รายงานวิเคราะห์หุ้นเพื่อการตัดสินใจ · Equity Research Report

วิเคราะห์หุ้น LST — บริษัท ล่ำสูง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์น้ำมันพืชและไขมันแปรรูปครบวงจรชั้นนำของประเทศไทย เจ้าของแบรนด์น้ำมันปาล์มยอดนิยมอันดับหนึ่ง "หยก" (Yok) และแบรนด์น้ำมันพืชเพื่อสุขภาพ "เนเชอเรล" (Naturel) ตลอดจนเนยเทียม มาการีน และไขมันชนิดพิเศษสำหรับอุตสาหกรรมเบเกอรี่ เสริมความแข็งแกร่งด้วยห่วงโซ่ธุรกิจครบวงจรผ่านบริษัทย่อย บมจ.สหอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม (UPOIC) ในส่วนต้นน้ำสวนปาล์มและโรงสกัด CPO และ บมจ.อาหารสากล (UFC) ในส่วนปลายน้ำอาหารแปรรูป ผลไม้กระป๋อง และเครื่องดื่มพร้อมดื่ม ฐานะการเงินแข็งแกร่งด้วยภาระหนี้สินที่มีดอกเบี้ยต่ำ (IBD/E เพียง 0.33 เท่า) ปันผลสม่ำเสมอ Dividend Yield 4.72% และ Valuation ไม่แพง P/E 7.44 เท่า และ P/BV 0.69 เท่า (ต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี ฿6.78) — ข้อมูลตลาด ณ 25 ก.ย. 2026 / งบการเงิน ณ 30 มิ.ย. 2026
Sector: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร / อาหารและเครื่องดื่ม (Consumer Non-Durables / Food: Specialty/Candy)ราคาล่าสุด ฿4.66Market Cap ฿3,821 ล้านP/E 7.44 · P/BV 0.69Dividend Yield ~4.72%

เขียนโดย HypeTimes Staff · ข้อมูล ณ

1. บทสรุปผู้บริหาร (Executive Summary)

ภาพรวมการลงทุน สถานะทางการเงิน และประเด็นสำคัญเชิงกลยุทธ์ — ข้อมูล ณ วันที่ 25 กันยายน 2026

บริษัท ล่ำสูง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (SET: LST) ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2517 เป็นผู้นำในอุตสาหกรรมการผลิตและจำหน่ายน้ำมันพืชเพื่อการบริโภคและอุตสาหกรรมในประเทศไทยอย่างยาวนานกว่า 50 ปี ครองส่วนแบ่งการตลาดอันดับหนึ่งในกลุ่มน้ำมันปาล์มบรรจุขวดภายใต้ตราสินค้า “หยก” (Yok) และตราสินค้ากลุ่มน้ำมันพืชเพื่อสุขภาพ “เนเชอเรล” (Naturel) ควบคู่กับการเป็นผู้ผลิตเนยเทียม มาการีน ไขมันพืชผสม และชอร์ตเทนนิ่งชั้นนำสำหรับธุรกิจเบเกอรี่และบริการอาหาร

ราคาหุ้นปัจจุบัน
฿4.66
ณ 25 ก.ย. 2026(SET Factsheet)
มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด
฿3,821 ล้าน
820.00 ล้านหุ้นจดทะเบียน (พาร์ ฿1.00)(SET Profile)
P/E Ratio (TTM)
7.44x
อิงกำไร TTM ฿513.44 ล้านบาท(SET Financials)
Dividend Yield
4.72%
เงินปันผลงวดปี 2568 ฿0.22/หุ้น(SET Factsheet)
P/BV Ratio
0.69x
BVPS อยู่ที่ ฿6.78 (ส่วนลด 31%)(SET Highlights)
กำไรสุทธิ 1H2026
฿212.50 ล้าน
รายได้รวม ฿6,689.92 ล้านบาท(MD&A 2Q26)

สรุปสาระสำคัญเชิงกลยุทธ์ (Key Takeaways)

  1. ห่วงโซ่คุณค่าครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ (Fully Integrated Value Chain): LST บูรณาการธุรกิจครอบคลุมต้นน้ำผ่าน บมจ.สหอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม (UPOIC) ซึ่งถือหุ้น 69.96% เพื่อบริหารสวนปาล์มและโรงสกัด CPO ในจังหวัดกระบี่และสุราษฎร์ธานี โรงงานกลั่นและบรรจุน้ำมันพืชในนิคมบางปู และธุรกิจแปรรูปผักผลไม้กระป๋อง เครื่องดื่มผ่าน บมจ.อาหารสากล (UFC) ซึ่งถือหุ้น 99.8% ช่วยสร้างเสถียรภาพและกระจายความเสี่ยงของรายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  1. ฐานะการเงินแข็งแกร่ง เลเวอเรจต่ำมาก (Conservative Balance Sheet): อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (IBD/E) อยู่ในระดับต่ำเพียง 0.33 เท่า (หนี้สิน IBD ฿2,024.60 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นเงินกู้ยืมระยะสั้นสำหรับสต็อกวัตถุดิบและเงินทุนหมุนเวียน) โดยมี D/E รวมเพียง 0.57 เท่า ปลอดภัยจากภาระผูกพันทางการเงิน (Financial Covenant กำหนด D/E ไม่เกิน 2.0x)

  1. Valuation น่าดึงดูด พร้อมเงินปันผลสม่ำเสมอ: หุ้น LST ซื้อขายที่ P/E ต่ำเพียง 7.44 เท่า และ P/BV 0.69 เท่า ซึ่งมีส่วนลดจากมูลค่าทางบัญชี (Book Value ต่อหุ้น ฿6.78) ถึง 31% ควบคู่ไปกับประวัติการจ่ายเงินปันผลต่อเนื่องทุกปี Dividend Yield เฉลี่ย 4.5% – 5.5% ต่อปี

Bull Case (กรณีบวก)

  • ส่วนต่างราคาการกลั่นน้ำมันปาล์ม (Refining Margin) ขยายตัวจากการบริหารสต็อก CPO ต้นทุนต่ำ
  • ภาครัฐผ่อนคลายมาตรการเพดานควบคุมราคาน้ำมันปาล์มบรรจุขวด 1 ลิตร ให้สอดคล้องกับต้นทุนจริง
  • ธุรกิจ UFC เติบโตเด่นจากการส่งออกน้ำผลไม้และผักผลไม้กระป๋องไปยังตลาดตะวันออกกลางและยุโรป
  • กำไรสุทธิทั้งปี 2569 กลับมาเติบโตแตะ ฿560+ ล้านบาท และหนุนเงินปันผลสู่ระดับ ฿0.25+ บาทต่อหุ้น

Base Case (กรณีฐาน)

  • รายได้รวมปี 2569 เติบโตต่อเนื่องที่ระดับ ฿12,500 – ฿13,000 ล้านบาท ตามความต้องการบริโภคในประเทศ
  • แม้ต้นทุน CPO จะผันผวน บริษัทสามารถบริหารจัดการ Gross Margin รวมได้ที่ระดับ 12.0% – 13.5%
  • กำไรสุทธิทั้งปี 2569 ทรงตัวในกรอบ ฿500 – ฿530 ล้านบาท พร้อมจ่ายเงินปันผล ฿0.22 บาทต่อหุ้น (Yield ~4.72%)
  • ฐานะการเงินรักษาระดับ IBD/E ต่ำกว่า 0.40 เท่าอย่างต่อเนื่อง

Bear Case (กรณีลบ)

  • ราคา CPO ในประเทศพุ่งสูงขึ้นรวดเร็ว ขณะที่ภาครัฐตรึงราคาน้ำมันปาล์มขวดเพื่อผู้บริโภค กดดัน Margin ปลายน้ำ
  • กำลังซื้อของผู้บริโภคระดับฐานรากชะลอตัวและการแข่งขันด้านราคาจากผู้ผลิตน้ำมันพืชรายอื่น
  • ภัยแล้งรุนแรงกระทบผลผลิตปาล์มสดของ UPOIC ลดลง ฉุดส่วนแบ่งกำไรจากธุรกิจต้นน้ำ
  • กำไรสุทธิปี 2569 ลดลงเหลือ ฿420 – ฿450 ล้านบาท ส่งผลให้เงินปันผลลดลงเหลือ ฿0.18 บาทต่อหุ้น

2. ข้อมูลสำคัญของบริษัท (Factsheet)

ข้อมูลสถิติการซื้อขาย โครงสร้างทุน และตัวชี้วัดทางการเงิน — ข้อมูล ณ วันที่ 25 กันยายน 2026
ราคาปิดล่าสุด
฿4.66
ณ 25 ก.ย. 2026(SET Factsheet)
52-Week Range
฿4.40 – ฿4.92
กรอบราคาในรอบ 52 สัปดาห์(SET Price)
P/E Ratio (TTM)
7.44x
ค่าเฉลี่ยหมวดอาหาร ~12-15x(SET Factsheet)
P/BV Ratio
0.69x
BVPS อยู่ที่ ฿6.78 บาท(SET Highlights)
Dividend Yield
4.72%
เงินปันผลงวดปี 2568 ฿0.22/หุ้น(SET Factsheet)
จำนวนหุ้นชำระแล้ว
820.00 ล้านหุ้น
พาร์ ฿1.00 (ทุน ฿820.00 ล้าน)(SET Profile)
Free Float
23.27%
ผู้ถือหุ้นรายย่อย 2,347 ราย(SET Profile)
Foreign Ownership
49.00%
ถือจริง ~40.02% (มีรูม ~8.98%)(SET Profile)
รายละเอียดโครงสร้างองค์กรและการจดทะเบียน — แหล่งข้อมูล: ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ บมจ.ล่ำสูง (ประเทศไทย)
หัวข้อรายละเอียด
ชื่อบริษัท (ไทย)บริษัท ล่ำสูง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
ชื่อบริษัท (อังกฤษ)Lam Soon (Thailand) Public Company Limited
สัญลักษณ์หลักทรัพย์LST (หุ้นสามัญ), LST-F (หุ้นสำหรับผู้ลงทุนต่างประเทศ)
กลุ่มอุตสาหกรรม / หมวดธุรกิจเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร / อาหารและเครื่องดื่ม (Food & Beverage)
วันเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์25 กรกฎาคม 2539 (1996)
ที่ตั้งสำนักงานใหญ่989 อาคารเอไอเอ อีสต์ เกตเวย์ ชั้น 19 ห้องเลขที่ 1901-1906 และ 1912 ถนนเทพรัตน แขวงบางนาเหนือ เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
โรงงานผลิตและกลั่นน้ำมันพืชนิคมอุตสาหกรรมบางปู จังหวัดสมุทรปราการ (กำลังการกลั่นปาล์มน้ำมันบริสุทธิ์และบรรจุขวด/ปี๊บ)
โรงงานแปรรูปอาหารและเครื่องดื่มโรงงานลำปาง และโรงงานสุราษฎร์ธานี (ดำเนินการโดย บมจ.อาหารสากล หรือ UFC)
นโยบายการจ่ายเงินปันผลไม่ต่ำกว่าร้อยละ 40 ของกำไรสุทธิหลังหักภาษีเงินได้และสำรองตามกฎหมาย

3. ลักษณะการประกอบธุรกิจ (Business Overview)

โครงสร้างสายธุรกิจ แบรนด์สินค้าชั้นนำ และห่วงโซ่คุณค่า — ข้อมูลจากแบบ 56-1 One Report

บมจ.ล่ำสูง (ประเทศไทย) เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการแปรรูปไขมันพืชและน้ำมันพืชสำหรับอุปโภคบริโภคในระดับครัวเรือน ธุรกิจบริการอาหาร (Food Service) และอุตสาหกรรมอาหารขนาดใหญ่ โดยแบ่งกลุ่มผลิตภัณฑ์หลักออกเป็น 3 สายธุรกิจ:

1. ธุรกิจผลิตภัณฑ์น้ำมันพืชเพื่อการบริโภค (Edible Oils)

ประกอบด้วยผลิตภัณฑ์น้ำมันพืชบรรจุขวด ถุง และปี๊บ ครอบคลุมทั้งตลาดค้าปลีก (Modern Trade, Traditional Trade) และตลาดสถาบัน:

2. ธุรกิจเนยเทียม มาการีน และไขมันพืชผสม (Bakery Fats & Shortening)

LST เป็นผู้ผลิตไขมันชนิดพิเศษสำหรับกลุ่มลูกค้าเบเกอรี่ระดับมืออาชีพ โรงงานขนมอบ และเชฟชั้นนำ ได้แก่:

3. ธุรกิจบริษัทย่อยที่เชื่อมโยงในห่วงโซ่คุณค่า

4. ผลประกอบการทางการเงิน (Financial Performance)

รายได้ อัตรากำไร และผลการดำเนินงานเปรียบเทียบ — ข้อมูลปี 2023 ถึง 1H2026

ผลการดำเนินงานของ LST แสดงถึงเสถียรภาพของรายได้ที่เติบโตแตะระดับกว่า 11,000 ล้านบาทต่อปี แม้ว่าจะต้องเผชิญกับความผันผวนของราคาต้นทุนน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) ในตลาดโลก และการควบคุมราคาจำหน่ายน้ำมันปาล์มบริโภคขวด 1 ลิตรโดยกรมการค้าภายใน แต่บริษัทยังสามารถรักษาความสามารถในการทำกำไรสุทธิได้อย่างแข็งแกร่ง

รายได้ EBITDA และกำไรสุทธิ (ล้านบาท) — FY2023 ถึง TTM 1H2026
อัตรากำไร EBITDA Margin และ Net Margin (%) — FY2023 ถึง TTM 1H2026

คำนวณจากงบการเงินรวมของบริษัทที่ผ่านการสอบทาน/ตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (EY Office Limited)

การเปรียบเทียบผลประกอบการช่วงครึ่งปีแรก (1H2025 vs 1H2026)

ผลประกอบการเปรียบเทียบ 1H2025 vs 1H2026 (ล้านบาท)
สรุปผลการดำเนินงานทางการเงินเปรียบเทียบย้อนหลัง 3 ปี และงวด 6 เดือนแรกของปี 2569
รายการ (ล้านบาท)FY2023FY2024FY20251H20251H2026% YoY (1H)
รายได้รวมจากการขาย11,670.2810,906.2811,721.905,830.006,689.92+14.75%
EBITDA994.291,029.501,064.00485.00460.00-5.15%
กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่516.63516.63527.94227.00212.50-6.39%
EBITDA Margin (%)8.52%9.44%9.08%8.32%6.88%-1.44%
Net Profit Margin (%)4.43%4.74%4.50%3.89%3.18%-0.71%
กำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน (EPS - บาท)0.630.630.640.280.26-7.14%

5. งบแสดงฐานะการเงินและสภาพคล่อง (Balance Sheet & Cash Flows)

โครงสร้างสินทรัพย์ หนี้สิน ส่วนของผู้ถือหุ้น และความสมดุลทางบัญชี — ณ 30 มิถุนายน 2026

สินทรัพย์รวมของกลุ่มล่ำสูงเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องแตะระดับ ฿9,599.36 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส 2/2569 สินทรัพย์หลักประกอบด้วยลูกหนี้การค้า สินค้าคงเหลือ (น้ำมันปาล์มดิบ ผลิตภัณฑ์ระหว่างผลิต และสินค้าสำเร็จรูป) และที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ของโรงงานกลั่นบางปู โรงงานสกัด UPOIC และโรงงาน UFC โครงสร้างเงินทุนพึ่งพาเงินทุนของผู้ถือหุ้นเป็นหลัก

โครงสร้างสินทรัพย์ หนี้สิน และส่วนของผู้ถือหุ้น (ล้านบาท) — 2023 ถึง 30 มิ.ย. 2026
สมการแสดงความสมบูรณ์ทางบัญชี (Accounting Identity: Assets = Liabilities + Equity)
งวดบัญชีสินทรัพย์รวม (฿ล้าน)หนี้สินรวม (฿ล้าน)ส่วนผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ (฿ล้าน)ส่วนได้เสียไม่มีอำนาจควบคุม (NCI)ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม (฿ล้าน)ผลรวม L + Total Equity
31 ธ.ค. 20237,062.411,676.834,890.93494.655,385.587,062.41
31 ธ.ค. 20247,816.622,096.925,202.88516.825,719.707,816.62
31 ธ.ค. 20258,628.362,542.475,534.10551.796,085.898,628.36
30 มิ.ย. 2026 (ล่าสุด)9,599.363,498.375,560.31540.686,100.999,599.36

การบริหารสภาพคล่องและเงินทุนหมุนเวียน

หนี้สินรวมที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ณ สิ้นไตรมาส 2/2569 มาจากการกู้ยืมเงินระยะสั้นจากสถาบันการเงินเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการสำรองน้ำมันปาล์มดิบและวัตถุดิบทางการเกษตรในรอบการผลิตฤดูกาล โดยบริษัทมีอัตราส่วนสภาพคล่อง (Current Ratio) แข็งแกร่งที่ 1.58 เท่า และกระแสเงินสดจากการดำเนินงานยังคงเป็นบวก สามารถรองรับค่าใช้จ่ายลงทุนเพื่อบำรุงรักษาเครื่องจักร (Maintenance CAPEX) ได้อย่างคล่องตัว

6. หนี้สินและโครงสร้างเงินทุน (Leverage & Capital Structure)

อัตราส่วนภาระหนี้สินและความสามารถในการชำระดอกเบี้ย — ณ 30 มิถุนายน 2026
อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุน (IBD/E) และ Net IBD/E (เท่า)

ที่มา: คำนวณจากงบการเงินฉบับสอบทานของบริษัท — หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย (IBD) ประกอบด้วยตั๋วสัญญาใช้เงินและเงินเบิกเกินบัญชีระยะสั้น

ตัวชี้วัดความเสี่ยงด้านภาระหนี้สินทางการเงิน (Financial Leverage Ratios)
ตัวชี้วัด (Ratios)FY2023FY2024FY202530 มิ.ย. 2026เกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัย
หนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio)0.31x0.37x0.42x0.57x< 1.50x
หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุน (IB Debt / Equity)0.18x0.22x0.28x0.33x< 1.00x
หนี้สินสุทธิต่อทุน (Net IB Debt / Equity)0.10x0.14x0.20x0.26x< 0.80x
ความสามารถในการชำระดอกเบี้ย (Interest Coverage Ratio)15.2x14.8x13.6x11.4x> 3.00x
ข้อกำหนดทางการเงิน (Financial Debt Covenants)ผ่านเกณฑ์ผ่านเกณฑ์ผ่านเกณฑ์ผ่านเกณฑ์ (D/E < 2.0x)ปลอดภัยสูง

7. โครงสร้างรายได้และส่วนงานธุรกิจ (Business Segments)

สัดส่วนรายได้แยกตามประเภทผลิตภัณฑ์และบริการ — ข้อมูลปี 2568 และแนวโน้ม 2569
สัดส่วนโครงสร้างรายได้ของ LST (%)
รายละเอียดส่วนงานธุรกิจและลักษณะตลาด
กลุ่มธุรกิจสัดส่วนรายได้ (%)ผลิตภัณฑ์และตราสินค้าหลักกลุ่มลูกค้าเป้าหมายและการจัดจำหน่าย
ผลิตภัณฑ์น้ำมันปาล์มและน้ำมันพืช~78%น้ำมันปาล์มตรา “หยก”, น้ำมันพืชตรา “เนเชอเรล”, เนยเทียม/มาการีน “เซสท์”, “เบเกอร์ส ช้อยส์”ผู้บริโภคครัวเรือนผ่าน Modern Trade / Traditional Trade, ร้านอาหาร, โรงแรม และโรงงานอุตสาหกรรมอาหาร
ผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปและเครื่องดื่ม (UFC)~22%ผักและผลไม้กระป๋อง (ข้าวโพดหวาน, เงาะ, ลิ้นจี่), น้ำผลไม้พร้อมดื่ม, น้ำมะพร้าว 100% ตรา “UFC Refresh”จำหน่ายทั้งในประเทศและส่งออกกว่า 40 ประเทศทั่วโลก (สหรัฐอเมริกา ยุโรป ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย ตะวันออกกลาง)

8. ประวัติและนโยบายการจ่ายเงินปันผล (Dividend Policy & History)

สถิติเงินปันผลต่อหุ้น อัตราการจ่าย และผลตอบแทน — ปี 2023 ถึง 2026E

LST ดำเนินนโยบายการจ่ายเงินปันผลไม่ต่ำกว่าร้อยละ 40 ของกำไรสุทธิหลังหักภาษีเงินได้และสำรองตามกฎหมาย โดยบริษัทมีประวัติการจ่ายเงินปันผลอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอทุกปี สะท้อนถึงเสถียรภาพของกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง

เงินปันผลจ่ายต่อหุ้น (บาทต่อหุ้น) — FY2023 ถึง ประมาณการ 2026E

ที่มา: SET Factsheet LST และประกาศตลาดหลักทรัพย์ฯ

ประวัติการจ่ายเงินปันผลย้อนหลังรายปีของ LST
รอบผลประกอบการเงินปันผล (฿/หุ้น)วันขึ้นเครื่องหมาย XDวันจ่ายเงินปันผลPayout Ratio (งบเฉพาะกิจการ)Dividend Yield (%)
FY2023 (2566)0.258 พ.ค. 256724 พ.ค. 256745.8%5.20%
FY2024 (2567)0.2010 เม.ย. 256830 เม.ย. 256842.2%4.35%
FY2025 (2568)0.229 มี.ค. 25698 พ.ค. 256944.5%4.72%
2026E (ประมาณการ)0.22มี.ค. 2570 (คาดการณ์)พ.ค. 2570 (คาดการณ์)~45.0%4.72%

จุดเด่นด้านผลตอบแทนเงินปันผล

การจ่ายเงินปันผลของ LST ในอัตรา ฿0.20 – ฿0.25 ต่อหุ้น ให้ Dividend Yield เฉลี่ยที่ระดับ 4.5% – 5.5% อย่างสม่ำเสมอทุกปี ถือเป็นหุ้นคุณค่า (Value Dividend Stock) ที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่ต้องการกระแสเงินสดสม่ำเสมอและมีความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาต่ำ

9. การเปรียบเทียบในกลุ่มอุตสาหกรรม (Peer Comparison)

การเปรียบเทียบมูลค่าตลาด อัตราส่วนการประเมินมูลค่า และผลการดำเนินงานในกลุ่มอุตสาหกรรมน้ำมันพืชและอาหาร

ในการประเมินเปรียบเทียบเชิงสัมพัทธ์ ได้คัดเลือกหลักทรัพย์ในกลุ่มอุตสาหกรรมเกษตรกรรมและแปรรูปน้ำมันพืชในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ได้แก่ บมจ.น้ำมันพืชไทย (TVO) ผู้นำน้ำมันถั่วเหลือง, บมจ.ยูนิวานิชน้ำมันปาล์ม (UVAN) ผู้นำน้ำมันปาล์มต้นน้ำ, บมจ.ชุมพรอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม (CPI) ผู้ผลิตน้ำมันปาล์มครบวงจร และ บมจ.วิจิตรภัณฑ์ปาล์มออยล์ (VPO)

เปรียบเทียบมูลค่าตลาด (฿ล้าน) และ P/E Ratio ของหุ้นในกลุ่มน้ำมันพืชและเกษตรแปรรูป

ที่มา: SET Factsheet ของแต่ละหลักทรัพย์ ณ วันที่ 25 กันยายน 2026 — VPO ไม่มีค่า P/E (null) เนื่องจากผลประกอบการขาดทุน

ตารางเปรียบเทียบตัวชี้วัดทางการเงินและ Valuation เทียบกับคู่แข่งในกลุ่มอุตสาหกรรม
หลักทรัพย์ราคาปิด (฿)Market Cap (฿ล้าน)P/E (เท่า)P/BV (เท่า)Div. Yield (%)ความโดดเด่นของธุรกิจ
LST (Subject)4.663,8217.44x0.69x4.72%ผู้นำน้ำมันปาล์มบริโภค “หยก”, มาการีนเบเกอรี่ และผักผลไม้ UFC
TVO27.5024,4609.43x1.75x5.82%ผู้นำน้ำมันถั่วเหลืองตรา “องุ่น” และกากถั่วเหลืองอาหารสัตว์
UVAN14.4013,53611.48x2.58x8.74%ผู้นำสวนปาล์มและสกัด CPO รายใหญ่ ฐานะการเงิน Net Cash
CPI3.522,2158.59x0.63x5.68%ผู้ผลิตน้ำมันปาล์มครบวงจรตรา “ลีลา” และโรงไฟฟ้าชีวมวล
VPO0.48451— (ขาดทุน)0.97x0.00%โรงสกัดน้ำมันปาล์มดิบขนาดเล็กในภาคใต้

ข้อสังเกตจากการเปรียบเทียบ: LST มีระดับการประเมินมูลค่า (Valuation) ที่ถูกที่สุดในกลุ่มเมื่อพิจารณาจาก P/E เพียง 7.44 เท่า (เทียบกับ TVO 9.43x และ UVAN 11.48x) และมี P/BV ต่ำเพียง 0.69 เท่า ซึ่งสะท้อนว่าราคาหุ้นในปัจจุบันยังต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี (Discount to Book Value 31%) ขณะเดียวกันยังมีโครงสร้างธุรกิจปลายน้ำที่แข็งแกร่ง ช่วยลดความผันผวนเมื่อเทียบกับผู้ผลิตน้ำมันปาล์มดิบต้นน้ำเพียงอย่างเดียว

10. แนวโน้มและปัจจัยขับเคลื่อนในอนาคต (Outlook & Catalysts)

ทิศทางอุตสาหกรรม การบริโภคในประเทศ และปัจจัยเร่งการเติบโต — 2H2026 และปี 2570

ฝ่ายจัดการของ LST ได้วางกลยุทธ์การเติบโตเพื่อเสริมสร้างความสามารถในการทำกำไรและลดผลกระทบจากความผันผวนของราคาสินค้าเกษตรโภคภัณฑ์ โดยมุ่งเน้น 3 ด้านหลัก:

ปัจจัยขับเคลื่อนและตัวเร่งสำคัญ (Key Catalysts):

11. ปัจจัยความเสี่ยงและการบริหารจัดการ (Risk Factors)

การประเมินความเสี่ยงหลัก 6 ด้าน และมาตรการบรรเทาผลกระทบเชิงรุก
การวิเคราะห์ปัจจัยความเสี่ยงระดับองค์กร (Enterprise Risk Assessment)
ประเภทความเสี่ยงสาระสำคัญและผลกระทบสัญญาณเตือนที่สังเกตได้ (Trigger)มาตรการบริหารจัดการความเสี่ยง
1. ความเสี่ยงด้านความผันผวนของราคา CPO (Commodity Price Risk)ราคาวัตถุดิบน้ำมันปาล์มดิบมีความผันผวนสูงตามตลาดโลกและผลผลิตปาล์มสดในประเทศราคาน้ำมันปาล์มดิบตลาดมาเลเซีย (MDEX) และราคา CPO ในประเทศเปลี่ยนแปลงเร็วเกิน 15% ใน 1 เดือนติดตามสถานการณ์ตลาดอย่างใกล้ชิด บริหารระดับสินค้าคงคลังให้เหมาะสม และทำสัญญาซื้อวัตถุดิบล่วงหน้า
2. ความเสี่ยงจากมาตรการควบคุมราคาภาครัฐ (Price Control Risk)น้ำมันปาล์มบรรจุขวด 1 ลิตร เป็นสินค้าควบคุมราคา ทำให้ไม่สามารถปรับราคาขายปลีกสะท้อนต้นทุนได้ทันทีประกาศกำหนดเพดานราคาจำหน่ายของกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์เพิ่มสัดส่วนยอดขายในกลุ่มสินค้าพรีเมียม (เนเชอเรล) สินค้าอุตสาหกรรม และเนยเทียมเบเกอรี่ที่ไม่อยู่ใต้การคุมราคา
3. ความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศและภัยธรรมชาติ (Climate & Crop Risk)ภัยแล้งจากปรากฏการณ์เอลนีโญหรืออุทกภัยกระทบปริมาณผลผลิตปาล์มสดของ UPOIC และพืชผักผลไม้ของ UFCรายงานปริมาณน้ำฝนในจังหวัดกระบี่ สุราษฎร์ธานี และภาคเหนือต่ำกว่าค่าเฉลี่ยปกติสนับสนุนระบบน้ำในสวนปาล์ม และทำสัญญาเพาะปลูกระบบเกษตรพันธสัญญา (Contract Farming) กระจายหลายพื้นที่
4. ความเสี่ยงด้านการแข่งขันในตลาดน้ำมันพืช (Market Competition Risk)การแข่งขันด้านโปรโมชันราคาในช่องทาง Modern Trade จากแบรนด์คู่แข่ง เช่น มรกต ลีลา และน้ำมันพืชชนิดอื่นการจัดแคมเปญลดราคาน้ำมันพืชขวดในห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ต่อเนื่องตอกย้ำจุดแข็งด้านคุณภาพความบริสุทธิ์ของแบรนด์ “หยก” และขยายช่องทางจัดจำหน่าย Traditional Trade และ Food Service
5. ความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน (FX Risk)เงินบาทแข็งค่ากระทบต่อรายได้จากการส่งออกของ UFC และ UPOIC ขณะที่บาทอ่อนค่ากระทบต้นทุนการนำเข้าน้ำมันพืชพิเศษค่าเงินบาทผันผวนหลุดกรอบ 33.00 – 36.00 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐใช้เครื่องมือทางการเงินเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (FX Forward Contracts)
6. ความเสี่ยงด้านสภาพคล่องของหุ้น (Low Liquidity / Free Float Risk)สัดส่วนผู้ถือหุ้นรายย่อย (Free Float) อยู่ที่ 23.27% ทำให้ปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ในระดับต่ำมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันต่ำกว่า 5 ล้านบาทมุ่งเน้นการสร้างผลตอบแทนผ่านเงินปันผลที่สม่ำเสมอและสื่อสารข้อมูลพื้นฐานแก่ผู้ลงทุนอย่างโปร่งใส

12. การวิเคราะห์ SWOT (SWOT Analysis)

จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรคเชิงกลยุทธ์ของ LST

Strengths (จุดแข็ง)

  • ตราสินค้า “หยก” (Yok) แข็งแกร่งอย่างยิ่งในฐานะผู้นำตลาดน้ำมันปาล์มบริโภคอันดับหนึ่งของไทย
  • ห่วงโซ่ธุรกิจครบวงจรตั้งแต่สวนปาล์ม โรงสกัด CPO (UPOIC) โรงกลั่นบางปู จนถึงอาหารแปรรูป UFC
  • ฐานะทางการเงินมั่นคง มีภาระหนี้สินต่ำ (IBD/E เพียง 0.33 เท่า) และประวัติปันผลต่อเนื่องยาวนาน
  • ความเชี่ยวชาญด้านสูตรผลิตภัณฑ์ไขมันพืชผสมและมาการีนเบเกอรี่ ตอบโจทย์ลูกค้าอุตสาหกรรม

Weaknesses (จุดอ่อน)

  • รายได้หลักพึ่งพาน้ำมันปาล์ม ซึ่งเผชิญเพดานการควบคุมราคาขายปลีกจากภาครัฐ
  • อัตรากำไรสุทธิบางเบา (~4.0% – 4.5%) อ่อนไหวต่อความผันผวนของราคาวัตถุดิบสินค้าโภคภัณฑ์
  • สัดส่วนการถือหุ้นของผู้ถือหุ้นรายย่อย (Free Float) ค่อนข้างต่ำ (23.27%) ส่งผลให้สภาพคล่องการซื้อขายจำกัด
  • การเติบโตของตลาดน้ำมันปาล์มในประเทศอยู่ในระดับอิ่มตัวตามอัตราการเติบโตของประชากร

Opportunities (โอกาส)

  • กระแสรักสุขภาพหนุนการเติบโตของกลุ่มน้ำมันพืชพรีเมียมตรา “เนเชอเรล” (คาโนลา, ทานตะวัน, มะกอก)
  • การเติบโตของอุตสาหกรรมเบเกอรี่ คาเฟ่ และร้านอาหาร (HoReCa) หนุนยอดขายมาการีนและชอร์ตเทนนิ่งมาร์จิ้นสูง
  • ขยายตลาดส่งออกอาหารแปรรูปและเครื่องดื่ม UFC ไปยังตลาดตะวันออกกลาง อาเซียน และยุโรป
  • การพัฒนาโครงการพลังงานหมุนเวียน (Solar Rooftop และ Biogas) เพื่อลดต้นทุนการผลิตระยะยาว

Threats (อุปสรรค)

  • ความผันผวนของราคาน้ำมันปาล์มดิบในตลาดโลก และนโยบายส่งออก/นำเข้าของอินโดนีเซียและมาเลเซีย
  • นโยบายภาครัฐในการแทรกแซงราคาจำหน่ายน้ำมันพืชและนโยบายปรับสัดส่วนไบโอดีเซล (B7/B10)
  • สภาพภูมิอากาศแปรปรวน ภาวะภัยแล้ง หรือน้ำท่วมที่อาจกระทบต่อผลผลิตปาล์มสดในภาคใต้
  • การแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงจากผู้ผลิตน้ำมันพืชรายใหญ่ในประเทศ

13. มุมมองนักลงทุนและกลยุทธ์การลงทุน (Investor View & Valuation)

การประเมินมูลค่าตามปัจจัยพื้นฐาน สมมติฐานกรณีต่างๆ และรายการติดตาม — ณ 25 กันยายน 2026

ณ ระดับราคาปัจจุบันที่ ฿4.66 บาท หุ้น LST ซื้อขายที่ระดับอัตราส่วน P/E (TTM) เท่ากับ 7.44 เท่า และ P/BV เท่ากับ 0.69 เท่า โดยมีมูลค่าตามบัญชีต่อหุ้น (BVPS) อยู่ที่ ฿6.78 บาท (ส่วนลดจากมูลค่าทางบัญชี 31%) พร้อมอัตราผลตอบแทนเงินปันผล (Dividend Yield) ในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมาเท่ากับ 4.72%

หมายเหตุความครอบคลุมของนักวิเคราะห์: LST เป็นหุ้นกลุ่มเกษตรและอาหารขนาดกลาง (Small/Mid-Cap) ที่มีสภาพคล่องการซื้อขายจำกัด จึงไม่มีบทวิเคราะห์อย่างเป็นทางการจาก IAA Consensus ดังนั้นการประเมินมูลค่าจึงอิงกับวิธีประเมินด้วย P/E Multiple และ P/BV ควบคู่กับ Dividend Discount Model

Bull Case: Target ฿5.80

  • สมมติฐาน: Margin การกลั่นน้ำมันปาล์มฟื้นตัวเด่น และ UFC ขยายตลาดส่งออกได้มากกว่าคาด หนุนกำไรสุทธิปี 2570 แตะ ฿600 ล้านบาท (EPS ฿0.73)
  • รัฐบาลผ่อนคลายเพดานราคาจำหน่ายน้ำมันปาล์มขวด
  • เงินปันผลจ่ายเพิ่มขึ้นสู่ระดับ ฿0.28 บาทต่อหุ้น (Dividend Yield ~4.8% บนราคาเป้าหมาย)
  • ประเมินมูลค่าด้วย P/E 8.0x หรือ P/BV 0.85x

Base Case: Target ฿5.00

  • สมมติฐาน: กำไรสุทธิปี 2569 ทรงตัวที่ ฿510–฿530 ล้านบาท (EPS ฿0.63–฿0.65) และเติบโตสู่ ฿550 ล้านบาทในปี 2570
  • รักษาการจ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอที่ ฿0.22–฿0.24 บาทต่อหุ้น (Dividend Yield 4.4%–4.8%)
  • ฐานะการเงินแข็งแกร่ง IBD/E ต่ำกว่า 0.35 เท่า
  • ประเมินมูลค่าด้วย P/E 7.8x หรือ P/BV 0.74x

Bear Case: Target ฿4.20

  • สมมติฐาน: ต้นทุน CPO พุ่งสูงต่อเนื่องขณะที่รัฐบาลตรึงราคาขายปลีก ฉุดกำไรปี 2569–2570 ลดลงเหลือ ฿420–฿450 ล้านบาท (EPS ฿0.52)
  • เงินปันผลลดลงเหลือ ฿0.18 บาทต่อหุ้น
  • ซื้อขายที่ P/E 8.0x บนกำไรที่ลดลง หรือทดสอบกรอบล่างของ 52-week range ที่ ฿4.40

รายการประเด็นสำคัญที่ต้องติดตาม (Monitoring Checklist):