญ้าชะลอตัวกดดันยอดขายต่อบิล, ค่าจ้างขั้นต่ำปรับขึ้นกดดัน SG&A และการแข่งขันจากร้านค้าปลีกเฉพาะทางและจีนเข้มข้นขึ้น | ฿2,600 – ฿2,750 ล้าน | ฿8.00 – ฿8.50 |
| ตัวชี้วัดทางการเงิน / ข้อมูลตลาด | ค่าปัจจุบัน (Current) | ปี 2568 (FY2025) | ปี 2567 (FY2024) | แหล่งอ้างอิงข้อมูล |
|---|---|---|---|---|
| ราคาปิด (บาท) | ฿8.80 | ฿9.20 | — (Pre-IPO) | SET Factsheet ณ 25 ก.ย. 2026 |
| มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (ล้านบาท) | ฿52,950 | ฿55,357 | — | SET Factsheet ณ 25 ก.ย. 2026 |
| Trailing P/E (เท่า) | 18.26x | 21.04x | — | SET Factsheet / คำนวณอิงกำไร TTM |
| Price to Book (P/BV) (เท่า) | 5.08x | 5.71x | — | SET Factsheet / Book Value ฿1.73 |
| กำไรสุทธิต่อหุ้น TTM (EPS) (บาท) | ฿0.482 | ฿0.437 | ฿0.320 | งบการเงินรวม MRDIYT |
| เงินปันผลต่อหุ้นรอบปี (DPS) (บาท) | ฿0.12 | ฿0.18 | — | Settrade Rights & Benefits |
| อัตราผลตอบแทนเงินปันผล (Dividend Yield) | 1.36% | 1.96% | — | Settrade Rights & Benefits |
| เครือข่ายสาขารวมทั่วประเทศ (สาขา) | 1,185 | 1,127 | 927 | รายงานประจำปี / MD&A 2Q26 |
หมายเหตุ: MRDIYT ดำเนินการจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2568 ด้วยราคา IPO ที่ ฿8.60 ต่อหุ้น ระดมทุนรวมประมาณ 5,600 ล้านบาท โดยนำเงินสุทธิไปชำระหนี้สถาบันการเงินและใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการขยายสาขา
MR. D.I.Y. Holding (Thailand) ดำเนินธุรกิจค้าปลีกสินค้าอุปกรณ์ตกแต่งบ้านและสินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวัน โดยวางตำแหน่งทางการตลาดเป็น “Home Improvement & Lifestyle Discount Retailer” ที่เน้นความคุ้มค่า ความสะดวกสบาย และการเข้าถึงง่ายของชุมชนทั่วไทย ผ่าน 3 เสาหลักเชิงกลยุทธ์:
ณ สิ้นไตรมาส 2/2569 บริษัทมีสาขารวม 1,185 สาขา ใน 74 จังหวัดทั่วประเทศไทย แบ่งสัดส่วนออกเป็นสาขาในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลประมาณ 35% และสาขาในต่างจังหวัด 65% โดยมีศูนย์กระจายสินค้าขนาดใหญ่ (Distribution Center) ทันสมัยช่วยบริหารจัดการสินค้าคงคลังและระบบโลจิสติกส์จัดส่งสินค้าถึงร้านได้อย่างแม่นยำทุกวัน
ผลการดำเนินงานของ MRDIYT แสดงให้เห็นถึงการเติบโตของรายได้และกำไรสุทธิอย่างต่อเนื่อง โดยรายได้รวมเพิ่มขึ้นจาก ฿12,832 ล้านบาท ในปี 2566 เป็น ฿16,214 ล้านบาท ในปี 2567 และแตะระดับ ฿20,199 ล้านบาท ในปี 2568 คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปี (CAGR) กว่า 25.4%
| รายการงบกำไรขาดทุน (ล้านบาท) | FY2023 (2566) | FY2024 (2567) | FY2025 (2568) | TTM (มิ.ย. 2569) | การเปลี่ยนแปลง YoY (TTM) |
|---|---|---|---|---|---|
| รายได้จากการขายและบริการรวม | 12,832.2 | 16,214.4 | 20,198.7 | 22,167.8 | +19.8% |
| กำไรขั้นต้น (Gross Profit) | 5,748.8 | 7,328.9 | 9,250.9 | 10,185.0 | +20.4% |
| อัตรากำไรขั้นต้น (GPM %) | 44.80% | 45.20% | 45.80% | 45.94% | +14 bps |
| EBITDA | 2,117.3 | 2,724.0 | 3,958.9 | 4,350.2 | +21.3% |
| EBITDA Margin (%) | 16.50% | 16.80% | 19.60% | 19.62% | +2 bps |
| กำไรสุทธิ (Net Profit) | 1,381.1 | 1,780.3 | 2,631.4 | 2,901.7 | +21.2% |
| อัตรากำไรสุทธิ (NPM %) | 10.76% | 10.98% | 13.03% | 13.09% | +6 bps |
ในงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 (1H2026) รายได้จากการขายเติบโตสู่ ฿11,329.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.0% YoY ขณะที่กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 23.2% YoY แตะ ฿1,435.3 ล้านบาท การเติบโตมาจากทั้งยอดขายของสาขาเดิม (Same-Store Sales Growth: SSSG) ที่เป็นบวกประมาณ 2.2% และการเปิดสาขาใหม่สุทธิกว่า 58 สาขาในครึ่งปีแรก
โครงสร้างงบดุลของ MRDIYT เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญในเชิงบวกนับตั้งแต่การเสนอขายหุ้น IPO ในเดือนพฤศจิกายน 2568 โดยฐานทุนของบริษัทขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง และหนี้สินรวมลดลงจากการชำระคืนเงินกู้ยืมสถาบันการเงิน:
| รายการในงบแสดงฐานะการเงิน (ล้านบาท) | 31 ธ.ค. 2566 | 31 ธ.ค. 2567 | 31 ธ.ค. 2568 | 30 มิ.ย. 2569 | สัดส่วน (%) |
|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด | 854.2 | 1,120.5 | 1,845.0 | 1,980.4 | 10.2% |
| สินค้าคงเหลือสุทธิ (Inventories) | 3,842.0 | 4,350.2 | 4,980.5 | 5,240.1 | 27.0% |
| สินทรัพย์สิทธิการใช้ (ROU Assets - สัญญาเช่าสาขา) | 6,450.0 | 6,780.0 | 7,850.0 | 8,210.0 | 42.3% |
| ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์สุทธิ (PPE) | 1,820.5 | 2,050.4 | 2,420.0 | 2,650.3 | 13.6% |
| สินทรัพย์อื่นๆ | 1,104.0 | 999.0 | 1,298.5 | 1,346.0 | 6.9% |
| สินทรัพย์รวม (Total Assets) | 14,070.7 | 15,300.1 | 18,394.0 | 19,426.8 | 100.0% |
| หนี้สินหมุนเวียน (เจ้าหนี้การค้าและเงินกู้ระยะสั้น) | 3,980.0 | 4,120.0 | 3,150.0 | 3,280.0 | 16.9% |
| หนี้สินตามสัญญาเช่า (Lease Liabilities TFRS 16) | 5,850.0 | 5,820.0 | 5,244.0 | 5,416.3 | 27.9% |
| เงินกู้ยืมสถาบันการเงินระยะยาวและหนี้สินอื่น | 651.0 | 601.7 | 300.0 | 300.0 | 1.5% |
| หนี้สินรวม (Total Liabilities) | 10,481.0 | 10,541.7 | 8,694.0 | 8,996.3 | 46.3% |
| ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม (Shareholders’ Equity) | 3,589.7 | 4,758.4 | 9,700.0 | 10,430.5 | 53.7% |
การตรวจสอบสมการบัญชี (Accounting Identity): ณ วันที่ 30 มิ.ย. 2569 สินทรัพย์รวม ฿19,426.8 ล้านบาท เท่ากับ หนี้สินรวม ฿8,996.3 ล้านบาท + ส่วนของผู้ถือหุ้น ฿10,430.5 ล้านบาท อย่างสมบูรณ์ หนี้สินส่วนใหญ่เป็นหนี้สินตามสัญญาเช่าระยะยาวสำหรับพื้นที่สาขาตามมาตรฐาน TFRS 16 ไม่ใช่เงินกู้ยืมจากธนาคาร
ก่อนการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ MRDIYT มีโครงสร้างทางการเงินที่พึ่งพาเงินกู้ยืมและมีภาระหนี้สินตามสัญญาเช่าสาขาส่งผลให้ IBD/E อยู่ที่ 2.28 เท่าในปี 2566 และ 1.70 เท่าในปี 2567 แต่ภายหลังการเสนอขายหุ้น IPO ฐานทุนเพิ่มขึ้นกว่า 5,600 ล้านบาท พร้อมกับการจ่ายคืนเงินกู้ธนาคาร ทำให้ระดับหนี้สินลดลงอย่างมาก
หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยเกือบทั้งหมด (กว่า 95%) คือ หนี้สินตามสัญญาเช่าทางการเงินตามมาตรฐาน TFRS 16 ซึ่งทยอยผ่อนชำระตามค่าเช่าพื้นที่สาขาจริงในแต่ละเดือน บริษัทไม่มีภาระเงินกู้ยืมระยะยาวก้อนใหญ่ที่มีความเสี่ยงด้านการรีไฟแนนซ์ (Refinancing Risk) และมีอัตราส่วนความสามารถในการจ่ายดอกเบี้ย (Interest Coverage Ratio) สูงถึง 12.4 เท่า สะท้อนสถานะทางการเงินที่ปลอดภัยยิ่ง
MRDIYT มีการจัดหมวดหมู่สินค้าที่ครอบคลุมการใช้งานในชีวิตประจำวันอย่างครบวงจร (One-Stop Home & Lifestyle Shopping) โดยรายได้หลักมาจากกลุ่มสินค้าในครัวเรือนและสินค้าเบ็ดเตล็ด:
| กลุ่มผลิตภัณฑ์ (Product Category) | สัดส่วนยอดขาย (%) | ลักษณะสินค้าหลัก | จุดเด่นและอัตรากำไรขั้นต้น |
|---|---|---|---|
| 1. เครื่องใช้ในครัวเรือนและตกแต่ง (Household) | 37.0% | ภาชนะ กล่องเก็บของ อุปกรณ์ห้องน้ำ ของแต่งบ้าน ตะกร้าผ้า | สินค้าหมุนเวียนเร็ว จำเป็นต้องใช้ทุกวัน GPM เฉลี่ย 46–48% |
| 2. สินค้าเบ็ดเตล็ดและของใช้ทั่วไป (Others) | 24.0% | อุปกรณ์ดูแลรถยนต์ กระเป๋า ร่ม ของใช้ส่วนบุคคล ของใช้ตามเทศกาล | ความหลากหลายสูง มีสินค้าใหม่ตามฤดูกาล GPM 47–50% |
| 3. อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์และเครื่องมือช่าง (Hardware) | 16.0% | ค้อน ไขควง กุญแจ เทปกาว สายยาง เครื่องมือซ่อมแซมบ้าน | แบรนด์ MR. D.I.Y. ควบคู่กับแบรนด์ชั้นนำ ราคาประหยัดกว่าร้านวัสดุ |
| 4. เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (Electrical) | 9.0% | ปลั๊กพ่วง หลอดไฟ LED สายชาร์จ พัดลมตั้งโต๊ะ ถ่านไฟฉาย | ผ่านการรับรอง มอก. เน้นราคาเข้าถึงง่ายและรับประกันการใช้งาน |
| 5. เครื่องเขียนและอุปกรณ์กีฬา (Stationery & Sports) | 8.0% | สมุด ปากกา อุปกรณ์สำนักงาน เชือกกระโดด ถุงมือฟิตเนส | กลุ่มลูกค้านักเรียน นักศึกษา และคนทำงาน ยอดขายสม่ำเสมอ |
| 6. ของเล่นและของขวัญ (Toys & Gifts) | 6.0% | ของเล่นเด็ก เสริมทักษะ การ์ดเกม โมเดล ของขวัญตามเทศกาล | มาร์จิ้นสูง ซื้อซ้ำตามเทศกาลและเป็นสินค้าดึงดูดกลุ่มครอบครัว |
MRDIYT มีนโยบายจ่ายเงินปันผลไม่น้อยกว่า 40% ของกำไรสุทธิ จากงบการเงินเฉพาะกิจการหลังหักภาษีเงินได้นิติบุคคลและทุนสำรองตามกฎหมาย โดยบริษัทให้ความสำคัญกับการจ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอควบคู่ไปกับการบริหารกระแสเงินสดเพื่อขยายสาขา:
| รอบผลประกอบการ | เงินปันผลต่อหุ้น (บาท) | ประเภทเงินปันผล | อัตราการจ่ายปันผล (Payout %) | สถานะการจ่าย |
|---|---|---|---|---|
| งวด 1H2026 (ม.ค. - มิ.ย. 2569) | ฿0.06 | เงินปันผลระหว่างกาล | ~41.5% | จ่ายแล้ว (ก.ย. 2569) |
| รอบปี 2568 (FY2025) | ฿0.18 | เงินปันผลประจำปี (รวมหลัง IPO) | 42.0% | จ่ายแล้ว (พ.ค. 2569) |
| รอบปี 2567 (FY2024 Pre-IPO) | ฿0.12 | เงินปันผลระหว่างกาลก่อน IPO | 40.5% | จ่ายแล้ว (2568) |
| รอบปี 2566 (FY2023 Pre-IPO) | ฿0.10 | เงินปันผลก่อนเข้าตลาดฯ | 41.0% | จ่ายแล้ว (2567) |
ในตลาดค้าปลีกสินค้าตกแต่งบ้านและซ่อมแซมบ้านของไทย MRDIYT มีตำแหน่งทางการตลาดที่แตกต่างอย่างเด่นชัด โดยเน้นร้านค้าขนาดเล็กในชุมชนและสินค้าราคาประหยัด เปรียบเทียบกับผู้ประกอบการโมเดิร์นเทรดรายใหญ่:
| บริษัทจดทะเบียน | Ticker | Market Cap (ล้านบาท) | P/E (TTM) | P/BV (เท่า) | Div. Yield (%) | GPM เฉลี่ย (%) |
|---|---|---|---|---|---|---|
| MR. D.I.Y. Holding (Thailand) | MRDIYT | ฿52,950 | 18.26x | 5.08x | 1.36% | 45.9% |
| โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ | HMPRO | ฿128,500 | 19.50x | 4.75x | 3.80% | 27.5% |
| สยามโกลบอลเฮ้าส์ | GLOBAL | ฿64,200 | 24.80x | 2.85x | 2.10% | 25.2% |
| ดูโฮม | DOHOME | ฿27,800 | 32.10x | 2.10x | 1.10% | 17.8% |
| ซีพี ออลล์ (ค้าปลีกสะดวกซื้อ) | CPALL | ฿458,000 | 23.40x | 4.10x | 2.25% | 22.1% |
ข้อสังเกตเชิงเปรียบเทียบ: MRDIYT มีอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) สูงถึง 45.9% เทียบกับกลุ่มค้าปลีกฮาร์ดแวร์ดั้งเดิม (HMPRO, GLOBAL, DOHOME) ที่มี GPM อยู่ระหว่าง 17–28% เนื่องจาก MRDIYT เน้นสินค้าของใช้ชิ้นเล็กและของใช้ประจำวันที่มีมาร์จิ้นสูง อีกทั้งซื้อขายที่ P/E 18.26 เท่า ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่ม
กลยุทธ์การเติบโตของ MRDIYT มุ่งเน้นการขยายส่วนแบ่งตลาด (Market Share Gain) ในอุตสาหกรรมค้าปลีกสินค้าอุปกรณ์ตกแต่งบ้านและของใช้เบ็ดเตล็ด ซึ่งยังคงมีช่องว่างให้เติบโตได้อีกมากในต่างจังหวัดและระดับอำเภอ:
| ปัจจัยความเสี่ยง (Key Risk Factors) | ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น (Potential Impact) | มาตรการบริหารจัดการความเสี่ยง (Mitigation Measures) |
|---|---|---|
| 1. ความเสี่ยงจากกำลังซื้อผู้บริโภคชะลอตัว | หนี้ครัวเรือนระดับสูงและภาวะเศรษฐกิจอาจกดดันการใช้จ่ายต่อครั้ง (Ticket Size) | วางตำแหน่งเป็นสินค้าราคาประหยัด (Always Low Prices) ซึ่งได้รับผลดีในภาวะประหยัด (Trade-down effect) เนื่องจากลูกค้าย้ายมาซื้อสินค้าราคาถูกลง |
| 2. ความเสี่ยงจากการแข่งขันของร้านค้าปลีกจีนและคู่แข่งทางตรง | การเข้ามาของร้านสินค้าราคาประหยัดรายใหม่หรือสินค้านำเข้าจากจีนโดยตรง | ใช้ความได้เปรียบด้านขนาด (Scale Advantage) ผ่านการสั่งซื้อระดับภูมิภาค สัญญาเช่าสาขาระยะยาวในทำเลทอง และการรับประกันคุณภาพสินค้าตามมาตรฐาน มอก. |
| 3. ความเสี่ยงจากการบริหารสินค้าคงเหลือ (Inventory Risk) | สินค้ากว่า 16,000 SKUs อาจเกิดสินค้าตกรุ่น ล้าสมัย หรือสูญหาย | ใช้ระบบวิเคราะห์ข้อมูลการขายรายวัน (Data Analytics) และระบบ ERP บริหารสินค้าคงคลังแบบ Real-time พร้อมตัดจำหน่ายสินค้าเคลื่อนไหวช้าอย่างสม่ำเสมอ |
| 4. ความเสี่ยงจากการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ | MRDIYT มีพนักงานสาขาจำนวนมาก การขึ้นค่าแรงอาจเพิ่ม SG&A | พัฒนาระบบ Self-Checkout ในสาขาที่มีความหนาแน่นสูง และปรับตารางการทำงานของพนักงานตามช่วงเวลาที่มีลูกค้าหนาแน่นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพต่อคน |
ความเห็นเชิงกลยุทธ์การลงทุน: MRDIYT ถือเป็นหุ้นค้าปลีกที่มีรูปแบบการเติบโตแบบ Defensive Growth โดยผสมผสานระหว่างการเติบโตจากการขยายสาขาเชิงรุก (Unit Growth 15–18% ต่อปี) และความยืดหยุ่นต่อสภาวะเศรษฐกิจจากความเป็นสินค้าราคาประหยัดที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน บริษัทมีจุดเด่นด้านอัตรากำไรขั้นต้นระดับสูง (~46%) และ ROE สูงกว่า 28% สะท้อนถึงประสิทธิภาพการจัดสรรเงินทุนที่ยอดเยี่ยม
| สถาบันวิจัย / บล. (Broker Research) | คำแนะนำ (Recommendation) | ราคาเป้าหมาย (Target Price) | ประเด็นวิเคราะห์หลัก |
|---|---|---|---|
| บล. กสิกรไทย (KS) | ซื้อ (BUY) | ฿11.20 | การขยายสาขารวดเร็วและโมเดลคืนทุนไวหนุนกำไรเติบโตโดดเด่นเหนือกลุ่มค้าปลีก |
| บล. ฟินันเซีย ไซรัส (FSS) | ซื้อ (BUY) | ฿10.90 | GPM แข็งแกร่งจากการประหยัดต่อขนาด และฐานะการเงินปลอดหนี้สถาบันการเงิน |
| บล. หยวนต้า (Yuanta) | ซื้อ (BUY) | ฿10.80 | เข้าสู่ SET50 หนุนเงินลงทุนสถาบัน และยอดขายต่อสาขาเดิมยังเติบโตได้ต่อเนื่อง |
| บล. เมย์แบงก์ (MST) | ซื้อเก็งกำไร (TRADING BUY) | ฿10.50 | Valuation สมเหตุสมผล ซื้อขายต่ำกว่าค่าเฉลี่ยคู่แข่งโมเดิร์นเทรด |
| ราคาเป้าหมายเฉลี่ย (IAA Consensus Average) | BUY (Consensus) | ฿10.84 | Upside ศักยภาพการเติบโต +23.2% จากราคาปัจจุบัน ฿8.80 |
ที่ระดับราคาปัจจุบัน ฿8.80 บาท MRDIYT ซื้อขายบน Trailing P/E 18.26 เท่า ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มค้าปลีกไทย (เฉลี่ย 21–25 เท่า) และให้ Upside สูงถึง +23.2% สู่ราคาเป้าหมายเฉลี่ย IAA Consensus ที่ ฿10.84 บาท การเข้าเป็นสมาชิกดัชนี SET50 และ SET100 คาดว่าจะช่วยหนุนกระแสเงินลงทุนจากกองทุนทั้งในและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง