เขียนโดย HypeTimes Staff · ข้อมูล ณ 8 ตุลาคม 2026
สรุปผู้บริหาร (Executive Summary) ข้อมูลตลาด ณ 8 ตุลาคม 2026 · งบการเงินรวมสอบทาน ณ 30 มิถุนายน 2026 (1H2026) · งบปี 2023–2025 ตรวจสอบแล้ว
ราคาหุ้น · มูลค่าตลาด
฿7.30 · ฿9,368 ล้าน
ราคาปิด 8 ต.ค. 2026 · ต่ำกว่า IPO ฿70 (ปรับพาร์แล้ว)
(SET) กำไรสุทธิ 1H2026
฿292.0 ล้าน
ลด 15.5% YoY · ไตรมาส 2 ลด 18.7% เหลือ ฿119.4 ล้าน
(F45 2Q26) EBITDA TTM · อัตรา EBITDA
฿876.0 ล้าน · 25.0%
ลดจาก 35.6% ในปี 2023 และ 27.0% ในปี 2025
(งบ 2Q26) P/E · P/BV
14.23x · 2.66x
ใกล้ MOSHI 15.5x และ MEGA 13.2x
(SET) อัตราผลตอบแทนปันผล (TTM)
6.04%
หนี้สุทธิ / EBITDA (TTM)
0.70x
เงินเบิกเกินบัญชี ฿842 ล้าน หักเงินสด ฿228 ล้าน
(งบ 2Q26) ประเด็นสำคัญ (Key Takeaways)
รายได้ยังโต แต่กำไรไม่ตามรายได้: รายได้รวม 1H2026 เพิ่ม 1.3% เป็น ฿1,750.4 ล้าน ขณะที่ค่าใช้จ่ายขายและบริหารเพิ่ม 17.7% เป็น ฿610.7 ล้าน ทำให้ EBITDA ลด 13.7% และกำไรสุทธิลด 15.5% (งบ 2Q26 , F45 2Q26 )
ค่าโฆษณาเป็นต้นทุนหลักที่เพิ่มขึ้น: ค่าใช้จ่ายขายไตรมาส 2 เพิ่ม 30.4% เป็น ฿241 ล้าน โดยค่าโฆษณาและส่งเสริมการขายเพิ่ม ฿44.3 ล้าน ช่องทางออนไลน์ซึ่งมีต้นทุนขายผันแปรสูงกว่าก็โตเร็ว (คำชี้แจงกำไรไตรมาส 2/2026 )
กำไรไม่ได้มาจากการดำเนินงานทั้งหมด: ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมไตรมาส 2 เป็น +฿14.7 ล้าน (จากขาดทุน ฿1.4 ล้านปีก่อน) และกำไรจากมูลค่ายุติธรรม ฿7.5 ล้าน กำไรปกติจึงอ่อนกว่าตัวเลขกำไรสุทธิที่รายงาน (งบ 2Q26 หมายเหตุ 7 )
ปันผลสูงเทียบกับกำไรและเงินสด: ปันผล 4 งวดติดกันรวม ฿0.44 ต่อหุ้น คิดเป็น payout 0.86 เท่าของกำไร TTM ขณะที่เงินสด ณ 30 มิ.ย. 2026 อยู่ที่ ฿228 ล้าน และเงินเบิกเกินบัญชีอยู่ที่ ฿842 ล้าน (SET Factsheet )
มีโครงการซื้อหุ้นคืนไม่เกิน 30 ล้านหุ้น (2.34%): ช่วง 6 ต.ค. 2026 ถึง 5 เม.ย. 2027 วงเงินสูงสุดราว ฿219 ล้านที่ราคาปัจจุบัน (ประกาศ 2 ต.ค. 2026 ) รวมกับปันผลแล้วการคืนเงินให้ผู้ถือหุ้นอาจสูงกว่ากำไรสุทธิ TTM
ผู้ถือหุ้นใหญ่ต่างชาติเพิ่มสัดส่วน: Wellsiam (กลุ่ม Marubeni) ถือ 28.00% ณ 26 ส.ค. 2026 และสัดส่วนถือหุ้นต่างชาติ 38.79% ใกล้เพดาน 49% (SET Factsheet )
สิ่งที่ต้องรู้ก่อนอ่านตัวเลขกำไร
กำไรสุทธิ TTM ฿653 ล้าน รวมส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม (1H2026 ฿27.5 ล้าน) และกำไรจากมูลค่ายุติธรรม (1H2026 ฿7.2 ล้าน) งวด 1H2026 มีกำไรจากส่วนนี้สูงกว่าปีก่อนมาก ถ้าตัดรายการเหล่านี้ออก กำไรจากการดำเนินงานลดลงมากกว่า 15.5% ที่เห็นในตัวเลขรวม (งบ 2Q26 หมายเหตุ 7 )
Bull · กำไรกลับสู่ระดับปี 2025 และ P/E กลับระดับ 18 เท่า กำไรสุทธิ ฿707 ล้าน (เท่ากับปี 2025) ค่าโฆษณาเริ่มคงที่ P/E 18x ใกล้ระดับสิ้นปี 2024 (18.7x) และปี 2025 (16.8x) ตามข้อมูล SET มูลค่าต่อหุ้นราว ฿9.91 (+36%) ไม่รวมปันผล Base · กำไร TTM คงที่ P/E ประมาณ 15 เท่า กำไรสุทธิ ฿653 ล้าน (TTM) ไม่โตเพิ่ม P/E 15x อยู่ระหว่างราคาปัจจุบัน (14.2x) และ MOSHI (15.5x) มูลค่าต่อหุ้นราว ฿7.64 (+5%) บวกปันผล TTM ฿0.44 Bear · กำไรลดต่อเนื่องตามอัตรา 1H2026 และ P/E ลดเป็น 12 เท่า กำไรสุทธิ ฿584 ล้าน (1H2026 × 2) ค่าการตลาดยังสูง P/E 12x ต่ำกว่า MEGA (13.2x) และ MOSHI (15.5x) เพราะกำไรยังลดลง มูลค่าต่อหุ้นราว ฿5.46 (−25%) ปันผลอาจถูกปรับลด ฉากทัศน์เป็นการคำนวณจากกำไรและตัวคูณ P/E ที่ระบุไว้ ไม่ใช่ราคาเป้าหมายและไม่ใช่คำแนะนำในการซื้อหรือขาย รายละเอียดการคำนวณอยู่ในหัวข้อมุมมองนักลงทุน
ข้อมูลพื้นฐานหลักทรัพย์ (Factsheet) ข้อมูลการซื้อขาย อัตราส่วนประเมินมูลค่า และผู้ถือหุ้น · ราคา ณ 8 ตุลาคม 2026 · ผู้ถือหุ้น ณ 26 สิงหาคม 2026
ราคาปิด
฿7.30
52 สัปดาห์ ฿6.60–฿9.95
(SET) P/E (TTM)
14.23x
SET · ค่า P/E ของ SET ตาม EPS TTM
(SET) FREE FLOAT
49.61%
ณ 13 มี.ค. 2026 · ต่างชาติ 38.79%
(SET) ข้อมูลบริษัทและผู้ถือหุ้น — ที่มา: SET Factsheet KAMART · One Report 2025 หัวข้อ รายละเอียด ชื่อบริษัท บริษัท คาร์มาร์ท จำกัด (มหาชน) / Karmarts Public Company Limited หมวดธุรกิจ (SET) บริการ / พาณิชย์ (Services / Commerce) ลักษณะธุรกิจ (SET) ประกอบธุรกิจนำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้ากลุ่มเครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าและผิวกาย อุปกรณ์ความงาม อาหารเสริม และอื่น ๆ สำนักงานใหญ่ 81-81/1 ซอยเพชรเกษม 54 แยก 3 แขวงบางด้วน เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ 10160 วันจดทะเบียนซื้อขาย 17 มกราคม 1995 (IPO ราคา ฿70 ตอนพาร์ ฿10 · เปลี่ยนพาร์เป็น ฿0.60 ในปี 2012) ปีบัญชี สิ้นสุด 31 ธันวาคม ผู้สอบบัญชี EY Office Limited · ความเห็นแบบไม่มีเงื่อนไข (Unqualified) ทั้งงบปี 2025 และงบ 2Q26 ที่สอบทาน ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ 3 ราย บริษัท เวลสยาม จำกัด 28.00% · นาย วิวัฒน์ ทีฆคีรีกุล 18.19% · UBS AG Singapore (ลูกค้า) 4.60% · รวมประมาณ 50.8% (ณ 26 ส.ค. 2026) คณะกรรมการ (สำคัญ) นาย วิวัฒน์ ทีฆคีรีกุล (ประธานกรรมการ) · นาย วงศ์วิวัฒน์ ทีฆคีรีกุล (กรรมการผู้จัดการ) · กรรมการอิสระ 4 ราย รวมประธานกรรมการตรวจสอบ พลโท กอบบุญ วิชิต นโยบายเงินปันผล ไม่น้อยกว่า 50% ของกำไรสุทธิงบเฉพาะกิจการหลังหักสำรองตามกฎหมายและข้อบังคับ หากไม่มีความจำเป็นอื่นและไม่กระทบการดำเนินงานอย่างมีนัยสำคัญ
ที่มาของ P/E 14.23 เท่า: SET คำนวณจาก EPS TTM (เทียบกับกำไรสุทธิ TTM ฿653 ล้าน ÷ 1,283.33 ล้านหุ้น = ฿0.51 ต่อหุ้น ได้ราว 14.3 เท่า) ตัวเลขต่างกันเล็กน้อยจากฐานคำนวณ ให้ใช้ค่าของ SET เป็นหลัก
ชื่อบริษัทในทะเบียนเดิมของระบบ (กะหมาร์ท) และหมวดธุรกิจ “Consumer / Food Retail” ไม่ตรงกับเอกสารของบริษัทและ SET ซึ่งระบุว่าเป็นธุรกิจเครื่องสำอางและการจัดจำหน่าย จึงใช้ข้อมูลตามเอกสารของ SET
ลักษณะธุรกิจ (Business Overview) โมเดลธุรกิจ แบรนด์ และช่องทางจัดจำหน่าย · ข้อมูลตาม One Report 2025 และงบ 2Q26
KAMART ทำธุรกิจภายใต้แนวคิด “Unique Beauty Solution” โดยออกแบบและพัฒนาแบรนด์ของตัวเองกว่า 20 แบรนด์ ให้โรงงานรับจ้างผลิตตามสูตรที่บริษัทควบคุม แล้วนำมาจำหน่ายผ่านร้านค้าปลีกของตัวเอง ร้านค้าท้องถิ่น โมเดิร์นเทรด และแพลตฟอร์มออนไลน์ ปัจจุบันเน้นการขยายช่องทาง มากกว่าการเปิดแบรนด์ใหม่ (One Report 2025 ส่วน 1.1 )
โครงสร้างรายได้ตามกลุ่มสินค้า รายได้จากการขายตามกลุ่มสินค้า (ล้านบาท) — ที่มา: One Report 2025 ส่วน 1.2.1 กลุ่มสินค้า 2023 2024 2025 สัดส่วน 2025 ตัวอย่างแบรนด์ เครื่องสำอาง 1,412.2 1,737.2 1,677.9 48.9% Cathy Doll, Browit, THA, Catchy Nesty, Get Skin by EYETA ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า 525.7 766.0 1,037.9 30.3% Baby Bright, Dr.Niks, ACCA by Dr.DSP, IFME Skincare ผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกาย 324.9 471.4 509.1 14.8% Boya, Keumyon, Hair It, Intimi อุปกรณ์ เครื่องใช้ และสื่อการตลาด 124.7 164.2 195.7 5.7% อุปกรณ์ความงาม 7-Clean (สุขอนามัยในบ้าน) Reunrom (อโรมา) และสื่อการขาย อาหารเสริม 10.1 9.2 11.0 0.3% Jejuvita, Dr.DSP รวมรายได้จากการขาย 2,397.5 3,148.0 3,431.6 100%
ตัวเลขรายได้ตามกลุ่มสินค้าจากรายงานประจำปีรวมกันได้ 3,431.6 ล้านบาทในปี 2025 ต่างจากรายได้จากการขายและให้บริการของ SET ที่ 3,458.5 ล้านบาท ประมาณ 0.8% (ปี 2023 ต่าง ≈ ฿26 ล้าน) ซึ่งเกิดจากการจัดประเภทรายการรายได้อื่นและรายได้ค่าเช่า ตัวเลขในหัวข้ออื่นใช้ของ SET เพื่อให้เทียบกันได้ทั้งชุด
ช่องทางจัดจำหน่าย
ร้าน Karmart ของตัวเอง: เป็นหน้าร้านของบริษัทเอง ผู้บริหารระบุว่าลดจำนวนร้านขนาดเล็กและเน้นทำเลที่มีศักยภาพแทน (One Report 2025 )
ออนไลน์: เว็บไซต์ของบริษัท Shopee, Lazada, Konvy, TikTok และไลฟ์สตรีมมิ่ง ช่องนี้โตเร็วและมีต้นทุนขายผันแปรสูงกว่า ตามที่ระบุในคำชี้แจงไตรมาส 2/2026
โมเดิร์นเทรดและร้านเฉพาะทาง: เช่น Moshi Moshi, Mr. DIY และร้านขายยาเชน สินค้า Reunrom (อโรมา) วางขายที่ร้าน Karmart และห้าง ICONSIAM กับ Siam Paragon
ผู้จัดจำหน่ายท้องถิ่นและร้านชุมชน: ขยายเครือข่ายเพื่อเข้าถึงตลาดมวลชน
ธุรกิจอื่นในกลุ่ม
ร่วมทุน KMGI: ร่วมทุนเพื่อพัฒนาและจัดจำหน่ายเครื่องสำอางทั้งในประเทศและต่างประเทศ เงินลงทุนในบริษัทร่วมรวม ฿720 ล้าน ณ สิ้นปี 2025 เพิ่มขึ้น ฿699 ล้าน ส่วนใหญ่จากการลงทุนเพิ่มใน JV ฿678 ล้าน (One Report 2025 ส่วน 2 )
ตัวแทนจัดจำหน่ายให้ Marubeni: นำเข้าและจัดจำหน่ายในไทยให้ Marubeni (ผู้ถือหุ้นผ่าน Wellsiam) รวมถึงขยายสู่สกินแคร์ภายใต้แบรนด์ IFME Skincare
คลังสินค้าให้เช่าและอสังหาริมทรัพย์: รายได้จากคลังให้เช่า ฿13.6 ล้านในครึ่งแรกปี 2026 และรายได้พัฒนาอสังหาฯ เพื่อขาย ฿12.3 ล้าน เป็นสัดส่วนเล็กมากเมื่อเทียบกับทั้งกลุ่ม
ความได้เปรียบและข้อจำกัดของโมเดล
ข้อได้เปรียบคือการสร้างแบรนด์หลายตัวที่กลุ่มผู้บริโภคต่างกัน โดยไม่ต้องลงทุนโรงงานเอง ข้อจำกัดคือการพึ่งโรงงานรับจ้างและการใช้การตลาดสูง ทำให้ต้นทุนหลักคือค่าโฆษณาและค่าสินค้าคงคลัง ไม่ใช่กำลังการผลิตหรือที่ดิน
งบการเงินรวม · ปี 2023–2025 และครึ่งปี 1H2025–1H2026 · TTM = ปี 2025 + 1H2026 − 1H2025 · ข้อมูล ณ 30 มิ.ย. 2026
งบกำไรขาดทุนรวม (ล้านบาท) — ที่มา: SET Factsheet (งบการเงินรวม) · งบ 2Q26 รายการ 2023 2024 2025 1H2025 1H2026 TTM รายได้จากการขายและให้บริการ 2,423.7 3,174.1 3,458.5 1,713.2 1,738.3 3,483.6 รายได้รวม (รวมรายได้อื่น) 2,455.5 3,203.9 3,484.1 1,728.7 1,750.4 3,505.8 กำไรขั้นต้น (จากการขาย) 1,275.0 1,710.5 1,908.7 944.2 933.7 1,898.2 อัตรากำไรขั้นต้น 52.6% 53.9% 55.2% 55.1% 53.7% 54.5% ค่าใช้จ่ายขายและบริหาร 630.7 870.4 1,066.9 519.1 610.7 1,158.6 ค่าใช้จ่ายขายและบริหารต่อรายได้รวม 25.7% 27.2% 30.6% 30.0% 34.9% 33.0% EBITDA 873.5 901.5 939.6 464.2 400.6 876.0 อัตรา EBITDA ต่อรายได้รวม 35.6% 28.1% 27.0% 26.9% 22.9% 25.0% กำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ 661.0 678.0 706.7 345.5 292.0 653.2 อัตรากำไรสุทธิต่อรายได้รวม 26.9% 21.2% 20.3% 20.0% 16.7% 18.6% การเติบโตของรายได้รวม (YoY) – +30.5% +8.8% – +1.3% – การเติบโตของกำไรสุทธิ (YoY) – +2.6% +4.2% – −15.5% –
รายได้รวมและกำไรต่อรายได้รวมเป็นฐานของ SET ส่วนตัวเลข 20.59% ใน MD&A 2025 คำนวณจากรายได้จากการขายเท่านั้น ความต่างนี้ไม่ได้เปลี่ยนข้อสรุป EBITDA ตามนิยามของ SET คือ EBIT บวกค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย ซึ่งไม่รวมส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วม
รายได้รวม EBITDA และกำไรสุทธิ — FY2023 → TTM มิ.ย. 2026 (ล้านบาท)
อัตรา EBITDA และกำไรสุทธิต่อรายได้รวม (%)
ที่มา: SET Factsheet KAMART (งบการเงินรวม) · รายได้ TTM = ปี 2025 + 1H2026 − 1H2025
ครึ่งปีต่อครึ่งปี: 1H2025 เทียบ 1H2026 1H2025 เทียบ 1H2026 (ล้านบาท)
ไตรมาส 2 แย่กว่าไตรมาส 1
กำไรสุทธิไตรมาส 1/2026 อยู่ที่ ฿172.6 ล้าน ลดจาก ฿198.6 ล้านปีก่อน (−13.1%) ส่วนไตรมาส 2/2026 อยู่ที่ ฿119.4 ล้าน ลดจาก ฿146.8 ล้าน (−18.7%) ลดลงทั้งสองไตรมาส และไตรมาส 2 มีต้นทุนขายเพิ่ม 8.1% เร็วกว่ารายได้จากการขายที่เพิ่ม 4.0% (คำชี้แจงกำไร 2Q26 )
ปัจจัยที่ทำให้กำไรเปลี่ยน
ค่าโฆษณาและส่งเสริมการขาย: ค่าใช้จ่ายขายเพิ่ม ฿165.7 ล้านในปี 2025 และเพิ่มต่อเนื่องในไตรมาส 2/2026 ฝ่ายบริหารให้เหตุผลว่าเป็นการทำการตลาดให้แบรนด์ที่เปิดตัวในปี 2023–2024
ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม: ครึ่งปี 2026 เป็น +฿27.5 ล้าน (ครึ่งปี 2025 เป็นขาดทุน ฿1.1 ล้าน)
รายการที่ไม่ใช่การดำเนินงาน: กำไรจากมูลค่ายุติธรรมและการขายเงินลงทุน ครึ่งปี 2026 รวม ฿7.2 ล้าน (ครึ่งปี 2025 ขาดทุน ฿4.2 ล้าน) และรายได้ดอกเบี้ยลดจาก ฿12.4 ล้าน เป็น ฿4.4 ล้าน
ต้นทุนขายผันแปร: ยอดขายช่องทางออนไลน์ที่มีต้นทุนผันแปรสูงกว่าโตเร็ว ตามคำชี้แจง ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลง 1.4 จุดเปอร์เซ็นต์ (55.1% เป็น 53.7%) ในครึ่งปี 2026
งบแสดงสถานะการเงิน (Balance Sheet) งบแสดงฐานะการเงินรวม ณ สิ้นปี 2023–2025 และ ณ 30 มิถุนายน 2026
งบแสดงฐานะการเงินรวม (ล้านบาท) — ที่มา: SET Factsheet (งบการเงินรวม) · งบ 2Q26 รายการ สิ้น 2023 สิ้น 2024 สิ้น 2025 30 มิ.ย. 2026 เงินสดและรายการเทียบเท่า 842.3 557.8 228.5 227.9 ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่น 516.8 621.6 691.4 614.4 สินค้าคงเหลือ 581.0 851.0 983.3 1,040.2 สินทรัพย์หมุนเวียนรวม 2,852.4 3,082.4 2,686.8 2,596.4 ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ (สุทธิ) 484.5 688.7 762.8 806.3 สินทรัพย์รวม 4,249.9 4,723.2 5,041.1 5,048.0 เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ระยะสั้น 373.4 610.1 790.7 842.4 เจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่น 308.9 368.5 451.8 429.5 หนี้สินรวม 945.5 1,225.7 1,500.0 1,491.0 ส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ 3,240.3 3,429.6 3,474.4 3,490.9 ส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุม 64.2 67.9 66.8 66.0 ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม 3,304.5 3,497.5 3,541.2 3,557.0 อัตราส่วนหมุนเวียน (เท่า) 3.45 2.70 1.88 1.84
อัตราส่วนหมุนเวียนปี 2024–2026 ตาม SET ปี 2025 ตรงกับ MD&A (1.88 เท่า) ปี 2023 คำนวณจากสินทรัพย์หมุนเวียน ÷ หนี้สินหมุนเวียนในงบ สินค้าคงเหลือ ณ สิ้นปี 2025 ตาม MD&A คือ ฿967.4 ล้าน ต่างจาก SET ที่ ฿983.3 ล้านประมาณ ฿15.9 ล้าน ซึ่งเป็นต้นทุนการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย
โครงสร้างงบ: ส่วนของผู้ถือหุ้น หนี้สิน และสินทรัพย์รวม (ล้านบาท)
ที่มา:
SET Factsheet · ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุมเพื่อให้สมการงบดุลลงตัว
คุณภาพของสินทรัพย์
ลูกหนี้: ระยะเวลาเก็บเงินเฉลี่ย 70 วันในปี 2025 เพิ่มจาก 66 วันในปี 2024 ตามการขายผ่านโมเดิร์นเทรดและร้านของผู้จัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น (One Report 2025 ส่วน MD&A )
สินค้าคงเหลือ: ระยะเวลาหมุนเวียนสินค้าเฉลี่ย 149 วันในปี 2025 เพิ่มจาก 117 วัน และ SET รายงานระยะเวลาเฉลี่ย 233 วันใน 1H2026 สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 5.8% นับจากสิ้นปี 2025 ทั้งที่รายได้เพิ่มเพียงเล็กน้อย
เงินลงทุนในบริษัทร่วมค้าและบริษัทร่วม: ฿720 ล้าน และ ฿213 ล้าน (สิ้นปี 2025) รวมกันราว 18.5% ของสินทรัพย์รวม มูลค่าขึ้นกับผลการดำเนินงานของ KMGI เป็นหลัก
เงินสดที่ถูกล็อก: เงินฝากธนาคารที่ติดภาระ ฿550 ล้าน ณ สิ้นปี 2025 ไม่ได้นับรวมในเงินสดตาม SET
ภาพรวมงบดุล
งบดุลไม่ได้อ่อนแอ สัดส่วนหนี้สินต่อสินทรัพย์ราว 30% แต่หนี้ระยะสั้นเพิ่มขึ้นทุกปีตั้งแต่ปี 2023 จาก ฿373 ล้าน เป็น ฿842 ล้าน ขณะที่เงินสดลดลงจาก ฿842 ล้าน เป็น ฿228 ล้าน ความเสี่ยงเรื่องสภาพคล่องจึงมาจากการเปลี่ยนแปลงเงินสดและหนี้ระยะสั้น ไม่ใช่ยอดหนี้รวม
กระแสเงินสด กระแสเงินสดรวม (ล้านบาท) — ที่มา: SET Factsheet (งบกระแสเงินสด) รายการ 2023 2024 2025 1H2025 1H2026 กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน 496.7 436.6 636.0 253.0 259.5 กระแสเงินสดจากการลงทุน (938.8) (429.0) (463.3) (273.3) (15.6) กระแสเงินสดจากการจัดหาเงิน 1,256.7 (292.1) (502.0) (183.2) (244.5) เงินสดสุทธิเพิ่มขึ้น (ลดลง) 814.6 (284.5) (329.3) (203.6) (0.6)
ปี 2023 กระแสเงินสดจากการจัดหาเงินเป็นบวกจากการเพิ่มทุนแบบ Private Placement 220 ล้านหุ้น ราคา ฿7.25 ต่อหุ้น (รวม ฿1,595 ล้าน) ให้ Wellsiam และ QPE Fund 1 ปี 2025 เงินสดใช้ไปกับเงินลงทุนในบริษัทร่วม (ส่วนใหญ่ KMGI ฿678 ล้าน) จ่ายเงินกู้ระยะสั้นจากบุคคลที่เกี่ยวข้อง จ่ายปันผล และซื้อหุ้นคืน (
One Report 2025 หัวข้อ 1.1.2–1.1.3 )
หนี้สินและเลเวอเรจ (Leverage) หนี้ดอกเบี้ยจากงบแสดงฐานะการเงิน · ความสามารถชำระดอกเบี้ย · ข้อมูล ณ 30 มิถุนายน 2026
หนี้ดอกเบี้ย (OD)
฿842 ล้าน
ณ 30 มิ.ย. 2026 · สิ้นปี 2025 ฿791 ล้าน
(SET) หนี้สุทธิ (หักเงินสด)
฿614 ล้าน
ไม่หักเงินฝากติดภาระ (฿550 ล้าน ณ สิ้นปี 2025)
(งบ 2Q26) หนี้สุทธิ / EBITDA (TTM)
0.70x
ดอกเบี้ยคุ้มครอง (EBIT / ดอกเบี้ย TTM)
37.9x
อัตราส่วนหนี้สิน — ที่มา: คำนวณจาก SET Factsheet · งบ 2Q26 อัตราส่วน สิ้น 2023 สิ้น 2024 สิ้น 2025 30 มิ.ย. 2026 หนี้ดอกเบี้ย / ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม (เท่า) 0.11 0.17 0.22 0.24 หนี้สุทธิ / ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม (เท่า) (0.14) 0.02 0.16 0.17 หนี้สินรวม / สินทรัพย์รวม 22.3% 26.0% 29.8% 29.5%
หนี้ดอกเบี้ยคือบรรทัด OD ใน SET (เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ระยะสั้น) SET ไม่แสดงหนี้ระยะยาวแยกต่างหาก ค่าติดลบในปี 2023 หมายถึงเงินสดมากกว่าหนี้ หนี้สุทธิคำนวณจากเงินสดและรายการเทียบเท่าเท่านั้น ไม่รวมเงินฝากติดภาระและเงินลงทุนระยะสั้น
อัตราส่วนหนี้ต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (เท่า)
ภาระผูกพันที่ไม่แสดงในหนี้สิน
สัญญาเช่าและบริการที่ยังไม่เริ่ม: ภาระจ่ายขั้นต่ำ ฿32.3 ล้านภายใน 1 ปี และ ฿17.3 ล้านใน 1–3 ปี (งบ 2Q26 หมายเหตุ 8.1 )
ภาระการลงทุน: ค่าซอฟต์แวร์ การออกแบบ และก่อสร้างอาคาร ฿18.6 ล้าน
หนังสือค้ำประกันธนาคาร: ฿0.6 ล้าน
ความเสี่ยงจากการใช้เงินสดไปกับการคืนเงินให้ผู้ถือหุ้น
ตามประกาศซื้อหุ้นคืน ณ 1 ต.ค. 2026 บริษัทมีเงินสดและรายการเทียบเท่า ฿728 ล้าน และหนี้ที่ครบกำหนดภายใน 6 เดือน ฿761 ล้าน บริษัทประมาณการกระแสเงินสดสุทธิจากการดำเนินงานหลังไตรมาส 3/2026 อีก ฿943 ล้าน (ประกาศ 2 ต.ค. 2026 ) ตัวเลขเงินสด ฿728 ล้านสูงกว่า ฿228 ล้าน ณ 30 มิ.ย. 2026 ราว ฿500 ล้าน และเอกสารที่ตรวจสอบยังไม่ระบุแหล่งที่มา ควรตรวจในงบไตรมาส 3 ตัวเลขประมาณการเป็นของบริษัทและไม่ได้ผ่านการสอบทาน
สัดส่วนธุรกิจ (Segments) รายได้และกำไรแยกตามส่วนงานของกลุ่ม · ครึ่งปี 2026 (1H2026) ที่สอบทานแล้ว
รายได้จากลูกค้าภายนอกแยกตามส่วนงาน 1H2026 (ล้านบาท) — ที่มา: งบ 2Q26 หมายเหตุ 7 ส่วนงาน 1H2025 1H2026 สัดส่วน 1H2026 อัตรากำไรขั้นต้นส่วนงาน 1H2026 การผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าผู้บริโภค 1,699.8 1,712.4 98.5% 81.9% ให้เช่าคลังสินค้า 13.3 13.6 0.8% 0.5% พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย 0.1 12.3 0.7% ≈100% รวมรายได้จากลูกค้าภายนอก 1,713.2 1,738.3 100%
งบส่วนงานไม่แสดงกำไรสุทธิแยกตามส่วนงาน ตารางนี้จึงแสดงกำไรขั้นต้นตามต้นทุนขายของแต่ละส่วนงาน กำไรรวมของกลุ่มในงบส่วนงาน 1H2026 อยู่ที่ ฿291.3 ล้าน (หลังภาษี) สัดส่วนรายได้ 98.5% ทำให้ความเสี่ยงของกลุ่มอยู่ที่ธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภคเกือบทั้งหมด
สัดส่วนรายได้จากลูกค้าภายนอก 1H2026
ประวัติการปันผลและการซื้อหุ้นคืน (Dividend & Buyback) เงินปันผลต่อหุ้นจำแนกตามปีที่รอบผลประกอบการ · นโยบาย 50% · ข้อมูล ณ 8 ตุลาคม 2026
DPS รวม 12 เดือนที่จ่ายจริง
฿0.44
จ่าย 4 ครั้ง ธ.ค. 2025 – ก.ย. 2026
(SET) Payout (TTM)
0.86 เท่า
ปันผลต่อกำไรสุทธิ · SET (YTD)
(SET) วงเงินซื้อหุ้นคืน
ไม่เกิน 30 ล้านหุ้น
เงินปันผลต่อหุ้นตามรอบผลประกอบการ (บาท) — ที่มา: SET Factsheet (ประวัติการจ่ายปันผล) · ประกาศปันผลระหว่างกาล 2026 ปีรอบผลประกอบการ DPS รวม (บาท) รายละเอียดงวด วันจ่าย (งวดล่าสุด) 2021 0.18 ไตรมาส 0.04 × 3 + ประจำปี 0.06 24 พ.ค. 2022 2022 0.26 ไตรมาส 0.06 / 0.05 / 0.07 + ประจำปี 0.08 23 พ.ค. 2023 2023 0.37 ไตรมาส 0.08 / 0.09 / 0.09 + ประจำปี 0.11 24 พ.ค. 2024 2024 0.41 ไตรมาส 0.10 × 3 + ประจำปี 0.11 23 พ.ค. 2025 2025 0.44 ไตรมาส 0.11 × 3 + ประจำปี 0.11 26 พ.ค. 2026 2026 (ถึงไตรมาส 2) 0.22 ไตรมาส 1 0.11 · ไตรมาส 2 0.11 (จ่าย 10 ก.ย. 2026) 10 ก.ย. 2026
ปี 2023 มีการจ่ายปันผลเป็นหุ้น (อัตรา 6:1 ตาม SET) ซึ่งไม่รวมในตัวเลขเงินสดและไม่ได้ปรับย้อนหลัง ค่า DPS เป็นเงินสดต่อหุ้นตามที่ประกาศแต่ละครั้ง ปันผล 4 งวดล่าสุด ฿0.44 ÷ ฿7.30 = 6.03% ตรงกับ 6.04% ที่ SET รายงาน
เงินปันผลต่อหุ้นตามปีรอบผลประกอบการ (บาท)
นโยบายและการคืนเงินให้ผู้ถือหุ้น
นโยบายปันผล: ไม่น้อยกว่า 50% ของกำไรสุทธิงบเฉพาะกิจการหลังหักสำรอง ปันผลระหว่างกาลทุกไตรมาส และปันผลประจำปีเมื่อที่ประชุมใหญ่อนุมัติ
ซื้อหุ้นคืน: หุ้นทุนซื้อคืนมีมูลค่าตามบัญชี ฿76.6 ล้าน ณ 31 ธ.ค. 2025 โครงการก่อนหน้าสิ้นสุด 24 พ.ย. 2025 โครงการใหม่อนุมัติ 2 ต.ค. 2026 โดยให้เหตุผลว่าเพื่อบริหารสภาพคล่องส่วนเกิน บริษัทระบุว่ากำไรต่อหุ้นและ ROE จะเพิ่มขึ้น แต่สินทรัพย์สภาพคล่องและมูลค่าตามบัญชีต่อหุ้นจะลดลง
ราคาซื้อหุ้นคืน: ไม่เกิน 115% ของราคาเฉลี่ยปิด 5 วันทำการก่อนซื้อ ราคาเฉลี่ย 30 วันทำการคือ ฿6.86 ต่อหุ้น
ปันผลรวม + ซื้อหุ้นคืน เทียบกับกำไร
ปันผล TTM ฿565 ล้านคิดเป็น 86% ของกำไร TTM ถ้าซื้อหุ้นคืนเต็มวงเงิน 30 ล้านหุ้นที่ราคา ฿7.30 จะใช้เงินอีกประมาณ ฿219 ล้าน รวมแล้วเท่ากับ 120% ของกำไร TTM ในปีเดียว การคืนเงินระดับนี้ต้องพึ่งกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน ไม่ใช่กำไรบัญชีเพียงอย่างเดียว
เปรียบเทียบเพื่อนร่วมกลุ่ม (Peer Comparison) ตัวคูณประเมินมูลค่าและมูลค่าตลาดของบริษัทในกลุ่ม · ข้อมูล SET ณ 8 ตุลาคม 2026
เปรียบเทียบกับเพื่อนร่วมกลุ่ม — ที่มา: SET Factsheet แต่ละบริษัท (ลิงก์ในหัวข้อแหล่งข้อมูล) บริษัท มูลค่าตลาด (ล้านบาท) P/E (เท่า) ลักษณะธุรกิจ KAMART (คาร์มาร์ท) 9,368 14.23 ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายเครื่องสำอาง หลายแบรนด์ BEAUTY (บิวตี้ คอมมูนิตี้) 898 n/m ค้าปลีกเครื่องสำอางและบำรุงผิวหลายแบรนด์ (ขาดทุน) MOSHI (ค้าปลีกไลฟ์สไตล์ญี่ปุ่น) 11,385 15.54 ค้าปลีกสินค้าไลฟ์สไตล์ภายใต้แบรนด์ Moshi Moshi MEGA (ยา อาหารเสริม และ FMCG) 28,990 13.24 ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายยา อาหารเสริม และสินค้า FMCG
BEAUTY ขาดทุนสุทธิ จึงไม่มี P/E ที่มีความหมาย ค่า P/E เฉลี่ยของ MOSHI และ MEGA อยู่ที่ 14.4 เท่า ใกล้ KAMART ที่ 14.2 เท่า ดังนั้น KAMART ถูกประเมินใกล้กลุ่มค้าปลีกและสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีกำไร ไม่ได้ถูกประเมินเป็นพิเศษ
มูลค่าตลาด (ซ้าย) และ P/E (ขวา) เทียบกับเพื่อนร่วมกลุ่ม
มุมมองอนาคตธุรกิจ (Outlook) เป้าหมายที่บริษัทระบุ ตัวเร่ง และเหตุการณ์ที่มีกำหนดวัน · ข้อมูล ณ 9 ตุลาคม 2026
เป้าหมายของบริษัท บริษัทไม่ได้เปิดเผยเป้ารายได้หรือกำไรตัวเลขสำหรับปี 2026 ในเอกสารที่ตรวจสอบ ข้อความในรายงานประจำปี 2025 ระบุเพียงว่าผลการดำเนินงานปี 2025 “ต่ำกว่าเป้าหมายตั้งต้น” และเป้าหมายระยะยาวเป็นเรื่องความเป็นผู้นำตลาดความงามในไทย การขยายสู่ต่างประเทศ การเข้าถึงสินค้าได้ง่าย และการเติบโตอย่างยั่งยืน (One Report 2025 ส่วน 1.1 )
ตัวเร่งการเติบโต
ช่องทางออนไลน์และไลฟ์คอมเมิร์ซ: ขยายแบรนด์ผ่าน TikTok, Shopee, Lazada และร้านออนไลน์ของแบรนด์แต่ละตัว
โมเดิร์นเทรดและร้านเฉพาะทาง: ขยายสู่ Moshi Moshi, Mr. DIY และร้านขายยาเชน (One Report 2025 ส่วน 1.1 )
ต่างประเทศ: ส่งออกไปจีน สิงคโปร์ และประเทศอื่นในเอเชีย แบรนด์ Cathy Doll ขยายช่องทางไปแล้วกว่า 36 ประเทศ
แบรนด์ใหม่กลุ่มที่โตเร็ว: ACCA by Dr.DSP, Dr.Niks, Get Skin by EYETA, ATP Beauty, IFME Skincare ที่จัดจำหน่ายให้ Marubeni
แรงกดดันที่บริษัทระบุ
การลดลงของนักท่องเที่ยวจีน: ผู้บริหารระบุว่ากระทบอุตสาหกรรมเครื่องสำอางและสินค้าอุปโภคบริโภคในไทยในช่วงครึ่งหลังปี 2025
การแข่งขันสูงจากสินค้า C-Beauty และ K-Beauty: ทำให้ต้องใช้การตลาดมากขึ้นเพื่อรักษาส่วนแบ่ง
ต้นทุนโลจิสติกส์และวัตถุดิบ: ผันผวนตามภูมิรัฐศาสตร์และราคาวัตถุดิบ
เหตุการณ์ที่มีกำหนดวัน ปฏิทินที่คาดว่าจะเกิดขึ้น — ที่มา: SET Factsheet · ประกาศซื้อหุ้นคืน วันที่ เหตุการณ์ สิ่งที่ควรดู 6 ต.ค. 2026 – 5 เม.ย. 2027 ช่วงซื้อหุ้นคืนไม่เกิน 30 ล้านหุ้น จำนวนหุ้นที่ซื้อจริงและราคาเทียบกับ ฿6.86 เฉลี่ย 30 วัน พ.ย. 2026 (คาดการณ์) งบไตรมาส 3/2026 และปันผลระหว่างกาลงวดที่สาม ค่าใช้จ่ายขายต่อรายได้ ค่าโฆษณา และส่วนแบ่งกำไร JV ธ.ค. 2026 (คาดการณ์) จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลงวดไตรมาส 3 (ตามรูปแบบปี 2025: จ่าย 11 ธ.ค.) ขนาดปันผลเทียบกับกระแสเงินสด ก.พ. 2027 (คาดการณ์) งบประจำปี 2026 และความเห็นผู้สอบบัญชี อัตรากำไรขั้นต้น ค่าใช้จ่ายขาย และหนี้ระยะสั้น เม.ย./พ.ค. 2027 (คาดการณ์) การประชุมใหญ่สามัญผู้ถือหุ้นและปันผลประจำปี ขนาดปันผลประจำปี 2026 และนโยบาย 50%
วันที่ที่ระบุเป็นคาดการณ์จากรูปแบบการรายงานของปีก่อนหน้า ไม่ใช่วันที่บริษัทประกาศ
ปัจจัยเสี่ยง (Risk Factors) ความเสี่ยงหลัก 6 ด้านพร้อมสัญญาณเตือนที่วัดได้ · อ้างอิงงบ 2Q26 และ One Report 2025 ส่วน 2.2
ปัจจัยเสี่ยงและสัญญาณเตือน — ที่มา: One Report 2025 ส่วน 2.2 · งบ 2Q26 ความเสี่ยง สถานะปัจจุบัน สัญญาณเตือนที่ควรติดตาม 1. การตลาดกดกำไร — ค่าโฆษณาโตเร็วกว่ารายได้ค่าใช้จ่ายขายและบริหาร 34.9% ของรายได้รวม 1H2026 (25.7% ปี 2023) ค่าใช้จ่ายขายและบริหารเกิน 35% ของรายได้รวมอีกหนึ่งไตรมาส หรืออัตรากำไรขั้นต้นต่ำกว่า 53% 2. สินค้าคงเหลือล้าสมัย — ความนิยมแบรนด์เปลี่ยนเร็วสินค้าคงเหลือ ฿1,040 ล้าน ระยะหมุนเวียน 233 วัน ตั้งสำรองการด้อยค่า ฿61 ล้านในปี 2025 ระยะหมุนเวียนเกิน 250 วัน หรือตั้งสำรองสินค้าด้อยค่าเกิน ฿60 ล้านต่อปี 3. พึ่งโรงงานรับจ้างและการปลอมแปลงสินค้า ใช้โรงงานรับจ้างเป็นหลัก มีสัญญาเก็บความลับสูตร และจดเครื่องหมายการค้าครอบคลุมทุกกลุ่ม โรงงานหลักหยุดผลิต เรียกคืนสินค้า หรือ อย. ออกประกาศเกี่ยวกับแบรนด์ 4. พึ่งช่องทางออนไลน์และแพลตฟอร์ม ต้นทุนขายไตรมาส 2 โต 8.1% เร็วกว่ารายได้ 4.0% ต้นทุนขายโตเร็วกว่ารายได้ต่อเนื่องสองไตรมาส หรือค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มเพิ่มขึ้นชัดเจน 5. สภาพคล่องและการคืนเงินให้ผู้ถือหุ้น เงินสด ฿228 ล้าน หนี้ระยะสั้น ฿842 ล้าน ปันผลเทียบกำไร 86% และมีแผนซื้อหุ้นคืน เงินสดน้อยกว่าหนี้ระยะสั้น หรือ payout เกิน 100% ของกำไร TTM 6. กำไรจากบริษัทร่วมและมูลค่ายุติธรรม ส่วนแบ่งกำไร JV เป็น +฿27.5 ล้านใน 1H2026 จากขาดทุนในปีก่อน ส่วนแบ่งกำไรเป็นลบอีกงวด หรือเกิน 10% ของกำไรสุทธิ
ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยไซเบอร์ การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) และสภาพอากาศมีการระบุในรายงานประจำปี 2025 แต่ไม่ได้จัดอยู่ในสัญญาณเตือนหลักของรายงานนี้ เพราะยังไม่มีข้อมูลที่วัดได้ในงบการเงิน
เรื่องที่เอกสารที่ตรวจสอบไม่ยืนยันชัด
บริษัทประกาศในปี 2025 ว่า Wellsiam (Marubeni) เสนอซื้อหุ้นจากผู้ถือหุ้นเดิมไม่เกิน 10% (128.3 ล้านหุ้น) ราคา ฿9.80 รวมประมาณ ฿1,257 ล้าน (One Report 2025 ส่วน 1 ) รายชื่อผู้ถือหุ้น ณ 26 ส.ค. 2026 แสดง Wellsiam ถือ 28.00% (359.3 ล้านหุ้น) ซึ่งตรงกับการถือหุ้นเต็มจำนวนที่เสนอ และจำนวนหุ้นรวมไม่เปลี่ยน จึงเป็นการโอนหุ้นไม่ใช่การเพิ่มทุน แต่ยังไม่มีเอกสารผลการเสนอซื้อในชุดที่ตรวจ ควรยืนยันจากหนังสือแจ้งผลการเสนอซื้อก่อนใช้ข้อสรุปนี้
SWOT จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรค · อ้างอิงงบและรายงานที่ตรวจสอบแล้ว
จุดแข็ง (Strengths)
แบรนด์หลายตัวที่กลุ่มเป้าหมายต่างกัน ราว 20 แบรนด์ ไม่พึ่งแบรนด์เดียว
อัตรากำไรขั้นต้น 52–55% ตลอด 3 ปี
ไม่มีหนี้ระยะยาวตามที่ SET แสดง หนี้สุทธิต่อ EBITDA 0.70 เท่า
ผู้ถือหุ้นใหญ่ (Wellsiam ของ Marubeni) เป็นพันธมิตรการจัดจำหน่ายด้วย
จุดอ่อน (Weaknesses)
ค่าใช้จ่ายขายและบริหารโตเร็วกว่ารายได้ ทำให้ EBITDA ลดจาก 35.6% ปี 2023 เป็น 22.9% ใน 1H2026
สินค้าคงเหลือหมุนช้าลง 233 วัน และสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้นในขณะที่รายได้แทบไม่โต
พึ่งโรงงานรับจ้างและโมเดลค้าปลีกที่ต้องใช้การตลาดสูง
เงินสดต่ำ หนี้ระยะสั้นสูงขึ้นทุกปีนับจาก 2023
โอกาส (Opportunities)
ช่องทางออนไลน์และไลฟ์คอมเมิร์ซยังโตได้ในอาเซียน
แบรนด์ที่เพิ่งเปิดตัวในปี 2025 (ACCA by Dr.DSP, Dr.Niks, Get Skin, ATP Beauty) ยังไม่เต็มศักยภาพ
ขยายต่างประเทศผ่านการจัดจำหน่ายร่วมกับ Marubeni และ KMGI
ตลาดอาหารเสริมและ skincare ที่ผสมผสาน (Dr.DSP, Jejuvita) เติบโตได้จากความต้องการสุขภาพ
อุปสรรค (Threats)
ตลาดเครื่องสำอางในไทยแข่งขันรุนแรง โดยเฉพาะ C-Beauty และ K-Beauty ที่เข้ามาง่ายขึ้นทางออนไลน์
สินค้าปลอมบนแพลตฟอร์มออนไลน์ (ตามรายงานความเสี่ยงของบริษัท) อาจทำให้ต้องลงทุนการตลาดเพิ่ม
นักท่องเที่ยวจีนลดลง ซึ่งผู้บริหารระบุว่ากระทบยอดขายเครื่องสำอางและสินค้าอุปโภคบริโภคในไทย
ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและต้นทุนวัตถุดิบ อาจกดอัตรากำไรขั้นต้น
รายการ SWOT ด้านโอกาสและอุปสรรคเป็นการประเมินจากข้อมูลในรายงานประจำปี 2025 และงบ 2Q26 ไม่ใช่ข้อมูลตัวเลขที่ยืนยันได้
มุมมองนักลงทุน (Investor View) กรอบการวิเคราะห์ ฉากทัศน์ที่คำนวณได้ และเช็คลิสต์ติดตาม · ข้อมูล ณ 8–9 ตุลาคม 2026
ประเด็นการลงทุนที่สมดุล
ด้านบวก: บริษัทมีอัตรากำไรขั้นต้นสูง ไม่มีหนี้ระยะยาว และมีผู้ถือหุ้นใหญ่ที่ลงทุนเพิ่มและเป็นพันธมิตรการจัดจำหน่าย ราคาหุ้นอยู่ที่ P/E 14 เท่า ใกล้กลุ่ม และต่ำกว่าระดับปี 2024 ที่ 18.7 เท่า
ด้านลบ: กำไรลดลง 15.5% ในครึ่งแรกปี 2026 ยังไม่เห็นสัญญาณว่าค่าใช้จ่ายการตลาดจะลดเมื่อไร ปันผลและซื้อหุ้นคืนเต็มวงจะใช้เงินเกินกำไร และเงินสดปลายปี 2025 ลดลงจากปี 2023
ประเด็นที่ต้องรู้: ยังไม่มีบทวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ที่ระบุชื่อและวันที่ชัดเจนในการตรวจสอบครั้งนี้ ตัวเลขเป้าหมายที่พบเป็นของเว็บรวบรวมข้อมูลที่ไม่ระบุวันที่
ฉากทัศน์และการคำนวณ การคำนวณมูลค่าต่อหุ้นตามกรณี — กำไรสุทธิ (ล้านบาท) × P/E (เท่า) ÷ จำนวนหุ้น 1,283.33 ล้านหุ้น · ที่มาของกำไร: งบ 2Q26 · One Report 2025 กรณี ฐานกำไร (ล้านบาท) P/E ที่ใช้ มูลค่ารวม (ล้านบาท) ต่อหุ้น (บาท) เทียบราคา ฿7.30 Bear 584.0 (1H2026 × 2) 12.0x 7,008 5.46 −25.2% Base 653.2 (TTM) 15.0x 9,799 7.64 +4.6% Bull 706.7 (ปี 2025) 18.0x 12,720 9.91 +35.8%
เหตุผลของ P/E: Bear 12x ต่ำกว่า MEGA (13.2x) และ MOSHI (15.5x) เพราะกำไรยังลด · Base 15x อยู่ระหว่างราคาปัจจุบัน (14.2x) กับ MOSHI · Bull 18x ใกล้ P/E สิ้นปี 2024 (18.7x) และ 2025 (16.8x) ที่ SET รายงาน การคำนวณนี้ไม่ได้รวมปันผลซึ่งทั้งสามกรณีจะได้รับประมาณ ฿0.44 ต่อปีหากคงนโยบาย ตัวเลขนี้เป็นตัวอย่างการคิดเชิงสมมติฐานไม่ใช่คำแนะนำ
เทียบกับตัวเลขจากเว็บรวบรวมข้อมูล
TradingView แสดงราคาเป้าหมายเฉลี่ย ฿10.65 จากนักวิเคราะห์ 2 ราย (ช่วง ฿9.29–฿12.00) Investing.com แสดงเป้า ฿12.00 จากนักวิเคราะห์ 1 ราย และ MarketScreener แสดง P/E ประมาณการปี 2026 ราว 10 เท่า (ไม่มีเป้าราคา) ไม่มีวันที่ของข้อมูลเหล่านี้ที่ยืนยันได้ และไม่ระบุชื่อบริษัทหลักทรัพย์ จึงไม่นำมาใช้เป็นฐานการประเมิน (TradingView · Investing.com · MarketScreener )
เช็คลิสต์การติดตาม รายงานนี้เป็นการวิเคราะห์เพื่อการตัดสินใจเชิงข้อมูล ไม่ใช่คำแนะนำในการซื้อหรือขายหลักทรัพย์ ผู้ลงทุนควรพิจารณาปัจจัยและความเสี่ยงทั้งหมดก่อนตัดสินใจ
แหล่งข้อมูลหลัก:
หมายเหตุ: รายงานฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาและการตัดสินใจเชิงข้อมูลเท่านั้น มิใช่คำแนะนำในการลงทุน ผู้ลงทุนควรพิจารณาปัจจัยและความเสี่ยงทั้งหมดก่อนตัดสินใจลงทุน
แหล่งข้อมูลหลัก:
หมายเหตุ: รายงานฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาและการตัดสินใจเชิงข้อมูลเท่านั้น มิใช่คำแนะนำในการลงทุน ข้อมูลทางการเงินอิงจาก MD&A/SEC (reported basis) และข้อมูลตลาดอิงจาก SET Factsheet ณ 8 ตุลาคม 2026 ผู้ลงทุนควรพิจารณาปัจจัยและความเสี่ยงทั้งหมดก่อนตัดสินใจลงทุน