บริษัท มาเธอร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) (mai: MOTHER) ผู้ประกอบธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภคระดับภูมิภาคชั้นนำของภาคใต้ ก่อตั้งและสั่งสมความเชี่ยวชาญในพื้นที่จังหวัดกระบี่ พังงา และสุราษฎร์ธานีมายาวนานกว่า 40 ปี ปัจจุบันดำเนินธุรกิจผ่าน 2 แบรนด์หลัก ได้แก่ “Mother Supermarket” ร้านค้าปลีกที่เน้นความคุ้มค่าและเข้าถึงง่ายสำหรับชุมชนท้องถิ่น และ “Mother Marché” ซูเปอร์มาร์เก็ตพรีเมียมที่เน้นสินค้านำเข้า อาหารสดคุณภาพสูง และไวน์ เจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ โดยมีเครือข่ายสาขา 22 แห่ง พร้อมศูนย์กระจายสินค้า 2 แห่ง
ข้อสรุปเชิงกลยุทธ์ (Key Takeaway): MOTHER ได้รับประโยชน์เต็มที่จากการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของการท่องเที่ยวในโซนทะเลอันดามัน (กระบี่-อ่าวนาง-เกาะพีพี-พังงา) ส่งผลให้ Same-Store Sales Growth (SSSG) เป็นบวก และยอดขายของ Mother Marché เติบโตเด่น นอกจากนี้ การนำเงินระดมทุน IPO จำนวน ฿120.4 ล้านบาท มาชำระคืนเงินกู้ยืมสถาบันการเงิน ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุน (IBD/E) ลดลงเหลือเพียง 0.19 เท่า ช่วยประหยัดต้นทุนดอกเบี้ยจ่ายและเพิ่มความยืดหยุ่นในการเปิดสาขาใหม่เพื่อครอบคลุมทุกอำเภอในจังหวัดกระบี่
| กรณีการลงทุน | สมมติฐานหลัก (Key Drivers) | กำไรสุทธิปี 2026E | ราคาเป้าหมายประเมิน |
|---|---|---|---|
| กรณีบวก (Bull Case) | นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ากระบี่เติบโตก้าวกระโดด, เปิดสาขาใหม่สำเร็จ 5 แห่งตามเป้า, SSSG พุ่งเกิน +5% | ฿30.50 ล้านบาท (EPS ฿0.107) | ฿1.45 บาท (P/E 13.5x ใกล้เคียงราคา IPO) |
| กรณีฐาน (Base Case) | เปิดสาขาใหม่ได้ 3–4 แห่ง, รายได้เติบโต 8–10% ตามเป้า Double Digit, Net Margin ทรงตัวที่ 1.80% | ฿27.00 ล้านบาท (EPS ฿0.094) | ฿1.25 บาท (P/E 13.0x หรือ P/BV 1.25x) |
| กรณีระมัดระวัง (Bear Case) | กำลังซื้อรากหญ้าชะลอตัว, ฤดูมรสุมยาวนานฉุดไฮซีซั่น, ต้นทุนสาขาใหม่กดดันมาร์จิ้นช่วงแรก | ฿22.00 ล้านบาท (EPS ฿0.077) | ฿0.95 บาท (P/E 12.3x หรือที่ระดับ Book Value) |
| หัวข้อข้อมูล | รายละเอียด | แหล่งข้อมูลอ้างอิง |
|---|---|---|
| ชื่อบริษัทภาษาไทย | บริษัท มาเธอร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) | (SET Profile) |
| ชื่อย่อหลักทรัพย์ / ตลาด | MOTHER (ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ - mai) | (SET mai) |
| กลุ่มอุตสาหกรรม / หมวดธุรกิจ | บริการ (Services) / พาณิชย์ (Commerce) | (SET Industry) |
| วันเข้าจดทะเบียนซื้อขาย (First Trading Day) | 11 กุมภาพันธ์ 2568 (ราคาเสนอขาย IPO ฿1.40 / พาร์ ฿0.50) | (SET News IPO) |
| ทุนจดทะเบียนและชำระแล้ว | 143,000,000 บาท (จำนวน 286,000,000 หุ้น) | (SET Profile) |
| ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ 3 อันดับแรก | 1. กลุ่มตระกูลโชคชัยวิทัศน์ (~70.0%) 2. ผู้ร่วมก่อตั้งและพันธมิตร (~9.24%) 3. ผู้ถือหุ้นรายย่อย (30.26%) | (SET Holders) |
| ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) | นายเอกพงศ์ โชคชัยวิทัศน์ | (SET Profile) |
บริษัท มาเธอร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) เริ่มต้นจากธุรกิจค้าปลีกดั้งเดิมในนาม “ร้านค้าเกียรติพานิช” ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2525 ในจังหวัดกระบี่ และได้สั่งสมประสบการณ์ ความเข้าใจในพฤติกรรมผู้บริโภคท้องถิ่น และเครือข่ายคู่ค้ามาอย่างยาวนานกว่า 4 ทศวรรษ บริษัทได้ปฏิรูปร้านค้าสู่การเป็นเชนซูเปอร์มาร์เก็ตสมัยใหม่ และขยายการดำเนินงานครอบคลุมพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง โดยแบ่งรูปแบบการดำเนินธุรกิจออกเป็น 2 เสาหลัก:
Mother Supermarket (ซูเปอร์มาร์เก็ตชุมชน): เน้นการจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน (FMCG) ในราคาคุ้มค่า เข้าถึงง่าย ตั้งอยู่ในย่านชุมชน ที่พักอาศัย และอำเภอต่างๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของคนในท้องถิ่น
Mother Marché (ซูเปอร์มาร์เก็ตพรีเมียมเพื่อการท่องเที่ยว): ออกแบบในสไตล์โมเดิร์น ยกระดับประสบการณ์การช็อปปิ้ง เน้นกลุ่มสินค้านำเข้า อาหารสดคุณภาพสูง ไวน์และเครื่องดื่มนำเข้า เบเกอรี่ และสินค้าออร์แกนิก ตั้งอยู่ในย่านท่องเที่ยวสำคัญ เช่น อ่าวนาง เกาะพีพี ตัวเมืองกระบี่ และแหล่งท่องเที่ยวชายฝั่งพังงา รองรับกำลังซื้อของนักท่องเที่ยวต่างชาติและกลุ่ม Expat
ดำเนินธุรกิจจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคแบบยกลังและปริมาณมากให้แก่ร้านโชห่วย ร้านค้าปลีกขนาดเล็ก ผู้ประกอบการโรงแรม รีสอร์ต ร้านอาหาร และคาเฟ่ (กลุ่มลูกค้า HoReCa) ในจังหวัดกระบี่ พังงา และสุราษฎร์ธานี โดยมี ศูนย์กระจายสินค้าหลัก 2 แห่ง (DC กระบี่ และ DC สุราษฎร์ธานี) ช่วยบริหารการจัดซื้อรวมในปริมาณมาก (Economies of Scale) ทำให้ได้ต้นทุนสินค้าที่ต่ำและบริหารสต็อกสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ผลการดำเนินงานของ MOTHER เติบโตต่อเนื่องทั้งในแง่ของรายได้และกำไรสุทธิ โดยในปี 2568 บริษัทมีรายได้รวม ฿1,434.83 ล้านบาท (+8.36% YoY) และกำไรสุทธิ ฿24.03 ล้านบาท และล่าสุดในงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 (1H2026) บริษัททำรายได้รวม ฿780.33 ล้านบาท เติบโต +8.22% YoY และมีกำไรสุทธิ ฿14.56 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +12.25% YoY
| รายการทางการเงิน (฿ ล้านบาท) | FY2023 | FY2024 | FY2025 | 1H2025 | 1H2026 | TTM (มิ.ย. 26) |
|---|---|---|---|---|---|---|
| รายได้จากการขายและบริการ | 1,248.50 | 1,319.40 | 1,429.20 | 718.50 | 777.60 | 1,488.30 |
| รายได้รวม (Total Revenue) | 1,252.90 | 1,324.16 | 1,434.83 | 721.06 | 780.33 | 1,494.10 |
| กำไรขั้นต้น (Gross Profit) | 185.40 | 206.50 | 225.30 | 112.80 | 124.90 | 237.40 |
| อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin %) | 14.85% | 15.65% | 15.76% | 15.70% | 16.06% | 15.95% |
| EBITDA | 56.21 | 62.34 | 63.17 | 32.39 | 35.65 | 66.43 |
| EBITDA Margin (%) | 4.49% | 4.71% | 4.40% | 4.49% | 4.57% | 4.45% |
| กำไรสุทธิ (Net Profit) | 15.99 | 22.75 | 24.03 | 12.97 | 14.56 | 25.62 |
| อัตรากำไรสุทธิ (Net Margin %) | 1.28% | 1.72% | 1.67% | 1.80% | 1.87% | 1.71% |
ฐานะการเงินของ MOTHER แข็งแกร่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญหลังจากการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai โดยมีส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นจาก ฿133.94 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2567 สู่ ฿270.34 ล้านบาท ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 ขณะที่สินทรัพย์รวมเติบโตแตะ ฿509.70 ล้านบาท สะท้อนการลงทุนขยายสาขาและการจัดซื้อสินค้าคงเหลือเพื่อรองรับการเติบโต
| รายการฐานะการเงิน (฿ ล้านบาท) | 31 ธ.ค. 2023 | 31 ธ.ค. 2024 | 31 ธ.ค. 2025 | 30 มิ.ย. 2026 |
|---|---|---|---|---|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด | 18.45 | 22.10 | 38.50 | 28.40 |
| ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้หมุนเวียนอื่น | 24.30 | 28.50 | 32.10 | 36.80 |
| สินค้าคงเหลือ (Inventories) | 112.50 | 118.20 | 145.60 | 168.20 |
| ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ (PP&E) และสิทธิการใช้ | 98.20 | 89.40 | 242.30 | 258.90 |
| สินทรัพย์รวม (Total Assets) | 265.70 | 270.34 | 476.00 | 509.70 |
| หนี้สินหมุนเวียน (เจ้าหนี้การค้าและเงินกู้สั้น) | 108.20 | 104.50 | 142.30 | 154.20 |
| หนี้สินไม่หมุนเวียน (หนี้สินตามสัญญาเช่า TFRS 16) | 33.18 | 31.90 | 75.70 | 85.16 |
| หนี้สินรวม (Total Liabilities) | 141.38 | 136.40 | 218.00 | 239.36 |
| ส่วนของผู้ถือหุ้น (Total Equity) | 124.32 | 133.94 | 258.00 | 270.34 |
| มูลค่าหุ้นทางบัญชีต่อหุ้น (BVPS) | ฿0.62 | ฿0.67 | ฿0.90 | ฿0.95 |
ก่อนการระดมทุน IPO บริษัทมีหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย (Interest-Bearing Debt: IBD) สูงกว่า ฿75–80 ล้านบาท ส่งผลให้อัตราส่วน IBD/E อยู่ที่ 0.56–0.66 เท่า อย่างไรก็ดี ภายหลังได้รับเงินสุทธิจาก IPO บริษัทได้นำเงินไปชำระคืนหนี้เงินกู้ยืมสถาบันการเงิน ทำให้ IBD ลดลงเหลือเพียงประมาณ ฿52 ล้านบาท (ส่วนใหญ่เป็นสัญญาเช่าทางการเงินตามมาตรฐาน TFRS 16 ของสาขาที่เปิดใหม่) ส่งผลให้อัตราส่วน IBD/E ลดลงอย่างมีนัยสำคัญเหลือเพียง 0.19 เท่า
| ตัวชี้วัดด้านเลเวอเรจและความเสี่ยง | FY2023 | FY2024 | FY2025 | 30 มิ.ย. 2026 |
|---|---|---|---|---|
| หนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) | 1.14x | 1.02x | 0.84x | 0.89x |
| หนี้สินมีดอกเบี้ยต่อทุน (IB Debt / Equity) | 0.66x | 0.56x | 0.19x | 0.19x |
| หนี้สินมีดอกเบี้ยสุทธิต่อทุน (Net IB Debt / Equity) | 0.55x | 0.45x | 0.08x | 0.09x |
| ความสามารถในการชำระดอกเบี้ย (Interest Coverage) | 5.8x | 6.5x | 11.2x | 12.8x |
โครงสร้างรายได้ของ MOTHER พัฒนาไปสู่ธุรกิจค้าปลีกที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันสัดส่วนรายได้จากธุรกิจค้าปลีกคิดเป็น ~75% ของรายได้รวม (เพิ่มขึ้นจาก 69% ในปี 2567) ขณะที่ธุรกิจค้าส่งคิดเป็น ~25%
| กลุ่มธุรกิจ | สัดส่วนรายได้ | ลักษณะการดำเนินงานและจุดเด่น | แนวโน้มการเติบโต |
|---|---|---|---|
| ธุรกิจค้าปลีก (Mother Supermarket & Marché) | 75% | 22 สาขาในกระบี่ พังงา สุราษฎร์ธานี เจาะกลุ่มชุมชนและนักท่องเที่ยว อัตรากำไรขั้นต้น 16–18% | เติบโตสูงตามการขยายสาขาใหม่ปีละ 4–5 แห่ง และการท่องเที่ยวอันดามัน |
| ธุรกิจค้าส่งและกระจายสินค้า | 25% | กระจายสินค้าให้โชห่วยและกลุ่มโรงแรม/ร้านอาหาร HoReCa สร้างโวลุ่มจัดซื้อและกระจายสินค้า | เติบโตมั่นคง ช่วยหนุนความประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale) |
บริษัทมีนโยบายการจ่ายเงินปันผลในอัตรา ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 40.00 ของกำไรสุทธิหลังหักภาษีเงินได้นิติบุคคลและจัดสรรทุนสำรองตามกฎหมาย โดยหลังเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai บริษัทได้จ่ายเงินปันผลรอบปี 2568 ในอัตรา 0.034 บาทต่อหุ้น (คิดเป็นอัตราการจ่ายปันผล Dividend Payout Ratio ประมาณ 40.5% ของกำไรสุทธิ) เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2569
| รอบผลประกอบการ | เงินปันผลต่อหุ้น (DPS) | อัตราการจ่ายปันผล (Payout) | Dividend Yield (ณ ราคา ฿1.08) | วันจ่ายเงินปันผล |
|---|---|---|---|---|
| ปี 2566 (FY2023) | 0.00 บาท | — (งดจ่ายเพื่อสะสมทุน) | — | — |
| ปี 2567 (FY2024) | 0.00 บาท | — (งดจ่ายเพื่อเตรียม IPO) | — | — |
| ปี 2568 (FY2025) | 0.0340 บาท | 40.48% | 3.15% | 22 พ.ค. 2569 |
| ปี 2569E (ประมาณการ) | 0.0360 บาท | ~40.00% | 3.33% | พ.ค. 2570 (คาดการณ์) |
เมื่อเปรียบเทียบกับผู้ประกอบการค้าปลีกในตลาดหลักทรัพย์ MOTHER ถือเป็นหุ้นค้าปลีกขนาดเล็กที่มีความคล้ายคลึงที่สุดกับ บมจ.ธนพิริยะ (TNP) ซึ่งเป็นเชนค้าปลีกท้องถิ่นชั้นนำในภาคเหนือ (เชียงราย เชียงใหม่ พะเยา) โดย MOTHER ซื้อขายที่ระดับ P/E 11.94 เท่า และ P/BV 1.13 เท่า ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มค้าปลีกรายใหญ่ใน SET (CPALL, CRC, BJC) ที่ซื้อขายในกรอบ P/E 17.8x – 23.2x อย่างมีนัยสำคัญ
| หลักทรัพย์ | ราคา (บาท) | Market Cap (฿ ล้าน) | P/E (เท่า) | P/BV (เท่า) | Div Yield (%) | จุดเด่นทางธุรกิจ |
|---|---|---|---|---|---|---|
| MOTHER | ฿1.08 | 309 | 11.94x | 1.13x | 3.18% | เจ้าถิ่นอันดามัน (กระบี่-พังงา-สุราษฎร์), Mother Marché โตตามท่องเที่ยว |
| TNP | ฿2.84 | 2,272 | 10.55x | 1.58x | 3.85% | ผู้นำซูเปอร์มาร์เก็ตท้องถิ่นภาคเหนือตอนบน ขยายสาขาต่อเนื่อง |
| CPALL | ฿56.75 | 510,000 | 20.50x | 2.85x | 2.45% | ยักษ์ใหญ่ร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven และค้าส่ง Lotus’s/Makro |
| CRC | ฿30.25 | 185,000 | 23.20x | 2.10x | 1.85% | ห้างสรรพสินค้า Tops ซูเปอร์มาร์เก็ต และไทวัสดุ ครอบคลุมทั่วประเทศ |
| BJC | ฿19.20 | 76,000 | 17.80x | 0.68x | 4.10% | ผู้บริหารไฮเปอร์มาร์เก็ต Big C และธุรกิจบรรจุภัณฑ์/สินค้าอุปโภค |
ฝ่ายบริหารของ MOTHER ตั้งเป้าหมายการเติบโตของรายได้ในระดับ สองหลัก (Double Digit Growth) ในปี 2569–2570 โดยมีกลยุทธ์ขับเคลื่อนธุรกิจที่สำคัญ 3 ประการ:
การขยายสาขาเชิงรุกครอบคลุมทุกอำเภอในกระบี่: มีแผนเปิดสาขาใหม่ไม่น้อยกว่า 5 สาขาในปี 2569 โดยล่าสุดได้เปิดสาขาอำเภอปลายพระยาในไตรมาส 2/2569 และเตรียมเปิดเพิ่มในโซนท่องเที่ยวและรอยต่อจังหวัดพังงา-สุราษฎร์ธานี
การขยายสัดส่วนแบรนด์ Mother Marché: เพิ่มสัดส่วนซูเปอร์มาร์เก็ตระดับพรีเมียมในแหล่งท่องเที่ยวเพื่อเพิ่ม Gross Margin เฉลี่ยของบริษัทให้อยู่ในระดับ 16.5%–17.0%
อานิสงส์มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว: การฟื้นตัวของเที่ยวบินตรงสู่สนามบินนานาชาติกระบี่ ควบคู่กับโครงการกระตุ้นกำลังซื้อรากหญ้าของภาครัฐ ช่วยหนุนยอดขายสาขาเดิม (SSSG)
การปรับปรุงระบบบริหารคลังสินค้าและโลจิสติกส์: ใช้ประโยชน์จากศูนย์กระจายสินค้า 2 แห่งอย่างเต็มประสิทธิภาพ เพื่อลดต้นทุนขนส่งและเพิ่มอัตราการหมุนเวียนสินค้าคงคลัง (Inventory Turnover)
| ปัจจัยเสี่ยง | ลักษณะผลกระทบ | แนวทางการบริหารจัดการและป้องกัน |
|---|---|---|
| ความเสี่ยงจากการพึ่งพิงการท่องเที่ยว | หากเกิดปัจจัยลบต่อการท่องเที่ยว เช่น มรสุมรุนแรง หรือเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ยอดขาย Mother Marché อาจลดลง | กระจายสาขาและกลุ่มลูกค้าด้วย Mother Supermarket ที่เน้นสินค้าจำเป็นสำหรับชุมชนท้องถิ่น |
| การแข่งขันจากโมเดิร์นเทรดระดับประเทศ | การขยายตัวของ 7-Eleven, Lotus’s Go Fresh, Mini Big C และ Tops Daily ในพื้นที่ภาคใต้ | ชูจุดแข็งความเป็นเจ้าถิ่น ความคุ้นเคยกับคนในพื้นที่ สินค้าท้องถิ่น และความยืดหยุ่นด้านราคาและบริการ |
| ความเสี่ยงจากการบริหารสินค้าคงเหลือ | สินค้าอุปโภคบริโภคและอาหารสดมีอายุการเก็บรักษา หากบริหารสต็อกไม่ดีอาจเกิดผลขาดทุนจากการเสื่อมสภาพ | พัฒนาระบบ ERP เชื่อมโยงข้อมูลยอดขายสาขาแบบ Real-time เข้ากับศูนย์กระจายสินค้า (DC) เพื่อสั่งซื้อแบบ Just-in-Time |
| ความผันผวนของค่าแรงและต้นทุนพลังงาน | การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำและค่าไฟฟ้ากระทบต้นทุนการดำเนินงานของสาขาและห้องเย็น | ติดตั้งระบบโซลาร์รูฟท็อปในศูนย์กระจายสินค้าและสาขาขนาดใหญ่ ควบคู่กับการใช้ตู้แช่ประหยัดพลังงานอินเวอร์เตอร์ |
มุมมองการลงทุน: MOTHER เป็นหุ้นค้าปลีกขนาดเล็ก (Small-Cap Growth Stock) ที่มีปัจจัยพื้นฐานมั่นคงและได้รับอานิสงส์โดยตรงจากการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวในโซนอันดามัน ปัจจุบันซื้อขายที่ราคา ฿1.08 บาท ซึ่งมีส่วนลดจากราคา IPO ที่ ฿1.40 ถึง 22.8% และซื้อขายที่ระดับ P/E 11.94 เท่า และ P/BV 1.13 เท่า พร้อมให้อัตราเงินปันผลตอบแทนประมาณ 3.18%
| กรณีการลงทุน | กำไรสุทธิปี 2026E | EPS 2026E | P/E อ้างอิง | ราคาเป้าหมาย | Upside / Downside |
|---|---|---|---|---|---|
| Bull Case | ฿30.50 ล้าน | ฿0.107 | 13.5x | ฿1.45 | +34.3% |
| Base Case | ฿27.00 ล้าน | ฿0.094 | 13.0x | ฿1.25 | +15.7% |
| Bear Case | ฿22.00 ล้าน | ฿0.077 | 12.3x | ฿0.95 | -12.0% |
[ ] อัตราการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSSG): ติดตามตัวเลข SSSG ในช่วงไฮซีซั่นไตรมาส 4/2569 และไตรมาส 1/2570 ว่าสามารถรักษาระดับบวกต่อเนื่องได้หรือไม่
[ ] ความคืบหน้าการเปิดสาขาใหม่: ติดตามการเปิดสาขาใหม่ตามเป้า 5 แห่งในปี 2569 เพื่อยืนยันความสามารถในการสร้างรายได้ส่วนเพิ่ม
[ ] อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin): ติดตามการขยายตัวของแบรนด์ Mother Marché ซึ่งช่วยดึงให้อัตรากำไรขั้นต้นรวมยืนเหนือ 16.0%
[ ] ตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าจังหวัดกระบี่: ติดตามสถิติของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อประเมินทิศทางกำลังซื้อในพื้นที่