บริษัท ล่ำสูง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (SET: LST) ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2517 เป็นผู้นำในอุตสาหกรรมการผลิตและจำหน่ายน้ำมันพืชเพื่อการบริโภคและอุตสาหกรรมในประเทศไทยอย่างยาวนานกว่า 50 ปี ครองส่วนแบ่งการตลาดอันดับหนึ่งในกลุ่มน้ำมันปาล์มบรรจุขวดภายใต้ตราสินค้า “หยก” (Yok) และตราสินค้ากลุ่มน้ำมันพืชเพื่อสุขภาพ “เนเชอเรล” (Naturel) ควบคู่กับการเป็นผู้ผลิตเนยเทียม มาการีน ไขมันพืชผสม และชอร์ตเทนนิ่งชั้นนำสำหรับธุรกิจเบเกอรี่และบริการอาหาร
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| ชื่อบริษัท (ไทย) | บริษัท ล่ำสูง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) |
| ชื่อบริษัท (อังกฤษ) | Lam Soon (Thailand) Public Company Limited |
| สัญลักษณ์หลักทรัพย์ | LST (หุ้นสามัญ), LST-F (หุ้นสำหรับผู้ลงทุนต่างประเทศ) |
| กลุ่มอุตสาหกรรม / หมวดธุรกิจ | เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร / อาหารและเครื่องดื่ม (Food & Beverage) |
| วันเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ | 25 กรกฎาคม 2539 (1996) |
| ที่ตั้งสำนักงานใหญ่ | 989 อาคารเอไอเอ อีสต์ เกตเวย์ ชั้น 19 ห้องเลขที่ 1901-1906 และ 1912 ถนนเทพรัตน แขวงบางนาเหนือ เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260 |
| โรงงานผลิตและกลั่นน้ำมันพืช | นิคมอุตสาหกรรมบางปู จังหวัดสมุทรปราการ (กำลังการกลั่นปาล์มน้ำมันบริสุทธิ์และบรรจุขวด/ปี๊บ) |
| โรงงานแปรรูปอาหารและเครื่องดื่ม | โรงงานลำปาง และโรงงานสุราษฎร์ธานี (ดำเนินการโดย บมจ.อาหารสากล หรือ UFC) |
| นโยบายการจ่ายเงินปันผล | ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 40 ของกำไรสุทธิหลังหักภาษีเงินได้และสำรองตามกฎหมาย |
บมจ.ล่ำสูง (ประเทศไทย) เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการแปรรูปไขมันพืชและน้ำมันพืชสำหรับอุปโภคบริโภคในระดับครัวเรือน ธุรกิจบริการอาหาร (Food Service) และอุตสาหกรรมอาหารขนาดใหญ่ โดยแบ่งกลุ่มผลิตภัณฑ์หลักออกเป็น 3 สายธุรกิจ:
ประกอบด้วยผลิตภัณฑ์น้ำมันพืชบรรจุขวด ถุง และปี๊บ ครอบคลุมทั้งตลาดค้าปลีก (Modern Trade, Traditional Trade) และตลาดสถาบัน:
LST เป็นผู้ผลิตไขมันชนิดพิเศษสำหรับกลุ่มลูกค้าเบเกอรี่ระดับมืออาชีพ โรงงานขนมอบ และเชฟชั้นนำ ได้แก่:
อ้างอิงข้อมูล: ผลิตภัณฑ์และแบรนด์สินค้า บมจ.ล่ำสูง (ประเทศไทย) และ แบบ 56-1 One Report ประจำปี 2568
ผลการดำเนินงานของ LST แสดงถึงเสถียรภาพของรายได้ที่เติบโตแตะระดับกว่า 11,000 ล้านบาทต่อปี แม้ว่าจะต้องเผชิญกับความผันผวนของราคาต้นทุนน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) ในตลาดโลก และการควบคุมราคาจำหน่ายน้ำมันปาล์มบริโภคขวด 1 ลิตรโดยกรมการค้าภายใน แต่บริษัทยังสามารถรักษาความสามารถในการทำกำไรสุทธิได้อย่างแข็งแกร่ง
ที่มา: SET Company Highlights LST และ MD&A ไตรมาส 2/2569
คำนวณจากงบการเงินรวมของบริษัทที่ผ่านการสอบทาน/ตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (EY Office Limited)
| รายการ (ล้านบาท) | FY2023 | FY2024 | FY2025 | 1H2025 | 1H2026 | % YoY (1H) |
|---|---|---|---|---|---|---|
| รายได้รวมจากการขาย | 11,670.28 | 10,906.28 | 11,721.90 | 5,830.00 | 6,689.92 | +14.75% |
| EBITDA | 994.29 | 1,029.50 | 1,064.00 | 485.00 | 460.00 | -5.15% |
| กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ | 516.63 | 516.63 | 527.94 | 227.00 | 212.50 | -6.39% |
| EBITDA Margin (%) | 8.52% | 9.44% | 9.08% | 8.32% | 6.88% | -1.44% |
| Net Profit Margin (%) | 4.43% | 4.74% | 4.50% | 3.89% | 3.18% | -0.71% |
| กำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน (EPS - บาท) | 0.63 | 0.63 | 0.64 | 0.28 | 0.26 | -7.14% |
สินทรัพย์รวมของกลุ่มล่ำสูงเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องแตะระดับ ฿9,599.36 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส 2/2569 สินทรัพย์หลักประกอบด้วยลูกหนี้การค้า สินค้าคงเหลือ (น้ำมันปาล์มดิบ ผลิตภัณฑ์ระหว่างผลิต และสินค้าสำเร็จรูป) และที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ของโรงงานกลั่นบางปู โรงงานสกัด UPOIC และโรงงาน UFC โครงสร้างเงินทุนพึ่งพาเงินทุนของผู้ถือหุ้นเป็นหลัก
| งวดบัญชี | สินทรัพย์รวม (฿ล้าน) | หนี้สินรวม (฿ล้าน) | ส่วนผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ (฿ล้าน) | ส่วนได้เสียไม่มีอำนาจควบคุม (NCI) | ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม (฿ล้าน) | ผลรวม L + Total Equity |
|---|---|---|---|---|---|---|
| 31 ธ.ค. 2023 | 7,062.41 | 1,676.83 | 4,890.93 | 494.65 | 5,385.58 | 7,062.41 |
| 31 ธ.ค. 2024 | 7,816.62 | 2,096.92 | 5,202.88 | 516.82 | 5,719.70 | 7,816.62 |
| 31 ธ.ค. 2025 | 8,628.36 | 2,542.47 | 5,534.10 | 551.79 | 6,085.89 | 8,628.36 |
| 30 มิ.ย. 2026 (ล่าสุด) | 9,599.36 | 3,498.37 | 5,560.31 | 540.68 | 6,100.99 | 9,599.36 |
หนี้สินรวมที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ณ สิ้นไตรมาส 2/2569 มาจากการกู้ยืมเงินระยะสั้นจากสถาบันการเงินเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการสำรองน้ำมันปาล์มดิบและวัตถุดิบทางการเกษตรในรอบการผลิตฤดูกาล โดยบริษัทมีอัตราส่วนสภาพคล่อง (Current Ratio) แข็งแกร่งที่ 1.58 เท่า และกระแสเงินสดจากการดำเนินงานยังคงเป็นบวก สามารถรองรับค่าใช้จ่ายลงทุนเพื่อบำรุงรักษาเครื่องจักร (Maintenance CAPEX) ได้อย่างคล่องตัว
ที่มา: คำนวณจากงบการเงินฉบับสอบทานของบริษัท — หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย (IBD) ประกอบด้วยตั๋วสัญญาใช้เงินและเงินเบิกเกินบัญชีระยะสั้น
| ตัวชี้วัด (Ratios) | FY2023 | FY2024 | FY2025 | 30 มิ.ย. 2026 | เกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัย |
|---|---|---|---|---|---|
| หนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) | 0.31x | 0.37x | 0.42x | 0.57x | < 1.50x |
| หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุน (IB Debt / Equity) | 0.18x | 0.22x | 0.28x | 0.33x | < 1.00x |
| หนี้สินสุทธิต่อทุน (Net IB Debt / Equity) | 0.10x | 0.14x | 0.20x | 0.26x | < 0.80x |
| ความสามารถในการชำระดอกเบี้ย (Interest Coverage Ratio) | 15.2x | 14.8x | 13.6x | 11.4x | > 3.00x |
| ข้อกำหนดทางการเงิน (Financial Debt Covenants) | ผ่านเกณฑ์ | ผ่านเกณฑ์ | ผ่านเกณฑ์ | ผ่านเกณฑ์ (D/E < 2.0x) | ปลอดภัยสูง |
| กลุ่มธุรกิจ | สัดส่วนรายได้ (%) | ผลิตภัณฑ์และตราสินค้าหลัก | กลุ่มลูกค้าเป้าหมายและการจัดจำหน่าย |
|---|---|---|---|
| ผลิตภัณฑ์น้ำมันปาล์มและน้ำมันพืช | ~78% | น้ำมันปาล์มตรา “หยก”, น้ำมันพืชตรา “เนเชอเรล”, เนยเทียม/มาการีน “เซสท์”, “เบเกอร์ส ช้อยส์” | ผู้บริโภคครัวเรือนผ่าน Modern Trade / Traditional Trade, ร้านอาหาร, โรงแรม และโรงงานอุตสาหกรรมอาหาร |
| ผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปและเครื่องดื่ม (UFC) | ~22% | ผักและผลไม้กระป๋อง (ข้าวโพดหวาน, เงาะ, ลิ้นจี่), น้ำผลไม้พร้อมดื่ม, น้ำมะพร้าว 100% ตรา “UFC Refresh” | จำหน่ายทั้งในประเทศและส่งออกกว่า 40 ประเทศทั่วโลก (สหรัฐอเมริกา ยุโรป ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย ตะวันออกกลาง) |
LST ดำเนินนโยบายการจ่ายเงินปันผลไม่ต่ำกว่าร้อยละ 40 ของกำไรสุทธิหลังหักภาษีเงินได้และสำรองตามกฎหมาย โดยบริษัทมีประวัติการจ่ายเงินปันผลอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอทุกปี สะท้อนถึงเสถียรภาพของกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง
ที่มา: SET Factsheet LST และประกาศตลาดหลักทรัพย์ฯ
| รอบผลประกอบการ | เงินปันผล (฿/หุ้น) | วันขึ้นเครื่องหมาย XD | วันจ่ายเงินปันผล | Payout Ratio (งบเฉพาะกิจการ) | Dividend Yield (%) |
|---|---|---|---|---|---|
| FY2023 (2566) | 0.25 | 8 พ.ค. 2567 | 24 พ.ค. 2567 | 45.8% | 5.20% |
| FY2024 (2567) | 0.20 | 10 เม.ย. 2568 | 30 เม.ย. 2568 | 42.2% | 4.35% |
| FY2025 (2568) | 0.22 | 9 มี.ค. 2569 | 8 พ.ค. 2569 | 44.5% | 4.72% |
| 2026E (ประมาณการ) | 0.22 | มี.ค. 2570 (คาดการณ์) | พ.ค. 2570 (คาดการณ์) | ~45.0% | 4.72% |
การจ่ายเงินปันผลของ LST ในอัตรา ฿0.20 – ฿0.25 ต่อหุ้น ให้ Dividend Yield เฉลี่ยที่ระดับ 4.5% – 5.5% อย่างสม่ำเสมอทุกปี ถือเป็นหุ้นคุณค่า (Value Dividend Stock) ที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่ต้องการกระแสเงินสดสม่ำเสมอและมีความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาต่ำ
ในการประเมินเปรียบเทียบเชิงสัมพัทธ์ ได้คัดเลือกหลักทรัพย์ในกลุ่มอุตสาหกรรมเกษตรกรรมและแปรรูปน้ำมันพืชในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ได้แก่ บมจ.น้ำมันพืชไทย (TVO) ผู้นำน้ำมันถั่วเหลือง, บมจ.ยูนิวานิชน้ำมันปาล์ม (UVAN) ผู้นำน้ำมันปาล์มต้นน้ำ, บมจ.ชุมพรอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม (CPI) ผู้ผลิตน้ำมันปาล์มครบวงจร และ บมจ.วิจิตรภัณฑ์ปาล์มออยล์ (VPO)
ที่มา: SET Factsheet ของแต่ละหลักทรัพย์ ณ วันที่ 25 กันยายน 2026 — VPO ไม่มีค่า P/E (null) เนื่องจากผลประกอบการขาดทุน
| หลักทรัพย์ | ราคาปิด (฿) | Market Cap (฿ล้าน) | P/E (เท่า) | P/BV (เท่า) | Div. Yield (%) | ความโดดเด่นของธุรกิจ |
|---|---|---|---|---|---|---|
| LST (Subject) | 4.66 | 3,821 | 7.44x | 0.69x | 4.72% | ผู้นำน้ำมันปาล์มบริโภค “หยก”, มาการีนเบเกอรี่ และผักผลไม้ UFC |
| TVO | 27.50 | 24,460 | 9.43x | 1.75x | 5.82% | ผู้นำน้ำมันถั่วเหลืองตรา “องุ่น” และกากถั่วเหลืองอาหารสัตว์ |
| UVAN | 14.40 | 13,536 | 11.48x | 2.58x | 8.74% | ผู้นำสวนปาล์มและสกัด CPO รายใหญ่ ฐานะการเงิน Net Cash |
| CPI | 3.52 | 2,215 | 8.59x | 0.63x | 5.68% | ผู้ผลิตน้ำมันปาล์มครบวงจรตรา “ลีลา” และโรงไฟฟ้าชีวมวล |
| VPO | 0.48 | 451 | — (ขาดทุน) | 0.97x | 0.00% | โรงสกัดน้ำมันปาล์มดิบขนาดเล็กในภาคใต้ |
ข้อสังเกตจากการเปรียบเทียบ: LST มีระดับการประเมินมูลค่า (Valuation) ที่ถูกที่สุดในกลุ่มเมื่อพิจารณาจาก P/E เพียง 7.44 เท่า (เทียบกับ TVO 9.43x และ UVAN 11.48x) และมี P/BV ต่ำเพียง 0.69 เท่า ซึ่งสะท้อนว่าราคาหุ้นในปัจจุบันยังต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี (Discount to Book Value 31%) ขณะเดียวกันยังมีโครงสร้างธุรกิจปลายน้ำที่แข็งแกร่ง ช่วยลดความผันผวนเมื่อเทียบกับผู้ผลิตน้ำมันปาล์มดิบต้นน้ำเพียงอย่างเดียว
ฝ่ายจัดการของ LST ได้วางกลยุทธ์การเติบโตเพื่อเสริมสร้างความสามารถในการทำกำไรและลดผลกระทบจากความผันผวนของราคาสินค้าเกษตรโภคภัณฑ์ โดยมุ่งเน้น 3 ด้านหลัก:
การขยายพอร์ตสินค้ามูลค่าเพิ่มสูง (High-Value Added & Specialty Fats): ขยายสายการผลิตกลุ่มผลิตภัณฑ์ไขมันชนิดพิเศษสำหรับอุตสาหกรรมอาหารและเบเกอรี่ ซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) สูงกว่าน้ำมันปาล์มบรรจุขวดทั่วไปถึง 1.5–2.0 เท่า เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจคาเฟ่ ร้านเบเกอรี่ และธุรกิจบริการอาหาร (HoReCa)
การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและการบริโภคในประเทศ: การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของนักท่องเที่ยวต่างชาติและการบริโภคภายในประเทศช่วยกระตุ้นยอดขายน้ำมันพืชตรา “หยก” และวัตถุดิบเบเกอรี่ผ่านร้านอาหารและโรงแรมทั่วประเทศ
การเติบโตของ UFC ในตลาดส่งออกสุขภาพ: น้ำมะพร้าว 100% ตรา “UFC Refresh” และผลิตภัณฑ์ผลไม้แปรรูปกำลังได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องในตลาดเอเชีย ยุโรป และสหรัฐฯ จากกระแสใส่ใจสุขภาพ (Health & Wellness Trend)
การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการบริหารต้นทุนพลังงาน: การต่อยอดโครงการก๊าซชีวภาพและพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) ที่โรงงานบางปู ช่วยลดต้นทุนค่าไฟฟ้าและส่งเสริมเป้าหมายการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนตามกรอบ ESG
| ประเภทความเสี่ยง | สาระสำคัญและผลกระทบ | สัญญาณเตือนที่สังเกตได้ (Trigger) | มาตรการบริหารจัดการความเสี่ยง |
|---|---|---|---|
| 1. ความเสี่ยงด้านความผันผวนของราคา CPO (Commodity Price Risk) | ราคาวัตถุดิบน้ำมันปาล์มดิบมีความผันผวนสูงตามตลาดโลกและผลผลิตปาล์มสดในประเทศ | ราคาน้ำมันปาล์มดิบตลาดมาเลเซีย (MDEX) และราคา CPO ในประเทศเปลี่ยนแปลงเร็วเกิน 15% ใน 1 เดือน | ติดตามสถานการณ์ตลาดอย่างใกล้ชิด บริหารระดับสินค้าคงคลังให้เหมาะสม และทำสัญญาซื้อวัตถุดิบล่วงหน้า |
| 2. ความเสี่ยงจากมาตรการควบคุมราคาภาครัฐ (Price Control Risk) | น้ำมันปาล์มบรรจุขวด 1 ลิตร เป็นสินค้าควบคุมราคา ทำให้ไม่สามารถปรับราคาขายปลีกสะท้อนต้นทุนได้ทันที | ประกาศกำหนดเพดานราคาจำหน่ายของกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ | เพิ่มสัดส่วนยอดขายในกลุ่มสินค้าพรีเมียม (เนเชอเรล) สินค้าอุตสาหกรรม และเนยเทียมเบเกอรี่ที่ไม่อยู่ใต้การคุมราคา |
| 3. ความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศและภัยธรรมชาติ (Climate & Crop Risk) | ภัยแล้งจากปรากฏการณ์เอลนีโญหรืออุทกภัยกระทบปริมาณผลผลิตปาล์มสดของ UPOIC และพืชผักผลไม้ของ UFC | รายงานปริมาณน้ำฝนในจังหวัดกระบี่ สุราษฎร์ธานี และภาคเหนือต่ำกว่าค่าเฉลี่ยปกติ | สนับสนุนระบบน้ำในสวนปาล์ม และทำสัญญาเพาะปลูกระบบเกษตรพันธสัญญา (Contract Farming) กระจายหลายพื้นที่ |
| 4. ความเสี่ยงด้านการแข่งขันในตลาดน้ำมันพืช (Market Competition Risk) | การแข่งขันด้านโปรโมชันราคาในช่องทาง Modern Trade จากแบรนด์คู่แข่ง เช่น มรกต ลีลา และน้ำมันพืชชนิดอื่น | การจัดแคมเปญลดราคาน้ำมันพืชขวดในห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ต่อเนื่อง | ตอกย้ำจุดแข็งด้านคุณภาพความบริสุทธิ์ของแบรนด์ “หยก” และขยายช่องทางจัดจำหน่าย Traditional Trade และ Food Service |
| 5. ความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน (FX Risk) | เงินบาทแข็งค่ากระทบต่อรายได้จากการส่งออกของ UFC และ UPOIC ขณะที่บาทอ่อนค่ากระทบต้นทุนการนำเข้าน้ำมันพืชพิเศษ | ค่าเงินบาทผันผวนหลุดกรอบ 33.00 – 36.00 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ | ใช้เครื่องมือทางการเงินเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (FX Forward Contracts) |
| 6. ความเสี่ยงด้านสภาพคล่องของหุ้น (Low Liquidity / Free Float Risk) | สัดส่วนผู้ถือหุ้นรายย่อย (Free Float) อยู่ที่ 23.27% ทำให้ปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ในระดับต่ำ | มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันต่ำกว่า 5 ล้านบาท | มุ่งเน้นการสร้างผลตอบแทนผ่านเงินปันผลที่สม่ำเสมอและสื่อสารข้อมูลพื้นฐานแก่ผู้ลงทุนอย่างโปร่งใส |
ณ ระดับราคาปัจจุบันที่ ฿4.66 บาท หุ้น LST ซื้อขายที่ระดับอัตราส่วน P/E (TTM) เท่ากับ 7.44 เท่า และ P/BV เท่ากับ 0.69 เท่า โดยมีมูลค่าตามบัญชีต่อหุ้น (BVPS) อยู่ที่ ฿6.78 บาท (ส่วนลดจากมูลค่าทางบัญชี 31%) พร้อมอัตราผลตอบแทนเงินปันผล (Dividend Yield) ในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมาเท่ากับ 4.72%
หมายเหตุความครอบคลุมของนักวิเคราะห์: LST เป็นหุ้นกลุ่มเกษตรและอาหารขนาดกลาง (Small/Mid-Cap) ที่มีสภาพคล่องการซื้อขายจำกัด จึงไม่มีบทวิเคราะห์อย่างเป็นทางการจาก IAA Consensus ดังนั้นการประเมินมูลค่าจึงอิงกับวิธีประเมินด้วย P/E Multiple และ P/BV ควบคู่กับ Dividend Discount Model
[ ] ทิศทางราคาวัตถุดิบน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) และส่วนต่างราคาการกลั่น: ติดตามการเคลื่อนไหวของราคา CPO ทั้งในประเทศและตลาดมาเลเซีย เพื่อประเมินทิศทาง Gross Margin
[ ] นโยบายของกรมการค้าภายในเกี่ยวกับการควบคุมราคาน้ำมันปาล์มบริโภค: ติดตามการขอปรับเพดานราคาขายปลีกน้ำมันพืชบรรจุขวด 1 ลิตร หากต้นทุนวัตถุดิบทรงตัวสูง
[ ] ผลประกอบการไตรมาส 3/2569: ติดตามการฟื้นตัวของปริมาณการขายและผลการดำเนินงานของบริษัทย่อย UFC และ UPOIC
[ ] การประกาศเงินปันผลประจำปี 2569: ติดตามมติคณะกรรมการบริษัทในช่วงเดือนกุมภาพันธ์–มีนาคม 2570 เพื่อยืนยันอัตราเงินปันผลตอบแทน