รายงานวิเคราะห์หุ้นเพื่อการตัดสินใจ · Equity Research Report

วิเคราะห์หุ้น GPSC — บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน)

แกนนำนวัตกรรมธุรกิจไฟฟ้าและพลังงานอัจฉริยะของกลุ่ม ปตท. (PTT Group Power Flagship) ผู้นำธุรกิจผลิตไฟฟ้าและไอน้ำพลังความร้อนร่วม (SPP Cogeneration) รายใหญ่ที่สุดใน EEC และผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ (IPP) ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ 4S มุ่งสู่สัดส่วนพลังงานสะอาดกว่า 50% ภายในปี 2030 พร้อมรุกโครงสร้างพื้นฐานพลังงานสีเขียว 24/7 รองรับ Hyperscale Data Center และแผน PDP2026
Sector: ทรัพยากร / พลังงานและสาธารณูปโภค (Resources / Energy & Utilities)ราคาล่าสุด ฿48.5Market Cap ฿136,757 ล้านP/E 20.18 · P/BV 1.16Dividend Yield ~2.99%

เขียนโดย HypeTimes Staff · ข้อมูล ณ

1. สรุปผู้บริหาร (Executive Summary)

ภาพรวมธุรกิจ ผลประกอบการงวด 1H2026 และสาระสำคัญการลงทุน — ข้อมูล ณ 14 ต.ค. 2026
ราคาหุ้น · มูลค่าตลาด
฿48.50 · ฿136,757M
ราคาตลาด ณ 14 ต.ค. 2026(SET Factsheet)
รายได้รวม 1H2026
฿39,001 ล้าน
ปริมาณขายไอน้ำและไฟฟ้าภาคอุตสาหกรรมแข็งแกร่ง(MD&A 2Q26)
EBITDA 1H2026 (MARGIN)
฿10,887 ล้าน (27.91%)
รักษาเสถียรภาพสเปรดราคาก๊าซ-ไฟฟ้า SPP(MD&A 2Q26)
กำไรสุทธิ 1H2026 (EPS)
฿3,538 ล้าน (฿1.25/หุ้น)
เติบโต +12.0% YoY จาก ฿3,159 ล้าน(MD&A 2Q26)
P/E · P/BV (TTM)
20.18x · 1.16x
BVPS ฿41.69 ต่อหุ้น (Deep Discount)(SET Factsheet)
ปันผลระหว่างกาล 1H26
฿0.55 ต่อหุ้น
ขึ้น XD 19 ส.ค. 2569 (จ่าย 3 ก.ย. 2569)(Settrade)

ไฮไลท์ผลประกอบการ 1H2026: กำไรสุทธิขยายตัว +12.0% YoY สู่ ฿3,538 ล้านบาท

GPSC แสดงผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 อย่างแข็งแกร่ง ด้วยกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นใหญ่ ฿3,538.45 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.0% YoY จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยได้รับแรงผลักดันสำคัญจาก 4 ปัจจัยหลัก:
1) การฟื้นตัวเต็มไตรมาสของโรงไฟฟ้า IPP: โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าเก็คโค่-วัน (GHECO-One) หลังเสร็จสิ้นการซ่อมบำรุงใหญ่ตามแผน กลับมาเดินเครื่องสร้างรายได้ค่าความพร้อมจ่าย (Availability Payment) อย่างเต็มที่
2) ต้นทุนทางการเงินลดฮวบ -13.0% YoY: จากการทยอยชำระคืนหนี้เงินกู้ยืมและอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยที่ลดลง ทำให้ประหยัดดอกเบี้ยจ่ายไปกว่า ฿316 ล้านบาทในงวด 6 เดือน
3) การบริหารสเปรด SPP อย่างมีประสิทธิภาพ: ผ่านกลยุทธ์ EBITDA Uplift และ Merit Order Optimization สลับเดินเครื่องโรงไฟฟ้าก๊าซที่มีประสิทธิภาพความร้อนสูงสุดในมาบตาพุด
4) ผลตอบแทนโครงการพลังงานหมุนเวียนสากล: รับรู้ส่วนแบ่งกำไรเติบโตจาก Avaada Energy ในอินเดีย และโครงการวินด์ฟาร์มนอกชายฝั่ง CFXD ในไต้หวันที่เริ่มสร้างกระแสเงินสดเชิงพาณิชย์

แผนภาพวิเคราะห์กรอบราคาเป้าหมาย 12 เดือน และแบบจำลองสถานการณ์ (Valuation Spectrum)Senior UX/UI Model
กรอบ IAA Consensus (฿51.00 – ฿62.00 · เฉลี่ย ฿53.41)Bear: ฿42.00Downside -13.4%ราคาตลาดปัจจุบัน฿48.50Base: ฿58.00Upside +19.6%Bull: ฿68.00Upside +40.2%สมมติฐานการประเมินมูลค่า: Base Case อิง P/E 23.0x บนกำไรปี 2569E ฿2.52/หุ้น · ฐานะการเงิน Net IBD/E 0.72x แข็งแกร่ง

Bull Case: ฿68.00 (+40.2%)

  • สัญญา Data Center ไฟสีเขียว 24/7: คว้าสัญญา Utility Green Tariff (UGT) และ Direct PPA กำลังผลิตรวมกว่า 500 MW หนุนมาร์จิ้นสูง
  • ต้นทุนก๊าซ Pool Gas ปรับลดแรง: ราคาก๊าซลดลงต่ำกว่า ฿280/MMBtu ขณะที่ กกพ. ตรึงค่า Ft คงที่ ขยายสเปรดทำกำไรของโรงไฟฟ้า SPP โคเจนเนอเรชั่น
  • Avaada & CFXD เร่ง COD: รับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากอินเดียและไต้หวันเต็มปีกว่า ฿1,500 ล้านบาท หนุนกำไรสุทธิแตะ ฿8,600 ล้าน (EPS ฿3.05)

Base Case: ฿58.00 (+19.6%)

  • ผลประกอบการเติบโตต่อเนื่อง: กำไรสุทธิปี 2569 แตะ ฿7,100 ล้านบาท (EPS ฿2.52) จากการเดินเครื่องโรงไฟฟ้า IPP ราบรื่น และสเปรด SPP เสถียร
  • ลดดอกเบี้ยจ่ายและควบคุมหนี้: Net IBD/E ทยอยลดลงแตะ 0.70x ประหยัดดอกเบี้ยจ่ายกว่า ฿600 ล้านบาทต่อปี
  • เงินปันผลสม่ำเสมอ: จ่ายเงินปันผลทั้งปี ฿1.45–1.55 ต่อหุ้น คิดเป็น Dividend Yield ราว 3.0–3.2% อิง Payout Ratio ~60%

Bear Case: ฿42.00 (-13.4%)

  • ราคาก๊าซธรรมชาติพุ่งสูง: ความตึงเครียดในตะวันออกกลางดันราคา Spot LNG พุ่งเกิน $16/MMBtu ขณะที่ภาครัฐปรับลดค่า Ft กดดันสเปรด SPP
  • ความล่าช้าของแผน PDP2026: การเปิดประมูลโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนรอบใหม่เลื่อนออกไป ชะลอการเติบโตของกำลังผลิตใหม่ในประเทศ
  • ผลกระทบอัตราแลกเปลี่ยน: ค่าเงินรูปีอินเดีย (INR) อ่อนค่าลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ส่วนแบ่งกำไรจาก Avaada ลดลงเหลือกำไรสุทธิรวม ฿5,500 ล้าน

2. ข้อมูลสรุปบริษัท (Factsheet)

ข้อมูลสถิติสำคัญ โครงสร้างทุน และข้อมูลการซื้อขายหลักทรัพย์ — ข้อมูล ณ 14 ต.ค. 2026
ราคาล่าสุด
฿48.50
52W: ฿30.00–55.75(SET)
มูลค่าหลักทรัพย์
฿136,757M
แกนนำธุรกิจไฟฟ้ากลุ่ม ปตท.(SET)
P/E (TTM)
20.18x
ฐานกำไร TTM ฿6,778M(SET)
P/BV
1.16x
BVPS ฿41.69 ต่อหุ้น(SET)
DIVIDEND YIELD
2.99%
จ่ายระหว่างกาล 1H26 ฿0.55(Settrade)
จำนวนหุ้นจดทะเบียน
2,819.73M หุ้น
ราคาพาร์ ฿10.00(SET)
FREE FLOAT
24.76%
ผู้ถือหุ้นรายย่อย 33,694 ราย(SET)
ESG & CG RATING
SET ESG AAA · 5 ดาว
CGR Excellence ต่อเนื่อง(Settrade)

ข้อมูลการจดทะเบียนและโครงสร้างผู้ถือหุ้น

ตารางข้อมูลบริษัทและรายชื่อผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ณ วันปิดสมุดทะเบียนล่าสุด (แหล่งข้อมูล: ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย)
ลำดับรายชื่อผู้ถือหุ้น / รายการข้อมูลจำนวนหุ้น (หุ้น) / รายละเอียดสัดส่วน (%)
1บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (PTT)1,332,955,13547.27%
2บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) (PTTGC)281,972,93710.00%
3บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) (TOP)281,972,93710.00%
4บริษัท สยาม แมนเนจเม้นท์ โฮลดิ้ง จำกัด (SMH)224,431,7357.96%
-รวมกลุ่ม ปตท. (PTT Group Strategic Holding)2,121,332,74475.23%
5กองทุนรวม วายุภักษ์หนึ่ง72,860,8002.58%
6บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด (Thai NVDR)52,574,6401.86%
7สำนักงานประกันสังคม44,124,7951.56%
8SOUTH EAST ASIA UK (TYPE C) NOMINEES LIMITED21,750,4720.77%
9N.C.B.TRUST LIMITED- NORGES BANK 3716,066,1000.57%
10กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.)11,716,1000.42%
-ผู้ถือหุ้นรายย่อย (Free Float)33,694 ราย24.76%
-สัดส่วนการถือหุ้นของต่างชาติ (Foreign Limit 49.00%)ณ วันที่ 14 ต.ค. 25692.34%
ที่มา: ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET Factsheet) และ Settrade ณ วันที่ 14 ตุลาคม 2569

3. ลักษณะการประกอบธุรกิจ (Business Overview)

โครงสร้าง 4 เสาหลักธุรกิจ พอร์ตโฟลิโอสินทรัพย์ผลิตไฟฟ้า และระบบนิเวศพลังงานแห่งอนาคต — ข้อมูล ณ 14 ต.ค. 2026

บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) (GPSC) เป็นแกนนำในการดำเนินธุรกิจไฟฟ้าและสาธารณูปโภคของกลุ่ม ปตท. (The Innovative Power Flagship of PTT Group) โดยมีกลุ่ม ปตท. (PTT, PTTGC, TOP, SMH) ถือหุ้นรวม 75.23% ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า ไอน้ำ น้ำเพื่อการอุตสาหกรรม และสาธารณูปโภคครบวงจร มีกำลังการผลิตติดตั้งตามสัดส่วนการถือหุ้นรวมกว่า 8,500 เมกะวัตต์ และไอน้ำกว่า 4,000 ตันต่อชั่วโมง ครอบคลุมการดำเนินงานใน 4 เสาหลักยุทธศาสตร์:

แผนภาพสถาปัตยกรรมธุรกิจ 4 เสาหลักและระบบนิเวศพลังงานกลุ่ม ปตท. (GPSC Strategic Architecture)Ecosystem Map
GPSC: PTT Group Innovative Power Flagshipกลุ่ม ปตท. ถือหุ้น 75.23% (PTT 47.27% · PTTGC 10% · TOP 10% · SMH 7.96%) · กำลังผลิตติดตั้งรวม ~8,500 MW1. SPP Cogenerationสัดส่วนรายได้ 77%• โครงข่าย EEC / ระยองCUP 1-4 & Glow SPP• ลูกค้าอุตสาหกรรมก๊าซธรรมชาติประสิทธิภาพสูงไอน้ำ 4,000+ ตัน/ชม.• ความมั่นคงระบบท่อส่งไอน้ำเชื่อมต่อสมบูรณ์Reliability 99.9%+กระแสเงินสดมั่นคงสัญญา PPA 25 ปี + ลูกค้า IU2. IPP Baseloadสัดส่วนรายได้ 15%• GHECO-One (65%)ถ่านหิน Supercritical 660MW• ศรีราชา (100%)ก๊าซธรรมชาติ 700 MW• Glow IPP (95%)ก๊าซความร้อนร่วม 713 MW• กลไกสัญญา PPAAvailability Payment (AP)ผลตอบแทนสม่ำเสมอการันตีรายได้ตามความพร้อม3. Global Renewablesสัดส่วนรายได้ 8% (ขยายเร็ว)• Avaada (อินเดีย 42.9%)โซลาร์+ไฮโดรเจน ~15 GW• CFXD (ไต้หวัน 25%)วินด์ฟาร์มนอกชายฝั่ง 595MW• ไฟฟ้าน้ำ สปป.ลาวไซยะบุรี (XPCL) + น้ำลิก 1• CHPP (ไทย 100%)Solar Rooftop & Floatingเป้าหมาย RE > 50%ภายในปี 2030 (Net Zero)4. S-Curve & Data CenterNew S-Curve Flagship• Data Center Ready24/7 Green Power PPA• Cold Energy Coolingร่วมมือ PTT LNG ลดค่า PUE• แบตเตอรี่ NV Gotionร่วมทุนผลิตชุดแพ็ค EV/BESS• นวัตกรรม G-CellSemiSolid Cell เทคโนโลยี 24Mน่านน้ำใหม่ AI InfrastructureDirect PPA & Microgrid

1. กลุ่มโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม (SPP Cogeneration)

เป็นธุรกิจหลักที่สร้างรายได้และกระแสเงินสดกว่า 77% ของบริษัท โดยใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตกระแสไฟฟ้าและไอน้ำพร้อมกัน (Combined Heat and Power - CHP) มีประสิทธิภาพการใช้พลังงานเชิงความร้อนสูงกว่า 70%:

2. กลุ่มโรงไฟฟ้าผู้ผลิตอิสระ (Independent Power Producer - IPP)

โรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่ทำหน้าที่รักษาความมั่นคงของระบบไฟฟ้าประเทศตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาว 20–25 ปีกับ กฟผ. สร้างสัดส่วนรายได้ราว 15%:

3. กลุ่มธุรกิจพลังงานหมุนเวียนสากล (Global Renewable Platforms)

เสาหลักการเติบโตสีเขียวเพื่อบรรลุเป้าหมายการมีสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนกว่า 50% ภายในปี 2030 (สัดส่วนรายได้ปัจจุบัน 8% และเติบโตเร็ว):

4. ธุรกิจนวัตกรรมพลังงานแห่งอนาคตและรองรับ Hyperscale Data Center

4. ผลการดำเนินงานทางการเงิน (Financial Performance)

การเติบโตของรายได้ EBITDA อัตรากำไร และการวิเคราะห์เปรียบเทียบงวด 1H2025 vs 1H2026
แนวโน้มรายได้รวม EBITDA และกำไรสุทธิ (FY2023–TTM 2Q26)

ผลการดำเนินงานของ GPSC ในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา (2566–2568) สะท้อนถึงการปรับตัวของธุรกิจพลังงานจากวิกฤตต้นทุนพลังงานสู่ช่วงฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง แม้ว่ารายได้รวมจะปรับลดลงจาก ฿93,094 ล้านในปี 2566 สู่ ฿84,916 ล้านในปี 2568 ตามทิศทางราคาพลังงานโลกและค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) ที่ลดลง แต่กำไรสุทธิกลับพุ่งขึ้นอย่างก้าวกระโดดจาก ฿3,694 ล้าน สู่ ฿6,399 ล้าน ในปี 2568 (+58% YoY) จากการบริหารสเปรดต้นทุนก๊าซในกลุ่ม SPP ประสิทธิภาพการดำเนินงาน และกำไรพิเศษจากการขายหุ้น AEPL

อัตราส่วนความสามารถในการทำกำไร: EBITDA Margin และ Net Margin (%)

อัตรากำไรของบริษัทปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดย EBITDA Margin ทรงตัวในระดับสูง 22–24% ขณะที่อัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) ปรับตัวขึ้นจาก 3.97% ในปี 2566 เป็น 7.54% ในปี 2568 และแตะ 8.55% ในงวด TTM 2Q2026 อันเป็นผลมาจากการลดลงของดอกเบี้ยจ่ายและการรับรู้กำไรจากโครงการในต่างประเทศ

เปรียบเทียบผลประกอบการงวด 1H2025 vs 1H2026 (หน่วย: ล้านบาท)
ตารางเปรียบเทียบผลการดำเนินงานครึ่งปีแรก: 1H2025 เทียบกับ 1H2026 (แหล่งข้อมูล: งบการเงินสอบทาน 2Q2026)
รายการทางการเงิน (ล้านบาท)1H2025 (ม.ค.–มิ.ย. 68)1H2026 (ม.ค.–มิ.ย. 69)เปลี่ยนแปลง (YoY %)
รายได้จากการขายและการให้บริการ43,890.0738,354.27-12.6%
รวมรายได้ทั้งหมด44,646.0539,000.59-12.6%
กำไรขั้นต้น (Gross Profit)6,742.306,812.50+1.0%
EBITDA10,938.4010,886.73-0.5%
ต้นทุนทางการเงิน (ดอกเบี้ยจ่าย)2,431.152,115.04-13.0%
ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและ JV325.40418.80+28.7%
กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่3,159.203,538.45+12.0%
กำไรต่อหุ้น (EPS - บาทต่อหุ้น)1.121.25+11.6%
ที่มา: งบการเงินรวมไตรมาส 2/2569 ของ GPSC และคำอธิบายและการวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ (MD&A)

5. งบแสดงสถานะการเงิน (Balance Sheet)

โครงสร้างสินทรัพย์ หนี้สิน และส่วนของผู้ถือหุ้น — ข้อมูล ณ 30 มิ.ย. 2026
โครงสร้างงบแสดงสถานะการเงิน (FY2023–1H2026) หน่วย: ล้านบาท

ฐานะทางการเงินของ GPSC มีความมั่นคงสูงและปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง สินทรัพย์รวม ณ 30 มิถุนายน 2569 อยู่ที่ ฿260,118 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจากการทยอยตัดค่าเสื่อมราคาโรงไฟฟ้าและการชำระคืนหนี้ ขณะที่หนี้สินรวมลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก ฿168,994 ล้าน ณ สิ้นปี 2567 สู่ ฿142,548 ล้าน ณ 30 มิ.ย. 2569 ส่งผลให้ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น ฿117,570 ล้านบาท คิดเป็นมูลค่าตามบัญชีต่อหุ้น (BVPS) สูงถึง ฿41.69

ตารางสรุปฐานะทางการเงินและสมดุลทางบัญชี (Assets = Liabilities + Equity) ครบ 100%
รายการ (ล้านบาท)31 ธ.ค. 202331 ธ.ค. 202431 ธ.ค. 202530 มิ.ย. 2026
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด18,45019,82016,54015,920
ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ (PPE)142,300145,800138,400135,200
สินทรัพย์ไม่มีตัวตนและค่าความนิยม48,50047,20045,60044,800
สินทรัพย์อื่น72,45375,31663,71964,198
รวมสินทรัพย์ (Total Assets)281,703288,136264,259260,118
หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย (IBD)124,570123,900111,780105,810
หนี้สินหมุนเวียนและหนี้สินอื่น39,60845,09436,04336,738
รวมหนี้สิน (Total Liabilities)164,178168,994147,823142,548
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม (Total Equity)117,525119,142116,436117,570
ตรวจสอบสมดุล (หนี้สิน + ทุน = สินทรัพย์)281,703 (0)288,136 (0)264,259 (0)260,118 (0)
ที่มา: งบการเงินรวม GPSC สอบทานโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (PwC) ข้อมูล ณ 30 มิ.ย. 2569

6. หนี้สินและเลเวอเรจ (Leverage Profile)

การบริหารจัดการสภาพคล่อง อัตราส่วนหนี้สิน และความสามารถในการชำระดอกเบี้ย
แนวโน้มอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุน (IBD/E และ Net IBD/E)

GPSC ประสบความสำเร็จอย่างสูงในการลดภาระหนี้สิน (Deleveraging) โดยอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อทุน (Net IBD/Equity) ลดลงอย่างต่อเนื่องจาก 0.85 เท่าในปี 2566 สู่ระดับ 0.72 เท่า ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 ซึ่งต่ำกว่าข้อกำหนดทางการเงิน (Financial Covenant) ของสถาบันการเงินและผู้ถือหุ้นกู้ที่กำหนดไว้ไม่เกิน 1.50 เท่า อย่างมีนัยสำคัญ

ตารางเปรียบเทียบอัตราส่วนภาระหนี้สินและความสามารถในการรองรับหนี้ (Debt Covenants)
ตัวชี้วัดทางการเงิน (Leverage Metrics)FY2023FY2024FY202530 มิ.ย. 2026เพดานข้อกำหนด (Covenant)
หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยรวม (ล้านบาท)124,570123,900111,780105,810-
หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิ (Net IBD - ล้านบาท)106,120104,08095,24089,890-
IBD / ส่วนของผู้ถือหุ้น (เท่า)1.06x1.04x0.96x0.90x-
Net IBD / ส่วนของผู้ถือหุ้น (เท่า)0.85x0.83x0.76x0.72x≤ 1.50x (ปลอดภัยสูง)
Net Debt / EBITDA (เท่า)5.23x5.02x5.04x4.77x-
อัตราความสามารถในการชำระดอกเบี้ย (ICR - เท่า)4.12x4.25x4.68x5.15x≥ 2.50x
อันดับความน่าเชื่อถือองค์กร (TRIS Rating)AA- (Stable)AA- (Stable)AA- (Stable)AA- (Stable)Investment Grade
ที่มา: รายงานนำเสนอข้อมูลนักลงทุน (GPSC Investor Presentation) และ TRIS Rating

7. สัดส่วนรายได้ตามโครงสร้างธุรกิจ (Business Segments)

สัดส่วนรายได้และแหล่งกำไรจำแนกตามประเภทโรงไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์
สัดส่วนรายได้จำแนกตามกลุ่มธุรกิจ (Revenue Breakdown %)

โครงสร้างรายได้ของ GPSC สะท้อนถึงการกระจายตัวอย่างสมดุล โดยมีธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม (SPP Cogeneration) เป็นเครื่องยนต์หลักสร้างรายได้คิดเป็น 77% จากความต้องการใช้ไฟฟ้าและไอน้ำของกลุ่มโรงงานปิโตรเคมีและอุตสาหกรรมในมาบตาพุด โรงไฟฟ้าผู้ผลิตอิสระ (IPP) คิดเป็น 15% ซึ่งสร้างผลกำไรมั่นคงจากค่าความพร้อมจ่าย และกลุ่มพลังงานหมุนเวียนกับธุรกิจอื่นคิดเป็น 8% โดยเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพการเติบโตสูงสุดจากการเร่งลงทุนในอินเดีย ไต้หวัน และโซลาร์รูฟท็อปในประเทศ

8. ประวัติการจ่ายเงินปันผล (Dividend History)

นโยบายเงินปันผล ประวัติการจ่ายเงินปันผลต่อหุ้น และอัตราการจ่ายเงินปันผล (Payout Ratio)
ประวัติการจ่ายเงินปันผลต่อหุ้น (DPS: บาทต่อหุ้น)

GPSC มีนโยบายจ่ายเงินปันผลไม่น้อยกว่า 30% ของกำไรสุทธิตามงบการเงินเฉพาะกิจการหลังหักภาษีและเงินสำรองตามกฎหมาย ในช่วงที่ผ่านมาระดับการจ่ายจริง (Payout Ratio) อยู่ที่ระดับ 55–64% ของกำไรสุทธิ โดยในปี 2568 บริษัทจ่ายเงินปันผลรวมสูงถึง ฿1.45 ต่อหุ้น (งวด 1H25 ฿0.50 และ 2H25 ฿0.95) และสำหรับปี 2569 บริษัทได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับผลการดำเนินงาน 1H2026 ไปแล้วในอัตรา ฿0.55 ต่อหุ้น ในวันที่ 3 กันยายน 2569 คิดเป็นอัตราผลตอบแทนเงินปันผลต่อปี (Dividend Yield) ประมาณ 2.99%–3.00%

9. การเปรียบเทียบในกลุ่มอุตสาหกรรม (Peer Comparison)

การเปรียบเทียบ Valuation ตัวชี้วัดทางการเงิน และตำแหน่งทางการแข่งขันในกลุ่มพลังงานไฟฟ้าไทย
เปรียบเทียบมูลค่าตลาด (Market Cap) และ Trailing P/E กับหุ้นในกลุ่มพลังงานไฟฟ้า
ตารางเปรียบเทียบเชิงมูลค่าและอัตราส่วนทางการเงินในกลุ่มโรงไฟฟ้าชั้นนำของไทย (ข้อมูล ณ 14 ต.ค. 2026)
สัญลักษณ์หลักทรัพย์ชื่อย่อบริษัทราคาหุ้น (฿)Market Cap (฿ล้าน)P/E (เท่า)P/BV (เท่า)Div Yield (%)
GPSCโกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่48.50136,75720.181.162.99%
GULFกัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์49.50885,18511.822.801.85%
BGRIMบี.กริม เพาเวอร์18.7048,74920.211.402.20%
RATCHราช กรุ๊ป37.5081,56314.740.724.25%
EGCOผลิตไฟฟ้า129.0067,914125.420.585.00%
ที่มา: รวบรวมจาก SET Factsheet และข้อมูลตลาด ณ วันที่ 14 ตุลาคม 2569

เมื่อเปรียบเทียบในกลุ่มโรงไฟฟ้าเอกชน GPSC ซื้อขายที่ระดับ Trailing P/E 20.18x และ P/BV 1.16x ซึ่งต่ำกว่า BGRIM (P/BV 1.40x) และให้ Dividend Yield สูงกว่าที่ 2.99% ขณะที่มีขนาดมูลค่าตลาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของกลุ่มไฟฟ้าไทย (฿136,757 ล้านบาท) รองจาก GULF ที่มีพอร์ตธุรกิจโทรคมนาคมและเทคโนโลยีร่วมด้วย GPSC จึงโดดเด่นในฐานะหุ้น Pure-play สาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐานที่มีกระแสเงินสดมั่นคงและมีกลุ่ม ปตท. หนุนหลัง 75.23%

10. มุมมองในอนาคตและปัจจัยขับเคลื่อน (Outlook & Catalysts)

เป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ โครงการใหม่ และโอกาสทางธุรกิจปี 2026–2030

ยุทธศาสตร์ 4S: การขับเคลื่อนสู่ผู้นำพลังงานสะอาดและโซลูชันไฟฟ้าอัจฉริยะ

GPSC ดำเนินกลยุทธ์ 4S เพื่อบรรลุเป้าหมายการมีสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนมากกว่า 50% ภายในปี 2030:
• S1: Strengthen & Expand the Core — เพิ่มประสิทธิภาพโรงไฟฟ้า SPP และ IPP เดิม ทำ Merit Order Optimization ควบคุมต้นทุนก๊าซ
• S2: Scale-up Green Energy — ขยายพอร์ตพลังงานหมุนเวียนในอินเดีย (Avaada) ไต้หวัน (CFXD) และไทยตามแผน PDP รอบใหม่
• S3: S-Curve & Batteries — พัฒนาระบบกักเก็บพลังงาน BESS โรงงานแบตเตอรี่ NV Gotion และโรงงาน G-Cell
• S4: Shift to Customer Solutions — นำเสนอโซลูชันพลังงานสีเขียวแบบเบ็ดเสร็จ (24/7 Green Power) ให้แก่ผู้ให้บริการศูนย์ข้อมูล Data Center ระดับโลก

ปัจจัยเร่งการเติบโตที่สำคัญ (Key Catalysts)

  1. การประกาศใช้แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า PDP2026: การเปิดประมูลโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนรอบใหม่และการเปิดเสรีไฟฟ้า Direct PPA จะเปิดโอกาสให้ GPSC คว้าสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาวเพิ่มขึ้นตามเป้าหมายส่วนแบ่ง 25%
  2. คลื่นการลงทุน Hyperscale Data Center: การเข้ามาลงทุนของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกในไทย (เช่น Microsoft, Google, AWS) สร้างความต้องการไฟฟ้าที่มีเสถียรภาพสูงและเป็นพลังงานสะอาด ซึ่ง GPSC มีโครงข่ายท่อก๊าซ สายส่ง และโครงข่ายความเย็นใน EEC พร้อมรองรับ
  3. การเดินเครื่องเต็มปีของโรงไฟฟ้าเก็คโค่-วัน: การกลับมาเดินเครื่องเต็มประสิทธิภาพของ GHECO-One ช่วยเพิ่มรายได้ค่าความพร้อมจ่ายและลดภาระต้นทุนเชื้อเพลิงอย่างมีนัยสำคัญ
  4. การเติบโตของ Avaada ในอินเดีย: อัตราการเติบโตของการใช้พลังงานในอินเดียที่พุ่งสูง ผลักดันให้โครงการโซลาร์ฟาร์มของ Avaada ทยอยจ่ายไฟเชิงพาณิชย์และส่งกำไรกลับมายัง GPSC เพิ่มขึ้น
  5. วัฏจักรดอกเบี้ยขาลง: การทยอยปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ ธปท. และ Fed ส่งผลบวกโดยตรงต่อการลดภาระดอกเบี้ยจ่ายของ GPSC ที่มีหนี้เงินกู้กว่า ฿1 แสนล้านบาท

11. ปัจจัยเสี่ยงและการบริหารจัดการ (Risk Factors)

การประเมินความเสี่ยงสำคัญ ผลกระทบ และมาตรการบรรเทาความเสี่ยง 7 มิติเชิงลึก — ข้อมูล ณ 14 ต.ค. 2026
1. ความผันผวนของราคาเชื้อเพลิงก๊าซ
ความเสี่ยงปานกลาง
ตัวชี้วัด: ราคาก๊าซ Single Pool Gas และราคา Spot LNG โลก
การบริหาร: ส่งผ่านต้นทุนผ่านสูตรค่า Ft, ปรับแผน Merit Order สลับเดินเครื่องโรงประสิทธิภาพสูง และนำเข้า LNG ร่วมกับ ปตท.
2. นโยบายกำกับดูแลและค่าไฟฟ้า Ft
ความเสี่ยงปานกลาง
ตัวชี้วัด: มติคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.)
การบริหาร: กระจายฐานลูกค้าอุตสาหกรรมกว่า 55% ที่มีสัญญา Price Linkage อิงราคาก๊าซตรง
3. ความเสี่ยงวัฏจักรอุตสาหกรรมปิโตรเคมี
ความเสี่ยงปานกลาง
ตัวชี้วัด: ปริมาณความต้องการใช้ไอน้ำและไฟฟ้าในมาบตาพุด
การบริหาร: สัญญาแบบ Minimum Take-or-Pay และการขยายฐานสู่กลุ่มยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ และ Data Center
4. สัญญา SPP PPA เก่าทยอยหมดอายุ
ความเสี่ยงปานกลาง
ตัวชี้วัด: โรงไฟฟ้า SPP ที่ครบอายุ 25 ปีในระยอง
การบริหาร: พัฒนาโครงการทดแทน (SPP Replacement) และปรับสัญญาเป็นการขายตรงแก่ลูกค้าเอกชน (Direct PPA)
5. ความเสี่ยงการลงทุนในต่างประเทศ
ความเสี่ยงปานกลาง
ตัวชี้วัด: ค่าเงินรูปีอินเดีย (INR) และดอลลาร์ไต้หวัน (TWD)
การบริหาร: ใช้กลยุทธ์ Natural Hedge กู้เงินสกุลท้องถิ่น และลงทุนร่วมกับพันธมิตรท้องถิ่นที่มีชื่อเสียง
6. ภาระหนี้สินและอัตราดอกเบี้ย
ความเสี่ยงต่ำ-ปานกลาง
ตัวชี้วัด: Net IBD/E 0.72x เทียบ Covenant 1.50x
การบริหาร: ล็อคโครงสร้างหนี้เป็นดอกเบี้ยคงที่กว่า 75% และเร่งชำระคืนเงินกู้ระยะยาวด้วยกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน

ตารางวิเคราะห์มิติความเสี่ยง เชิงปริมาณ และสัญญาณเตือน (Observable Triggers)

ตารางประเมินระดับความเสี่ยง ผลกระทบต่อผลการดำเนินงาน และสัญญาณเตือนที่สังเกตได้ (Observable Triggers)
มิติความเสี่ยง (Risk Dimension)ระดับความเสี่ยงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นสัญญาณเตือนที่ต้องติดตาม (Observable Triggers)แนวทางป้องกันและบริหารจัดการ (Mitigations)
1. ความผันผวนของราคาก๊าซ Single Pool Gasปานกลางอัตรากำไรขั้นต้นของโรงไฟฟ้า SPP ลดลง หากค่า Ft ปรับขึ้นตามไม่ทันราคานำเข้า Spot LNG พุ่งเกิน $15/MMBtu, ก๊าซจากอ่าวไทยและเมียนมาลดลงส่งผ่านต้นทุนตามสูตร Ft, ซื้อขาย LNG ล่วงหน้า, สลับเดินเครื่องยูนิตที่มี Heat Rate ต่ำสุด
2. การแทรกแซงค่าไฟฟ้าของภาครัฐ (Ft Policy)ปานกลางการรับรู้รายได้ค่าไฟฟ้าล่าช้า หรือ กกพ. ตรึงค่าไฟเพื่อช่วยค่าครองชีพมติ ครม. ตรึงค่าไฟฟ้าต่ำกว่า ฿4.00/หน่วย, ภาระหนี้ กฟผ. พุ่งสูงเพิ่มสัดส่วนลูกค้าอุตสาหกรรม (IU) ที่มีสัญญาสเปรดก๊าซตรง, ขยายธุรกิจไอน้ำและน้ำ
3. การชะลอตัวของอุตสาหกรรมปิโตรเคมีปานกลางยอดขายไอน้ำและไฟฟ้าลดลงตามกำลังการผลิตของโรงงานปิโตรเคมีPetrochemical Spread ตกต่ำ, โรงงานในมาบตาพุดประกาศ Turnaround นอกแผนมีเงื่อนไขสัญญา Minimum Take-or-Pay, ขยายฐานลูกค้านอกกลุ่มปิโตรเคมีในเขต EEC
4. ความเสี่ยงโครงการต่างประเทศ (Avaada & CFXD)ปานกลางความล่าช้าในการเชื่อมต่อสายส่ง หรือการผันผวนของค่าเงินท้องถิ่นการประมูล Solar Tariff ในอินเดียต่ำเกินไป, ค่าเงิน INR/THB อ่อนค่าNatural Hedging กู้เงินรูปี, เลือกลงทุนเฉพาะโครงการที่มี PPA รัฐบาลกลางอินเดีย (SECI)
5. การหมดอายุของสัญญา SPP PPA เดิมต่ำ-ปานกลางสูญเสียรายได้ขายไฟให้ กฟผ. บางส่วนเมื่อสัญญา 25 ปีสิ้นสุดกำหนดวันสิ้นสุดสัญญาของโรงไฟฟ้า Glow SPP ยูนิตเก่าใน 2–3 ปีข้างหน้าสร้างโรงไฟฟ้าทดแทน SPP Replacement, โยกย้ายจำหน่ายไฟฟ้าตรงให้ Data Center
6. ความผันผวนของอัตราดอกเบี้ยต่ำต้นทุนทางการเงินสูงขึ้นหากดอกเบี้ยนโยบายปรับตัวขึ้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลพุ่งสูง, เครดิตสเปรดหุ้นกู้ขยายตัวออกหุ้นกู้ระยะยาวล็อคดอกเบี้ยคงที่ >75%, รักษาสภาพคล่องเงินสดกว่า ฿1.5 หมื่นล้าน
7. ภัยแล้งและปริมาณน้ำในภาคตะวันออกต่ำขาดแคลนน้ำหล่อเย็นสำหรับกระบวนการผลิตไฟฟ้าและไอน้ำปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำดอกกราย คลองใหญ่ ประแสร์ ลดต่ำกว่า 30%มีอ่างเก็บน้ำสำรองของตนเอง, ระบบบำบัดน้ำเสียหมุนเวียน (Desalination & RO Recycle)
ที่มา: การวิเคราะห์และประเมินโดยฝ่ายวิจัยตราสารทุน อ้างอิงรายงาน 56-1 One Report ประจำปี 2568

12. การวิเคราะห์ SWOT (SWOT Analysis)

จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรคเชิงกลยุทธ์ของบริษัท

จุดแข็ง (Strengths)

  • PTT Group Synergy: มี บมจ. ปตท. และกลุ่ม ปตท. ถือหุ้นใหญ่ 75.23% ช่วยสนับสนุนทั้งความมั่นคงของอุปทานก๊าซธรรมชาติ ความแข็งแกร่งทางการเงิน และฐานลูกค้านิคมอุตสาหกรรม
  • ผู้นำตลาด SPP โคเจนเนอเรชั่น: มีโครงข่ายท่อไอน้ำและสายส่งไฟฟ้าเชื่อมต่อกันที่ใหญ่ที่สุดในมาบตาพุด สร้างความน่าเชื่อถือระดับ 99.9%+
  • สถานะทางการเงินแข็งแกร่ง: Net IBD/E อยู่ที่ 0.72 เท่า ต่ำกว่า Covenant 1.50x อย่างมาก พร้อมอันดับเครดิตระดับ AA- (Stable) จาก TRIS Rating
  • พอร์ตโฟลิโอกระจายตัว: มีทั้งโรงไฟฟ้า SPP, IPP, พลังงานหมุนเวียนในไทยและต่างประเทศ (อินเดีย ไต้หวัน สปป.ลาว)

จุดอ่อน (Weaknesses)

  • การพึ่งพิงเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ: ก๊าซธรรมชาติยังคงเป็นเชื้อเพลิงหลักกว่า 70% ของกำลังการผลิต ทำให้กำไรผันแปรตามสเปรดราคาก๊าซ
  • สัญญา PPA บางส่วนทยอยครบกำหนด: โรงไฟฟ้า SPP รุ่นแรกๆ กำลังทยอยหมดอายุสัญญา 25 ปี ต้องใช้เงินลงทุนปรับปรุงหรือต่อสัญญาใหม่
  • สัดส่วน Free Float ค่อนข้างต่ำ: หุ้นหมุนเวียนในตลาดอยู่ที่ 24.76% ทำให้สภาพคล่องการซื้อขายในบางช่วงอาจจำกัด
  • ความซับซ้อนในการบริหารโครงการต่างประเทศ: พอร์ตพลังงานหมุนเวียนในอินเดียและไต้หวันมีความเสี่ยงด้านกฎหมายและอัตราแลกเปลี่ยน

โอกาส (Opportunities)

  • ดีมานด์ไฟฟ้า Data Center และ AI: โอกาสในการเป็นผู้จัดหาไฟฟ้าสีเขียว 24/7 และระบบทำความเย็นให้แก่ Hyperscalers ใน EEC
  • แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า PDP2026: โอกาสประมูลโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนรอบใหม่และโรงไฟฟ้าก๊าซเพื่อทดแทนกำลังผลิตเดิมของประเทศ
  • การเปิดเสรีไฟฟ้า Direct PPA: การเปิดให้เอกชนซื้อขายไฟสะอาดโดยตรงผ่านโครงข่ายบุคคลที่สาม (TPA) เสริมมาร์จิ้นธุรกิจพลังงานหมุนเวียน
  • การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ Avaada: ตลาดพลังงานสะอาดในอินเดียมีขนาดมหึมาและเติบโตสูง ช่วยผลักดัน Equity Income ระยะยาว

อุปสรรค (Threats)

  • ความผันผวนของราคาพลังงานโลก: ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจผลักดันให้ราคา Spot LNG นำเข้าพุ่งสูงขึ้นอย่างกะทันหัน
  • ความล่าช้าในการปรับค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft): ภาครัฐอาจตรึงค่าไฟเพื่อลดภาระค่าครองชีพประชาชน ส่งผลให้การส่งผ่านต้นทุนล่าช้า
  • การแข่งขันในตลาดพลังงานหมุนเวียน: การประมูลโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนมีคู่แข่งเข้าร่วมจำนวนมาก อาจกดดันอัตราผลตอบแทน (IRR)
  • การเปลี่ยนแปลงนโยบายพลังงานภาครัฐ: การปรับโครงสร้างราคาก๊าซธรรมชาติ (Single Pool Gas) ที่อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุน SPP

13. มุมมองนักลงทุนและข้อสรุปการวิเคราะห์ (Investor View)

สรุปมุมมองการลงทุน ราคาเป้าหมาย IAA Consensus และเช็กลิสต์การติดตาม — ข้อมูล ณ 14 ต.ค. 2026
ราคาปิดปัจจุบัน
฿48.50
ณ 14 ต.ค. 2026(SET)
IAA TARGET PRICE เฉลี่ย
฿53.41
Upside +10.1% (กรอบ ฿51–62)(IAA Consensus)
คำแนะนำจากนักวิเคราะห์
ซื้อ 14 · ถือ 6 · ขาย 0
ฉันทามติส่วนใหญ่แนะนำ 'ซื้อ'(Settrade)
FORWARD DIVIDEND YIELD
~3.0–3.2%
DPS คาดการณ์ ฿1.45–1.55(Consensus)

สรุปการประเมินมูลค่าตามฉากทัศน์ (Scenario Valuation Matrix)

ตารางสรุปสมมติฐานการประเมินมูลค่าตามฉากทัศน์ Bull / Base / Bear เทียบกับราคาตลาดปัจจุบัน (฿48.50)
ฉากทัศน์ (Scenario)ราคาเป้าหมายUpside / DownsideImplied P/EImplied P/BVสมมติฐานหลักและปัจจัยขับเคลื่อน (Key Assumptions)
Bull Case฿68.00+40.2%22.3x1.63xราคาก๊าซลดต่ำกว่า ฿280/MMBtu, ชนะสัญญา Direct PPA Data Center 500 MW, Avaada & CFXD หนุนกำไรโต 30% YoY (กำไรสุทธิ ฿8,600 ล้าน)
Base Case (Consensus)฿58.00+19.6%23.0x1.39xราคาก๊าซเฉลี่ย ฿310–330/MMBtu, สเปรด SPP เสถียร, GHECO-One เดินเครื่องเต็มที่, กำไรสุทธิปี 2569E แตะ ฿7,100 ล้าน (EPS ฿2.52), ปันผล ฿1.50
Bear Case฿42.00-13.4%21.5x1.01xวิกฤตพลังงานดัน Spot LNG พุ่งเกิน $16/MMBtu, กกพ. ตรึง Ft บีบมาร์จิ้น SPP, เงินรูปีอินเดียอ่อนค่า, กำไรสุทธิลดลงสู่ ฿5,500 ล้าน

ประมาณการราคาเป้าหมายจากสมาคมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ (IAA Consensus)

สรุปประมาณการราคาเป้าหมายและคำแนะนำการลงทุนจากบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำ (ข้อมูล ณ ตุลาคม 2569)
บริษัทหลักทรัพย์ (Broker)คำแนะนำ (Rating)ราคาเป้าหมาย (บาท/หุ้น)ส่วนต่างจากราคาปัจจุบัน (Upside %)
บล. อินโนเวสท์ เอกซ์ (INVX)Outperform / ซื้อ62.00+27.8%
บล. กรุงศรี (KSS) / บล. ลิเบอเรเตอร์ (LIB)ซื้อ61.00+25.8%
บล. หยวนต้า (YUANTA) / บล. เคจีไอ (KGI)ซื้อ60.00+23.7%
บล. ดีบีเอส วิคเคอร์ส (DBSV)ซื้อ59.00+21.6%
บล. เอเซีย พลัส (ASPS)ซื้อ56.00+15.5%
บล. ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (CGSI) / ฟินันเซีย ไซรัส (FSSIA)ซื้อ54.00+11.3%
บล. กสิกรไทย (KS)ถือ / Neutral52.00+7.2%
บล. ทิสโก้ (TISCO)ถือ51.00+5.2%
ค่าเฉลี่ยสมาคมนักวิเคราะห์ (IAA Consensus Average)ซื้อ (BUY)53.41+10.1%
ที่มา: สรุปข้อมูล IAA Consensus จาก Settrade ณ เดือนตุลาคม 2569

เช็กลิสต์ปัจจัยติดตามสำหรับนักลงทุน (Monitoring Checklist)